กลสวาทซาตานร้าย (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 20 : เสน่หาที่ห่างหาย กับความนัยที่เปิดเผย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 20   เสน่หาที่ห่างหาย กับความนัยที่เปิดเผย



อย่าเพิ่งโวยวายสิ รสา เรามีเรื่องต้องคุยกันจริงๆ นะ คุยกันให้เป็นเรื่องเสียที ได้มั้ยไอศูรย์พยายามอดทนกับความดื้อรั้นของอีกคน

ฉันเป็นห่วงลูกฉันนี่ยังไม่ยอม

ฉันก็ห่วงเหมือนกัน ห่วงทั้งเธอทั้งลูกนั่นแหละ คราวนี้ช่วยอยู่นิ่งๆ นะ เมื่อเข้าไปในห้องร่างเล็กยังคงออกฤทธิ์ใส่เขา จนชายหนุ่มต้องกดไหล่เธอให้นั่งนิ่งๆ บนโซฟากว้าง

นี่มันดึกมากแล้วนะ ท่าทางกังวลของเธอยังไม่หายไป สายตาเหลือบมองไปเรื่อยทั่วห้องกว้าง ทุกอย่างยังอยู่ที่เดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อสามปีที่แล้วเลย แต่สายตาคู่สวยกลับสะดุดเข้ากับกรอบรูปจำนวนหลายชิ้นที่วางเรียงรายตามส่วนต่างๆ ของห้องโดยเฉพาะบนหัวเตียงนอน เพ่งมองสักพักเธอก็ร้องออกมา

นั่นมันรูปฉันนี่ รูปของเธอกับสัตว์เลี้ยงตัวโตในลักษณะแอบถ่ายวางไว้ตรงกลางหัวเตียง หญิงสาวลุกเดินจากโซฟาไปดูทุกๆ รูปที่เป็นภาพถ่ายของเธอทั้งนั้น ต่างเวลา ต่างอิริยาบถ แต่ทิวทัศน์หลังภาพคล้ายกันทั้งหมดคือที่ที่เธอเคยถูกจับตัวไปอยู่เมื่อสามปีก่อนทั้งนั้น

ฉันถ่ายไว้เยอะแยะเลยล่ะ เอาไว้ดูเป็นกำลังใจตอนที่เธอไม่อยู่น่ะเสียงทุ้มที่ยืนกอดอกมองเธออยู่เผลอพูดออกมาจน สะดุดหูหญิงสาว เธอหันขวับไปจ้องหน้าเขาทันที

นี่คุณไอซ์ ฉันว่าคุณมีอะไรก็รีบๆ พูดมาดีกว่า ฉันจะได้กลับอีกหญิงสาวเสียงแข็งใส่ แม้จะรู้สึกดีใจอยู่ลึกๆ ที่เห็นรูปของตัวเองอยู่ทั่วห้องของเขา

อ้อ ฉันลืมไป ลืมบอกเธออีกอย่าง ฉันโทรไปบอกแจ่มใสแล้วว่า เธอจะค้างที่นี่ให้แจ่มใสดูแลลูกของเรากับ เอ่อๆ พ่อเธอดีๆ แล้วล่ะ แล้วฉันก็สัญญากับลูกไว้แล้วว่าพรุ่งนี้จะไปรับเขาไปเที่ยว คราวนี้เธอก็เลิกกังวลได้แล้ว

คุณทำแบบนั้นได้ยังไง บ้ารึเปล่า

ก็ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอจริงๆ ไม่ทำอย่างนี้แล้วเธอจะยอมมาคุยกับฉันดีๆ ไหมล่ะ แล้วเราก็คงต้องคุยกันนานด้วย ฉันว่าเธอเธออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สบายตัวก่อนดีกว่า แล้วค่อยมาคุยกัน อ้อ เสื้อผ้าเธออยู่ในตู้ใบเดิมนั่นแหละ ไอศูรย์ทำไม่รู้ไม่ชี้ ไม่สนใจท่าทางจะกินเลือดกินเนื้อของเธอ

ฉันไม่อาบ

ไปอาบซะ ตัวเหนียวแล้วนะ

มายุ่งอะไรด้วย ยังไงฉันก็ไม่อาบ ฉันกลับดีกว่า หญิงสาวทำท่าจะเดินออกจากห้อง แต่เสียงเข้มๆ ที่ดังขึ้นมาบอกว่าเอาจริง

รสา เลือกเอา ถ้าเธอไม่ไปอาบเอง ฉันอาบให้นะร่างสูงก้าวย่างเข้าหาเธอช้าๆ คนตัวเล็กเห็นท่าไม่ดีถอยหลังกรูดทันที

ก็ได้ๆ ฉันอาบเองไม่ต้องยุ่งเลย แต่ยังไม่อาบตอนนี้ คุณไปอาบก่อนสิ ร่างบางยังมีข้อต่อรอง

ก็ได้ ถ้าฉันออกมาแล้วเธอไม่อยู่ตรงนี้นะรสา รับรองได้ว่า...แน่ๆชายหนุ่มแกล้งขู่บางอย่างแต่ท่าทางบอกว่าเอาจริง ก่อนคว้าผ้าเช็ดตัวผืนโตเข้าห้องน้ำไป

บ้า บ้าที่สุดเลย ไอ้ๆ ๆ...เสียงก่นด่าไม่ออกจากปาก เพราะสายตาเรียวหันมาจ้องคาดโทษเธอบอกให้รู้ว่าเอาจริง

ร่างสูงนั่งยองๆ ลงตรงหน้าหญิงสาว เมื่อแต่งชุดนอนเรียบร้อยแล้ว เดินมาเห็นเธอนั่งหน้ายุ่งอยู่บนเก้าอี้หน้ากระจกในชุดนอนเรียบร้อยที่เธอเคยใช้เมื่อหลายปีก่อน มือเรียววางไว้บนหน้าขาของเธอ จนคนที่ออกอาการวีนใส่เขาอยู่เมื่อพักใหญ่ๆ รู้สึกร้อนวูบวาบที่ใบหน้า

สายตาที่เขามองเธอนั้นมีทั้งแววออดอ้อน ขอโทษ และสำนึกผิด ทุกความรู้สึกส่งผ่านออกมาทางสายตาคู่เรียวของเขา จนหญิงสาวทนมองต่อไปไม่ได้เสก้มลงมองพื้น ชายหนุ่มลุกยืนโอบเธอเดินไปนั่งลงที่เตียงกว้าง แล้วนั่งตามลงไปติดๆ อีกครั้ง

รสา มีอะไรจะถามฉันไหม เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวไม่ยอมหันหน้ามาพูดกันเสียที ทุกอย่างเงียบสนิทไม่มีเสียงใดๆ จากเธอ

ว่าไง

...

หือ ว่าไงครับ มีอะไรจะถามบ้างไหมเสียงทุ้มเอ่ยออกมาอ่อนโยนยิ่งนัก ทำให้คนที่ไม่เคยได้สัมผัสกับน้ำเสียงและการกระทำแบบนี้ของเขาหันหน้ามองเขาทันที

ไม่รู้ อุบอิบตอบ

ทำไมไม่รู้ เราต้องคุยกันแล้วนะ รสา ฉันไม่มีความอดทนมากไปกว่านี้อีกแล้ว ต้องคุยทุกเรื่องให้รู้เรื่องเสียที น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยออกมาเนิบนาบ มือเรียวข้างหนึ่งเอื้อมไปจับใบหน้าเธอให้มองสบตากันชัดๆ

มีอะไรอยากรู้บ้างมั้ย ถามฉันมาสิ รสา ถามเหมือนเมื่อก่อนที่เธอขยันถามฉันในทุกๆ เรื่องที่ฉันให้คำตอบเธอไม่ได้

ไม่มีเสียงหวานตอบห้วนๆ

ทำไมไม่มี หรือเธอไม่สนใจเรื่องเหล่านั้นแล้ว เธอไม่อยากรู้เหรอว่าฉันหายไปไหน ไปทำอะไรมาบ้างมือเรียวเอื้อมไปจับมือเล็กข้างซ้ายของเธอมากุมเอาไว้แน่น ลูบไล้เบาๆ ตรงสัญลักษณ์บางอย่างที่ทำให้เขาตัดสินใจได้ในวันนี้ ร่างบางยังคงนิ่งเงียบ แต่อาการดื้อรั้นดึงดันลดลงไป จนกลายเป็นนิ่งสนิท นิ่งจนเขาไม่สามารถเดาใจเธอได้

ถ้าเธอไม่ถาม ถ้าอย่างนั้นตอบคำถามฉันหน่อยได้ไหมว่า นี่คือคำตอบทั้งหมดที่เธอมีให้ฉันใช่หรือเปล่าชายหนุ่มยกมือของเธอข้างที่ตัวเองกุมอยู่ขึ้นมา หมุนแหวนวงสวยรอบนิ้วนางของเธอแล้วจ้องใบหน้าสวยซึ้งนั้นนิ่งๆ เขาเห็นรอยเลือดฝาดพาดผ่านแก้มนวลของเธอ แต่เจ้าตัวยังทำหน้านิ่งได้อยู่อีก

รสา นี่ตกลงเธอเป็นใบ้ไปแล้วเหรอชายหนุ่มพูดขึ้นมาขำๆ แกล้งแหย่เธอ

ไม่รู้ ไม่ต้องมาถามเลยคุณไอซ์ แล้วนี่ ไปส่งฉันได้แล้ว ฉันจะกลับบ้าน เดี๋ยวตาหนูตื่นมาไม่เจอร้องหาฉันแย่ ปล่อยเสียทีสิหญิงสาวเส กลบเกลื่อนอาการบางอย่างของตัวเอง ทำไมใจเธอมันเต้นโครมครามแบบนี้ล่ะ เธอไม่คุ้นกับกิริยาอาการที่เขาแสดงออกมาแบบนี้นัก เพราะมันทำให้เธอวีนใส่เขาไม่ถนัด แล้วไหนจะสายตาที่มองจ้องมาแบบนี้อีกมันทำให้เธอวางหน้าไม่ค่อยถูกเอาเสียเลย

ไม่ปล่อยหรอก ฉันบอกแล้วไง ว่าวันนี้ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องฉันไม่ปล่อยเธอกลับไปแน่ๆน้ำสียงที่เอ่ยออกมายังทอดเสียงอ่อนโยน แต่ท่าทางบอกว่าทำจริงตามที่พูด

เอ๊ะ คุณนี่หญิงสาวเผลอขึ้นเสียงใส่เขา ผุดลุกยืนแต่ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยมือยังดึงรั้งเอาไว้จนร่างบางของเธอเสียหลักเซล้มลงตรงตักเขาแทน

รสา ฟังนะ ฉันมีอะไรบางอย่างอยากบอกเธอแม้ปากเธอจะบอกว่าไม่สนใจ แต่ใจเต้นระทึกด้วยความอยากรู้ในสิ่งที่เขาอยากบอก

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ฉันไปบ้านเธอมาเธอคงรู้อยู่แล้วใช่มั้ย

...

รู้มั้ย ฉันเจอใครที่นั่น ชายหนุ่มพูดเบาๆ ข้างหูเธอแต่น้ำเสียงกระตุกไป

เอ่อ...

ฉันเจอนายพัฒ เอ่อ เจอพ่อเธอ ร่างบางสะดุ้งนั่งตัวเกร็งทันที เพราะไม่รู้ว่าเจอกันในลักษณะไหน เพราะวันก่อนบิดาเธอก็พูดอะไรแปลกๆ

เมื่อก่อนฉันคิดอยู่ตลอดเวลาว่า ถ้าเจอเขาฉันคงจะ เอ่อ จะเล่นงานเขาแน่ๆเขานั่งกอดเธอเอาไว้นิ่งๆ

แต่หลังจากครั้งนั้น ฉันถึงได้รู้ว่าคนเราเวลาจะตายมันง่ายนิดเดียวจริงๆ

อะไรกันคุณ พูดอะไรฉันไม่เห็นรู้เรื่องหญิงสาวเริ่มมีอาการตอบรับคำพูดเขา เมื่อฟังแล้วไม่เข้าใจผู้ชายที่นั่งบังคับกอดเธออยู่นี่เลย

จริงๆ นะ รสา วันนั้นที่ฉันเจอพ่อเธอ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองหายใจไม่ออก ฉันไม่ยอมรับความจริงแต่ฉันหนีมันไม่พ้น เพราะความจริงนั้นมันเกิดกับชีวิตคนหนึ่งซึ่งสำคัญในชีวิตฉันมาก่อนฉันต้องสูญเสียคนที่ฉันรักมากเพราะ เพราะ เอ่อ เพราะ พ่อเธอ ประโยคดังกล่าวจบลง ห้องทั้งห้องก็เงียบสนิทอยู่นานมาก จนคนที่ถูกกอดอยู่และเป็นคนที่ถูกเขากระทำมาตลอดอดทนไม่ได้ ต้องถามขึ้นมาเสียงดัง

นี่มันผ่านมากี่ปีแล้วล่ะ มีอะไรคุณก็บอกฉันมาเสียทีฉันจะได้รู้ว่าที่ฉันต้องสูญเสียสิ่งมีค่าที่สุดของตัวเอง ต้องสูญเสียคุณค่าของลูกผู้หญิงและเสียใจมาจนทุกวันนี้นั้น มันเพียงพอกันมั้ยกับสิ่งที่คุณยัดเยียดมาให้ฉัน เสียงหวานเข้มขึ้นตามอารมณ์ที่เริ่มควบคุมไม่อยู่

ก็ก่อนหน้านี้มาสามปีแล้วนี่ เธอมัวไปทำอะไรอยู่ทำไมถึงยังไม่ถามพ่อเธอให้รู้เรื่องเสียที หรือรู้แล้วแต่แกล้งเมินเฉยกันแน่ เหมือนพ่อเธอไง?ชายหนุ่มขึ้นเสียงใส่กลับเธอไปบ้าง เพราะความสะเทือนใจกับเรื่องราวในอดีตที่นึกถึงทีไรเขาก็ยังเจ็บปวดใจอยู่ทุกครั้ง

ฉันไม่รู้ ไม่รู้อะไรทั้งนั้น แล้วฉันก็จะไม่ไขว่คว้าหาความจริงหรืออยากรู้มันอีกแล้ว ให้มันตายไปพร้อมกับใจของฉันนี่แหละ ฮึ หญิงสาวสะบัดหน้าไปอีกทาง ชายหนุ่มเห็นแบบนั้นก็พยายามสะกดอารมณ์ตัวเองให้นิ่งลงอย่างเต็มที่จนตัวเกร็งไปหมด

นี่ เธอฟังฉันสิ รสา ถ้าเธออยากรู้ จากวินาทีนี้ไปฉันจะบอกเธอทุกอย่าง ทุกเรื่องราว ทุกคำพูดตั้งใจฟังเอาไว้ให้ดีๆ ด้วยล่ะ เธอจะได้เข้าใจฉันเสียบ้างไอศูรย์ขยับตัวตรง ยอมปล่อยเธอลงจากตักแต่ไม่ยอมปล่อยแขนที่โอบเอวเธอเอาไว้ ไม่สนใจอาการฟอดแฟด ฉุนฉียวใส่ของเธอ

แล้วเรื่องราวที่เขาต้องการให้เธอรู้จากตัวต้นเรื่องเองอย่างผู้ชายคนนั้น คนที่เป็นบิดาของเธอก็ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นเวลานาน หน้าตาหล่อเหลาของเขาเศร้าในบางครั้ง และอึดอัดใจในบางช่วงที่ถ่ายทอดเรื่องราวให้เธอรู้ ปันรสาสังเกตใบหน้าหล่อใสของเขาตลอดเวลาในขณะที่ฟังเรื่องราวในอดีตที่เขาบอกเล่า ตาของเธอจับจ้องแต่ใบหน้าเขานิ่งๆ

คุณ เอ่อ... มือเล็กทำท่าจะเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าเศร้าหมองนั้นด้วยความเผลอตัว แต่พอนึกได้ก็ชักมือกลับมาวางไว้ที่หน้าขาของตนเช่นเดิม

ฉันไม่ว่าหรอกนะ ถ้าเธอจะยังโกรธแค้นฉันอยู่ในสิ่งที่ฉันทำลงไปกับเธอ หญิงสาวสะดุ้งเมื่ออยู่ๆเสียงทุ้มของเขาดังขึ้นกว่าเก่า เขาจบเรื่องเล่าที่อยากให้เธอรับรู้ลงแค่นั้น... บิดาของเธอทำแบบนั้นจริงๆ หรือ ทำไมกัน ทำไมท่านถึงทำแบบนั้นล่ะ เธอจะไม่เชื่อที่เขาพูดก็ได้ แต่อะไรบางอย่างบอกเธอว่าที่เขาพูดมานั้นคงเป็นเรื่องที่เกิดกับเขาจริงๆ พี่สาวของเขาอย่างนั้น...ไอศิกา... ชื่อนี้จะต้องเป็นชื่อที่เธอจำเอาไว้ให้ดีเพื่อสอบถามเอาความเป็นจริงกับผู้เป็นบิดาอีกที

หญิงสาวยังนึกถึงเมื่อวันก่อนที่เธอคาดคั้นถามเรื่องราวบางอย่างจากผู้เป็นบิดา แล้วท่านก็เคร่งเครียดจนป่วยไปเลย เธอจะไม่ปล่อยให้ทุกอย่างมันผ่านเลยไปอีกแล้ว

รสา เชื่อฉันเถอะ เรื่องทุกอย่างที่เล่ามาคือเรื่องจริง มันเป็นเรื่องเดียวที่ทำให้ฉันทรมานมากที่สุด จนตัดสินใจทำเรื่องเลวร้ายเอาไว้กับเธอเยอะแยะจนเธอไม่ยอมอภัยให้ฉันจนเดี๋ยวนี้ไงล่ะ รสา ฉันขอโทษนะอยู่ๆ ชายหนุ่มก็คว้าเอาร่างเธอเข้าไปกอดเอาไว้แน่น มือเรียวสวยลูบเบาๆ ที่แผ่นหลังของเธอทำให้หญิงสาวอึ้งทำอะไรไม่ถูก เวลาเพียงไม่นาน แต่เขาทำให้อารมณ์เธอกลับไปกลับมาจนมึนงงไปหมดแล้ว เรื่องราวมากมายที่เขาบอกเล่าไม่ได้ทำให้เธอหายสงสัยได้อย่างเต็มที่ แต่อ้อมกอดเขาที่รัดแน่นอยู่นี้ สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดแก่เธอ ความอบอุ่นเหมือนจะแล่นไปทั่วกาย หรือเธอจะโหยหาอ้อมกอดนี้อยู่เช่นกัน หญิงสาวไม่เข้าใจตัวเอง

คุณไอซ์ ปล่อยค่ะ ฉันหายใจไม่ออกแล้ว มือเล็กพยายามยันเขาออกห่าง แต่ชายหนุ่มไม่สนใจยังคงกอดร่างเธอเอาไว้นิ่งนาน

ต่อจากนี้ฉันจะไม่สนใจอีกแล้วกับความแค้นบ้าบอนั่น ฉันทรมานมากเลยนะ เธอรู้หรือเปล่า รสา ทรมานจริงๆเสียงทุ้มพร่ำรำพันไม่หยุด

มันไม่มีประโยชน์จริงๆ ฉันรู้แล้วว่ามันไม่มีประโยชน์เลยกับเวลาที่ต้องเสียไปเปล่าตั้งเนิ่นนานเสียงทุ้มยังไม่หยุดพูด หญิงสาวดิ้นรนจนเขายอมปล่อยจากการกอดรัดแน่น แต่มือเรียวยังกุมมือเธอเอาไว้ ก้มหน้าลงมองหน้าเธอนิ่งๆ

แต่บางทีนึกๆ ดูฉันก็ดีใจนะ

อะไรคะ

ใช่ ฉันดีใจจริงๆ นั่นแหละ โดยเฉพาะตอนนี้ชายหนุ่มพูดในสิ่งที่เธอไม่เข้าใจขึ้นมา

หมายความว่าอะไรคะหญิงสาวไม่เข้าใจอะไรเลย ตอนนี้ดึกมากแล้ว เธอง่วงนอนมาก จะกลับบ้านไปหาลูกเขาก็ยื้อเอาไว้แล้วเขายังมาพูดในสิ่งที่เธอไม่เข้าใจเอาเสียเลยจริงๆ

ก็ฉันดีใจจริงๆ นี่ ชายหนุ่มยกมือเธอขึ้นมาจับเอาไว้แน่น ดวงตาเรียวมองเธอนิ่งด้วยความดีใจ เขาคงใกล้บ้าเข้าไปแล้วที่อารมณ์หลากหลายเกิดขึ้นแค่ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงจนตัวเองก็เริ่มแสดงออกไม่ถูก รู้แต่สิ่งนี้ สิ่งที่มือเขาสัมผัสอยู่นี่คือความมั่นใจ คือกำลังใจที่จะทำให้เขากล้าเดินหน้าเข้าหาเธอได้เต็มที่มากขึ้น

คุณดีใจอะไรกัน นี่มันดึกขนาดนี้แล้วนะ ฉันว่าคุณไปส่งฉันกลับเถอะหญิงสาวตั้งแง่ขึ้นมาอีก เธอง่วงมากจริงๆ ง่วงจนตาจะปิดอยู่แล้ว

นี่ไง สิ่งที่ทำให้ฉันดีใจ ชายหนุ่มยกมือข้างซ้ายของเธอขึ้นมาจรดริมฝีปากของตัวเองลงไปจุมพิตเบาๆ ตรงนิ้วนางซ้ายของเธอเนิ่นนานก่อนเหลือบสายตามองเธออีกครั้ง ปันรสาเห็นสิ่งที่เขาทำก็นึกอะไรบางอย่างได้หดมือกลับกระทันหัน

คุณ

หือ ว่าไงรสา เธอรู้มั้ยฉันดีใจขนาดไหนที่เห็นแหวนวงนี้บนนิ้วเธอ แบบนี้ก็แสดงว่าสามปีที่ผ่านมาเธอก็ยังคิดถึงฉันอยู่ใช่ไหม รสา ชายหนุ่มถามรุกเข้าใส่

...

ใช่มั้ย โอย ดีใจจังเลย ไม่เสียทีที่ต่อฉันสู้ดิ้นรนกลับมาจนได้ ขอบคุณสวรรค์ ชายหนุ่มพร่ำพูดด้วยความดีใจ จุมพิตลงบนนิ้วเธอติดๆ กันหลายครั้งแต่หญิงสาวหดมือกลับจนเขาต้องดึงเอาไว้

อะไรของคุณน่ะไม่เห็นเข้าใจ

ก็แหวนไง ฉันยังจำได้นะ

แต่ ฉันลืมไปหมดแล้ว ปันรสายังปั้นปึ่ง

ฉันไม่เชื่อเธอหรอก ถ้าลืมหมดแล้วจะใส่ไว้ทำไม ชายหนุ่มถามเสียงเรียบ

...

เธอก็รู้นี่ ว่าถ้าใส่มันไว้แบบนี้จะหมายถึงอะไร

ก็จะอะไรล่ะ ฉันเห็นมันสวยดี จะทิ้งก็เสียดายเลยใส่ไว้งั้นๆ แหละ ถ้าคุณอยากได้คืนก็เอาไปสิ หญิงสาวจะถอดออกทันที

ไม่ต้องไม่ต้องถอด ชายหนุ่มรวบมือเธอมากุมไว้แน่น เธอทำท่าจริงจัง จนเขาไม่ค่อยจะมั่นใจในความคิดของตัวเองเสียแล้ว

ใส่ไว้แบบนั้นแหละนะ อย่าถอดเลย ฉันไม่เซ้าซี้เธอแล้วก็ได้ ชายหนุ่มก้มมองหน้าเธอทันเห็นร่างบางหาวออกมาเพราะอาการง่วงนอน ตาปรือเต็มที ก็รู้สึกสงสารเหลือบมองดูนาฬิกาหัวเตียงก็เห็นเป็นเวลาตีสามกว่าแล้ว

ง่วงเหรอ รสาเสียงทุ้มถามอ่อนโยนแต่เธอง่วงมาก จนไม่สนใจดิ้นรนจะกลับบ้านแล้ว เพราะความง่วงทำให้เธอซบลงกับอกของเขาทันที

อ้าว รสา หลับจริงๆ เหรอ เฮ้อ สงสัยคงเหนื่อยมาทั้งวันล่ะสิชายหนุ่มประคองร่างบางลงนอนบนที่นอนกว้างของตัวเอง จัดการห่มผ้าห่มให้เธออย่างเบามือแล้วนั่งมองหน้าสวยหวานนั้นอย่างไม่รู้เบื่อ เขาโหยหาความอบอุ่นจากร่างนี้มานานแค่ไหนแล้ว คิดถึงความหอมหวานที่เคยได้สัมผัส ทุกอย่างยังแจ่มชัดในความรู้สึกและหัวใจของเขา นิ้วเรียวสวยเผลอไล้ใบหน้านวลนั้นอย่างหลงใหล

ความรักความคิดถึงที่อัดแน่นอยู่เต็มอก ทำให้ชายหนุ่มเกินห้ามใจตัวเองจริงๆ หน้าสวยใสยิ่งกว่าผู้หญิงของเขาก้มลงไปหาใบหน้าหวานของเธอ แตะริมฝีปากเบาๆ บนหน้าผากมน ก่อนเคลื่อนไปจุมพิตเปลือกตาทั้งสองเลยไปยังจมูกโด่งรั้นๆ ของเธอ แล้วเลื่อนลงไปจุมพิตแผ่วเบาที่ริมฝีปากบางแดงนั้นเนิ่นนาน จนความรู้สึกอุ่นซ่านถึงหัวใจ

อือ ร่างบางพลิกตัวนอนตะแคง ทำเอาชายหนุ่มต้องถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ

หลับเสียนะคนดีของฉัน ไว้ตื่นขึ้นมาแล้วฉันจะบอกบางอย่างกับเธอไอศูรย์ชะโงกใบหน้าไปหอมแก้มนวลนั้นเบาๆ อีกครั้ง ก่อนล้มตัวลงนอนซ้อนหลังเธอ พาดแขนไปบนเอวบางกอดเอาไว้ด้วยความคิดถึงและหวงแหน ก่อนหลับสนิทตามเธอไปอีกคน

เช้ามืดร่างบางที่นอนซุกนิ่งอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่น ก็พลิกตัวด้วยความเคยชิน มือบางแปะป่ายเจอเข้ากับร่างของใครบางคนที่เธอไม่คุ้นเคยมานานแล้ว หญิงสาวลืมตาขึ้นมอง ก่อนรีบถอยตัวออกมาด้วยความตกใจ

อุ้ย ตายแล้ว เผลอหลับไปได้ยังไงเนี่ย ปันรสาจ้องหน้าหล่อใสนั้นนิ่งๆ ลมหายใจสม่ำเสมอของเขาบ่งบอกว่ายังหลับสนิท เธอค่อยๆ ยันตัวเองลุกจากเตียงเบาๆ สลัดศีรษะอย่างมึนงง เธอจำได้ว่าตัวเองกำลังเถียงกับเขาอยู่นี่นาแล้วเผลอหลับไปตอนไหน

หญิงสาวเตรียมลุกจากเตียงกว้าง แต่พอเธอเคลื่อนตัวเบาๆ มือเรียวก็คว้าเข้าที่เอวบางของเธอ จนเธอเสียหลักล้มลงไปบนที่นอนกว้างอีกครั้ง

โอ๊ะ นี่คุณ หญิงสาวพยายามดึงตัวขึ้นนั่งจนได้

จะรีบลุกไปไหนล่ะ ยังมืดอยู่เลย นอนต่ออีกสิเสียงทุ้มพูดขึ้นทั้งที่ยังหลับตา หญิงสาวพยายามดิ้นรนลุกลงจากเตียง แต่มือเรียวของเขาก็ยึดเอวเธอไว้แน่น

รออีกสักพักนะรสา รอสว่างแล้วเดี๋ยวฉันไปส่ง ตาเรียวลืมตาจ้องหน้าเธอตรงๆ

อยู่กับฉันแบบนี้อีกสักพักนะ ยังไม่หายคิดถึงเธอเลย ศีรษะของเขาเปลี่ยนที่มาหนุนตักเธอแทนหมอนด้วยความรวดเร็ว

นี่ ไม่นะ คุณไอซ์ หญิงสาวขยับตัวลุก แต่สายตาเว้าวอนของคนที่มองขึ้นมาสบตาเธอทำให้ใจดวงน้อยอ่อนยวบ..ดูสิ ดูเขาทำหน้าตาเข้าสิ เหมือนน้องอาร์ตอนจะอ้อนให้เธออุ้มไม่มีผิดเลย..

รสา เธอรู้มั้ยว่าสามปีมานี้ฉันหายไปไหนมา เธอสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับตัวฉันบ้างหรือเปล่าหรือลืมไปหมดแล้ว หือ เธอยังจำคำถามที่ฉันถามเธอได้มั้ย

ถามอะไร คุณถามตั้งหลายอย่างฉันจะไปจำได้อย่างไร แกล้งตอบออกไปแบบนั้นเอง ทุกเรื่องราว ทุกเหตุการณ์ ทุกความรู้สึก ทุกอารมณ์ และทุกคำพูดของเขา ยังอยู่ในใจเธอเสมอ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีหรือเลวร้ายแค่ไหนก็ตามที่เขาทำไว้กับเธอ

อ๋อ จริงสินะ ลืมไปฉันมันคนเลวนี่เนอะ เลวกับเธอขนาดนั้นเธอจะไปจำทำไมเสียงทุ้มเอ่ยจบก็เงียบไปหลับตาลงนอนหนุนตักเธอนิ่งๆ จนเจ้าของตักไม่กล้าทำอะไรหรือเอ่ยอะไรออกมาอีก เมื่อเขาเงียบไปแบบนั้น

หญิงสาวนั่งมองหน้าเขา พินิจดวงหน้าสวยเหมือนผู้หญิงของเขาตอนเขาหลับตาแบบนี้ ดูเหมือนเด็กน้อยคนหนึ่งที่ไม่มีพิษภัย เหมือนน้องอาร์ลูกชายเธอไม่มีผิดเลย มือเล็กเผลอยกขึ้นสัมผัสแผ่วเบาที่แก้มใสของเขา ดูผิวของเขาสิ เธอเป็นผู้หญิงแท้ๆ ยังอิจฉาเลย มือเล็กลูบไล้ไปทั่วแก้มขาวและคิ้วดกหนานั้นอย่างลืมตัว ไอศูรย์แอบเหลือบตามองเห็นอาการแบบนั้นของเธอก็ปิดตาลงอีกครั้งแล้วยิ้มเต็มหน้าแอบดีใจอยู่ลึกๆ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจค่ะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


รักนิยายเรื่องนี้มากๆๆค่ะ
โดย Arirat.WOW | 8 months, 2 weeks ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha