ลมร้อยรัก

โดย: Anya.



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : ก็คนมันหึง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

​.

.

.

“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณเคลย์ตัน” จิรัชยาส่งยิ้มให้เขา

“อย่าบอกนะว่าคุณจะไปกับผม” เคลย์ตันเห็นเธออยู่ชุดกางเกงขาสั้น และเสื้อแขนยาว พร้อมกับกระเป๋ากันน้ำ และกล่องอาหารชุดใหญ่

“ใช่ค่ะ พอดีไกด์ของบริษัททัวร์เค้าติดงานกันหมด แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ เจนให้ข้อมูลต่างๆ ได้ครบถ้วน และที่สำคัญ เจนไม่ได้ขับเรือค่ะ”

“ฮ่าๆ ถ้าคุณขับเอง ผมขอนอนอาบแดดที่ชายหาดใกล้ๆ นี่แล้วกัน”

“ไปกันดีค่ะ รถมารับไปท่าเรือแล้ว” เธอผายมือให้เขาเดินไปที่รถ แต่เคลย์ตันหันมาช่วยเธอถือของต่างๆ และเดินไปพร้อมๆ กัน

“ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้มให้เขา และเมื่อเขาส่งยิ้มกลับมา เธอก็รีบมองไปทางอื่นอย่างแนบเนียน เขาทำให้เธอรู้สึกว่าเขา... หล่อ... อีกแล้ว

.

.

บรรยากาศการเดินทางจากท่าเรือไปเกาะรอกเป็นเวลาสองชั่วโมงนั้น ไม่มีวิวทิวทัศน์อะไรนอกจากภูเขาและผืนน้ำสีน้ำเงินเข้มที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา จิรัชยาบริการอาหารเช้าให้เขา และแบ่งปันให้กับกัปตันและผู้ช่วยกัปตันได้ทานด้วย และแม้ว่าจะเธอไม่รู้ว่าตรงนี้คือที่ไหน ฝั่งทางซ้ายและขวาเป็นทะเลที่ติดกับจังหวัดอะไร แต่เธอก็คอยถามกัปตัน จนสามารถพูดคุยกับเคลย์ตันได้อย่างไม่ติดขัด ทั้งสองพูดคุยกับไปเรื่อยๆ เสียงลมและเครื่องยนต์ ทำให้บางครั้งทั้งคู่ต้องเลื่อนมาใกล้กัน เพื่อให้สื่อสารกันชัดเจนขึ้น

.

.

เคลย์ตันไม่รู้สึกเบื่อที่จะพูดคุยกับเธอเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งๆ ที่นิสัยของเขานั้น ไม่ใช่คนพูดมาก หรืออยากสร้างมิตรภาพใหม่ๆ แต่การได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ ก็ทำให้เขาได้รู้ว่าเธอเป็นอายุน้องกว่าเขาเพียงสามปี เรียนจบสาขาวรรณกรรมอังกฤษ เธอเคยทำงานเป็นบรรณารักษ์ห้องสมุด แต่ต้องลาออก เพราะแม่เสียชีวิต และเขาก็ได้รู้ว่าเธอทุ่มเทกับการสานต่อความฝันของแม่มากเพียงใด ดวงตาของเธอเป็นประกายเมื่อพูดถึงผู้หญิงที่เธอรักที่สุดแต่ไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว เธอเป็นผู้หญิงที่พยายามมองโลกให้สวยงามอยู่เสมอ เธออยู่กับปัจจุบัน และทำทุกวันให้ดีที่สุด เพราะเธอไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้ เธอจะได้ใช้ชีวิตต่อไปหรือเปล่า เธอเล่าถึงน้องชายตัวแสบ ว่าจริงๆ แล้วจิรกิตติ์ไม่ใช่คนหัวร้อนแบบที่เขาเคยเจอ เมื่อเธอเล่าถึงตรงนี้ เคลย์ตันก็รู้สึกผิดขึ้นมาอีกครั้งที่เคยต่อว่าและทำร้ายร่างกายน้องชายของเธอ

“ผมขอโทษด้วยนะครับ วันนั้นผมก็ควบคุมสติไม่ดีด้วย”

“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร เจนไม่ได้เล่าเพื่อให้คุณขอโทษนะคะ เจนก็พูดไปเรื่อยเปื่อยค่ะ” จิรัชยาเพิ่งจะรู้ตัวตอนนี้เองว่า เธอพูดเรื่องของตัวเองให้คนแปลกหน้าฟังมากเกินไปแล้ว

“ใกล้ถึงแล้วนะครับคุณเจน เกาะรอกอยู่ตรงโน้น” เสียงผู้ช่วยกัปตันดังขึ้นมา พร้อมกับชี้มือไปที่เกาะรอก แค่มองจากไกลๆ ก็เห็นความสวยของหาดทรายสีขาวละเอียดแล้ว

“ไปดูยืนดูข้างหน้ากันไหมคะ” เธอชักชวนเขาเดินไปดูที่หัวเรือ เธอเคยมาที่นี่แล้วสองครั้ง และไม่มีครั้งไหนเบื่อที่จะได้เห็นความสวยงามของที่นี่แล้ว

“สวยจริงๆ ครับ” เคลย์ตันเองก็รู้สึกไม่ต่างกับเธอ นี่คงเป็นสวรรค์ที่อยู่บนดินชัดๆ

“เรือเข้าไปส่งที่ชายหาดไม่ได้นะคะ เราต้องลงและเดินบนโป๊ะไปที่ชายหาด ตอนเดินคุณต้องระวังด้วยนะคะ มันโคลงเคลงตามกระแสคลื่น” จิรัชยาบอกเมื่อเรือลดความเร็วเพื่อเทียบท่า

“รับทราบครับ” เขาตอบและมองรอยยิ้มของเธอ จะว่าไปเวลาสองชั่วโมงที่ผ่านมา เขาแทบไม่ได้หยุดมองหน้าเธอเลยสักวินาทีเดียว

“ถึงชายหาดแล้ว รบกวนคุณรอเจนที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงนั้นแป๊บนึงนะคะ เดี๋ยวฉันจะถือของตามไปค่ะ”

“คุณจะถือไหวเหรอ ไหนบอกว่าโป๊ะมันโคลงเคลงไง”

“ไหวค่ะ เดี๋ยวพี่ผู้ช่วยกัปตันจะช่วยถือไปส่ง”

“ผมช่วยถือก็ได้ พี่เค้าจะได้ไม่ต้องเดินไปเดินมา”

“ถ้าคุณอยากช่วย เจนก็ยินดีค่ะ” จิรัชยาส่งตะกร้าผลไม้ให้เขา ส่วนตัวเองก็ถือตะกร้าที่มีน้ำดื่มและอาหารเที่ยง รวมถึงกล่องยาสำหรับปฐมพยาบาล และเมื่อทั้งคู่เดินผ่านโป๊ะเรือมาถึงชายหาด โดยที่ไม่มีใครตกลงไปในน้ำ เธอก็นัดแนะว่าเธอจะนั่งรอเขาอยู่ตรงไหน หากเขาต้องการความช่วยเหลือ จะได้ติดต่อเธอถูก

“โอเคครับ บ่ายโมงผมจะมากินข้าว” เคลย์ตันเข้าใจที่เธอบอกทุกอย่าง เขาเดินไปอีกฟากของชายหาด เพื่อนอนอาบแดดและอ่านหนังสือ ส่วนจิรัชยา เมื่อเห็นเขานอนอาบแดดก็ถือโอกาสตักตวงความสุขตรงหน้าด้วยการลงไปเล่นน้ำใกล้ๆ กับจุดนัดหมาย โชคดีที่วันนี้นักท่องเที่ยวไม่เยอะ ชายหาดจึงค่อนข้างเงียบสงบ เธอถอดเสื้อแขนยาววางไว้ เหลือเพียงกางเกงขาสั้นและเสื้อว่ายน้ำแขนยาว เธอว่ายน้ำไปมา แม้จะไม่มีคลื่นสูงให้ท้าทาย แต่มันก็ทำให้เธอมีความสุข และกว่าจะรู้ตัวอีกที เธอก็โดนน้ำสาดเข้าที่หน้าเต็มๆ

“อุ้ย!” เธอตกใจ คิดว่าจะชนกับนักท่องเที่ยวคนอื่น แต่ยังไม่ทันได้กล่าวคำขอโทษ ก็โดนน้ำอีกชุดสาดเข้มหน้าอีกครั้ง

“คุณ! มันเข้าปากเจนนะ”

“ก็คิดว่ากินน้ำปลาสิคุณ ฮ่าๆ” เคลย์ตันกวักน้ำใส่เธออีกรอบ

“นี่แหน่ะ! คุณกินบ้างไหมล่ะ” เธอแกล้งเขาคืนบ้าง

“ทำไมเล่นน้ำแบบนี้ ถ้าผมเกิดเหยียบเปลือกหอยจนเลือดสาด ผมเดินไปหาคุณไม่เจอ ผมจะทำยังไง” เขาแกล้งตำหนิเธอ

“คือ... ฉันเห็นว่าคุณนอนอาบแดดอยู่ ก็คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แล้วน้ำมันก็ใสมาก...”

“ก็เลยหนีงานมาเล่นน้ำว่างั้น”

“ก็ประมาณนั้นค่ะ” เธอยิ้มแหยๆ เพราะรู้ว่าตัวเองบกพร่องในหน้าที่

“งั้นไปตรงนู้นกันไหม ผมได้ยินเค้าพูดว่าปลานีโม่” เคลย์ตันชี้ไปที่กลุ่มคนจำนวนหนึ่ง ซึ่งห่างออกไปไม่ไกล

“เชิญคุณตามสบายเลยค่ะ ฉันไม่อยากรบกวน”

“เอาน่า... ผมไม่บอกใครหรอกว่าคุณอู้งาน” เขาพูดจบก็จับข้อมือเธอให้เดินตามไป จิรัชยาแม้จะตกใจที่เขาถึงเนื้อถึงตัว แต่เธอก็ปล่อยให้เขาเดินนำไปสักพัก เพราะเป็นอีกครั้งที่เธอรู้สึกว่าหัวใจเธอมันกระชุ่มกระชวยดีเหลือเกิน

“โอ้โห! เต็มเลยคุณ ดูสิ” เคลย์ตันดูท่าทางจะตื่นเต้นกว่าใครๆ เขาเหมือนเด็ก ที่เพิ่งเคยเห็นปลานีโม่ครั้งแรก ทั้งสองเพลิดเพลินกับปลาน้อยน่ารักอยู่สักพัก ก่อนจะเดินขึ้นมานั่งทานข้าวด้วยกัน เธอดูแลเขาอย่างดีตามหน้าที่ และด้วยบรรยากาศ ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและเล่นน้ำ หรือว่าคนตรงหน้าที่เจริญหูเจริญตาก็ไม่รู้ ที่ทำให้อาหารมื้อนี้สำหรับเธอนั้น... มันอร่อยเป็นพิเศษ

“ผมจะนอนอ่านหนังสือ คุณไปด้วยกันไหม”

“ไม่ค่ะ เจนรบกวนคุณมากแล้ว”

“โอเค... เดี๋ยวบ่ายสามโมง มาตามผมด้วยนะ”

“ค่ะ” เธอตอบรับคำสั่งและเก็บข้าวของตรงหน้าไปทิ้ง เพื่อไม่ให้เกิดความสกปรกขึ้นกับชายหาด และเวลาที่เหลือ เธอก็นั่งย่อยอาหารไปพร้อมกับการมองเขานอนอ่านหนังสือ ผู้ชาย... กล้ามท้อง... ทะเล... หนังสือ... รอยยิ้ม... เธอได้คำตอบกับตัวเองแล้วว่า เธอหลงเสน่ห์เคลย์ตันเข้าเต็มๆ

.

.

.

.........................................................................................................................


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ"

Anya.


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha