มาเฟียร้อนรัก

โดย: รมย์ธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : พี่ขอโทษ พี่ลืมคนเก่าไม่ได้


ตอนต่อไป

ณ โรงแรมแห่งหนึ่งย่านคลองตัน เวลาหกโมงเย็น ชายหนุ่มหน้าตาหล่อคมเข้ม ความสูงเกินหนึ่งร้อยแปดสิบ อกกว้างสะโพกปอด เขาคือ นเรน ภูระหงส์ ชายหนุ่มวัย สามสิบสามปี กำลังอยู่ในสภาพเปลือยกายนอนหายใจอ่อนระทวยอยู่บนเตียงกว้าง โดยมีหญิงสาวผมยาวรูปราวอวบอั๋นผิวกายขาวเนียนน่าจับ

หล่อนกำลังยุ่งอยู่กับการครอบงำความเป็นชายที่กำยำของชายหนุ่มอย่างเอร็ดอร่อย เสียงดูดดื่มสูบวิญญาณทำเอาชายหนุ่มที่กำลังนอนราบหายใจไม่ทั่วท้อง ยิ่งหล่อนกลืนกินเขาอย่างลึกล้ำแทบจะถึงคอหอย ก็ทำเอามือไม้จิกเกรงกอมกุมที่อกอวบอิ่มอย่างอดกลั่น

จนกระทั่งเขาใกล้จะทานทนต่อไปไม่ไหว ขยับกายพลิกให้หญิงสาว

นอนหงายเปิดทางสวาท แล้วจ่อความเป็นชายเข้าลึกล้ำภายในที่ชุ่มฉ่ำของเธออย่างคุ้นเคยเป็นอย่างดี หญิงสาวครางเสียงอ่อนผวาๆ กอดด้วยความเสียวซ่านที่ชายหนุ่มมอบให้

ทุกครั้งที่ชายหนุ่มถอนกายออกห่างร่างอวบอิ่มก็จะขยับสะโพกเข้าหาอย่างเรียกร้องให้เขารีบเข้าไปหาเธอ ชายหนุ่มไม่ขัดข้องขยับสะโพกเข้าออกอย่างเป็นจังหวะกระชั้นถี่ ความลื่นไหลอันชุ่มฉ่ำทำเอาไหลเยิ้มออกมายิ่งเริ่มอารมณ์ความร้อนแรงของทั้งสองอย่างเต็มที่

แล้วเมื่อหญิงสาวกรีดร้องดังร่างกายจิกเกร็งไปทั้งตัว ชายหนุ่มก็ถอดกายออกมา ปล่อยให้หญิงสาวทำหน้าที่ต่อดูดดื่มความเสียวซ่านของชายหนุ่มตั้งแต่โคนจรดปลาย ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนสะอาดหมดจด แล้วหล่อนก็กระดกลิ้นเลียริมฝีปากท่าทางพอใจ

ชายหนุ่มยิ้มกริ่มเดินเข้าไปล้างเนื้อล้างตัวในห้องน้ำอย่างสบายตัว เมื่อเดินออกมาก็เห็นร่างเย้ายวนจุดบุหรี่ขึ้นสูบ อย่างหนึ่งที่เขาไม่ค่อยชอบเกี่ยวกับเธอคนนี้คือหล่อนดูเจนจัดเกินไปสำหรับตนเอง เขาก็เดินไปหยิบเสื้อผ้าขึ้นมา

สวมใส่

“จะรีบไปไหนคะพี่เรน” หญิงสาวเอ่ยขานเสียงหวานฉ่ำ หล่อนมองดูชายหนุ่มที่คบหากันมาเกือบสัปดาห์ด้วยความหลงใหล

“พี่นัดเพื่อนไว้” ชายหนุ่มตอบขณะสวมกางเกง น้ำเสียงของเขาเอื่อยเฉื่อยแต่ก็ไม่ถึงกับเย็นชา

“ให้กุ้งไปด้วยนะ” หญิงสาวรีบเสนอตัว ด้วยหมายอยากจะเจอเพื่อนๆของ แฟนหนุ่ม อยากจะเปิดตัวในฐานะ แฟนสาว ของเขาเป็นครั้งแรก

“อย่าเลย กุ้งต้องรีบไปทำงานนี่” ชายหนุ่มหันมาตอบปฏิเสธ น้ำเสียงของเขาดูเศร้าหมอง แต่อีกฝ่ายยังจับน้ำเสียงของเขาไม่ได้

“หยุดก็ได้ ถ้าเพื่อพี่เรน” ร่างเย้ายวนเข้ามาโอบกอดจากด้านหลัง ซบซุกใบหน้าลงแผ่นหลังที่กว้างใหญ่ของชายหนุ่ม

“ไม่ต้องทำเพื่อพี่ขนาดนั้นหรอก” ชายหนุ่มหันกลับมาจับมือร่างบางออกจากจากกอดรัดหล่อน

“ทำไมคะ กุ้งรักพี่นะ” หญิงสาวสารภาพความในใจอย่างไม่เขินอาย

ชายหนุ่มหลบสายตาแล้วเดินไปหยิบกุญแจรถ โทรศัพท์มือถือ กระเป๋า

เงินใส่กระเป๋ากางเกง พร้อมสวมนาฬิกาข้อมือ หยิบเงินบางส่วนให้หล่อนเอาไว้

ใช้จ่ายเล็กน้อยเพราะรู้ดีว่าหล่อนทำงานไม่พอใช้ และที่ให้ก็เหมือนเป็นค่าน้ำร้อนน้ำชาที่มาหลับนอนด้วยกัน

ร่างอวบอิ่มเดินเข้าไปอาบน้ำแล้วนุ่งผ้าขนหนูเดินออกมาพร้อมกล่าว

“บ้านกุ้งอยู่ไกลจากที่ทำงาน กุ้งกะว่าจะไปนอนบ้านพี่เรนจะได้ตื่นสายๆไปทำงาน แล้วก็ได้อยู่กับพี่นานๆ ด้วย”

“อย่าเพิ่งเลยกุ้ง พี่ยังไม่พร้อม” ชายหนุ่มรีบหันกลับมาตอบท่าทางลำบากใจ เขาอึดอัดมากยิ่งขึ้นเมื่อหล่อนเริ่มแสดงตัวเป็นเจ้าของเขา

“ทำไมคะ ขนาดนี้แล้วยังไม่พร้อมอีกเหรอ” หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มที่ตอนนี้เขามีท่าทางไม่เหมือนตอนแรกที่ได้ขึ้นเตียง

“คือ...พี่...” ชายหนุ่มอึกอักเหมือนกำลังลังเลใจ เอาสองมือล้วงเข้าในกระเป๋ากางเกงถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ก็ไม่ยอมเปิดปาก

“ทำไมคะ” จนร่างบางต้องเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง

“พี่ขอโทษนะ พี่ยังลืมคนเก่าไม่ได้” ชายหนุ่มกล่าวอย่างไม่เต็มน้ำเสียงนัก เขามองหน้าร่างเย้ายวนเหมือนกำลังขอความเห็นใจ จากหัวใจที่ยังบอบช้ำ

ของตนเอง

“อะ...อะไรนะ ลืมคนเก่าไม่ได้” คำกล่าวของชายหนุ่มทำเอาหญิงสาวเหมือนถูกผลักตกเหว ก่อนหน้าที่จะคบหากันเขาไม่เคยพูดถึงคนเก่าให้ได้ยิน แต่ตอนนี้กลับลิ้นมาบอกว่าลืมคนเก่าไม่ลง แล้วคนเก่าที่ว่านี้เป็นใครมาจากไหนทำไมอยู่ๆ ถึงผุดเข้ามาในหัวใจเขา

“อื้อ” ชายหนุ่มพยักหน้าเบาๆ ท่าทางสำนึกผิด มองหน้าหญิงสาวตรงหน้าอย่างเห็นใจ

“แล้วที่เอาอยู่เมื่อกี้ เรียกชื่อกุ้งตลอดเนี่ย ทำไมลืมได้ล่ะคะ” หญิงสาวทำเสียงสูงใส่ อารมณ์หวานฉ่ำเปลี่ยนเป็นเกรียวกราดในทันที

“ก็นั้นมันตอนนั้น นี่มันตอนนี้” ชายหนุ่มพยายามอธิบาย ความรู้สึกภายในของตนเองที่ยังปั่นป่วน ไม่รู้จะพูดอย่างไรดีให้อีกฝ่ายได้เข้าใจ

“อ๋อ ตอนเอาลืมได้ แต่พอเอาเสร็จก็เลยจำคนเก่าได้งั้นเหรอ” ร่างบางเหมือนจะถึงบางอ้อ คำพูดของเขาในใจของเธอกำลังบอกชัดเจนว่ามันคืออะไร

“พี่ขอโทษนะกุ้ง” เขากล่าวอย่างสำนึกผิด ก้มหน้าก้มตาเหมือนน่าสงสารและน่าเห็นใจ ที่ไม่อาจจะมีคนรักคนใหม่ได้ เพราะหัวใจยังไม่ลืมความรักครั้งเก่า

ของตนเอง

“หลอกเอานี่หว่า” กุ้งชี้หน้าเสียงแข็งใส่ กระจ่างชัดเจนเลยตอนนี้ว่าตัวเองถูกเอาฟรีๆ ทั้งที่ตนมีใจรักให้ แต่กลับไม่ได้ใจรักจากเขาตอบกลับมา

“พี่ไม่ได้หลอกนะ ก่อนทำก็คิดว่ากุ้งจะแทนได้ แต่พอทำไปแล้ว...มันไม่ใช่” ชายหนุ่มกล่าวเสริม แต่ยิ่งพูดไปก็เหมือนยิ่งแก้ตัว

“แล้วนี่พี่จะเอายังไง” หญิงสาวยืนท้าวเอวย้อนถาม ตอนนี้เริ่มต้องการความรับผิดชอบจากการกระทำของเขา หมายจะผูกมัดเขาด้วยเรื่องความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง

“ไม่เอายังไงหรอก เราคงต้องจบกันแค่นี้” ชายหนุ่มกล่าวเหมือนจะตัดรอนความสัมพันธ์ เริ่มถอยห่างออกมาจากร่างบางขึ้นทุกที

“พี่เรน นี่พี่พูดจริงๆ เหรอ” หญิงสาวถลึงตาโตใส่ชายหนุ่ม

นี่จากใจเลยใช่ไหมที่เขาพูดออกมา หล่อนคิดอย่างแค้นเคือง

“อื้อ พี่ไปก่อนนะ พี่สายแล้ว” ชายหนุ่มพยักหน้าอีกครั้ง แล้วเปิดประตูเดินจากไปเพื่อเอาตัวรอดทันที

“พี่เรนกลับมาก่อนสิ พี่เรน...” ส่งท้ายด้วยเสียงของหญิงสาวที่กรีดร้อง

อย่างไม่พอใจ เธอออกมายืนตะโกนเรียกชายหนุ่มอยู่หน้าห้องพัก แต่ไม่กล้า

ออกมาฉุดรั้งเข้าเอาไว้ เพราะหล่อนไม่ได้สวมเสื้อผ้า มีเพียงผ้าขนหนูปกปิดสัดส่วนอันเย้ายวน

หล่อนมองร่างหนาของคู่นอนจากไปอย่างแค้นเคือง ชายหนุ่มถอนหายใจทันทีเมื่อเข้ามายืนในลิฟต์

ทำไม่ดีอีกแล้วไอ้เรน เขาต่อว่าตัวเอง แต่ภายในใจก็ไม่ได้รู้สึกผิดสักเท่าไร เขาเดินออกมาโยนพวงกุญแจรถในมือเล่นเหมือนจะสบายอารมณ์ แล้วก็ขับรถไปยังสถานที่ที่นัดกับกลุ่มเพื่อเอาไว้ทันที

 

ไม่นานรถคันหรูของชายหนุ่มก็ขับมาจอดที่ร้านอาหารซึ่งเป็นกึ่งผับ  เด็กรับรถยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ก็เพราะเขาเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของร้านนี้ โดยใช้ชื่อร้านว่า กามเทพ คลับ เขาเปิดร่วมกับเพื่อในกลุ่มที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ปวส.

ด้วยเพราะความที่ชอบเที่ยวกลางคืน รักสนุกเหมือนๆ กัน แถมกลุ่มนี้เป็นเพลย์บอยตัวพ่อที่หาตัวจับยาก และยังโสดสนิท พวกเขาแต่ละคนมีลักษณะนิสัยและบุคลิกในการจีบหรือหลอกลวงสาวๆ ที่แตกต่างกันออกไป สมาชิกของ

กลุ่มมีทั้งหมดแปดคน

และในทุกวันศุกร์พวกเขาจะต้องนัดมารวมตัวกันเพื่อนมาสังสรรค์ เจอหน้าพูดคุยกันถึงเรื่องต่างๆ ก็นอกจากร้านอาหารพวกเขายังเปิดบริษัทก่อสร้างด้วยกันอีก ทำให้ต้องมาพูดคุยกันในเชิงธุรกิจอยู่ตลอด และจัดเวรการเปิดร้านเพื่อสรุปบัญชีในทุกปลายสัปดาห์

นเรนเดินเข้าไปในภายในร้านพบกลุ่มเพื่อนๆ นั่งรอพร้อมหน้ากันอยู่ที่โต๊ะประจำ ท่าทางพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่เมื่อชายหนุ่มผู้มาใหม่เดินเข้ามาถึงกลุ่มเพื่อนๆ ก็พากันเงียบแล้วมองดูความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากสายตาของผู้มาสายในทันที

“ไงพี่เรน มาสายเหมือนเดิมนะ” ชายหนุ่มผิวขาวนัยน์ตาแขกกล่าวขึ้นอย่างสนิทสนม ที่เขาเรียกว่า พี่ เพราะตนเองเป็นน้องเล็กสุดของกลุ่ม เป็นรุ่นน้องที่วิทยาลัยเดียวกัน แต่ด้วยนิสัยใจคอทำให้คบหากันอย่างคุ้นเคย เขาคือ รามิล หรือ มีน ชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปี

“เออ กูขอโทษ” นเรนตอบด้วยน้ำเสียงไม่ได้มีความสำนึกผิดแม้แต่น้อย เพราะเป็นนิสัยส่วนตัวของตนเองและรู้ดีว่าเพื่อนๆ ค่อนข้างชิน

“แล้วเป็นอะไรหน้าตาเหมือนไม่มีความสุข ทั้งที่น่าจะไปมีความสุขมา” รามิลกล่าวต่ออย่างคึกคัก รู้ดีว่าพี่ชายเพิ่งไปสนุกสนานกับสาวเชียร์เบียร์ที่เพิ่งจีบได้ไม่นาน

“กูเลิกกับน้องเขาแล้ว” เรนกล่าวด้วยความรู้สึกเฉยชา หันไปโบกมือเรียกพนักงานเสิร์ฟ

“น้องๆ ขอแก้วหน่อย สั่งอาหารด้วย”

“อ้าวทำไม ทะเลาะกันเหรอ” วี หรือ วิวิธวีท์ เป็นผู้เอ่ยถามด้วยความอยากรู้ เขาคือชายหนุ่มผิวคล้ำ หน้าตานิ่งๆ แต่ยามยิ้มทรงเสน่ห์เพราะเขี้ยวที่มุมปากทั้งสองข้าง และลักยิ้มซึ่งน้อยนักที่ชายหนุ่มจะยิ้มให้ใครเห็น เขาเป็นเพื่อนอีกคนในกลุ่มของ กามเทพ คลับ

“เปล่า มันไม่ใช่ว่ะ กูเลยบอกเลิก” คนถูกถามตอบสีหน้าไม่บ่งบอกความรู้สึกอะไร ขณะที่กำลังอ่านเมนูอาหารพร้อมสั่งด้วยความหิว

“ไม่ใช่อะไรของมึง เพิ่งคุยกันได้อาทิตย์เดียว” วีเอ่ยถามต่อ เพราะเท่าที่จำได้ น้องกุ้งที่เรนพูดถึง เป็นสาวเชียร์เบียร์ที่ได้เบอร์มาจากการไปดื่มลานเบียร์แถวหน้าห้างชื่อดัง เมื่ออาทิตย์ก่อน

“ก็เออดิ คบแล้วมันไม่ใช่อ่ะ” นเรนตอบพลางสอดส่ายสายตามอง แล้วก็เห็นแขกสาวสาวผิวขาวหุ่นดีที่กำลังเดินผ่านไป ก็ทำเอาชายหนุ่มกล่าวเสียงอ่อน

เสียงหวานใส่

“แต่คนนี้อ่ะใช่เลย”

“อย่าเพิ่งนอกเรื่องดิ” วีทำดุใส่ แต่สายตาของตัวเองก็จ้องมองร่างสาวสวยคนนั้นไว้อยู่ก่อนแล้ว

“แล้วมึงบอกน้องเข้าไปว่าไง” นักพรต หรือ พต ชายหนุ่มที่ท่าทางเงียบที่สุดในกลุ่มเอ่ยถาม อย่างสนใจเรื่องราวต่อ

“กูขอโทษ กูลืมคนเก่าไม่ได้” เรนตอบด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉยไม่รู้สึกอะไร พร้อมยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม

“โธ่...มึงได้เขาแล้วนี่ มึงจะมาบอกเขาไม่ใช่ได้ไง” หนุ่ย หรือ อาเนช ชายหนุ่มท่าทางหรูหรากล่าวอย่างวางตัวเหมือนตำหนิเพื่อนหน่อยๆ

“ก็น้องเขาไม่ใช่จริงๆ นี่” เรนกล่าวย้ำไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำตำหนิของเพื่อนๆ

“กูละเชื่อมึงเลย เอาคำนี้มาบอกเลิกสาวอีกแล้ว” นัด หรือ ภูวนัตถ์ กล่าว

พร้อมกับส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจกับนิสัยเพื่อนรัก

“อย่าพูดเหมือนกูเป็นคนเลวหลอกฟันผู้หญิงสิ” คำพูดของชายหนุ่มผู้ถูกต่อว่าเหมือนจะขอความเห็นใจ แต่น้ำเสียงและท่าทางของเขากลับไม่ได้รู้สึกอะไร

อย่างที่คำพูดออกมา

“ไม่เหมือนอ่ะ เลวเลย” วีช่วยกล่าวเสริมทับถมอย่างสนุกปาก

“กูเลวขนาดนั้นเลยเหรอ” นเรนย้อนถาม ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มเหมือนจะย้อมใจ แต่สายตาของเขากลับกำลังส่งหวานซึ้งไปหาสาวงามโต๊ะข้างๆ

“เออ” เสียงของกลุ่มเพื่อนๆตอบกันมาเป็นเสียงเดียวกัน แล้วก็อมยิ้มกันอย่างรู้ความหมายกันเป็นอย่างดี

“ก็ถ้ากูเลวขนาดนั้น พวกมึงคบกูได้ไง ถ้าไม่นิสัยเหมือนกัน” คนถูกรุมย้อนถามหน้าตาย

“เฮ้ยๆๆๆ อย่าเหมารวม พวกกูคบส่วนที่ดี” วีรีบออกตัว จังหวะพอดีกับที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินเลี่ยงไปรับสาย

“อ้าวเหรอ” นเรนเลิกคิ้วสูงใส่มองคนที่ลุกเดินออกห่างไปแล้วไม่กล่าวอะไร

สักพักวิวิธวีท์ก็เดินกลับมาท่าทางกรุ่มกริ่ม ชายหนุ่มหยิบเงินในกระเป๋าส่งให้นักพรต แล้วทำท่าทางเหมือนจะปลีกตัว

“เออ กูไปก่อน”

“อะไรว่ะวี กูเพิ่งมาเองมึงจะไปแล้ว” นเรนทำเป็นบ่นใส่ มองหน้า

เพื่อนๆ ทุกคนที่ตอนนี้ก็ต่างไม่เข้าใจกับพฤติกรรมของวี พักหลังชายหนุ่มหน้านิ่ง

ค่อนข้างปลีกตัวกลับไปก่อนเป็นประจำ จะอยู่กินข้าวด้วยเพียงแค่ไม่เกินสองทุ่มก็จะขอตัวทุกที

“กูมีนัดว่ะ” ชายหนุ่มตอบพร้อมยกแก้วขึ้นดื่มให้หมดก่อนจะจาก

“ใครว่ะ” นักพรตอดไม่ได้ที่จะถามต่อ ชายตามองเพื่อนๆคนอื่นๆที่ส่งสายตาอยากรู้มาเหมือนกัน

“เพื่อนสาว” วีตอบใบหน้าอมยิ้มลากน้ำเสียงยาวใส่เหมือนจะมีเลศนัย

“เพื่อนสาวของมึงคนนี้ใครเนี่ย เรียกหามึงกี่ทีมึงก็ไปกับเขาทุกทีเลย”  ภูวนัตถ์ ชายหนุ่มร่างใหญ่ที่ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวนิ่งเงียบมาตลอดหันไปทักวีอย่างจับผิด

“ไม่มีอะไร ก็แค่เพื่อน” คนถูกจับผิดพยายามทำน้ำเสียงให้เหมือนไม่มี

อะไรแปลก

“เหรอ แล้วทำไมไม่พามาเจอพวกกูว่ะ” นเรนถามอย่างสนใน เมื่อได้ยินว่าเป็นเพื่อนสาวก็ชักอยากจะเห็นหน้าเห็นตาขึ้นมาทันที

“เพื่อนคนละกลุ่มไม่เกี่ยวกัน” วิวิธวีท์แก้ตัว ซ่อนความลับเอาไว้ภายใต้

ใบหน้านิ่งไม่มิด เพราะเมื่อถูกถามถึงเพื่อสาวคนสนิทก็ทำเอาเขารู้สึกใบหน้าร้อนวูบขึ้นมาทันที

“อะไรว่ะ” นักพรตทำน้ำเสียงเสียดาย

“เออๆๆ กูไปก่อนแล้วกัน” วีรีบโบกมือลากลุ่มเพื่อนๆแล้วจากไปในทันที ท่ามกลางสายตามึนงงของเพื่อนทั้งเจ็ดคน

เมื่อวิวิธวินท์จากไปเหล่าหนุ่มๆ ที่เหลือก็หันมามองหน้ากัน เพราะวีมักเป็นหัวโจกในการชวนเพื่อนๆ เที่ยวต่อ ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวผับบาร์ หรืออาบอบนวด ส่วนใหญ่วีจะเป็นคนเปิดประเด็นแทบทุกครั้ง แม้ภายนอกเขาจะดูนิ่ง แต่ภายในของเขามีแต่ความร้อนรุ่มแอบแฝง

“แล้วนี่เราจะเอาไงต่อ” นเรนหันมาถามเพื่อนคนอื่นๆที่ตอนนี้เริ่มก้ม

หน้าก้มตามองโทรศัพท์มือถือของตัวเอง พูดกับใครสักคนผ่ายทางเครือข่ายสังคม

ตามสมัยนิยม

“วันนี้เวรใครอยู่ปิดร้านล่ะ” นักพรตเอ่ยถามโดยไม่ละสายตามาจากหน้าจอมือถือขนาดใหญ่ เขากำลังติดพันการเล่นเกมอย่างสนุกๆ

“กูกับไอ้สัน” ผู้ตอบคือ หนุ่ม หรือ เมธพนธ์ ชายหนุ่มหน้าตาคมผม

หยักศกกล่าวแล้วชี้ไปทางสัน ที่ตอนนี้กำลังนั่งพูดคุยโทรศัพท์กับใครสักคนอยู่

“แล้วพวกมึงล่ะ” เรนหันไปถามเพื่อนคนอื่นๆ ทันที ความรู้สึกตอนนี้ไม่ค่อยอยากกลับบ้านสักเท่าไร

“ก็แล้วแต่พวกมึงอ่ะ ไปไหนก็ไปกัน” พรตเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ พร้อมไปได้ทุกทีที่เพื่อนนำเสนอมา

“กูอยากไปนั่งฟังเพลงว่ะ” อาเนชออกความคิดเห็น

“ที่ไหนพี่หนุ่ย” รามิลหันไปถามทันทีด้วยสายตางงหน่อยๆ

“ตะเกียง” คนอยากไปตอบ ด้วยเพราะเขาเป็นคนชอบฟังเพลงสไตล์เพื่อชีวิต มากกว่าจะไปเที่ยวตามผับตามบาร์

“ที่ร้านมึงไม่มีเพลงให้เหรอว่ะ” ทำเอานเรนหันมาย้อนถาม แล้วหันมา

มองสถานที่ที่นั่งอยู่ ร้านสุดหรูของพวกตนเอง แต่เพื่อนหนุ่ยกลับโหยหาจะไปนั่ง

ที่อื่นแทน

“มันไม่เหมือนกัน” หนุ่ยตอบอย่างรู้สึกเหมือนเพื่อนๆ ในกลุ่มไม่เข้าใจ ปกติแล้วคนที่พอจะไปกับเขาได้ก็คือวี แต่ก็ชิ่งหนีไปเสียก่อน

“มึงไปหาแผ่นมา กูเปิดให้ฟัง” เรนกล่าวอย่างประชดใส่ แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไร

“บรรยากาศมันไม่ให้ว่ะ” หนุ่ยส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วยกับความคิดของเพื่อนเรน

“แต่กูอยากไปอาร์ซีเอว่ะ ใครไปไหม” เรนจึงเสนอความต้องการของตัวเองบ้าง หันไปมองสบสายตาทีละคนจนสุดท้ายก็จบด้วยน้องชายสุดเลิฟ น้องมีน

“เออไปดิพี่เรน ผมกำลังอยากไปอยู่” รามิลตอบทันควันด้วยความรู้สึกเดียวกัน ทำเอาสถานที่เที่ยวของหนุ่ยเป็นอันตกไป

“มึงล่ะพรตไปกับกูไหม หรือจะไปฟังเพลงกับหนุ่ย” เรนทุกท่าทางคึกคัก หันไปหานักพรตที่ตอนนี้ละสายตาจากเกมหน้ามือถือ

ชายหนุ่มหนักใจกับสถานที่ทั้งสองของเพื่อน เมื่อหนุ่ยเองก็มองมา

เหมือนรอคำตอบ และเรนกับมีนเองก็คาดหวังจะให้เพื่อนไปหลายๆคน ส่วนตัวของเขาเองอยากไปเที่ยวผับ แต่ก็เห็นใจหนุ่ยที่ไม่มีใครไปด้วย จะตอบรับหรือปฏิเสธใครก็ทำไม่ลง

“กูกลับบ้านดีกว่าว่ะ ไม่อยากไปทั้งสองที่เลย” จนสุดท้ายชายหนุ่มผู้ใจ

น้ำแข็งก็ปฏิเสธทั้งสองฝ่าย เพื่อจะได้เท่าเทียมกัน

“เออๆ งั้นไปเหอะมีน” เรนรีบลุกขึ้นหันไปสะกิดน้องรักทันที

“ไปเลยเหรอพี่” ชายหนุ่มนัยน์ตาแขกทำตาโตใส่ พี่ชายของตนใจร้อนจริงๆ

“รออะไรล่ะ เดี๋ยวของดีๆ ก็ไปหมดหรอก” เรนทำน้ำเสียงระรื่นขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งที่เมื่อครู่ยังเพิ่งบอกว่าเลิกกับน้องกุ้งมาใหม่ๆ ตอนนี้กลับทำท่าทางเหมือนกำลังจะได้ไปหาเหยื่อรายใหม่อีกราย

“ตกลงจะไปเที่ยวหรืออะไร” นักพรตเงยหน้าถามเพื่อนอย่ารู้เท่าทัน

“ก็โต๊ะดีๆ ไปหมด” นเรนรีบเปลี่ยนความหมาย หันไปพยักหน้าให้น้องรักอีกครั้งเหมือนเร่งให้รีบลุก

“เออๆ เที่ยวให้สนุก” กลุ่มเพื่อนโบกมือลาเริ่มแยกย้าย หนุ่มและสันเข้า

ไปอยู่ในส่วนของออฟฟิตร้านอาหาร พตหนุ่ย และนัดแยกกันกลับบ้านหรือสถานที่ที่ตนเองอยากไป

นเรนและรามิล ขับรถไปถึงสถานที่เที่ยวยามราตรียอดนิยมของวัยรุ่น กลุ่มนักเที่ยวแต่งตัวกันหวือหวามากกมายเดินเรียงรายกันเข้าไปตามร้านที่ตนเอง

ชื่นชอบ ชายหนุ่มทั้งสอสอดส่ายสายตามองราวกับเสือร้ายจ้องมองเหยื่อ เห็นสาวๆ นุ่งสั้นๆ แล้วก็ทำเอารู้สึกคึกคักขึ้นมา

“มีนไปจองโต๊ะก่อน พี่จะไปหาที่จอดรถ” นเรนกล่าวพร้อมจอดรถให้ชายหนุ่มรุ่นน้องลง รามิลทำตามแต่โดยดี เมื่อน้องชายลงไปจากรถเขาก็ขับตรงไปตามเส้นทางเข้าลานจอด

 

และขณะที่เขากำลังระวังผู้คนที่เดินกันอย่างหนาตา ทางด้านมุมมืดของตึกสูงใหญ่ยามค่ำคืน ภายในตรอกเล็กๆ อันคับแคบ ประตูโทรมๆกำลังถูกแง้มออกมา เหมือนสองโลกที่อยู่สถานที่แห่งเดียวกัน เพราะภายในห้องที่สว่างจ้ามีแสงสีมากมายและสิ่งตกแต่งภายในที่ดูหรูหรา

ผิดกับมุมมืดด้านนอกราวกับสวรรค์และนรก แสงสว่างภายในตึก

สอดส่องออกมาให้มุมมืดได้เห็นเส้นทางหนี หญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังมองลอดช่องของประตูที่ถูกเปิด หล่อนทำท่าทางเหมือนกำลังหนีใครสักคน หันกลับไปมองตามแสงไฟที่ส่องสว่างแล้วค่อยๆใช้ปลายเท้าย่องออกมาทางประตู

เมื่อประตูถูกปิดอย่างเบามือ หล่อนก็รีบวิ่งออกมาอย่างไม่คิดชีวิต หนีหัว

ซุกหัวซุนเพื่อไปให้พ้นกับตรอกมืดอันแสนจะน่ากลัว ไปสู่หนทางสว่างเบื้องหน้า ขณะที่หล่อนวิ่งออกมานั้นเอง นเรนที่กำลังขับรถอยู่ไม่ทันระวังก็ได้ยินเสียงดังตุบที่กระโปรงหน้ารถของตัวเอง

“เห้ยยย...” ชายหนุ่มตกใจเมื่อรู้ว่าตนเองชนเข้ากับอะไรบางอย่าง หรือใครบางคน ใจหายวาบเมื่อเห็นผมยาวสยายขอหญิงสาวค่อยๆ หล่นไป

“ตายล่ะกู” เขารีบร้อนลงจากรถ ขณะที่คนถูกชนพยายามหันกลับไปมอง ณ.ตรอกอันมืดมิด แม้ตอนนี้หล่อนจะเจ็บขาแทบขาดใจ แต่ก็พยายามลุกขึ้นมายืน

“คุณเป็นอะไรไหม” ชายหนุ่มถามด้วยความเป็นห่วง มองหญิงสาวผิวขาวร่างอวบอิ่ม ผมยาวสยาย สวมชุดสีเหลืองทองเป็นเสื้อคอจีนและกางเกงแนบสัดส่วน

คนถูกถามไม่ตอบ ไม่หันหน้ามามองคนชนตัวเองสักนิดเดียว หล่อน

สนใจแต่ตรอกคับแคบที่เพิ่งหลบหนีมา เมื่อเห็นเงาของชายชุดดำออกมาตาม หล่อนก็วิ่งขึ้นไปนั่งในรถของคู่กรณีทันที ทำเอาคนขับตกใจรีบกลับไปขึ้นที่รถขอตัวเองด้วยความหวั่นหล่อนจะแอบขับหนีไป

“ทำอะไรของคุณน่ะ” ชายหนุ่มเข้ามานั่งในรถแล้วเอ่ยถามหญิงสาว

แปลกหน้า ที่ตอนนี้หล่อนกำลังก้มหน้าก้มตาเหมือนกำลังหลบใครอยู่

“ช่วย...ช่วยฉันด้วย” หญิงสาวกระซิบบอกเสียงหอบด้วยความเหนื่อย ชายตามองดูชายหนุ่มยังไม่ค่อยเต็มตา เพราะกำลังยุ่งอยู่กับการก้มหัวหลบให้พ้นสายตาของผู้ที่มองเข้ามา

“ช่วย?” เจ้าของรถมองดูหล่อนอย่างไม่เข้าใจ เขาพยายามก้มตามเธอโดยไม่มีเหตุผล พร้อมพยายามมองผ่านเส้นผมให้เห็นใบหน้าของหล่อน

“ฉันหนี... หนีมาเฟียมา” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาตอบแววตาร้อนรน แล้วหันไปมองตรอกมืดมิดที่ตอนนี้ไม่มืดเหมือนตอนแรกที่หล่อนวิ่งออกมา

“มาเฟีย?” ชายหนุ่มยังตามหล่อนไม่ทัน แต่ก็หันไปมองตามสายตาของเธอ เห็นชายชุดดำกำลังทำท่าทางเหมือนออกตามหาใครกันให้วุ่นวาย

“พวกมันจะจับฉันไปขาย ช่วยฉันด้วยนะ ฉันขอร้อง” มือบางเอื้อมมาจับ

มือหนาของชายหนุ่ม ทำน้ำเสียงวิงวอนร้องขอ

เมื่อเห็นหญิงสาวกำลังเดือนร้อนแล้วเขาจะนิ่งดูดายได้อย่างไรกัน  ยิ่งเมื่อกลุ่มชายชุดดำใกล้เข้ามา ถึงตอนนี้จะถีบเธอลงไปจากรถก็คงจะดูใจร้ายใจดำมากเกินไปหน่อย แล้วไม่รู้ว่าจะเป็นการทำบาปทำกรรมเพิ่มหรือเปล่า ที่หล่อนจะต้อ

ไปขายตัวเพราะเขาช่วยสนับสนุนไม่ช่วยเธอในตอนนี้

“ครับๆๆๆ จะให้ช่วยยังไง” เรนย้อนถามกลับ ตอนนี้รู้สึกเหมือนมืดแปดด้าน ไม่รู้จะช่วยหล่อนตามที่ร้องขอได้อย่างไร

“ช่วยพาฉันไปจากที่นี่ก่อน พวกมันกำลังมาใกล้แล้ว เร็วเถอะคุณ” หญิงสาวเสนอหนทางให้ พร้อมเร่งฝีเท้าของชายหนุ่ม

“ครับๆๆๆ” ชายหนุ่มรีบหันมาล็อกประตู จังหวะพอดีกับกลุ่มชายชุดดำที่เข้ามาใกล้ๆ เขาก็เร่งขับเคลื่อนรถออกไปในทันที

 

ขณะเดียวกัน ทางด้านของน้องชายสุดรักของนเรน ที่ถูกส่งตัวมาเป็นแนวหน้าในผับ หลังจากที่เขาได้โต๊ะที่มุมดีๆ มีสาวสวยให้นั่งมอง ก็เริ่มนั่งไม่อยู่กับที่ เมื่อผ่านไปเกือบครั้งชั่วโมงพี่ชายสุดเลิฟกลับยังไม่โผล่หน้ามาให้เห็น

“อะไรของพี่เรนเนี่ย หาที่จอดนานชะมัดเลย”

รามิลมองนาฬิกาแล้วมองนาฬิกาอีกจนต้องหยิบโทรศัพท์ออกมากดสายเรียกหา ขณะที่สายตาก็สาดส่องไปรอบๆ จนสายตาของเขาได้เจอเข้ากับนางฟ้านางหนึ่ง สาวร่างผอมสูงผิวขาวผมยาวตามสไตล์ ทำเอาหัวใจของชายหนุ่มเต้น

แรงไม่เป็นจังหวะ

แต่ก็เปลี่ยนสายตาไปทันทีเมื่อพี่ชายรับสาย เขาไม่ได้ทำน้ำเสียงหงุดหงิดใส่ เพราะกำลังอยู่ในอารมณ์หลงใหลหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า ทำให้น้ำเสียงที่ถามออกไปดูโหยหาอีกฝ่ายชอบกล แต่คนฟังก็ไม่ทันสังเกต

“พี่เรน หาที่จอดถึงไหนครับ”

“เอ้ยมีน พี่เข้าไปในร้านไม่ได้แล้วอ่ะ พอดีมีเรื่องด่วนเข้ามา” ปลายสายตอบขณะตั้งใจขับรถพาหญิงสาวแปลกหน้าหนี

“อะไรอ่ะพี่ ผมได้โต๊ะแล้วเนี่ย มุมดีด้วย” รามิลทำเสียงอ่อย เมื่อรู้ว่าคืนนี้ตนไม่อาจจะเที่ยวได้อย่างสนุกๆเหมือนอย่างเคย ทั้งที่คืนนี้เขาได้เจอสิ่งน่าสนใจเข้าให้แล้วแท้ๆ

“โทษทีมีน พี่ไม่ว่างแล้ว” คำเดียวที่ตอนนี้ชายหนุ่มจะตอบกลับมาได้

เพราะเขาเองก็ยังจับต้นสายปลายเหตุไม่ได้เท่าไร

“โห้...ทิ้งกันเฉยเลย” น้ำเสียงของคนจองโต๊ะเก้อทำเป็นผิดหวัง แต่สายตาของเขากลับกำลังลุกโชติช่วง เมื่อมองร่างงามที่กำลังออกลีลาเต้นอย่างเย้ายวน

“ไว้พี่ทดแทนให้วันหลังนะ” ชายหนุ่มที่พาหญิงสาวหลบหนีตอบ

“เร็วกว่านี้ได้ไหมคุณ” ขณะที่คนลบหนีกลัวจะหนีไม่พ้น ก็เอ่ยเร่งให้ชายหนุ่มมีสมาธิกับการขับรถมากว่าคุยโทรศัพท์

“เสียงใครอ่ะ พี่เรน” ทำเอาน้องรักต้องเอ่ยถามด้วยความสงสัย หรือพี่ชายเราจะไวไฟได้สาวหิ้วกลับบ้านสบายตัวไปเสียแล้ว

“ไม่มีอะไร แค่นี้นะ” นเรนรีบตัดบทวางสายอย่างไม่รอให้อีกฝ่ายเซ้าซี้ถามต่อ


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ชายเฉื่อยในกลุ่มต้องมาเจอกับหญิงสาวที่เป้นต้นเหตุให้เขาต้องเดือดร้อนมากมาย แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นถูกหลอกไปทั้งตัวและหัวใจ เขาจะเอาคืนเธอได้อย่างไรติดตามเรื่องราวได้ในมาเฟียร้อนรัก"

รมย์ธีรา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha