มาเฟียร้อนรัก

โดย: รมย์ธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : แผนพาหนี


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“แล้วมันเกิดเรื่องบ้าอะไรเนี่ย ใครมันทำพี่ผม” รามิลข้องใจอย่างหนัก เดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำส่งให้คนบาดเจ็บได้เช็ดเนื้อเช็ดตัว

“แล้วนี่มาทำไม” นเรนถอดเสื้อที่เลอะเทอะออก แล้วเดินไปหยิบเสื้อตัวใหม่มาสวมใส่ จัดเสื้อผ้าให้แอนนาเบลใหม่อีกชุด เพราะของเก่าเปื้อนไปหมดแล้ว

“ผมจะมาถามพี่เรื่องเมื่อคืนแระ โทรหาก็ปิดเครื่อง เป็นห่วงก็เลยมาหาที่บ้าน” รามิลกล่าวอย่างนึกขึ้นได้ แล้วมองหน้าพี่ชายอย่างรอคำตอบ

“มือถือแบตหมด พี่ยังไม่ได้ชาร์ตเลย” นเรนหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง เขาเองก็ลืมไปเหมือนกันถึงว่าไม่มีใครโทรหาเลยทั้งวัน

“แล้วตกลงเมื่อคืนมันยังไงพี่” รามิลถามย้ำอีกครั้ง มองหน้าพี่ชายที่สนิทซึ่งตอนนี้ใบหน้าเริ่มบวมช้ำอย่างเห็นได้ชัด ริมผีปากห้อเลือดบวมเจ่อ

“เอาไว้เล่าทีหลังได้ไหม ตอนนี้พี่รีบ” นเรนไม่ได้สนใจคำถาม หันไปมองนาฬิกาแล้วก็รู้สึกใจร้อนรุ่ม เพราะขนาดตัวเขาเองยังโดนซ้อมขนาดนี้ หากคนเหล่านั้นจับหญิงสาวได้ จะไม่ถูกรุมโทรมเลยหรืออย่างไร ความคิดเป็นห่วงและอยากปกป้องเริ่มก่อตัว

“รีบไปไหนอีก” มีนเบิกตากว้างใส่คนร้อนรน หยิบข้าวของใส่ถุงได้ก็หยิบกุญแจรถขึ้นมาถือไว้ในมือ ท่าทางเหมือนกำลังเลใจบางอย่าง

“มีคนรออยู่ พี่ไปก่อนนะ” เรนตอบ ขณะที่ในสมองก็เริ่มชั่งใจ เขาจะเอารถของตัวเองไปดี หรือว่าจะยืนรถน้องชายไปก่อนดี เพราะกลัวจะถูกตามตัวเจออีก แต่สุดท้ายก็ยังไม่กล้ารบกวนน้อยชาย ก็รถใหม่ป้ายแดงใครๆก็หวง เลยไม่กล้าจะออกปาก

“อ้าว อะไรของเขา” ชายหนุ่มรุ่นน้องมองท่าทางของพี่เรนที่ดูแปลกๆไปชอบกล เดินตามออกมาจากในบ้าน มองดูพี่โยนของใสรถแล้วเปิดประตูรั้ว

“ปิดบ้านให้ด้วย นี่กุญแจ” นเรนโยนกุญแจบ้านให้กับน้องชายที่แสน

สนิท แล้วขึ้นไปนั่งรถเตรียมพร้อมจะขับออกไป

“แล้วจะเข้าร้านไหมพี่” รามิลเดินเข้ามาเกาะกระจกข้างคนขับ

“เข้าๆๆ เย็นๆ” ชายหนุ่มตอบน้ำเสียงรีบๆ แล้วขับรถจากไปในทันที ท่ามกลางความรู้สึกมึนงงของผู้ที่มาหาอย่างมีน

 

ทางด้านแอนนาเบล หล่อนรอคอยคนใจดีนานพักใหญ่ จนกระทั่งเริ่มแปลกใจชายหนุ่มไปซื้อของกินนานเกินไป จนใจหล่อนชักจะหวาดหวั่นนั่งไม่อยู่สุก ลุกขึ้นเดินไปเดินมาอยู่ในห้องส่องหน้าต่างพลางครุ่นคิด

“หรือจะเปลี่ยนใจหนีเราไปแล้ว แต่คงไม่หรอก ไม่งั้นจะเขียนข้อความทิ้งไว้ทำไม”

“แต่ไปนานจังหรือจะเกิดอะไรขึ้น” หญิงสาวเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี หายใจไม่ค่อยทั่วท้อง

“หรือว่าพวกนั้นจะตามพี่เรนเจอแล้ว...โอ้ย ไม่อยากจะคิดเลย”

หญิงสาวมีท่าทางสับสนและหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งลูกบิดประตูห้องพักของเธอขยับ ร่างบางก็ใจเต้นระทึก ลุ้นว่าใครเป็นผู้เปิดประตูเข้ามา แล้วเมื่อเห็นร่างสูงของชายที่แสนดี ก็ทำเอาหายใจโล่งขึ้นมา แต่เมื่อเห็นสภาพใบหน้าของเขา หัวใจของเธอก็หล่นวูบลงไปอยู่ตาตุ่ม

“เกิดอะไรขึ้นคะ พี่เรน ทำไมเป็นแบบนี้” หล่อนวิ่งเข้าไปหานเรน เข้าประคองร่างสูงอย่างร้อนใจ จับใบหน้าของเขาพลิกไปมา

“พี่เจอลูกน้องพวกมาเฟีย คงมาตามตัวแอนกลับ” เรนกล่าวน้ำเสียงแผ่ว รู้สึกโล่งใจเมื่อรู้ว่าหญิงสาวยังคงปลอดภัยดี

“ทะเบียนรถ แน่ๆ แอนขอโทษนะที่เป็นต้นเหตุ” แอนนาเบลกล่าวด้วยความมั่นใจ เธอรู้ความสามารถในการติดตามของคนเหล่านี้เป็นอย่างดี

“ไม่เป็นไร แบบนี้พี่คงกลับบ้านไม่ได้สักพัก” นเรนฝืนยิ้มออกมา มองดูหญิงสาวที่ตอนนี้กุรีกุจอเอาผ้าขนหนู ยาหมองมาทาหน้าตาตัวของเขาให้วุ่นไปหมด

“พวกมันคงตามเจอ แล้วก็ซ้อมพี่เรน แอนทำให้พี่เรนเดือนร้อน” แอนแววตาซึมเศร้าที่เป็นต้นเหตุให้คนแสนดีอย่างเขาเจ็บตัว

“ไม่เป็นไร” ชายหนุ่มเชยใบหน้างามขึ้นมามอง ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ภายในใจของเขาไม่นึกกล่าวโทษเป็นความผิดของหล่อนเลยสักนิดเดียว

หญิงสาวก้มหน้าหลบสายตา บางอย่างที่เกี่ยวกับตัวเธอซึ่งเขาไม่ได้บอกความจริง กำลังร้อนร้นที่อยากจะเปิดเผยตัวเองให้เขาได้รับรู้ ความจริงที่ทำไมเขาถึงต้องถึงกับถูกซ้อม แต่หญิงสาวก็ไม่กล้าเปิดปาก เพราะกลัวจะถูกชายหนุ่มแสนดีคนนี้เกลียดเอา

ความรู้สึกตอนนี้ของหล่อนชักอยากจะปลีกตัวออกห่าง เพื่อความปลอดภัยของตัวของชายหนุ่มเอง เพราะชื่นอยู่กับเขาต่อไป ไม่รู้จะเกิดเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้นกับเขาบ้าง ดีไม่ดีเขาอาจจะถูกคนเหล่านั้นฆ่าเอาได้ง่ายๆ เพราะตนเองเป็นต้นเหตุ

“แล้วจะเอายังไงต่อดี” นเรนเห็นหล่อนเงียบก็หยั่งเสียงถามความเห็น สายตาของเธอตอนนี้ดูคิดหนักเหมือนกำลังลังเลใจอะไรบางอย่าง

“แอนว่า... เราแยกทางกันเถอะค่ะ” แอนนาเบลกล่าวเสียงแผ่วเบา สิ่งที่เอ่ยออกมามันช่างเป็นสิ่งที่ค้านกับหัวใจของเธอเหลือเกิน

“เฮ้ย... ทำไมล่ะ” นเรนได้ยินดังนั้นก็ตกใจ ทำไมอยู่ๆหล่อนถึงพูดออกมาแบบนี้ ทั้งที่เขาตั้งใจไว้ว่าจะช่วยเหลือเธอให้ถึงที่สุดเพราะความสงสาร

“แอนไม่อยากทำให้พี่เรนเดือดร้อนไปมากกว่านี้” หญิงสาวกล่าวออกไป

จากใจ มองดูร่องรอยที่เขาทุกทำร้ายแล้วรู้สึกทรมานใจตัวเอง

“ไม่เลย แค่พี่ไม่กลับบ้าน พวกมันก็ตามไม่เจอแล้ว” เรนกล่าวราวกับ

ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต เพราะไม่ว่าจะช่วยหรือไม่ช่วยเธอ เขาก็คงต้องหนีคนเหล่านี้ไปสักระยะอยู่แล้ว

“แล้วรถล่ะคะ ยังไงพวกมันก็ตามรถเจอ” หญิงสาวกล่าวรอบคอบเป็นอย่างดี รู้สึกใจชื้นขึ้นมาเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มหมายใจจะช่วยเหลือให้ตลอดรอดฝั่ง

นเรนนิ่งไปพักหนึ่ง ก็ดีดนิ้วยิ้มกว้างขึ้นมาทันที

“ไม่เป็นไรเรื่องนั้น เดี๋ยวเย็นนี้พี่เอารถของพี่ไปเปลี่ยนกับของเพื่อนพี่ก็ได้”

“แต่เพื่อนพี่อาจจะเดือดร้อนต่อ” ตัวตนเหตุยังคงหวั่นใจ ความเดือดร้อนจากตัวเธอกำลังจะบานปลายไปถึงผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องมากขึ้นเรื่อยๆ

“ไม่หรอก พี่ก็แค่จอดรถเอาไว้ที่อื่นก่อนชั่วคราว แล้วก็เอารถเพื่อนพี่ไปแทน” นเรนกล่าวราวกับคิดเอาไว้อย่างรอบคอบดีแล้ว

“แล้วเพื่อนพี่จะยอมเหรอคะ” แอนชักไม่แน่ใจว่าแผนนี้จะได้ผล

“ก็ต้องลองคุยดู” ชายหนุ่มแววตาเชื่อมั่นเพิ่มความมั่นใจให้กับหญิงสาว

ความรู้สึกของเขาตอนนี้มันบรรยายไม่ถูก ทั้งที่จะทิ้งหล่อนไปเฉยๆ ก็ทำได้ แต่เขาก็ไม่อยากทำ

“แล้ว... เราจะไปไหนกันดีคะ” หญิงสาวยิ้มบางๆ รู้สึกหัวใจพองโตกับ

รอยยิ้มและความช่วยเหลือที่ได้รับจากชายหนุ่ม

“แอนอยากไปไหนล่ะ พี่จะพาไป” เขากล่าวเหมือนการหนีครั้งนี้เป็นเรื่องสนุก ถือเป็นการหนีเที่ยวไปในตัว แถมยังได้ไปกับสาวสวยอย่างหล่อน หึ หึ หึ อีกใจหนึ่งของเขาก็ยังคาดหวังในตัวเธอไม่น้อย

“พี่จะยอมทำเพื่อแอนขนาดนั้นเหรอคะ” คำพูดแสนดีของชายหนุ่ม ทำเอาเธอซาบซึ้งหนักกว่าเดิม มองดูเขาแววตาเป็นประกายประทับใจ

“พี่เป็นห่วง ไม่รู้สิ เหมือนลงเรือลำเดียวกันแล้วจะให้พี่ทิ้งแอนที่ไม่มีที่ไป พี่ทำไม่ลงหรอก” เรนกล่าวไปตามที่รู้สึกจริงๆ แต่ก็ไม่ใช่ความรู้สึกทั้งหมดที่เกิดขึ้น

“อีกอย่าง ถ้าพวกมันหาตัวแอนไม่เจอ ก็ต้องมาตามหากับพี่อีกจนได้ เพราะพี่เป็นคนพาแอนมา”

“นั่นสิคะ แล้วเราจะหนีไปได้อีกสักแค่ไหน” หญิงสาวถอนหายใจอย่าง

เหนื่อยอ่อน เริ่มรู้สึกเหมือนคิดผิดไปที่หนีออกมาแบบนี้ ณ ขณะนั้นเธอคิดแต่จะหนีเอาตัวรอดออกมา ไม่ได้คิดถึงหนทางข้างหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว พอมาเจอแบบนี้เขาก็ทำเอาลำบากใจ

“ก็จนกว่าแอนจะหาที่อยู่เหมาะๆ ได้ ตอนนี้แอนก็ถือเป็นความรับผิดชอบของพี่” นเรนเอื้อมมือไปกุมมือบางของหญิงสาวเอาไว้มั่น

“พี่เรน... แอนขอโทษ” ร่างบางมองมือที่ถูกกุม ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้าในจิตใจ ทำเอาความรู้สึกผิดเริ่มก่อตัวมากยิ่งกว่าเดิม

“ไม่เป็นไรครับ ไม่ใช่ความผิดของแอนเลย ที่ต้องเจอชะตากรรมเลวร้าย” ชายหนุ่มกล่าวอย่างเห็นใจหญิงสาวที่โชคร้ายถูกขายให้มาเฟีย

“คือ... มัน... มันไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะพี่เรน” แอนนาเบลเริ่มอ้ำอึ้ง หลบสายตาเห็นใจของชายหนุ่มอย่างรู้สึกผิดต่อเขา พยายามจะเอ่ยปากถึงความจริงบางอย่างในตัวเองให้เขาได้รับรู้

“ไม่ต้องพูดแล้ว ทานข้าวเถอะ แล้วอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เย็นๆค่อยออกไปหาเพื่อนพี่ที่ร้าน” แต่ชายหนุ่มก็ส่ายหน้ายิ้มให้อย่างเข้าใจ

“ค่ะ” คำสารภาพถูกรอยยิ้มของเขากลืนเข้าไปในอก เอาไว้มีโอกาส

เหมาะๆ ก่อนจะเดินทางหล่อนค่อยบอกความจริงทุกอย่างให้เขาฟังก็คงไม่สายเกินไป

หญิงสาวจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ที่ชายหนุ่มนำมาให้ แต่ทว่าเสื้อผ้าของน้องสาวที่เขาเอามามันเล็กไปนิดหน่อย ทำให้เมื่อหญิงสาวสวมใส่เข้าไปเลยยิ่งเน้นความอวบอิ่มของหล่อนทำให้เขายิ่งกลืนน้ำลายลงคออันแห้งผาก แถมตอนนี้ใบหน้างามไม่มีเครื่องสำอางปกปิด

ชายหนุ่มได้เห็นความคมคายของใบหน้าที่ไร้สีสัน ความสดใสของวัยแรกสาวผิวพรรณเนียนนุ่มยิ่งน่าสัมผัสกว่าเดิม เรียวขาสูงยาวเกือบจะเท่าๆความสูงของเขาเลยทีเดียว สะโพกก็งอนงามได้รูปสวยน่าจับ บอกได้จากใจเลยว่าหญิงสาวคนนี้หุ่นดีราวกับนางแบบมาเอง

“มีอะไรรึเปล่าคะพี่เรน” หญิงสาวเห็นเขาจ้องมองตาแทบไม่กระพริบก็เอ่ยถามแบบเขินๆ

“ปะ...เปล่าครับ ทานข้าวกันเถอะ” ชายหนุ่มหลบสายตาเมื่อถูกจับได้ แล้วทั้งสองก็จัดการอาหารด้วยความหิว ชายหนุ่มกินได้ลำบากเพราะปากที่บวมเจ่อ หญิงสาวก็แสนดีช่วยป้อนให้กับเขาอย่างเอาใจ ทำเอาอาหารมื้อนี้รสหวาน

ราวกับน้ำผึ้ง

หลังจากทานอาหารเสร็จ ชายหนุ่มทำท่าทางระบบปากเพราะกินของเผ็ดแบบลืมความเจ็บของตัวเอง ก็ทำเอาหญิงสาวถามด้วยความเป็นห่วง

“พี่เรนเจ็บมากไหมคะ”

“ไม่แล้วครับ” ชายหนุ่มส่ายหน้าฝืนตอบ ทั้งที่ตอนนี้รู้สึกปวดตุบๆ ที่มุมปากน้ำตาแทบจะไหล แต่ก็รักษาฟอร์มเอาไว้ก่อน

“แล้วอิ่มไหม” หล่อนมองดูชายหนุ่มที่กินข้าวไปแค่ไม่กี่คำที่ตนเองป้อนไปเท่านั้น

“อิ่มมากเลย ไม่คิดว่าอาหารที่ซื้อข้างทางจะอร่อยแบบนี้ คงเพราะมีคนป้อนดี” ชายหนุ่มตอบวาจาหวานฉ่ำราวกับกำลังจีบหญิงสาว

“พี่เรนนี่ นอกจากแสนดีแล้วยังจะปากหวานด้วยนะคะ” แอนนาเบลใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที พลันคิดใจใน

เขาเป็นคนพูดจาแบบนี้กับสาวๆ ตลอด หรือว่าแค่กับเธอนะ

“ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราอยู่กับใคร” ชายหนุ่มส่งแววตาหวานซึ้งไปให้หล่อนไม่หยุด ภายในใจนึกอย่างคาดหวัง

เอาน่าไอ้เรน เวลาอีกหลายชั่วโมงก่อนจะออกไปหาเพื่อนๆที่ร้าน เผื่อคำหวานของตัวเองจะทำให้รู้ซึ้งถึงสิ่งที่ตนเองปรารถนาภายใน

“แล้วกับแอนนี่...” หญิงสาวยังไม่รู้ตัวเอง ว่ากำลังจะหลงคาราม และตกกลายเป็นเหยื่อของเสือหิว ให้กับชายที่หล่อนเทิดทูลว่าแสนดี

“น่ารัก น่าปกป้อง” นเรนตอบคำถามของเธอได้ราวกับรู้ใจ เขาบีบมือหล่อนหนักขึ้นอย่างมีความหมาย

ตอนนี้แหล่ะไอ้เรน โอกาสมาถึงปากแล้ว เขาบอกกับตัวเอง

“แอนเอาขยะไปทิ้งก่อนนะคะ” แอนนาเบลหน้าแดงซ่านรู้สึกร้อนวูบวาบภายใน จนต้องปลีกตัวออกออกห่าง เดินไปเก็บถุงขยะแก้เขิน

“พี่เอาไปเองครับ ออกไปข้างนอกเดี๋ยวเกิดพวกมันอยู่แถวนี้” ชายหนุ่มลอบเสียดาย ลุกเดินตามไปแย่งขยะในมืออย่างเสนอตัว

“ค่ะ” คนเขินจัดไม่กล้าสบสายตา พยักหน้าแล้วเดินเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำ เมื่อประตูห้องน้ำถูกปิด หญิงสาวก็จับใบหน้าที่ร้อนวูบวาบของตัวเอง

อะไรกันความรู้สึกแบบนี้ ใจเต้นแรงเลย พี่เรนจะรู้ไหมนะว่าเรา... บ้าๆๆๆ หญิงสาวบอกกับตัวเองด้วยความรู้สึกว้าวุ่น

ขณะที่ชายหนุ่มเองก็อดไม่ได้ที่จะคิด

อะไรว่ะ ขนาดนี้ยังไม่รู้อีกรึไง หรือเล่นตัวดูเชิงไว้ก่อน เอาน่า ยังไงก็คงหนีไม่พ้นหรอก

 

ณ ร้านกามเทพคลับ วันนี้กลุ่มหนุ่มๆ กามเทพเข้ามารวมตัวที่ร้านไว้กว่าปกติ เพราะหลังจากได้ยินข่าวเรื่องการถูกทำร้ายของเพื่อนสนิท ก็พากันเป็นห่วงและรีบมารอเพื่อสอบถามเอาความจริง ทำเอานเรนเองก็เร่งเดินทางมาหาเพื่อนๆที่ร้านก่อนเวลานัดหมาย

เมื่อมาถึง แอนนาเบลก็เดินตามชายหนุ่มท่าทางตื่นเต้น หล่อนไม่เคยได้ออกมาดูแสงสีตอนกลางคืนมานานแล้ว ทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจ ยิ่งเมื่อเดินเข้ามาใกล้ๆ เห็นกลุ่มชายหนุ่มกลุ่มใหญ่กำลังนั่งพูดคุยกันอยู่  แต่ละคนสายตาจ้องมองเธอและนเรนเป็นตาเดียว

“น้องแอน นี่เพื่อนๆ พี่” ชายหนุ่มแนะนำหญิงสาวให้รู้จักกับเพื่อนๆของเขาแบบรวมๆ

“สวัสดีค่ะ” แอนนาเบลยกมือไว้ เพราะเข้าใจว่าทุกคนคงอายุเข้าเลขสาม

ไปหมดเรียบร้อย

“ครับ สวัสดีครับ” เหล่าหนุ่มๆ กามเทพคลับต่างพากันรับไหว้ด้วยใบหน้ายิ้มแบบมีเลศนัย ต่างพากันยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มแล้วส่งสายตากันอย่างมีเจ้าชู้

“พี่เรนจอดรถไหน ถึงเดินมาทางนั้น” รามิลที่รอคอยการมาของพี่ชายที่สุด สังเกตเห็นนเรนเดินเข้ามาทางข้างทาง ไม่ได้เดินเข้ามาทางลานจอดรถ

“พี่ไม่ได้เอารถมา” นเรนตอบไม่เต็มปาก ขณะขยับเก้าอี้ให้หญิงสาวข้างกายร่วมกลุ่ม เป็นครั้งแรกที่เขาพาผู้หญิงเข้ามาเจอเพื่อนๆ กลุ่มนี้ของตนเอง

“อ้าว แล้วทำไมไม่เอามา” นักพรตถามต่อด้วยความสงสัย

“กูไม่อยากขับมาว่ะ” คนถูกถามตอบแบบเลี่ยงๆ หันไปมองหน้าแอนนาเบลที่ตอนนี้กำลังยิ้มเจื่อนๆ ให้กับเขา ด้วยความเข้าใจดีถึงความอึดอัดใจ

“ทำไมพี่ กลัวพวกมันตามตัวเจอเหรอ” มีนกล่าวเข้าประเด็นทันที ทำเอาเพื่อนทุกคนหยุดการดื่มเหล้าสนุกสนาน หันมาสนใจกับคำตอบของเรน

“อื้อ” คนถูกซักไซ้พยักหน้าเบาๆ ขณะที่หญิงสาวเอื้อมมือบางไปกุมมือหนาของชายหนุ่มอย่างเห็นใจ

“เฮ้ย จริงเหรอว่ะ ที่มึงโดนมาเฟียรุมกระทืบอ่ะ” วีช่วยต้อนอีกคน ด้วยความอยากรู้เรื่องราวและความเป็นมาของเหตุการณ์

“อื้อ” คนถูกถามได้แต่พยักหน้า ตอนนี้ในหัวเริ่มเรียบเรียงคำพูดต่างๆที่จะพูดให้เพื่อนๆในกลุ่มเข้าใจตนและเห็นใจหญิงสาว

“เรื่องมันยังไง” นักพรตหน้าเครียดใส่

“คือ... เมื่อคืนกูไปเจอน้องเขามา” ชายหนุ่มเริ่มเปิดปากอย่างใจเย็น ขณะที่หญิงสาวมองดูชายหนุ่มแววตาเป็นประกายหวานซึ้งราวกับกำลังให้กำลังใจเขา

“เจอ? ที่ไหนยังไง?” คนใจร้อนอย่างอาเนชต้อนอีก

“ใจเย็นๆ ดิ กำลังจะเล่าให้ฟังเนี่ย” คนเล่าก็หน้าเคร่งใส่ แล้วค่อยๆ เปิดปากตั้งแต่ต้นเรื่องที่ได้เจอหญิงสาว จนกระทั่งถึงตอนที่เขาถูกรุมทำร้าย รวมถึงข้อสันนิฐานของการติดตามตัวเจอของพวกมาเฟียอีกด้วย ก็ยิ่งทำให้คนฟังรู้สึกหวั่นใจแทนเพื่อนสนิท

“แอนโชคดีมากที่มาเจอพี่เรน เพราะถ้าไม่ใช่พี่เรน ป่านนี้ไม่รู้แอนจะเจออะไรบ้าง พี่เรนให้เกียรติ์แอนมากๆ ลงทุนนอนกับพื้นให้แอนนอนบนเตียงสบายๆ” แอนกล่าวเสริมอย่างปกป้องเกียรติ์ตัวเอง ไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดว่าใจง่ายหนีร้อนมาผึ่งเย็น แต่สุดท้ายก็ตกเป็นของนเรนอยู่ดี

“เพื่อนพี่ก็นิสัยดีแบบนี้แหล่ะ” วีกล่าวอย่างยกยอเพื่อนรักด้วยใบหน้ายิ้มๆ อย่างมีนัยแอบแฝง

“โห่ แต่ทำไมพวกมันโหดกันจังเลยว่ะ” พตยังคงทำหน้าตาจริงจัง มองดูร่องลอยที่เพื่อนถูกทำร้ายที่ยังคงหลงเหลืออยู่ไม่น้อย

“เออดิ กูก็ไม่คิดว่าพวกมันจะตามตัวเจอเร็วขนาดนั้น” นเรนพยักหน้า เอื้อมมือขึ้นมาจับแผลที่มุมปาก ความร้าวระบมยังคงไม่จางหายไป

“ดีนะเมื่อคืนไม่พาไปนอนที่บ้าน” รามิลกล่าวเสริมอย่างเข้าใจ เหตุผลที่ตนต้องถูกทิ้งไว้กลางผับชื่อดัง

“เออดิ กูคิดล่วงหน้าไว้แล้วไง ถึงพาไปโรงแรม” นเรนทำทีเป็นฉลาดคิดเท่าทัน ทั้งที่ตอนนั้นเขาไม่ไว้ใจหล่อนมากกว่ากลัวพาไปบ้านแล้วจะถูกปล้น

“เหรออออ” กลุ่มเพื่อนพากันพยักหน้าตามเหมือนจะเชื่อความคิดของชายหนุ่ม ที่จริงเรนคงหวังจะได้ร่างงามมากกว่าถึงได้พาเข้าโรงแรม

“พี่เรนใจดีมากๆค่ะ แอนต้องขอบคุณพี่เรนมากๆ” หญิงสาวไม่ทันใคร

ยังคงซาบซึ้งต่อเนื่อง ยิ่งได้มาเจอเพื่อนๆ ของชายหนุ่มเธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีคนช่วยเหลือเพิ่มขึ้นมา

“แล้วนี่น้องแอนจะเอายังไงต่อ” นักพรตยังคงเป็นห่วงต่อเนื่อง หันไปถามเสียงเครียดเพราะยังไม่วางใจในสถานการณ์

“กูจะพาน้องเขาไปต่างจังหวัดหลบร้อนสักพักว่ะ” นเรนเป็นผู้ตอบแทน เพราะเขาและเธอได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

“เหรอ หลบร้อน” เพื่อนวีและน้องมีนหันมาถามเป็นเสียงเดียวกัน ส่วนคนอื่นแม้จะไม่เอ่ยออกมาก็พากันมองหน้ากันอย่างรู้ความหมายแอบแฝง

“เออดิ ให้เรื่องมันซาๆ ไปก่อน” นเรนตีหน้าตายเหมือนจะจริงจัง เพราะตอนนี้แอนนาเบลเองก็ทำสีหน้าลำบากใจกับการหลบร้อนในครั้งนี้เพราะกลัวจะหลบไม่พ้น

“แล้วจะไปยังไง ขับรถก็ตามตัวเจออยู่ดี” วีกล่าวด้วยความเป็นห่วง ในหัวพลอยช่วยคิดหาทางออกให้เพื่อนอีกคน

“ก็ว่าจะยืมรถพวกมึงสักคัน กูให้กุญแจรถกูไว้เลย เดี๋ยวบอกที่จอดให้” นเรนพูดไม่เต็มปากเท่าไร แต่โยนกุญแจรถไปที่กลางโต๊ะ ให้ใครก็ได้ที่พร้อมจะ

ช่วยเหลือ

แต่กลุ่มเพื่อนเงียบๆ มองหน้ากันอย่างลำบากใจ ไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วย แต่ก็กลัวตัวเองจะเดือนร้อนไปด้วย จนสุดท้ายคนที่มีรถหลายคันที่สุดก็เสนอตัว

“เออๆ งั้นเอารถกูไปก็ได้ ที่บ้านมีหลายคันอยู่” วิวิธวินท์หยิบกุญแจรถให้กับเพื่อนรัก วางใจอย่างหนึ่งว่าเรื่องร้ายจะไม่เข้ามาก้าวกลายตนและครอบครัว ก็ตรงที่รถคันนี้ไม่ใช่ชื่อของคนที่อยู่ภายในบ้าน แต่เป็นชื่อของอาสาวที่อยู่ต่างจังหวัด

“เออ ขอบใจว่ะ” เรนรับมาด้วยความซาบซึ้งใจ หันไปมองสบสายตากับแอนนาเบลอย่างมีความหวัง

“แล้วนี่จะไปคืนนี้เลยเหรอ” นักพรตมองดูเพื่อนรักที่ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะอยากไปใจจะขาด ไม่รู้ว่าอยากไปอยู่เป็นการส่วนตัวเพื่อนแผนการบางอย่าง หรืออยากจะพาหญิงสาวหนีไปให้ไกลจริงๆ

“อื้อ ก็ว่าจะไปเลย ขืนช้ากลัวพวกมันตามเจอก่อน” นเรนพยักหน้า ไม่รอช้ารีบลุกขึ้นยืนพร้อมจูงมือหญิงสาวให้ลุกขึ้นตาม

“มีไรโทรบอกกันด้วยนะ” พตกล่าวอย่างเป็นห่วง แต่ก็เชื่อว่าเพื่อนสนิท

เอาตัวรอดได้อย่างแน่นอน

“เออได้” คนกำลังจะจากไปพยักหน้า จูงมือบางของหญิงสาวเดินปลีกตัวห่าง ท่ามกลางเสียงของเพื่อนๆที่พากันอวยพรส่งท้าย

“โชคดี  แล้วเจอกันว่ะ”

“เดี๋ยวกูไปเอาของที่รถออกมาก่อน” วียกแก้วเหล้าขึ้นดื่มแล้วเร่งฝีเท้าเดินตามไป

“เออ”

เมื่อนเรนและแอนนาเบลไปจนพ้นสายตา กลุ่มเพื่อนๆ ที่เหลือกันหันหน้ามาคุยกันในทันที ถึงพฤติกรรมแอบแผงของนเรน ด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริงๆ เพราะอึดอัดมานานตั้งแต่แอนนั่งอยู่

“พวกมึงว่า มันตั้งใจจะพาน้องเขาหนีร้อนจริงๆ หรือมีความหมายอื่นแอบแฝงว่ะ”

“ก็คงอยากพาหนีร้อนจริงๆ  แต่ก็มีความหมายอื่นแอบแฝงด้วยนั่นแหล่ะกูว่า” นักพรตเลิกตีหน้าขรึมกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มๆ

“เออ คนอย่างไอ้เรน จะทำดีไม่หวังผลไม่มีทางอ่ะ” นัดเองก็ช่วยเสริม

อย่างรู้นิสัยเพื่อนเป็นอย่างดี

“ก็นั่นอ่ะดิ” เพื่อนๆ ในกลุ่มต่างให้ความเห็นเหมือนกัน

“แล้วเมื่อคืนมันยังไม่ได้น้องเขาเหรอว่ะ” หนุ่ยกล่าวอย่างไม่อยากจะเชื่อนิสัย เพราะปกติแล้วผู้ชายกลุ่มนี้ ไม่มีทางที่จะปล่อยผู้หญิงให้หลุดรอดไปได้ หาได้ลองเข้าไปนอนอยู่ในห้องเดียวกันแล้ว

“น้องเขาก็ออกตัวซาบซึ้งอยู่นั่นไง” นักพรตเอาคำหญิงสาวมากล่าวอ้าง

“ไม่น่าเชื่อคนอย่างไอ้เรน” คราวนี้เพื่อนๆพากันส่ายหน้าไปมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่หญิงสาวยืนกรานออกมาจากปาก

“คงเอาไว้รวบยอดทีเดียวว่ะ” หนุ่ยคาดการณ์ราวกับเป็นเรื่องของตนเอง

“แบบคิดทั้งต้นทั้งดอกเลยใช่ป่ะ” เพื่อนๆ พากันจินตนาการไปไกลคึกคักกันอย่างสนุกปาก

แล้วไม่นานวีไปเดินไปส่งนเรนและแอนนาเบลที่รถก็เดินกลับมา เพื่อนๆพากันมองหน้าเหมือนรอฟังคำวีอีกคนหนึ่ง แต่วีกลับไม่พูดอะไรจนเพื่อนต้องเป็นผู้เอ่ยถาม

“เป็นไง”

“ไปแล้ว งานนี้ไอ้เรนคงหายตัวไปยาวหน่อย” วิวิธวินท์ตอบด้วยความคิดเดียวกับเพื่อนๆ นเรนคงรอทบต้นทบดอกให้หายเบื่อก่อน ถึงจะกลับมาเจอหน้าเจอตาเพื่อนๆ อีกที

“เออ เบื่อก็คงกลับมาเอง” มีนกล่าวพร้อมยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม

“ก็นั่นสิ” เหล่าเพื่อนๆ ในกลุ่มต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วย ตอนนี้นเรนคงกำลังสนุกไปกับการพาหญิงสาวหลบหนี เดี๋ยวพอได้ครอบครองหญิงสาวแล้วก็จะเบื่อ แล้วก็ตีตัวออกห่างไปเองตามนิสัย

ขณะที่เพื่อนๆ ของนเรนกำลังวิเคราะห์เรื่องที่เกิดขึ้น รามิลที่นั่งเงียบไม่เสนอความคิดเห็นใดๆ ตั้งแต่พี่สุดรักของตัวเองจากไป ก็ทำเอานักพรตสงสัยเห็นน้องเงียบก็หันไปถาม ทีแรกนึกว่ากำลังคิดมากเป็นห่วงพี่ชาย

“เป็นอะไรมีน ดูเงียบๆ”

“ผมกำลังมองนางฟ้าอยู่พี่” แต่ที่ไหนได้ชายหนุ่มกลับกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความหลงใหล นางฟ้าที่เขาได้เจอหล่อนในคืนที่ไปเที่ยว แล้วถูกเรนทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง วันนี้หญิงสาวคนนั้นมากินข้าวที่ร้านอาหารของตนเอง ก็ทำเอาเขานั่งมองเหมือนอยู่ในความฝัน

“ไหน” หนุ่มๆ เปลี่ยนความสนใจจากเรื่องของนเรนมาเป็นเรื่องสาวสวยของรามิลในทันที

“คนนั้นไง สวยอ่ะชอบ” ชายหนุ่มชี้ให้ดูในทันที หญิงสาวที่วันนี้มาในชุดสีชมพูสดใส กระโปรงสั้นเหนือเข่าบานน่ารักน่าเอ็นดู ผิวกายขาวผ่องเป็นประกายมีออร่า เรียวขาสูงยาวงามรับกับสัดส่วน แต่ทว่าวันนี้หล่อนมากับชายหนุ่มอีกคนหนึ่ง

“เขามากับแฟนยังจะกล้ามองอีก เดี๋ยวก็ถูกซ้อมแบบพี่รักมึงหรอก” วีมองดูหญิงสาวแล้วส่ายหน้าให้กับน้องชายที่อกหักตั้งแต่ยังไม่เริ่มจีบ

“ไม่หรอกพี่ ก็แค่มองเอง” รามิลกล่าวแก้ตัว ภายในใจของเขากำลังคิดหาทางจีบเจ้าหล่อน ถึงจะมีแฟนแล้วก็ไม่หวาดหวั่นแต่อย่างใด ของแบบนี้เปลี่ยนใจกันได้

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ชายเฉื่อยในกลุ่มต้องมาเจอกับหญิงสาวที่เป้นต้นเหตุให้เขาต้องเดือดร้อนมากมาย แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นถูกหลอกไปทั้งตัวและหัวใจ เขาจะเอาคืนเธอได้อย่างไรติดตามเรื่องราวได้ในมาเฟียร้อนรัก"

รมย์ธีรา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha