มายาพิม ลงจนจบแล้วนะคะ

โดย: shasha



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


“ขับรถอะไรแบบนี้เนี่ย จะชนคนอื่นเขาอยู่แล้ว”

พิมนาราบ่นงึมงำไล่หลังรถที่เกือบเฉี่ยวชนเธอเมื่อครู่ พร้อมกับเอาโทรศัพท์ใส่เข้าไปในกระเป๋าดังเดิม

เมื่อครู่เธอตกใจที่กระเป๋าสั่นไม่พอยังตกใจที่เกือบโดนรถหรูคันเมื่อครู่เฉี่ยวเข้าให้อีก ก่อนจะส่ายหัวอย่างระอา พวกคนรวยคงไม่สนใจสินะว่าการกระทำของตัวเองจะทำให้ใครเดือดร้อนบ้าง มือยังคงควานในกระเป๋าใบย่อมแล้วก็เจอเข้ากับโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่ณภัทรแอบเอามาใส่ไว้ตอนไหนก็ไม่รู้

บอกแล้วว่าอย่าซื้ออะไรให้ ไม่เคยฟังคำเธอบ้างเลย

เพิ่งหกโมงสี่สิบห้าเท่านั้น ที่พิมพ์นาราออกจากบ้านเช่าในซอย เธอกำลังจะรอขึ้นรถประจำทางเพื่อไปยังโรงพยาบาลเอกชนมีชื่อ ซึ่งเปิดให้บริการไม่นานมานี้และรับสมัครพนักงานเพิ่มอีกหลายอัตรา

หญิงสาวเพิ่งเรียนในระดับปริญญาตรีได้แค่ปีเดียว ก็ต้องออกเนื่องจากสูญเสียบิดาที่เป็นเสาหลักของครอบครัวไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์

ส่วนมารดาของเธอนั้นร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงนัก เงินประกันชีวิตที่ได้รับจากการสูญเสียบิดา ส่วนใหญ่หมดไปกับค่ารักษาพยาบาลที่ค่อนข้างสูงของมารดา

เธอจึงตัดใจออกจากมหาวิทยาลัย โดยบอกคนเป็นแม่ว่าแค่ดร็อปเอาไว้ก่อนเพราะขี้เกียจเรียน แล้วเตร่หางานอยู่นานโขจึงได้ในที่สุด

หลังจากส่งใบสมัครทางอินเตอร์เน็ตไม่กี่วัน ฝ่ายบุคคลก็โทรศัพท์ตามให้ไปสัมภาษณ์งาน เธอลงสมัครในตำแหน่งผู้ช่วยเหลือทั่วไปที่ดูเหมือนจะไม่ต้องใช้วุฒิการศึกษาอะไรมากมายนัก แล้วเธอก็ถูกจัดให้เป็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งในแผนก PM&R

ทันทีที่มาถึง พิมนาราเดินเข้าไปในตึกสูงกลางเมืองอันเป็นที่ตั้งของที่ทำงานเธอเข้าลิฟต์ของพนักงานกดเลขชั้นที่สิบสองเพื่อไปที่แผนกของเธอ ไฟหลายดวงยังคงปิดมืด เพราะยังไม่ถึงเวลาให้บริการ

พลันเสียงเสียงหนึ่งก็ดังทะลุแทรกเสียงของเครื่องปรับอากาศจนทำให้พิมนาราสะดุ้งตกใจ

“เด็กใหม่ใช่ไหม”

พิมนาราเหลียวซ้ายแลขวามองซ้ายขวาหาต้นตอของเสียงจนพบ ก่อนผุดรอยยิ้มนอบน้อมตอบรับ “ค่ะ”

หญิงสาวหน้าตาท่าทางดูดีคนที่ทักเธอ กำลังบรรจงแต่งหน้าอ่อนๆตรงกระจกเงาภายในห้องของพนักงาน ถามด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองผูกมิตร

“กินข้าวเช้ามารึยัง”

“เรียบร้อยแล้วค่ะ”

“นั่งก่อนสิ ชื่ออะไรล่ะเราน่ะ”

“พิมค่ะ”

“พี่ชื่อวิ เอ๊ะ! วันนี้มีประชุมองค์กร ผู้บริหารพบพนักงานด้วยนี่นา ไปดูชื่อที่เคาน์เตอร์ไป ว่ามีชื่อของเรารึเปล่า”

พิมนารายิ้มค่อยลุกจากเก้าอี้ที่เพิ่งหย่อนก้นลงนั่งได้ไม่ถึงนาทีเดินย้อนกลับไปยังที่ที่อีกฝ่ายบอก

ที่นี่ค่อนข้างเข้มงวดเธอคิด ก่อนจะรู้สึกเกร็งขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อนึกถึงวันก่อน เธอต้องผ่านการตรวจร่างกายและอบรมพนักงานใหม่อยู่สามวัน พอเริ่มงานวันแรกก็ต้องขึ้นประชุมองค์กร เพื่อฟังผู้บริหารพ

พนักงาน ที่มักจัดขึ้นทุกๆสามเดือนตามคำบอกเล่าของพี่วิ

และเพราะต้องวิ่งไปมาถ่ายเอกสารให้ผู้จัดการแผนก จึงทำให้เธอขึ้นห้องประชุมสายกว่าคนอื่น จนกลายเป็นเป้าสายตาขณะเดินเข้าไปในนั้น

ชายที่ยืนตรงด้านหน้าสุดถือเลเซอร์พอยเตอร์ เขาเงียบแล้วมองจนเธอหาที่นั่งนั่งลงได้จึงเริ่มพูดต่อไป แต่หญิงสาวไม่มีเวลาพิศมองชายคนนั้น เธอหยิบเอกสารที่ได้รับแจกก่อนเข้าห้องเปิดดูคร่าวๆ

“อย่างที่ผมบอกพวกเราทุกคน ว่าสามเดือนต่อจากนี้ เราต้องช่วยกัน เพื่อยอด เพื่อโบนัสปลายปีนี้นะครับ”

พิมนาราได้ยินประโยคดังกล่าวนั้นแล้ว จึงเงยหน้าขึ้นมองคนพูด

ทันทีที่เห็นชายหนุ่มคนพูดชัดเจน เธอสะดุดลมหายใจ สะดุดสายตา หัวใจเต้นระรัวเร็วแรง ทั้งยังจ้องชายคนนั้นแน่นิ่งราวกับถูกสะกด

ปากได้รูปสวยสีชมพูอ่อนของเขาขยับพูดอย่างคนใจเย็น ยิ่งขยับพูดยิ่งน่ามอง สายตาคมคู่นั้นสีดำเข้มดูจริงจังน่าเกรงขามแต่กลับดูขี้เล่นอยู่ในที ท่วงท่าการเดินเหินดูสุภาพมีมารยาทแต่ก็ดูมีอำนาจราวกับราชสีห์ในป่าใหญ่

มองอยู่อย่างนั้นจนเพลินไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรเมื่อคนอื่นๆพากันหันมามองที่เธอกันเกือบหมดทั้งห้องโถง

แล้วหญิงสาวคนที่นั่งอยู่ข้างๆก็สะกิดบอก “ผอ.ถามเธอแน่ะ”

หัวใจของพิมนาราสั่นไหวกระตุกวูบวาบ ใบหน้าร้อนฉ่าราวกับถูกนาบด้วยไฟ เธอตะกุกตะกักถามกลับไปอย่างประหม่าเต็มที

“คะ อะไรนะคะ”

คนถามยิ้มแล้วทวนคำถามให้อีกครั้ง “ผมถามว่าทำไมถึงขึ้นมาช้าครับ”

“ดิฉัน เอ่อ…” เธอไม่กล้าบอกว่าไปทำธุระให้ผู้จัดการแผนกมา จึงตอบแบบอึกๆอักๆอยู่อย่างนั้น “ดิฉัน…เอ่อ...คือ...ดิฉัน…”

“โอเค ไม่เป็นไร...เอาละครับทุกคน พวกเราพักเบรคกันสิบห้านาทีพอไหม แล้วสิบโมงห้าสิบห้าเราเจอกันอีกครั้งก่อนมื้อเที่ยง เชิญครับ”

พนักงานทุกคนยกเว้นชายคนนั้นรวมกลุ่มกันร้องเพลงปลุกใจอะไรสักอย่างอย่างอย่างที่เธอตามไม่ทัน ก่อนแยกย้ายกันไปจัดการกับอาหารเบรคที่มีชา กาแฟและขนมปังกินแบบง่ายๆที่โต๊ะยาวทางด้านหน้าห้องโถง คนที่สะกิดเธอก่อนหน้านี้หันมาถามเมื่อหยิบอาหารเบรคของตนเองแล้ว

“ชื่ออะไรน่ะ”

“เราเหรอ พิมจ้ะ เธอล่ะ”

“เราชื่อสา สุริสา อยู่ห้องยา เพิ่งเข้ามาทำงานเหรอ”

“อืม...จ้ะ”

สาวห้องยาวางของเบรกที่กัดไปได้ครึ่งชิ้นลงบนถาดในมือทันที ตาเบิกโต ใบหน้าที่แต่งเอาไว้อย่างดีออกสีแดงระเรื่อนิดๆ พยายามออกเสียงทั้งๆที่ปากไม่ขยับด้วยความชำนาญ

“แอ๊...ผอ.มา”





ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ฝากติดตามด้วยนะคะ"

shasha


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha