มายาพิม ลงจนจบแล้วนะคะ

โดย: shasha



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



“แอ๊...ผอ.มา”

ชายร่างสูงสง่าในชุดเสื้อโปโลกางเกงยีนสีเข้ม รองเท้าหนังสีน้ำตาลดูเข้าชุดกันราวกับดารานักแสดง เดินทักทายมาเรื่อยๆจนมาหยุดตรงที่เธอและสุริสา

“พิมนารา...เหรอ”

เสียงอบอุ่นพึมพำคล้ายถามชื่อเธอพร้อมมองแผ่นป้ายที่เขียนชื่อจริงห้อยตรงคอ เจ้าของชื่อขาแข็งยืนนิ่งราวกับถูกตะปูตอกเท้ากับพื้น ฝืนยิ้มด้วยความประหม่าเหลือกำลังรับคำแผ่วเบา

“ค่ะ”

เสียงเข้มของคนตรงหน้ายังคงถามต่อ เหมือนเธอจะคิดมากเกินไปว่าเขารอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

“นามสกุลอะไร”

และเธอก็ตอบออกไปแทบจะทันทีแบบไม่ต้องคิด มันจึงดูตลกเหมือนเล่นถามตอบแข่งกับเวลาอย่างไรอย่างนั้น

“อมรารัตน์ค่ะ”

ตาคมสีเข้มแปรเปลี่ยนไปเพียงครู่ ก่อนจะยิ้มแล้วพยักหน้าให้ เขาเดินเลยไปยังพนักงานคนอื่น พิมนาราพ่นลมหายใจออกมาได้อย่างโล่งอก สุริสาที่ถือขนมไว้ในมือยืนข้างๆพึมพำแบบเพ้อๆ

“หมอภีมหล่อเนอะ”

พิมนาราที่มีโอกาสได้ยกเครื่องดื่มในแก้วขึ้นจิบ ย้อนถามด้วยความอยากรู้ “หมอเหรอ”

“อื้ม เป็นหมอ แต่เพิ่งลงมาบริหารงานที่นี่ปีนี้ปีแรก หลังจากที่ทำให้สาขาอื่นทะลุเป้ามาหมดแล้ว” สุริสาเล่าอย่างคล่องแคล่วแบบท่าทีของตนเอง

“เป็นหมอ แล้วก็ เป็นนักธุรกิจรูปหล่อในคนเดียวกัน อะไรจะเพอร์เฟคขนาดนี้เนี่ย...”

“...อือ”

พิมนาราครางรับอย่างเห็นด้วย แอบชำเลืองหมอในหัวข้อสนทนาที่กำลังยืนคุยกับพนักงานคนอื่นๆอย่างเป็นกันเองไม่ถือตัวเลยสักนิด

“ไม่น่าเชื่อนะว่าจะเจ้าชู้ ร้อยไม่เชื่อ พันไม่เชื่อ ดูอบอุ่นแบบนี้ แถมยังมีแฟนเป็นหมอเหมือนกัน ชื่อหมอพา จะเจ้าชู้ได้ยังไง เราคนหนึ่งละไม่เชื่อเด็ดขาด” คนเล่าเล่าต่ออย่างกับเป็นคนในครอบครัว แถมยังแสดงตัวเข้าข้างอย่างออกหน้าออกตาจนคนฟังอย่างเธอคล้อยตามไปด้วย

เสียงทุ้มละมุนหูนั่นยังวนเวียนอยู่ในโสตประสาทของเธออยู่เลย

ก่อนจะดึงสติเข้าไปในห้องโถงเพื่อทำกิจกรรมที่เหลือต่อ จวบจนหมดวัน พิมนาราจึงได้ลงมาที่แผนกอีกครั้ง เป็นเวลาเลิกงานพอดี ก่อนกลับเธอต้องไปทำความเข้าใจกับกฎระเบียบของที่นี่เพิ่มเติมในส่วยที่ยังไม่รู้ละเอียด รวมถึงคำศัพท์ทางแพทย์อย่างง่ายและจดตารางเวรเดือนนี้ทั้งเดือน ค่อยออกมาเมื่อเลยหกโมงเย็นไปไม่กี่นาทีแล้วจึงแวะซื้อของกินสองสามอย่างที่ป้ายรถเมล์ก่อนกลับ

พอเปิดประตูเข้ามาก็เห็นณภัทรวางสายลงส่งยิ้มมาให้ที่ใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้าน

“อ้าวพี่โต มาตั้งแต่เมื่อไรคะ”

ชายหนุ่มร่างสูง ผิวขาวสะอาดตอบพร้อมเดินมารับของจากเธอ

“สักพักแล้วล่ะ”

“แม่ละคะ”

“อยู่ในบ้านนู่นแน่ะ ได้ยินว่าเย็นนี้จะทำของโปรดให้คนกินจุ ฉลองทำงานวันแรก”

“จริงน่ะ...พิมก็ซื้อกับข้าวมาแล้วนะ งั้นไปค่ะ เราเข้าบ้านกันเถอะ พิมหิวจะตายอยู่แล้ว”พิมนาราชะงักแล้วนึกขึ้นได้ หันมาพูดหน้าตาบึ้งตึง “อ้อ... พิมบอกแล้วไงว่าอย่าซื้ออะไรให้พิมอีก โทรศัพท์นี่รุ่นใหม่ล่าสุดเลยไม่ใช่เหรอคะ”

“พี่อยากให้ มีอะไรหรือเปล่า”ณภัทรว่าแล้วยักคิ้วให้ข้างหนึ่งอย่างกวนๆ

“เฮ๊อะ! แล้วอย่ามาบ่นนะถ้าพิมจะขอเครื่องเพชรสักชุด รถสักคัน บ้านหรูๆสักหลังน่ะค่ะ”

“เยอะนะเราน่ะ” ชายหนุ่มกล่าวยิ้มๆ

พิมนารายิ้มสดใสตอบกลับเช่นกันก่อนควงแขนชายหนุ่มเดินเข้าบ้านไป

ณภัทรและเธอรู้จักกันได้วันนี้ครบสี่ปีแล้ว หลังจากบังเอิญพบกันเพราะอีกฝ่ายไปพบเพื่อนที่เป็นอาจารย์สอนในโรงเรียนของเธอหลังจากนั้นก็ติดต่อกันเรื่อยมา

ณภัทรแต่งงานแล้วกับลูกสาวคนเล็กของเศรษฐีมีชื่อเสียงตระกูลหนึ่ง ท่าทางไม่มีความสุขนักเพราะถูกบ้านนั้นดูถูกอยู่ตลอดเวลา หาว่าไปเกาะลูกสาวเขากิน จริงเท็จแค่ไหนเธอไม่ถามให้อีกฝ่ายต้องอึดอัดใจและไม่สมควรจะถามอีกด้วย ค่อยลงมือกินมื้อเย็นด้วยกันสามคนพร้อมรอยยิ้มเปี่ยมสุขทั่วใบหน้าแบบทุกที






เพล้ง!

เสียงเครื่องแก้วปาใส่ผนังดังลั่นบ้าน จนคนที่เพิ่งมาถึงขมวดคิ้วมุ่น

“ใครเป็นอะไรอีกล่ะ”

คนรับใช้ที่ยืนตาลีตาเหลือกอึกอักตอบ

“คุณผิงเธอ... เธออาละวาดอีกแล้วค่ะ”

คุณหญิงปทุมบ่นขณะเดินออกมารับบุตรชาย “อาละวาดทุกวัน จนแม่ปวดหัวไปหมดแล้วเนี่ย”

“เดี๋ยวผมขึ้นไปดูน้องเองครับ”

คนพูดเดินเลยขึ้นบันไดแล้วตรงไปยังห้องแรกขวามือ ยกมือเคาะประตูบอก แต่พอแว่วเสียงดังเหมือนมีของแตกดังขึ้นมาอีกครั้งจึงถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปในทันที พอเห็นสภาพภายในห้องเท่านั้น ถามน้องสาวหน้าเครียด แต่น้ำเสียงแฝงความเป็นห่วงอย่างที่สุด

“ยัยผิง เป็นอะไร ทำไมเขวี้ยงข้าวของแบบนี้”

หญิงสาวร่างผอมบางในชุดกระโปรงสีขาวโผเข้าซบพี่ชาย สะอื้นฟ้อง “เขาแอบไปหานังเด็กนั่นอีกแล้วค่ะ”

“เฮ้อ...ทำไมไม่คุยกันดีดีล่ะว่าจะเอายังไง ทำกันถึงขนาดนั้นเลิกๆกันไปพี่ว่าก็ดีนะ ไม่ใช่มาอาละวาดเขวี้ยงข้าวเขวี้ยงของ อีกอย่าง...เราก็เพิ่งอาการดีขึ้นนี่ผิง อาละวาดมากๆเข้าได้โดนแอดมิทอีกนะ”

ภีมบอกพร้อมมองร่างบอบบางซีดเผือดของน้องสาวตั้งแต่ใบหน้าจนไปถึงลำตัว นึกไม่พอใจชายผู้เป็นน้องเขยยิ่งขึ้น เมื่อจำได้ว่าน้องสาวสุดหวงแท้งลูกคนแรกคราวก่อนนั่นเพราะมีปากเสียงกับสามีจนล้มและตกบันไดลงมา ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลอยู่นาน นี่เพิ่งออกมาก็ร่ำๆจะมีเรื่องอีกแล้ว


“ไม่นะคะ ผิงไม่อยากเลิกกับโต ผิงรักโตค่ะพี่ภีม ผิงรักโต”

“แล้วยังไง สามีเธอเขาหมดรักเธอแล้วรึไง ถึงได้ดอดไปคบกับสาวรุ่นขบเผาะนั่นน่ะ”


“ผิงไม่รู้ค่ะ บางทีเขาอาจแค่ทำประชดผิง”

“แล้วเขาจะทำประชดผิงเรื่องอะไร”


“พี่ภีม! พี่อย่าคาดคั้นอะไรกับผิงนักได้ไหมคะ แค่นี้ผิงก็เครียดจะแย่อยู่แล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นก็นอนพักผ่อนเสีย พี่จะให้เด็กๆมาเก็บข้าวของพวกนี้ แล้วอย่าอาละวาดอีกล่ะ เดี๋ยวพี่จะให้เด็กเอายามาให้”

ภีมออกจากห้องของน้องสาวแล้วลงมาห้องข้างล่างอีกครั้ง

“เป็นไงหมอภีม น้องเราเป็นอะไรอีกละคราวนี้”

“เรื่องเดิมนั่นแหละครับ”


คุณกานดาเดินวนไปมากระวนกระวาย ปากบอกอย่างเดือดดาล “แล้วจะเอายังไง เลิกๆกันไปก็ดี น้องเราก็ใช่ว่าจะสิ้นไร้ไม้ตอกนะหมอ”

“ไม่สิ้นไร้ไม้ตอกแต่รักเขามากจนไม่ยอมเลิกน่ะสิครับ”

“นังเด็กนั่นก็เหลือรับ ผัวเขายังจะให้ท่าให้ทาง นี่หมอภีมรู้ไหมว่านังเด็กนั่นลูกใคร บ้านช่องมันอยู่ที่ไหน ทำไมถึงได้หน้าด้านนัก”

“ผมเจอตัวแล้วครับ เด็กคนที่เป็นเมียน้อยนายโต แล้วผมจะลองคุยกับเธอเองว่าจะยอมไปจากนายโตไหม แลกกับเงิน กับความสะดวกสบาย ผู้หญิงไม่มีอะไรเลยแบบนั้นมีหรือจะไม่เอา คุณแม่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ”

คุณกานดามองตามหลังบุตรชายที่เดินขึ้นห้องไป โล่งใจไปเปลาะที่ภีมออกตัวช่วยขนาดนี้  ก่อนจะนึกถึงบุตรรักต่อภีมนั้นภายนอกอาจดูสุขุมนุ่มลึก เป็นสุภาพบุรุษเต็มขั้น แต่ท่านรู้ดีแก่หัวใจว่าบทจะร้ายนั้นบุตรสาวที่ว่าร้ายนักหนายังไม่ได้เสี้ยวของพี่ชายเลยสักนิด





ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ฝากติดตามด้วยนะคะ"

shasha


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha