มายาพิม ลงจนจบแล้วนะคะ

โดย: shasha



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


“พิมนารา กินข้าวแล้ว มาพบพี่ที่โต๊ะด้วย” ผู้จัดการแผนกมาบอกที่ห้องเบรกก่อนเดินกลับไปที่โต๊ะของเขา

พลพลเป็นชายหนุ่มอายุเฉียดสี่สิบปีแล้ว เขามีน้ำใจไมตรี รัก เอื้ออารี ห่วงใยให้กับลูกน้องทุกคน ไม่เว้นแม้แต่กับเธอที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นาน และวันนี้ก็ครบเดือนพอดี

พิมนารารีบกินข้าวจนเสร็จแล้วเดินไปหาหัวหน้าของเธอ ถามเสียงสุภาพ “มีอะไรเหรอคะพี่พล”

“เราสนใจงานดูแลคนสูงอายุไหมพิม”

“สนใจค่ะพี่ แต่ว่าพิมยังไม่คล่องเท่าไรเลยค่ะ”

“ไม่เป็นไร เรื่องนั้นมันฝึกกันได้ ทักษะเราน่ะดีพี่เชื่อมือเรา”

พิมนารายิ้มแก้มปริกับคำชม “ค่ะ ให้พิมไปดูใครเหรอคะ”

“คุณย่าของหมอภีม”

แค่ชื่อของหมอหนุ่มนักธุรกิจก็ทำเอาคนฟังอย่างเธอใจสั่น ตาเบิกโตตื่นเต้นดีใจจนแทบระงับไม่อยู่

“ไม่มีใครไปได้เลย ติดเคสอื่นกันหมด และเคสคุณหญิงเพ็ญแข พี่หมายถึงคุณย่าของหมอน่ะนะก็ต้องไปต่อเนื่อง คนอื่นเขาไปกันไม่ได้ หมอเองแกก็อยากได้คนที่ไปแบบต่อเนื่องได้ด้วย พี่เลยมาถามเรา ว่าจะไปไหม ถ้าสนใจมีค่าเหนื่อยให้ ชั่วโมงละห้าร้อย แต่ถ้าวันไหนหยุดเราจะไปทั้งวันก็ได้ ท่านให้วันละสองพัน”

“ไปค่ะ ไป พิมไปค่ะ”

แทบไม่ต้องคิด เพราะค่าตอบแทนที่ได้รับนั้นจูงใจไม่น้อย แถมยัง...อาจได้เจอหน้าคนที่เธอแอบปลื้มอย่างหมอภีมอีกด้วย พิมนาราคิดแล้วใจเต้นตึกตักตามประสาเด็กสาวที่แอบชอบชายหนุ่ม

“งั้นพี่จะให้วิมาฝึกเราอีกหน่อย จะได้คล่องๆกว่านี้”

“ขอบคุณมากค่ะพี่พล”


หลังจากนั้นอีกสองสัปดาห์พิมนาราถึงได้เข้ามาดูแลคุณย่าของภีม

บ้านหลังใหญ่สุดในหมู่บ้านริมถนนตัดใหม่ดูหรูหราสวยงามและเป็นส่วนตัวทีเดียว เธอต้องนั่งรถประจำทางมาลงที่ด้านหน้าก่อนจะเดินเข้าไปเองเป็นระยะทางกว่าห้าร้อยเมตร

คุณย่าของภีมชื่อคุณหญิงเพ็ญแข เป็นหญิงสูงวัยที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังหลายโรคมีพยาบาลดูแลเป็นประจำอยู่แล้วสองคน นอกจากนี้ยังมีคนรับใช้คอยช่วยดูแลอีกต่างหากอีกหนึ่งหรือสองคนแล้วแต่กรณี

กระนั้นแล้วยังคงต้องการคนดูแลเพิ่มอีกซึ่งก็คือเธอ คนรวยนี่ดีแบบนี้นี่เอง แค่มีเงินจะจ้างใคร ทำอะไร เท่าไรแค่ไหนก็ได้ พิมนาราคิดอย่างคนที่เพิ่งออกมาเผชิญโลกกว้างเป็นครั้งแรก

คุณหญิงเพ็ญแขแลดูเป็นคนนิ่งๆเผินๆอาจดูหยิ่ง แต่จริงๆพิมนาราคิดว่านั่นคงเป็นเพราะบุคลิกของท่านมากกว่า ตามที่พี่วิเคยสอนมา เวลาต้องรับหน้าคนไข้เจ้ายศเจ้าอย่างเช่นนี้ ควรนอบน้อมพินอบพิเทาแต่พองาม อย่าประจบประแจงจนมากเกิน เพราะดูน่ารำคาญมากกว่าน่าเอ็นดู

เธอจึงทำหน้าที่ชวนท่านคุยเสียส่วนใหญ่ก่อนจนเริ่มคุ้นเคย แล้วถึงพาออกกำลังกายแบบเบาๆเท่าที่ได้รับการฝึกมา  แล้วจึงเข็นรถเข็นคันโตพาหญิงสูงวัยไปที่บริเวณสวนหย่อมหน้าบ้าน พร้อมกับอ่านหนังสือธรรมมะให้ท่านฟังด้วย

คล้อยบ่ายมีรถคันหนึ่งขับเข้ามาภายในรั้วบ้าน

เสียงฝีเท้าเดินหนักๆเป็นจังหวะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆพร้อมกับการปรากฏกายของภีม ทำเอาหัวใจดวงน้อยของคนที่อ่านหนังสือธรรมมะอยู่นั่นกระตุกเหมือนมีอะไรมากระชากอย่างรุนแรง  มือเลยสั่นน้อยๆตามไปด้วยจนต้องรีบวางลงเมื่อรู้สึกตัว และเพื่อปกปิดอาการประหม่าที่มีต่อคนมาใหม่ให้มิดชิด

“สวัสดีครับคุณย่า ว่าไงพิมนารา”

หญิงสาวก้มหน้าหลบสายตาคมก่อนอ้อมแอ้มตอบเขา ไม่ลืมยกมือไหว้ทำความเคารพด้วย

“สวัสดีค่ะคุณหมอ”

ภีมกดมุมปากส่งยิ้มให้เล็กน้อยแล้วเดินมาสมทบตรงโต๊ะ “วันนี้คุณย่าดื้อไหมครับ”

หญิงสูงวัยส่งค้อนตอบให้หลานชายสุดรักสุดหวงก่อนจะเปล่งเสียงสดชื่นตอบ “ย่าไม่ดื้อเท่าหมอหรอก”

“เก่งมากครับ”

ภีมยิ้มอ่อนโยนตอบกลับไปให้ พร้อมลูบหลังมือเหี่ยวย่นอย่างนุ่มนวล ค่อยหันมาบอกเธอ

“ผมฝากคุณย่าสักครู่นะพิมนารา”

ภีมบอกจบเดินออกไปรับสายเรียกเข้าที่ดังขึ้นมาครู่หนึ่งแล้วแต่เงียบสายลงไป

เธอมองตามแผ่นหลังสูงใหญ่จนลับสายตาพอหันกลับมาก็เจอเข้ากับสายตาฝ้าฟางของหญิงสูงวัยบนรถเข็นที่มองมายิ้มๆมาพอดี

“หมอภีมน่ะน่ารัก ใจดี ที่สำคัญหล่อเหมือนคุณปู่” ท่านว่า

“ค่ะ”

เธอรับคำหน้าแดงก่อนจะลุกขึ้นเข็นรถหลบแสงแดดที่ลอดลงมาโดนท่าน ฟังคุณหญิงเพ็ญแขเล่าเรื่องหลานชายที่ท่านภูมิใจนักหนาให้ฟัง

จึงได้รู้ว่าภีมนั้นมักจะมานอนค้างกับคุณหญิงเพ็ญแขอยู่บ่อยๆ เผลอๆจะมากกว่ากลับไปที่บ้านของตนเองเสียอีก

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหญิงสูงวัยจึงรักภีมมากกว่าหลานคนอื่นๆ เพราะนอกจากเขาจะหน้าตาราวกับถอดแบบผู้เป็นสามีแล้ว ยังมีนิสัยละม้ายคล้ายคลึงกัน ที่สำคัญยังรักและเอาใจใส่คนเป็นย่าทุกเรื่องอีกด้วย

จวบจนเวลาล่วงเลยไปห้าโมงเย็น เกินเวลาที่พิมนาราต้องเลิกงานคือสี่โมงครึ่ง พี่พยาบาลคนหนึ่งในสองคนจึงท้วงขึ้นด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าเธอจะกลับบ้านค่ำ

ภีมบอกเสียงทุ้มน่าฟังเมื่อเธอเก็บของแล้วและกำลังลาคุณหญิงเพ็ญแข

“อยู่กินมื้อเย็นด้วยกันก่อนสิ พิมนารา”

คุณหญิงเพ็ญแขที่เริ่มถูกชะตากับเธอ บอกขึ้นอย่างเห็นด้วยกับหลานชาย

“นั่นสิ เสร็จแล้วให้หมอออกไปส่งก็ได้ เดินเข้ามาได้ยังไงกัน ไกลขนาดนี้ คราวหน้ามาให้ตาสมออกไปรับที่หน้าหมู่บ้านนะหนู”

คุณหญิงเพ็ญแขบอกอย่างเอ็นดู

พิมพ์นาราอึกอักครั้นจะปฏิเสธก็รู้ว่าไม่สมควรเพราะท่าทางของเจ้าบ้านไม่ได้พูดไปตามมารยาทแต่ดูท่า อยากให้เธอตอบรับความเอื้อเฟื้อจากท่านจริงๆ จึงพยักหน้ารับอย่างอายๆก่อนจะรอร่วมโต๊ะอาหารพร้อมกัน

ที่โต๊ะอาหาร พิมนาราพยายามไม่สบสายตาคมเข้มคู่นั้นของภีมที่จับจ้องเธออยู่ทุกอิริยาบถ มันทำให้เธอประหม่าจนกินอะไรไม่ลง แต่ก็ต้องฝืนตักอาหารเข้าปากจนหมดจานด้วยความยากลำบากที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา มีบ้างที่ยิ้มฟังคนที่เหลือบนโต๊ะอาหารคุยกันแต่ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกๆในหัวใจอยู่ดี

เขาจะรู้หรือไม่ ว่าแค่มองก็แทบหลอมละลายหัวใจดวงน้อยๆของเด็กสาวแบบเธอได้อยู่แล้ว


พิมนาราไหว้คุณหญิงเพ็ญแขและต้องขึ้นรถกลับออกมาพร้อมภีมเมื่อกินข้าวเสร็จ

ตอนนี้เองที่ฝนเริ่มลงเม็ดมาและทำท่าตะหนักขึ้นเรื่อยๆ และ...ให้เธอนั่งไปในรถสองคนกับผู้ชายที่แอบปลื้มแบบนี้ เธอต้องบ้าตายแน่ๆ สู้ออกไปยืนตากฝนรอรถประจำทางแล้วกลับเองตะดีเสียกว่า ตอนนี้แทบหายใจหายคอไม่ได้

“คุณหมอจอดตรงป้ายรถเมล์นี่เถอะค่ะ”

“จอดทำไม ผมตั้งใจไปส่งที่บ้านอยู่แล้ว”

“พิม...เกรงใจหมอค่ะ”

คุณหมอนักธุรกิจส่ายหน้าก่อนส่งสายตาเอือมๆมาให้ ในใจได้แต่นึกค่อน เด็กคนนี้จะสร้างความเวทนาให้ตนเองไปถึงไหน

คนที่ถูกต่อว่าจากภีมในใจได้แต่ก้มหน้าก้มตางุดด้วยความเขินอาย แล้วเบี่ยงตัวหลบไปมองด้านนอกรถแทน เมื่อเจ้าของรถไม่จอดป้ายรถประจำทางตามที่เธอร้องขอ

ความเหนื่อยล้าที่มีบวกกับอากาศเย็นสบายและกลิ่นหอมอ่อนๆบนรถหรูทำให้พิมนาราเผลอหลับไปในที่สุด ก่อนจะสะดุ้งตื่นเมื่อรู้สึกตัวว่ารถจอดลงแล้ว และเห็นใบหน้าหล่อเหลาของภีมเข้ามาอยู่ใกล้...แค่คืบเพียงเท่านั้น

ภีมยิ้มก่อนบอก

“ผมเห็นพิมหลับอยู่”

“อุ้ย เอ่อ ค่ะ ขอบคุณนะคะที่มาส่ง” ว่าจบยกมือไหว้และจะเปิดประตูลงไป

“เดี๋ยว พิมนารา” ภีมรั้งแล้วหยิบซองที่ถูกพับครึ่งในกระเป๋าเสื้อส่งให้

“อะไรคะ”

“น้ำใจเล็กๆน้อยๆจากคุณย่า รับไว้สิ คุณย่าท่านฝากมาให้พิมอีกที”

“ไม่ได้ค่ะ พิมได้เงินจากค่าเวรอยู่แล้วนะคะ”

“ถ้าท่านรู้ว่าพิมไม่รับ จะพานงอนน้อยใจเอา” ภีมว่าจบวางซองใส่ในมือให้

พิมนาราอดมุ่ยหน้าไม่ได้ก่อนจะยิ้มอย่างเหนียมอายแล้วยกมือไหว้ขอบคุณเขาเปิดประตูลงจากรถไปในเวลาต่อมา โดยไม่เห็นสายตาที่มองตามหลังไป

ใครเลยจะไม่ระทวยต่อเงิน อย่างพิมนาราก็คงเป็นหนึ่งในจำนวนนั้นสินะ

ภีมเหยียดหยันร่างบอบบางที่เปิดบ้านเข้าไปแล้ว ค่อยออกรถจากไปในเวลาต่อมา ไม่ยากเลยสักนิดเดียวที่จะจัดการกับผู้หญิงเช่นนี้


“กลับมาแล้วเหรอพิม”

“จ้ะแม่ พิมขอโทษนะจ๊ะแม่ วันนี้พิมไม่ได้พาแม่ไปล้างไตเลย”

“โตพาแม่ไปแล้วไง ไปทำงานเป็นยังไงบ้าง”

“คุณท่านใจดีมากๆเลยจ้ะแม่ แล้วยังให้กินข้าวก่อนกลับด้วย พิมอิ่มแปล้เลย...พิมได้เงินพิเศษจากคุณท่านด้วยนะแม่” ว่าจบล้วงเอาซองเงินแล้วทรุดลงพื้นไหว้ตักมารดา วางซองเงินไว้ในมือของแม่

“ดีแล้วล่ะ ทำงานแล้ว มีเงินแล้วรู้จักเก็บเงินด้วยนะ ไม่ต้องให้แม่หมดหรอกลูก” ท่านยื่นซองคืนให้

“พิมเก็บไว้แล้วจ้า อันนี้พิมให้แม่ แล้วพี่โตล่ะแม่”

“อยู่ในครัวนู่นแน่ะ ได้ยินว่าจะทำบัวลอยไข่หวานรอหนู”

“หูย...น่ารักจังเลย พิมไปดูพี่โตก่อนนะแม่”

“พี่โต…”

เสียงหวานร้องเรียกชื่อชายหนุ่มคนเดียวในบ้าน ก่อนจะเดินลับเข้าไปในครัว อนงค์มองตามหลังไปด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความอิ่มเอมใจ ตอนนี้ต่อให้ต้องตาย เธอก็คงตายตาหลับแล้ว อย่างน้อยบุตรสาวเพียงคนเดียวก็คงไม่เดียวดาย หากมีณภัทรคอยดูแลไม่ห่างเช่นนี้



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ฝากติดตามด้วยนะคะ"

shasha


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha