มายาพิม ลงจนจบแล้วนะคะ

โดย: shasha



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



“คุณหญิงเพ็ญแขจะไปพักผ่อนที่หัวหินหนึ่งอาทิตย์เหรอคะ”  

“ถ้าเราตกลงไปพี่จะลงเวให้”

พลพลพยักหน้ารับแล้วอำนวยความสะดวกด้วยการลงวันไปหัวหินเป็นวันหยุดติดกันให้เด็กใหม่ตรงหน้า  

“ไปได้เหรอคะพี่พล”

พิมนาราถามย้ำด้วยท่าทีเกรงอกเกรงใจ

“ได้สิ ว่าแต่เราเหอะสะดวกจะไปไหม...คุณหญิงท่านบ่นมาว่าอยากให้มีคนพาท่านเดินเหินไปไหนมาไหนบ้าง นอกจากดิวกับแนน” พลพลหมายถึงพยาบาลสองกะที่รับหน้าที่ดูแลคุณหญิงเพ็ญแข

พิมนารารับปากในทันทีว่าจะไป

สิบโมงเช้าที่พิมนาราแบกกระเป๋าเสื้อผ้าขึ้นรถประจำทางไปยังบ้านหรูของคุณหญิงเพ็ญแขเพื่อเดินทางไปช่วยดูแลท่านที่หัวหิน

รถตู้คันใหญ่จุคนไม่ถึงสิบคนมุ่งหน้าสู่จุดหมายทันที เธอแอบมองหาใครบางคนแต่ก็ไม่พบ อดเสียดายอยู่ในใจที่ภีมไม่ได้ไปด้วย เมื่อถึงแล้วจัดแจงเก็บของเข้าห้องแล้วจึงพาคุณหญิงเพ็ญแขออกไปรับลมทะเล

“เคยมาทะเลหรือเปล่าหนูพิม”

ท่านถามขณะเข็นรถไปตามทางเดิน เบื้องหน้ามีท้องทะเลที่สาดซัดคลื่นเข้าฝั่งเป็นจังหวะสม่ำเสมอไม่มีหยุดพักสักเสี้ยวนาที

“หัวหินพิมไม่เคยมาเลยค่ะ คุณท่านมาบ่อยไหมคะ” ตอบผู้สูงวัยไปแล้ว ถามกลับบ้าง

“ฉันมาที่นี่เกือบทุกเดือน ถ้ายังไม่เบื่อฉันก่อน เธอก็มาด้วยกันอีกนะ”

คุณหญิงเพ็ญแขเอ่ยชวนในท้ายประโยคอย่างจริงใจ ท่านถูกชะตากับเด็กสาวคนนี้มากขึ้นทุกขณะ นึกชื่นชมเมื่อรู้จากสองพยาบาลสาวว่า พิมนาราต้องหยุดเรียนหนังสือกลางคันเพื่อออกมาหางานทำ และต้องดูแลมารดาที่ป่วยกระเสาะกระแสะด้วย

“พิมไม่เบื่อคุณท่านหรอกค่ะ คุณท่านใจดีแล้วก็เมตตากับพิมออกขนาดนี้”

ก่อนจะเข็นรถเข็นคันโตไปตามทางจนสุด พากันพูดคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้อีกพักใหญ่แล้วกลับเข้าบ้านเมื่อตะวันคล้อย กินอาหารเย็นในเวลาถัดมา


“ออกมาทำอะไรมืดๆแบบนี้พิมนารา”

เสียงทักจากทางด้านหลังทำให้คนที่ท่อมๆก้มๆเงยๆหาของสะดุ้งโหยงตกใจ

“หมอภีม! คือ พิมทำของหายน่ะค่ะ”

“ไม่เจอหรอกมืดขนาดนี้”

“หาไม่เจอต้องแย่แน่ๆเลยค่ะ พี่โตให้มาด้วยสิ”

คนฟังที่เพิ่งเสร็จจากงานแล้วตรงมาที่นี่ ได้ยินชื่อน้องเขยถึงกับกำมือแน่นด้วยอารมณ์เดือดดาล กล่าวเสียงติดเยาะหยัน

“อ้อ...แฟนให้มาหรอกเหรอ”

พิมนาราที่ไม่ได้รับรู้ถึงความคิดและอารมณ์ของคนตรงหน้า ยิ้มจนตาหยีส่งให้ ก่อนส่ายหน้าจนผมที่มัดไว้กระจายสะบัดไปมาน่าเอ็นดู

“ไม่ใช่แฟนหรอกค่ะ”

แปลกที่คำตอบทำให้ภีมรู้สึกแปลกๆในหัวใจ เผลอผ่อนลมออกมาราวกับโล่งอก แล้วมองนิ่งไปยังไรผมที่หลุดลุ่ยบนกรอบใบหน้าเหมือนมีมนต์สะกดให้เขาอยากลูบไล้มัน

ภีมเดินเข้ามาชิดจนเธอได้กลิ่นหอมของผู้ชายที่ตนเองไม่รู้ว่ามันคือกลิ่นอะไรอวลกระตุ้นให้ใจดวงน้อยกระเจิดกระเจิงสั่นไหวขึ้นมาในทันที

มือสวยได้รูปในแบบของผู้ชายยกขึ้นลูบไรผมของเธออย่างเบามือ ปลายนิ้วแตะโดนใบหน้านวลใสแผ่วๆ ก่อนบอกเสียงนุ่มนวล

“เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยให้เด็กออกมาช่วยหา ขึ้นบ้านไปพักผ่อนก่อนไป”

“เขาะ...ขอบคุณค่ะ”

เธอแทบพูดไม่ออก ก่อนจะเปล่งเสียงขอบคุณเขาได้ในที่สุด

พอบอกเขาไปแล้วก็รีบหันหลังกลับทันที เพราะตอนนี้รู้สึกถึงความร้อนบนใบหน้าโดยเฉพาะตรงบริเวณที่ถูกปลายนิ้วสัมผัสของคุณหมอหนุ่ม มันทำให้เธอเขินอายจนตัวแทบแตก ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะใกล้ชิดเพศตรงข้ามขนาดนี้ แถมยังเป็นผู้ชายทรงเสน่ห์ติดอันดับชายในฝันของสาวๆอีกด้วย

แต่เธอยังไปไม่ถึงไหนก็ต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“อุ๊ย!”

“เป็นอะไรพิมนารา”

“ปะ เปล่าค่ะ พิมไม่เป็นอะไร” บอกพร้อมยกมือห้ามไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้

“ไหนดู นั่นเลือดนี่ เหยียบอะไร”

“ไม่เป็นอะไรค่ะหมอ ว๊าย!”

เสียงหวีดร้องดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อเธอถูกคุณหมอหนุ่มนักธุรกิจช้อนอุ้มเดินเข้าไปในบ้าน เสียงหัวใจของเขา ผสมกับกลิ่นหอมเฉพาะตัวยิ่งทำให้เธอประหม่ามากขึ้นไปอีก

“นั่งตรงนี้ก่อน เดี๋ยวผมล้างแผลให้”

เขาบอกแล้วเดินเข้าไปตรงห้องใต้บันได แล้วออกมาพร้อมกล่องยา ก่อนนั่งลงกับพื้นภีมนำเก้าอี้มารองตรงขาเธออย่างเบามือ

“อุ๊…”

พิมนาราร้องตกใจเมื่อภีมจับปลายเท้าของเธอเพื่อเพ่งดูตรงที่บาดเจ็บ ก่อนบอก

“น่าจะโดนกระเบื้องบาด ดีนะที่ไม่ลึกมาก”

หญิงสาวยิ้มตอบรับเบาๆ อย่างที่ไม่รู้จะพูดอะไรดี “ค่ะ”

คุณหมอนักธุรกิจลงมือทำแผลพร้อมกับชวนคุย ราวกับจะช่วยลดความกังวลที่มีต่อแผลของเธอ “ผมไม่ได้ทำแผลให้ใครมานานแล้ว พิมเป็นคนแรกในรอบหลายปีนี้เลยนะ...กลัวไหม”

พิมนารารู้สึกเหมือนหัวใจพองโตกับคำพูดหยอกล้อของเขา อ้อมแอ้มตอบรับแผ่วเบา

“ค่ะ เอ่อ...ไม่กลัวค่ะ”

ภีมส่งยิ้มมาให้แล้วลงมือล้างแผลให้อย่างนุ่มนวลจนแทบไม่อยากเชื่อว่าคนตัวโต มือใหญ่ๆจะปราณีตได้ขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเธอจ้องมองเขาอยู่นานแค่ไหนแต่ก็แทบสำลักลืมหายใจเมื่อภีมเงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วยชนิดไม่ให้เธอได้ตั้งตัวเลยสักนิด

“เรียบร้อยครับ เดินไหวไหมพิมนารา”

“วะ...ไหวค่ะ”

หญิงสาวตะกุกตะกักบอกเสร็จ ลุกพรวดพราดในทันที

แต่เพราะไม่ทันตั้งตัวจึงทำท่าจะล้มลงกับพื้น และภีมก็ไวมากเขาลุกมาช่วยประครองเธอเอาไว้ได้ทันท่วงทีเช่นกัน

“ซุ่มซ่ามแบบนี้เสมอหรือไง...หืม”

เสียงถามชิดใบหน้าทำให้เธอร้อนไปหมดไล่จากเส้นผมลงไปถึงปลายเท้า

พิมนาราตกใจเธอยืนนิ่งขยับตัวไม่ได้เมื่อได้สบสายตาคมของเขา รู้สึกว่าระยะห่างระหว่างกันกำลังลดลงทุกทีๆ ก่อนจะตกใจกระพริบตาปริบๆเมื่อริมฝีปากได้รูปสีแดงเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติและอุ่นซ่านแตะแผ่วๆลงบนหน้าผากของเธอ ราวกับจะหยุดเลือดตรงนั้นไม่ให้ไหลเวียนไปไหน หญิงสาวตัวแข็งทื่อเหมือนถูกสาปจากบุรุษรูปงามตรงหน้า

“ไปนอนเถอะ”

ลมหายใจของเธอค่อยๆผ่อนออกจมูกเมื่อตั้งสติได้ แล้วรับคำเขาแผ่วเบาอีกครั้ง

“ค่ะ”

รีบฝืนตัวเดินกระเผลกเข้าห้องไปในทันที

ภีมยืนมองจนลับสายตา ความรู้สึกอ่อนหวานเมื่อครู่เกิดขึ้นมาได้อย่างไรกัน รู้ทั้งรู้ว่าเด็กคนนั้นกำลังทำมารยาใส่เขากลับไม่ควบคุมความรู้สึกของตนเองเสียอย่างนั้น แล้วหันหลังกลับห้องของตนเองด้วยท่าทีเย็นชาต่างจากเดิมราวฟ้ากับก้นเหว









ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ฝากติดตามด้วยนะคะ"

shasha


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha