มังกรร้อนสวาท

โดย: พลอยเฟื่อง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : ฝันร้ายไม่รู้จบ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 2

ฝันร้ายไม่รู้จบ

 

 

 

 

 

หล่อนครางอู้อยู่ในอก หน้าอกกระเพื่อมไหว อ้าปากกว้างงับลมหายใจแทบไม่ทันห้ามปรามความเสียวกระสัตที่ถูกปั๊มใส่หลายระลอกติดๆ กัน

รู้สึกถึงผนังถ้ำสวาทที่คายคั้นน้ำเหนียวให้ออกมาชุ่มชะโลมช่องทางจนเยิ้มไหลออกจากร่องรู เพื่อลดแรงเสียดทานจากการเสียบสอดเข้าและออกเร่งรัวถี่ยิบนั่น

เถียงเขาไม่ได้เลยจริงๆ เมื่อร่างกายหล่อนไหลล่องตามการชักนำของนิ้วร้ายกระทั่งสติกระเจิดกระเจิงหาย

“ฮะ...ฮ่า...รู้ไหมยัยแมวเหมียวว่า เธอเปียกไปหมด อ่า...ดูกลีบเธอสิ...ชุ่มน้ำหวาน... น่ายกซดเสียจริง”

เขาไม่เพียงพูด เมื่อถอดถอนนิ้วที่หมุนควงเป็นสว่านส่งท้ายออกไปจากถ้ำลี้ลับที่เจิ่งนองด้วยหยาดสวาทหลั่งรินล้นไหลเป็นสาย สอดอุ้งมือเข้าไปใต้สะโพกกลมกลึงตะปบแน่น แล้วยกลอยเด่นขึ้นมา ริมฝีปากร้อนแนบลงไปที่ตาน้ำหวาน พร้อมกับเสียงดูดซดราวกับกระหายยหิว

“ซ้วบ....อ่า...” ไม่เพียงแต่ดูดกิน ยังส่งลิ้นเลียปาดรอบรูร่อง

“อ่ะ...อ๊ะ...อ๊าย....” เธอหวีดร้องลั่นด้วยความเสียว เมื่อมังกรระห่ำ ห่อลิ้นแหลมแยงแหย่แทรกปากทางเข้าไปกระทุ้งตาน้ำให้ยิ่งไหลเร่งรัว

“อูยยยยย...ซี้ดดดดดด...”

ถ้ำหฤหรรษ์ของเธอคายหยาดน้ำอมฤตย์ออกมาราวกับน้ำป่าหลาก ลิ้นสว่านควงเสียบเข้าไปด้านใน เพิ่มความเสียวปานเกลียวเชือกที่ถูกฝั้นจนเคร่งตึงและแล้วก็ขาดผึงในที่สุด

“อ๊าย...อ๊า....อา...”

เสียงหอบกระเส่างับลมหายใจอย่างเหนื่อยแสนเหนื่อย พร้อมกับดวงตาที่เบิกโพลงพร่างอยู่ในความมืดสลัว

เสียงรถยนต์ที่วิ่งกันขวั่กไขว่เบื้องล่างดังแว่วเข้ามาชัดหู    เมยาวดีผวาเฮือกสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย

ดวงตาโตเบิกตื่นกะพริบปริบๆ อยู่ในความมืดของห้องชุดที่เพิ่งย้ายมาอยู่ได้ไม่กี่เดือน หน้าอกหน้าใจยังกระเพื่อมแรงด้วยความหอบเหนื่อย และเมื่อขยับกายที่คล้ายถูกสต๊าฟมาหลายชั่วโมง ก็รู้สึกถึงความชุ่มแฉะฉ่ำเยิ้มที่หว่างขา

“อาห์...” เธอถอนใจอย่างโล่งอก อยู่เดียวดายในความมืด เมื่อพบว่ามันเป็นแค่ฝันร้ายอีกครั้ง

“บ้าจริง” พึมพำแผ่วเบา พร้อมกับยันกายลุกขึ้นมานั่งบนเตียงกว้าง หน้าผากและขมับฉ่ำไปด้วยพราวเหงื่อเม็ดเล็กๆ

รู้สึกลำคอแห้งผากราวกับว่าอ้าปากครวญครางและแผดเสียงร้องมาเนิ่นนานมาจนคอแห้งไปหมด

มือควานคว้าสะเปะสะปะไปที่หัวเตียง กดเปิดสวิทซ์ไฟเปิด ในห้องชุด อาบไล้ไปด้วยแสงไฟที่เหลืองนวล จึงรวบสติก่อนจะหย่อนขาลงข้างเตียง นั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วเดินเซซัดไปหาตู้เย็นเพื่อว่าจะหาน้ำดื่มให้ชุ่มคอเสียหน่อย

เมื่อเหลียวหน้าดูข้างฝา นาฬิกาบอกเวลาตีสอง อีกไม่กี่ชั่วโมง เธอก็ต้องตื่น ไปใช้ชีวิตรีบเร่งดิ้นรนอย่างคนอื่นๆ เพื่อที่จะหาเลี้ยงปากท้องแล้วสินะ

มือเรียวถือแก้วน้ำ เดินมาหยุดยืนที่หน้าต่าง มองลงไปยังถนนเบื้องล่างที่รถรายังขวั่กไขว่

กรุงเทพมหานคร ก็เหมือนเมืองหลวงทุกแห่งบนโลกนี้กระมัง ที่อีกหลายชีวิตยังดำเนินต่อไปทั้งคืน ไม่เคยหลับใหล

คล้ายๆ กับเธอในครั้งหนึ่ง ที่ต้องใช้แรงงานแลกเงิน ในยามค่ำคืนจนโชคชะตาพัดพาให้ไปเจอกับอะไรหลายอย่าง

เมยาวดีปล่อยความคิดล่องลอยย้อนกลับไปเมื่อปีก่อน เธอผ่านพ้นเรื่องราวอะไรมามากจริง ก่อนจะได้สติรู้ตัวว่ามันดึกมากแล้ว  จึงบอกกับตัวเองว่าให้ไปพักผ่อนนอนหลับ เพื่อเก็บแรงพลังเอาไว้สู้กับวันพรุ่งนี้ ที่จะต้องตื่นมาพบกับอะไรบ้างไม่รู้ที่รออยู่ แต่จนครึ่งค่อนคืน และกระทั่งสว่างคาตา จากฝันร้ายที่ปลุกให้เธอตื่นมา หญิงสาวก็ข่มตานอนหลับลงอีกครั้งไม่ได้เลย

 

“สวัสดีค่ะ”

ร่างโปร่งเปรียวที่เต็มไปด้วยสัดส่วนโค้งเว้าเร้าใจในชุดเสื้อเชิร์ต กระโปรงสั้นเหนือเข่า สวมทับด้วยเสื้อสูท บนรองเท้าส้นสูงสองนิ้วครึ่งสะพายกระเป๋าก้าวฉับๆ เข้ามาในที่ทำงาน พร้อมกับแจกยิ้มหวานในใบหน้านวลขาวสว่าง เปิดวงหน้าเรียวรูปไข่ด้วยผมเกล้ามวยไว้ที่ท้ายทอยแบบเรียบๆ  ดวงตากลมโตเป็นประกายสุกใส จมูกโด่งสวยได้รูป คิ้วเรียว ปากกระจับอิ่มงามมองไม่เบื่อ นิยามความเป็นเธอได้ว่า...สวยแพง สมกับตำแหน่งเลขาของผู้จัดการสาขาของโชว์รูมรถจักรรถบรรทุกใหญ่

มันคือเช้าวันจันทร์อันสดใส นั่นคือสิ่งที่เธอพร่ำบอกกับตัวเอง

แต่พอคล้อยหลัง เสียงซุบซิบนินทา และสายตาจัดผิด ที่มองตามมา มันทำให้อารมณ์ที่พยายามจะสดใสเริงร่าเหมือนดอกทานตะวัน มีอันให้เหี่ยวหุบลงอย่างรวดเร็ว ราวกับหม้อข้าวหม้อแกงลิง ที่มีสิ่งแปลกปลอมอันไม่พึงประสงค์หล่นร่วงลงไปข้างใน

หลังกลับจากสัมมนาของบริษัท เมยาวดีรู้ดีว่า เธอคงกลายเป็นหัวข้อซุบซิบนินทา อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรื่องที่เธอหายไปพร้อมกับธีรภัทรไม่เข้าร่วมกิจกรรมของทางบริษัท และกลับมาในเช้าอีกวันด้วยสภาพขวัญกระเจิงร้องไห้ฟูมฟาย

และเจ้านายหนุ่มก็ช่วยเล่นใหญ่เกินเบอร์ ด้วยการดึงตัวเธอเข้าไปกอดปลอบโยนแสดงความห่วงใยอย่างออกนอกหน้า เหตุการณ์นั้นคนเห็นกันทั้งบริษัท ตอนที่เธอปล่อยโฮกอดเขาร้องไห้เสียขวัญ ก่อนที่ชายหนุ่มจะพาตัวเธอเดินเข้าลิฟต์ขึ้นห้องหายไปด้วยกันสองต่อสองอยุ่นานสองนาน

รับรองด้วยเกียรติของเมยาวดี ว่ามันไม่มีเรื่องฉันท์ชู้สาวอะไรเลยเถิดเกิดขึ้นต่อจากนั้น แต่ก็นั่นแหละ ใครจะเชื่อล่ะ

สำหรับธีรภัทร คงไม่มีใครกล้าไปถามให้โดนไล่ออก หรือถูกขึ้นแบล็กลิสต์ แต่เธอนั้น ก็ยังตุ๊มๆ ต่อมๆ ว่า จะตอบคนอื่นว่ากระไรดีหากมีใครเกิดสงสัยใคร่รู้และถามมา

ไม่มีอะไรค่ะ มันเป็นเรื่องส่วนตัว

คำตอบแบบผู้ดี ที่อาจจะทำให้คนถามหน้าหงาย แต่ก็คงไพเราะเพราะพริ้งกว่าถามกลับไปว่า

แล้วเผือกอะไรด้วยล่ะคะ?

เฮ้อ! เอาเถอะ...ตอนนี้ยังไม่มีใครถาม และเธอควรจะปั้นหน้างามๆ รอเจ้านาย อย่างน้อยก็เป็นการตอบแทนที่เขาช่วยเหลือดูแลเธออย่างดีเยี่ยม แม้จะดูเกินหน้าที่ไปสักหน่อยก็เถอะ

มือเรียวปลดกระเป๋าสะพายบ่าวางบนโต๊ะ หยิบกุญแจลิ้นชักออกมา ยังไม่ทันจะได้ไข บานประตูหน้าห้องของผู้จัดการใหญ่ประจำสาขาก็เปิดผางออกมา พร้อมกับร่างสูงที่คุ้นตา

“คุณโอเคไหม?” คำทักทายแรกของเขา ทำให้เธอทั้งอึ้งและแสนจะซาบซึ้งใจ ก่อนจะผงกหน้าตอบไป

“ค่ะ” พร้อมกับดึงมุมปากยกยิ้มหวานๆ เป็นการยืนยันให้อีกฝ่ายสบายใจ

“ผมดีใจที่ได้ฟังอย่างนั้น” ประโยคต่อมา หากสีหน้าของเจ้านาย ดูไม่โอเคกว่าเธอเสียอีก

“ขอบคุณนะคะบอส สำหรับทุกอย่าง แต่ช่วยทำให้เช้าวันนี้ เหมือนกับทุกวันที่ผ่านมาเถอะค่ะ ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆ”

“อ้อ...อ๋อ...” ธีรภัทรทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกได้

“งั้นกาแฟดำแก้วหนึ่ง แล้วมีงานอะไรต้องทำบ้างวันนี้ เข้ามารายงานผมด้วย”

“ได้ค่ะเจ้านาย ไม่เกินห้านาที” เธอบอกไปพร้อมกับรอยยิ้มสดใส เขายิ้มตามอย่างโล่งใจ ก่อนร่างสูงนั่นจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องทำงาน

เมยาวดีรีบเตรียมแฟ้มที่ชายหนุ่มจะต้องอ่าน และลิสต์รายการงานของวันนี้คร่าวๆ เตรียมเข้าไปให้เขาพร้อมกับกาแฟดำที่สั่ง ทุกอย่างวางพร้อมบนโต๊ะ ยกเว้นเครื่องดื่มที่ต้องชงร้อนๆ

เธอจึงเดินไปยังส่วนของแคนทีนเล็กๆ ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของอาคาร สำหรับเตรียมของว่างและเครื่องดื่ม 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"สนุกมาก หวานมาก แซ่บมาก ท้าให้ลองค่ะ ^^"

พลอยเฟื่อง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha