มหาเศรษฐีกระหายรัก

โดย: วีนัส ละอองดาว/ยติยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


คฤหาสน์บวรวงศ์ พื้นหญ้าเขียวขจี ต้นไม้ถูกปลูกไว้อย่างเป็นระเบียบไม่สามารถบดบังความโออ่า และทันสมัยของตัวบ้านสีขาวสะดุดตาได้ ถนนปูนลาดยาวไปถึงปากทางเข้าข้างในคฤหาสน์ ด้านหน้านั้นมีน้ำพุขนาดใหญ่อวดความงดงามของรูปปั้นสิงโตที่กำลังพ่นน้ำออกทางปาก เบื้องล่างยังมีฝูงปลาคาร์ปแหวกว่ายกันไปมา

ภายในห้องอาหารหรูหรา เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเป็นของแพงแม้กระทั่งโต๊ะทรงยาวสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ตั้งกลางห้องและถูกล้อมด้วยเก้าอี้จำนวนหกตัวหัวท้ายสองและตรงข้างทั้งสองอีกสี่รวมเป็นหก

บรรยากาศในห้องเริ่มอึมครึมเหมือนพายุฝนกำลังมา หลังจากอาหารรสเลิศจากเชฟมือดีที่จ้างมาด้วยค่าตัวสูงนำกับข้าวมาเสิร์ฟ ชายร่างใหญ่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเทาที่ไม่อาจซุกซ่อนมัดกล้ามบึกบึนที่นูนขึ้นไปตามร่องความกำยำของกล้ามเนื้อ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายนิ่งเฉยเหมือนเช่นดวงตาคู่คมกริบสีดำที่ในตอนนี้ยากเกินคาดเดา รับกับคิ้วดกดำเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน และเรียวปากได้รูปราวกับอิสตรีปิดสนิท

ของชนาธิป บวรวงศ์ ชายหนุ่มที่เครื่องหน้าทุกอย่างลงตัวไร้ที่ติ ดูดีทั้งรูปกายและชาติตระกูล วัยสามสิบห้าปี เขาขึ้นครองอาณาจักรของบวรวงศ์ด้วยวัยที่ยังน้อยเพราะอุบัติเหตุพรากชีวิตของคนที่รักและเคารพยิ่งทั้งสองไปตลอดกาล ทำให้เขาดูน่าเกรงขามและดุดัน

ชายหนุ่มขึ้นแท่น ซีอีโอของบริษัทในเครือ บวรวงศ์ กรุ๊ป บริษัทไวน์ชั้นเลิศที่มีสาขาอยู่หลายจังหวัดในเมืองไทยและกำลังขยายไปยังต่างประเทศ เขาสามารถตีตลาดนักชิมและนักวิจารณ์ที่ชื่นชอบรสชาติฝาดแต่หอมกลมกล่อมได้อย่างไม่น่าเชื่อ คนเหล่านั้นล้วนติดใจกับรสชาติเยี่ยมยอดของสูตรไวน์ที่ได้รับสืบทอดจากต้นตระกูล

เขาดำเนินธุรกิจได้ดีเยี่ยมมาตลอด หากแต่ว่าเขานั้นกลับมีนิสัยประหลาดหรือจะเรียกว่าเป็นคนกินยาก อะไรที่ไม่ถูกปากต่อให้รสเลิศมากแค่ไหน ใครต่อใครบอกว่าอร่อยแสนอร่อย หากมันไม่ถูกปากเขาก็ไม่มีวันเขมือบลงซ้ำเหมือนเช่นผู้หญิง

“เป็นยังไงบ้างคะพี่ชาย”

มีนา บวรวงศ์ บุตรสาวคนเล็กของตระกูลบวรวงศ์ วัยยี่สิบสี่ปี ด้วยอายุที่ห่างกันมากทำให้มีนานับถือชายหนุ่มมาก เพราะเขาเป็นคนดูแลเธอทั้งเรื่องการศึกษา และการทำงาน ตอนนี้เธอกำลังฝึกงานที่บริษัทฯ ฝ่ายพัฒนารสชาติไวน์

ผู้เป็นน้องถามคนเป็นพี่ด้วยความอยากรู้ เพราะนิสัยทานยากของชนาธิปทำเธอปวดหัวไม่น้อย และยิ่งเห็นสีหน้านิ่งๆ ของพี่ชายคงไม่พ้น....

“ออกไปซะ”

เพล้ง!

เสียงจานอาหารตกกระทบพื้นกระเบื้องราคาแพง เศษเซรามิกแตกกระจัดกระจายบนพื้นพร้อมด้วยอาหารรสเลิศที่ไม่ถูกปากคนทาน

สาวใช้ต่างพากันเมียงมองแม่ครัวคนใหม่ที่ก้มหน้าซ่อนน้ำตาด้วยความสงสาร  ก่อนจะหลบสายตาจากเจ้านายหนุ่ม ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมคายทว่าเรียบเฉยเหมือนทั้งโลกนี้เป็นอะไรไม่น่าชม

เพียงคำสั้นๆ ทุกคนก็จับใจความได้

“คุณชนาธิปอย่าไล่ดิฉันออกเลยนะคะ”

เชฟสาวหน้าตาดีทรุดกายลงคุกเข่า พร้อมยกมือไหว้อีกฝ่ายด้วยน้ำตา เพราะเงินเดือนที่มากเช่นนี้ต่อให้อยู่ภัตตาคารใหญ่หรูหราแค่ไหนก็ไม่มีทางได้

“พาเธอออกไป” มีนาสั่งลูกน้องของพี่ชายให้พาเชฟสาวออกไปจากที่นี่ เมื่อพี่ชายเธอสั่งเช่นนั้นแล้วก็ไม่มีการรอมชอมหรือเหนี่ยวรั้งเอาไว้อีกต่อไป

“ขอกาแฟ” ชนาธิปยังทำหน้านิ่งไร้ความรู้สึก เหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่มีอะไรทั้งสิ้น จนคนเป็นน้องพานส่ายหน้ากับลิ้นช่างทานลิ้นช่างเลือก

“คนนี้คนที่ห้าในรอบสามเดือนแล้วนะคะ” มีนาบอกพลางรวบช้อนเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ทำเธอไม่อยากอาหารไปด้วย “ฉันขอนมกับของหวาน”

“ช่วงนี้พี่ไม่รู้เป็นอะไร” ว่าเสร็จก็ยกกาแฟขึ้นจิบ “ทานอะไรก็ไม่ถูกปาก แม้แต่กาแฟนี่”

แก้วกาแฟถูกกระแทกลงบนถ้วยรองแรงๆ จนกาแฟข้างในกระฉอกออกมานอกแก้วจนเปื้อนมือของเขา ชายหนุ่มเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนแล้วทิ้งลงบนโต๊ะแรงๆ ด้วยความหงุดหงิด

“ใครชงกาแฟ!” เสียงห้าวดุดันถามสาวใช้ที่ยืนก้มหน้าอยู่ด้านหลัง

ทุกคนพากันตัวสั่นเพราะกลัวถูกไล่ออก วันนี้เวรใครชงกาแฟ คนนั้นคงไม่รอดแน่แท้

“ดิฉันเองค่ะ”

“ไล่ออก! ไปเก็บข้าวของออกไปซะ”

“เดี๋ยว! พี่แทน” มีนาเรียกชื่อพี่ชายเสียงหลง “พวกเธอออกไปก่อนเดี๋ยวฉันคุยให้เอง” สั่งสาวใช้เสร็จก็หันมองหน้าผู้เป็นพี่

“มองพี่แบบนั้น หรืออยากไปดูความเรียบร้อยที่ไร่องุ่น”

นั่นปะไร พี่ชายฉัน คนเป็นน้องได้ฟังคำพูดที่หลุดมาจากปากถึงกับส่งค้อนตากลับไปให้ รู้ทั้งรู้ว่าเธอไม่ถูกกับเจ้าหน้าที่ที่นั่นแต่ก็ยังจะแกล้งถาม “ที่น้องมองก็เพราะพี่ทำเกินไป ทำไมพี่แทนถึงอารมณ์เสียง่ายแบบนี้คะ”

ด้วยความเป็นห่วงทำให้มีนาขยับเข้าไปใกล้ใช้มืออังกับหน้าผากและวัดเทียบกับของเธอ แต่ก็ไม่พบไอร้อน

“พี่ไม่ได้ป่วย” ว่าเสร็จก็ปัดมือที่อังหน้าผากออก

“แต่พี่ชายเล่นงานทั้งเชฟและสาวใช้นะคะ” คนเป็นน้องไม่เชื่อ

“คงเป็นเพราะช่วงนี้อาหารไม่ถูกปากพลอยทำให้หงุดหงิด” เขาสันนิษฐาน ช่วงนี้อาการทานยากกำเริบหนักจนเดือดร้อนคนรอบกายจริงๆ

“คงใช่” แต่เหมือนไอเดียบางอย่างจะผุดเข้ามาในสมอง “น้องว่าเราควรประกาศรับสมัครแม่ครัวประจำตัวพี่แล้วละ”

“พี่ว่ามันจะยุ่งยากเกินไปนะ” ชนาธิปไม่อยากปฏิเสธความคิดของผู้เป็นน้องเลยว่ามันเข้าท่า แต่ใครกันล่ะที่จะทำอาหารได้ถูกปากเขา

“ถ้าให้ทนจ้างแล้วไล่ออกแบบนี้เดี๋ยวเราจะถูกครหาว่าเรื่องมากเอาได้นะคะ ยิ่งพี่แทนเป็นถึงผู้บริหารแต่กลับไล่คนออกเหมือนผักปลาแบบนี้ใครที่ไหนเขาจะอยากร่วมลงทุนกับเรากันคะ” มีนาให้เหตุผล ดวงตากลมโตมองหน้าผู้เป็นพี่เธอเห็นเขาพยักหน้ารับเห็นด้วย

“งั้นน้องจัดการเลยแล้วกัน” เขาไม่ชอบเรื่องวุ่นวาย แม้การไล่ออกจะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเขาแต่อาจเป็นจริงอย่างมีนาว่า หากคนอื่นรู้ถึงความเรื่องมากคงพลอยเกิดปัญหาเรื่องอื่นตามมา

“ได้ค่ะ แต่พี่ต้องมาตัดสินเองนะคะ”

“อืม พี่ไปทำงานละ จะไปด้วยกันเลยไหม”

“ไปด้วยค่ะ” มีนาหยิบขนมใส่ปากอีกชิ้นแล้วลุกตามร่างสูงไป เสียงรถยนต์ที่พาเจ้านายทั้งสองเดินทางไปทำงานดังห่างไปเรื่อยๆ เหล่าสาวใช้ต่างพากันถอนหายใจ นึกขอบคุณคุณมีนาที่ช่วยชีวิตพวกเขาด้วยความซาบซึ้งใจ



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha