มหาเศรษฐีกระหายรัก

โดย: วีนัส ละอองดาว/ยติยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


มีนาได้รับการติดต่อกลับจากแม่ครัวคนนั้น วันนี้เธอจึงเกงานออกมาคุยกับหญิงสาว ร้านกาแฟบรรยากาศเงียบสงบเหมาะสำหรับการนั่งดื่ม ทำงาน และพูดคุย

มณฑิตาเดินทางมาก่อนเวลานัด เธอสั่งเพียงน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว วันนี้เธอไม่เปิดร้านเพราะลุงเจิมยังไม่กลับ และถ้าเขารู้ว่าเธอไม่เปิดคงถูกไล่ออกแน่ เธอลองเสี่ยงเอาเงินที่ได้เพียงน้อยนิดมาแลกกับการคุยกับผู้หญิงคนนั้น

“ใช่แม่ครัวคนนั้นหรือเปล่า” เสียงทักทายจากด้านข้างทำให้ร่างบางที่นั่งนิ่งเงยหน้าขึ้นมอง

“ค่ะ คุณคือ คุณมีนา บวรวงศ์ใช่ไหมคะ” เพราะไม่เคยเจอกันมาก่อนทำให้มณฑิตาพยักหน้าแล้วถามกลับอีกฝ่าย

“ใช่ค่ะ ดีใจจังเลยที่คุณมาได้ เราทานข้าวกันก่อนดีกว่าค่ะแล้วค่อยคุยกัน”

มณฑิตาจับจ้องที่ใบหน้าหวานของคนตรงหน้า กิริยาอ่อนช้อย ทุกท่วงท่าดูงดงามราวกับถูกฝึกเรื่องมารยาทเป็นอย่างดี สมแล้วที่เกิดมาในตระกูลดีเช่นนั้น จนกระทั่งดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาของมีนาจนเธอต้องหลบก้มหน้ามองฝ่ามือตัวเองกิริยาเช่นนั้นทำให้คนมองระบายยิ้ม

หญิงสาวไม่คิดมาก่อนว่าบุตรสาวของตระกูลบวรวงศ์จะอยากคุยกับเธอ มณฑิตาข่มความตื่นเต้นเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายรู้

“เอ่อ ค่ะ”

มณฑิตาเองก็ลืมไปเลยว่ายังไม่ได้ทานข้าวเช้า เพราะต้องไปหายายที่โรงพยาบาลแต่เช้า และตอนนี้ก็สิบเอ็ดโมงแล้ว ท้องน้อยๆ จึงร้องครางประท้วงเมื่อมีใครพูดถึงอาหาร มือเล็กยกขึ้นลูบท้องตัวเอง พลางมองแก้วน้ำที่เธอสั่งไว้รอมีนา

ในระหว่างที่รออาหาร ทั้งสองก็พูดคุยกันตามประสา มีนาลอบสังเกตอีกฝ่าย เธอมีใบหน้างดงาม ผิวพรรณอมชมพูบอบบางดูราวกับเป็นคุณหนูมากกว่าเป็นแม่ครัวทำงานหนัก ทั้งยังวางตัวได้สมฐานะไม่พยายามทำตัวสนิทสนมกับเธอ

“มีนาดีใจมากเลยนะที่คุณ...”

“เรียกตาก็ได้ค่ะ”

เมื่ออีกฝ่ายมีท่าทีเป็นกันเองทำให้มณฑิตาคลายความเกร็ง

“ดีใจมากเลยค่ะที่ตายอมมาได้ ตอนแรกก็กลัวว่าจะไม่มาซะอีก” มีนาระบายยิ้มให้อีกฝ่าย ชื่นชมการกระทำที่อ่อนน้อมถ่อมตน ผิดกับหญิงอื่นที่พยายามตีตนเสมอ

“มาค่ะ” มณฑิตาอยากให้อีกฝ่ายเข้าเรื่องโดยไวเพราะเป็นห่วงยายที่อยู่โรงพยาบาล แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่นานอาหารก็ถูกเสิร์ฟตรงหน้า ทั้งสองนั่งทานไปคุยไป ส่วนใหญ่จะเป็นมีนาที่เป็นฝ่ายถาม

“ตอนนี้ตาพักอยู่กับใครเหรอ”

“อยู่กับยายสองคนค่ะ แต่ตอนนี้ยายไม่สบายต้องพักที่โรงพยาบาล” เธอทิ้งท้ายเสียงเศร้าแผ่วเบาจนคนฟังสงสาร

“ค่าใช้จ่ายต้องสูงมากแน่เลยใช่ไหม”

มณฑิตาไม่ตอบ แต่พยักหน้าเบาๆ มือเล็กวางช้อนลงเพราะเริ่มทานอะไรไม่ลง จนคนถามพลอยวางช้อนตาม ก่อนจะเข้าเรื่อง

“อันที่จริง เราอยากเสนอให้ตาเข้าแข่งขันทำอาหารที่บ้านบวรวงศ์น่ะ” มีนาลอบสังเกตอาการของเธอ

“คนทำอาหารเหรอคะ” เธอตาโตตื่นเต้นที่มีคนชวนไปร่วมแข่งขัน แทบทุกครั้งก็ว่าได้ที่มีคนมาหาแต่ถูกลุงเจิมขัดขวางแต่รอบนี้เหมือนฟ้าประทานพรช่วยเธอ

“ใช่จ้ะ เมื่อวานเรามาชิมอาหารที่ตาทำอร่อยมาก ขนาดพี่ชายเรายังทานซะหมดเกลี้ยง เธอฝีมือไม่ธรรมดามากเลยนะ” มีนาชื่นชมจากใจจริงเพราะเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เห็นชนาธิปเจริญอาหารแม้จะเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำใสธรรมดาก็ตาม

“แต่การแข่งขันจบลงไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ” เมื่อวันก่อนเธอเห็นว่ามีการประกาศผลแล้วแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจว่าใครที่ได้เข้าไปทำงาน แม้จะเสียดายที่พลาดโอกาสงามครั้งนั้น

“พอดีว่าเรายังไม่ได้คนเลยจ้ะ และตอนนี้ก็กำลังเปิดรับสมัครใหม่อีกครั้ง เราอยากให้ตาไปสมัคร ตอนนี้ยายก็ต้องเข้าโรงพยาบาลไม่ใช่เหรอ” มีนาใช้ความเดือดร้อนของอีกฝ่ายมาอ้าง แม้มันจะเป็นการบีบบังคับกลายๆ ก็ตามที แต่เพื่อให้ปัญหาทานยากของชนาธิปสิ้นสุดลงเธอก็ต้องลองเสี่ยงดู

มณฑิตานึกถึงตัวเลขค่ารักษาก็ต้องสูดหายใจลึกๆ เพื่อเรียกกำลังใจ และความเชื่อมั่น

“ค่ะ ตาจะลองไปสมัคร”

“เป็นเรื่องที่ดีที่สุดเลยจ้ะ แต่เรามีเงื่อนไขบางอย่างแต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหา” มีนาบอกด้วยความมั่นใจในฝีมือของคนตรงหน้า

“อะไรเหรอคะ”

“ตาแค่ทำอาหารอะไรก็ได้ไปในวันพรุ่งนี้ เอาไปให้พี่ชายของเราชิมเฉยๆ ก็พอ เสร็จแล้วจะมีการประกาศให้ไปกรอกใบสมัคร” มีนาเห็นความกังวลในสายตาของเธอ “ไม่ต้องห่วงเรื่องการศึกษาหรืออะไรทั้งนั้นเพราะรอบนี้เราไม่ต้องการคนเรียนสูงจบมหาวิทยาลัยดังๆ เราแค่ต้องการคนที่ทำอาหารให้พี่ชายของเราทานเท่านั้น”

ยิ่งได้ฟังเช่นนั้นมณฑิตาก็ใจชื้นขึ้นมา แต่ต้องหนักใจว่าจะทำอะไรไปร่วมแข่งขันนี่สิ

“พรุ่งนี้เราอยากให้ตาเตรียมเสื้อผ้าสองสามชุดเผื่อเอาไว้ด้วยเลย เวลาประกาศผลจะได้ไม่ต้องเดินทางกลับไปกลับมาหลายรอบ”

มณฑิตาพอจะรู้เงื่อนไขคร่าวๆ ที่จะให้ผู้เข้าแข่งขันพักที่คฤหาสน์หากผ่านรอบแรกไปได้ จะให้คนที่ผ่านนั้นทำอาหารให้ชิมอีกครั้งเพื่อเลือกเข้าทำงานและคนที่ผ่านต้องพักอาศัยอยู่คฤหาสน์บวรวงศ์จนกว่าจะหมดสัญญา

“ได้ค่ะ”

มีนาระบายยิ้มที่อีกฝ่ายจะไปตามนัด “แล้วเราจะรอ ค่าอาหารเราออกเอง เพราะอีกไม่นานเราคงต้องฝากท้องกับเธอแล้ว”

มณฑิตาพยักหน้ารับ อีกฝ่ายพูดราวกับว่าเธอกำลังจะได้งานนี้ ร่างบางเดินทางไปที่ร้านลุงเจิมเพื่อจะเตรียมเปิดร้านกลับกลายเป็นว่าเธอเห็นร่างท้วมกำลังจัดเรียงเก้าอี้

“หายไปไหนมา ทำไมไม่เปิดร้าน ฉันเสียรายได้ไปเท่าไหร่รู้ไหม” ลุงเจิมต่อว่าแม่ครัวเสียงดังด้วยความโมโห หลังจากกลับจากบ้านนอกก่อนกำหนดเขาต้องหงุดหงิดเพราะแม่ครัวตัวดีไม่ยอมเปิดร้าน จนเขาขาดรายได้ไปตั้งเยอะ

“พอดีว่า...” มณฑิตาเตรียมจะอธิบายแต่อีกฝ่ายไม่ยอมฟัง

“ฉันไล่เธอออกจะไปไหนก็ไป” ว่าเสร็จก็เดินกลับเข้าไปในร้านทิ้งลูกจ้างสาวยืนมองตามด้วยความเสียใจ มณฑิตาไม่ได้เข้าไปง้อขอร้องอีกฝ่ายเพราะมันเป็นความผิดของเธอจริงๆ แต่ทำไมไม่ฟังเหตุผลเธอเสียบ้าง ร่างบางเดินออกจากร้าน

ก้าวเดินเอื่อยเฉื่อยไปตามทางเท้า ไอร้อนจากเครื่องยนต์ที่วิ่งบนท้องถนนทำให้เธอรู้สึกร้อนไม่น้อย ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับบริษัทใหญ่ยักษ์ที่ลงท้ายด้วย

บริษัท บวรวงศ์ กรุ๊ป

ความหวังและกำลังใจเต็มเปี่ยมทำให้มณฑิตามีหวังที่จะได้งานใหม่ พรุ่งนี้เธอจะต้องทำให้ดีที่สุดให้ได้

ร่างบางเดินทางไปหาผู้เป็นยายที่โรงพยาบาลอีกครั้ง พยาบาลแจ้งว่ายายเธอถูกย้ายออกมาข้างนอกแล้ว มนฑิตามองสายที่ระโยงระยางแล้วสงสารยาย เธอเดินเข้าไปนั่งใกล้ๆ จับมือผู้เป็นยายขึ้นมากุมเอาไว้

“ตา...” เสียงแหบพร่าเอ่ยชื่อเล่นผู้เป็นหลานเมื่อรู้สึกว่ามีใครมาจับมือ

“ยายทานข้าวหรือยัง” มณฑิตาถามเสียงสะอื้น

“ทานแล้ว และนี่ไม่ไปทำงานเหรอ”

เธอส่ายหน้า “พรุ่งนี้ตาจะไปแข่งเข้าทำงานที่บ้านบวรวงศ์ เขากำลังเปิดรับสมัครแม่ครัว”

“อืม...ก็ดีแล้ว ยายขอให้หลานผ่านได้ทำงานที่นั่นนะ”

“ขอบคุณค่ะ ถ้าหนูผ่านต้องไปพักที่บ้านนั้น แต่จะมาเยี่ยมยายบ่อยๆ นะคะ”

“แล้วยายกลับบ้านได้เมื่อไหร่”

มณฑิตาขอร้องหมอไม่ให้บอกยายเรื่องอาการป่วยและเงินที่ต้องใช้จ่ายในการรักษาเพราะเกรงว่ายายจะดื้อรั้นกลับบ้านไม่ยอมอยู่ที่นี่

“ยายต้องอยู่ที่นี่รักษาตัวไปก่อนสักพักยังไม่ได้กลับบ้านตอนนี้”

“แล้วค่า...”

“ค่ารักษายายไม่ต้องเป็นห่วง หนูจะพยายามหาให้ได้” แม้จะสงสารหลานสาวที่ต้องหาเงินมาเพื่อรักษาตนแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้

“ยายขอบใจเอ็งมากนะ” มือเหี่ยวยกขึ้นลูบศีรษะของหลานด้วยความเอ็นดู นางโชคดีเหลือเกินที่ได้หลานกตัญญูเช่นนี้

“หนูรักยายนะจ๊ะ ยายจะต้องเข้มแข็ง” เพราะฤทธิ์ยาทำให้ยายนอนหลับต่อ เธอจึงกลับบ้านเพราะตอนนี้นางผ่องอำไพอยู่ในมือหมอแล้วทุกอย่างจะต้องดีขึ้นพรุ่งนี้เธอจะต้องผ่านเข้ารอบให้ได้

เพราะยังต้องคิดเมนูที่จะทำให้พี่ชายของมีนาทานอีก ดวงหน้างามในตอนนี้ออกตึงเครียดเล็กน้อยขณะที่สายตากำลังสอดส่องมองหาวัตถุดิบที่จะทำพรุ่งนี้

พลันความคิดก็สะดุด เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย เห็นว่าชื่อชนาธิป บวรวงศ์ เขาจะเป็นคนแบบไหนกันนะ ถึงต้องเลือกแม่ครัวมาทำอาหารให้โดยเฉพาะ

“วันนี้เอาอะไรดีหนูตา”

แม่ค้าขายผักที่เธอมาซื้อประจำถาม

คนใจลอยได้สติหันไปมองอีกฝ่าย ก็นึกขึ้นได้ว่าจะทำอะไรให้เขาทานดี “น้าจ๊ะ ผักกาดขาวหัวละเท่าไหร่”

“โลละสามสิบห้าบาทจ้ะ”

“งั้นเอา กระเทียม พริกไทย ถั่วลันเตา แครอท บรอกโคลีและผักชีด้วยนะจ๊ะ” เธอสั่งวัตถุดิบที่จะใช้ทำไส้หมู เมนูที่เธอจะทำคือ ผักกาดห่อหมู ผสมกับผักที่มีประโยชน์บำรุงร่างกายและสมอง เหมาะสำหรับคนที่ต้องใช้สมอง

“ทั้งหมดหนึ่งร้อยบาทพอดีจ้ะ”

มณฑิตารับของเสร็จก็เดินไปซื้อเนื้อหมูบดและเครื่องปรุงอีกไม่กี่อย่างเธอก็กลับบ้าน เพื่อเตรียมหมักหมูสูตรเด็ดที่เพิ่งคิดค้นได้เอง ก่อนจะเข้าห้องแต่หัววันเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha