มหาเศรษฐีกระหายรัก

โดย: วีนัส ละอองดาว/ยติยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


รุ่งเช้าวันต่อมามณฑิตาเดินทางไปยังคฤหาสน์บวรวงศ์ สถานที่สวยและงดงาม ทุกอย่างที่สรรค์สร้างบ้านหลังโอ่อ่าลงตัว เธอไม่คิดเลยว่าที่นี่จะร่มรื่นบรรยากาศสบาย มีสายลมพัดผ่านตลอด ดวงหน้างดงามเงยขึ้นสูดอากาศเรียกกำลังใจ

ร่างบางสวมชุดกระโปรงจีบรอบยาวเลยหัวเข่าสวมรองเท้าหุ้มส้นสีขาวที่ยายซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อปีกลาย เรียวปากอิ่มชมพูแต่งแต้มด้วยลิปมันทำให้เธอมีริมฝีปากน่าจุมพิต เธอเปล่งประกายจนคนรอบกายหันมอง

ขณะเดินไปยังสถานที่จัดเตรียมไว้สำหรับแข่งขัน มือเล็กกระชับปิ่นโตเถาใหญ่ของเธอเดินเข้าไปประจำที่ก่อนจะลงมือแกะออก กลิ่นอาหารหอมจนน้ำลายสอ ลอยฟุ้งไปรอบๆ สีสันของผักกาดเหมือนถูกหยุดให้มีความสด น้ำซุปใสๆ โอบล้อมอยู่ภายนอกส่งกลิ่นหอม

“นึกว่าจะไม่มาแล้ว” มีนาเดินสำรวจผู้เข้าแข่งขันแต่เช้า ก็พบว่ามณฑิตายังไม่มา แต่พอผ่านไปสักพักเห็นหญิงสาวเข้ามาประจำตำแหน่งก็ดีใจเดินมาทักทาย

“สวัสดีค่ะคุณมีนา”

มณฑิตายกมือขึ้นไหว้ รอยยิ้มหวานและการนำเสนออาหารของเธอเป็นที่ฮือฮาอย่างมากสำหรับผู้เข้าแข่งขัน เพราะท่านอื่นนั้นทำอาหารรสเลิศหน้าตาสะสวย แต่เธอมีเพียงผักกาดที่ห่อเนื้อบดคลุกเคล้าเครื่องเทศและผักที่เธอเลือกมาเพราะดีต่อสุขภาพ

“น่าทานมากเลย” มีนาบอกจากใจจริงเพราะอาหารของเธอชวนชิมอย่างไม่อยากเชื่อ

“ขอบคุณมากค่ะ”

มณฑิตาโค้งศีรษะขอบคุณ และการคัดเลือกก็เริ่มขึ้น หญิงสาวก้มหน้าตลอดเพราะไม่มั่นใจและยังเกร็งที่จะเงยหน้าขึ้นสบตาใคร จนกระทั่งเธอได้กลิ่นกายบุรุษหอมและเสียงทุ้มกังวานดูมีเสน่ห์

“อันนี้อะไร” ชนาธิปมองเส้นผมสีดำขลับ แต่มองไม่เห็นหน้าเจ้าของอาหารที่เขาทิ้งให้เธอเป็นคนสุดท้ายของการชิม หวังว่าเธอจะเงยหน้าขึ้นมองเขาแต่ไม่เลยเธอยังก้มหน้าเช่นนั้น ทำราวกับไม่อยากเสวนาด้วย สร้างความหงุดหงิดให้ชายหนุ่มไม่น้อย

“มณฑิตายังไงคะพี่ชาย คนที่ทำก๋วยเตี๋ยวชามนั้น”

แม้จะไม่พอใจที่อีกฝ่ายไม่เงยหน้าขึ้นมาตอบคำถาม แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาหารที่เธอทำชวนให้เขาเจริญอาหารอีกครั้ง ชายหนุ่มตักผักกาดห่อหมูขึ้นมาสูดดมความหอมก่อนจะส่งมันเข้าปาก

“อืม... ผ่าน”

ว่าเสร็จก็เดินจากไป ทิ้งให้คนก้มหน้าเงยขึ้นมองก็เจอแต่แผ่นหลังกว้าง รูปร่างน่าเกรงขามที่เดินห่างออกไปด้วยความดีใจ เรียวปากงามระบายยิ้มหวาน จนมีนาที่ยืนอยู่ต้องระบายยิ้มตาม

“ดีใจด้วยนะ เดี๋ยวเราจะให้คนพาไปกรอกใบสมัครและไปที่พัก” มีนายื่นมือมาจับมือเล็กเอาไว้แสดงความยินดีให้เธอ

“ขอบคุณมากค่ะ” เธอก้มศีรษะขอบคุณเร็วๆ หลายครั้งติดกันความหวังจะได้ทำงานและมีเงินใช้ทำให้เธอฮึดสู้อีกครั้ง พรุ่งนี้เธอต้องทำให้สุดฝีมือให้ได้

จากนั้นมณฑิตาก็ถูกพาไปกรอกใบสมัครและเธอได้รู้ว่ามีอีกสองคนที่ผ่านเข้ารอบเช่นเดียวกัน ทั้งสามเดินทางไปพักยังห้องรับรองแขก เอมิลี่และยุนอาถูกจัดให้พักอยู่ห้องเดียวกัน ส่วนมณฑิตานั้นถูกแยกให้พักอีกห้อง แม้สองคนนั้นจะไม่พอใจที่ถูกจับอยู่ห้องเดียวกัน แต่ก็ปฏิเสธหรือต่อรองอะไรไม่ได้เพราะเกรงว่าจะถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน

ทั้งสามเดินขึ้นไปห้องรับแขกชั้นสองของคฤหาสน์ ภายนอกโอ่อ่าแล้วภายในนั้นงดงามยิ่งกว่า มณฑิตาเงยหน้าขึ้นสำรวจโดยรอบ

“ไม่เคยเห็นอะไรงดงามแบบนี้ล่ะสิ” ยุนอาถามพลางหัวเราะ เทียบประวัติกันแล้วพวกหล่อนเหนือชั้นกว่ามณฑิตามาก

“อื้อ”

“เมื่อเช้าเธอทำอะไรมา หน้าตาดูไม่ได้เลยนะ” เอมิลี่หัวเราะ

“รู้ใช่ไหมที่เข้ารอบมาได้เพราะฟลุค”

“ฉันไม่แน่ใจว่าพวกเธอต้องการอะไรถึงได้พูดแบบนี้ แต่ฉันมั่นใจที่ผ่านเข้ารอบมาได้เพราะฝีมือไม่ใช่คำคุยโอ้อวดหรือเยาะเย้ยใคร” มณฑิตาใช้คำพูดเย้ยหยันของพวกนั้นตอกกลับให้เท่าเทียมกัน แล้วเปิดประตูเข้าไปข้างในห้องพักตัวเอง

ด้านทั้งสองสาวพากันยืนอ้าปากค้างไม่คิดว่าจะถูกตอกหน้าหงายเช่นนี้ ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนอีกฝั่ง มณฑิตาหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจให้กับตัวเองอีกครั้งก่อนจะเดินไปทรุดกายลงนอนบนเตียง

ที่นอนนุ่มแสนสบายแบบนี้จะมีโอกาสได้นอนนานแค่ไหนกันนะเธอไม่อยากจะคิดอะไรมาก เพราะตอนนี้ต้องจดจ่อสมาธิที่การแข่งขันเท่านั้น เธอจะต้องสอบผ่านเพื่อทำงานที่นี่และหาเงินไปรักษายาย

ห้องทำงานใหญ่มีร่างของเจ้านายหนุ่มยืนมองทิวทัศน์ข้างนอกหน้าต่าง รสชาติอาหารจากฝีมือหล่อนยังติดปากไม่หายอยากกินอีกครั้ง ดวงตาคู่คมกริบหันกลับมามองหน้าลูกน้อง กายกำยำเดินไปทรุดนั่งลงเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน

“ฉันอยากได้ประวัติเธอ”

“ครับเจ้านาย” ข่าวของมณฑิตาที่ทำก๋วยเตี๋ยวถูกปากเจ้านายเมื่อวันก่อนทำให้อคิราห์รู้ว่าประวัติใครที่เรียกหา

“ขอก่อนเย็นนี้”

“ครับ”

เมื่อสั่งคนสนิทเสร็จร่างของมีนาก็เดินเข้ามาในห้อง สลับกับอคิราห์เดินสวนกลับออกไปทำตามคำสั่งของผู้เป็นนาย

ชนาธิปมองหน้าน้องสาวแล้วถาม “น้องมีอะไรหรือเปล่า”

“น้องมาบอกว่าเย็นนี้น้องจะให้ทั้งสามคนทำอาหารให้พี่ตัดสินใจ”

“น้องก็รู้ว่าใครจะชนะทำไมต้องให้ตัดสินอีก” เพราะไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องเลือกมณฑิตาอยู่แล้ว และที่จริงการแข่งขันนี้ไม่ต้องจัดขึ้นก็ได้ หากแต่เหตุผลเรื่องความนับถือและคำสัตย์ที่ป่าวประกาศออกไปแล้วบีบบังคับให้ต้องมีงานนี้ขึ้น

“ไม่ได้หรอกค่ะ ทำแบบนี้จะถูกกล่าวหาว่าเราเล่นไม่ซื่อเอาได้”

“อืมก็ได้” ชนาธิปพยักหน้า

ตกเย็นทุกคนได้รับมอบหมายให้ทำอาหารคนละสองอย่างมาให้ชนาธิปชิม แต่ผลการประกาศจะแจ้งในวันรุ่งขึ้นทำให้พวกเธอทั้งสามต้องรอลุ้น ทั้งสามถูกสั่งให้อยู่ข้างนอกแทนที่จะเข้าไปข้างใน

ด้านคนในห้องอาหารกำลังนั่งทานกับข้าวฝีมือของมณฑิตาอย่างอร่อยจนผู้เป็นน้องมองด้วยแววตาอมยิ้ม ชนาธิปไม่เคยเจริญอาหารเช่นนี้ ก่อนจะวางช้อนลงและยกน้ำเปล่าขึ้นจิบ

“ตกลงของใครถูกปากมากกว่ากันคะ”

“รู้แล้วยังจะถามอีกนะ” ไม่ตอบแต่ยกผ้าเช็ดปากขึ้นซับ “พี่ไปเคลียร์งานก่อน”

“อย่าทำงานจนลืมหาพี่สะใภ้ให้น้องล่ะคะ”

“พี่ไม่สนใจเรื่องนั้น และไม่จำเป็นต้องมีใครมาอยู่ข้างกายด้วย”

ชนาธิปพูดเสียงเข้มก่อนจะเดินจากไป

มีนาได้ยินดังนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจกับการปิดกั้นตัวเองของผู้เป็นพี่ และเข้าใจดีว่าผู้เป็นพี่เคยเจ็บช้ำเพราะรักมา แต่เธอก็ไม่อยากให้ชนาธิปต้องจมอยู่กับอดีตต่อไป หลังจากสลัดรักจากเธอคนนั้นพี่ชายก็เดินทางกลับเมืองไทยทันทีโดยไม่มีความเห็นใจต่อคำเว้าวอนจากเธอคนนั้น พอกลับมาก็มุ่งมั่นทำแต่งานเพื่อให้ลืม

เธอเห็นความทุกข์ใจของพี่มามาก อีกฝ่ายมองผู้หญิงที่เข้าใกล้เป็นพวกที่หวังเงินและทรัพย์สมบัติไม่มีใครจริงใจสักราย ตอนนี้เธอก็ได้แต่ภาวนาให้ใครสักคนมาละลายหัวใจน้ำแข็งของผู้เป็นพี่

กลางดึกมณฑิตานอนไม่หลับเพราะความตื่นเต้นกับผลการประกาศของวันพรุ่งนี้ทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้ลง ร่างบางลุกขึ้นเดินไปมาในห้องนอนที่กว้างขวางทว่าเงียบเหงา เธอจึงเดินออกจากห้องนอนตนเอง หันมองรอบกายมีเพียงความเงียบงันเท่านั้น

ร่างบางในชุดนอนลายการ์ตูนน่ารักเดินเท้าเปล่ามาทางด้านซ้าย เมื่อตอนเย็นเธอเห็นว่ามีระเบียงอยู่ตรงนั้น มณฑิตาก้าวเดินไปพบท้องฟ้าสดใส ดวงดาราพร่างพรายเต็มท้องนภาแต่ทำไมให้ความรู้สึกเศร้าใจ หญิงสาววางมือลงกับขอบระเบียงเงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์เจ้า โดยที่ไม่ทันได้สังเกตว่ามีใครนั่งอยู่ก่อนนี้แล้ว

ชนาธิปนั่งชมจันทร์อยู่บนเก้าอี้หวายสีขาว ในมือเขามีแก้วเหล้าที่พร่องไปจนเกือบหมด สายตาคมมองผู้มาใหม่ รูปร่างอ้อนแอ้น

“มาทำอะไรตรงนี้” เสียงทุ้มเข้มดังจากด้านหลังทำให้ร่างบางที่หลงเคลิ้มไปกับความอ้างว้างของท้องฟ้าตกใจหันกลับมามองหน้าอีกฝ่าย ชายหนุ่มตรงหน้าลุกขึ้นจากเก้าอี้ ขยับเท้าเข้ามาใกล้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha