มหาเศรษฐีกระหายรัก

โดย: วีนัส ละอองดาว/ยติยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


มณฑิตาสอดส่องสายตาหาทางหนี แต่ช้ากว่าเขาที่ยื่นแขนมาดึงเธอให้เข้าไปใกล้ชิด ดวงตากลมโตเงยขึ้นมองอีกฝ่ายและเหมือนต้องมนตร์สะกดเมื่อสบสายตาเข้ากับนัยน์ตาดุดันจนเธอไม่อาจละสายตาจากเขาได้ ทุกอย่างบนเครื่องหน้าเขาดูเหมาะเจาะไม่ว่าจะเป็นคิ้วดกดำแต่ได้รูปถูกวางเหนือดวงตาคมที่กำลังมองมาทางเธอตาไม่กะพริบและจมูกโด่งเป็นสันรับกับเรียวปากหนาได้รูปพอดิบพอดี “ว่าไง ออกมาทำอะไรตรงนี้!” ชายหนุ่มเพิ่มเสียงจนมณฑิตาสะดุ้ง

“คือ ฉันนอนไม่หลับก็เลยจะออกมาสูดอากาศข้างนอกค่ะ” เธอตอบเสียงหลงด้วยความตกใจ ตั้งใจว่าจะเดินหนีเพราะคิดว่าชายคนนี้เป็นพ่อบ้านที่นี่คงไม่อยากให้ใครมาเดินเพ่นพ่านตอนกลางคืน แต่หากใช่อย่างที่คิดเขาเป็นพ่อบ้านที่ดูดีมาก

มณฑิตาทำได้เพียงเดินเลี่ยงอีกฝ่ายเพื่อจะกลับห้องตัวเอง แต่เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกมือหนากระชากกลับ ส่งผลให้ร่างบางหมุนกายกลับไปปะทะกับอกแกร่งของชายหนุ่มทันที กลิ่นกายอ่อนๆ เหมือนแป้งเด็กทำให้เขาชอบ และความเรียบเนียนของผิว ทั้งตัวเธอดูบอบบางจนน่าถนอมและกลัวว่าหากลงมือหนักอาจทำให้เธอบอบช้ำได้

“แน่ใจเหรอว่าไม่ได้แอบวางแผนขโมยอะไร”

กลิ่นเหล้าอ่อนๆ ลอยปะทะจมูกเชิดรั้น ผสมกับกลิ่นกายของบุรุษที่เหมือนเธอเคยได้กลิ่นนี้มาจากไหนสักที่ ทำให้เรี่ยวแรงขัดขืนลดน้อยลง หากแต่ดวงใจดวงน้อยกำลังเต้นโครมครามอย่างรุนแรง

“นี่คุณ ต่อให้ฉันจนแค่ไหน ก็ไม่เคยคิดจะขโมยของของใคร”

เธอว่าเสร็จก็ดิ้นขัดขืน คนที่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงต่อให้อดตายเธอก็ไม่มีทางขโมยของจากคนอื่นมาเป็นของตนแน่

ชนาธิปได้ฟังถึงกับมองพิจารณาเธออีกครั้ง และสายตานั้นทำให้คนถูกมองไม่พอใจออกแรงขัดขืน แต่ยิ่งดิ้นวงแขนที่โอบรัดเอวก็กระชับแน่นเข้าไปทุกครา

“ปล่อยฉันนะ ปล่อย!” มณฑิตาสัมผัสได้ถึงความกำยำของมัดกล้ามเธอออกแรงดิ้นขัดขืนอีกครั้ง

“แล้วออกมาเดินเพ่นพ่านแบบนี้ตอนกลางคืนทำไมถ้าไม่ขโมยก็ตั้งใจมายั่วฉัน”

กลิ่นกายของเธอกระตุ้นอารมณ์บางอย่าง จนตอนนี้เขากำลังตื่นตัวอย่างปวดร้าว กรามทั้งสองบดเข้าหากันแน่นเพื่อระงับอารมณ์ร้อนแรงเอาไว้ แม้ตอนนี้จะดึกแล้วแต่หากทำอะไรบุ่มบ่ามเกินไปมันคงมีผลกระทบต่อผลการประกาศพรุ่งนี้แน่

“ฉันไม่มีวันคิดแบบนั้น กรุณาปล่อยด้วยค่ะ” เธอตอบเสียงขุ่น

“จะไปไหนล่ะ อยู่คุยกันก่อนสิ” เขาชวนพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ จนร่างบางเริ่มหวาดกลัวกับการกระทำของอีกฝ่าย

“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อยค่ะ ไม่งั้นฉันจะร้องให้คนช่วย” เธอขู่แต่คนตรงหน้ากลับไม่มีความกลัวใดๆ เลย

“เอาสิ คนจะได้แห่มาดูตอนที่ฉันเล่นหนังสดกับเธอตรงนี้!” เมื่อถูกขู่เช่นนั้น ชนาธิปก็มีอารมณ์อยากเล่นเกมแมวไล่จับหนูขึ้นมา ก็เมื่อหนูตัวน้อย นุ่ม และหอมไปทั้งตัวเช่นนี้

“คุณต้องการอะไรกันแน่” เธอถามอย่างไม่เข้าใจคนตรงหน้า

“แล้วเธอคิดว่าฉันต้องการอะไรล่ะ ถึงได้รั้งไม่ให้เธอกลับห้อง” สายตาเจ้าเล่ห์เหลือบมายังร่างบางไล่จากบนลงข้างล่าง

“ฉันไม่มีสิ่งที่คุณต้องการหรอกค่ะ” เธอว่า

“งั้นมาลองดูหน่อยไหมว่าเธอจะมีสิ่งที่ฉันต้องการหรือเปล่า” คนมึนเหล้าแกล้งเย้า

“คุณเมาแล้วก็ควรกลับไปนอน” มณฑิตาว่าเสียงเข้ม

“งั้นเธอมากล่อมให้ฉันนอนหน่อยสิ” คำพูดสองแง่สองง่ามทำให้เขาได้ค้อนวงใหญ่จากเธอ แต่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจ เพราะตอนนี้เขากำลังสนความชุ่มฉ่ำของเรียวปากบางอมชมพูนั้นมากกว่า

“จะทำอะไร ปล่อยนะ!” มณฑิตาออกแรงดิ้นขัดขืนอีกครั้ง ทั้งเริ่มระดมทุบกำปั้นเล็กลงกับอกแกร่งที่ดูแล้วเขาจะไม่สะทกสะท้านกับแรงทุบจากเธอเลย

“ถ้าไม่เงียบ ทุกคนในบ้านได้ออกมาดูพวกเราจูบกันแน่”

“คนโรคจิต! กรุณาปล่อยด้วยค่ะ” มณฑิตาตื่นกลัว กลัวว่าเขาจะทำจริงอย่างปาก

“ที่ดิ้นขัดขืนเพราะต้องการจะโก่งค่าตัวหรือยังไง ไม่ต้องกลัวฉันไม่ได้หวังอะไรจากเธอฟรีๆ หรอกนะ รับรองจะจ่ายให้อย่างงาม” เขายื่นข้อเสนอ ชนาธิปยิ้มเหยียดเพราะคิดว่าผู้หญิงทุกคนคงรับข้อเสนอโดยเร็ว แต่ไม่ใช่กับเธอคนในอ้อมแขน ร่างบางโกรธและออกแรงดิ้นสุดแรงจนหลุดออกจากอ้อมแขนของชายหนุ่มสำเร็จ

“ต่อให้จ่ายมากแค่ไหนฉันก็ไม่ต้องการ เชิญคุณเอาเงินไปฟาดหัวคนอื่นเถอะค่ะ แต่สำหรับฉันไม่ต้องการ!” มณฑิตามองอีกฝ่ายอย่างดูแคลน แล้วต่อว่าอย่างเจ็บแสบเสร็จก็รีบวิ่งกลับไปทางเดิม

“แล้วเราจะได้เห็นดีกัน มณฑิตา” ชนาธิปมองตามแผ่นหลังเล็กที่วิ่งหายเข้าไปในห้องพัก กรามทั้งสองบดเข้าหากันจนเป็นสันนูน เขาเก็บความโกรธเอาไว้รอเวลาที่จะได้ชำระโทษกับคนปากเก่ง เขาจะต้องทำให้เธอรับข้อเสนอที่ยื่นให้โดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

มณฑิตาวิ่งกระหืดกระหอบกลับมาที่ห้องตัวเองหัวใจในอกเต้นแรงจนยกมือทาบ อดกลัวคำขู่ตามหลังที่ได้ยินไม่ได้ ทั้งกลัวว่าเขาจะทำแบบนั้นจริงๆ ร่างบางล้มตัวลงนอนพลางนึกย้อนไปถึงคำพูดของเขาก็พลอยเจ็บปวดใจ ไม่คิดว่าเธอจะถูกดูหมิ่นแบบนั้นจากชายแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก หญิงสาวพยายามสลัดภาพเหตุการณ์ออกจากหัวก่อนจะคล้อยหลับไปเมื่อตอนนี้เลยเข้าวันใหม่แล้ว

รุ่งเช้าวันต่อมา ทั้งสามถูกเรียกให้ตื่นขึ้นเพราะมีอีกเงื่อนไขที่จะต้องทำก่อนประกาศผล ดั้งนั้นทั้งสามจึงมารวมตัวกันชั้นล่างในเวลาต่อมา มณฑิตาเองก็อยากรู้ผลโดยเร็วเพราะเหตุการณ์เมื่อคืนทำเอาเธอไม่อยากอยู่ที่นี่ขึ้นมาแล้ว

เมื่อเข้ามาในห้องนั่งเล่นมีร่างมีนายืนคอยด้วยรอยยิ้มอยู่ก่อนแล้ว มีนาเห็นทั้งสามคนมาครบจึงเริ่มประกาศ

“ที่เราเรียกทุกคนมาในวันนี้เพราะพี่ชายอยากให้อธิบายเหตุผลทำไมถึงทำเมนูนั้นให้ทาน ลงในแผ่นกระดาษ แล้วนำไปส่งให้ที่ห้องทำงานทีละคน” สาวใช้ยื่นกระดาษเปล่าและปากกาให้ผู้เข้าแข่งขันทั้งสามก่อนที่จะแยกย้ายไปเขียนคำตอบ ใช้เวลาไม่นานทุกคนก็ได้คำตอบของตัวเอง

มณฑิตาตื่นเต้นไม่น้อยเพราะเธอไม่เคยเจอชนาธิปมาก่อน แม้จะจินตนาการว่าเขาคงเป็นชายหนุ่มที่มีอายุมากแล้วเพราะเป็นถึงซีอีโอบริษัทฯ คงมีท่าทางน่าเกรงขามและอาจหัวล้านนิดๆ มีพุงหน่อยๆ ก็เป็นได้ เธอได้ข่าวมาว่ามีนาอายุห่างจากผู้เป็นพี่มากแสดงว่าเขาคงแก่แล้ว

หญิงสาวอมยิ้มขำกับตัวเอง

“ทุกคนทำเสร็จแล้วใช่ไหม” เมื่อเห็นว่าทุกคนเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีนาจึงลุกขึ้นส่งรอยยิ้มให้แล้วเรียกมารวมตัวกันอีกครั้ง

“เสร็จแล้วค่ะ”

“เริ่มที่เอมิลี่ก่อนเลย” มีนาเริ่มจากเอมิลี่เพราะถูกพี่ชายจัดเรียงรายชื่อเอาไว้ เธอเข้าไปไม่นานก็ออกมาพร้อมให้กลับไปที่ห้องพักตัวเองได้เลย ต่อมาก็ยุนอาซึ่งใช้เวลาไม่นานกว่าเอมิลี่และถูกสั่งให้กลับไปที่ห้องพักทันที จากนั้นก็เหลือเพียงคนเดียวที่ยังอยู่ในห้องนั่งเล่น

“เหลือเธอคนเดียวแล้ว สู้ๆ นะ” มีนาให้กำลังใจหญิงสาว เธอปลื้มกับอาการเกร็งๆ ของมณฑิตาและท่าทางอ่อนน้อมตั้งแต่วันแรกเจอจนถึงวันนี้ หญิงสาวเป็นเช่นไรก็ยังเป็นอยู่อย่างนั้น และนั่นทำให้เธอชอบอีกฝ่ายมากขึ้น

“ขอบคุณค่ะ”

มณฑิตาเดินตรงไปยังห้องทำงานใหญ่ บานประตูไม้สักลวดลายฉลุพร้อมร่างของลูกน้องชายหนุ่มยืนหน้าเข้มอยู่ข้างนอก ก่อนที่อีกฝ่ายจะเคาะรายงาน เสียงทรงอำนาจดังขึ้นยิ่งทำให้หญิงสาวตื่นเต้น มือเล็กชื้นเหงื่อจนต้องจับกระชับเข้ากับกระโปรงตัวเก่ง พลางสูดอากาศเข้าปอดเรียกความมั่นใจอีกครั้ง

เมื่อบานประตูถูกเปิดออกกว้าง ดวงตากลมโตเห็นชายคนหนึ่งนั่งหันหลังให้อยู่ข้างหลังโต๊ะทำงานใหญ่ มณฑิตาก้าวเดินเข้าไปข้างในนั้นพร้อมประตูห้องถูกปิดลง

“เจอกันอีกแล้วนะ มณฑิตา” เสียงทุ้มคุ้นเคย พร้อมกายแกร่งหันมาทางคนที่เอ่ยทักทาย หัวใจดวงน้อยแทบหลุดออกจากอก ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าเป็นใคร เขาเป็นชายคนเดียวกับที่ทำรุ่มร่ามกับเธอเมื่อคืน

“คุณ!”

“ดีใจที่เธอจำฉันได้ แต่ก็ไม่แปลกเพราะเธอยังไม่ได้ตอบตกลงรับข้อเสนอฉันเลย”

“คุณคือคุณชนาธิปเหรอคะ”

“ไม่รู้เหรอ เธอไม่รู้จักฉัน” ชนาธิปถามด้วยความไม่อยากเชื่อว่าจะมีใครบนโลกนี้ที่ไม่รู้จักเขา

มณฑิตาส่ายหน้ารัวๆ ยืนยันว่าไม่รู้จัก เพราะเธอเอาแต่ทำงานหาเช้ากินค่ำ จึงไม่ค่อยได้สนใจผู้คนในวงสังคมเท่าไหร่นัก

ชนาธิปนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก็พอจะทำให้เชื่อได้บ้างว่าเธอไม่รู้จักเขาจริงๆ เพราะถ้าใช่หล่อนคงเหมือนผู้หญิงอื่นที่เสนอยอมพลีกายอยู่บนเตียงไปนานแล้ว

“เมื่อคืนเธอทำให้ฉันหงุดหงิด” เสียงทุ้มฟังสบายมากกว่าจะหงุดหงิดดังปากว่า

“ฉันขอโทษ ไม่คิดว่าคุณเป็นเจ้าของที่นี่” ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นเจ้าของบริษัทใหญ่โตที่เธออยากเห็นหน้า และตอนนี้ก็ได้เห็นแล้ว ชายหนุ่มดูน่าเกรงขามเหมาะสมกับการคุมผู้คนมากมายเช่นนั้น

นัยน์ตาคมจ้องมองดวงหน้างดงาม

“เธอจะต้องรับผิดชอบ การกระทำเมื่อคืนเธอไม่ให้เกียรติฉัน”



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha