มหรรศยาลัย(จบ)

โดย: ปัญญ์นลิน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : กรรมที่ลิขิตไว้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

แสงแดดดจ้าส่องลงมาในเทื่ยงวันใหม่ รถตู้เล่นเข้ามาในป่าลึกด้วยความยากลำบาก ถนนรุกรังด้วยดินโคลนและกิ่งไม้ใหญ่ ลุงเสริม คนขับรถต้องใช้ความพยายามมากกับการบังคับรถให้เคลื่อนที่สู่เส้นทางอันยากลำบาก จู่ๆรถก็ชะงัก เคลื่อนต่อไปไม่ได้ เหล่าผู้โดยสายทั้งสี่หันมามองอย่างแปลกใจ
 “รถเป็นอะไรครับลุง?”
 เสียงนพถามขึ้นก่อนใครเพื่อน หลังจากที่ลุ้นอยู่นานว่าจะไปถึงที่หมายหรือไม่ 
“รถติดหลุมครับ ขึ้นไม่ได้เลย”
 ทุกคนพากันหน้าเสียที่มาพบอุปสรรคตั้งแต่ก้าวแรกของการมาถึง ก่อนที่จะพากันลงรถเพื่อช่วยกันแก้ไขสถานการณ์ ล้อรถตู้ล้อหลังจมโคลนแทบมิด ปริญถึงกับกุมขมับหมดปัญญา แต่ก็ไม่มีวิธีใดดีไปกว่าการรวมพลังกันเพื่อดันรถให้ขึ้นจากหลุม ลุงเสริมกลับไปประจำที่คนขับ กฤต ปริญ และนพ รวมพลังกันดันรถอยู่ด้านท้าย โดยมีขนมผิงกางพัดกระดาษพัดลมไล่ความร้อนให้ตัวเองอยู่ไม่ห่าง สามพลังรวมกันดันรถอยู่นานจนเหงื่อโซ ลุงเสริมเริ่มถอดใจ ก่อนเปิดประตูลงมาจากรถ
 “ลุงว่า…เราคงต้องเดินเข้าไป รถติดหลุมแบบนี้ แถมน้ำมันจะหมด ตอนนี้เราคงต้องเดินกันก่อน เมื่อถึงหมู่บ้าน ค่อยขอความช่วยเหลือ”
 ขนมผิงตาลุกอย่างตกใจที่ต้องตกระกำลำบาก สามหนุ่มถอนหายใจ ก่อนหยิบสัมภาระของแต่ละคนแบกขึ้นบ่า เดินมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านพะยา 
…….
 จะว่าดีใจก็ไม่เชิง แต่ใจหายเล็กน้อย เมื่อณวิช ประกาศต่อที่ประชุมว่าพยัศตราเข้าสมาบัติบำเพ็ญเพียรไม่มีกำหนด ณาณินเหมือนว้าแหว่ อโณมาได้ทียืนกอดอกมองหญิงสาว  
“นายท่านไม่อยู่ ท่านหญิงคงจะซุกซนได้ตามอำเภอใจ แต่..วันนี้วันเกิดของท่านหญิง นายท่านคงลืม”
 อโณมาลอยหน้าลอยตาเอ่ย ณาณินหันขวับมามองอย่างไม่พอใจ 
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
 หญิงสาวเดินไปจ้องหน้าอโณมา แต่ไม่ได้ทำให้ผู้ถูกจ้องสะทกสะท้าน ลองสู้กันสิ เธอเก่งกว่าณาณินหลายเท่า 
“ก็แบบว่า ไม่ให้ความสำคัญ หรือเรียกง่ายๆว่า เบื่อ” 
“อโณมา!!”
 ไลลาโกรธ ณาณินสีหน้าถอดสี ณวิชเดินเข้าไปหาอโณมาอย่างไม่พอใจ 
“ไร้สาระ อโณมา นายท่านมีธุระสำคัญ ไม่ได้เป็นดั่งที่เจ้าพูด”
 “ก็หรือไม่จริง ท่านหญิงชอบขัดคำสั่งนายท่าน นายท่านต้องตามอยู่ตลอด ท่านคงเหนื่อยจึงหนีไปแบบนี้ ระวังท่านหญิงจะไม่เหลือใคร!”
 อโณมาหาเรื่องใส่ไฟไม่เลิก คำว่า’ไม่เหลือใคร’   ของอโณมาเจ็บลึกเหมือนมีดกรีดลงกลางใจณาณิน หญิงสาวน้ำตาร่วงอย่างเจ็บปวด ทั้งโกรธทั้งเสียใจ ก่อนผลักอโณมาลัมลงกับพื้น คว้าหอกของบริวารขึ้นมาจะบั่นคออโณมาเสียตรงนี้ อาชาตกใจเข้าไปห้าม ณวิชรีบเข้าไปดึงแขนณาณินเอาไว้
 “พี่อาชา ท่านหญิงบ้าไปแล้ว”
 อโณมารู้ตัวว่าเล่นณาณินเกินลิมิต พุ่งเข้าหาพี่ชายอย่างหวาดกลัว ณาณินสะบัดแขนจากณวิช ทิ้งหอกและวิ่งร้องไห้เข้าป่าไปอย่างสะเทือนใจ ณวิชเป็นห่วง หันมามองอโณมาอย่างคาดโทษ 
“ที่แห่งนี้ จำเอาไว้!อย่าเอ่ยอะไรเช่นนี้กับท่านหญิงอีก อโณมา ข้าจะกลับมาลงโทษเจ้า!” 
ณวิชมองอย่างดุดันก่อนวิ่งตามณาณินออกไป 
กฤต ปริญ นพ ขนมผิง และลุงเสริม หอบสัมภาระพะรุงพะรังเดินลัดเข้าไปในป่า เพื่อไปยังจุดที่นัดพรานคงและซามะไว้ แต่ยิ่งเดิน ยิ่งเหนื่อย ยิ่งลึกเข้าไปใหญ่ 
“โอ๊ย..ไม่ไหวแล้ว ขอพักก่อนนะ” 
ขนมผิงทรุดนั่งลงหน้าตาเฉย นพส่ายหน้าก่อนดึงแขนหญิงสาวให้ลุกขึ้น 
“ไม่ได้ หนมผิง เราต้องไปจุเดนัดหมายก่อน ชักช้าเดี๋ยวจะค่ำ”
 ขนมผิงยังดื้อไม่ยอมลุก กฤตวางสัมภาระลงพิงกับต้นไม้ข้างๆ
 “พักสักหน่อยก็ได้นพ ผิงคงเหนื่อย” 
หญิงสาวได้ยินก็ยิ้มหวานหัวใจพองโตที่ชายหนุ่มเป็นห่วง ทุกคนจำใจต้องวางสัมภาระและนั่งพัก
 “เดี๋ยวฉันขอไปสำรวจแถวๆนี้ เผื่อมีลำธาร จะได้มีน้ำกิน” 
กฤตเอ่ยกับเพื่อน หยิบขวดน้ำที่มีน้ำเหลือน้อยนิดขึ้นมาก่อนลุกขึ้นเดินออกไป 
ณาณินมานั่งร้องไห้ที่ลำธารเงียบๆ คำพูดของ  อโณมาสะเทือนไปถึงขั่วหัวใจ เหมือนเธอไม่เหลือใครจริงๆ ภาพหญิงสาวในยุคสมัยขอมแวบเข้ามาในมโนจิต ฉายถึงการโดนทิ้ง โดดเดี่ยว และผิดหวัง ณาณินใช้สองแขนบีบศีรษะตนเองด้วยความกดดันในหัวใจ
เสียงเหยืยบกิ่งไม้ดังขึ้นทางข้างหลัง ณาณินตกใจหันไปมอง กฤตที่เดินตามหาเสียงลำธาร เห็นหญิงสาวนั่งบนโขกหิน ทั้งสองมองกันเนิ่นนาน เหมือนคุ้นเคยและรู้จักกันมานานเหลือเกิน ณาณินคุ้นแววตาคู่นั้น เหมือนเธอเคยเห็นที่ไหน กฤตเหมือนตกภวังค์ ก่อนได้สติดึงตัวเองออกจากความนิ่งงัน
 “เอ่อ..ขอโทษนะครับ ผมหลงป่ามา ได้ยินเสียงลำธาร เลยจะมาตักน้ำไปดื่ม”
 ชายหนุ่มชูขวดน้ำเป็นหลักฐาน ณาณินสะบัดตัวเองให้ได้สติจากชายหนุ่ม เหมือนเธอโดนมนต์สะกดให้จดจ้องอยู่นานด้วยความคิดถึง 
“เอ่อ ลำธารนี้น้ำสะอาด เจ้ามาตักเอาไปเถิด”
 ชายหนุ่มยิ้มให้เล็กน้อย ก่อนข้ามก้อนหินไปตักน้ำไม่ห่างจากหญิงสาวมากนัก
 “เราช่วย”
 เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มถือขวดน้ำมาสองขวด มือเรียวยื่นไปข้างหน้าเขาเพื่อช่วยชายหนุ่มอีกแรง กฤตยิ้มให้เป็นการขอบคุณ ก่อนส่งขวดน้ำให้หญิงสาว ณาณินสบตาชายหนุ่ม ความรู้สึกที่บอกไม่ถูกและอธิบายไม่ได้ น้ำในขวดเต็มแล้ว หญิงสาวยื่นคืนแก่ชายหนุ่ม มือหนาของกฤตเผลอจับมือหญิงสาว ทั้งสองอ้ำอึ้งในสัมผัส ก่อนได้สติจากภวังค์
 “ขอบคุณครับ คุณอยู่แถวนี้หรือ?”
 กฤตเห็นหญิงสาวไม่มีพิษภัย เขาชวนหญิงสาวคุย เผื่อเธอจะช่วยเขาและเพื่อนๆได้บ้าง
 “ใช่ เราอยู่ในป่าแห่งนี้ แล้วเจ้าจะไปที่ใด?”
 “ผมและเพื่อนจะไปหมู่บ้านพะยา คุณพอจะรู้จักไหม?”
“เจ้าหลงเข้ามาผิดทางแล้ว เดี๋ยวเราจะพาไป” 
กฤตยิ้มอย่างดีใจ มองณาณินอย่างขอบคุณ ทั้งสองเดินกลับมาที่พักใต้ต้นไม้ใหญ่ ขนมผิงถึงกับลุกพรวดเมื่อเห็นกฤตเดินมากับผู้หญิงอื่น 
“ใครอ่ะ กฤต?”
 แววตาขนมผิงไม่พอใจ ณาณินมองขนมผิงอย่างแข็งกร้าว รู้สึกชิงชังอย่างบอกไม่ถูก
 “ผมเจอเขาที่ลำธาร เขาอาสาจะพาเราไปหมู่บ้านพะยา”
 นพ ปริญ และลุงเสริมมองหน้ากันอย่างมีความหวัง 
 “แต่งตัวเหมือนคนป่า ไว้ใจได้หรือเปล่าก็ไม่รู้”
 ขนมผิงเบ้ปาก ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว 
“น้องเขามีน้ำใจ หรือแกอยากอยู่ในป่านี้ล่ะหนมผิง” 
ปริญอดแขวะไม่ได้ ณาณินได้แต่ยืนเงียบ ทุกคนยกสัมภาระขึ้นมาสะพายก่อนเดินตามณาณินไป เสือโคร่งณวิชมาถึงลำธารที่ณาณินมาเป็นประจำ ไม่พบหญิงสาวก็ร้อนใจเป็นอย่างมาก
............................

ที่ถ้ำ ไลลาที่รอฟังข่าวอยู่รีบเข้ามาหา จากสีหน้าของเสือหนุ่มก็เป็นคำตอบอยู่แล้ว ไลลาหันขวับไปมองอโณมาอย่างไม่พอใจ
 “เพราะเจ้า!อโณมา” 
“เกี่ยวอะไรกับข้า ท่านหญิงน้อยอกน้อยใจวิ่งเตลิดออกไปเอง โตขนาดนี้แล้วยังทำตนเป็นเด็กงอแง” 
“อโณมา!!”
 ณวิชตวาดลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด บริวารพากันสะดุ้ง ณวิชมักเก็บอารมณ์ได้ดีเสมอ แต่วันนี้อำนาจโทสะของเขาช่างรุนแรง อโณมาหน้าซีด สายตาของณวิชแทบจะฉีกเธอเป็นชิ้นๆ 
“พวกเจ้า..เอานางไปขังไว้ที่กรงนักโทษให้ตากแดดตากลมเป็นเวลาสามวัน!”
 เสียงณวิชหันไปสั่งบริวาร เสือบริวารเข้าไปจับอโณมา หญิงสาวตกใจดิ้นไม่ยอมให้จับโดยง่าย อาชาเริ่มไม่พอใจณวิช 
“เจ้าแค่องครักษ์ ไม่มีสิทธิ์ทำหน้าที่แทนนายท่าน!”
 “หมายความว่าเจ้าอยากให้ข้าเรียนให้นายท่านทราบ ว่าน้องสาวเจ้ามีกิริยาเช่นไรกับท่านหญิง!”
 ณวิชสวนกลับ อาชาถึงกับไปไม่ถูก จำต้องเห็นน้องสาวโดนทหารลากตัวไป 
“อาชา อบรมกิริยาน้องสาวเจ้า ให้รู้ว่าตัวเองอยู่ในฐานะไหน โทษของนางในวันนี้นับว่าข้าเมตตา หากนายท่านอยู่ เจ้าคงได้ขุดหลุมฝังร่างน้องสาวเจ้า!”
 ณวิชสะบัดตัวเดินออกไป ทิ้งให้อาชาขบกรามแน่นอย่างโกรธจัดแต่ทำอะไรไม่ได้ 
… พระอาทิตย์ตกดินแล้ว ฝนใกล้จะตก ณาณินรีบพาคณะของกฤตมาถึงหมู่บ้านพะยาก่อนฝนจะตกหนักมากกว่านี้ ทั้งหมดมาที่บ้านของผู้ใหญ่มา พบพรานคง ซามะ และซูบีอยู่ที่นั่น พรานคงและซามะเพิ่งกลับมา เพราะไปที่จุดนัดพบไม่เจอคณะของกฤต ณาณินที่เจอหน้าพรานคงก็ทั้งกลัวทั้งโกรธอย่างประหลาด 
“เราเพิ่งกลับมา ก็นึกว่าพวกคุณไม่มากันแล้ว” 
“เราต้องขอโทษจริงๆครับ พอดีรถติดหลุม เลยต้องเดินมาแต่หลงทาง ดีที่ไปพบน้องคนนี้ เขาเลยนำทางมา”
 ปริญ กฤต นพ และขนมผิงยกมือขอโทษที่ทำให้ต้องลำบาก 
“อ่ะๆ ฝนตกหนักแล้ว ข้า ผู้ใหญ่มา ยินดีต้อนรับ ข้าให้คนเตรียมที่หลับที่นอนให้พวกคุณแล้ว ตามสบายนะ”
 ผู้ใหญ่มาต้อนรับแขกอย่างเป็นกันเอง กฤตหันมามองณาณินที่ระแวงพรานคงอยู่เงียบๆ 
“พวกผมต้องขอบคุณคุณมากนะครับ ที่ช่วยพวกผมไว้ ว่าแต่..ฝนตกขนาดนี้ คุณจะพักที่ไหน?”
กฤตเอ่ยอย่างเป็นห่วงจากใจ ซูบีลุกมายืนใกล้ๆณาณิน 
“อันนี้เพื่อนฉันเอง เดี๋ยวเขาไปพักบ้านฉัน” 
ณาณินยิ้มให้ซูบีก่อนร่ำลากฤต สองสาวฝ่าฝนกลับไปที่บ้าน ผู้ใหญ่มา พรานคง และซามะ นั่งกินยาดองกันต่อ พรานคงแอบมองณาณินอย่างแปลกใจ คณะของกฤตขอแยกย้ายไปพักผ่อนด้วยความเหน็ดเหนื่ิอย ...
สองสาววิ่งมาถึงกระท่อมของซูบี ณาณินใช้สองแขนกอดตัวเองด้วยความหนาว ซูบีส่งผ้าให้เพื่อนสาวเช็ดตัว
 “ไม่สบายเหรอ ทำไมหน้าไม่ค่อยดีเลย” 
หญิงสาวใช้ฝ่ามือแตะแขนเพื่อนสาว พบว่าตัวร้อนมาก
 “เสือป่วย ฉันต้องทำยังไง?”
 ซูบีเกาหัวอย่างงงๆทำอะไรไม่ถูก ณาณินเห็นอาการแล้วอดขำไม่ได้ 
“ไม่เป็นไรหรอก นอนพักเดี๋ยวก็หาย” 
“งั้นไปนอนห้องฉัน”
 ซูบีจูงมือเพื่อนสาวเข้าห้องไป จิตใจที่อ่อนแอ บวกร่างกายที่อ่อนล้า ณาณินหลับไม่ได้สติ ซูบีเห็นเพื่อนสาวตัวสั่นด้วยพิษไข้ จึงคิดจะรักษาเหมือนคน
 หญิงสาวลุกไปก่อไฟเพื่อต้มยาสมุนไพรกลางดึกด้วยความเป็นห่วงอาการของณาณิน ขณะที่ฝนไม่มีทีท่าจะหยุดตกเลยแม้แต่น้อย
 “ซูบี ซูบี!”
 เสียงแข็งๆดังขึ้นที่หัวบันไดบ้าน ซูบีที่ควานหายาสมุนไพรอยู่ในครัวถึงกับสะดุ้งโหยด้วยความตกใจ แน่นอนว่าไม่ใช่เสียงของพ่อเธอ หญิงสาวกลั้นใจเดินย่องไปดู พบณวิชมายืนเรียกเธออยู่กลางสายฝน
 “โอ๊ย นึกว่าผีหลอก ท่านก้ามปูนี่เอง ขึ้นมาก่อนๆ”
 ณวิชก้าวฉับๆขึ้นบ้านอย่างร้อนใจ 
“ท่านหญิง เอ่อ ณาณินมาที่นี่หรือไม่?”
 ณวิชตามหาหญิงสาวทั่วป่าด้วยความเป็นห่วง จนมาถึงที่นี่ เขาหวังว่าณาณินจะมาหาเพื่อนสาวผู้นี้ 
“มา แต่เขาไม่สบาย นอนในห้อง”
 ณวิชสีหน้าตกใจไม่น้อย 
“ไม่สบาย เจ้าไม่รู้หรือว่าหากหลับลึกณาณินจะ กลายร่างเป็นเสือ”
 พูดจบก็เดินตรงไปที่ห้องทันที ซูบีทั้งเหวอทั้งงงๆก่อนเดินตามณวิชออกไป ในห้อง ณาณินกลายร่างเป็นเสือโคร่งนอนหลับใหล ซูบีถึงกับสะดุ้งโหยเมื่อได้เห็น ก่อนรวบรวมกำลังเดินตามณวิชเข้าไป ณวิชใชัสองแขนประคองศีรษะของเสือขึ้นมา ร่างนั้นค่อยๆกลายร่างเป็นหญิงสาว ณาณินตัวสั่นด้วยพิษไข้ 
“ท่านหญิง ท่านหญิง”
 เสียงอ่อนโยนของณวิชกระชิบเบาๆ ณาณินยังคงไม่ได้สติเช่นเดิม 
“ท่านกัามปู ฉันไปต้มยาสมุนไพรให้ไหม ดูณาณินอาการไม่ค่อยดี”
 ณวิชมองหญิงสาวในอ้อมแขนอย่างแสนห่วง ก่อนหันมามองซูบีที่อยู่ใกล้ๆ
 “ข้าขอมีด”
 ซูบีถึงกับชะงัก 
“มีด เอามาทำไม?” 
“ไปเอามาเถิด”
ซูบีเกาหัวเล็กน้อยก่อนทำตามที่ณวิชสั่ง เมื่อรับมีดมาจากซูบี เสือหนุ่มใช้มีดเชีอดเข้าที่ข้อมือของตนเองก่อนป้อนเลือดที่ไหลหยดเป็นทางใส่ปากของณาณิน ซูบีถึงกับช็อกหน้าซีด ณาณินดูดกินเลือดจากข้อมือณวิชช้าๆ ก่อนที่ชายหนุ่มจะวางหญิงสาวลงให้นอนต่อ ซูบีที่เพิ่งตั้งหลักได้หาผ้ามาพันแผลให้  ณวิชอย่างลุกลน 
“เสือเขารักษากันแบบนี้เหรอ?”
หญิงสาวอดถามไม่ได้กับภาพชวนสยองที่เพิ่งได้พบเห็น
“ใช่ เสือไม่กินสมุนไพรเช่นมนุษย์หรอก”
 เสือหนุ่มพูดพลางเดินออกมาจากห้อง 
“แล้วท่านก้ามปูทำแบบนี้บ่อยเหรอ ไม่เจ็บหรือไง?”
 “ไม่บ่อยหรอก ความจริงต้องเป็นเลือดสัตว์ แต่ดึกเช่นนี้จะหาที่ใดได้ จะเชือดเจ้าก็กระไรอยู่”
 ณวิชอดย้อนซูบีไม่ได้ ทำเอาหญิงสาวสะดุ้งโหย ก่อนน้ำเสียงของคำถามต่อไปจะเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมา
 “นี่ท่านก้ามปู รักเขา ทำไมไม่บอกเขาไปล่ะ” 
ณวิชถึงกับอึ้ง กอดอกทอดตามองฝนที่ตกหนักอย่างทอดอาลัย 
“เจ้ารู้หรือ?”
 “ทำไมจะไม่รู้ล่ะ ผู้ชายทำเพื่อผู้หญิงขนาดนี้ ณาณินไปไหนท่านคอยดูแล ณาณินหายไปท่านก็ออกตามหา นี่เจ็บขนาดนี้ไม่เห็นบ่นสักคำ”
 “ข้าได้อยู่ใกล้ณาณิน แค่นี้ก็พอ”
 ณวิชตัดบท ก่อนเดินเข้าห้องไป ซูบีมองตามอย่างไม่เข้าใจ
ณาณินค่อยๆตื่นขึ้นมา หญิงสาวลุกขึ้นนั่ง ก่อนสังเกตเห็นรอยเลือดที่ริมฝีปากและคาง หญิงสาวตกใจ ทบทวนนึกย้อนว่าเธอไปกัดใครมาหรือไม่ ณวิชเข้าห้องมาพอดี หญิงสาวโผเข้ากอดเสือหนุ่มก่อนร้องไห้อย่างอัดอั้นใจ 
“ทำไมท่านพี่ทิ้งเรา?”
 สองมือของณวิชโอบหญิงสาวไว้อย่างสงสาร 
“นายท่านไม่ได้ทิ้งท่านหญิง องค์ราชินีอยากให้นายท่านบำเพ็ญภาวนา ตั้งแต่ท่านหญิงเกิด นายท่านเฝ้าดูแลท่านหญิงและไม่ได้ภาวนาเลย นายท่านรักท่านหญิงมาก เมื่อถึงคืนวันพระจันทร์เต็มดวง นายท่านจะออกมาเยื่ยมท่านหญิง”
 ณวิชปลอบโยนพร้อมอธิบาย ทำให้ณาณินค่อยๆเข้าใจ หญิงสาวพยักหน้าทั้งน้ำตา ก่อนเหลือบไปเห็นข้อมือของเสือหนุ่มที่มีผ้าพันไว้ 
“เลือดของท่านหรือ?”
 ณวิชเงียบเป็นคำตอบ ณาณินสะอื้นอย่างรู้สึกผิด 
“ท่านหญิง ข้าไม่เจ็บอันใดเลยขอเพียงท่านหายป่วย”
 มือใหญ่ค่อยๆจับที่แก้มนวลหญิงสาวอย่างแผ่วเบาเพื่อสัมผัสความร้อน 
“อีกนิดเดียวท่านจะหายแล้ว ดื่มสักนิดเถิด” 
ณวิชเอ่ยจบพร้อมแกะผ้าที่รัดข้อมือ ส่งท่อนแขนไปตรงหน้าหญิงสาว ณาณินลังแลเล็กน้อย ก่อนมือเล็กค่อยๆตรึงแขนนั้น ใช้ริมฝีปากดูดื่มเลือดสีแดงของณวิชอย่างกระหาย สีหน้าของเสือหนุ่มไม่บ่งบอกถึงความเจ็บปวดแม้แต่น้อย ไม่ใช่เขาไม่เจ็บ แต่เพราะเขารักณาณินจนลืมความเจ็บปวดเสียมากกว่า...
 รุ่งเช้าวันใหม่ ฟ้าหลังฝนท้องฟ้าสดใส ซูบีถือตะกร้าผักเดินนำหน้ากฤตและปริญมาที่บ้าน พบณาณินกำลังลงบันไดมาพอดี
 “ณาณิน คุณกฤตกับคุณปริญเขาเจอฉันที่ตลาด ฉันบอกว่าเธอไม่สบาย เขาเลยขอมาเยื่ยม” 
“คุณต้องป่วยเพราะพวกผมแท้ๆ”
 กฤตเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกผิด ณาณินสบตาชายหนุ่มอย่างรู้สึกแปลกๆกับการห่วงใยของเขา
 “ตอนนี้เราหายดีแล้ว ขอบคุณเจ้า” 
“วันนี้เห็นผู้ใหญ่บอกว่ามีหมอจากจังหวัดมาออกหน่วยตรวจชาวบ้านที่นี่ ถ้ายังไงลองไปตรวจดูไหมครับ”
 ปริญสายตาฉ่ำที่ได้คุยกับหญิงสาวแสนสวย 
“เราหายแล้วจริงๆ ขอบคุณมาก” 
ณวิชมองลงมาจากหน้าต่าง เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เขารู้สึกแปลกใจกับสายตาของณาณินที่มองกฤต  
ชาวบ้านราวสิบคนวิ่งผ่านหน้ากระท่อมของซูบีด้วยอาการแตกตื่นจนทุกคนแปลกใจ ซูบีรีบวางตระกร้าแล้วเข้าไปสอบถามอย่างสงสัย
 “ป้า เกิดอะไรขึ้นจ๊ะ?”
 “เมื่อคืนมีเสือกัดคนอีกแล้วน่ะสิ นี่ป้ากำลังจะไปดูศพ ผู้ใหญ่ให้คนไปเอามาแล้ว”
 พูดจบป้าก็วิ่งออกไป ซูบี ณาณิน ณวิชมองหนัากันอย่างตกใจ  
ปลายฟ้า กิ่งแก้ว และคณะอีก2คนมาถึงในเช้าวันนี้ก็ได้ทำงานในทันที ศพชาวบัานโดนห่อผ้าไว้ เครื่องในหายไปหมด สภาพน่าสยดสยอง ปลายฟ้ามาตรวจดูศพ กฤต ปริญ ณาณิน ณวิช และซูบีเข้ามามองดู ณวิชและณาณินมองหน้ากัน สภาพศพคือการโดนกัดจากเสือจริงๆ 
“จากที่หมอตรวจสอบ เป็นการโดนเสือกัดจริงๆค่ะ อวัยวะภายในหายไปจนหมด”
 เสียงปลายฟ้าเอ่ยขึ้นพร้อมถอดหน้ากากอนามัยที่ปิดปากออก ชาวบ้านพากันฮือฮา ณาณินคุ้นเสียงปลายฟ้า หันไปมองเห็นใบหน้าหญิงสาวก็สะดุ้งจนเซ ณวิชประคองได้ทัน ณาณินตกใจกับใบหน้าปลายฟ้าที่ช่างคุ้นเคยเสียเหลือเกิน ณวิชดึงณาณินออกจากหมู่บ้านในทันที 
“ท่านหญิง เราไม่ปลอดภัย ต้องกลับกันก่อน” 
“ณวิช ศพนั้น..เหมือนเป็นฝีมือคนของเรา”
 เสือหนุ่มชะงัก หญิงสาวคิดเหมือนเขาไม่มีผิด
 “ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง เรากลับกันก่อนเถิด” 
ณวิชดึงมือหญิงสาว แต่ณาณิยมีบางอย่างที่ค้างคาใจ
 “ณวิช..เราเป็นอะไรไม่รู้ เราเจอผู้ชายคนนั้น ที่ชื่อกฤต เราคุ้นเขา เหมือนเราเคยเจอเขา ผู้หญิงที่มากับเขาคนหนึ่ง เราเหมือนเกลียดเขามาก พรานคงอะไรนั้นเหมือนเขาเคยฆ่าเรา และผู้หญิงที่เป็นหมอ ทำไม..เรารู้สึกแปลกๆกับเธอ เราเป็นอะไรไปณวิช”
 ความสับสนถาโถมเข้ามาชุดใหญ่จนณาณินไม่รู้จะรับมืออย่างไรไหว เธอหาคำตอบไม่ได้สักอย่าง ณวิชบืบมือหญิงสาวอย่างปลอบโยน 
“ท่านหญิงอย่าคิดมากเลย ทุกอย่างจะมีคำตอบของมันเสมอ”
 ….. 
“ท่านณวิช” 
เสียงของโอบาและชีมอน บริวารเสือเข้ามาทำความเคารพณาณิน ก่อนส่งสายตาสื่อสัญญาณบางอย่างกับ ณวิช เสือหนุ่มปลิกตัวไปคุยกับบริวารทั้งสองในที่ลับตา 
“ข้าสืบมา อาชาต้องการยึดอำนาจจากนายท่าน มันเอาบริวารของเราจำนวนหนึ่งไปเป็นกบฎ และที่สำคัญ ท่านขาลเหมือนจะช่วยอาชา แลกกับอาชายกอโณมาให้มัน”
 ณวิชขบกรามแน่นอย่างโกรธจัด พยัศตราไปไม่กี่วัน อาชากล้าก่อกบฎลับขึ้นมา
 “และชาวบ้านที่โดนกัดตาย อาจเป็นฝีมือของอาชา มันวางแผนกบฎนอกเขต หากมนุษย์ระแวงเราขึ้นมา เท่ากับว่าพวกเราโดนล่า นี่คืออาณาเขตเรา”
 โอบาและชีมอนผลัดกันรายงาน ณวิชครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนสั่งการ 
“โอบา ส่งใครบางคนไปเป็นสายกบฎกับมันเพื่อรู้แผนการ ชีมอน เตรียมกำลังบริวารของเราให้พร้อม อย่าให้มันรู้ตัว มันต้องชิงลงมือยึดอำนาจตอนนายท่านไม่อยู่แน่” 
“แล้วท่านหญิงเล่า มันต้องจ้องเล่นงานท่านหญิงแน่” 
“ถ้ามันแตะต้องท่านหญิง ข้าจะขย้ำมันด้วยตัวของข้าเอง!”
 ณวิชกล่าวอย่างคาดโทษ คิดอยู่แล้วว่าอาชาต้องคิดไม่ซื่อต่อพยัศตรา….
 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เรื่องราวตำนานความรักแห่งปราสาทขอม การเดินทางที่เต็มไปด้วยความรัก ความแค้น และอาถรรพ์ หัวใจแห่งรักเท่านั้นที่จะข้ามผ่านพาทุกดวงจิตกลับคืนสู่มหรรศยาลัย เพื่อปิดตำนานโศกนาฏกรรม"

ปัญญ์นลิน


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha