มหรรศยาลัย(จบ)

โดย: ปัญญ์นลิน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : ปฎิสัมพันธ์


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


 กฤต เมื่อได้พบปลายฟ้าเขารู้สึกชอบและประทับใจหญิงสาวขึ้นมาทันที เช่นเดียวกับปลายฟ้า ที่รู้สึกพิเศษกับกฤตตั้งแต่แรกพบ
 “เสร็จแล้วค่ะ ความดันปกติดีค่ะ” 
หมอสาวเอ่ยพร้อมแกะที่ตรวจความดันออกจากแขนชายหนุ่ม กฤตยิ้มให้อย่างขอบคุณ พลางชวนคุยเพื่อทำความรู้จักหญิงสาว 
“คุณหมอนี่อดทนมากเลยนะครับ มาไกลขนาดนี้”
 “มันเป็นหน้าที่ของฉันค่ะ ที่ต้องดูแลทุกคน จะไกลหรือลำบากแค่ไหน ฉันก็มาได้”
 รอยยิ้มของปลายฟ้าช่างเป็นธรรมชาติและสดใส กฤตมองรอยยิ้มนั้นอย่างคุ้นเคย
 “เหมือนไอ้กฤตจะปิ้งหมอว่ะ แกว่าไหม?”
 ปริญที่ยืนอยู่ห่างๆแอบกระชิบนพ 
“ปิ้งชิ ยัยหนมผิงหึงตายแน่”
 สองเพื่อนหนุ่มส่ายหน้ากันขำๆกับเรื่องรักวุ่นๆ   ของกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้น
 …
 ดึกคืนนั้น.. ปราสาทร้างขอมลมพัดแรง ใบไม้ปลิวระเนระนาด เสียงขลุ่ยดังขึ้นกึกก้องทั่วอาณาบริเวณ บวกกับเสียงสะอื้นของหญิงสาวผู้หนึ่งดังขึ้นเมื่อเพลงขลุ่ยจบลง
“...ข้าจะขอรักท่าน จนวันที่ท่านไม่ต้องการข้าแล้วจริงๆ
… ข้าขอได้สัมผัส ว่าใจท่านมีเพียงนาง ไม่มีที่ให้ข้าในหัวใจของท่าน ข้าจะยอมสิโรราบ” 
บทกลอนดังขึ้นจากสระน้ำหน้าปราสาท ฟ้าผ่าลงมาไม่ขาดสายเหมือนเกิดอาเพศบางอย่างขึ้นมาในทันทีที่กลอนนั้นจบลง ณาณินสะดุ้งตื่นอย่างตกใจ ไลลาที่กำลังจัดดอกไม้หันไปมอง 
“ฝันร้ายหรือ?”
 ณาณินพยักหน้าอย่างหวาดกลัว เธอรู้สึกกลัวบางอย่างในฝันอย่างไม่เข้าใจ
 อีกกด้าน ปลายฟ้าสะดุ้งตื่น เธอทบทวนฝันนี้อย่างงุนงง แต่เมื่อเห็นการแต่งกายของนางผู้นั้น หญิงสาวส่ายศีรษะน้อยๆ คิดว่าตนคงดูละครมากไป 
กฤตลืมตาขึ้นมา ครั้งที่สองแล้วที่เขาฝันแปลกประหลาดตั้งแต่มายังที่แห่งนี้ มันมีอะไรกันแน่ที่เขาหาคำตอบไม่ได้
 ……
 ณาณินเดินออกจากถ้ำในยามดึกดื่นเพื่อมองหาณวิช อาชาที่แอบซุ่มดูอยู่ถลาเข้ามาหาอย่างมีเล่ห์นัย       ณาณินถอยกรู่อย่างระวังตนด้วยความไม่ไว้ใจ
 “ข้าขอโทษแทนอโณมา  ที่พูดจาก้าวร้าวและไม่ให้เกียรติท่าน” 
อาชาเอ่ย แววตาจับจ้องณาณินปานจะกลืนไปทั้งตัว
 “ไม่เป็นไร ถอยออกไป”
 ณาณิณาณินสั่งเสียงก่อนจะเดินหนี อาชารีบดักทางเอาไว้อีกครั้ง 
“ทำไมทำท่ารังเกียจข้านัก ข้าสู้ณวิชไม่ได้ตรงไหน ท่านจึงให้ความสนิมสนมกับมันจนออกหน้าออกตา!”
 อาชาระบายออกมา ทำให้เผยให้เห็นว่าเขาหลงรักณาณิน หญิงสาวไม่พอใจกับคำพูดของเขาเป็นอันมาก
 “สามหาว!” 
“ท่านหญิง!!”
 อาชาโกรธ ระงับความโกรธไม่ได้ตามวิสัยของเสือ  จังหวะนั้น เสือโคร่งตัวใหญ่พุ่งเข้ามาชนอาชาจนกระเด็นไปกระแทกผนังถ้ำจนจุก ก่อนเสือนั้นจะกลายร่างเป็นณวิช พุ่งเข้าไปบืบคออาชาและยกขึ้นด้วยกำลังอันมหาศาล อาชาตั้งตัวไม่ทัน ได้แต่ตาเหลือกด้วยความเจ็บปวด 
“ข้าขอเตือนเจ้าเป็นครั้งสุดทัาย อาชา อย่าแตะต้องท่านหญิงและนายท่าน ไม่เช่นนั้น ข้าจะลากเจ้าไปให้หมาป่าชั้นต่ำกิน!!”
 พูดจบณวิชก็ปล่อยมือ ร่างอาชาสำลัก ร่วงลงไปกับพื้น ณวิชคว้ามือณาณินเข้าถ้ำไป อาชามองตามอย่างแค้นจัด
“ข้าจะเอาศพเจ้าไปให้อีแร้งกิน ณวิช!!”
 ณวิชมาส่งณาณินเข้าถ้ำ สีหน้าของเขาตึงเครียดเมื่อรู้ว่าอาชาจะก่อกบฎและเล่นทีเผลอแอบเข้ามาหาณาณินในช่วงที่เขาไม่อยู่
 “ท่านหญิงไม่ควรออกไปยามค่ำคืนเช่นนี้” 
น้ำเสียงของณวิชดูดุไม่เหมือนที่ผ่านมาจนณาณินสัมผัสได้
 “ทำไมเจ้าต้องดุเราเช่นนี้”
 ณวิชได้สติ ก้มศีรษะลงขอโทษหญิงสาว
 “ข้าขออภัย”
 “เราทำให้เจ้าวุ่นวายหรือที่ต้องตามมาดูแลเรา”
 “ท่านหญิง หาใช่เช่นนั้น”
 “เราจะไปอยู่ที่ถ้ำท่านพี่ ที่นั้นมีบริวารมากมายคอยคุ้มครองเรา”
 ณาณินหลบซ่อนความน้อยใจต่อณวิช ก่อนเดินออกไป ณวิชเป็นห่วงความรู้สึก ณาณินไม่รู้เลยว่าเขากลับมาจากการเตรียมแผนเพื่อปราบกบฎอย่างอาชา
 ณาณินเดินเข้ามาในถ้ำของพยัศตราด้วยความคิดถึงพี่ชาย มองไปรอบๆอย่างว้าเหว่ บางทีไม่มีพยัศตราคอยดุคอยตามก็เหมือนขาดบางสิ่งบางอย่างไป หญิงสาวขึ้นไปนอนบนแท่นนอนของพี่ชาย ซบหมอนทอดสายตาอย่างโดดเดี่ยว
 “เมื่อไหร่ท่านพี่จะกลับมา”
 เอ่ยจบ ณาณินหลับตาลงเข้าสู่ห้วงนิทรา เพลงขลุ่ยไพเราะดังขึ้นในมโนจิต แต่กลับขับกล่อมให้หญิงสาวผ่อนคลายจนถึงอรุณรุ่งสาง ณาณินตื่นขึ้นในวันใหม่ เสียงขลุ่ยจบลงทันทีที่ลืมตา หญิงสาวแปลกใจและคุ้นเคยกับเสียงนั้น ก่อนพยุงตัวจะลุก มือเรียวแตะเข้ากับบางอย่างที่หลบซ่อนใต้หมอน เธอค่อยๆหยิบขึ้นมา เป็นขลุ่ยสีขาวลวดลายไทย ณาณินมองขลุ่ยนี้เหมือนดั่งโดนมนต์สะกดตราตรึงไว้….
เช้าวันใหม่่ ปลายฟ้าตื่นแต่เช้าเพื่ิอเตรียมความพร้อมการตรวจชาวบ้านในวันที่สอง กฤตยืนดื่มกาแฟอยู่ เห็นหญิงสาวกำลังวุ่นกับเครื่องมือแพทย์จึงเข้าไปทักทาย
 “อรุณสวัสดิ์ครับ” 
ปลายฟ้าชะงัก หันมามองก่อนยิ้มให้ ขนมผิงที่เดินตามหากฤตมาเห็นเข้าก็แอบหึงหวงไม่น้อย 
“กฤต มาทำอะไรตรงนี้?” 
ถามชายหนุ่ม แต่สายตามองปลายฟ้าอย่างไม่ถูกชะตา 
“ผมแค่แวะมาทักทายคุณหมอ”
 “งั้นเราไปวางแผนการเดินป่ากันเถอะ เสร็จแล้วจะได้กลับกรุงเทพฯกัน”
 ขนมผิงดึงแขนกฤตออกไป ชายหนุ่มมองปลายฟ้าอย่างเสียดายที่ไม่ได้คุยกัน
ผู้ใหญ่มา พรานคง ซามะ และคณะของกฤต ตั้งวงประชุมกันที่บ้านของผู้ใหญ่ เพื่อวางแผนการสำรวจป่า การอาละวาดของเสือในช่วงนี้สร้างความลำบากให้แก่ทุกคนเป็นอันมาก
 “ปกติเสือมันไม่เข้ามาในเขตป่าของหมู่บ้านพะยาหรอก มันอาศัยอยู่แถวขุนเขาพายัพ”
 ผู้ใหญ่มาเอ่ยพร้อมชี้ลงไปที่แผ่นที่ที่ปริญร่างเอาไว้ 
“ที่นี่มีเสือเยอะไหมครับ?”
 นพเอ่ยถามอย่างหวั่นๆ พรานคงแววตานิ่งก่อนเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ 
“มีมากไหม ไม่รู้ แต่มันมีฤทธิ์มาก ตระกูลของข้าเป็นพรานมาหลายชั่วอายุคน พ่อข้าเคยเล่าให้ฟังว่าครั้งหนึ่งปู่ทวดของข้าชื่อบาลา มีวิชาคาถาอาคมแก่กล้า ต้องการจะปราบเสือตัวหนึ่งมานาน มันเป็นเสือโคร่ง ตัวใหญ่มาก แต่ทำไม่สำเร็จสักที จนวันหนึ่ง มันบุกเข้ามาถึงที่พักของปู่ทวดข้า มันอุกอาจและสาปแช่งว่าจะฆ่าตระกูลข้าทุกคน!” 
“ทำนองเดียวกับเสือสมิงเลยอ่ะ” 
ขนมผิงขนลุก กอดแขนกฤตแน่น
 “ว่าแต่พวกคุณ เห็นแบบนี้แล้วยังอยากจะสำรวจป่ากันต่อไหม?” 
ซามะถามขึ้น กฤต ปริญ และนพมองหน้ากัน แต่ขนมผิงสีหน้าถอดสี 
“ถ้าเกิดเจอเสือขึ้นมาจะทำไง?”
 หญิงสาวแอะอะขึ้นมา พรานคงยิ้มอย่างพอใจ 
“อย่าลืมว่าข้าเป็นใคร ข้าพรานคง ลูกหลานปู่ทวดบาลา ข้ามีวิชาและมีวิธีแน่นอน ขอแค่…” 
พรานคงขยับมือ กฤตตัดสินใจแล้วว่ามาถึงขั้นนี้ก็ต้องไปให้สุด
 “ผมจะเพิ่มเงินให้พราน เพื่อให้นำทางและป้องกัน ผมไม่ได้อยากไปเบียดเบียนเสือพวกนั้น เมื่อไหร่ที่สำรวจป่าเสร็จผมก็กลับ”
 พรานคงยิ้มพอใจในคำตอบ เขาสังหรณ์ใจว่าครั้งนี้อาจได้ทั้งเงิน และอาจได้ทั้งพยัศตรา
 “ตกลง ข้าจะนำทางให้พรุ่งนี้”
 กฤต ปริญ นพ และขนมผิงแยกย้ายกันกลับที่พักเพื่อเตรียมตัว พรานคง ผู้ใหญ่มา และซามะคุยกันต่อในเรื่องนี้ 
“เอ็งเอาจริงหรือวะ พรานคง” 
ซามะถามขึ้นมา เขาตกกระไดพลอยโจนไปกับพรานคงเรื่องการปราบเสือเสียแล้ว 
“ข้ามีของดี ที่ฆ่าเสือตายได้ ข้าจะแก้แค้นให้ตระกูลของข้า!” 
พรานคงเอ่ยอย่างหมายมั่น แววตาเด็ดเดื่ยวที่จะกำจัดพยัศตราโดยมีพวกคณะของกฤตเป็นหมาก! 
ซามะกลับมาเล่าเรื่องทั้งหมดให้ซูบีฟัง หญิงสาวถึงกับทำจานข้าวหล่นมืออย่างตกใจ 
“พรานคงกับพ่อจะปราบเสือ ไม่นะพ่อ”
 ซูบีตระหนกเป็นห่วงณาณิน จนซามะผิดสังเกต 
“นี่เอ็งเป็นห่วงเสือเหรอวะซูบี?” 
ซูบีกลบเกลือน พยายามเอ่ยนิ่งๆเพื่อเก็บอาการ
“เปล่า แต่ถ้าพวกเขาไม่ใช่เสือธรรมดาล่ะพ่อ เราจะตายเอาได้นะ”
 “ไม่ต้องห่วงหรอก พรานคงมันมีของดี ไม่ดีหรือไง พวกเราจะได้ไม่โดนเสือกัดตายอีก” 
ซามะเช็ดปืนลูกซองต่ออย่างไม่คิดอะไรมาก ซูบีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด 
… ในกระท่อมเล็กๆ มีโต๊ะหมู่บูชามากมายพร้อมเครื่องรางทางไสยเวทย์ พรานคงวางปืนพิงผนัง ก่อนเข้ามานั่งลงตรงหน้าโต๊ะหมู่ หลับตากำหนดจิต ก่อนปรากฎวิญญาณของบาลายืนขึ้นข้างๆเขา
 “เร่งศึกษาวิชาในตำราซะ!”
 สิ้นเสียง บาลาพุ่งเข้าไปหาร่างที่นั่งอยู่ พรานคงกระตุกเฮือก ก่อนแววตาแข็งกร้าว หยิบตำราเก่าๆที่วางบนหึ้งขึ้นมายกท่วมหัว ก่อนเปิดอ่านทีละหน้าอย่างตั้งใจ 
… 
ณาณินถือขลุ่ยกลับมาที่ถ้ำของตน เฝ้ามองขลุ่ยนั้นอย่างประหลาดใจ หญิงสาวบรรจงแนบริมฝีปากลงบนขลุ่ย ก่อนบรรเลงขึ้นมาอย่างไพเราะด้วยจิตใต้สำนึก เพลงนั้นจบลงพร้อมการเดินเข้ามาของโอบา 
“ท่านณวิชให้ข้ามาดูแลท่านหญิง”
 โอบาก้มศีรษะรายงาน ณาณินผละริมฝีปากออกจากขลุ่ย หันมามองโอบาอย่างเป็นคำถาม 
“แล้วณวิชไปไหน?” 
 “ท่านณวิชติดธุระสำคัญต้องไปสะสาง” 
ณาณินพยักหน้าเข้าใจ ก่อนหันความสนใจมาที่ขลุ่ยในมืออย่างหลงใหล
 ถ้ำในป่าลึก ร่างพยัศตราสวมชุดสีขาวกำลังนั่งบำเพ็ญภาวนา จิตได้ยินเสียงขลุ่ยจนกระสับกระส่าย สิรินีต้องส่งกระแสจิตมาเตือนก่อนที่พยัศตราจะตัดใจออกจากการบำเพ็ญ
 “พยัศตรา อย่าวิตก”
 “ข้าเป็นห่วงน้อง ท่านแม่”
 “คืนนี้จะถึงเพลาพระจันทร์เต็มดวง เจ้ารอเวลานั้นเถิด”
 จิตใจจ้าวแห่งเสือกลับสู่ฌานอีกหลังสิ้นเสียงปลอบโยนของมารดา
 …… ณาณินออกมาเที่ยวในป่าลึก จิตใจคิดถึงซูบีขึ้นมา หวังจะไปยังหมู่บ้านพะยา เมื่อถึงเขตรอยต่อของขุนเขาพายัพและป่าพะยา หญิงสาวหันมายังโอบาที่เดินตามมา 
“เจ้ากลับไปช่วยณวิชก่อนก็ได้ เดี๋ยวเรากลับมา” 
โอบาลังเลเล็กน้อย ก่อนรับคำณาณินกระโจนเข้าป่าไป หญิงสาวเดินไปยังหมู่บ้านพะยา ยิ่งเข้าไปใกล้ยิ่งแสบร้อนตามตัวจนทรุด เพราะพรานคงกำลังฝึกคาถาอาคมอยู่นั้นเอง กฤตสะพายกล้องเก็บภาพผืนป่าอย่างเพลิดเพลินจนไม่รู้ว่าเดินมาไกลเท่าไหร่ ณาณินแสบร้อนร่างกายจนน้ำตาร่วง ร่างทรุดลงไปพิงกับต้นไม้ใหญ่ กฤตได้ยินเสียงแปลกๆ เขาค่อยๆเดินเข้าไปอย่างช้าๆ พบณาณินนอนแทบสิ้นสติก็ตกใจ
 “คุณ”
 กฤตเข้าไปประคองณาณินเอาไว้ หญิงสาวพยายามรวบรวมสติ ร่างกายแสบร้อนจนทนไม่ไหว  
“ผมจะพาคุณเข้าไปในหมู่บ้าน”
 กฤตจะอุ้มณาณินขึ้นมา แต่หญิงสาวห้ามเอาไว้ เมื่อสังเกตเห็นว่ามีมนต์บางอย่างในเขตหมู่บ้านพะยา เสือสาวหันมามองกฤตที่มีสีหน้าเป็นห่วงเธอไม่น้อย 
“อุ้มเราไปทางทิศโน้นได้หรือไม่ เราจะกลับบ้าน” 
ณาณินมองไปยังข้างหน้า กฤตอุ้มร่างบางขึ้นมา ก่อนตรงไปข้างหน้าตามที่ณาณินบอก การใกล้ชิดกฤตทำให้ณาณินแอบรู้สึกมีใจให้ชายหนุ่มเงียบๆ
 “วางเราตรงนี้”
 เสียงสั่นเครือเล็กน้อยเอ่ยขึ้นเมื่อพ้นเขตป่าพะยา กฤตวางร่างบางนั้นลง แววตายังคงเป็นห่วง 
“คุณกลับไหวหรือเปล่า?”
 ณาณินยิ้มให้เล็กน้อยก่อนพยักหน้า 
“ไหว ขอบคุณเจ้า”
 กฤตมองหน้าหญิงสาวอย่างเอ็นดู
 “ผมยังไม่รู้ชื่อคุณเลย”
 เขาตัดสินใจถามขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้ 
“เราชื่อณาณิน” 
กฤตยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ทั้งสองจ้องมองกันเนิ่นนาน ด้วยความรู้สึกมากมายที่อยู่ในหัวใจ
 “เจ้ารีบกลับเถอะ” 
เสียงณาณินดึงสติจากภวังค์ กฤตพยักหน้าให้น้อยๆ
 “คุณไหวแน่นะ”
 หญิงสาวพยักหน้า กฤตร่ำลาก่อนเดินทางเข้าสู่ป่าพะยา คล้อยหลังกฤต สีหน้าณาณินบ่งบอกความเจ็บปวดออกมาชัดเจน ก่อนประคองร่างบางเดินโซเซมาจนถึงถ้ำ 
“ไลลาไปไหน?”
 หญิงสาวถามบริวารที่เฝ้าปากถ้ำเพื่อถามหาคนสนิท 
“ไปเยื่ยมมารดาทางทิศตะวันตกขอรับ” 
ณาณินพยักหน้ารับ ก่อนประคองตัวเองไปทรุดลงบนแท่นนอน ยกแขนสองข้างขึ้นมามองดู พบว่ามีรอยแดงขึ้นมาเหมือนโดนไฟไหม้ หญิงสาวรวบรวมกำลังหยิบผัาขึ้นมา เทน้ำจากกระบอกไม้ไผ่ลงไปด้วยความยากลำบาก ณวิชเดินเข้ามาเงียบๆ เห็นหญิงสาวกำลังเช็ดตัวอยู่ เสือหนุ่มรู้สึกผิดที่ไม่ได้ดูแล มือใหญ่ยื่นไปจับผ้าไว้ เพื่อช่วยประคบไปยังผิวของหญิงสาว ความเงียบปกคลุมเมื่อณาณินน้อยใจลึกๆจนณวิชเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมา 
“ท่านไปโดนอะไรมา?” 
“เราก็ไม่รู้ เหมือนมีมนต์บางอย่างในป่า” 
เสียงหมาป่าเห่าหอนในคืนพระจันทร์เต็มดวง อาชาและบริวารเสือบุกเข้ามาเงียบๆ โอบาวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานณวิช
 “ท่านณวิช พวกบฎบุกมา!”
 ณาณินหันขวับไปมองณวิชอย่างตกใจ หญิงสาวเพิ่งรู้ว่ามีกบฎ ณวิชไม่แปลกใจ รู้อยู่แล้วว่าอาชาต้องบุกมา
 “จัดการมัน!!”
 เสียงแข็งกร้าวของณวิชสั่ง 
นอกถ้ำ เสือสองฝ่ายคำรามอย่างบ้าคลั่ง อาชายืนมองอย่างพึงพอใจ ณวิชเดินออกมาจากถ้ำ ประจักษ์หน้ากับอาชาอย่างไม่กลัวเกรง 
“ดูเจ้าจะไม่แปลกใจกับการกระทำของข้าที่ตลบหลังเจ้า”
 อาชาพูดอย่างยียวน ณวิชกำหมัดแน่นสะกดกลั้นความโกรธเอาไว้
“ทรยศ!”
 ณวิชตวาดลั่น อาชาหัวเราะอย่างชอบใจ 
“ถ้าข้าทรยศ แล้วได้อำนาจ ได้ทุกอย่าง ข้าก็ยอม แม้แต่ณาณิน ข้าก็ต้องได้นางด้วย!!!”
 ความอดทนของณวิชขาดสะบัน ใบหน้าแยกเขี้ยวคมกริบขึ้นมาพร้อมต่อสู้ ณาณินโกรธ เดินเข้ามาหาอาชาอย่างไม่เกรงกลัว
 “เราไม่มีวันเป็นของคนทรยศเช่นเจ้าแน่!!” 
อาชายิ้มเย้ย คว้าข้อมือหญิงสาวกระชากเข้าหาตัว
 “ถ้าข้าจะเอา ก็ต้องได้!”
 ทันใดนั้น ร่างพยัศตราปรากฎขึ้น จ้าวแห่งเสือตาแดงวาวดั่งไฟ เมื่อเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
 “เจ้าถามข้าหรือยัง อาชา!!!!!” 
เสียงพยัศตราทรงพลังอย่างมหาศาล เหล่าบริวารหยุดการเหล่าบริวารหยุดการรบอย่างเกรงกลัว อาชาถึงกับหน้าซีด หันขวับไปมองณวิชอย่างตกใจ
 “ข้าลืมบอกว่านายท่านจะกลับมาในวันพระจันทร์เต็มดวง”
 ณวิชจ้องหน้าอาชาอย่างสะใจ  ก่อนผลักเขาออกจากณาณิน พยัศตราย่างกรายเข้ามา แววตาอำมหิตอย่างเห็นได้ชัด 
“เสือที่มันกล้าดี มันจะตายไม่ต่างจากหมา!!” 
อาชารู้ว่าสู้พยัศตราไม่ได้ พยามยามคิดหาทางหนี
 “นายท่านถือศีล ไม่เหมาะจะกระทำเช่นนั้น หน้าที่นี้ควรเป็นข้า!!” 
ณวิชย่างเข้ามา แววตาดุดัน อาชาควักกริชอาคมขึ้นมา ณวิชชะงัก อาวุธที่ลงอาคมสามารถทำอันตรายแก่เสือได้ อาชาเหวี่ยงกริชไปยังณวิชทันที ณาณินพุ่งเข้าไปผลักอาชาจนล้มลง อโณมาโผล่มาอีกด้าน เหวี่ยงกริชปักเข้าที่แขนณาณินอย่างโกรธแค้นฝั่งใจ พยัศตราและณวิชแทบช็อก ร่างณาณินร่วงลง ณาณินมองอโณมาอย่างอาฆาต ณวิชกลายร่างเป็นเสือพุ่งเข้าไปต่อสู้กับอาชาอย่างโกรธแค้น พยัศตราจะเข้าไปฆ่าอโณมา แต่ณาณินห้ามเอาไว้
 “ท่านพี่ น้องไม่อยากให้ท่านผิดศีล” 
เอ่ยจบ ณาณินดึงกริชจากแขนอย่างเจ็บปวด ก่อนกลายร่างเป็นเสือโคร่งตะครุบอโณมาในทันที อโณมาประมาทณาณินจนโดนหญิงสาวกัดตาย อาชาหันมาเห็นน้องสาวตายต่อหน้าต่อตาก็ตกใจ 
“อโณมา!!”
 ณวิชใช้จังหวะนั้นหยิบกริชที่ตกบนพื้นเขวี้ยงใส่อาชา กริชปักขั้วหัวใจอาชาตายคาที่ ณาณินทรุดหายใจโรยริน พยัศตราเข้าไปประคองน้องสาวเอาไว้ 
 “ท่านหญิง” 
ณวิชจับมือหญิงสาวขึ้นมากุมไว้อย่างแสนห่วงและเจ็บปวดไม่ต่างกัน พยัศตราคำรามลั่นอย่างเก็บกด ร่างณาณิน นอนลงบนแท่นนอนในถ้ำ พยัศตราเหลือบไปเห็นขลุ่ยเข้าก็ชะงัก 
“ขลุ่ยนี้ของน้อง”
 เสียงอ่อนแรงเอ่ยขึ้น พยัศตราหยิบขลุ่ยขึ้นมาลูบเบาๆ 
“เจ้ารู้”
 “มีสิ่งใดที่น้องไม่รู้อีกหรือไม่?”
 พยัศตราหันหลังให้น้องสาว แววตาครุ่นคิด 
“พี่อยากให้เจ้าเข้มแข็ง ขลุ่ยนี้ไม่ควรอยู่ที่เจ้า พี่ไม่อยากให้เจ้าเจ็บปวด”
 ณาณินพยุงตนเองลุกขึ้น เดินเข้าไปคุกเข่า ก้มลงแตะเท้าของพยัศตราอย่างเทิดทูน
 “ความรักของท่านพี่ น้องไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ท่านพี่จึงรักน้องมากมายเช่นนี้”
 พยัศตราก้มลงลูบผมหญิงสาว แววตาของเขาตอนนี้ดูอ่อนโยนกว่าทุกวัน
 “เพราะเจ้าเคยเสียสละด้วยการตายแทนพี่มาก่อน เจ้ารับปากพี่ว่าจะกลับมาเป็นน้องของพี่ พี่รับปากเจ้าว่าจะเยียวยาความเจ็บปวดของเจ้าในอดีต”
 พยัศตรารำลึกความหลังที่ณาณินเสียสละเพื่อตน ณาณินยิ้มทั้งน้ำตาที่ไหลริน
 “ถ้าน้องรับปากว่าจะเข้มแข็ง แต่น้องขอโอกาสได้รับรู้สิ่งที่ไม่รู้ ท่านพี่จะให้โอกาสน้องไหม?” 
พยัศตราก้มหน้าไปครู่ใหญ่ ก่อนตัดสินใจส่งขลุ่ยนั้นคืนแก่เจ้าของเป็นคำตอบแก่หญิงสาว
 …. เมื่อส่งณาณินรักษาบาดแผล     พยัศตราและณวิชออกมาคุยกันนอกถ้ำตามลำพัง
 “ท่านหญิงได้เจอกับมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่อาจเป็นผู้เกี่ยวข้องกับมหรรศยาลัย”
 “ข้าเข้าใจสิ่งที่ท่านแม่พยายามบอกข้าแล้ว” 
พยัศตราเริ่มเข้าใจสิรินี สุดท้ายเขาก็ไม่สามารถฝืนกฎแห่งกรรมได้
 “นายท่าน อย่าได้ห่วงเลย ข้าจะดูแลท่านหญิงด้วยชีวิต”
 ณวิชเอ่ยอย่างหนักแน่น แต่ทำให้พยัศตราจับผิดได้อย่างชัดเจน 
“เจ้ารักณาณิน” 
ณวิชตกใจ มองพยัศตราที่แววตาคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ เสือหนุ่มก้มศีรษะลง ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ พยัศตราหันหลังให้ก่อนสั่งทิ้งท้าย 
“ฝากดูแลณาณิน ให้สมกับที่เจ้าเอ่ยคำสัตย์ต่อข้า และจงระวังเพื่อนบ้านของเรา ข้าเชื่อว่าอาชาไม่โอหังขนาดนี้ หากไม่มีใครยุยง”
 เอ่ยจบพยัศตรากลายร่างเป็นเสือหายเข้าไปป่าลึกเช่นเดิม ณวิชกลับมาในถ้ำ พบณาณินเฝ้ามองทางเข้าอยู่เป็นระยะเพื่อรอพยัศตรา
 “ท่านพี่ล่ะ?” 
หญิงสาวแปลกใจที่ณวิชกลับมาผู้เดียว
 “นายท่านกลับไปบำเพ็ญเพียรต่อ”
 “ท่านพี่ชอบแอบหนีไปไม่บอกลาเราเลยสักคำ”
 ณาณินหนัางุดอย่างไม่เข้าใจ 
“นายท่านอาจทำใจไม่ได้ที่ต้องจากท่านหญิง” 
ณวิชคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว มือใหญ่จับมือหญิงสาวขึ้นมาจุมพิตเบาๆ หัวใจดวงนี้รักนางเหลือเกิน 
“ขอบคุณท่านที่เสื่ยงช่วยข้าจนบาดเจ็บเช่นนี้”
 “เปลี่ยนจากคำขอบคุณ เป็นการให้เราไปเที่ยวได้หรือไม่?”
 หญิงสาวเอ่ยเสียงใสอย่างอารมณ์ดี
“ได้ แต่ท่านหญิงต้องนอนพักผ่อนเพื่อรักษาบาดแผลให้เพียงพอ”
“ให้เราจับมือเจ้าได้หรือไม่?”
ณวิชกระชับมือหญิงสาวเป็นคำตอบ ณาณินจ้องมองณวิชอย่างอบอุ่นหัวใจ ก่อนค่อยๆหลับตาลง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เรื่องราวตำนานความรักแห่งปราสาทขอม การเดินทางที่เต็มไปด้วยความรัก ความแค้น และอาถรรพ์ หัวใจแห่งรักเท่านั้นที่จะข้ามผ่านพาทุกดวงจิตกลับคืนสู่มหรรศยาลัย เพื่อปิดตำนานโศกนาฏกรรม"

ปัญญ์นลิน


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha