มงกุฎดอกหญ้าบัว (จบแล้ว)

โดย: ผ้าลูกไม้ พอนดาว วรรณะนิศมา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : นางร้ายหมายเลขหนึ่ง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



นางร้าย

หมายเลขหนึ่ง

 

อีกไม่กี่นาที...งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของครีมอาบน้ำแบรนด์ดังอันดับต้นๆ ของประเทศจะเริ่มต้นขึ้น

งานนี้ได้รับความสนใจจากนักข่าวสายบันเทิงมากันอย่างล้นหลาม เพราะนอกจะเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่แล้ว ยังเป็นการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์โฆษณาคนใหม่อย่าง อรอลิน ปักษมนมธุรส นางร้ายที่มาแรงที่สุดในเวลานี้...เธอดังกว่านางเอกบางคนเสียอีก

ภายในห้องแต่งตัวส่วนตัวของดาราสาวพรีเซ็นเตอร์โฆษณาคนใหม่ที่ทางออแกไนซ์เซอร์จัดงานจัดให้ตามที่เธอต้องการ ซึ่งเป็นคนละห้องกับห้องแต่งตัวหลัก อันมีนักแสดงที่จะต้องร่วมแสดงโชว์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้ด้วย

โดยภายหลังจากแต่งหน้าทำผมเสร็จ ช่างสาวประเภทสองคนนั้นออกห้องเพื่อไปโทรศัพท์ จึงเหลือเธอกับ วีร์
หรือ ปวีร์ ถิรนัยปวัตน์ ผู้จัดการส่วนตัวเพียงสองคน

ปวีร์ เป็นผู้จัดการส่วนตัวสุดหล่อของ อรอลิน เธอเคยบอกกับเขาว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัวที่ดีที่สุดตั้งแต่เคยมีมา ดีกว่าผู้จัดการส่วนตัวคนก่อน เมื่อครั้งยังเล่นละครให้กับช่องเดิมก่อนหมดสัญญาและย้ายมาอยู่ที่ช่องใหม่ราวฟ้ากับเหว แรกๆ เธอกับผู้จัดการส่วนตัวมีข่าวว่าคบหากัน แต่พอปวีร์ออกมาประกาศว่าตัวเองเป็นเกย์ ข่าวนั้นจึงไม่เป็นประเด็นอีกต่อไป

“ตอนนี้ทับทิมคงกำลังจะเดือดอยู่ ที่ถูกแคนเซิลงานกะทันหันอย่างนั้น”

ทับทิมที่ปวีร์พูดถึงคือ ปิณฑารา ทัพพ์นภัสสร นางเอกอดีตเพื่อนร่วมช่องที่ความจริงต้องมางานนี้ด้วย เพราะครีมอาบน้ำตัวใหม่มีสองสูตรคือสูตรนางเอก กับสูตรนางร้าย แต่เมื่ออรอลินบอกกับผู้จัดงานว่า หากปิณฑิรามางานนี้ด้วยเธอจะไม่มา ทางผู้จัดงานจึงต้องเปลี่ยนจากปิณฑิรามาเป็นนางเอกใหม่ร่วมช่องของอรอลินอย่าง ข้าว อันนา อัศม์เดชคุณาสิน แทน

มีเหตุผลสมทบที่ทางผู้จัดงานตัดสินใจตัดปิณฑิราออกจากการเป็นพรีเซนต์เตอร์คนใหม่อย่างไม่ยากเย็นนัก คือข่าวฉาวเรื่องการเป็นลูกอกตัญญูทอดทิ้งบุพการีอย่างไม่เหลียวแล อีกทั้งอดีตฉาวๆ ที่เคยเป็นสาวบ้านนาผู้เหลวแหลกจากต่างจังหวัด ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อ ชุบตัวแปลงโฉมศัลยกรรม แล้วก้าวสู่วงการเป็นนางเอกผู้เรียบร้อย...ที่ถูกขุดคุ้ย พร้อมๆ บรรดาผู้ชายที่อ้างว่าเคยเป็น “ผัว” ออกมาแฉแหลก

 อรอลินเหยียดยิ้มอย่างมีชัยเหนือกว่า “ดาวกำลังอับแสงที่จะต่างอะไรจากก้อนกรวดพื้นถนนอย่างนั้น อลินไม่ร่วมงานด้วยแน่”

“นางคงอาฆาตเพราะเสียรายได้”

“อลินไม่สนใจหรอก...” อลินเบ้ปากอย่างไม่ยี่หระ

เธอกับปิณฑิราเคยเป็นเพื่อนรัก มีผู้จัดการส่วนตัวคนเดียวกันคือ เจ๊โก หรือ โกศล  สร้อยโฉมฉายอยู่กับโกศล อลินไม่ค่อยมีงานนัก จนเธอคิดว่าโกศลลำเอียง ไม่ป้อนหรือหางานให้ เพราะมัวแต่ไปสนใจให้ความสำคัญกับดาราในสังกัดที่ดังและทำเงินได้มากกว่า หนึ่งในนั้นคือปิณฑิรา

ยามนั้นอลินไม่ได้โกรธเพื่อน เพราะถือว่าเป็นช่วงที่โชติช่วง มีงานละคร งานพรีเซนเตอร์ งานอีเว้นต์เข้ามาไม่ขาดสาย ขณะที่เธอนานๆ ทีจะมีงาน ฝ่ายปิณฑิราเองก็ปลอบโยนเธอเสมอ พอเมื่ออลินตัดสินใจเปลี่ยนผู้จัดการส่วนตัว และย้ายมาเล่นละครให้กับช่องใหม่ ที่ไม่ใช่ช่องหลักซึ่งโกศลคอยป้อนดาราให้ปิณฑิราไม่ได้ห้าม พร้อมให้กำลังใจขอให้โชคดีและประสบความสำเร็จ ถึงอย่างไรก็จะยังเป็นเพื่อนรักที่ดีต่อกัน

แต่หลังจากนั้นหนึ่งเดือน อลินไปหาปิณฑิราที่บ้าน เพื่อที่จะเอาเค้กซึ่งเธอทำเองกับมือไปให้เพื่อนรักในวันเกิด แต่บังเอิญแอบไปได้ยินคำแรงๆ ที่หลุดออกมาจากปากปิณฑิราซึ่งกำลังสนทนาอยู่กับโกศล ด้วยน้ำเสียงสะใจในอารมณ์จากการได้เอ่ยคำเสียดเย้ยใครบางคนอยู่

ใครบางคนนั้นคือ..เธอ

“อีอลินมันคงคิดว่าเปลี่ยนผู้จัดการและย้ายไปช่องใหม่แล้วจะทำให้ตัวเองดังขึ้น สมองนี่มีไว้กั้นหูแท้ๆ ช่องนั้นน่ะเขามีนางเอกนางร้ายระดับท็อปอยู่เพียบ แต่ละคนนี่ฝีมือดีๆ ทั้งนั้น เด็กเส้นเด็กสายก็เยอะ  ไม่มีทางที่ฝีมือการแสดงแค่นั้นจะไปแล้วโดดเด่นได้ อย่างดีก็เล่นเป็นตัวประกอบไปเรื่อยๆ  อย่างแย่เรื่องเดียวดับ จากดาวมีแสงอยู่แค่รำไรที่ช่องนี้ ไปช่องนู้นคงกลายเป็นก้อนกรวดที่ถูกเขี่ยทิ้งในที่สุด”

“แต่ก่อนก็เห็นสนิทกันดี เพื่อนรักไม่ใช่เหรอ”

“ก็ทับทิมโกรธแทนเจ๊โกไง ที่มันอกกตัญญูฉีกสัญญาแล้วทิ้งไป... ที่ว่าเพื่อนรักไม่ใช่หรอก เรียกว่าตีบทนางเอกผู้มีจิตใจดีงามสงสารเพื่อนร่วมสังกัดงานน้อยถึงจะถูก”

“ธาตุแท้ของเธอนี่นะทับทิม...อย่าให้ใครรู้เชียว เสียภาพนางเอกหมด...แล้วนี่เล่นละครเป็นมิตรกับฉันหรือเปล่านี่”

“เจ๊มีพระคุณกับทับทิมขนาดนี้ใครจะกล้า”

“เออ...เชื่อ...ส่วนอีอลิน ก็ให้มันไปเถอะ อยู่นี่ไปก็ไม่ได้สร้างมูลค่าให้ พาลจะเป็นภาระเปล่าๆ”

“สุภาษิตไทย เขาเรียกกว่าเลี้ยงเสียข้าวสุกหรือเปล่า หรือว่าเลี้ยงไม่เชื่อง”

“ตัดหางปล่อยวัดสิ”

ยามนั้น...ขณะที่สองคนนั้นหัวเราะคิกคักสนุกสนาน อรอลินเต็มไปด้วยความขุ่นแค้น ออกจากที่กำบังปรากฏตัวให้เห็น ทิ้งเค้กวันเกิดที่ตั้งใจทำเอามาให้ลงบนโต๊ะ...ตรงกลางระหว่างที่ทั้งสองกำลังนั่งสนทนาอยู่ริมสระว่ายน้ำ...เค้กแตกเละ และแก้วที่อยู่บนโต๊ะกระเด็นพลัดตกลงพื้นแตกกระจายเสียงดัง

“สุขสันต์วันอัปยศ...อีอัปรีย์...ทับทิม”

พูดเพียงเท่านั้น แล้วอรอลินก็เดินออกออกจากบ้านหลังนั้นมาพร้อมใจที่ประกาศชัดในการเป็นศัตรู พร้อมๆ กับความคิดที่ว่าจะทำทุกอย่างให้อยู่เหนือกว่าปิณฑิราให้ได้

หลังจากนั้นอรอลินจึงเรียนการแสดงอย่างหนัก ปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ รวมถึงการปรับบุคลิกภาพ รูปร่าง เสื้อผ้าหน้าผมให้สวยสะดุดตานำแฟชั่นและทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อให้โดดเด่นเป็นที่จับตาขึ้นมา ภายใต้การดูแลเป็นอย่างดีของผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่อย่างปวีร์ซึ่งเห็นแววและชวนเธอมาเข้าสังกัด

ละครเรื่องนางเอกที่รัก เป็นละครเรื่องแรกที่เธอรับเล่นให้กับช่องใหม่ แม้แรกทีเดียวบทจะเป็นเพียงเพื่อนนางร้าย เธอและผู้จัดการก็ไม่เกี่ยง เพราะคิดเป็นใบเบิกทางสู่ละครเรื่องอื่นๆ  และแม้ตามบทบาทจะไม่เด่นเท่านางร้ายหลัก ทว่าเธอก็ได้ตั้งใจอย่างสุดความสามารถ ซึ่งเธอก็เล่นดีขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัดและโดดเด่น

จนฝีมือทางด้านการแสดงที่เหมือนเพชรมอมๆ ถูกเจียระไนเหลี่ยมมุมให้มีกะรัตที่จะรับแสงเกิดประกายวับวาวมากยิ่งขึ้นไปเข้าตาผู้จัด เปลี่ยนให้เธอมารับบทนางร้ายหลักแทนสายฟ้าแลบ ทั้งที่ละครถ่ายไปหลายฉากแล้ว จนดาราสาวลูกแก้ว หรือเอมณัชชา พลัชพศิน นักแสดงน้องใหม่ของช่องที่ละครเรื่องแรกก็มารับบทเป็นนางร้ายหลักของเรื่องแต่ถูกเปลี่ยนมาเล่นเป็นบทรองแทนอย่างที่เจ้าตัวคาดไม่ถึง เพราะเล่นแข็งไม่เป็นธรรมชาติ...น้อยใจถอนตัวจากละครในที่สุด

เอมณัชชาไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่อรอลินก็ไม่แคร์หรอกที่จะมีศัตรูเพิ่ม ความผิดเธอเหรอ ที่แสดงเข้าถึงบทบาทได้มากกว่า เล่นร้ายได้เฉิดฉายกว่า จนรัศมีเขี่ยว่าที่นางร้ายใหม่ของช่องกระเด็นกระดอนถอนตัว ซึ่งเพียงไม่กี่ตอนที่ละครเรื่องนางเอกที่รักออกอากาศ จากดารากระแสน้อย บทไม่เด่น ก็กลายมาเป็นที่จดจำได้ และดังเป็นพลุแตกในที่สุด แน่นอนเมื่อผลงานออกมาดี งานละคร และงานอื่นๆ ก็ตามมาเป็นพรวน

จากบทบาทความร้ายที่เข้าถึงแก่นความร้าย ประกอบกับบทที่ได้เด่นพอๆ กับนางเอก งานจึงรุม ค่าตัวก็พุ่ง มีทั้งคนที่ชื่นชอบและเกลียดชังเพราะอินกับบทบาทที่เธอเล่นไปพร้อมๆ กัน ทำให้โมงยามนี้เธอมีมงกุฎนางร้ายและก้าวขึ้นสู่บัลลังก์หมายเลขหนึ่งอย่างงามสง่าไม่มีใครมาเทียบรัศมีได้

แน่นอน...ดาวดวงหนึ่งซึ่งกำลังจะดับแสง ที่ไม่ต่างจากเศษแตกของอุกกาบาต หรือหินโสโครกอันเปื้อนเปรอะไปด้วยคราบคาวข่าวฉาว อย่างอดีตเพื่อนรักนางเอกปิณฑิราที่เคยดูถูกเธอไว้ ก็ไม่มีทางจะเปล่งประกายแสงออกมาเทียบความเฉิดฉายของเธอได้อีก

 อรอลินรู้สึกสะใจ และไม่รู้สึกเห็นใจในชะตากรรมที่ปิณฑิรากำลังเผชิญเลยแม้แต่น้อย

“เจ๊โกคงแทบบ้า หรือบ้าไปแล้วก็ไม่รู้” ปวีร์แสดงความคิดเห็น “เพราะนั่นเป็นนางเอกหมายเลขหนึ่งที่ทำเงินให้มหาศาล”

ปวีร์ ถิรนัยปวัตน์  เป็นเกย์หนุ่มที่ค่อนข้างหน้าตาดี ถ้าเทียบกับ อดีตผู้จัดการส่วนตัวอย่าง โกศล  สร้อยโฉมฉาย ซึ่งอ้วน ผิวเข้ม และหน้าตาที่มองออกว่าทำศัลยกรรมมา หากเทียบสง่าราศีแล้ว ผู้จัดการส่วนตัวตนเก่าของอรอลินเทียบไม่ได้เห็นๆ

 “มันก็สมควรแล้ว...” อรอลินแสยะยิ้ม นึกชังใบหน้าของสองอริ...ทั้งโกศลกับปิณฑิรา แล้วเปลี่ยนเป็นยิ้มจริงใจให้กับปวีย์ “ขอบคุณพี่วีร์มากนะคะ ที่ดึงอลินออกมาจากตรงนั้น อลินได้ดีทุกวันนี้ก็เพราะพี่จริงๆ อยู่กับพี่แล้วอบอุ่น เหมือนพี่เหมือนน้อง ถ้าอยู่กับที่เก่า อรอลินคงออกจากวงการไปทำอาชีพอื่น”

“อลินนะเป็นเพชรอยู่แล้ว เพียงเจียระไนนิดหน่อย ประกายก็ฉาย ยิ่งกำลังจะได้เล่นเป็นนางเอกเต็มตัวด้วยแล้ว แสงก็ยิ่งเพริศแพร้วแพรวพราว กลบรัศมีเพชรเม็ดอื่นไปตามๆ กัน”

ปวีร์ยิ้มกว้างตอนท้ายประโยค นึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่กี่วันมานี้ที่เขาได้รับข่าวดีจากผู้จัดละครเรื่อง...นางเอกที่รัก ละครที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากส่วนหนึ่งมาจากฝีมือไม้ลายมือการแสดงของอรอลิน  เพื่อติดต่อให้อรอลินรับบทนางเอกในละครเรื่องใหม่ ที่มีชื่อล้อกันกับละครเรื่องก่อนหน้าว่า...นางเอกที่ร้าย

คร่าวๆ ที่ปวีร์รับรู้จากผู้จัดมา ละครเรื่องนี้ หากอรอลินรับเล่น เธอจะต้องสวมบทเป็นนางเอกผู้ถูกรังแกจากคนรอบข้าง และเธอก็ยอมมาตลอด และเมื่อความอดทนปริแตก ความร้ายจะเป็นสิ่งที่เธอเลือกมาเป็นเกาะกำบังคุ้มกันตัวเอง  แน่นอน...เมื่อถามอรอลิน เธอรับเล่นในทันที

และแม้จะยังไม่เปิดเผยเรื่องราวต่อสื่อบันเทิง ทว่าก็มีกระแสหลุดออกมาทางสังคมออนไลน์แล้วว่า อรอลินถูกวางตัวให้เล่นเรื่องนี้ ซึ่งดัดแปลงมาจากนวนิยายขายดี และทุกคนต่างเห็นว่าเธอเหมาะสมที่สุดที่จะสวมบทบาทเป็นรุ้งพัตรา นางเอกของเรื่อง ที่ต้องประกอบคู่กับ พระเอกหมายเลขหนึ่งของช่องอย่าง...คุณ คุณภัทร โฆษณวรโชติ ที่รับบทเป็นนฤนนท์ พระเอกของเรื่อง

 “อลินสัญญาว่าจะทำออกมาให้ดีที่สุดคะพี่วีร์” เธอให้คำมั่นกับผู้จัดการส่วนตัวและสัญญากับใจของตัวเอง

“พีวีร์เชื่อในฝีมืออลิน” ปวีร์นึกบางอย่างออกจึงถามขึ้น “แล้วเตรียมคำตอบเรื่องคุณทักษ์ไว้หรือยัง”

คนที่ปวีร์กล่าวถึงคือ ทักษ์ดนัย อมรสุรดิษ ไฮโซหนุ่มที่เธอกำลังคบหาดูใจ  เขายังเป็นทายาทของเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่รวยติดอันดับท็อปของประเทศมาหลายปี ที่สาสาวๆ ต่างคลั่งไคล้  นอกจาความรวยแล้ว เขายังมีความจะหล่อเป็นดังเชือกมัดหัวใจสาวๆ ให้อยู่หมัดด้วย

ความจริงแล้วที่ผ่านมา มีข่าวเกี่ยวกับเธอและเขากำลังคบหากันออกมาตลอด ทว่าเธอยังคงปากแข็งปฏิเสธสื่ออยู่ร่ำไปว่าแค่รู้จักกันเท่านั้น ทว่าเมื่อวานมีภาพหลุดออกมา...เธอกับเขาไปดินเนอร์กันสองต่อสอง...อย่างปฏิเสธภาพไม่ได้ เลยคิดว่าวันนี้จะต้องมีนักข่าวถามถึงประเด็นนี้แน่ๆ

“เตรียมไว้แล้ว...”

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับเหรียญนะคะ...นักอ่านที่น่ารัก"

ผ้าลูกไม้ พอนดาว วรรณะนิศมา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha