มงกุฎดอกหญ้าบัว (จบแล้ว)

โดย: ผ้าลูกไม้ พอนดาว วรรณะนิศมา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : เพียงสบตาก็เผลอใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เพียงสบตา

ก็เผลอใจ

 

หลายวันต่อมา

ช่วงเย็น...ณ ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง อรอลินมีนัดทานข้าวกับทักษ์ดนัย แต่ไม่ได้มาเพียงสองต่อสอง ยังมีอีกสองคนที่ร่วมโต๊ะในมื้อนี้ด้วย

ผู้ชายคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับทักษ์ดนัยคือพี่ชายของเขา กิตติวินท์ อมรสุรดิษ ส่วนผู้หญิงที่นั่งตรงข้ามกับอรอลินคือ คู่หมั้นของกิตติวินท์...คุลิกา นันทิภาคย์นาคร

ระหว่างพูดคุยและรับประทานอาหารกัน อรอลินรู้สึกไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องเผลอชำเลืองมองไปยังกิตติวินท์บ่อยๆ กับหัวใจที่สั่นไหวชอบกล

ความรู้สึกประหลาดนี้...เริ่มต้นตั้งแต่วินาทีแรกพบ...สบตา...ทักทายกัน...ในตอนที่มาถึง

นอกจากเคยเห็นผ่านตามาบ้างในหน้านิตยสารแวดวงไฮโซ อรอลินไม่เคยพบกิตติวินท์แบบเผชิญหน้าที่ไหนมาก่อน นี่จึงถือว่าเป็นครั้งแรก

ความรู้สึกบอกเธอว่า เขาหล่อเป็นพิเศษ...กว่าในภาพที่เคยเห็นตามหน้านิตยสารพวกนั้น

จากหุ่นกายที่สูงกว่าทักษ์ดนัยเล็กน้อย สง่าและดูดี ผมสั้นดำสนิทถูกจัดทรงเสยขึ้นไปด้านบน เปิดหน้าผาก ผิวพรรณเนียนสะอาด คิ้วดำพาดเข้มเหนือดวงตาคมกล้า จมูกโด่งสวยงุ้มปลายเล็กน้อย ขณะที่เหนือหยักปากได้รูป ดุขรึมด้วยหนวดที่ถูกกันขอบให้เข้มเด่น

ความขรึมเข้มนิ่งดุคลายลงทุกครั้งที่เขาพูดและยิ้ม รอยยิ้มที่เมื่อเปิดขึ้น มักจะส่งองศาร้อนละลายมาถึงหัวใจเธออยู่ร่ำไป

ทำไมต้องรู้สึกอย่างนี้...ดาราสาวถามใจ

หยุดคิด หยุดสนใจเขาเดี๋ยวนี้อรอลิน...เธอออกคำสั่งกับตัวเอง

แต่ไยเล่าจะง่ายดาย ความรู้สึกเธอราวกับเด็กดื้อที่ไม่ยอมเชื่อฟังคำ

จากนิตยสารที่เคยผ่านตา นอกจากรู้คร่าวๆ ว่าคือพี่ชายของทักษ์ดนัย เธอไม่เคยได้อ่านประวัติเขาอย่างจริงจังเลย อาจเพราะภาพประกอบการให้สัมภาษณ์บนหน้ากระดาษ มาดนั้นนิ่งสุขุม...ไม่ได้เผยยิ้ม ที่สำคัญหนวดนั่นเสริมให้ใบหน้าน่าหวั่นเกรง เลยเปิดผ่านๆ

เหตุผลหนึ่งคือเธอขยาดผู้ชายมีหนวด ที่หากไม่จำเป็นจะละเลี่ยง ไม่อยู่ใกล้...ปมบางอย่างยังคงหวาดจำ เหมือนเงาตามติดหัวใจ

แต่เมื่อได้มารู้จักกัน ได้พูดคุย ราวกับสมองถูกล้างใหม่ จนความรู้สึกรบเร้าอยู่ภายในว่า อยากจะรู้ประวัติของผู้ชายคนนี้มากขึ้น

ไม่ๆ...มันถูกหรือ เขาเป็นพี่ชายของคนที่เธอกำลังคบหาอยู่นะ

เธอสู้รบกับความนึกคิดของตัวเอง จนเผลอไผลหลุดหลงปลีกตัวสู่ภวังค์

 “อลินเป็นอะไรหรือเปล่าทักษ์ดนัยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเธอเหม่อลอย

เจ้าหล่อนสะดุ้งเล็กน้อยตอนได้ยิน

 “ออ...เอ่อ...อลินคิดเรื่องานนิดหน่อย” เธอโกหก...พี่ชายของคนถามต่างหากที่เล่นงานใจให้ว้าวุ่น

“คงเพราะช่วงนี้งานเยอะ” ทักษ์ดนัยคาดเดา “นี่ก็กว่าจะนัดทานข้าวได้...”

“ขอโทษด้วยนะคะทักษ์” อรอลินเสียงอ่อน หน้าเศร้า จริงที่เขาว่า ช่วงนี้เธองานเยอะจริงๆ

“ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ เพราะความจริงแล้ว นี่ต้องเป็นเวลาพักผ่อนของอลิน”

“นี่ก็ถือว่าเป็นการพักผ่อน...การได้มาทานข้าวกับทุกคน ได้มารู้จักพี่วินท์ น้องมุก ได้รู้จักพูดคุยกัน สนุกดี” เธอมองไข่มุก และกิตติวินท์...โดยเฉพาะคนหลังนี้ จู่โจมใจให้เต้นหวามอีกแล้วเธอรีบหลบตาในจังหวะที่เขายิ้มให้...รอยยิ้มซึ่งคล้ายเชือก ที่จะมัดใจให้ดิ้นไม่หลุด

 “ช่วงนี้กระแสพี่อลินกำลังมาแรง งานก็เลยเข้ามาเยอะ” คุลิกาเอ่ยแกมยิ้ม ด้วยกิริยาอันเป็นภาพลักษณ์ของเธอ...ผู้หญิงเรียบร้อย “ยังไงก็พักผ่อนเยอะๆ นะคะ “นี่คุณป้าของมุก...ชอบละครที่พี่อลินเล่นมากๆ เลย ชอบทุกเรื่อง บอกว่าร้ายได้ถึงใจ”

“ฝากขอบคุณคุณป้าของน้องมุกด้วยนะคะที่ติดตามผลงาน...แล้วก็ฝากบอกอีกว่าตัวจริงไม่ได้ร้ายขนาดนั้น”

ร่วมรับประทานอาหารและพูดคุยกันสักพัก คุลิกาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ส่วนทักษ์ดนัยมีสายเรียกเข้า...เขาขอตัวลุกจากโต๊ะอาหารไปคุยโทรศัพท์เกี่ยวกับเรื่องงานบริษัทในส่วนที่รับผิดชอบซึ่งมีปัญหา

ทีนี้...เหลือเพียงเธอกับกิตติวินท์

หัวใจเธอเต้นแรงขึ้น พยายามนึกหาคำพูดที่จะมาสนทนาแล้วก็นึกออก

“กับน้องมุก...จะแต่งกันตอนไหนเหรอคะ”

“ยังไม่ได้กำหนดเลยครับ มุกก็กำลังเรียนอยู่ปีสุดท้าย พี่เองก็มีงานบริษัทหลายอย่างต้องสะสาง คงอีกสักพักนู่นแหละ”

อรอลินพยักหน้ารับฟัง...เสียงทุ้มอบอุ่น เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับรอยยิ้ม และแววตา

เขาเล่าต่อ “แต่ความจริงพี่ก็ยี่สิบแปดแล้ว คงไม่ให้เกินสามสิบหรอก”

ระหว่างกิตติวินท์พูด เธอมองหนวดของเขา มันเหมือนหนอนบ้งสีดำกำลังเดินกระดึบๆ อยู่เหนือกลีบกุหลาบสีอ่อน เธออมยิ้มให้กับภาพจินตนาการ

“หน้าพี่มีอะไรติดเหรอ”  เขาถาม เมื่อเห็นว่าจ้องมอง...ตาไม่กะพริบ

“เอ่อ...อลิน...” เธออึกอัก “มอง...หนวดน่ะ”

“หนวด...” คิ้วดำย่นเข้าหากัน...เขายกมือขึ้นคลำหนวดตัวเอง “หนวดพี่...เป็นอะไรเหรอ...หรือมีอะไรติด”

 “เปล่าๆ...คือเวลาพี่วินท์พูด หนวดทำให้อลินนึกไปถึงหนอนบ้งที่กำลังเดินกระดึบๆ”

“หนอนบ้ง...กระดึบๆ...คงอย่างนั้น...” เขาหัวเราะ

“ชอบไว้หนวดเหรอคะ เพราะเท่าที่เคยเห็นในหน้านิตยสารมา...ก็มีหนวดตลอด”

“ใช่...” เขาพยักหน้ายอมรับ “เวลาไม่มีหนวดพี่จะไม่มั่นใจ จะรู้สึกหน้าโล้นๆ”

อรอลินนึกบางอย่างอออก “นี่ถ้าโกนข้างๆ ออกซ้ายขวา ก็จะเหมือนชาร์ลี แชปลิน”

เธอหัวเราะไปกันใหญ่

แล้วอะไรดลใจเล่า...ให้เธอรู้สึกว่า อยากให้เขาชอบกริยาการหัวเราะ และเสียงหัวเราะของเธอ หรือนี่เธอกำลังยั่วเย้าเขาอยู่กลายๆ

เขาเองก็หัวเราะ ก่อนจะบอกออกมา“แต่พี่มั่นใจว่า...พี่หล่อกว่าชาร์ลี แชปลินนะ”

จริง...เธอรู้สึกอย่างนั้น ทว่ายังไม่ทันที่จะเอ่ยอะไรออกมาทักษ์ดนัยเดินกลับมาที่โต๊ะ

“สองคนนี้กำลังนินทาอะไรผมอยู่หรือเปล่าเนี่ย หัวร่อต่อกระซิกกันเชียว”

“เอ่อ...” อรอลินอึกอัก

“คือน้องอลินเธอตลกหนวดพี่น่ะ” กิตติวินท์ให้ความกระจ่าง “บอกว่าเหมือนหนอนบ้ง”

“แฟนผมก็พูดถูกนี่ครับ” ทักษ์ดนัยเออออแล้วก็หัวเราะ

อรอลินยิ้มขบขัน จังหวะหนึ่งดวงตาเธอบังเอิญสบประสานกับดวงตาเขา...กิตติวินท์

คล้ายเวลาหยุดลง ให้เธอได้ตระหนักว่าหัวใจเต้นแรงเหลือเกิน

จู่ๆ ใบหน้าของใครคนหนึ่งปรากฏเข้ามาในความคิด...ซ้อนอยู่กับใบหน้าของกิตติวินท์

ใจเธอสั่นแรงเหลือเกิน...

แม้ใบหน้าจะไม่เหมือนกัน หากก็ละม้ายในบางความรู้สึก...บางจังหวะ...บางมุม

ในน้ำเสียง...การเรียงตัวของฟันในรูปยิ้ม...และบางทีในแววตา ใครคนนั้นที่เธอรู้จัก ได้ลาลับจากโลกนี้ไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่จะอย่างไร เธอยังคงคิดถึงเขา...เขาไม่เคยตายไปจากหัวใจของเธอเลย

เพียงบังเอิญเหมือนเท่านั้น แล้วจะปล่อยใจให้เคลิ้มคล้อยเพียงครั้งแรกที่พบอย่างนี้นะเหรอ

เธอสับสน ก่อนจะตักเตือนใจตัวเอง

นั่นไม่ใช่เหตุผลที่จะปล่อยใจ เพราะเขาเป็นพี่ชายของผู้ชายที่กำลังคบหาอยู่...แม้เธอจะรู้แก่ใจดีว่า การคบทักษ์ดนัยไม่ได้มาจากใจจริงก็ตาม...ก็ไม่ควร

ประการสำคัญเขาก็มีคู่หมั้นอยู่แล้ว

 

 

 

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

ณ แลนด์มาร์ก เฟสติวอล วอร์ค ศูนย์การค้าแห่งใหม่ ที่โดดเด่นด้วยการเป็นแหล่งชอปปิ้งแบบ open air รวมหลากหลายร้านค้าเอาไว้ด้วยกัน

วันนี้อรอลินมีคิวโชว์ตัวในงานเปิดอย่างเป็นอย่างการ ของศูนย์การค้าหรูแห่งนี้

ที่ลานจอดรถ ดาราสาวมาถึงก่อนเวลางาน และมาถึงก่อนผู้จัดการส่วนตัว จึงคิดว่าจะนั่งอยู่ในรถสักพักรอผู้จัดการส่วนตัวไปพลางด้วยการเปิดเพลงฟัง และเช็คข่าวต่างๆ ในอินเตอร์เนตผ่านทางโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะข่าวเน่าๆ ของอดีตเพื่อนอย่างปิณฑิรา

ไล่สายตาอ่านข่าว พร้อมๆ กับรอยยิ้มที่เหยียดเยาะ ในยามที่นึกไปถึงใบหน้าของอีกฝ่าย

ดาวดับแสงแบบกู่ไม่กลับ...เธอรู้สึกชอบพาดหัวนี้มากจากเว็บไซต์ข่าวแห่งหนึ่ง

อรอลินเคยเจ็บ จึงจำได้ขึ้นใจ...หลังจากที่ได้รู้ซึ้งความรู้สึกที่แท้จริงของปิณฑิราที่มีต่อเธอ ยิ่งในยามนั้น...การย้ายมาสังกัดช่องใหม่ยังไม่ได้มีงานเข้ามาเป็นชิ้นเป็นอัน...หากบังเอิญได้เผชิญหน้า สายตาเหยียดเยาะและคำพูดถากถางจากอดีตเพื่อนและอดีตผู้จัดการส่วนตัวมักจะไล่ต้อนเธอให้จนมุมความอดสู

“อยู่ช่องเดิมก็ตกอับจะแย่อยู่แล้ว ไปช่องใหม่ก็คงตกอับแอบกู่ไม่กลับ”

ปิณฑิราเปิดฉาก ภาพในจอแก้วเป็นนางเอกเรียบร้อยวางตัวดี แต่ต่อหน้าเธอยามนั้น...อรอลินฝังใจจำ นั่นคือนางร้ายชัดๆ

จากนั้นโกศลก็ร้ายไม่ได้ยิ่งหย่อน

“ใครว่าตกอับล่ะทับทิม ข่าวมั่วหรือเปล่า เพราะนี่มันอรอลิน...นางเอกหมายเลขหนึ่งของช่องคู่แข่งของเราไง ก็คนที่มีกระแสข่าวออกมาว่าพอย้ายช่องปุ๊บ ผู้จัดละครก็กรูเข้ามาแย่งตัวกันชนิดที่ว่า...หมาไฮยี่น่าแย่งทึ้งซากศพควายป่าด้วยความหิวโหยยังอาย”

ยามนั้นเธอโกรธจนตัวสั่น

“งานคงเยอะสินะ ดูสิผอมโซ” ปิณฑิรามองตั้งแต่หัวจรดเท้า “สง่าราศีจากที่ไม่มีอยู่แล้วลดหายไปตั้งเยอะ ดูไม่เหมือนนางเอกหมายเลขหนึ่งเลย เหมือนคนงานรายวันลำเค็ญเข็นผักตลาดสดมากกว่า...อย่าโหมงานหนักนะเพื่อนรัก” ว่าแล้วก็หัวเราะ

เธอเลือกที่จะเดินหนีไม่อยากจะเสวนาด้วย แต่สองคนนั้นไม่หยุด

“ดูสินางเอกดังหยิ่งยโส ไม่ยอมคุยกับผู้จัดการที่เคยให้อาหาร ไม่ใช่สิ ให้งาน  เหลิงลืมตัวเหมือนวัวลืมตีน เพราะไปดังอยู่อีกช่อง”

“ดังหรือดับเจ๊”

“ไม่ดับอย่างเดียวนะทับทิม แต่ดับอนาถ”

เธอหยุดกึกกำหมัดแน่น

ปิณฑิรายังคงต่อความยาว...หาเรื่อง “ถ้าไปไม่รอด ก็กลับมาหาเจ๊โกได้นะลิน เพราะบ้านพี่โกยังขาดแม่บ้านคอยล้างห้องน้ำ”

เธอหันกลับมาเผชิญหน้า

“อย่าให้ถึงวันที่เธอตกต่ำบ้างนะทับทิม ฉันสัญญาจะเป็นคนเหยียบซ้ำให้เธอจมดิน”

“เอาเวลาขุดตัวเองขึ้นมาจากดินก่อนเถอะ” ปิณฑิราเย้ยส่งรอยยิ้มร่วมกับแววตาเหยียด “ตอนนี้เธอมันแค่ตัวอะไรก็ไม่รู้ เพียงพี่โกใส่สี เจ้าของงานกับออแกไนซ์เซอร์ ใครล่ะจะอยากข้องแวะด้วย ส่วนช่องที่ย้ายไปจะสงเคราะห์ได้สักกี่น้ำก็ไม่รู้ สุดท้ายไม่มีงาน ไม่มีเงิน ชีวิตในวงการก็พัง...แต่ยังไงโทรศัพท์มาฉัน
ได้นะ ฉันเองก็บริจาคเศษเงินช่วยค่าอาหารหมาจรจัดออกจะบ่อย”

“สารเลว”  เธอด่าออกไปอย่างเหลืออด

สารเลวเหรอ” ปิณฑิราประทุเดือด เปิดฉากตบก่อนฉาดใหญ่

เผียะ!

เธอไม่ยอม...ตบกลับ

 เผียะ!

โกศลเข้ามาช่วยจับล็อคแขนเธอไว้ เพื่อให้ปิณฑิราตบเอาคืนอย่างหนำใจ ก่อนจะผลักให้เธอล้ม หัวเราะสะใจแล้วเดินจากไป

จากนั้นเป็นต้นมา...ความแค้นต่อสองคนนั้นโดยเฉพาะปิณฑิราเพิ่มทวี กระทั่งวันนี้ที่อริแสนชังของเธอตกต่ำ เธอจึงต้องเหยียบย่ำตามที่ได้ให้สัญญาไว้

หยุดคิดภาพอดีต...อรอลินหยิบโทรศัพท์มาโทรหาปิณฑิราจากเบอร์โทรศัพท์ที่ให้ปวีร์หาเสาะหามาให้

เมื่อฝ่ายนั้นรับสาย เธอก็เริ่มรุกราน

“สวัสดีเพื่อนรัก”

“นั่นใคร”

“ฉันไง...นางร้ายอันดับหนึ่งของวงการที่กำลังจะได้เป็นนางเอกเต็มตัวในละครเรื่องแรก...ชีวิตดี๊ดี”

“อีอลิน”

“ทำไมพูดไม่เพราะเลย นางเอกอันดับหนึ่งของวงการ” ผู้ถือไพ่เหนือกว่าพูดช้าๆ ให้คนฟังได้กำซาบในถ้อยคำเสียดแทง “ไม่สิ...เรียกว่าอดีตนางเอกถึงจะถูก ออ...คลิปหลุดเธอ ฉันดูแล้วนะ อุบาทว์จัง...สำส่อน...โสมม”

“อีชั่ว...ต้องการอะไร” ปลายสายแผดดัง

“ก็อย่างที่เคยสัญญาไว้ไง ในวันที่เธอตกต่ำฉันจะเป็นคนเหยียบย่ำให้เธอยิ่งดิ่งจม นี่ถือว่ายังกรุณาอยู่บ้าง ที่จะใช้เพียงคำพูด ไม่ใช่ได้เท้า เพราะคิดว่า...คำพูดนั้นเมื่อพูดออกไป มันจะสลายหายไปในอากาศ แต่เท้าเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย เมื่อแปดเปื้อนก็ต้องเสียเวลาล้างทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ เวลานางร้ายอันดับหนึ่งอย่างฉันตีค่าเป็นตัวเงินได้มหาศาล แต่ถ้าเท้าต้องเลือกจริงๆ ระหว่างขี้หมากับคนตกอับเน่าโฉ่อย่างเธอ เท้าฉันจะให้เกียรติขี้หมามากกว่า”

“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ...อีสวะ”

“ไม่ต้องเห่าหรอก ฉันจะหยุดพูดอยู่พอดี แค่นี้นะ...อดีตนางเอกที่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากอาจม...กดชักโครกแป๊บ...บาย”

ตัดสายทิ้ง อรอลินหัวเราะสะใจ

แต่จู่ๆ คำพูดของใครบางคน และใบหน้าของเขาได้ป่วนเข้ามาในห้วงคิดของเธอ

            “เวลาไม่มีหนวดพี่จะไม่มั่นใจ จะรู้สึกหน้าโล้นๆ

ไม่ใช่เพียงแต่เวลานี้ หากแต่ทุกวัน ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา

 “แต่พี่มั่นใจว่า...พี่หล่อกว่าชาร์ลี แชปลิ้นนะ

กิตติวินท์...ทำไมนะ ทำไมฉันต้องคิดถึงเขา เธอพร่ำถามใจตัวเอง กับความคิดถึงที่เกิดเมื่อเกิดขึ้นแล้ว มีอานุภาพเขย่าใจเธอให้สั่นหวาม ทั้งที่เขาเป็นพี่ชายของคนที่เธอกำลังคบหา ซ้ำยังมีคู่หมั้นแล้ว

หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ความคิดของอรอลินสลัดจากผู้ชายมีหนวดเจ้าเสน่ห์คนนี้ไม่หลุดจริงๆ เธอตามอ่านบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับเขาจากนิตยสารที่ก่อนหน้านั้นเคยอ่านเพียงผ่านๆตา ยิ่งอ่านก็ยิ่งหลงใหลในเขา ที่ทั้งหล่อและเก่งในการบริหารงานบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของประเทศร่วมกับ
ผู้เป็นพ่อและน้องชายจนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

บ่อยครั้งที่เธอถามใจตัวเอง ในยามที่เตือนตัวเองว่าห้ามคิดไปมากกว่านี้ว่า...ทำไมจะคิดไม่ได้ ในเมื่อไม่ได้คบกับทักษ์ดนัยจากใจจริงสักหน่อย ที่คบเพียงเพิ่มมูลค่าให้กับตัวเองในวงการบันเทิงเท่านั้น

ส่วนเรื่องที่กิตติวินท์มีคู่หมั้นแล้ว...บางความรู้สึกคล้ายเธอเป็นนางร้ายจากละครที่เคยเล่น ที่อยากจะได้พระเอกมาครอบครองสุดประดาใจ จึงต้องช่วงชิงมาให้จนได้

อาจเพราะในบางความรู้สึก เขาละม้ายกับรักแรกของเธอที่เขาไม่ได้มีลมหายใจอยู่บนโลกนี้แล้ว

รักแรกที่รักมาก ซึ่งไม่อาจลืม  รักถึงขั้นปฏิญาณใจว่าจะไม่รักใครอีกแล้ว แต่ทำไมเล่ากิตติวินท์...เขาถึงเข้ามาทำให้ใจเธอหวั่นไหวได้ถึงเพียงนี้ ถึงขั้นในบางค่ำคืนเก็บเอาไปฝัน...ฝันว่าได้ร่วมรักกัน

ทันใดนั้นสายเรียกเข้าจากปวีร์ก็ปลุกเธอให้หลุดจากภวังค์

“ค่ะพี่วีร์...แล้วเจอกันในงาน”

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับเหรียญนะคะ...นักอ่านที่น่ารัก"

ผ้าลูกไม้ พอนดาว วรรณะนิศมา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha