เมียพ่อ >20+ จบแล้ว

โดย: แว่นตาใส



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : เมียพ่อ 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

Ep.2


ตื๊ด..!!ตี้..ดืด..!!!~~~ๆๆๆ

เสียงดนตรีเข้าจังหวะดังกระหึ่มท่าม
กลางผับที่มีแสงวิบวับ สาวๆต่างพากันเต้นโยก สายเอวไปมาเพื่อยั่วยวนให้ผู้ชายได้หันมอง

ชายหนุ่มร่างสูงยาวมีเคล้าเล็กน้อยท่าทางแบดบอยหันมองไปรอบผับจนไปสะดุดกับสาวขายาวหุ่นดีที่แต่งตัวเซ็กซี่ผ่าหลังจนใครๆต้องหันมอง
เธอหันมองสบตากับชายหนุ่มจนเกิดการปิ๊งปังกันโดยฉับพลัน

ชายหนุ่มยิ้มมุมปากพรางชูแก้วในมือของตัวเองเป็นการทักทาย ก่อนทุกอย่างจะมาจบลงที่ห้องโรงแรม

ทั้งคู่ผลักประตูห้องเข้าไปแล้วปิดลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเริ่มสบตาแล้วก้ม
ลงจูบไซ้ไปที่ปากและซอกคอโดยฝ่ายชายเป็นผู้เริ่มก่อน ฝ่ายหญิงก็ไม่รอช้า
ปลดกระดุมเสื้อของฝ่ายชายด้วยความรีบร้อนและดันตัวเขาลงไปที่ผนังห้องพรางมองหน้าอย่างท้าทาย

ฝ่ายชายเริ่มลุกหนักและถอดเสื้อผ้าเธอออกทีละชิ้นจนเหลือแค่ชุดชั้นในสีแดงสดที่ทำเอาเขาแทบทนไม่ไหว
เขาเริ่มปลดเข็มขัดลงและถอดกางเกงก่อนจะผลักร่างของหญิงสาวลงที่เตียงและโลมเล้าเธอจนครางเสียงหลง

อือ..!!!~~~ อ่า!!!...~~~/////+++++

ชายหนุ่มค่อยๆปลดเสื้อในสีแดงสดของเธอออกและเจอกับเม็ดลูกเกดสีชมพูพร้อมกับเต้านมไซต์บิ๊ก
ที่ชูชันจนเขาอดที่จะลิ้ม ลองเม็ดลูกเกดสีชมพูกับเต้า
ยักษ์นั้นเสียไม่ได้

หญิงสาวร้องครางออกมาพรางหลับตาพริ้ม!!ด้วยความชอบใจ ก่อนจะร้องเสียง
หลงออกมาเป็นภาษาต่างๆนาๆ

ทั้งคู่ต่างพลัดกันทำรักให้กันด้วยความสเน่ห์หาจนฝ่ายชายอดร้องออกมาไม่ได้
กับลีลาของหญิงสาวที่จัดหนัก เด็ดเหลือ
ทน และจบลงที่ทั้งคู่ต่างถึงจุด
ที่พอใจก่อนหมดแรงและนอนหลับเพลียไปด้วยท่าทางหมดแรง
-เช้าตรู่วันต่อมา-

ติ๊ด..!!!~~ๆๆ

เสียงโทรศัพท์ดังพร้อมสั่นอยู่ในกางเกงสแล็กขายาวของชายหนุ่มที่ถอดทิ้งกองไว้ที่พื้นตามสภาพของเหตุการณ์เมื่อคืน

ชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาด้วยสภาพไม่อยากตื่นก่อนจะค่อยๆเอามือขวานหาต้นเสียงที่ดังขึ้นในกระเป๋ากางเกง

"ฮัลโล!!! ใครครับ"ชายหนุ่มพูด
พรางหลับตา

"ไอ้ดนัย!!! นี่แก..อยู่ไหน ทำไมถึงไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องบ้าง"
เสียงทุ้มเข้มวัยกลางคนต่อว่าต้นสาย จนเขาต้องเอาโทรศัพท์ออกมาดูหน้าจอเพื่อเช็คคนโทรมาอีกครั้ง

"พ่อ!!! มีอะไรครับ โทรมาสะเช้าเชียว"

"นี่แก..ไม่กลับบ้านจนไม่รู้ว่าหนูพราวมันกลับมาจากอเมริกาแล้วนะ"ชายหนุ่มตกใจตื่นกับสิ่งที่ปลายสายผู้เป็นพ่อบอก

"อะไรนะครับพ่อ !!! พราวกลับมาแล้วหรอครับ ทำไมกลับมาไวขนาดนี้ล่ะ"


"แกรีบกลับมาหาฉันด่วนเรามีเรื่องต้องคุยกัน"ปลายสายพูดจบก็ตัดสายทิ้งไปทันที

ชายหนุ่มรีบตื่นและตาลีตาลานลุกจากเตียงคว้ากางเกงสวมใส่ตามด้วยเสื้อติดกระดุมออกไป
พรางสวมรองเท้าเปิดประตูวิ่งออกมาด้วยความรีบร้อน

ตรึ้ง..!! เสียงข้อความโทรศัพท์เข้า

ชายหนุ่มกดดูข้อความที่พ่อตนเองส่งมาก่อนจะบึงรถมาที่บ้านของเสี่ยนิพนธ์ซึ่งเป็นลุงของเขาตามข้อความที่พ่อส่งมา

เอี๊ยด..!!!!!~~~~~~

รถถูกจอดลงที่ลานหน้าบ้านด้วยความรีบร้อนของชายหนุ่ม เขาโยนกุญแจส่งให้ลูกน้องภายในบ้านของลุง
ให้เอารถไปเก็บก่อนเดินเข้าบ้านมารวมตัวกับทุกคนที่ห้องรับแขก

และช๊อตเด็ดที่ทำให้เขาต้องหยุดมองตาค้างคือหญิงสาวตัวเล็กร่างบางคนนั้นที่ยืนมองเขากลับมาเช่นกัน

"มาแล้วหรอ..!! ดนัย!! ทุกคนรอเธออยู่นะ"ชายหนุ่มพยักหน้าตอบลุงของตัวเองด้วยท่าทางนอบน้อม

"ถ้างั้นฉันขอเริ่มการแจ้งข่าวให้ทุกคน
ทราบอย่างเป็นทางการก่อนนะ"ทุกคนต่างพากันรอฟังอย่างตั้งใจ โดยเฉพาะกรซึ่งเป็นลูกชาย
เสี่ยนิพนธ์เดินเข้ามาใกล้เพที่ตอนนี้สวมบทเป็นพราวพี่สาวของเธอ ก่อนจะแจงรายละเอียดเป็นข้อๆ

"เรื่องที่ฉันจะบอกทุกคนในวันนี้ก็คือ..หนูพราวจะกลับมาอยู่ที่นี่กับเรา
ขอให้ทุกคนต้อนรับหนูพราวอย่างดีและเธอจะกลับมาอยู่ในฐานะเมียใหม่ของฉันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ถ้าใครคิดลองดีมายุ่งกับหนูพราว เท่ากับเปิดศึกอยากจะลองดีกับ
ฉันทันที เข้าใจไหม!!"เสียมทุ้มคมเข้ม
หันปลายเสียงไปทางน้องชาย
สิ่งที่เสี่ยนิพนธ์พูดทำเอาทุกคนถึงกับอึ้งและงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกรลูกชายคนเดียวของเขา

ทุกคนต่างรู้ดีว่าพราวคือคนรักของกรซึ่งเป็นลูกชายของเสี่ยนิพนธ์แต่ในวันนี้ เสี่ยนิพนธ์กลับมาประกาศว่า
พราวคือเมียใหม่ของเขาอย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยที่ทั้งคู่จะเริ่มจดทะเบียนกันภายในอีก 2 วันข้างหน้า

ซึ่งมันทำให้กรหรือแม้กระทั้ง สองพ่อลูก
ดนัยกับอาวิสุทธิ์ งงกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ

เมื่อเสี่ยนิพนธ์แจ้งข่าวเสร็จก็สั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันกลับไปตามที่ของตน จนเหลือแค่กรกับนิพนธ์
ผู้เป็นพ่อเพียงเท่านั้นที่ยืนมองหน้ากันอยู่

"พ่อทำอะไรของพ่อ..!! ผมไม่เข้าใจ!!"
กรถามด้วยใบหน้าจริงจัง

"ก็อย่างที่แกเห็น ว่าหนูพราวกลับมาแล้ว
และฉันก็ขอเธอแต่งงานไปแล้วด้วย ซึ่งหนูพราวก็ยอมตกลงจะแต่งงานกับฉัน ส่วนสาเหตุแกไปถามหนูพราวเอง
เถอะนะ ฉันคงตอบอะไรแก
ไม่ได้ตอนนี้!!"

"ทำไมตอบไม่ได้ล่ะครับ พ่อก็รู้..ว่าพราวคือคนที่ผมรัก แล้วพ่อยังจะแยกแฟนของลูกให้เป็นเมียของตัวเองแบบนี้ได้ไง
นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะรู้จากปากพ่อในตอนนี้ไม่ใช่ให้ผมไปถามพราว"
กรถามใส่อารมณ์ ผู้เป็นพ่อถอนหายใจยาวออกมาพรางมองหน้าลูกชายกลับ
"ก็เพราะว่าแก..ไม่สามารถปกป้องคนในไร่หรือแม้กระทั่งคนที่แกรักได้ไง ฉันจึงเลยต้องปกป้องพวกเขาแทนแก
และตราบใดที่แกยังดูแลพวกเขาไม่ได้
ไร่ไพรฟ้านี้ก็ไม่เหมาะกับคนอย่างแก กร!!!"เสี่ยนิพนธ์บอก
เล่นกรถึงกับยืนนิ่งจนจุกกับคำพูดของพ่อตัวเอง

ผมเดินออกมาด้านนอกด้วยท่าทางเหมอลอยกับความคิด สิ่งที่พ่อบอก มันถูกทุกอย่าง ซึ่งในตอนแรกไร่ไพรฟ้า
อยู่ในการควบคุมของพ่อทุกอย่าง
ถูกจัดการภายใต้อำนาจของพ่ออย่างมีระเบียบ แต่พอผมเริ่มเข้ามาทุกอย่าง
ก็ดูแย่ลง ทั้งอำนาจการควบคุมคนงาน
ผมก็ทำไม่ได้ดีเท่ากับพ่อ

ผมเดินคิดมาเรื่อยๆจนมาหยุดเจอพราวเข้า เธอกำลังยืนชมวิวบนเนินเขา
ซึ่งเป็นจุดที่ผมชอบมากับพราวเป็นประจำ ผมค่อยๆเดินไปหาเธอและยืน
มองเธอจากด้านหลังก่อนที่เธอจะหัน
กลับมาและเจอผมเข้า

"อ้าว..!!คุณมาชมวิวตรงนี้เหมือนกันหรอค่ะ"
เธอถามด้วยสีหน้าเหมือนคนห่างเหิน

"ครับ!! ที่นี่เป็นที่ผมกับแฟนผมชอบมาดูวิวของไร่ไพรฟ้านะครับ แต่ตอนนี้เธอกำลัง
กลายเป็นเมียใหม่พ่อผมไปสะแล้ว"
ผมพูดจนพราวหลบสายตา

"หรอค่ะ!!! มันคงเป็นทางที่ดีที่สุดที่ทำให้เขาคนนั้นปลอดภัยถ้าได้อยู่ที่นี่มั้งค่ะ เขาถึงตัดสินใจแบบนั้น"เธอบอกโดย
เปรียบเทียบเป็นคนอื่น

"แล้วคุณล่ะครับ คุณคิดยังไงถึงได้ตกลงจดทะเบียนแต่งงานกับพ่อผม ทั้งๆที่เราเคยรักกันมาก"
ผมถามต่อด้วยสายตาที่สื่อให้เธอรู้ว่าผมคิดอะไร เธอนิ่งมองและผละสายตาออก
จากผมอย่างง่ายดาย เหมือนไม่ต้องการสื่ออะไรจากผม
"ฉันจำเรื่องราวความรู้สึกเมื่อครั้งก่อนไม่ได้หรอกนะค่ะ แต่ถ้าจะถามว่าทำไมฉันถึงตัดสินใจแต่งงานกับพ่อคุณ
ฉันคงต้องตอบว่า...ฉันอุ่นใจมากกว่าที่จะได้อยู่กับคุณค่ะ"
คำตอบเธอทำผมแทบหยุดหายใจ เธอไม่หลงเหลือความเป็นพราวในตัวเลยสักนิด จำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง

"ผมต้องทำยังไง คุณถึงจะจำผมได้พราว"เธอนิ่งมองผม

"ฉัน..ฉันขอโทษจริงๆนะ ทุกอย่างฉันตัดสินใจไปแล้ว มันคงเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรอก"
ผมส่ายหน้าไปมากับคำตอบเธอ

"เปลี่ยนได้สิพราว ผมขอเวลาแค่ 3 เดือนก็ได้ ผมจะทำให้คุณจำผมได้ และผมจะเปลี่ยนแปลงเพื่อปกป้องคุณเองนะ"

"มันสายไปแล้วละค่ะ ฉันว่าเราคงไม่ต้องพูดอะไรให้มากกว่านี้แล้ว เพราะถึงยังไง ฉันก็จำคุณไม่ได้อยู่ดี ฉันขอตัวนะค่ะ"
เธอพูดจบก็เดินออกไปจากผมทันที แม้ว่าผมจะเรียกเธอไปมากสักเท่าไร

ความทรงจำระหว่างเราที่มีก็ไม่อาจกลับมา นี่..ผมต้องเสียเธอไปจริงๆหรอ นั่นคือสิ่งที่ผมคิดมาตลอดทั้ง 2 วัน 


-เพ-

ฉัน..ทำถูกแล้วใช่ไหมที่มาที่นี่ ต้องมาทำร้ายความรู้สึกของพี่กรคนรักของพี่พราว แล้วยังต้องมาแต่งงาน
กับลุงนิพนธ์ให้เขาเจ็บหนักกว่าเดิมอีก

แต่ถึงยังไง ฉันก็ทำเพื่อพี่พราวและคนของไร่ไพรฟ้าทั้งหมดรวมถึงตอบแทนพระคุณที่ลุงนิพนธ์ได้ช่วยเหลือ
ครอบครัวเราไว้ตั้งแต่ฉันเด็กๆ ทำแค่นี้พี่กรคงจะอดทน
กับความเจ็บปวดได้ เขาจะได้แกร่งขึ้นกว่าเดิม ตามที่ลุงนิพนธ์เคยให้เหตุผลฉันมา

ฉันนั่งครุ่นคิดรอเวลาที่จะได้ทำภารกิจของตัวเอง นั่นก็คือ..จดทะเบียนสมรสกับลุงนิพนธ์

ไม่นานคุณลุงก็เดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้องและชายใส่ชุดกากี นั่นก็คือปลัดที่จะทำการจดทะเบียนให้กับเรา
คุณลุงนิพนธ์เชิญปลัดนั่งลงและคุยกันแบบคนโตๆเขาคุยกัน

สักพักคุณลุงก็เริ่มคุยเรื่องจดทะเบียนและมองมาที่ฉันแบบส่งซิก แต่ทันทีที่เอกสารที่ปลัดเตรียมไว้ได้วางลงบนโต๊ะ
ก็มีเสียงเอ๊ะอะ โวยวายอยู่ด้านนอกบ้าน และกำลังจะเดินเข้ามา


ผลัก!!!!!!~~~~

เสียงลูกน้องมือดีของคุณลุงล้มนอนกองไปกับพื้นด้วยแรงสะบัดของพี่กรที่ลากลูกน้องของคุณลุงทิ้งไป

ทุกคนหันมองด้วยสายตาตกใจ ก่อนจะมีเสียงของคุณลุงที่พูดตอบพี่กรออกไป

"มาจนได้สินะ ไอ้กร!! เอ้า!! ไหนๆแกก็มาแล้ว มาเป็นพยานการจดทะเบียนให้ฉันกับหนูพราว แม่ใหม่ของแกหน่อยสิ"
คุณลุงพูดเหมือนยั่วให้พี่กรโกรธมาก
กว่าเดิม ส่วนพี่กรก็เอาแต่มองมาทางฉัน ที่จับปากกาเตรียมเซ็นชื่อลงไปใน
แผ่นกระดาษ

"งั้น..เริ่มจดกันเลยดีกว่านะท่านปลัด ผมอยากจะให้มันเสร็จไวๆ"คุณลุงหันไปพูดกับท่านปลัดด้วยท่าทางรีบร้อนและไม่สนใจพี่กร

"งั้น..เชิญเซ็นตรงนี้เลยครับ ท่านนิพนธ์"
ปลัดบอกพรางชี้ไปที่ตำแหน่งกระดาษ

คุณลุงเซ็นลายเซ็นลงไปอย่างไว ก่อนจะยื่นกระดาษมาทางฉัน

"ห้ามเซ็นนะพราว!! เธอห้ามเซ็นมันเด็ดขาด"เสียงพี่กรพูดบอกพรางมองมาด้วยสีหน้าอ้อนวอน
ฉันหันมองเขาสลับกับคุณลุงด้วยท่าทางหนักใจป่นสับสน

พี่กรเอาแต่สายหน้าไปมาก่อนจะวิ่งเข้ามาหาฉันเพื่อจะห้ามการจดทะเบียนแต่งงานครั้งนี้ แต่ก็ไม่ทันพวกลูกของ
คุณลุงที่เข้าไปจับตัวพี่กรไว้แล้วลาก
กลับไปที่เดิม
เขาพยายามดิ้นด้วยแรงทั้งหมดที่มีจนลูกน้องเกือบ 10 คน แทบต้านทานเขาไว้ไม่อยู่
ฉันมองหน้าคุณลุงอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาดแล้วบรรจงเขียนชื่อลงไปใน
กระดาษจนรายเซ็นนั้นเสร็จสมบูรณ์

"ไม่ ไม่นะพราว ม่าย...!!!!!~~~~~"พี่กรส่งเสียงพรางคุกเข่าลงอย่างคนหมดแรง ฉันนั่งมองเขา
จนจู่ๆน้ำตาก็ไหลออกมาไม่รู้ตัว
ฉันยืนขึ้นพรางมองเขาคุกเข่าทั้งน้ำตา นี่..พี่กรรักพี่พราวถึงขนาดนี้เชียวหรอ ฉันกำลังทำลายความรักของพี่อยู่รึป่าว
นั่นคือสิ่งที่ฉันมองเขาผ่านทางเลนต์ตาทั้งสองข้าง

บรรยากาศเริ่มมีฝนปรอยลงมาพร้อมเสียงฟ้าดังกระหึ่มเมฆปกคลุมท้องฟ้าจนมืดสนิท

คุณลุงนิพนธ์ยืนขึ้นแล้วเดินไปหาพี่กรก่อนจะสั่งให้ลูกน้องพาตัวพี่กรลุกขึ้น
แต่กลับโดนพี่กรสะบัดมือทิ้งออกอย่างไม่ใยดี
เขาลุกขึ้นมาด้วยตัวเองและเดินมาหาลุงนิพนธ์พรางพูดในสิ่งที่ฉันไม่คิดว่าเขาจะพูดออกมาต่อหน้าพ่อของตนเอง

"พ่อทำแบบนี้กับผมได้ยังไง พ่อพรากแม่ไปจากผมแล้วยังจะแย่งคนที่ผมรักไปอีกแค่นี้ผมยังตาย
ทั้งเป็นไม่มากพออีกหรอพ่อถึงได้ทำแบบนี้กับผม"พี่กรพูดใส่อารมณ์จนฉันตกใจ

"ไอ้กร!!!"ลุงนิพนธ์ตะคอกกลับแต่พี่กรก็ไม่มีท่าทีจะหยุดลง

"พ่ออยากได้แฟนผมมากใช่ไหม!!! ได้..งั้นพ่อก็ไม่ควรมีผมอยู่ที่นี่เหมือนกัน"
พี่กรพูดจบก็เดินออกจากบ้านไปพร้อมกับสายฝนและฟ้าร้องดังไปทั่วไร่ไพรฟ้า

ฉันรีบเดินไปหาลุงนิพนธ์และถามไถ่เขาด้วยท่าทางรู้สึกไม่ค่อยดี

"คุณลุงค่ะ!!! เรื่องมันแย่ขนาดนี้ หนูว่าเราบอกคุณกรให้ทราบถึงการจดทะเบียนแต่งงานของเราเถอะค่ะ"ฉันบอก

"ไม่เป็นไรหรอก ไอ้กรมันนิสัยหัวร้อน เดี๋ยวไว้มันเย็นกว่านี้ ลุงค่อยอธิบายกับมันเอง"
ลุงนิพนธ์พูดก่อนจะหันไปที่ปลัดและจัดแจงเอาเอกสารจากปลัดไปเก็บไว้ที่ลับ

ฉันอาสาไปส่งปลัดที่หน้าบ้านพรางยืน
คอยดูพี่กรที่ออกจากบ้านไปจนป่านนี้ก็ยังไม่กลับมา ฉันก้มดูนาฬิกาข้อมือก็เห็น
เวลาล่วงเลยจนมาถึงเที่ยงคืนตรง

ทำไมยังไม่กลับมาอีกนะ ฝนก็ตก ฟ้าก็ร้อง แถมออกไปสภาพนั้นจะเป็นไงบ้างก็ไม่รู้






ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่มอบเหรียญเป็นกำลังใจนะค่ะ"

แว่นตาใส


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha