เมียพ่อ >20+ จบแล้ว

โดย: แว่นตาใส



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : เมียพ่อ 3


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

Ep.3


เวลา 00.15 น.

เวลาล่วงเลยมาเป็นเวลานานหลังจากที่กรได้ออกจากบ้านไปท่ามกลางสายฝนจนตอนนี้ฝนก็เริ่มหยุดปรอยลงมา
เพยังคงยืนรอกรที่ออกจากบ้านไปด้วยความรู้สึกไม่ดี
จนเสี่ยนิพนธ์ออกมาตามแล้วบอกให้เพกลับเข้าไปนอนเพราะรู้ว่าลูกชายตัวดีของตนไม่ยอมกลับบ้านแน่นอน

ในขณะที่ทั้งคู่กำลังยืนคุยกันก็มีรถของลูกน้องเสี่ยนิพนธ์แล่นเข้ามาจอดที่ลานหน้าบ้านอย่างไวพรางลงมาจากรถด้วยท่าทางตื่นตัว

"นายครับๆ!!! แย่แล้วครับ!!"
ลูกน้องเสี่ยพูดด้วยท่าทางตกใจ

"มีอะไรไอ้เอก!!! วิ่งหน้าตาตื่นมาเชียว"

"แย่แล้วครับนาย.. ผมวิ่งรถเข้าสวนมาหลังจากออกไปทำธุระข้างนอก ผมเห็นรถคุณกรจอด
อยู่ที่ข้างทางแต่ไม่เห็นคุณกรเลยครับ"


"แกว่าไงนะ!!"เสี่ยนิพนธ์พูดท่าทางตกใจ

"ผมสำรวจรอบรถแล้วครับนาย เห็นแต่รอยเท้าวิ่งเข้าป่าไป ผมคิดว่าคุณกรน่าจะถูกดักทำร้ายแล้วหนีเข้าป่าไปครับ"ลูกน้องที่ชื่อเอกบอก

เสี่ยนิพนธ์เกิดอาการตกใจและนิ่งไปก่อนเอามือขึ้นมาจับที่อกข้างซ้ายด้วยท่าทางเจ็บปวด

"คุณลุงเป็นอะไรค่ะ!!!"เพถามพรางประคองตัวเสี่ยนิพนธ์ไว้

"ฉันไม่เป็นไรแล้วหนู"เสี่ยนิพนธ์พูดก่อนจะหันไปหาลูกน้องเพื่อสั่งการ

"ไอ้เอก!! เดี๋ยวแกรวบรวมทุกคนในไร่ออกตามหาไอ้กรทั้งในไร่และบริเวณใกล้เคียงให้หมด เดี๋ยวฉันจะตามไปดูที่เกิดเหตุเอง"
เสี่ยพูดพรางเอามือจับที่อกข้างซ้ายเป็นระยะ

"ครับนาย!!"ลูกน้องรับคำสั่งเสี่ย

"เดี๋ยวก่อน!!อย่าเพิ่งไป"เสียงนุ่มของเพสั่งลูกน้องที่ชื่อเอกกะทันหันจนทั้งคู่มอง

"ลุงค่ะ!!! ลุงอยู่พักที่นี่เถอะค่ะ เดี๋ยวเรื่องตามหาคุณกร พราว!!! จัดการเองค่ะ"เพพูดโดยสวมชื่อเป็นพี่สาว ก่อนจะมองหน้าไปที่เสี่ย
"หนูจะไปตามหาไอ้กรมันได้ไง ป่าที่นี่หนูก็ไม่รู้จัก แถมผู้หญิงด้วย ลุงไม่อยากให้หนูไปทำอะไรเสี่ยงๆและลำบากแบบนั้นหรอกนะ"เสี่ยนิพนธ์บอกพรางมองหน้าเพ

"สบายใจได้ค่ะ ถึงพราวจะเป็นผู้หญิง แต่ก็สู้ไม่แพ้ผู้ชายหรอกนะค่ะ ส่วนเรื่องป่า พราวจะลองหาคนที่ชำนาญเป็นคนนำทางหาเองค่ะ คุณลุงเชื่อพราวนะค่ะ"
หญิงสาวพูดด้วยท่าทางเชื่อมั่นจนเสี่ยนิพนธ์ยอมให้ไปทำงานแทน

เพสั่งให้ลูกน้องที่ยืนเฝ้าเสี่ยอยู่หน้าบ้านคอยดูแลเสี่ยไว้และรักษาความปลอดภัยเสี่ยให้ดีที่สุดก่อนจะรีบออกมากับลูกน้องที่ชื่อเอกและตามคนในไร่ทั้งหมดออกตามหากร

เพรีบจัดกำลังคนออกตามหาเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุและถ้าใครเจอร่องรอยอะไรที่น่าสงสัยให้กดคลื่นวิทยุทางไกลบอกพิกัดและเส้นทางมาให้ทุกคนรู้

เพออกตามหาโดยใช้ไฟฉายนำส่องทางไปกับคุณทนงค์คนสนิทของเสี่ยนิพนธ์ที่รู้จักเส้นทางในป่าไร่ไพรฟ้าเป็นอย่างดี
ซึ่งมาพร้อมกับลูกชายของเขาที่ชื่ออัทธ์เป็นเพื่อนสนิทของกร

"พ่อจ่ะ!! ถ้าไอ้กรมันถูกพวกเสี่ยเจริญจับตัวไป ไอ้กรจะไม่แย่แล้วหรอจ่ะ"อัทธ์พูดถามพ่อของตนอย่างสงสัยและเป็นห่วงเพื่อนชาย

"ไอ้อัทธ์!!! ปากแกเนี่ยนะ ถามอะไรไม่เป็นมงคลเลย ก็เห็นอยู่ว่ารอยเท้าของคุณกรวิ่งเข้ามาในป่าก็แสดงว่าเขายังไม่ถูกจับตัวไป เหลือแต่พวกเราต้องรีบตามหาตัวเขาให้เจอก่อนที่อีกฝ่ายจะเจอเขาสะก่อน เข้าใจไหม!!"ทนงค์พูดด้วยท่าทางดุลูก
ออกไปจนอัทธ์พยักหน้าตอบด้วยความกลัวพ่อ

"คุณทนงค์ค่ะ!! มันจะเป็นไปได้ไหมค่ะ ที่ป่านี้จะมีถ้ำหรือที่ซ่อนตัวตรงไหนบ้างให้คุณกรได้ซ่อนตัวจากการถูกทำร้ายบ้าง พอจะมีไหมค่ะ!!"
เสียงเพถามขัดจังหวะสองพ่อลูกที่กำลัง
พูดคุยกัน
ทนงค์ยืนนิ่งคิดไปพักนึงก่อนจะนึกได้ว่ามีถ้ำอยู่แถวหุบเขาไม่ไกลซึ่งน่าจะเป็นที่ซ่อนตัวหลบภัยได้ เขารีบนำทางไปโดยมีพวกลูกน้องตามมาอีก 7 คน คอยเรียกและตะโกนชื่อ
คุณกรอยู่หลายรอบจนเดินกันมาถึงถ้ำแห่งนี้

"ที่นี่!! แหละครับคุณพราวที่เป็นถ้ำของลำธารซึ่งเชื่อมกับเขตแดนของเสี่ยเจริญครับ"
ทนงค์บอก

"เท่ากับถ้ามีใครเข้าถ้ำนี้ไปแล้วผ่านลำธารก็จะเข้าเขตของเสี่ยเจริญทันทีหรอค่ะ"เพถาม

"ครับคุณพราว!!"

"แล้วเสี่ยเจริญนี่เป็นใครหรอค่ะ เราสามารถข้ามแดนไปหาตัวคุณกรได้รึป่าว"เพถามต่อด้วยความสงสัย

"ผมเกรงว่าจะไม่ดีนะครับ เพราะระหว่างไร่ไพรฟ้ากับไร่ภูเจริญพวกเราไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไรนัก
ถ้าเราข้ามแดนไปอาจจะเป็นโจทย์ให้พวกมันโจมตีเราได้นะครับคุณพราว!!"
ทนงค์บอก

"แต่ถ้าเราไม่ข้ามไปดู แล้วเกิดไอ้กรมันโดนล่าไปฝั่งนั้น ไอ้กรไม่แย่หรอครับพ่อ"อัทธ์ให้เหตุผลจนเพนิ่งคิดไปพักนึงรวมถึงทุกคนที่พากันเครียดว่าจะข้ามหรือไม่ข้ามไปดี

"พราวตัดสินใจแล้วค่ะ!! ว่าเราจะข้ามไปฝั่งนั้น"จู่ๆเพก็ตัดสินพูดออกมาเมื่อคิดอย่างถี่ถ้วน

"แต่คุณพราวครับ!!"ทนงค์พยายามให้เหตุผลต่อ แต่โดนพราวขัดไป

"พราวตัดสินใจแล้วค่ะ คุณทนงค์ อย่างที่คุณอัทธ์ว่า..ถ้าคุณกรข้ามไปฝั่งนั้นแล้วกำลังรอคอย
ความช่วยเหลือจากพวกเราอยู่ แล้วเราไม่ข้ามไปดู
เราเองอาจจะเป็นคนที่กำลังฆ่าคุณกร
อยู่ก็ได้นะค่ะ ส่วนเรื่องอื่นเดี๋ยวพราว
จัดการเองค่ะ ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง"
เมื่อได้รับคำยืนยันอย่างหนักแน่นจากเพที่สวมบทเป็นพี่สาวซึ่งเป็นเมียใหม่ของเสี่ยนิพนธ์

ทุกคนก็ต่างพากันเข้าไปในถ้ำและข้ามลำธารมาสู่แดนของเสี่ยเจริญทันที
ทุกคนพากันเดินลัดเลาะมาตามลำธารและเรียกชื่อคุณกรกันดังลั่น..!!~~ 

จนมีเสียงสัญญาณปืนยิ่งขึ้นฟ้าบอกให้รู้ว่าเจ้าถิ่นกำลังเดินทางมา

ชายผิวเข้มตัวสูงฉกรรจ์เดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้องอีกสิบกว่าคนพรางในมือถือปืนครบอาวุธ

"เฮ้ย!!! พวกแก!! กำลังทำอะไรกันอยู่ไม่รู้ตัวกัน
บ้างรึไงว่ะ!!"เสียงทุ้มเข้มพูดตะโกน
ออกมา

"ไอ้วุฒิ!!! เอ็งไม่ต้องเสียงดังกันขนาดนี้ก็ได้นี่ว่ะ พวกเราข้ามแดนกันมาเพื่อมาขอความช่วยเหลือก็แค่นั้น"ทนงค์บอกกล่าวให้ชายที่ชื่อวุฒิฟังจนเขาถึงกับขมวดคิ้วด้วยความงงและสงสัย

"ขอความช่วยเหลือ..พวกแกเนี่ยนะจะมาขอความช่วยเหลือพวกฉัน แกลืมไปรึไงว่ะ!! ว่าสองไร่เราไม่ถูกกัน แล้วยังคิดว่าเราจะยอมช่วยเหลือพวกแกอีกหรอว่ะ ฮ่าๆๆๆ!!!~~~~"
ชายผิวเข้มชื่อวุฒิหัวเราะลั่นจนลูกน้องหัวเราะตาม

เพเดินขึ้นหน้ามาโดยหวังจะเจรจาเองให้รู้เรื่อง เธอยื่นไฟฉายในมือส่งให้ชาย
ชื่อวุฒิจนเขาเองก็หยุดหัวเราะและรับไฟฉายมาอย่างงงๆ

"แล้วนี่..เธอให้ไฟฉายฉันทำไม แล้วเธอเป็นใคร!!!???"วุฒิถามอย่างสงสัย

"ฉันชื่อพราวเป็นเมียของเสี่ยนิพนธ์ แล้วการที่ฉันยื่นไฟฉายให้เป็นการยื่นไมตรีให้พวกนายแล้วถ้าพวกนายรับไว้เท่ากับพวกนายกำลังสร้างพันธมิตรที่ดีที่จะเป็นประโยชน์ให้กับเจ้านายพวกแกเองนะ"

"ประโยชน์ยังไง!!!"วุฒิถามต่อ

"พวกนายก็เห็นว่าเราไม่มีเจตนามาต่อสู้หรือต้องการทะเลาะอะไรด้วย เพียงแค่ต้องการความช่วยเหลือเท่านั้นเอง ส่วนผลประโยชน์ก็ขึ้นอยู่กับ
พวกนายจะรับมันไว้ไปให้เจ้านายแกพิจารณาไหมก็แค่นั้น!! อย่างน้อยสองไร่เราก็ไม่ต้องมาทะเลาะหรือขัดแยงผลประโยชน์อะไรกันอีก แค่นี้ฉันก็ว่าคุ้มแล้วนะ"เพบอกด้วยท่าทางเป็นต่อกับฝ่ายตรงข้าม
วุฒิมือขวาเสี่ยเจริญนิ่งคิดพรางมองเพด้วยท่าทางคิดไม่ตก

"ฉันเพิ่งรู้ข่าวเสี่ยนิพนธ์ว่าจะแต่งงานนะ แต่ไม่คิดว่าเมียใหม่เสี่ยนิพนธ์คนนี้จะเป็นงานกับเขา เอาเป็นว่า..ฉันจะแจ้งให้นายทราบเรื่องนี้ตอนหลัง
ว่าแต่พวกแกข้ามมาถึงที่นี่ มีอะไรให้พวกฉันช่วย???"

"ฉันแค่ต้องการกำลังออกมาตามหาลูกชายของเสี่ยนิพนธ์ ตอนนี้เขาหายตัวไปเราคิดว่า
เขาน่าจะถูกล่าตัวอยู่"เพบอก

"ไอ้คุณกรอ่ะนะ!! หายตัวไป แล้วมันจะข้ามมาฝั่งนี้หรอ ในเมื่อมันก็รู้ทั้งรู้ว่ามันทำอะไรไว้กับเสี่ยเจริญบ้าง"วุฒิพูด

"แล้วพวกแกไม่ได้ยินเสียง หรือมีอะไรผิดสังเกตในไร่ของแกบ้างหรอ!!"คราวนี้อัทธ์ถามบ้าง

"พวกเราไม่ได้ยินและไม่เห็นอะไรผิดสังเกตทั้งนั้น จะได้ยินและสังเกตเห็น
แสงไฟจากพวกแกก็เท่านั้น พวกเราก็เลยออกมาดู"วุฒิพูด

"แต่ผมได้ยินเหมือนมีเสียงปืนไล่ล่ายิงกันที่ริมผาฝั่งไร่ไพรฟ้านะครับพี่"
ชายหนุ่มลูกน้องฝั่งวุฒิบอกจนทุกคนหันไปฟัง

"ตั้งแต่เมื่อไร!! ทำไมฉันไม่รู้เรื่อง"วุฒิถามลูกน้องตัวเอง

"สักประมาณ 3 ทุ่มครับพี่ ตอนนั้นพี่น่าจะออกไปทำงานให้เสี่ยอยู่
ผมอยู่เวรตอนนั้นพอดีเลยได้ยินมานะครับ"

"งั้น..ถ้าโดนไล่มาที่ริมผาแล้วถูกทำร้าย ศพก็ต้องมาอยู่แดนของเราอยู่ดี จะไปไหมล่ะ!! ฉันจะพาไปดูเอง"
วุฒิพูดจนทุกคนในไร่ไพรฟ้าขวัญเสีย

เพพยักหน้าเดินตามไปพรางคิดวิตกว่าไม่อยากให้เรื่องที่คิดเป็นจริง ทุกคนพากันเดินและวอเรียกกำลังที่เหลือไปที่ริมผาด้านบนซึ่งเป็นเขตของไร่ไพรฟ้า จนมาถึงจุดที่น่าจะเกิดเหตุ

ทั้งด้านบนและด้านล่างต่างวอเสียงหากันเพื่อถามเหตุการณ์ว่าเจออะไรผิดสังเกตบ้างไหม
จนกระทั่งอัทธ์ส่งเสียงเรียกทุกคนมาดูชิ้นผ้าที่มีคราบเลือดสดๆร้อนๆ

"ทุกคนครับ!! ผมเจออะไรบางอย่าง"ทุกคนพากันไปดูโดยเฉพาะเพที่รีบเดินไปหาอัทธ์

"เจออะไรบ้างค่ะ คุณอัทธ์"เพถามด้วยความกังวลใจ

"ผมเจอเศษผ้าที่มีคราบเลือดครับ ซึ่งเศษผ้านี้น่าจะเป็นเสื้อคลุมเชิ้ตที่ไอ้กรใส่ล่าสุดครับ"อัทธ์บอกพรางวิเคราะห์

"ผมคิดว่ามันน่าจะถูกทำร้ายแล้วตกลงมาจากผาด้านบน แต่ทำไมเราถึงเจอ
แต่เศษผ้าที่ติดคราบเลือดอันนี้ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน"อัทธ์บอก

"ก็น่าจะตกลงมาแล้วโดนพวกสัตว์ใหญ่คาบไปกินล่ะมั้ง เพราะถ้าตกลงมาสูงขนาดนี้ ยังไงก็ไม่รอดหรอกนะ"คราวนี้วุฒิลูกน้องเสี่ยเจริญให้ความเห็นจนทุกคนในไร่ไพรฟ้ามองด้วยความไม่พอใจ

"อะไร!! ฉันพูดผิดตรงไหน สิ่งที่ฉันพูดมันเป็นไปได้และฉันก็พูดไปตามเหตุการณ์ที่วิเคราะห์ แต่ถ้าจะดูว่ารอดไม่รอดเนี่ย ก็คงต้องออกตามหาดู เผื่อว่าจะรอดแต่อยู่ในป่านี้ก็ได้
ยังไง..!! พวกแกก็ตามหากันต่อไปเถอะนะ ส่วนพวกฉันจะรีบไปรายงานให้เสี่ย
ทราบก่อน ขอตัวนะ"
วุฒิพูดจบก็ทยอยพาลูกน้องของตนกลับทันทีเหลือแต่พวกไร่ไพรฟ้าที่ยังคงวางแผนออกตามหากันต่อไปด้วยความระมัดระวัง


~2 วันผ่านไป~


ชู่ว์ๆๆ!!~~~

เสียงพริ้วปากอารมณ์ดีพรางเดินมานั่งที่โซฟาตัวยาวกับพ่อตัวเองที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับใหญ่

"อารมณ์ดีมาแต่เช้าเลยนะ สรุปมีข่าวดีจะบอกฉันใช่ไหม"ผู้เป็นพ่อถามพรางวางหนังสือพิมพ์ลง

"ครับพ่อ!! นี่!!ก็ผ่านมา 2 วันแล้ว ยังไม่ได้ข่าวคราวจากไอ้กรว่า
จะรอดกลับมาเลย แต่พูดแล้ว..มันจะรอดกลับมาได้ไง ทั้งถูกยิงแล้วก็ตกผา ถ้ารอดได้ก็เกินคนแล้วมั้ง"เสียงดนัยพูดกับพ่อของตนด้วยความสะใจ
"ไอ้ดนัย!! แกก็เงียบๆหน่อย เดี๋ยวคนอื่นจะมาได้ยินเข้า"วิสุทธิ์ดุดนัยด้วยอาการนิ่งพรางเก็บอารมณ์

"ฉันไม่วางใจหรอกนะ ตราบใดที่ยังไม่เจอศพของมัน แต่ยังไงแกก็ตามเรื่องให้ดีๆเพราะถ้ามันตายก็เหลือพี่นิพนธ์ที่เริ่มป่วยแต่ไม่ยอมบอกใคร ที่เหลือเราก็แค่รอ..ให้ทุกอย่างเป็นของเรา"วิสุทธิ์พูดพรางยิ้มมุมปาก

"แล้ว..พราวล่ะครับพ่อ ลุงนิพนธ์แต่งงานจดทะเบียนกับพราวไปแล้วแบบนี้เราไม่ต้องกำจัดพราวรอบสองหรอครับพ่อ"ดนัยถามพ่อกลับ

"ปล่อยนังนี้ไปก่อน มันความจำเสื่อมอยู่
แถมไม่รู้เรื่องอะไรภายในไร่ไพรฟ้าเลย แล้วแกคิดว่าคนงานในไร่จะยอมรับมันให้มาทำงานแทนลุงของแกหรอ ไม่มีทาง!!! ผู้หญิงอ่อนแอ เรียบร้อยแบบนั้นควรอยู่กับบ้านกับช่องมากกว่าที่จะมาทำงานในสวนในไร่แบบนี้นะ"วิสุทธิ์พูดพรางวิเคราะห์เรื่องราวให้ดนัยฟัง

"จริงด้วยครับพ่อ..ถึงเวลานั้น ผมจะเอามาเป็นเมียผมแทน ก็คงไม่ยากอะไร"ดนัยพูดพรางยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

"ให้มันถึงเวลานั้นก่อนเถอะ แกจะเอามันมาเป็นเมียฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก"วิสุทธิ์พูดกับลูกชายด้วยท่าทางอารมณ์ดีจนทั้งคู่ต่างพากันยิ้มชอบใจ


เวลาผ่านล่วงเลยไปหลายสัปดาห์ต่อสัปดาห์จนคนในไรต่างพากันคุยเรื่องที่กรหายตัวสาบสูญไปกับเสี่ยนิพนธ์ที่เริ่มป่วยหลังจากที่ได้รู้ข่าวลูกชายที่ป่านนี้แล้วยังตามหาตัวไม่เจอ

"เฮ้ย!! ทนงค์..ช่วงนี้ไร่เรามีแต่เรื่องไม่ค่อยสู้ดี แกว่าเสี่ยนิพนธ์จะสั่งให้ใครมาทำหน้าที่แทนคุณกรว่ะ"คนงานในไร่คนหนึ่งถามทนงค์ที่ยืนคุมงานแทนอยู่

"ฉันก็ไม่รู้หรอกแต่เท่าที่ดูถ้าไม่ใช่คุณพราวก็คุณวิสุทธ์หรือคุณดนัยนั่นแหละ"
ทนงค์บอก
"เฮ้ย!!คุณพราวเนี่ยนะจะลงมาดูงานแทน เป็นผู้หญิงแถมความจำเสื่อม ไร่เราจะรอดหรอว่ะ"คนงานถามต่อ

"หรือว่าพวกแกจะเอาคุณวิสุทธ์กับคุณดนัยมาคุมงานแทนล่ะ ไร่เราจะได้เปลี่ยนสถานภาพเป็นรีสอร์สไปสะ ส่วนพวกเราก็ตกงานกันไป ตามสภาพจะเอาแบบไหนล่ะ"ทนงค์พูดจนคนงานที่ได้ฟังต่างพากันซุบซิบ

"พวกเราไม่เอากันหรอกนะ จะให้ไร่ไพรฟ้าเปลี่ยนเป็นรีสอร์ส สู้..ให้คุณพราวบริหารดีกว่า ว่าแต่..คุณพราวจะลงมาทำหรอว่ะ งานลุยสวนแบบนี้"คนงานที่พูดพาทุกคนสับสนจนแตกตื่นกันไปใหญ่
จนกระทั่งมีเสียงเล็กตะโกนดังเข้ามา

"ไม่ต้องห่วงจ่ะทุกคน!!! ฉันจะลงมาบริหารงานแทนเสี่ยเอง"เสียงเล็กบางบอกด้วยความยืนหยัดจนทุกคนต่างพากันหันมอง

"คุณพราว!!!"ทนงค์พูด

"ค่ะ!!พราวเอง..ในช่วงนี้พราวจะทำหน้ารับผิดชอบงานแทนเสี่ยทั้งหมดรวมถึงไร่ไพรฟ้านี้ด้วย
พราวหวังว่าทุกคนจะให้ความร่วมมือกับพราวนะค่ะ"เพพูดจนคนงานต่างพากันมารวมตัวเยอะมากขึ้นโดยเฉพาะหัวโจก
ที่ไม่ค่อยถูกกับกรมาก่อน

"ร่วมมืออะไรกันคุณพราว !!! นี่..พอขึ้นมาเป็นเมียเสี่ยก็กะจะยึดอำนาจของไร่ไพรฟ้าไปหมดเลยหรอ..หรือตอนคบกับคุณกรมันไม่ได้ครอบครองไร่แบบนี้ใช่ไหมถึงได้หาทางลัดแบบนี้"ชายหัวโจกเดินเข้ามาด้วยท่าทางหาเรื่องเพ

"อันนี้มันก็แล้วแต่ดุลยพินิจของแต่ละคนนะ ว่าจะคิดกับคนอื่นต่ำขนาดไหน แต่ฉันไม่ถือสาหรอกนะ เพราะฉันคิดว่าฉันเอาอยู่ ไหนๆฉันก็เป็นเมียเสี่ยนิพนธ์แล้ว คงมีสิทธิ์ที่จะเก็บใครไว้และจัดการใครออกไปจากไร่ได้ใช่ไหม!!! กำทอน!!"
เพพูดพรางเรียกชื่อชายหัวโจกจนทุกคนหันมองโดยเฉพาะทนงค์ ที่ไม่เคยเห็นพราวในลุคดุดันแบบนี้
กำทอนยืนมองหน้าเพแล้วรีบเบี่ยงหน้าหลบไปไม่กล้าสบตาหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าก่อนจะรีบเดินหนีไปกับพวกเพื่อนคนงานอีกสองคน

"ไอ้ทอน!! มึงไปหาเรื่องคุณพราวเขาแบบนั้น มึง!!ไม่กลัวโดนเขาไล่ออกจากไร่บ้างไงว่ะ"เพื่อนคนงานบอก

"เอ้อ..!! ใช่ !! มึงก็รู้อยู่ว่าคุณพราวเขาเป็นเมียเสี่ยนิพนธ์ไปแล้ว ขืน..มึงไปปากมากกับเขา
มากๆระวังจะไม่มีที่อยู่เอานะมึง!!"เพื่อนคนงานอีกคนบอก

"เออ..กูรู้แล้ว!! กูถึงเดินออกมานี่..ไง แต่ว่า..พวกมึงสองคนไม่สงสัยบ้าง
หรอว่ะ!! ว่าคุณพราวกลับมาครั้งนี้ดู
ไม่เหมือนคุณพราวคนเดิมเลย"ทอนพูดพรางสงสัย

"ไม่เหมือนเดิมไงว่ะ!! ไอ้ทอน!!"เพื่อนคนแรกถามกลับ

"ก็..คุณพราวคนนี้ดู..แข็งแรง ห้าวๆ ลุยๆกว่าคุณพราวคนก่อน ที่เรียบร้อย หวานๆ ไม่ชอบยุ่งงานสวนงานไร่แบบนี้
แถมกล้าต่อปากต่อคำ ทั้งๆที่เมื่อก่อนเป็นคนห้ามไอ้คุณกร!! ไม่ให้ทะเลาะกับฉัน พวกแกว่า..ไม่แปลกหรอว่ะ"ทอนถามเพื่อนสองคน
กลับ จนเพื่อนพากันนิ่งคิด

"แต่กูว่านะ!! คงเป็นเพราะว่า คุณพราวความจำเสื่อมเลยเปลี่ยนไปแบบนี้ มึงอย่าลืมนะเว้ยไอ้ทอน!! ว่าคุณพราวเขาความจำเสื่อมจากอุบัติเหตุไม่นานนี่เอง"เพื่อนคนที่สองบอก

"เออ..ใช่!! กูก็ว่างั้น มึงนะคิดมาก ไอ้ทอน!! มึงคิดว่าจะมีคุณพราว
คนที่สองรึไง"เพื่อนคนแรกตอกกลับไป

"เออๆ..!! กูคิดมากเองแหละ ไปกินเหล้ากันดีกว่า..กูไม่อยากทำงานแหละ"ทอนบอกพรางชวนเพื่อนและพากันเดินออกไปหาเหล้ากินในมื้อเย็น แต่ในขณะเดียวกันกลับ
มีคนที่บังเอิญมาได้ยินเรื่องราวที่คนงานเล่าจนยิ้มมุมปากออกมา
เวลา 21.30 น.

วิสุทธิ์ซึ่งเป็นน้องชายของเสี่ยนิพนธ์เดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ โดยในบ้านตอนนี้ปราศจากคนที่ดูแลบ้านเลยทำให้วิสุทธิ์สามารถเดินเข้ามาได้อย่างสบายใจ

จนกระทั่งมาถึงห้องของพี่ชายตัวเอง
เขาก็เคาะประตูและขอเปิดเข้าไปพรางเห็นเสี่ยนิพนธ์กำลังเดินอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องใหญ่

"อ้าว!! วิสุทธิ์!! แกมาหาฉันเอาป่านนี้มีเรื่องอะไร"เสี่ยนิพนธ์ถามพรางนั่งลงที่เกาอี้

"ผมมีเรื่องจะคุยกับพี่ตอนนี้ พี่จะสะดวกคุยไหม!!"วิสุทธิ์ถามพรางนั่งลงที่เกาอี้บ้าง

"ว่ามาสิ!! มันคงสำคัญมาก แกถึงมาเอาป่านนี้"เสี่ยบอกแล้วก้มมองเอกสารบนโต๊ะ

"ก็สำคัญมากแหละครับ เพราะว่าเรื่องที่ผมจะพูดคือเรื่องของไร่ไพรฟ้า!!!"วิสุทธิ์พูดชี้ประเด็น


"ไร่ไพรฟ้ามีอะไร!!"เสี่ยถามพรางหันมองด้วยความสนใจ

"ตอนนี้..ไร่เรามีแต่เรื่องและปัญหามากมาย จนผมรู้ว่าพี่ถึงกับล้มป่วย ตั้งแต่..ลูกชายพี่หายไป และช่วงนี้ผมก็ได้ยินคนงานลูกน้องพากันพูดเสียๆหายๆ เกี่ยวกับไร่ของเรา..ว่าจะไปไม่รอด ถ้าเป็นได้..ผมอยากให้พี่คิดดูใหม่นะ ว่าควรจะเอาใครมาเป็นคนดูแลแทนพี่"
วิสุทธิ์พูดพรางมองหน้าพี่ชายตนเอง

"แล้วแก..คิดว่าใครที่เหมาะกับการดูแลไร่ในตอนนี้"ผู้เป็นพี่เอ่ยถามน้องชายแบบหยั่งเชิง

"โธ่..!! พี่ อย่ามองผมแบบนี้สิ ที่ผมมาบอกเนี่ย ไม่ได้หมายความว่าผมจะมาขอดูแลไร่แทน แต่มันควรที่จะอยู่ในความ
เหมาะสมกับงาน ซึ่งพี่ก็น่าจะรู้ว่าคนๆนั้นคือใคร!!??"
วิสุทธิ์พูดตอกกลับอย่างเล่นเชิง

"แกจะบอกฉันว่า..ดนัยควรจะมาดูแลงานแทนฉันใช่ไหม!!"
เสี่ยพูดเปิดประเด็น
"อันนี้..!! มันก็แต่พี่ แต่ที่ผมเห็นเหมาะสมที่สุดตอนนี้ ก็คงจะเป็นดนัย เพราะดนัยก็ดูแลไร่ไพรฟ้าในส่วนหนึ่งอยู่เหมือนกัน ซึ่งเขาก็ไม่ได้ทำให้พี่ผิด
หวังเลยไม่ใช่หรอ!! และการที่เขาจะ
เข้ามาช่วยเหลือพี่ตอนที่ไร่เราตกอับเนี่ย ก็น่าจะเหมาะกว่า
เอาผู้หญิงมาทำงานแทนนะผมว่า!!"
วิสุทธิ์พูดพยายามใส่เหตุผลให้มากที่สุด

"แล้วการที่ฉันเอาพราวขึ้นมาทำงานแทนเนี่ยมันไม่ดีตรงไหน ถึงจะเป็นผู้หญิง แต่เขาก็เป็นเมียฉัน ฉันให้เมียทำหน้าที่แทนมันคงจะไม่เสียหายอะไรหรอกมั้ง เพราะฉันก็ยังอยู่ตรงนี้ แกกับดนัยรับผิดชอบในส่วนที่ต้องรับผิดชอบแค่นั้นก็พอแล้ว..ฉันไม่อยากรบกวนแกพ่อลูกนะ"เสี่ยนิพนธ์พูดประโลมน้องชายอย่างรู้ทัน


"ผมรู้นะพี่!! ว่าพี่ไม่เคยมองผมกับลูกอยู่ในสายตาเลย เพราะผมมันไม่ใช่น้องแท้ๆ
พี่ใช่ไหม!! พี่ถึงทำกับผมแบบนี้
เป็นแค่ลูกเมียน้อย มันจะไปขออะไรได้มาก ได้แค่รับใช้และทำตามที่พี่สั่ง ผมกับลูกก็เป็นได้แค่นี้เท่านั้นแหละ"
วิสุทธิ์พูดตัดพ้อพี่ชาย

"ไอ้วิสุทธิ์!!! การที่ฉันอุ้มชูแกกับลูกขึ้น
มาให้ได้ขนาดนี้ แกกลับมองว่า..มันไม่มากพอ ถ้าอย่างนั้น..ฉันก็ไม่ควรให้อะไรกับแกอีกเลย เพราะทุกอย่างที่ฉันให้ แกกลับมองเป็นความโลภ ไม่เคยพอ!!
ถ้าแกไม่มีอะไรแล้วก็กลับไปเถอะ ฉันจะนอน"เสี่ยนิพนธ์พูดตอกกลับพรางเชิญน้องชายออกด้วยการสั่งสอน แต่สิ่งที่ผู้เป็นน้องได้รับกลับมา คือคำต่อว่าสำหรับเขา วิสุทธิ์กำมือแน่นพรางยืนมองตรงไปที่พี่ชาย
"พี่ใจร้ายกับผมมากนะพี่นิพนธ์ การที่พี่ยังรอให้ไอ้กร!! กลับมา ผมบอกให้เอาบุญเลยนะ ว่ายังไงมันก็ไม่รอด จะช้าจะเร็ว..ยังไงไร่นี้ก็เป็นของผมกับลูก ส่วนพี่ร่างกายก็โรยลาเต็มที จะยื้อไว้ได้นานแค่ไหนก็ไม่รู้"วิสุทธิ์พูดพรางหยุดแล้วเข้าไปกระซิบข้างหูพี่ชาย

"ผมเสียใจกับพี่ล่วงหน้าเลยแล้วกัน เพราะยังไงไอ้เจ้ากรก็ตายแล้ว ไม่มีทางรอดกลับมาแน่นอน ผมไปล่ะ!!"
วิสุทธิ์พูดพรางจับไหล่เสี่ยนิพนธ์ที่ยืนอึ้งนิ่งไปก่อนที่วิสุทธิ์จะเดินออกไปจากห้อง
ทิ้งไว้แต่ผู้เป็นพี่ ที่ยืนเอามือกุมหัวใจ
ตัวเองแล้วควานหากระปุกยาที่หายไป

"กระปุกยา กระปุกยา ฉัน..หาย..ไป..ไหน!!! ชะ..ช่วย..ฉัน..ด้วย!!~~"เสียงเรียกขอความช่วยเหลือค่อยๆเบาลงตามแรงกำลังของเฮือกสุดท้ายที่มีก่อนที่เสี่ยนิพนธ์จะค่อยๆทรุดลงกับพื้นและล้มตัวลงไปจนนอนแน่นิ่ง

เสียงแผ่วเบาสุดท้ายที่เสี่ยนิพนธ์พูดออกมาได้ก่อนสิ้นลมคือ..คำขอโทษ..ที่มีให้กับลูกชายพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาจากผู้เป็นพ่อก่อนสิ้นใจ...







ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่มอบเหรียญเป็นกำลังใจนะค่ะ"

แว่นตาใส


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha