My loving boy รักวุ่นวายนายตัวแสบ

โดย: A'vigetor



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 8 : บทที่ 8


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เตียงนอนที่ค่อนข้างเล็กและเหมาะกับการนอนคนเดียวมากกว่า แต่ก็ไม่อึดอัดถ้าหากจะมีคนที่นอนด้วยกันสองคนแบบนี้


ผมค่อยๆ ทิ้งตัวลงบนเตียงเบาๆ เพราะกลัวว่าจะไปรบกวนไอ้อาร์ทที่ตอนนี้ผมเชื่อว่ามันคงหลับไปแล้ว เพราะถึงมันจะหันหลังให้แต่ก็ยังได้ยินเสียงกรนแผ่วๆ ของมันอยู่


แสงไฟจากนอกหน้าต่างทำให้ห้องที่ปิดไฟหมดแล้วยังคงมีแสงสลัวอยู่ แม้จะอยากหลับตาแต่ว่าในหัวของผมกำลังวุ่นวายอยู่กับภาพที่เห็นตอนหัวค่ำ แล้วนี่ผมจะเก็บเอาไปฝันหรือเปล่า


ไม่รู้ว่าตอนนี้ใครบางคนจะหลับหรือยัง?


ถ้ายังไม่หลับ แล้วจะทำอะไร?


หรือว่าน้องปูเป้กับใครบางคน.. กำลัง...


“เฮ้อ!!” ผมคงจะถอนหายใจดังไปหน่อย ทั้งที่ไม่คิดว่ามันจะดังขนาดไปรบกวนคนที่นอนข้างๆ ให้ตื่นขึ้นมา “ขอโทษที่ทำให้ตื่น”


“เปล่าหรอก พอดียังไม่หลับ” เสียงเรียบแต่ฟังดูอบอุ่น “คิดมากเหรอ?”


 “อืม..ตรงไหนที่มึงว่าเหมือนมันชอบกูว่ะ” เสียงคนน้อยใจตั้งคำถาม


“ชอบไม่ชอบไม่เห็นสำคัญเท่ากับว่า เพื่อนนะยังชอบน้องมันอยู่หรือเปล่าต่างหาก”


“ไม่รู้ดิ กูแค่กลัว”


“ทำไมต้องกลัว”


“ก็เคยเจ็บมาแล้ว เลยไม่อยากเจ็บซ้ำ”


“ไอ้ขี้แพ้เอ่ย แพ้ตั้งแต่ยังไม่ลงแข่ง แล้วเคยถามน้องมันจริงๆ จังๆ รึป่าวว่าชอบมั้ย” มันเอามือมาเล่นผมของผมอย่างคุ้นเคย ซึ่งทุกครั้งที่ผมมีปัญหามันก็ชอบเอามือมาเล่นผมบ่อย มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้น


“ถามเพื่อ? ก็เห็นๆ กันอยู่”


“อย่ามโนไปเองซิเพื่อน”


“เฮ้อ”


“ถอนใจอีกแล้วเดี๋ยวแม่งก็แก่เร็วหรอก”


“ขอบใจนะมึง ที่อยู่เป็นเพื่อน”


“อืม ที่นี่นอนได้แล้ว กูง่วง” หลังจากที่มันพูดจบมันก็นอนหันหลังให้ผม จากนั้นเสียงกรนเบาๆ ของมันก็ดังขึ้นอีกครั้ง 



เช้าวันต่อมา

เวลา 6.25 นาที


“เชี่ย..ไอ้ปลาย มึงไม่ปลุกกูว่ะ” ไอ้อาร์ทโวยวายทันทีที่มันรู้สึกตัวตื่น 


“อ้าวกูปลุกแล้ว แม่งขี้เซาเองนี่หว่า” ผมตอบผ่านๆ เพราะกำลังตั้งใจกับการเซทผมตัวเองอยู่หน้ากระจก 


“ไม่ทันแล้ว ไม่ทันแล้ว” มันได้แต่โวยวายแต่ก็ยังไม่ลุกจากเตียงซักที


“มึงจะรีบไปไหน เพิ่งหกโมงครึ่งเอง” ผมเดินเอาผ้าเช็ดตัวของตัวเองไปตากไว้ ก่อนที่จะหยิบของไอ้อาร์ทแล้วโยนให้มันรับ


“กูนัดกับน้องไอซ์ว่าจะไปรับที่หอตอนเจ็ดโมงครึ่ง แล้วหอน้องแม่งก็โคตรไกลเลยกว่าจะถึงแม่งใช้เวลาอย่างน้อยก็ยี่สิบนาทีแล้ว ไหนจะต้องไปส่งมึงอีก” พูดเสร็จมันก็รีบวิ่งปรูดเข้าไปในห้องน้ำทันที แถมยังตะโกนสั่งอีกพร้อมกับโผล่มือออกมาจากห้องน้ำ “เชี่ยปลาย เอากางเกงในมึงมาให้กูยืมด้วย กูลืมเอามา”


“เฮ้ย มึงออกมาใส่ข้างนอกก็ได้เดี๋ยวเปียก”


“ไม่เอา เดี๋ยวมึงแอบดูเจี้ยวกู” ผมส่ายหัวให้กับความคิดมัน ก่อนจะเดินไปหยิบกางเกงบ๊อกเซอร์ลายหมีพูห์ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ตอนที่ไปตลาดนัดใต้สะพานพุทธกับใครบางคน แล้วยื่นให้มือที่โผล่จากห้องน้ำรับไป


ไม่กี่นาทีต่อมา ย้ำว่าไม่กี่นาทีจริงๆ มันก็ออกมาพร้อมกับกางเกงบ๊อกเซอร์ลายหมีพูห์ของผมตัวเดียว เพื่อจะรีบมาใส่กางเกงนักศึกษาตัวเก่ากับเสื้อนักศึกษาที่ผมเพิ่งเอามาให้จากในรถของมัน


ผมยังคงนั่งส่องเฟสใจเย็นโคตร ในขณะที่ไอ้อาร์ทเซทผมอย่างลวกๆ แปบเดียวผมที่กระเซิงเมื่อครู่ก็ถูกเซทจนรับกับหน้าหล่อๆ ของมัน อย่างว่าคนหล่อทำยังไงมันก็หล่อ


“ไปได้แล้ว..เชี่ยปลาย” มันออกคำสั่ง


“มึงไปเถอะ คาบเช้ากูเรียนตั้งเก้าโมงครึ่ง อีกอย่างไหนมึงจะต้องรีบไปรับน้องเค้าอีก อย่ามามัวเสียเวลากับกูเลย”


“เอางั้นน่ะ เออๆ ขอบใจเว้ย กูไปล่ะ เดี๋ยวจะรีบไปหาเพื่อนสะใภ้มาฝาก” พอคว้ากุญแจรถได้มันก็วิ่งปรู้ดดด ออกไปอย่างรวดเร็ว


“โชคดีเพื่อน” 


ผมหันกลับมานั่งที่หน้าจอ Macbook อีกครั้ง พร้อมกับเลื่อนส่องเหตุการณ์ต่างๆ ในเฟส และไล่กดไลท์โพสต์ของไอ้อาร์ทที่กำลังยิ้มหล่อถ่ายรูปคู่กับน้องอะไรไม่รู้ แต่ดูก็น่ารักดี


จู่ๆ ข้อความในเฟสก็เด้งขึ้น....

ปนนา : คิดถึงจัง  ‘ใครว่ะ’ เป็นคำถามแรกที่คิดได้ เพราะผมจำได้ว่าผมไม่เคยเป็นเพื่อนกับคนชื่อนี้

PAI INDY : ใครอ่ะ

ปนนา : เรารู้จักนาย 

PAI INDY : แต่เราไม่รู้จักนาย

ปนนา : เราว่า..นายรู้จักเรา

PAI INDY : ไหนขอดูรูปนายหน่อย จะได้รู้ว่ารู้จักหรือไม่รู้จัก

ปนนา : ไม่มีหรอก แค่อยากบอกว่าคิดถึง

PAI INDY : มั่วนิ่มล่ะเราไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้า

ปนนา : แล้วเจอกันใหม่น่ะ

PAI INDY : คราวหน้าเราไม่คุยด้วยล่ะ


ผมรีบกลับไปค้นหาข้อมูลของเพื่อน มีแต่เฟสไม่มีรูป ไม่มีไทม์ไลน์ เหมือนเพิ่งสร้างแอคเคาท์มาแค่นั้น คำถามผุดขึ้นในหัวอีกแล้ว ผมไปกดรับคนประเภทนี้ตอนไหน ถ้าจะยกเลิกเพื่อนแล้วจะรู้ได้ไงว่ามันเป็นใคร 


ผมตัดสินใจไม่ยกเลิกเพราะอยากรู้ว่าใครกันที่แกล้ง ถ้าเจอตัวล่ะก้อพ่อจะกระทืบให้จมเลย


มองดูเวลาเกือบแปดโมงครึ่งแล้ว ผมเลยรีบเก็บของปิด Macbook แล้วเดินลงมา โดยตอนที่ผ่านชั้นสี่ ต้องยอมรับว่าแอบมองไปที่ห้อง 403 เพราะไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้าของห้องจะอยู่หรือเปล่า ตื่นหรือยัง อะไรประมาณนั้น แต่ก็ได้แค่มอง


ผมกำลังจะเดินลงบันไดต่อแต่ก็ต้องหยุดเพราะถูกขวางโดยคนตรงหน้า... ที่กำลังยืนมองผมด้วยสายตาเศร้าๆ ผมทำอะไรไม่ถูกนอกจากทำตัวเป็นปกติที่สุด ให้เหมือนว่ามันไม่เคยเกิดเรื่องอะไรขึ้นระหว่างเรา


“อ้าว..เฮ้ยไงมึงไม่รีบไปกองประกวดเหรอ” ผมยกมือขึ้นทักอย่างเก้ๆ กังๆ


“ครับ พอดีลงไปซื้อของเดี๋ยวจะไปอาบน้ำ” เสียงเรียบ 


“เออ ถ้างั้นไว้เจอกันที่มหาลัยน่ะ” ผมพูดจบก็ทำท่าจะเดินเลี่ยงออกไป แต่ก็ต้องหยุดกึก เมื่อถูกอีกฝ่ายจับมือเอาไว้


“เฮ้ย อะไรอีก กูมีเรียนเก้าโมงครึ่ง เดี๋ยวสาย” ผมหันกลับไปคุยแบบที่เหมือนไม่มีอะไรระหว่างมันกับผม ทั้งที่ความจริงมันก็ไม่มีอะไรทั้งนั้น แต่เชื่อมั้ย มันเป็นอะไรที่ยากที่สุดในชีวิต


“พี่จะเอาแบบนี้ใช่ไหม”


“เอาไรอีก บอกว่ากูรีบเดี๋ยวสาย” 


“เราจะทำเหมือนไม่มีอะไรกันใช่ไหม”


“อืม.. มันคงดีที่สุดสำหรับมึงกับกูแล้วล่ะ”


“ก็ได้ งั้นพี่อย่าลืมตามไปที่กองประกวดหลังเรียนเสร็จด้วย”


“เฮ้ย..แล้วกูจะไปทำไม” 


“ผมว่าพี่รู้ดีนะว่าทำไม เพราะไม่งั้นผมจะถอนตัวจากการเป็นเดือนคณะ” เสียงเรียบที่เดาไม่ออกว่าคนพูดกำลังคิดอะไรอยู่พูดจบ ร่างโปร่งนั้นก็ปล่อยมือแล้วเดินกลับไปที่ห้อง ปล่อยให้ผมยืนแข็งอยู่ตรงที่เดิม บางทีผมน่าจะขยายเวลาแผนของไอ้อาร์ทซักหน่อย ถ้าจะขอให้มันใช้แผนอีกครั้ง มันจะยอมมั้ยนะ 

ในห้องเรียนเอกพืชศาสตร์ 


“นักศึกษาค่ะจากคลาสนี้ อาจารย์จะให้นักศึกษาจับกลุ่มๆ ละ 3 คน ทำรายงานเกี่ยวกับการโรคที่เกิดกับพืชเศรษฐกิจ โดยจะนำเสนอในรูปแบบใดก็ได้ จะยาวหรือสั้นก็ได้แต่ต้องเข้าใจได้ง่ายนะค่ะ” อาจารย์พเยาว์พูดทิ้งท้ายหลังจากกริ่งหมดเวลาดังขึ้น


ตลอดคาบผมไม่ได้ฟังที่อาจารย์พเยาว์พูดเลยให้ตาย ผมไม่ได้สนใจแม้แต่ผมจะถูกเพื่อนในเอกคนไหนจับไปร่วมกลุ่มทำรายงาน พอรู้ตัวอีกทีผมก็อยู่กับกลุ่มไอ้แบงค์กับไอ้ต่าย ซะแล้ว 


“มึงไม่ต้องห่วงเดี๋ยวกูเป็นคนคิดหัวข้อเอง” ไอ้แบงค์พูดขึ้น


“เออ งั้นกูรับผิดชอบอุปกรณ์” ไอ้ต่ายพูดอีก


“อ้าวแล้วกูล่ะ ทำอะไร” ผมถาม


“น่ารักๆ อย่างมึงก็ต้องนำเสนอซิคร้าบ หรือจะมาเป็นเมียกูแทนก็ได้นะ” ทันทีที่ไอ้ต่ายพูดจบมันก็ตกเก้าอี้ก้นจ้ำเบ้าที่พื้น พร้อมกับเท้าผมที่ยกค้างไว้ “กวนตีน”


นักศึกษาหลายคนในคลาสที่เห็นภาพไอ้ต่ายถูกถีบต่างพากันหัวเราะมัน ไม่เว้นแม้แต่ตัวมันเองก็ยังหัวเราะตามไปด้วย เอามือลูบตูดไปด้วย


"มึงแม่งโหดสัด แล้วอย่างงี้ใครจะมาเอาไปทำเมียว่ะ" มันยังแพร่มไม่หยุด จนผมน่าจะสมมนาคุณมันไปอีกตุ๊บสองตุ๊บคงจะดี 


หลังจากคุยคราวๆ ไอ้แบงค์จะทำรายงานเรื่องโรค ergot ของข้าวไรน์และข้าวสาลี ไอ้ต่ายกับผมก็ไม่ขัด เลยเป็นอันสรุปหัวข้อตามนั้น 



ที่กองประกวดดาวเดือน

เวลา 14.20 น.           

สุดท้ายผมต้องมานั่งบื้ออยู่ที่กองประกวดดาวเดือนนี่จริงๆ เพราะพี่บาสกำชับว่าถึงยังไงไอ้น้องนนก็ต้องประกวด เพราะพี่แกเห็นแววชนะมาแต่ไกล ยังไงปีนี้ก็ต้องสร้างประวัติศาสตร์ที่เดือนมหาวิทยาลัยจะมาจากคณะเกษตรให้ได้ 


แม้จะยังไม่ได้เป็นเดือนมหาวิทยาลัยแต่ไอ้น้องนนก็ฮอตไม่เบา มีสาวๆ ทั้งจากคณะเกษตรและคณะอื่นมาเชียร์ มาตามกรี๊ดจนเดือนคณะอื่นๆ หมั่นไส้กันเป็นแถว         


ผมยังคงขีดๆ เขียนๆ อะไรไปเรื่อยตามประสาคนกำลังเซ็ง ก็ต้องหยุดเพราะรู้สึกว่ามีร่างหนักๆ ของใครมานั่งข้างๆ ด้วย


“พี่ครับ ผมหิวน้ำ” เสียงมันยังเรียบได้อีก 


“หิว..แล้วทำไมไม่ไปกินล่ะ” 


“ก็พี่บาสให้พี่ดูแลผมไม่ใช่เหรอ”          


 “เออ ดูแลแต่ไม่ได้ให้กูมาเป็นคนรับใช้นะโว้ย” 


“ผมหิวน้ำ เดี๋ยวผมจะไปถ่ายอีกเซต ขี้เกียจเดินไปหยิบ มันเหนื่อย” นี่มันจงใจแกล้งกันชัดๆ ตอนนี้มีความรู้สึกไม่ต่างกับเบ๊ของมันเลย และนี่ก็เป็นรอบที่ห้าที่หกแล้วมั้งที่มันมักจะเรียกให้ผมต้องคอยดูแล ตั้งแต่    


“พี่ครับผมเมื่อยคอ ช่วยนวดให้หน่อย” และก็ 


"พี่ครับผมร้อนมาก ช่วยพัดให้หน่อย” ทั้งที่มันเพิ่งออกมาจากห้องแอร์ ส่วนคนที่ต้องร้อนน่าจะเป็นผมที่ต้องนั่งอยู่ข้างนอก


“พี่ครับผมหิวขนม ช่วยไปซื้อให้หน่อย” และก็


“พี่ครับผมเปลี่ยนเสื้อให้หน่อย พอดีเหงื่ออกเสื้อเลยเปียก” สุดท้ายก็เมื่อกี้ที่มับอกว่าหิวน้ำ 


ตอนที่มันถ่ายแบบ จังหวะที่มันเซตท่าเพื่อถ่ายรูป บรรดาเอฟซีของมันก็กรี๊ดจนทีมงานแทบจะทำงานต่อไม่ได้ กว่าจะถ่ายเสร็จผมเห็นทีมงานหลายคนถึงกับโล่งออก และเอาสำลีออกจากหู (อันนี้ผมเติมเองเพราะคิดว่าพวกนั้นน่าจะต้องใช้) แต่ก่อนที่มันจะเดินออกมาก็มีสาวน้อยคนหนึ่งเดินมาหามันอย่างมั่นใจ พร้อมทั้งเกาะปั๊บอย่างกับประกาศความเป็นเจ้าของ 


ครับ เธอคนนั้นคือน้องปูเป้ ดูเธอจะมีความสุขกับการทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของไอ้น้องนนอย่างสุดติ่ง แถมมันเองก็ไม่ได้แสดงท่าทีปฏิเสธด้วย แม่งน่าหมั่นไส้ชะมัด 



ที่กองประกวดดาวเดือน

เวลา 20.15 น.           

“เอาละน้องๆ วันนี้เราซ้อมกันแค่นี้นะจ๊ะ เดี๋ยวพรุงนี้เจอกันตอนเก้าโมงเช้า ที่นี่ที่เดิมนะจ๊ะ ตรงเวลากันด้วยน้อ” เสียงของเจ้นุ้ย รุ่นพี่ปีสี่ร่างบึ๊กกล้ามโตแต่ใจหญิงเจี้อยแจ้วไม่สมตัวดังขึ้น นั่นมันหมายถึงเวลาแห่งความทรมานของวันนี้สำหรับผมหมดไป 


ผมลุกขึ้นจากโต๊ะยาวหน้าห้องมาสะพายกระเป๋าแล้วกำลังจะเดินกลับ แต่ก็ต้องชะงักเพราะมีเสียงหนึ่งเรียกเอาไว้ 


“พี่จะไปไหน เดี๋ยวพาผมไปกินข้าวด้วย”       


“เสียใจ กูจะกลับแล้ว”       


“แต่พี่ต้องดูแลผมนี่” 


“หมดเวลาแล้ว กูก็หมดหน้าที่”    


มันทำท่าไม่พอใจ แถมยังทำเหมือนจะกระโจนเข้ามาหา แต่ก็ต้องหยุดกระทันหันเพราะมีเสียงของอีกคนเข้ามา 


“นนจ๋า เดี๋ยวเราไปกินชาบูกันนะ ร้านเดิมหน้ามอก็ได้ ปูเป้หิวแล้ว” 


“ปูเป้อยากกินเหรอ ได้เดี๋ยวนนไปกินด้วย” ฮ่ะ!! ก็นี่ไงคนดูแล แม่งมันเสียงหวานใส่อย่างไม่เกรงใจกันเลย 


“งั้นพี่ก็กลับได้แล้ว หมดหน้าที่แล้วไม่ใช่เหรอ ผมจะไปกินชาบูกับปูเป้ต่อ” น้ำเสียงโคตรจะเปลี่ยน


น้องปูเป้พามันเดินออกไปล่ะ แถมเกาะแขนมันอย่างกับปลิง หัวก็ต้องเอามาซบตลอดเหมือนคนคอไม่แข็งแรงซะงั้น เห็นแล้วอิจฉา เอ๊ยไม่ใช่หมั่นไส้ มันชิบ!!


ความวัวผมไม่ทันจะจางหาย ความควายตัวเบ่อเร่อก็เข้ามา 'วันซวย' ผมคิดได้แค่นั้น เพราะเพียงแค่ไอ้น้องนนมันเดินลับมุมตึกไปเท่านั้น ผมที่กำลังจะเดินตามออกไปกลับต้องมานิ่งอีกแล้วเพราะตอนนี้ ฝนกำลังมายืนตรงหน้าผมด้วยสีหน้าหงุดหงิดสุดขีด


“ปลายเป็นเชี่ยไร ทำไมทำตัวแบบนี้” เอาแล้วไงองค์แม่มาเต็ม 


“เป็นไร เราไม่เห็นเป็นไรซักหน่อย” 


“จะไม่เป็นได้ไง ก็ปลายหลบหน้าเรา ไม่ตอบไลน์เรา เบอร์โทรก็ติดต่อไม่ได้ ทำอย่างงี้หมายความว่าไง” ฝนโชว์โทรศัพท์ที่เป็นข้อความไลน์ที่ส่งมาหาผมให้ดู 


“ก็ไม่ได้ความว่าไง ก็ตามนั้น”       


“นี่ปลายกำลังจะเลิกกับเราเหรอ” น้ำตาฝนเริ่มคลอ       


“เปล่า เราว่าเราน่าจะถามฝนมากกว่าว่าจะเลิกกับเราใช่ไหม”  


“ปลายพูดเรื่องอะไร เราไม่เข้าใจ” 


“ฝนกับไอ้ชาติ มันยังไง อย่าบอกนะว่าไม่มีอะไร” ฝนดูท่าทางตกใจ แต่ก็ไม่ได้ลดสายตาที่มองผมเลย       


“ถ้าฝนบอกแล้วปลายจะเชื่อไหม” ฝนจับมือผมขึ้นมากุมไว้ 


“เอาเป็นว่า เราขอจบตรงนี้ดีกว่า ไม่ใช่ฝนไม่ดีแต่เรานี่แหละที่ดีไม่พอสำหรับฝน” พูดจบผมก็แกะมือของฝนที่กุมไว้ออก จากนั้นก็รีบวิ่งออกไป โดยไม่ได้มองหน้าฝนอีกเลย


ผมคงจะทำถูกแล้วใช่ไหม ทั้งเรื่องของฝน และก็เรื่องของใครบางคน



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ความลับ แอบรัก การวางแผน"

A'vigetor


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha