นางบำเรอซาตาน

โดย: Lantana-Pakakrong



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : แผนการของคริส


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

กลิ่นหอมกรุ่นจากกายสาวทำให้อารมณ์ดำมืดที่หลับลึกอยู่ภายในกายตื่นตัวขึ้นมา โดยที่ชายหนุ่มไม่รู้เนื้อรู้ตัวบวกกับสติที่ถูกสะกัดกั้นจากของมึนเมาที่ดื่มกินมาก่อนหน้า ดึงให้ความปรารถนาเป็นตัวเข้ามาขับเคลื่อนชีวิตของเขาในตอนนี้  คริสดันตัวให้เรือนร่างนุ่มนิ่มนอนราบไปกับพื้นปูนที่ทั้งแข็งและเย็น โดยเขาเป็นคนคร่อมร่างน้อยเอาไว้ อุ่นจันทร์ดิ้นรนสุดชีวิตเมื่อรู้ตัวว่าโจรร้ายแอบเข้ามาเพื่อต้องการอะไรจากเธอ จูบสัมผัสอันป่าเถื่อนที่ชายหนุ่มมอบให้คงไม่คนามือแม่สาวน้อยร้อยรักมากเพทุบายคนนี้ เขาจูบ เขากัด เขาบีบคลึง ด้วยความรุนแรงจนสาวแรงน้อยด้อยกว่ายากที่จะต่อสู้ขัดขืน

“ปะ ปล่อยฉันไปเถอะคะ ฉันไหว้แล้ว อยากทำฉันเลย” แรงแทบจะไม่มี แต่ก็พยายามเปล่งคำขอร้องให้ใครก็ไม่รู้ตรงหน้าหยุดการกระทำที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ เสียงน้อยๆเบาๆนั่นไม่สามารถเข้าถึงหูและหยุดความปรารถนา ความหลงใหลในเรือนกายหอมและหวานไปทุกสัดส่วนตรงหน้านี้ได้ . . . แม้จะมึนเมาพอสมควรแต่คริสยอมรับ ว่าเขารับรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ความหอมหวานจากโพรงปาก หน้าอกหน้าใจขนาดพอดีกับมือใหญ่ของเขา มันเต่งตึงหน้าโหยหาน่าสัมผัสตลอดเวลา เรือนกายหอมกรุ่นที่ริมฝีปากหนาได้รูปจรดไปทั่วเกือบทุกส่วน .....ถูกใจ....เขาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับหญิงใดมาก่อน นางแบบดาราเซเลปคนดังมากมายที่เคยผ่านมือเขามา ไม่อาจเทียบได้กับสาวน้อยอุ่นจันทร์คนนี้...คงจะเป็นแบบนี้สินะที่เธอทำให้พวกผู้ชายมากหน้าหลายตาเข้ามาติดพันไม่เว้นว่างในแต่ละวัน เมื่อคิดถึงสิ่งๆนี้ ความดุร้ายที่จะเกิดขึ้นกับคนที่เป็นศัสตรูเท่านั้นบังเกิดในจิตใจของเทพบุตรซาตานตรงหน้า นับจากนี้ไปเธอต้องเป็นของเขาคนเดียว คนอื่นไม่มีสิทธิในตัวผู้หญิงใต้ร่างของเขาคนนี้อีกต่อไปแล้ว


“เธอต้องเป็นของฉันคนเดียวนับจากนี้ไป เข้าใจไหมอุ่นจันทร์” น้ำเสียงของเขาคุ้นเหลือเกินหญิงสาวคิด สิ่งที่เขาพูดเธอได้ยินชัดเจนทุกคำ เขารู้จักชื่อเธอ แต่เรี่ยวแรงและความหวามไหวแปลกๆที่เกิดกับร่างกาย ทำให้เธอหมดสิทธิ์ที่จะเอ่ยโต้ตอบ คริสรีบปลดเสื้อผ้าชิ้นเล็กชิ้นสุดท้ายที่ติดกายเขา ก่อนที่ทั้งสองร่างจะเปล่าเปลือยเสมอกัน และเมื่อความอดทนที่เก็บกักมานานนั้นหมดลง เข้าก็ดันกายแข็งแกร่งเข้าสู่ร่างกายหอมหวานทันทีสุดลำ สุดแรง

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด” เสียงแหลมที่เปล่งออกมา ความเล็กคับแน่นและเยื่อบางๆที่เขาผ่านเข้าไปทำให้คริสหยุดชะงัก เป็นไปไม่ได้ที่หล่อนจะบริสุทธิ์แบบนี้ ก็เขาเห็นกับตาว่าเธอมีผู้ชายมากมายมาผัวพันด้วย ชายหนุ่มค่อยๆถอดแก่นกายออกมาช้าจนหลุดออก มือหน้าสัมผัสแก่นกายของตัวเอง ...ของเหลวที่มีความเหนียวนิดนึงบวกกับสีเข้มในความมืด เขารับรู้ได้ทันทีว่ามันคือเลือดพหรมจรรย์ของสาวน้อยตรงหน้า เขาไม่ได้คิดไปเอง เพราะหลักฐานชั้นดีอยู่ตรงหน้าในฝ่ามือของเขา


“เธอบริสุทธิ์เหรอ?” ชายหนุ่มพึมพรำออกมาไม่ได้ต้องการคำตอบแต่อย่างใด แต่เขากลับยิ้มเมื่อรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นผู้ชายคนแรกของหญิงสาว คริสมองเรือนร่างเปลือยที่นอนตะแครงคุดคู้เหมือนกุ้งโดนลวก เสียงสะอื้นเบาๆออกมาจากสาวน้อย

...จะว่าไป.....เธอชั่งบอบบางเหลือเกิน....ในความคิดเขา


หญิงสาวคงเจ็บมากเพราะไม่นานสติเธอก็ดับไป คริสนำผ้าปูที่นอนผืนบางที่ถูกพับเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบมาปู เขาอุ้มร่างน้อยๆที่หลับไปแล้วมาวางห่มผ้าถึงคอก่อนที่จะสอดตัวเองเข้าไปในผ้าผืนบางนั่นด้วย กอดก่ายคนตัวเล็กอย่างหวงแหน


เธอไม่เคยผ่านใครมาก่อน

แต่สิ่งที่เขาได้เห็นหละ?

เธอทำแบบนี้ทำไม?...หืมอุ่นจันทร์




“แม่ของเธอป่วยเป็นโรคไตครับ ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล AAA รอการปลูกถ่ายไตเทียม คุณอุ่นจันทร์ก็จะนอนพักที่โรงพยาบาลนั่นด้วย”

“แต่เมื่อวันก่อน เธอกลับไปนอนที่บ้านในสลัมนี้” สอบถามถึงค่ำคืนระหว่างเขาและเธอ

“ผมสอบถามคนแถวนั้นแล้ว พวกเขายืนยันว่าคุณอิ่มและคุณอุ่นจันทร์พักอยู่ที่โรงพยาบาลด้วยกัน ตั้งแต่วันที่แม่เธอป่วยครับ มีบ้างบางวันที่แวะไปเอาข้าวของ จะมาแค่แปบเดียวแล้วครับ” นักสืบยืนยันในสิ่งที่ตนได้ข้อมูลมา  ก็อาจเป็นไปได้ที่คืนนั้นเธอกลับบ้านแล้วคนแถวนั้นไม่รู้ เพราะมันเป็นเวลาค่อนข้างดึกด้วยหนุ่มหล่อคิดในใจ


“แล้วเธอมีใครมาติดพันเยอะหรือเปล่า” เรื่องนี้เป็นปริศนาที่แก้ไม่ตก

“คนมาติดพันไม่มีครับ แต่...เธอรับงานจากโมเดลลิ่งแห่งหนึ่งครับ รับเฉพาะงานทานข้าว ดูหนังฟังเพลงกับลูกค้าที่สนใจ ไม่รับงานที่นอกเหนือไปจากขอบเขตนี้” แม่บ้านแห่งนั้นที่รับเงินจากนักสืบไป ยืนยันชัดเจนในเรื่องนี้ ถึงว่าทำไมเธอถึงยังมีเยื่อบางๆนั่นเก็บไว้ให้เขาได้ทำลาย

“แล้วเธอทำงานพวกนี้มานานหรือยัง คุณได้ถามหรือเปล่า” เจ้าพ่ออสังหาฯ ยังคงซักไซร์ไม่หยุด

“แม่บ้านบอกว่าเกือบๆ 2 อาทิตย์แล้วครับ คิดว่าน่าจะเป็นช่วงที่แม่เธอเข้าโรงพยาบาล เพราะค่าใช้จ่ายในการรักษาค่อนข้างเยอะอยู่พอสมควร และนี่ผมเตรียมรายชื่อของคนที่คุณอุ่นจันทร์เคยไปร่วมรับประทานอาหารมาให้ท่านเรียบร้อยครับ”

“ขอบใจ ทำงานได้ดีมาก ติดตามความเคลื่อนไหวของเธอต่อไปนะ หากพบอะไรไม่ชอบมาพากลติดต่อผมทันที ออกไปได้แล้ว ฟรานซิสจัดการค่าใช้จ่ายให้ด้วย”

“ครับ ขอบคุณมากครับคุณคริส” งานดี เงินดีอย่างนี้ สำนักงานนักสืบเขาทุ่มเทเต็มที่

“เอาะ เดี่ยวครับ แล้ววันนี้เธอไปทานข้าวกับใครที่ไหนหรือเปล่า” เพราะเธอหมดสิทธิ์ที่จะทำอะไรตามอำเภอในนับตั้งแต่ตกเป็นของเขา

“วันนี้ไม่มีครับ พอกลับจากสัมภาษณ์งานเธอก็แวะไปที่โรงพยาบาล ลูกน้องผมรายงานว่าจนถึงตอนนี้เธอก็ยังอยู่ที่นั่น”

“สัมภาษณ์งานอะไร”

“เธอมาสัมภาษณ์งานที่นี้ครับ เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้” นักสืบรายงาน

“อุ่นจันทร์สัมภาษณ์งานที่นี้เหรอ .....ไม่มีอะไรแล้ว...ขอบใจนะ”


ชายหนุ่มใช้ความคิดอยู่ชั่วครู่

“ฟรานซิส”

“ครับคุณคริส ผมขอเวลา 5 นาทีครับทุกอย่างจะเรียบร้อย” ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำสั่ง เพราะเขารู้มันอยู่แกใจอยู่แล้ว

“เดี๋ยวนี้ นายเก่งขึ้นทุกวันนะ” คริสเอ่ยแซวคู่หู


“อยู่ใกล้กันนี่เอง ....อีกไม่นานเจอกันนะครับสาวน้อย”

หนุ่มมาดเข้มอมยิ้มอย่างเขินอาย เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีใครบนโลกเคยเห็นมาก่อน



“อุ่นว่าอะไรนะ ทำไมไม่บอกบอสหละ บอกแล้วใช่ไหมมีอะไรให้บอกกัน” สาวน้อยตรงหน้าของเขานี้น่าสงสาร ต้องมาทำอะไรที่ฝืนใจตัวเอง ทำงานแบบนี้เพราะไร้ทางเลือก

“อุ่นเล่าให้บอสฟังก็แค่อยากบอกเล่าสู่กันฟังแค่นั้นเอง ตั้งใจว่าจะทำถึงแค่สิ้นเดือนนี้ เพราะว่าตอนนี้อุ่นได้งานทำแล้วนะ เงินเดือนก็สูงเลี้ยงอุ่นกับแม่ได้สบายๆเลยอ่ะบอส” หญิงสาวพูดไปยิ้มไป หน้าตาที่สดใสของเธอแบบนี้ชั่งแตกต่างกับครั้งแรกที่เจอนัก ตอนนั้นเหมือนสาวน้อยขี้กลัว ระแวงไปทุกอย่าง

“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เงินที่ขาดอยู่บอสจะให้อุ่นเอง อุ่นตั้งใจดูแลแม่และตั้งใจทำงานแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว” สาวน้อยรีบยกมือปฎิเสธพัลวัน

“ไม่ได้นะบอส เงินตั้งเยอะ อยู่ดีๆจะเอามาให้อุ่นทำไมกัน ไม่เอาอุ่นไม่รับเดี่ยวบอสเดือดร้อน”

“โถ่ อุ่นก็รู้ว่าเราไม่มีปัญญาเรื่องเงิน ไม่รับจากเราอุ่นก็ต้องไปทำงานแบบนั้นแล้วรับจากคนอื่นอยู่ดี เอางี้บอสให้ยืม แล้วอุ่นก็ผ่อนบอส 0% 50 เดือนดีไหม” ชายหนุ่มบอกกล่าวติดตลกแต่เขาหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ

“จะดีเหรอบอส” อุ่นจันทร์เริ่มไขว้เขวทางออกนี้มันก็ดีจริงๆอย่างที่เพื่อนหล่อนว่า แต่อีกใจก็ไม่อยากสร้างปัญญาให้เพื่อนอย่างเขา

“ดี อุ่นเชื่อบอสนะ ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่ เพื่อนกันมีอะไรก็ช่วยเหลือกันอย่างนี้ไง” หญิงสาวตรงหน้าถือว่าเป็นเพื่อนคนแรกของเขา

“ขอบใจนะบอส ที่คอยช่วยเหลืออุ่น ทั้งๆที่อุ่นไม่เคยช่วยอะไรบอสเลย แต่อุ่นอยากให้บอสคิดดอกเบี้ยถึงเป็นเพื่อนกันก็ต้องคิด ไม่อย่างนั้นอุ่นไม่รับเงินจากบอสจริงด้วย” การมีเพื่อนมันดีอย่างนี้เอง จริงๆแล้วเธอเองก็ไม่เคยมีเพื่อนแบบนี้มาก่อน มีก็แค่เพื่อนตอนเรียนมหาลัยร่วมกันทำการบ้าน ทานข้าว ดูหนังบ้าง แต่ไม่ค่อยบ่อยเพราะเวลาว่างส่วนใหญ่เธอจะไปช่วยแม่ทำงาน หรือทำงานพาสทามเวลาแบบวัยรุ่นแทบไม่มี

“ก็ได้ตามใจอุ่น อุ่นจำไว้ เราสองคนเป็นเพื่อนกัน ต้องช่วยเหลือกันนะ” หนุ่มสาวที่ขาดอะไรเหมือนๆกัน พอได้มาเจอกัน พูดคุยกันไม่กี่ครั้ง สามารถเข้าอกเข้าใจอย่างง่ายดายเหมือนแม่เหล็กต่างขั้วนั้นแระ



“เมื่อวานเธอไปลาออกจากโมเดลลิ่งแล้วครับ ทุกคนที่นั่นยืนยัน และนำเงินไปจ่ายค่ารักษาแม่ของเธอครบแล้วด้วยครับ”

“ลาออก แล้วเอาเงินมาจากไหน??” คริสสงสัย

“อันนี้ผมไม่ทราบจริงๆครับ แต่รู้สึกว่าช่วงนี้เธอจะสนิทสนมกับผู้ชายคนนี้ครับ” นักสืบยื่นกระดาษA4 2 ใบให้ผู้ว่าจ้างรายใหญ่

“ธนัชชัย กิจรุ่งเจริญชัย ผู้ถือหุ้นรายใหญ่โรงแรม 6 ดาว นี่มันไอ้หมอนี้นี่หนา รู้จักคบคนจริงๆนะอุ่นจันทร์” ผู้ชายคนนั้นคงรวยไม่ใช่ย่อย เงินที่จ่ายค่ารักษามารดาก็คงมาจากไอ้นี่ส่วนเรื่องหน้าตารูปร่างเขากินขาด CEO หนุ่มคิดในใจ




เช้าวันแรกของการทำงาน อุ่นจันทร์ตื่นขึ้นมาก็เช็คตัวให้มารดา จากนั้นก็ออกไปซื้อหาอาหารมารับประทานด้วยกัน แม้จะอยู่ที่โรงพยาบาล แต่พวกเธอก็ทานอาหารร่วมกันทุกครั้งเมื่อเวลาตรงกัน

“วันนี้แม่ขอให้ลูกโชคดีนะ” คุณอิ่มทานอาหารไป วันนี้ทั้งสองคนเจริญอาหารเป็นพิเศษ

“จ๊ะแม่ เดี่ยวตอนเย็นอุ่นจะรีบกลับนะ จะซื้อน้ำเต้าหู้ของโปรดของแม่มาด้วย อุ่นไปก่อนนะแม่” อุ่นจันทร์เอื้อมตัวไปหอมแก้มมารดาทั้งสองข้าง แรกรอยยิ้มของคนที่ผ่านมาพบเห็น มารดาคือแรงบันดาลใจคือทุกๆอย่างของเธอ



อุ่นจันทร์ได้รับตำแหน่งเลขาส่วนตัวของรองประธานกรรมการบริหาร แม้จะไม่ตรงสายที่เธอจบมา แต่ด้วยชื่อเสียงของบริษัท สวัสดิการ และเงินเดือนที่สูงลิ่วที่บริษัทเสนอมา ไม่มีใครจะปฎิเสธงานนี้แน่นอน

“คุณอุ่นจันทร์นั่งรอในห้องประชุมนี้ก่อนนะครับ อีกเดี่ยวเจ้านายคงจะมาถึง มีอะไรสงสัยใช้โทรศัพท์ตั้งโต๊ะตัวนี้โทรหาผมได้ตลอดเวลานะครับ เบอร์8881 ผมมารุตครับ “หัวหน้าฝ่ายบุคคลเป็นคนมาต้อนรับด้วยเอง

“คะ ขอบคุณคะคุณมารุต” สาวน้อยส่งยิ้มหวานไปให้ผู้อาวุโสตรงหน้า เขาคือคนที่สัมภาษณ์เธอในรอบแรกจำได้ว่าเป็นถึงหัวหน้าฝ่ายบุคคล ไม่คิดไม่ฝันว่าคนเป็นระดับหัวหน้างานจะเป็นคนไปรอรับเธอข้างล่างในวันเริ่มงานเช่นนี้


อาจจะเป็นนโยบายของที่นี่หรือเปล่า!





เสียงเปิดประตูของห้องดัง ทำให้อุ่นจันทร์สปริงตัวขึ้นจากเก้าอี้ หันไปมองหน้าผู้มาใหม่ก่อนจะอ้างปากกว้าง ทำไมโลกมันถึงกลมขนาดนี้


“สวัสดีครับคุณอุ่นจันทร์ วันนี้ผมขออนุญาตแนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะครับ ผมคริส วอลตัน ประธานกรรมการบริหารของวอลตัน เรียลเอทเตสกรุปครับ ยินดีที่ได้ร่วมงานกับคุณอุ่นจันทร์” อุ่นจันทร์มองเขาตะลึง ตะลึงในหน้าตาอันหล่อเหลา การแต่งกายภูมิฐาน และน้ำเสียงนุ่มลึกสุขุม อยู่ๆเธอก็นึกถึงค่ำคืนแสนโหดร้ายนั่นขึ้นมาเฉยๆ รู้สึกคลับคล้ายคลับคลา แต่ก็รู้ดีว่าไม่มีทางเป็นไปได้ คนอย่างเขาคงไม่เคยเฉียดกรายสถานที่แออัดแบบนั่นหรอก อุ่นจันทร์กลืนน้ำลายลงคอ

“สวัสดีคะคุณคริส ขอบคุณที่ให้ดิฉันได้มีโอกาสร่วมงานกับที่นี่นะคะ” สาวน้อยไหว้ขอบคุณ เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงอาการประหม่าออกมาให้ขายหน้า 



“เดี่ยวก่อนครับคุณลาคอส ห้องนี้ห้ามเข้าครับ” บอดี้การ์ดมือดี เอ่ยเสียงนุ่มทุ้ม

“ทำไมหละพี่ เลขาคนใหม่ของผมรออยู่ในห้องนี้ไม่ใช่เหรอครับ” คาลอสไปโวยวายที่ฝ่ายบุคคล เพราะตนเฝ้ารอวันนี้มานานมากๆ จนได้รู้ว่าเธออยู่ตรงไหนของบริษัทจึงรีบมาหาทันที

“ใช่ครับ เธออยู่ในห้องนี้ แต่คุณคริสสั่งห้ามไม่ให้ใครก็ตามเข้าไปครับ”

“อะไรกัน หรือว่าพี่คริสคิดจะทำอะไรเธอ” เอาอีกแล้วพี่ชายของเขา อคติกับผู้หญิงไปทั่วเลยหรือไง นี่คงคิดจะขัดขวางไม่ให้เขาจีบเธอสินะ ไม่ได้การงานนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง

“ก็ได้ครับ งั้นผมจะรออยู่หน้าห้องแห่งนี้ รอจนกว่าอุ่นจันทร์จะออกมา”




“คือผมมีเรื่องจะตกลงกับคุณก่อนที่จะเริ่มทำงานที่นี่.....คืออย่างนี้ผมรู้มาว่าคุณได้ตำแหน่งนี้เป็นเพราะคุณรู้จักกับน้องชายของผมมาก่อนเป็นการส่วนตัว” หญิงสาวตาโตแสดงสีหน้าตกใจ เธอไม่รู้หรือไงว่านั่นมันเป็นยั่วกันชัดๆ....บ้าจริง

“และดูเหมือนว่าเขาจะชอบพอในตัวของคุณอยู่ไม่น้อย ผมในฐานะเจ้าของที่นี่ก็ย่อมไม่พอใจเป็นธรรมดา หากภายภาคหน้าจะมีเรื่องรักๆใคร่ๆระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง มันจะส่งผลเสียคุณอุ่นเข้าใจผมใช่ไหมครับ” ตัดปัญหาต้องตัดแต่ต้นลม คาลอสเองก็ไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวเธออยู่แล้ว แต่ถึงอย่างไรการที่เขาจะไปห้ามปราบเขาก็ทำไม่ได้ ห้ามปราบคนสวยตรงหน้าดีกว่าเยอะ

“คือดิฉันไม่รู้ว่าคุณหมายถึงใคร แต่ขอยืนยันว่าดิฉันไม่ได้รู้จักน้องชายคุณเป็นการส่วนตัว” สาวเจ้ายืนยันหนักแน่น

“คุณไม่รู้จักเหรอ คาลอส วอลตันนะ” หญิงสาวพยายามนึกอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็จำได้ว่าคือพ่อหนุ่มไวน์แดงราคาแพงคนนั้น

“หากคุณคริส ไม่สบายใจดิฉันไม่ขอร่วมงานกับพวกคุณก็ได้คะ จะได้ไม่สร้างปัญหาให้ใคร” อุ่นจันทร์พูดจริง เธอไม่อยากสร้างปัญหาให้ใครทั้งนั้น แต่ไม่รู้ทำไมในใจมันไหวๆแปลกๆ เธอรู้สึกเหมือนน้อยใจผู้ชายตรงหน้าเหลือเกิน


นี่เราเป็นอะไรไป

อยากเป็นเพราะ...หล่อนรู้สึกชื่นชอบเขาอยู่ในใจ...

ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันละมั้ง...


“คุณอุ่นครับ นี่มันคือการทำงานนะครับ ไม่ใช่เด็กเล่นขายของ คุณเซนสัญญาร่วมงานกับเราไปแล้ว ได้อ่านเอกสารทุกหน้าหรือเปล่า ว่าหากทำงานที่นี้ไม่ครบ 1 ปีจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ทางเราเป็นจำนวนเท่าไร หรือจะให้ผมทวนให้ฟังอีกรอบ” ไม่มีวันที่จะปล่อยให้เธอคลาดสายตาไปได้หรอกนะแม่ตัวดี อุ่นจันทร์หน้าซีด เธอลืมนึกถึงข้อนี้ไปได้ยังไง เพราะตอนเซนต์สัญญาฉบับนั้นเธอยังตกใจกับมูลค่าของมันอยู่เลย

“เออ...คือ” ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี เธอไม่มีตัวเลือกอะไรเลย

“ไม่เป็นไร คุณยังเด็กผมไม่ถือ เอาเป็นว่าขอต้อนรับคุณเข้าทำงานที่นี่ ขอให้มีความสุขกับการทำงาน และที่สำคัญหากไม่ใช่เรื่องงาน อยากทำตัวสนิทสนมกับน้องชายของผมเด็ดขาด ผมจะจับตาดูคุณเอาไว้ คุณทำได้ไหมครับ”

“ได้คะ” สาวน้อยรับปากหนักแน่น นอกจากเรื่องงานเธอก็ไม่อยากยุ่งอะไรกับคนระดับพวกเขาอยู่แล้ว คริสอมยิ้มมุมปาก และแล้วก็สามารถกำจัดมารผจญไปได้หนึ่ง เหลืออีกหนึ่ง ขอเวลาเขาคิดแผนการแยบยลอีกหน่อยเถอะ...จะจัดการให้ทุกคนกระเด็นออกไปให้หมดสิ้น


“รอก่อนนะสาวน้อยของผม” คริสคิดในใจมองหน้าสวยที่ตอนนี้ก้มหน้างุด ไม่ยอมมองหน้าเขาอีกเลย



“วันนี้ตอนเลิกงาน ลงมาพบผมที่ลานจอดรถ ผมยังมีเรื่องที่จะตกลงกับคุณอีก”

“แต่เวลาเลิกงานมันเป็นเวลาส่วนตัวของดิฉันนะคะ” หญิงสาวแย้งขึ้น

“ทำไม รับจ๊อบพิเศษเหรอ” คริสยักคิ้วก่อกวนท้าทาย อุ่นจันทร์กำมือแน่น เพราะเหตุนี้นี่เองที่เขาพยายามจะกันให้เธอออกห่างจากน้องชาย เขาคงคิดว่าหล่อนเป็นผู้หญิงอย่างว่าสินะ ... แต่จะผิดอะไรในเมื่อเธอเคยทำงานแบบนั้นจริงๆ เธอกลายเป็นผู้หญิงไม่ดีในสายตาของเขาแล้ว...สาวน้อยเจ็บจี๊ดในใจ

“ปะ เปล่าคะ”

“ก็ดี เย็นนี้เจอกัน” คริสพูดเสร็จก็หมุนกายออกนอกห้อง



“พี่คริส พี่คุยอะไรกับเธอนะ บอกผมมาเดี่ยวนี้นะ” ทันทีที่ออกจากห้อง ญาติผู้น้องตัวดีก็พุ่งเข้าหาเขาทันที

“ไม่มีอะไร ฉันก็แค่แนะนำเรื่องงาน เรื่องทั่วๆไปเท่านั้นเอง นายมีอะไรอีกไหม ฉันมีประชุมไม่ว่างมาไร้สาระอย่างนายหรอกคาลอส” คริสและฟรานซิสเดินออกไปแล้ว จากนั่นเขาก็มองสาวน้อยที่กำลังเดินออกมาจากห้อง

“คุณอุ่น พี่คริสพูดอะไรกับคุยบ้าง บอกผมมาให้หมด” ใช่เขาจริงๆด้วย เขานี่เองเป็นน้องชายของคนใจร้ายคนนั่น

“สวัสดีคะคุณคาลอส ท่านประธานคุณเรื่องงานและเรื่องทั่วๆไปของบริษัทคะ” หญิงสาวตามน้ำ หล่อนจะไม่ทำให้ใครครหาหล่อนได้แน่นอน

“แน่ใจนะครับ?”

“แน่ใจคะ”

“ถ้าอย่างนั้น เราไปทำงานดีกว่าครับ เดี่ยวผมจะสอนงานคุณเอง” คาลอสหน้าระรื่น


วันนี้ทั้งวันคาลอสจะพยายามตีซี้กับหญิงสาวในดวงใจ แต่เขารู้สึกว่าเธอเหมือนมีเรื่องอะไรบางอย่าง มันมีช่องว่างเกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอ พยายามชวนคุย สาวน้อยก็ถามคำตอบคำ พยายามชวนไปทานข้าวตอนเที่ยงเธอก็ปฎิเสธลูกเดียว พอจะพาไปเลี้ยงฉลองเริ่มงานวันแรกตอนเย็น เธอก็อ้างว่ามีธุระกับแม่ เสือคาลาสที่เคยแน่ถึงกับไปไม่เป็นเลยงานนี้



“ตรงเวลาดีนี่ ขึ้นรถสิ” คริสออกคำสั่ง เขาออกมานั่งรอตั้ง 20 นาทีแล้ว....ทำไมเขาต้องรอเธอด้วย??ยังหาคำตอบไม่ได้เหมือนกัน อุ่นจันทร์ขึ้นรถด้วยความกลัวๆ ไม่รู้เจ้านายใจร้ายจะมาไม้ไหนกับเธอ

“ออกรถเลยฟรานซิส”

นั่งมาได้สักครู่ หญิงสาวก็เริ่มกระวนกระวาย

“คุณคริสจะไปไหนคะ”

“จะไปทานข้าว ถามทำไม” หญิงสาวมองหน้าอย่างไม่เข้าใจ ไปทานข้าว.....มันแปลกจนเธอต้องถามขึ้นมาอีก

“แต่คุณคริสบอกว่ามีเรื่องจะคุณกับดิฉันนี้คะ”

“ใช่ คุยไปกินข้าวไปไม่ได้เหรอไง เธอรู้ไหมฉันหิวจะแย่อยู่แล้ว” 


เขาชอบจังเลย...


ที่ได้หยอกล้อกับเธออย่างนี้...


น่ารัก...



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ"

Lantana-Pakakrong


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha