นางบำเรอซาตาน

โดย: Lantana-Pakakrong



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : แคร์


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ห้องอาหารสุดหรู บรรยากาศโรแมนติก คงจะดีหากได้มาทานกับคนรู้ใจ อุ่นจันทร์นั่งทานสเต็กจานหลักพันที่หนุ่มตรงหน้าเป็นคนสั่งให้ บอกว่าไม่หิว บอกว่าจะกลับไปทานพร้อมแม่ เขาก็ไม่สนใจ นอกจากบ้าอำนาจในที่ทำงานแล้วยังมาเผด็จการในชีวิตของเธออีกต่างหาก คิดอย่างขุ่นเคืองใจ

“ไม่อร่อยเหรอ ทำไมนั่งเขี่ยๆอย่างนั้น” จริงๆแล้วเธออยู่ในสายตาคมกริบคู่นั่นตลอด หญิงสาวค่อนข้างเกร็งเมื่ออยู่ต่อเช้าเขา ไม่เหมือนสาวน้อยคนเดิมที่ได้เจอหน้าห้องน้ำ ไม่เหมือนเธอตอนที่นั่งคุยกับไอ้หนุ่มอ้วนลูกเศรษฐีนั่น 


อุ่นจันทร์ยังกลัว ยังหวาดระแวงเขาอยู่

“ก็ดิฉันบอกคุณแล้วว่าไม่ค่อยหิว” สาวน้อยอ๋อมแอ๋มตอบออกมา

“ไม่หิวก็ต้องทาน ตอนเที่ยงก็ไม่เห็นกินอะไรไม่ใช่เหรอ”

“คุณ?”

“ก็ผมบอกคุณแล้ว ว่าผมจะจับตาดูคุณตลอด แล้ววันนี้คุณก็ทำได้ดี หวังว่าจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆนะ” พยายามตีเนียนให้เธอเลิกกลัวเขาสักที อุ่นจันทร์นั่งยืดตัวตรง

“ฉันบอกคุณแล้วว่าฉันจะทำให้ได้ ก็ต้องทำตามคำพูดคะ” หญิงสาวตอบอย่างผ่อนคลาย ก่อนตักอาหารเข้าปากอย่างเป็นธรรมชาติ ใช้เวลาหลายนาทีก่อนที่จะจัดการอาหารจานหลักตรงหน้าจนเกลี้ยง คริสมองสาวน้อยด้วยความเพลิดเพลิน

“ไหนบอกว่าไม่หิว อุ่นทานมากกว่าผมอีกนะ” ชายหนุ่มพูดขึ้นเมื่อเห็นเธอทานเสร็จเรียบร้อยเป็นที่น่าพอใจ ผู้หญิงตรงหน้าตัวเล็กเกินไป ต่อไปต้องให้กินข้าวเยอะๆ ให้โตกว่านี้สักหน่อย อุ่นจันทร์มองหน้าเจ้านายเล็กน้อย ก่อนก้มหน้างุดลงไปมองมือบอบบางที่จับวางประสานกันตรงหน้าตัก เมื่อกี้เธอหูไม่ได้ฝาด เขาเรียกชื่อเล่นเธอแล้วน้ำเสียงนั่น...มันอะไรกัน

“เออ..คุณคริสมีอะไรจะพูดกับดิฉันเหรอคะ”

“ลองแทนตัวเองว่าอุ่นสิ ผมว่าน่ารักกว่าเยอะเลยนะ” สาวๆคนไหนได้ฟัง ไม่รอดสักราย

“เออ...เออทะ ทำไม” เธอกำลังเคลิ้มหรือเปล่านะ?

“ผมเป็นคนจริงจังเรื่องงาน แต่นอกเวลางานผมก็เป็นเหมือนคนทั่วไปนี้แหละ ลูกน้องคนอื่นๆก็เช่นกัน ผมชอบให้แทนตัวเองแบบนี้” เฉพาะคนที่สนิทอย่างฟรานซิสที่รู้จักกันมาหลายสิบปีเท่านั้น สำหรับคนอื่นๆคริส วอลตันถือตัวจะตายใครๆก็รู้

“อ่อ อย่างนี้นี่เอง ต่อไปอุ่นจะแทนตัวเองว่าอุ่นคะคุณคริส แต่ว่าตอนนี้อุ่นขอตัวก่อนได้ไหมคะ คืออุ่นต้องรีบกลับคะ”

“เพิ่งจะทุ่มกว่าๆ ทำไมมีนัดกับแฟนเหรอ?” เสียงเข้มของเขาทำให้หญิงสาวต้องอธิบายให้ฟังอย่างพัลวัน...เธอกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิด


“ปะ เปล่านะคะ อุ่นต้องกลับไปเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาลนะคะ ต้องกลับไปให้ถึงก่อน 3 ทุ่ม คะคืออุ่นพักอยู่ที่นั่นกับแม่นะคะ หึหึ น่าแปลกใช่ไหมคะ” หญิงสาวหัวเราะน้อยๆออกมาแก้เก้อ คนอะไรพักในโรงพยาบาล เขาคงไม่เคยพบเจอคนแบบเธอมากก่อนเป็นแน่

“เธอนอนที่โรงพยาบาลกับแม่ทุกคืนเลยเหรอ” แม้คนของเขาจะยืนยัน แต่เขาก็อยากรู้จากปากของเธออีกครั้งให้มั่นใจ 100%  

“คะอุ่นนอนกับแม่ทุกคืน ก็เรามีกันแค่สองคนนี้คะ ตอนนี้แม่ก็คงกำลังคอยอุ่นอยู่ เดี่ยวต้องโทรไปบอกหน่อยว่ากำลังจะกลับเข้าไป แม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง”

“ก็เอาสิ เดี่ยวฉันไปส่งเอง เธอกลับเองคงไม่ทันแน่ๆ”



สาวน้อยนั่งมองบรรยากาศด้านนอกที่ฝนตกหนัก การจราจรติดขัดไปทั่วพื้นที่ไม่รู้ว่าอีกกี่นาทีถึงจะผ่าสี่แยกไฟแดงจอมโหดที่มีน้ำรอระบายข้างหน้าไปได้ ต่างจากเจ้านายของเธอที่เล่นสมาร์ทโฟนเครื่องหรูอย่างเพลิดเพลิน ไม่สนใจบรรยากาศเคร่งเครียดภายนอกสักนิด

ตึ่ง ตึ่ง แอฟฟิเคชั่นแชทยอดนิยมของบอดี้การ์ดหน้ารถดังขึ้น

W.Chris : เส้นไหนติด ไปเส้นนั่น ถ้าไปถึง ร.พ.ก่อน 3 ทุ่มแกต้องรับผิดชอบ

Super.F : รับทราบครับเจ้านาย

หลายสิบนาทีผ่านไป

“เอาไงดีอุ่น อีก 10 นาทีจะ 3 ทุ่มอยู่แล้ว เราคงไปไม่ทันแน่ๆ ข้างหน้ารถก็ยังติดอยู่เลย” เจ้านายสุดหล่อตามด้วยความเป็นห่วง

“อุ่นขออนุญาต ลงตรงนี้ได้ไหมคะ เดี่ยวอุ่นต่อวินมอเตอร์ไซต์ไปน่าจะพอทัน” จริงๆเธอคิดแบบนี้มานานแล้ว ตั้งแต่ที่เห็นว่ารถไม่ค่อยจะได้ขยับ เลนที่รถอยู่ก็เป็นเลนที่ช้าที่สุดอีก แต่ปากหนักของเธอไม่กล้าเอ่ยออกมา

“น่าจะเหรอ.......ถ้าไม่ทันหละอุ่นจันทร์ แล้วเธอดูตรงนี้มีวินมอเตอร์ไซต์ที่ไหนกัน ฝนก็ตก” ลากแม่น้ำทั้ง 10 สายมายกเป็นเหตุผล

“เอาอย่างนี้ บ้านเธออยู่ไหนหละ เดี่ยวฉันไปส่ง” ถามคนตรงหน้าในที่ที่เขาก็รู้จักดี สาวน้อยหน้าเริ่มซีดเมื่อคิดถึงสถานที่หน้าหวาดกลัวนั้น


...ไม่อยากกลับบ้านเลย


สภาพบ้านห้องแถวทรุดโทรมที่ตอนนี้มีน้ำเจิงนองทั่วพื้นบ้าน เพราะหลังคารั่วทำให้เจ้าพ่ออสังหาฯ ส่ายหน้า

“จะนอนเข้าไปได้อย่างไรสภาพแบบนี้ แล้วดูนะกลอนแบบนี้ ผมเคาะจากด้านนอกสองครั้งก็เข้ามาได้แล้ว เธอไม่กลัวคนจะแอบเข้ามาทำไม่ดีไม่ร้ายเหรออุ่น”

“คือ หื หื...” เสียงสาวน้อยสั่นๆน้ำตาเริ่มคลอ ก่อนนี้มีแม่อยู่ด้วย หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้เธอจะไม่กลัวสักนิด แต่นี้เธออยู่คนเดียว แล้วเหตุการณ์ที่เจ้านายคาดเดามันก็เกิดขึ้นแล้ว ในใจของหญิงสาวก็กลัวเหลือเกินว่ามันจะเกิดขึ้นอีก แต่จะให้ทำอย่างไร...ตัวเลือกของเธอไม่มีเลย

“มีเพื่อนที่ไหนเหรอเปล่า เดี่ยวผมไปส่ง สภาพบ้านแบบนี้ผมไม่ปล่อยให้อุ่นอยู่คนเดียวเด็ดขาด” คริสยื่นคำขาด

“เพื่อนเหรอคะ คะ..คือ” หญิงสาวพยายามนึกถึงเพื่อนๆผู้หญิงที่หล่อนรู้จัก

“ไม่มีเหรอ?” สีหน้าของหญิงสาวเป็นคำตอบอย่างดี 


ตึ่งโป๊ะ....สำเร็จ คริสหัวเราะเสียงดังในใจ

“งั้นเอาแบบนี้นะ บ้านของผมอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลอุ่นไปพักที่นั่นก่อนก็ได้ หรือจะมาอยู่ถาวรเลย ผมก็ไม่ว่า”

“ไม่เป็นไรคะ อุ่นเกรงใจ” สาวน้อยขี้เกรงใจปฎิเสธ

“เอาน่า ตอนนี้วิธีนี้น่าจะดีที่สุด ปลอดภัย ใกล้กับแม่ของอุ่น แล้วผมก็เต็มใจ ยังมองไม่เห็นข้อเสียของมันเลยนะ” เจ้าแผนการสรุปให้ฟัง...ถึงตอนนี้เธอจะตัดสินใจเข้าไปพักแค่คืนเดียว แต่ขอให้เชื่อมือของเขาเถอะ เขาจะจองจำเธอเอาไว้ให้อยู่กับเขาตลอดไปให้จงได้ เจ้าพ่ออสังหายักษ์ใหญ่เริ่มคิดแผนการอันแยบยลต่อไปทันที...







“อุ่นพักห้องนี้นะ เดี่ยวแม่บ้านจะมาจัดการเรื่องเสื้อผ้าให้ ส่วนผมอยู่ห้องถัดไปถ้ามีอะไรสงสัยก็ไปเคาะได้” เจ้าของบ้านแนะนำ

“แค่นี้อุ่นก็เกรงใจคุณคริสมากแล้วคะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” สาวน้อยมอบยิ้มกว้างให้เป็นรางวัลคนใจดี



ห้องนอนกว้างใหญ่เรียบหรู ข้าวของทุกชิ้นดูราคาแพง ถูกจัดตกแต่งไว้อย่างมีสไตล์และลงตัว สาวน้อยคิดฝันไว้ว่าหากโตขึ้นเธอจะทำงานเก็บเงินไว้เยอะๆ เพื่อให้เธอและแม่มีบ้านสวยๆอยู่เหมือนกับคนอื่นเข้าบ้าง แม่เคยกล่าวว่าตอนเธอยังเด็ก พ่อ แม่ เธอก็มีบ้านหลังเล็กๆอยู่ แต่พอพ่อเสีย พี่น้องของพ่อก็ขายบ้านหลังนั้นทิ้ง แล้วนำเงินมาแบ่งกัน แล้วพวกเขาก็ไม่มาสนใจพวกเธออีกเลยนับจากนั้น แม่จึงเข้ามาหางานทำในกรุงเทพ และโชคดีที่มาเพียงวันแรกก็ได้งานเป็นแม่บ้านในคอนโดหรู พี่ๆที่ทำงานก็เลยแนะนำห้องเช่าราคาถูกเดือนละ 1,500 บาทสภาพเก่าในชุมชนแออัดที่เดินทางไม่ไกลนัก


เที่ยงคืนกว่าชายหนุ่มที่ตรวจเอกสารการทำสัญญากลับพันธมิตรทางการค้าเพิ่งเสร็จสิ้น ดวงตายังเบิกกว้างแบบนี้เขาคงนอนไม่หลับง่ายๆ และเมื่อเดินผ่าน เสียงแปลกๆจากห้องของหญิงสาวที่เข้ามาวนเวียนอยู่ในหัวของเขาตลอดหลายวันมานี้ ทำให้เจ้าพ่ออสังหาฯตัดสินใจค่อยๆเปิดประตูเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ๆ อย่าๆ ฮือออ” หญิงสาวหลับตาแต่ดิ้นอย่างทุรนทุราย เสียงละเมอของสาวน้อยที่นอนหลับสนิทบนเตียงกว้าง อุ่นจันทร์ใส่เสื้อกล้ามของเขา เนื่องจากชุดของเธอนั้นเขาให้แม่บ้านจัดการทำความสะอาดไว้สำหรับเช้าวันพรุ่งนี้ คอที่คว้านลึกลงไปจนอะไรที่มันใหญ่เกินขนาด โพล่ออกมาท้าทายสายตาคมแม้เสียงไฟจากด้านนอกจะไม่ชัดมาก แต่ความสลัวของมันก็เพียงพอให้ชายหนุ่มต้องกลืนน้ำลายลงคอ

“สาวน้อย คุณจำผมไม่ได้จริงๆเหรอ” น้ำเสียงแผ่วเบา คริสโอบกอดหญิงสาวไว้เบาๆ พรมจูบเสน่หาทั่วดวงหน้า ลูบไล้ปลอบโยนคนที่กำลังขวัญร้าย ให้ค่อยๆกลับมาสงบอีกครั้ง จริงแล้วคนอย่างเขาไม่มีความจำเป็นต้องอดทนกับสิ่งล่อตาล่อใจอยู่ข้างหน้าอีกต่อไป แต่สัญชาตญาณด้านดีก็สั่งการให้เขาต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป 


อุ่นจันทร์แสนดีคนนี้เธอบอบบาง 

หน้าสงสาร 

ไม่ใช่แบบผู้หญิงที่เขาเคยเจอมา...




“กรี๊ดดด” อุ่นจันทร์ตกใจ แทบไม่อยากเชื่อตัวเอง หล่อนตื่นขึ้นมากในอ้อมกอดอุ่นๆของเจ้านายสุดโหด ที่เมื่อคืนนี้เขาใจดีกับเธอมากๆ หญิงสาวกระโดดลงจากเตียง ลงไปชิดริมหน้าต่างของห้อง คริสที่ตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียเพราะตกใจเสียงร้องโวยวายของสาวเจ้า

“คุณคริสเข้ามาได้อย่างไรคะ? คุณเข้ามาทำไม?” อยากจะร้องไห้ แล้วแบบนี้เธอจะไว้ใจอยู่บ้านเดียวกับเขาได้อย่างไร

“ผะ ผม ก็เมื่อคืนอุ่นละเมอเสียงดังออกไปด้านนอก ผมจึงเข้ามาดูนะสิ”

“เข้ามาดู แล้วคุณมานอนอยู่บนเตียงของฉันแบบนี้ได้อย่างไร” เผลอตวาดเขาเสียงดัง

“อย่าให้ผมต้องพูดอีกรอบนะอุ่นจันทร์ อย่าแทนตัวเองว่าฉันกับผมอีก” เข้ารู้สึกไม่ชอบเอาเสียเลย ที่หญิงสาวทำท่าทีหวาดกวลัวเขาอย่างนี้ ...เหมือนเขาจะน้อยใจเธอ  

เป็นครั้งแรกที่นักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ที่ผ่านการตัดสินใจโครงการระดับมูลค่าหมื่นล้านมาแล้ว แต่ตอนนี้เขากลับไม่มั่นใจในตัวเองเอาเสียเลย เพียงเพราะสาวน้อยตรงหน้าจ้องมองเขาด้วยสายตาระแวดระวัง

“คุณคริสบอกมาก่อนสิคะว่าเข้าในห้องฉัน...เออบนเตียงของอุ่นทำไม”

“ผมไม่ตั้งใจนะอุ่น ก็เหมือนคืนอุ่นละเมอ ผมแค่จับแขนดูว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า แต่อุ่นนั่นแระเป็นคนเกาะผมไว้จนแน่น แกะยังไงก็ไม่ออก” คนฉลาดกว่าด้นสดอย่างหน้าตาเฉย

“แกะไม่ออกจริงๆ แล้วผมก็ง่วงมาก เลยนอนมันเสียเลย” เขาโกหกแต่เป็นการโกหกเพียงครึ่งเดียว ก็จริงนี่ตัวหอมๆ นุ่มนิ่มไปทุกส่วนอย่างนั้นใครมันจะโง่ปล่อยไปได้ลง


“แต่มันไม่สมควรนี่คะ ที่คุณคริสจะเข้ามาในห้องนี้” หญิงสาวพูดไม่ค่อยเต็มปากเต็มคำนัก เธอไม่ชอบ ไม่ชินที่จะมีใครมาทำรุ่มร่ามแบบนี้ แม้ผู้ชายตรงหน้าจะเป็นคนที่เธอชื่นชมมากๆคนนึงก็เถอะ

“เอาเป็นว่าผมขอโทษนะ ต่อไปผมจะไม่ทำอย่างนี้ จะไม่ทำอะไรให้อุ่นไม่สบายใจ” ชายหนุ่มสำนึกผิด... ผิดมากจริงๆที่เขาทำให้กระต่ายตัวน้อยตื่นตูม แบบนี้แผนต่อไปคงยากมากขึ้นกว่าเดิมอีกแน่นอน

“ผมขอตัวนะ เจอกันบนโต๊ะอาหารตอน 7 โมงเช้าก็แล้วกัน” ใบหน้าละห้อยขอเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกไม่สบายใจ หรือเธอจะตอว่าเขามากไปหรือเปล่า...ทำไงดีหละอุ่นจันทร์?



“อุ่นขอโทษนะคะคุณคริส” คริสมองสาวน้อยที่เดินมาหยุดตรงโต๊ะอาหารตรงข้ามกับเขา

“ขอโทษผมทำไมครับอุ่น” แปลกใจอยู่ไม่น้อย เป็นเขาเองตะหากที่ควรขอโทษหล่อนไม่ใช่เหรอ

“ขอโทษที่เมื่อเช้า อุ่นพูดไม่ดีกับคุณคริส คุณคริสอย่าโกรธอุ่นเลยนะคะ” หน้าตาเรียบเฉยของหนุ่มหล่อตรงหน้าทำให้อุ่นจันทร์ตีความหมายไปว่าเขาคงไม่ค่อยพอใจเธอ

“ไม่หรอกครับ ผมจะโกรธอุ่นได้อย่างไร เอาเป็นว่าอุ่นลืมเรื่องนี้ไปเถอะนะ มันจะไม่เกิดขึ้น” ไม่เกิดขึ้นภายในวัน สองวันนี้แน่นอน 

รอหน่อยเถอะ...จะทำให้ทั้งรักทั้งหลงจนไปไหนไม่ได้เลย...


“คุณคริส ส่งอุ่นหน้าป้ายรถเมลล์ข้างหน้าก็พอคะ” จะให้คนที่บริษัทเห็นเธอนั่งรถมากับท่านประธานตอนเช้าได้อย่างไร คงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมหนัก ชายหนุ่มเองแค่เห็นหน้าของสาวน้อยตรงหน้าเขาก็เข้าใจเหตุผลของเธอทันที

“ก็ได้ครับ แต่ตอนเลิกงานอุ่นไปรอผมที่ลานจอดรถผู้บริหารเหมือนเดิมนะ แล้วตอนเย็นเราไปเยี่ยมแม่ของอุ่นกัน” เจ้าพ่ออสังหาบอกกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้หญิงสาวตรงหน้าใจแทบละลาย

“รบกวนจังเลยคะ ไม่เป็น..”

“ผมต้องการไปเยี่ยมแม่ของอุ่น และบอกกล่าวให้ท่านได้รับรู้ว่าอุ่นจะมาพักกับผม ผู้ใหญ่จะได้สบายใจยังไงหละ จะไปนอนอยู่โรงพยาบาลตลอดเวลาได้อย่างไร ทั้งเชื้อโรค สิ่งสกปรก ทั้งไม่สะดวก ตามนี้นะครับ” คริสสรุปด้วยตัวเองเสร็จสรรพเมื่อถึงบริเวณที่จอดรถส่งคน อุ่นจันทร์เองก็ไม่มีเวลาปฎิเสธออกไป เนื่องจากรถเมลล์ที่จ่อด้านหลังตรบแตร่ไล่เสียงดัง




“อรุณสวัสดิ์ครับคุณอุ่น มาเช้าจังเลยนะครับ”

“สวัสดีคะคุณคาลอส คุณคาลอสจะรับกาแฟเลยไหมคะ เดี่ยวดิฉันจัดการให้” อุ่นจันทร์ทำหน้าที่เลขาได้อย่างดีเยี่ยม

“ไม่ดีกว่าครับ อีกหลายนาทีกว่าจะถึงเวลางาน คุณอุ่นไปทานกาแฟด้านล่างเป็นเพื่อนผมหน่อยนะครับ นะ “ คาลอสเสือร้ายของนิวยอร์กออดอ้อน

“แต่ว่า..”

“ไม่มีแต่ครับ ผมรู้ว่าคุณอุ่นไม่อยากคลุกคลีกับคนอย่างผมใช่ม๊า? ตอนเที่ยง ตอนเย็นก็ปฏิเสธตลอด คนอย่างผมอยากเลี้ยงกาแฟลูกน้อง จะทำบ้างไม่ได้เลยเหรอครับ” สาวน้อยลำบากใจไม่น้อยหากเขารู้จะต่อว่าอะไรเธอหรือเปล่า? แต่ก็เห็นใจเจ้านายโดยตรงของตัวเองอยู่เหมือนกัน


แค่ทานกาแฟ...คงไม่เป็นอะไรหรอกนะ


เจ้านายหนุ่มเลขาสาวทานกาแฟด้วยกัน ทั้งสองตกอยู่ในสายตาสาวๆทั้งบริษัท ทุกคนอยากเป็นอุ่นจันทร์กันทั้งนั้น เพราะเธอเหมือนเจ้าหญิงที่มีเจ้าชายรูปหล่อคอยบริการอยู่ใกล้ๆ

“ฉันขอนั่งด้วยคนสิ” คริส สีหน้าเคร่งเครียดเมื่อลูกน้องรายงานว่าหญิงสาวในดวงใจอยู่กับชายอื่น แม้จะเป็นการทานกาแฟด้วยกันในร้านที่เป็นลานกว้าง เขาก็อยู่นิ่งเฉยไม่ได้ จนต้องละจากงานตรงหน้าตามหัวใจมายืนอยู่ตรงนี้ น้องชายตัวแสบและสาวน้อยหน้าสงสารมั่วแต่ตกตะลึง ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะเอ่ยอะไรออกมา เสียงแหลมๆแสบแก้วหูจากซุปเปอร์โมเดลระดับโลกก็ดังขึ้นมาแต่ไกล

“คริสขาเซอร์ไพส์ ไอคิดถึงยูจังเลย” คู่ขาคนล่าสุดของเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์เจ้าใหญ่ดังขึ้น เรียกสายตาจากทั้งสองคนที่นั่งดื่มกาแฟอยู่และพนักงานที่อยู่ในบริเวณนั้นได้เป็นอย่างดี สาวสวยหุ่นบาดใจแบรนด์ทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าเดินนวยนาดไปหาเจ้านายใหญ่ของพวกเขา ก่อนที่จะหล่อนจะหอมแก้มชายหนุ่มโดยที่ไม่สนใจบรรยากาศรอบข้างสักนิด อุ่นจันทร์ถึงกับเบือนหน้าหนีกับบาดใจตรงหน้าและคาลอสก็มากระซิบใกล้ๆ ตอกย้ำให้เธอเจ็บตรงหัวใจอีกรอบหนึ่ง...


“นาตาชา...แฟนพี่ผมเองสวยไหมครับ??”





“มาทำไม” สุ่มเสียงเข้มของคริสถามขึ้นอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ทันที เมื่อมาถึงห้องทำงานสุดหรูชั้นบนสุดของตึก 55 ชั้น

“คริสคะ ทำไมพูดอย่างนี้หละคะ นานาคิดถึงคริสนะคะ “นางแบบสาวเดินทางมาเดินแฟชั่นวีคที่เมืองไทย จึงหาโอกาสมาหาชายหนุ่มทันที เพราะดีกรีและเธอสามารถเป็นคู่ควงของเขาได้นานที่สุดเท่านี้เคยมีมาทำให้หญิงสาวมีความหึกเหิม หนุ่มหล่อโปรไฟล์ดีทุกด้านแบบนี้ใครจะปล่อยไปง่ายๆ ก็โง่เต็มที

“จริงๆผมเป็นคนชัดเจนมากๆแล้วนะนาตาชา ระหว่างเราไม่มีอะไรมากไปกว่าความสัมพันธ์ข้ามคืน คุณวินผมวิน...แยกย้ายตามที่เคยตกลง แต่การที่คุณมารบกวนเวลางานของผมแบบนี้ มันจะมากเกินไปหน่อยไหม? คุณไม่มีสิทธิ์อะไรจำไว้ด้วยสิ ผู้ตรงหน้าหน้าเสีย

“นานาขอโทษนะคริส ถ้าทำให้คุณยุ่งยาก แต่นานาเห็นว่าบริษัทคุณเป็นสปอนเซอร์หลักของงานนี้ เราเองก็รู้จักกันดี มาที่นี้นานาก็ไม่มีเพื่อน แต่ถ้าคริสเห็นว่านานาทำเกินไป นานาต้องขอโทษนะคะ ขอตัวกลับก่อน” เจ้าแม่วงการแฟชั่นตีบทแตกกระจุย หล่อนไม่แสดงอาการเหวี่ยงวีนที่เป็นนิสัยประจำำตัวออกมาให้เป้าหมายเห็น เรื่องอะไรเธอจะทำแบบนั้น รอให้จับให้มั่นคั้นให้ตายก่อนเถอะ...ถึงเวลานั้นเมื่อไรทุกอย่างก็จะมาเป็นของเธอ...ทนอดเปรี้ยวไว้กินหวานนะนานา



“ฟรานซิส เข้ามาพบผมหน่อย” หลังจากคู่ขาคนล่าสุดล้าถอยออกไป เขาก็มีเรื่องสงสัยเกิดขึ้นทันที

“เจ้านายมีอะไรหรือเปล่าครับ”

“นาตาชาบอกว่า เธอมาเดินแฟชั่นที่ไทยแล้วบริษัทของเราก็เป็นเจ้าภาพอีก ทำไมผมไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน”

“เรื่องนี้คุณสมพงศ์แจ้งไว้เมื่อตอนประชุมครั้งก่อนครับ ตอนนั้นแค่บอกว่าจะทำการตลาดให้คนทั่วไปๆทุกระดับรู้จักบริษัทของเราให้มากขึ้น ทางการตลาดเลยไปร่วมงานกับงานแฟชั่นวีคที่จะมาจัดในเมืองไทยครั้งแรก งานนี้มีคนดังจากทั่วทุกสารทิศในเมืองไทยมารวมตัวกัน นักข่าวก็จะมากเช่นกันครับ แล้วอีกอย่างงานนี้คุณลาคอสรับผิดชอบดูแลครับคุณคริส” เลขาผู้รอบรู้เรื่องทั่วไปในบริษัทสรุปให้เจ้านายตัวเองฟัง



ก๊อก ก๊อก

“เชิญ” เสียงเจ้าของห้องกล่าวเสียงทรงอำนาจ สาวน้อยหน้าสวยหวานเดินเข้ามาในห้อง อากาศที่เย็นเฉียบ ความหรูหรา และผู้ทรงอำนาจที่นั่งจ้องมองมายังตัวเธอ ทำให้อุ่นจันทร์ประหม่าไม่น้อย

“ขออนุญาตคะ คุณคริส” หญิงสาวพยายามทำตัวให้เป็นทางการ เรื่องเมื่อเช้าที่เธอได้เจอยังวนเวียนอยู่ในหัว วันนี้คุณลาคอสสั่งงาน เธอทำสลับผิดสลับถูกวุ่นวายไปหมด เจ้าพ่ออสังหาฯส่งสายตาให้ลูกน้องออกไปจากห้องอย่างเงียบๆ


“มีอะไรเหรอครับอุ่น” เสียงหนุ่มเอ่ยถาม เรื่องเมื่อเช้าที่หล่อนลงไปทานกาแฟกับน้องชายแทนที่เขาจะโกรธ เป็นอันต้องยกผลประโยชน์ให้จำเลยไปก่อน

“คุณคาลอสให้ดิฉันนำหมายกำหนดการงานแสดงแฟชั่นโชว์ของอาทิตย์หน้ามาให้คะ” หญิงสาวยื่นเอกสารไปให้ซึ่งตัวเธอยืนห่างจากโต๊ะเขาเป็นวา แต่แทนที่คริสจะรับเอกสารในแฟ้มนั้นไว้ เขาปัดมันออก แล้วจับมือนุ่มนิ่มออกแรงกระชากจนหญิงสาวพุ่งตัวเข้ามากอดเขาเต็ม



“โอ้ย” สาวน้อยร้องตกใจกับเหตุการณ์ใจหายเมื่อสักครู่นี้ แต่สักพักก็ร้องโวยวายอีกเมื่อคนร้ายกาจกอดรัดเธอแน่น

“ปล่อยคะ ปล่อยดิฉันเดี่ยวนี้คะ ปล่อยยยยยยยย” อุ่นจันทร์ดิ้นขลุกขลิกไปมาบนเก้าอี้แข็งแกร่ง

“ไม่ปล่อย ผมบอกอุ่นว่าอย่างไร ห้ามเรียกตัวเองว่าอุ่น จำได้ไหม”

“จำได้คะ แต่ว่า.....อือออ” เรียวปากกระจับอวบอิ่มที่พูดต่อล้อต่อเถียงเขาอยู่ถูกกวาดต้อนด้วยริมฝีปากหนา ความหอมหวานทำให้เขาหลงใหล จากที่จะจูบลงโทษสาวน้อยจอมดื้อแค่แปบเดียว 

ตอนนี้มันไม่ใช่ มันมีความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งเข้ามาสอดแทรกมาด้วย 

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้หญิงคนนี้....กับอุ่นจันทร์แค่คนเดียว





“ฮือ” เสียงครางในลำคอ และอาการของสาวน้อยตรงหน้าทำให้คริสต้องผละออกจากริมฝีปากบางอย่างแสนเสียดาย 

นี่เขาทำอะไรลงไป 

เสียความควบคุมอีกแล้ว

...ตลอดเลยสิน่า


“ผมขอโทษครับอุ่น อย่าร้องไห้นะครับคนดี” ความเศร้าสร้อยในดวงหน้าสวยนั้นทำให้เขาถึงกับไปไม่ถูก สาวน้อยไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่รีบวิ่งออกไปจากห้องนั้นโดยเร็ว คริสวิ่งตามออกไปจนถึงในลิฟต์ โดยมีสายตาของฟรานซิสมองตามไป ชายหนุ่มลากจูงให้เธอเดินตามไปในชั้นจอดรถของผู้บริหาร

“ปล่อยดิฉันนะคะคุณคริส ฉันจะกลับไปทำงาน” พยายามขัดขืน

“อยากให้ผมเป็นประสาทใช่ไหมอุ่นจันทร์ เลิกแทนตัวเองแบบนั้นได้แล้ว ขึ้นรถเรามีเรื่องต้องคุยกัน” ท่านประธานหนุ่มบังคับให้เธอขึ้นรถ ก่อนที่ตัวเขาเองจะรีบวิ่งไปยังตำแหน่งคนขับ รถยุโรปคันหรูวิ่งออกไปด้วยความเร็วสูงตามใจนึก เขาเองก็ไม่เคยขับรถในเมืองไทยมาก่อน สุ่มสี่สุ่มห้าจนตอนนี้จีพีเอสบอกว่ากำลังมุ่งหน้าไปชลบุรี

“คุณคริสจะไปไหนคะ” อุ่นจันทร์ที่นั่งเงียบมานานตัดสินใจถามขึ้น ชายหนุ่มหันไปมองหน้าเธอเล็กน้อย แล้วหันกลับมาดูเส้นทางต่อโดยไม่พูดจาใดๆ รถจอดสนิทบริเวณอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของ จ.ชลบุรี


เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ยืนกอดอก ดูแผ่นน้ำที่ต้องลมแรงจนเกิดเป็นคลื่น เขายืนรอคอยสาวน้อยในรถอย่างใจเย็น ทั้งหมดเป็นเพราะเขาเองที่ทำให้เธอหวาดกลัวอีกแล้ว...ดูเหมือนครั้งนี้จะหวาดกลัวหนักกว่าเดิมหลายเท่า ผ่านไปร่วม 30 นาที อุ่นจันทร์ลงจากรถ เดินขยับเข้าใกล้เขามากขึ้น

“เรามีอะไรต้องคุยกันเหรอคะ” เสียงเรียบๆถามออกไป ใบหน้าเหม่อมองไปยังวิวสวยตรงหน้า

“ผมขอโทษครับ ไม่ได้ตั้งใจจะรังแกอุ่นนะ แต่อุ่นทำให้ผมสติแตก” หญิงสาวหันมองคิ้วขมวดทำสีหน้าไม่เข้าใจ

“เพราะอุ่น แทนตัวเองว่าฉันแล้วยังมาทำตัวเหินห่างกับผมอีก” คนน้อยใจแต่ไม่รู้ตัวเองพูดออกไป

“ก็เป็นที่ทำงานนี้คะ ฉัน..เอออุ่นอยากให้มันเป็นทางการ เดี๋ยวคนอื่นจะว่าเอาได้”

“แต่ผมบอกอุ่นแล้วนี่ ถ้าเป็นอุ่นผมอนุญาต ใครที่กล้านินทาผมจะไล่ออกให้หมด” สาวน้อยถอนหายใจเบาๆ

“ตามใจคุณคริสเลยคะ อุ่นไม่มีสิทธิ์ขัดใจอะไรอยู่แล้ว พวกเรากลับได้หรือยังคะ อุ่นยังมีงานอีกหลายอย่างให้รีบจัดการ” น้ำเสียงเรียบๆเช่นเดินนั้นทำให้เจ้าพ่อคริสไม่สบายใจ

“อุ่นแน่ใจเหรอว่าเข้าใจ เข้าใจแล้วยังทำเฉยชากับผมแบบนี้อีกเหรอ?”

“อุ่นเข้าใจดีคะ แล้วแบบนี้ก็ปกติดีทุกอย่างด้วย” เธอเริ่มจะโมโหขึ้นมาบ้างแล้ว

“ไม่ปกติสิ ถ้าปกติจะเฉยเมยกับผมแบบนี้เหรอ หรือว่าเป็นเรื่องของนาตาชา...ผมกับ..”

“ไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้นคะ คุณจะเป็นอะไรกับใครก็ไม่เกี่ยวกับอุ่น กลับออฟฟิศกันเถอะอุ่นอยากทำงานแล้ว” 


นั่นไง...เธอหึงเขาจริงด้วย...


“เกี่ยวสิ เพราะผมแคร์อุ่นนี่หน่า ผมกับนาตาชาเราไม่ได้เป็นอะไรกันนะ เธอแค่มาทำงานที่เมืองไทยแล้วมาหาผมเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรไปมากกว่านั้น” อุ่นจันทร์ใจสั่นเล็กน้อย ถ้าฟังไม่ผิดเขาพูดว่าเขาแคร์ความรู้สึกของเธอ

“แต่คุณคาลอสบอกว่าเธอเป็นคนรักของคุณคริสนี่คะ” สาวน้อยเถียง

“ระหว่างผมกับคาลอสอุ่นคิดว่าควรเชื่อใครดีหละ” เขาเลิกคิ้วถาม


“สำหรับผม ผมไม่เคยเชื่อในความรัก ไม่เคยมีคนรักมาก่อน แต่ตอนนี้...เออ เออ ชั่งเถอะ” ตั้งแต่ที่ได้เจออุ่นผมก็เริ่มไม่ค่อยแน่ใจตัวเองเหมือนกัน ยามเมื่อเห็นเธอทานข้าวกับผู้ชายคนอื่นๆเขาหงุดหงิดทุกครั้ง แต่พอได้มาทำความรู้จักมักคุ้น ความสัมพันธ์หวาบหวามที่คะนึงหา พอยิ่งมาอยู่บ้านเดียวกันความรูสึกต่างๆก็เพิ่มขึ้น ชัดขึ้นไปทุกที อยากอยู่ด้วยกันตลอดทั้งวันทั้งคืนเลยจริงๆ

...เธอร่ายมนต์ใส่เขาหรือเปล่า? 

คนอย่างคริสจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยเหรอ...

หากพ่อแม่ หรือฟรานซิสรู้ คงไม่มีใครเชื่อ


“อุ่นเชื่อผมเถอะนะครับ” ท่านประธานอ้อนวอน อุ่นจันทร์รู้สึกเขินอย่างประหลาด ทำไมต้องมาบอกเรื่องนี้ให้ฟังด้วยเล่า...ไม่ได้เป็นแฟนกันเสียหน่อย...หญิงสาวบิดม้วนไปมา

“เรากลับกันเถอะครับ ต้องไปเยี่ยมแม่ของอุ่นอีก” เมื่อเห็นสาวน้องพยักหน้า ชายหนุ่มก็ถือวิสาสะจับมือแล้วเดินต่อไปข้างหน้าพร้อมกัน...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ"

Lantana-Pakakrong


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha