นางบำเรอซาตาน

โดย: Lantana-Pakakrong



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : งานเข้า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“แม่ขา” อุ่นจันทร์โผล่เข้ากอดมารดาด้วยความคิดถึง

“อะไรกันลูก หืม..แล้วนี้มาทำอะไร เลิกงานก่อนเวลาเหรอ” ผู้ป่วยถามขึ้นพร้อมกับหันไปมองฝรั่งตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างๆบุตรสาว

 “แม่คะ นี้คุณคริสเจ้านายของอุ่นเองคะ”

“สวัสดีครับ คุณแม่” คริสพนมมือไหว้อย่างเก้งกัง

“ไหว้พระเถอะพ่อหนุ่ม แล้วเป็นไงมาไง ถึงมาอยู่นี่หละลูก?

“คืออย่างนี้ครับ พอดีนัดคุยกับลูกค้าใกล้ๆที่นี่ แล้วเสร็จไว ผมเลยถือโอกาสมาเยี่ยมคุณแม่ด้วยครับ” คริสอธิบายเสร็จสรรพจนคนฟังไร้ข้อกังขา

“อ่อ ขอบใจมากนะคุณ อุ่นเจ้านายคนนี้เหรอเปล่าลูกที่หนูโทรมาเล่าให้แม่ฟังเมื่อเช้า”

“ใช่จ๊ะแม่ คุณคริสคนนี้นี่แหละจ๊ะ” สาวสูงวัยหันหน้าไปยิ้มให้ในความมีน้ำใจของคนตรงหน้า

“มีอะไรกันเหรอครับ” เขาเลิกคิ้วงุงงง 

“ไม่มีอะไรหรอกคะคุณคริส อุ่นแค่โทรมาเล่าให้แม่ฟังเรื่องเมื่อคืนคะ” สองแม่ลูกยิ้มแย้ม พลอยทำให้คนที่เห็นรอยยิ้มนั่นมีความสุขไปด้วย

“ขอบใจจริงๆนะพ่อคุณ อุ่นมันโชคดีจริงๆที่มีเจ้านายใจดีแบบนี้”

“ไม่เป็นไรครับคุณแม่ มีอะไรก็ช่วยๆกันไป ผมชอบที่อุ่นเป็นคนกตัญญูแบบนี้” คริสพูดออกมาจากใจจริง ส่วนคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนก็พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ชายหนุ่มตรงหน้าดูเหมือนจะจริงใจกับลูกสาวนางพอใช้ได้ แต่วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็สุดแล้วแต่บุญวาสนาก็แล้วกัน พูดคุยกัยสักพักฝรั่งตาน้ำข้าวก็เอ่ยขึ้น

“ผมว่าที่นี้ดูจะคับแคบไปหน่อยนะครับ ถ้ายังไงผมเดี่ยวผมให้เลขาจัดการเรื่องย้ายโรงพยาบาลและหาหมอเก่งๆมารักษาคุณแม่ดีกว่า” 

“โอ้ย พ่อหนุ่มไม่ต้องลำบ่งลำบากหรอก อยู่ที่นี่แม่ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว เตียงใกล้ๆนี้ก็รู้จักกันดี เขาคุยสนุก ไม่เหงาทั้งวันนั้นหละลูกเอ่ย” นางอิ่มเล่าให้ฟังอย่างมีความสุข นางพอใจในสิ่งง่ายๆที่มีแบบนี้แหละ ไม่ต้องขวนขวายอะไรมากมาย

“อุ่นตั้งใจทำงานนะลูก ให้สมกับที่เจ้านายเมตตา” มารดาลูบผมอย่างอ่อนโยน

“จ๊ะแม่ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ แม่ก็เหมือนกันห้ามดื้อกับคุณหมอเด็ดขาด” ลูกสาวแอบล้อเลียนมารดา ภาพตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มหนึ่งเดียวยิ้มออก เมื่อใกล้หมดเวลาเยี่ยมเขาก็เอ่อขอตัว

“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับคุณแม่ แล้วจะมาเยี่ยมทุกๆวันครับ”

“ไปก่อนนะคะแม่ อุ่นรักแม่ที่สุด” สองแม่ลูกกอด หอมแก้มร่ำลากัน


ระหว่างทางกลับบ้านทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกัน นั่งฟังเพลงสบายๆในบรรยากาศฝนพร่ำ แต่คริสกับรู้สึกอบอุ่นเพียงแค่มีเธออยู่ข้างกาย

“ขอบคุณคุณคริสมากนะคะเรื่องของแม่และเรื่องที่พักที่บ้านหลังนี้อีก” อุ่นจันทร์เอ่ยเมื่อเดินทางมาถึงคฤหาสน์หลังงาม

“ผมบบอกอุ่นแล้วไง ว่าอุ่นคือคนสนิทคนพิเศษของผมเรื่องแค่นี้ไม่หนักหนาอะไรสำหรับผมหรอก แล้วผมก็อยากช่วยด้วย” อยากเห็นเธอมีความสุข และเรื่องมารดาก็เป็นความสุขอีกอย่างของเธอ มันเลยกลายเป็นความสุขของเขาไปด้วยโดยปริยาย




ความสัมพันธ์มากเกินกว่าเจ้านายและลูกน้องดำเนินต่อไป อุ่นจันทร์อาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับเจ้านายสุดหล่อมาเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์เต็ม ตื่นเช้ารับประทานอาหารด้วยกัน ไปทำงานพร้อมกัน ก่อนที่หญิงสาวจะลงจากรถก่อนถึงหน้าบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เพิ่งเข้ามาลงทุนในเมืองไทยได้ไม่นานมานี้ ก่อน 1 ป้ายรถเมล์เสมอ ตอนเย็นทั้งคู่ก็กลับพร้อมกัน ทุกๆวันจะแวะไปเยี่ยมมารดาของอุ่นจันทร์ที่ป่วยอยู่เป็นเวลา 1 ชั่วโมงนิดๆเป็นประจำ  เพียงแค่หนึ่งสัปดาห์คริสรู้สึกเหมือนจะห่างกับหญิงสาวไม่ได้ ขนาดตอนเที่ยงชายหนุ่มยังต้องลงมารับประทานอาหารในห้องอาหารสำหรับพนักงานเป็นประจำ เพื่อให้เธอคนนั้นอยู่ในสายตาตลอดเวลา อุ่นจันทร์ก็เช่นกัน เธอซาบซึ้งในน้ำใจของเจ้านายหนุ่มที่มีให้ แม้จะโดนลวนลามบ้างยามเผลอก็ตาม แทนที่เธอจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่พอได้เห็นหน้าสำนึกผิดของคนหล่อ เธอก็โมโหเขาเป็นจริงจังไม่ลง ต่างไปจากเมื่อก่อนมากเลยทีเดียว...อาจเป็นเพราะหัวใจดวงน้อยๆเริ่มหวั่นไหวบ้างหรือเปล่า...ไม่อยากคิดไปเลย


“ตอนเย็นไปพร้อมกันนะครับ” ชายหนุ่มพูดขึ้นขณะนั่งรถไปทำงานเหมือนเช่นทุกวันตอนเช้า

“จะดีเหรอคะ เราไปเจอกันในงานดีกว่า อุ่นไม่อยากให้ใครมองคุณคริสไม่ดี” เธอแคร์เขา 

“ไม่เห็นเป็นไร แล้วอุ่นจะไปงานยังไง” ส่งคำถามและสายตาห่วงใยไปให้เหมือนทุกๆวัน เมื่อเธอมีปัญหาหรือเรื่องไม่สบายใจ

“ไม่ต้องห่วงคะ อุ่นไปพร้อมคุณคาลอส...เออแต่มีพี่ๆคนอื่นๆไปด้วยอีก 3 คนนะคะ”หญิงสาวพูดความจริง และอธิบายเหตุผลประกอบ เพราะหากผู้ชายตรงหน้าไม่พอใจเธอขึ้นมาอีก จะเป็นเธอที่โดนคนตัวโตเอาเปรียบโดนรังแกทุกทีไป

“งั้นก็แล้วไป อุ่นสัญญากับผมแล้วนะว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเจ้าคาลอสมัน” สายตาน่าสงสารแบบนี้ ใครได้เห็นเป็นต้องใจอ่อนทุกคนไป

“แน่ใจคะคุณคริส คุณคริสเชื่อใจอุ่นได้ 100% คะ” สาวน้อยแจกยิ้มหวาน ชายหนุ่มลูบหัวหล่อนอย่างรักใคร่แบบเผล่อตัว

“เออ ..ผมขอโทษครับ” ชายหนุ่มตะกุกตะกักขอโทษจริงสาวตรงหน้าเป็นพัลวัน อุ่นจันทร์กำมือแน่น ไม่อยากแสดงอาการเขินขายออกไปให้ขายขี้หน้า...หัวใจเต้นแรงจังเลย

“จะถึงป้ายแล้ว อุ่นขอตัวนะ เจอกันในงานเย็นนี้คะ” หญิงสาวพูดจบรถก็หยุดส่งเธอพอดี




ตอนบ่าย

“เซอร์ไพรส์จร้าลูกแม่” คริสเงยหน้ามองผู้มาใหม่ที่เขารู้ดีว่าเป็นใคร แต่ไม่คิดว่าจะได้เจอกันในวันนี้

“แม่ พ่อ มาได้อย่างไรครับ”

“ก็แม่แกนะสิ รู้ว่าวันนี้จะเป็นงานเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการ ก็เลยชวนพ่อมาให้กำลังใจแก” คุณโคดี้บอกบุตรชาย

“ก็แม่คิดถึงแกไง คริสไม่คิดถึงแม่เหรอลูก” มาดามจัสมิน วอลตันค้อนวงใหญ่ใส่บุตรชายคนเดียว ที่เป็นทั้งแก้วตาดวงใจของนาง

“โถ แม่ครับ ใครว่าผมไม่คิดถึงแม่ ผมคิดถึงพ่อกับแม่ที่สุดเลยครับ” หนุ่มหล่อเดินเข้ามากอดมารดา

“ให้มันจริง ไม่ใช่มัวแต่ทำงานไม่สนใจโลกหรอกนะ แต่ไม่เป็นไร แม่มีอีกคนมาเซอร์ไพส์แกตัว เข้ามาได้จ๊ะ” มาดามวอลตันตะโกนให้ใครอีกคนหนึ่งเข้ามา

“มิเกล” คริสพูดเหมือนละเมอ

“ไงหละ ตกตะลึงเลยเหรอลูก” มาดามจัสมินหัวเราะอย่างมีความสุข

“สวัสดีคะพี่คริส มิเกลคิดถึงพี่คริสจึงเลย” คู่หมั้นสาวเดินเข้าไปหอมแก้มชายหนุ่มเป็นการทักทาย คริสยังคงตกใจอยู่ สติไม่กลับมาเข้าที่ จึงปล่อยให้หญิงสาวทำตามอำเภอใจได้ตามใจชอบ

“งานวันนี้ไม่มีอะไรติดขัดใช่ไหมคริส” ประธานจากสำนักงานใหญ่ถามขึ้นเรียกสติเขากลับคืน

“ไม่มีครับพ่อ”

“ดีแล้วจ๊ะลูก หนูมิเกลแม่ว่าเราไปช้อปปิ้งแล้วก็แต่งตัวดีกว่า วันนี้วันดีแม่จะเปิดตัวว่าที่สะใภ้ของวอลตันกรุ๊ปด้วย คุณโคล คริสรอแม่อยู่ที่นี้นะลูก เดี่ยวตอนเย็นเรา 4 คนจะไปที่งานพร้อมกัน” สองสาวสวยต่างวัยคุยกระนุ้งกระนิ้งเข้ากันเป็นอย่างดี เดินออกจากห้องทำงานหรูนั้นไป

“ไง คริส ไม่สบายใจเรื่องหนูมิเกลหรือเปล่า" เดาจากท่าทางของลูกชายว่าน่าจะใช่

"เปล่าครับพ่อ" เขาเลือกที่จะปฎิเสธ แม้จริงๆแล้ว บิดาของเขาจะเดาถูกก็ตาม

"ยังไงก็ตามใจแม่เขาหน่อยแล้วกัน ช่วงนี้ยิ่งสุขภาพก็ไม่ค่อยจะดี ก็ได้หนูมิเกลนี่หละที่เทียวไปเทียวมาคอยดูแลจนเพิ่งหายป่วย ก่อนเดินทางมาที่นี้ไม่กี่วันเอง”

“คุณแม่เป็นอะไรครับคุณพ่อ ทำไมผมไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน” ทุกคนปิดบังอะไรเขาไว้

“ไม่ได้เป็นอะไรมาก แม่แกไม่อยากให้แกไม่สบายใจ อย่ากังวลเลย พ่ออยู่ทั้งคนไม่ปล่อยให้แม่แกเป็นอะไรหรอกนะ” คุณโคดี้ตบบ่าลูกชายอย่างให้กำลังใจซึ้งกันหละกัน







นักข่าวทั้งในและต่างประเทศรัวกดชัตเตอร์ตั้งแต่ที่เห็น เมอร์ซิเดส เบ็นซ์ รุ่น S-600 Pullman ขับเลียบมาจอดบนพื้นพรมสีทองที่หรูหราอลังการ สำหรับงานเปิดตัวบริษัทยักษ์ใหญ่และงานแฟชั่นโชว์ระดับโลก แต่ไฮไลต์ของงานนี้ไม่ได้อยู่ที่จุดประสงค์หลักของงานแต่อย่างใด นักข่าวและคนทั่วไปให้ความสัมคัญกับเรื่องการเปิดตัวว่าที่สะใภ้ของตระกูลวอลตัน ที่วันนี้ยังบังเอิญมาโคจรเจอกับนางแบบสาวสุดฮอตอย่างนาตาชา ที่เพิ่งมีภาพหลุดออกมาล่าสุด งานนี้งานเดียวเหยี่ยวข่าวทุกคนคงโกยโบนัสสิ้นปีไปเกินกว่าครึ่ง ทั้งสี่ลงจากรถยืนแจกรอยยิ้มหน้ากระดานให้นักข่าวเก็บภาพสมใจ

“เรื่องคู่หมั้นตกลงเป็นเรื่องจริงใช่ไหมครับคุณคริส” นักข่าวจากสำนักต่างประเทศถามขึ้นเสียงดัง เจ้าตัวเองได้แต่ส่งยิ้มกลับไป ไม่ตอบอะไรออกไป คุณโคดี้ควงมาดามจัสมินเดินเข้างาน แล้วตามด้วยคู่ของคริสและมิเกล  ทันทีที่สี่คนปรากฏตัวขึ้นในงาน ต่างเรียกสายตาจากแขกผู้มีเกียรติได้เป็นอย่างดี สาวๆชะม้ายชายตามองประธานหนุ่มรูปหล่อด้วยความเสียดาย หากเขายังไม่มีเจ้าของ งานนี้ต้องมีผู้สมัครหลายคนที่สนใจตำแหน่งมาดามน้อยของวอลตันกรุ๊ปเยอะมากๆแน่นอน เสียงซุบซิบนินทา ปะปนความอิจฉาบ้างเข้าหูของสาวน้อยในชุดเดสสีชมพูน่ารักเข้าอย่างจัง เธอมองพวกเขายิ้มและควงแขนเข้ามาในฮอลล์ตัวความชื่นมื่นอยู่ในมุมมุมหนึ่งของงาน เพราะเป็นแค่พนักงานเล็กๆที่ได้รับเกียรติมาร่วมงานนี้เพียงแค่นั้น


“อุ่นครับ อยู่นี้เองผมหาคุณตั้งนาน”

“คุณคาลอสมีอะไรให้อุ่นรับใช้หรือเปล่าคะ” หญิงสาวสอบถามขึ้นก่อนวางแก้วน้ำผลไม้แสนอร่อยไว้บนโต๊ะข้างๆ

“เปล่าครับ วันนี้อุ่นสวยมากเลยนะครับ” ชุดก็สวย คนยิ่งสวยไปจากทุกๆวัน คาลอสใจสั่นตั้งแต่เห็นเธอครั้งแรก

“แหม่ ไม่ต้องชมกันแบบนั้นหรอกคะ สาวๆในงานนี้สวยกว่าอุ่นตั้งเยอะ” ทั้งสวย ทั้งดูหรู ดูสง่างามกันทุกๆคน

“ไม่จริงครับอุ่นสวยที่สุด แต่บางคนอาจจะสวยแต่น้อยกว่าอุ่นไปนิดหนึ่งนะผมว่า”

“ขอบคุณนะคะคุณคาลอส”

“ไม่เป็นไรครับ แหม่พอพูดถึงหน่อยก็ปรี่มาพอดี ตายอยากตายเย็นจริง” คาลอสปรายตาไปมองคู่กัดตัวแสบที่เดินเคียงคู่มากับป้าสะใภ้ของเขา

“สวัสดีครับคุณป้า” ผู้น้อยทัก

“ว่าไง คาลอสป้าก็นึกว่าใครยืนเด่นอยู่กลางงาน” สาวสวยข้างๆแบะปากมองบน แต่ชายหนุ่มก็ไม่สนใจ

“ป้าก็..ชมแบบนี้ผมก็เขินเป็นนะครับ ป้าครับนี่อุ่นจันนทร์เลขาผมครับ อุ่นครับมาดามจัสมิน วอลตันแม่พี่คริสเขา”

“สวัสดีคะคุณท่าน” อุ่นจันทร์ไหว้ผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม

“จ๊ะ น่ารักจังเลยหนูอุ่นจันทร์ ไหว้ก็สวย” มาดามชื่นชมด้วยความจริงใจ เนื่องจากเธอก็มีสายเลือดคนไทยอยู่ สืบด้วยมารดาเป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน วัฒนธรรมของไทยหลากหลายอย่างนางได้ซึมซับผ่านทางมารดาอยู่มาก

“ขอบคุณคะคุณท่าน”

“ใช่ไหมครับ คุณป้าเลขาขอผมสวยกว่าใครแถวนี้ตั้งเยอะ”

“นายหมายถึงใครคาลอส”

“อะไรกัน คุณก็รีบร้อนตัวไปนะมิเกล”

“ก็ฉันฉลาดไง เลยรู้ว่าที่นายกำลังแขวะมันคือฉัน”

“พอๆ สองคนนี้เจอกันเป็นกัดกันตลอด อายน้องเขาบ้างสิ ป้าขอโทษนะหนูอุ่น สองคนนี้ทำตัวเป็นเด็กๆ ไม่โตสักที”

“โถ่ป้าครับ พูดแบบนี้สาวๆก็หนีผมหมดกันพอดี” ป้าหลานหัวเราะ แล้วนางก็สังเกตเห็นหลานชายมองเลขาสาวด้วยสายตาพิเศษคนอย่างนางหรือจะมองอะไรไม่ออก

“ทั้งเก่ง ทั้งหล่อ เป็นคนดีอย่างคาลอส ป้าว่าใครปฏิเสธต้องมีปัญญาทางการมองเห็นแล้วหละนะ” มาดามใหญ่หัวเราะมีความสุข

“ป้าไปก่อนนะ ต้องไปต้อนรับแขกคนอื่นๆอีก” คุณจัสมินเดินออกไป

“คุณอุ่นคะ ระวังตัวไว้นะคะ นายนี่ไม่ได้ดีอย่างที่ใครๆเห็นหรอกคะ” มิเกลทิ้ระเบิดก่อนจะสาวเท้าเดินตามว่าที่แม่ยายออกไป

“ยัยมิเกล ยัยปากมอม คุณอุ่นอย่าไปฟังยัยนั้นนะครับ”

“คุณคาลอสคะ ว่าคุณมิเกลอย่างนี้ไม่น่ารักเลยนะคะ” เอ็ดเจ้านายหนุ่ม

“ผมหละเซ๊ง ไม่รู้คุณป้าพี่คริสคิดอย่างไง จะให้ยัยนี้มาเป็นพี่สะใภ้ผม ต่อไปผมคงเป็นโรคประสาท” ชายหนุ่มจริงจัง แต่อีกหนึ่งคนหน้าสลด มองชายในดวงใจที่กำลังพูดคุยกับนักการเมือง นักธุรกิจคนดังอยู่ตรงโซนโต๊ะวีไอพี



เขาสองคนคู่ควรกันยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยก ...ตัดใจเสียเถอะอุ่น

เธอกับเขาไม่มีวันเป็นไปได้หรอก





“สวัสดีครับ ผมคริส วอลตัน ประธานกรรมการบริหารวอลตันกรุ๊ป ไทยแลนด์ ขอขอบคุณสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ที่มีส่วนช่วยสนับสนุนนโยบาย และส่วนช่วยในการขยายธุรกิจในเครือวอลตันกรุ๊ป ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นประโยชน์โดยตรงในการช่วยให้เศรษฐกิของไทยและประเทศอื่นในภูมิภาคเติบโตขึ้นต่อไปในอนาคต” เมื่อประธานในพิธีกล่าวเสร็จสิ้น เขาได้รับเสียงตรบมือกึกก้องไปทั่วทั้งฮอลล์ขนาดใหญ่ที่ใช่สำหรับจัดงานในค่ำคืนนี้ อุ่นจันทร์มองชายหนุ่มบนเวทีด้วยความชื่นชม ไม่ต่างจากบุคคลอื่นๆ ที่ชื่นชมและชื่นชอบในตัวผู้บริหารไฟแรงของบริษัทยักษ์ใหญ่แบบนี้


“ทำได้ดีมากลูกแม่” มาดามกล่าวชื่นชมลูกชายอยู่ขณะที่นั่งโต๊ะวีไอพี

“เดี่ยวสิคุณ งานยังไม่จบเลย ดูฝีมือกันต่อไป” คุณโคดี้ขัดภรรยาอย่างไม่จริงจังนัก

“จริงๆ งานนี้ไม่ใช่ฝีมือผมหรอกครับ ต้องยกความดีความชอบให้คาลอสเขา”

“มิเกลไม่อยากเชื่อ ว่านายนั้นจะมีปัญญาทำให้งานออกมาดีขนาดนี้” เธอหมุ่ยหน้า

“พี่พูดจริงนะมิเกล” คริสกล่าวโดยไม่ได้หันไปมองหน้าเธอ แต่เขากำลังลอบมองอีกคน ที่ยังไม่เห็นตั้งแต่เข้างานมา


อยู่ไหนนะ??


“อย่ามัวแต่เถียงไปมาเลย ว่าแต่เจ้าตัวแสบไปไหน ไม่มาทักลุงมันหน่อยเหรอ”คุณโคดี้พูดแล้วหันซ้ายมองขวา

“คุณโคลคะ ไม่ต้องหาหรอกคะ อยู่โน้นไง ตัวติดกับหนูอุ่นจันทร์ไม่ห่างคงกลัวหนุ่มๆเข้ามาจีบผู้หญิงของเขาเข้าให้นั่นแระ ”ทุกสายตาหันไปมองโต๊ะด้านหน้า ริมขวามือสุด

“อุ่นจันทร์ไม่ใช้ผู้หญิงของคาลอสครับ เธอเป็นแค่เลขาเท่านั้น” น้ำเสียงที่พูดมาออกจะตึงๆ หากตั้งใจฟังดีๆ และทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในสายตาของบิดาเขา คุณโคดี้พยักหน้าเข้าใจ

“ตาคริสลูก วันนี้ไม่ใช้วันต่อไปก็ใช่อยู่ดี น้องชายแกเสน่ห์แรงจะตาย ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยจะไปไหนรอด” มาดามจัสมินหัวเราะมีความสุข ก็ไม่เลวนะให้ได้แม่หนูน้อยคนนั้นมาเป็นหลานสะใภ้

“คุณป้าคะ ยกเว้นมิเกลไว้คนนึงนะคะ หมอนั้นไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิดหรอกคะ” สาวน้อยนัยตาสีฟ้าน้ำทะเลยังยืนยันความคิดตัวเองอย่างหนักแน่น ทั้งโต๊ะนั่งฟังพิธีกรบนเวทีพูดดำเนินรายการต่อไป คริสอดไม่ได้ที่จะชำเลืองไปมองแผ่นหลังของหญิงสาวในชุดเดรสสีชมพูเป็นระยะๆ ...


คุยอะไรกันหนักหนา?…


หัวเราะอะไรกัน?

...

จะคุยใกล้เกินไปแล้วนะ..เจ้าบ้าคาลอส


หึ้ย...


ท่านประธานรูปหล่อหายใจ-เข้าออกยาวๆ เขากำลังสงบสติอารมณ์






นักข่าวหน้าเวทีเก็บภาพการเดินแฟชั่นโชว์จากนางแบบชื่อดังของเมืองไทยและระดับโลก และแล้วชุดฟินนาเล่ที่เดินโดยนางแบบสาวที่ฮอตที่สุดตอนนี้ นาตาชาปรากฏตัวขึ้นในชุดราตรีร่วมสมัยที่มีกลิ่นอายไทยๆนิดๆ เธอเดินออกมาด้วยความมั่นใจ สง่างาม แสดงความรู้สึก อินเนอร์เข้ากับการเดินโชว์ได้อย่างลงตัว เหมาะสมกับตำแหน่งนางแบบระดับโลกที่ได้รับการยกย่อง การเดินโชว์ผ่านไปด้วยดี ในช่วงจังหวะสุดท้ายที่นาตาชาต้องมอบช่อดอกไม้ให้เจ้าของแบรนด์ ต่อด้วยมอบให้เจ้าของงานคนดังที่เพิ่งมีข่าวด้วยกันเมื่อไม่นานมานี้ หญิงสาวยิ้มแย้มมอบดอกไม้ช่องามให้ท่านประทานสุดหล่อ แล้วตามด้วยการประทับริมฝีปากอวบอิ่มเบาๆ เหตุการณ์นั้นเรียกเสียงฮือฮาดังทั่วทั้งห้องใหญ่ และเรียกแสงเฟรชจากช่างภาพจากทุกสำนักเช่นกัน ข่าวดังที่พาดหัวข่าวไปทั่วทุกระแหงในวันพรุ่งนี้...คงไม่ต้องคลาดเดากันให้ยาก


“ทำอะไรของเธอนะ นาตาชา” เสียงถามเสียงกระด้างมองหน้าเธอ ซึ่งได้ยินแค่สองคนเท่านั้น

“ทำอะไรคะคริส นานาก็ทำแบบนี้กับคุณบ่อยๆ” เธอพูดทั้งที่กำลังแจกยิ้มหวานให้กล้องทุกตัว ไม่สนใจหนุ่มตรงหน้าสักนิด

“แต่เรื่องของเรามัน...”

“ยิ้มหน่อยสิคะคริสขา ไม่ต้องเขินนานาเลย ใครๆก็รู้ว่าเราเป็นอะไรกัน” เสียงดังปนความออดอ้อนของนางแบบสวยดังพอสมควรที่จะได้ยินถึงหูนักข่าวบางคนที่อยู่โซนติดขอบเวที


คริสไม่อาจทำอะไรได้มากนัก ต่อหน้าคนนับร้อยและนักข่าวหลายคนแบบนี้ ได้แต่ปล่อยเลยตามเลยไปก่อน เสร็จงานเขาค่อยเช๊คบิลอีกที ชายหนุ่มหันไปมองใครคนหนึ่ง คนที่เขาแอบเผลอไปมองประจำ โดยที่บังคับตัวเองไม่ได้ สายตาเข้มสบตากับสาวน้อยในตาเศร้าเข้าอย่างจัง เพียงเสี้ยววินาทีหญิงสาวจะเบือนหน้าหนี ทำทีสนใจอาหารตรงหน้า และเธอไม่หันกลับมามองเขาบนเวทีอีกเลย ภายใต้ใบหน้าหล่อเหลาที่สาวๆหลายคนเฝ้ามองอย่างชวนฝัน ชวนจินตนการ แต่ลึกลงไปในจิตใจของเขานั้น...กำลังกระวนกระวาย



คุณกำลังเข้าใจผมผิดนะ



“ความสัมพันธ์ระหว่างคุณคริสกับคุณนาตาชาตอนนี้เป็นอย่างไรคะ แล้วเรื่องคู่หมั้นหละคะ” ช่วงเวลาให้สัมภาษณ์เริ่มขึ้น หลังจากการตอบคำถามเรื่องการทำธุรกิจในภาคพื้นเอเซียของบริษัทยักษ์ใหญ่เสร็จสิ้น ก็ตามต่อด้วยเรื่องส่วนตัวที่เป็นที่สนอกสนใจในวงกว้าง  คำถามแรกท่านประธานหนุ่มก็เจอคำถามชวนปวดหัวเลยทีเดียว เพราะเขาเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่พูดจาให้สาวๆเสียหาย ออกสื่อเด็ดขาด


และมีบุคคลหนึ่งที่รู้จักนิสัยข้อนี้ของเขาดี 

“เรื่องนี้เดี่ยวคุณแม่จะเป็นคนตอบเองนะคะ  มาคะทางนี้เลยคะ อยากรู้อะไรเดี่ยวมาดามจัสมินคนนี้ตอบให้หายข้องใจหมดเลยคะ” มาดามผู้เก๋าเกมตอบคำถามได้อย่างฉะฉ้าน แต่ก็ไม่ได้พาดพิงหรือกล่าวหาให้ใครคนใดคนหนึ่งเสียหาย นางเป็นผู้ใหญ่พอที่รู้ว่าการสร้างศัตรูไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก (หากไม่มีความจำเป็น) 


นาตาชายังส่งยิ้มหวาน ในช่วงการให้สัมภาษณ์ตอนต้น แต่ต้องหัวเสียที่โดนหักหน้า จากที่ก่อนหน้าคิดว่าตนทำตามแผนสำเร็จ ตอนนี้ทำได้แค่ไม่เอะอะโวยวายไปก่อน เธอจะไม่ยอมรามือง่ายๆหรอก นังมาดามและยัยคุณหนูอ่อนแอขี้วีนพวกนั้นต้องกระเด็นกระดอนออกไปจากเส้นทางรัก เส้นทางรวยของเธอ...วิธีไหนก็ไม่เกี่ยง



“เรื่องนี้คริสต้องจัดการให้เด็ดขาดนะลูก แม่ไม่อยากหักหน้ามัน เพราะว่ามันจะได้ไม่คุ้มเสีย” มาดามจัสมินกล่าวขึ้นเมื่องานเสร็จสิ้นเรียบร้อย

“ครับคุณแม่ ผมผิดเองที่ประมาทนาตาชาเกินไปครับ” คริสเองก็หัวเสียไม่น้อยที่เธอทำอย่างนั้นกับเขาบนเวที ผลพวงยังตามติดมาถึงตอนนี้ เนื่องจากหญิงสาวในดวงใจยังไม่ยอมมองหน้าหรือเข้าใกล้เขาเลยสักน้อย

“ดีมากลูก คริสต้องปกป้องน้องนะ น้องเป็นผู้หญิงน้องจะเสียหาย”

“ไม่เสียหรอกคุณป้า ทนจะตายไป” คาลอสแหย่เบาๆ

“อีตาบ้า ฉันไปเหยียบเท้านายเหรอ แขวะอยู่ได้ ชิ      คุณป้าขา คุณป้าไม่ต้องกังวลนะคะมิเกลไม่คิดมากหรอกคะ” ตวาดคู่กัดเสียงแข็ง ก่อนน้ำเสียงจะอ่อนลงกระทันหันเมื่อพูดกับคนที่เธอเคารพรักเหมือนมารดาคนหนึ่ง

“หนูมิเกลของป้า ขอบใจนะลูกที่เข้าใจพี่เขา อย่างไงมิเกลก็สำคัญที่สุดเสมอนั้นแระจ๊ะ” มาดามลูบผมสะใภ้ในฝันอ่อนโยน เอ็นดู


“งั้นเราแยกย้ายกันตรงนี้นะครับทุกคน คุณอุ่นครับ เดี่ยวผมไปส่งนะครับ มืดค่ำแบบนี้เป็นผู้หญิงเดินทางคนเดียวมันอันตราย” คำหวานเอื้อนเอ่ยออกไป

“ไม่ต้อง” คริสตวาดขึ้นอย่างลืมตัว  “เออ เออฉันหมายถึงจะให้นายไปส่งคุณพ่อคุณแม่และมิเกล ฉันจองห้องพักไว้แล้วโรงแรมเดี่ยวกับแกเลยคาลอส” คริสปรับโทนเสียงให้เป็นปกติ

“อ้าว คริส แม่นึกว่าวันนี้จะได้ไปนอนบ้านของคริสเสียอีก แม่กับพ่ออยากรู้ว่าเราเป็นอยู่ที่นี้อย่างไร” มารดาพูด ทำให้คริสมีสีหน้าลำบากใจ

“โถ่คุณ ผมว่าไม่ต้องไปดูอะไรลูกมันหรอก โตจนจะแต่งงานหรือมีลูกได้แล้วยังเป็นห่วงเหมือนตอนเด็กๆอีกนะ” ท่านประธานใหญ่พูดหยอกล้อขำๆกับภรรยาแสนรัก แต่อีกนัยหนึ่งเขากำลังหาทางออกที่ดีที่สุดให้บุตรชายตัวเอง

“คุณโคลก็ ฉันก็รักลูกของฉันนี่” มาดามจัสมินยิ้มอายๆ ตีแขนสามีเบาๆไปพร้อมกัน

“เอาตามนี้นะทุกคน เราไปพักโรงแรมกัน สำหรับหนูอุ่น คริส พ่อรบกวนแกไปส่งน้องเขาหน่อยนะ เจ้าคาลอสจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง” ท่านเป็นคนสรุปทุกอย่างให้อย่างลงตัวทุกฝ่าย

“ครับพ่อ” คริสรีบตอบออกไป ท่านประธานหนุ่มเฝ้ารอโอกาสนี้มาตลอดทั้งคืน เขาอยากอยู่ใกล้ๆกับเธอ เป็นคนคอยยืนเคียงข้างแทนที่เจ้าน้องชาย แต่โอกาสและอะไรหลายๆอย่างมันยังไม่เข้าที่เข้าทาง...



ในรถครูที่เครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ หญิงสาวนั่งนิ่งไม่พูดจา เหม่อมองออกไปนอกรถตั้งแต่ที่ขึ้นรถ เห็นแบบนั้นคริสเองก็รู้สึกไม่สบายใจ แต่อยากมอบโอกาสให้เธอได้คิด ได้ใช้เวลาเป็นของตัวเองบ้าง...เข้าไปวุ่นวายกับเธอตลอด...ก็ไม่ดี

“อุ่นครับ” เสียงนุ่มเอ่ยออกไปเมื่อเวลาผ่านไปนานพอสมควร

“คะ คุณคริสมีอะไรคะ” สาวน้อยถามออกไป

“ผมเรียกอุ่นเฉยๆครับ ไม่ได้ต้องการอะไร เป็นอะไรหรือเปล่า...หืม...เห็นเงียบๆ”

“เปล่าหรอกคะ อุ่นคิดอะไรเรื่อยเปื่อย” 

“คิดอะไรเรื่อยเปื่อย แล้วมีเรื่องผมอยู่ในนั้นด้วยหรือเปล่าครับ” แววตาที่เขามองมายังเธอ ทำให้อุ่นจันทร์ขนลุกซู่ ต้องสบสายตาร้อนแรงนั้นโดยด่วน มือหนาค่อยๆเลื่อนตัวลงมาวางทับมือน้อยของเธอข้างหนึ่ง เขากอบกุมมันขึ้น ส่วนมือหนาอีกข้างลูบไล้ เว้าวนเบาๆ ส่งยิ้มละมุม แล้วกล่าวบอกความในใจออกไป...



“วันนี้อุ่นสวยมากเลย รู้ตัวไม่ครับ”






ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ"

Lantana-Pakakrong


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha