นางบำเรอชั้นเอก

โดย: ศิริภักดิ์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : เหตุผลของคนเป็นพ่อ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

รัตติยาเผชิญหน้ากับบิดาในห้องทำงานส่วนตัวของเขา หลังเธอมาอยู่ที่นี่ได้สามวันมันก็สมควรแก่เวลาที่เขาผู้เป็นเจ้าของบ้านจะสนทนาในเรื่องสำคัญนั้นเสียที หญิงสาวถูกเรียกมาเมื่อสิบห้านาทีที่แล้ว จนถึงตอนนี้เธอและเขายังตกอยู่ในความเงียบที่ชวนอึดอัด

“คุณพ่อมีอะไรจะพูดกับหนูหรือคะ”

หญิงสาวเอ่ยทำลายความเงียบที่ชวนเป็นบ้า หลังเห็นบิดาเอาแต่นั่งหน้าเคร่งไม่ยอมพูดจาอะไรออกมาสักคำ จนเธอทนไม่ไหวเอ่ยถามออกมาในที่สุด

“งานล่ะคะ งานที่คุณพ่อจะให้หนูทำคืองานอะไร ทำไมป่านนี้ยังไม่ให้ออกไปทำอีก”

รัตติยาถามต่ออย่างไม่ให้เสียเวลา ซึ่งเป็นจังหวะที่ใบหน้าคร้ามคมหาแต่เหี่ยวย่นตามวัย แต่ยังคงความหล่อเหลาเอาไว้ไม่เปลี่ยนแปลงเงยขึ้นสบตา

“เนย…”

คำพูดเพียงสั้นๆ ยังไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาสักคำ ทำให้สันหลังของหญิงสาวเสียวปลาบอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอจ้องมองนัยน์ตาคมของคนเป็นพ่อ แล้วเห็นบางอย่างที่เขาปิดซ่อนมันเอาไว้อย่างดี และพยายามอย่างยิ่งที่จะถ่ายทอดมันออกมาให้เธอได้รับรู้ แต่เหมือนมันยากมากสำหรับเขาที่จะเค้นสิ่งเหล่านั้นออกมาจากปากของตัวเอง

“ว่ามาเลยค่ะหนูรอฟังอยู่”

ร่างสูงในชุดอยู่บ้านแบบสบายๆ เพื่อจะคุยเรื่องนี้ลุกขึ้นพร้อมเดินเข้ามาใกล้ หลังต้องเอาเวลาจากการทำงานมาอยู่กับลูกหลายวัน

มือใหญ่จับบ่าบอบบางของลูกรักที่ตัวเองไม่มีเวลาให้ขึ้นมายืนประจันหน้า ก่อนแววตาแห่งความมุ่งมั่นในคราแรกจะแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกบางอย่างที่เธออ่านไม่เข้าใจ

“แม่เขายังไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้หนูฟัง… เพราะเธอขอร้องให้พ่อเป็นคนบอกและอธิบายเรื่องนี้กับหนูด้วยตัวของพ่อเอง งานที่พ่อจะให้หนูช่วยในครั้งนี้ ก็คือ...”

ผู้สูงวัยไม่อาจจะพูดมันได้ต่อ เขาเงียบและหยุดพูดไปนานจนคนฟังหวั่นใจจนต้องเอ่ยถาม

“คืออะไรคะคุณพ่อ?”

ใบหน้างามเอียงถามด้วยความลุ้นระทึก หัวใจของเธออยู่ดีๆ ก็เต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะขึ้นมาดื้อๆ ดวงตาสวยกลิ้งกลอกมองหน้าคมไปมาอย่างรอคอย ขณะที่อีกฝ่ายก็ลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก มือที่จับบ่าบางนั้นค่อยดึงกลับมาพร้อมกับทิ้งลงข้างกายอย่างหมดแรง

“มันคืออะไรคะคุณพ่อ... บอกหนูมาสิคะ…  เรื่องนี้มันเกี่ยวกับพี่อามีนะด้วยใช่ไหมคะ”

เธอลองหยั่งเชิงดึงเอาเรื่องที่คลางแคลงเมื่อวันก่อนตอนสนทนากับพี่สาวออกมาเกริ่นถาม ขณะที่ดวงตาของอาเหม็ดผู้เป็นพ่อก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที

“หนูรู้เรื่องนี้ได้ยังไงเนย?... แม่เขายังไม่ได้บอกหนูไม่ใช่เหรอ”

ผู้สูงวัยมีสีหน้าตื่นตกใจเรื่องนี้ยังไม่มีใครเอ่ยออกมาแม้แต่ตัวเขา หรือว่าอามีนะบอกเล่าเรื่องนี้ให้น้องฟังหมดแล้ว ตั้งแต่เจอกันวันแรก

“ใช่ค่ะคุณแม่ไม่ยอมบอกอะไรหนูเลยสักคำเดียว… สรุปว่าใช่อย่างที่หนูสันนิษฐานมั้ยคะ?”

อีกฝ่ายนิ่งอยู่นานและจำต้องพยักหน้าน้อยๆ เป็นเชิงยอมรับ จากนั้นผู้สูงวัยก็เปิดฉากเล่าเรื่องราวทุกอย่างออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง

รัตติยาแทบล้มทั้งยืนเมื่อบิดาที่เห็นหน้าเพียงน้อยนิด สั่งให้เธอไปเป็นผู้หญิงของ ชีคคามิล อินซาอิด  อันอาร์ดู แทนผู้เป็นพี่สาว ที่ปฏิเสธเสียงแข็งเนื่องจากมีคนรักอยู่แล้ว อย่างที่เธอเคยเปรยออกมาให้ฟังวันแรกนับตั้งแต่เธอก้าวเข้ามาที่นี่ และเพื่อแลกกับการขอสัมปทานแนวสันทรายในบริเวณใกล้เคียงอันเป็นของรัฐ ในการขุดเจาะน้ำมันที่เขากำลังดำเนินธุรกิจอยู่

ร่างบางโงนเงนเหมือนคนทรงตัวไม่อยู่ มือเล็กจับพนักเก้าอี้ของตัวเองที่นั่งก่อนหน้าไว้มั่น ก่อนกะพริบตาติดกันอยู่หลายครั้งอย่างไม่เชื่อหู ตาสวยหวานช้อนมองผู้เป็นบิดาอีกครั้งอย่างต้องการความชัดเจน ว่าสิ่งที่เธอได้ยินนั้นหูไม่ฝาดอย่างแน่นอน

“มันเป็นเรื่องจริงหรือคะ… คุณพ่อพูดกับหนูเล่นใช่ไหม?”

“ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง... สิ่งที่หนูได้ยินมันเป็นความจริงทุกประการ... ช่วยพ่อได้ไหมเนย?”

อาเหม็ดยืนยันกลับไปอีกครั้ง ร่างทั้งร่างของรัตติยาชาดิกไปทั้งตัว เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมหน้าโต๊ะทำงานของผู้เป็นพ่ออย่างอ่อนแรง

ดวงตาสวยซึ้งมองทุกอย่างรอบตัวอย่างเลื่อนลอยปนหมดหวัง เหมือนใครเอาน้ำเย็นจัดมาสาดใส่หน้าจนชาไม่รับรู้อะไรอีกนับจากนี้ โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายที่กำลังรอคำตอบจากเธอ สายตาร้องขอของคนเป็นพ่อทอดส่งมาให้เธอจนพูดไม่ออก คำพูดมากมายจากคนเป็นพี่สาวหมาดๆ ไม่นานดังก้องในแก้วหู

***------------***

‘เนย… พี่อยากขอโทษ’

‘อีกไม่นานเนยก็จะรู้จากคุณพ่อเอง… พี่แค่อยากบอกเนยให้รู้เอาไว้ว่า พี่ไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ พี่แค่อยากจะสร้างครอบครัวกับคนที่พี่รักและเขาก็รักพี่ก็เท่านั้น…ไม่มีเจตนาจะดึงเนยเข้ามาเดือดร้อนด้วยเรื่องนี้ เนยอย่าโกรธอย่าเกลียดพี่และคุณพ่อเลยนะ… นะ…’

***-------------***

ตาสวยใสกะพริบใส่ความเป็นจริงรอบข้าง ก่อนจะช้อนขึ้นสบตาคนเป็นพ่อที่ยืนมองด้วยความหวังที่มีอยู๋น้อยนิดเต็มทน

“งานแบบนี้เหรอคะ… ที่คุณพ่อร้อนใจ… อยากให้หนูมาทำแทนพี่อามีนะ ”

รัตติยาแค่นกล่าวเสียงเครือ นัยน์ตากลมโตมีหยาดน้ำใสๆ เอ่อไหลเต็มไปหมด ถ้าคนตรงหน้าเป็นมารดาของเธอ ร่างเล็กๆ ที่นั่งสั่นสะท้านอยู่ตรงนี้คงพุ่งเข้าไปหาแล้วอย่างไม่ต้องพูดอะไรมาก ทว่าที่แห่งนี้มันไกลเกินไป ไกลจนเธอหาไหล่ของใครที่อบอุ่นมาซบแทบไม่มี

อาเหม็ดมองลูกสาวคนสวยด้วยความสงสาร ก่อนจะเห็นตาสวยที่ปริ่มไปด้วยหยาดน้ำคราแรก แตกกระสานซ่านเซ็นออกมาเป็นทางยาวจนเขาใจหายวาบ นับตั้งแต่เกิดมาจนอายุปูนนี้เขาไม่เคยร้องไห้ แต่วันนี้ความรู้สึกผิดมันอัดแน่นในหัวใจจนตัวเองน้ำตาซึม

“พ่อขอโทษนะเนย แต่พ่อไม่รู้ว่าจะหาใครจะช่วยได้ ที่นี่นอกจากอามีนะพ่อก็มีแต่ลูกชายแต่เขาก็ยังเล็กอยู่ จะมีก็แต่หนูคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยพ่อเรื่องนี้ได้”

ร่างสูงของคนเป็นพ่อเลื่อนเก้าอี้อีกตัว มานั่งตรงหน้าบุตรสาวที่กำลังร้องไห้อย่างน่าเวทนา ดวงหน้าคมที่มีส่วนละม้ายคล้ายคลึงกับหญิงสาวออกอาการหวั่นวิตก เขาไม่เคยบังคับจิตใจใครแม้จะเป็นผู้หญิงข้างกาย หรือกระทั่งลูกๆ ของตัวเอง อามีนะเป็นคนแรกส่วนคนตรงหน้าคือคนที่สอง

ปกติอามีนะจะเป็นคนพูดง่าย ใช้อะไรลูกคนนี้มักจะทำให้เขาได้เสมอ เขาถึงได้กล้ารับปากชีคหนุ่มไปอย่างไม่รั้งรอ และไม่คิดว่าการตัดสินใจของตนในครั้งนั้นนำมาซึ่งความผิดพลาดครั้งใหญ่ เรื่องราวบานปลายจนไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้อีก

“เนย… ถือว่าช่วยพ่อสักครั้งจะได้ไหม ชีคคามิลเขาเองก็ยังไม่มีใครเป็นตัวเป็นตน พ่อเชื่อว่าถ้าเขาเห็นหนูเขาจะต้องรักหนูเหมือนที่พ่อกับแม่รักอยู่ในเวลานี้… ”

อาเหม็ดพูดให้กำลังใจบุตรสาวได้คลายความเครียด และถึงเขาจะพูดไปแบบนั้นทุกคำก็ล้วนแล้วแต่จะเป็นไปได้ รัตติยามีใบหน้าสวยกว่าอามีนะมาก อีกทั้งผิวของเธอก็หาไม่ได้จากผู้หญิงที่ไหนในดูบันย่า เขาเชื่อสัญชาตญาณของความเป็นผู้ชายด้วยกัน

“รักเหรอคะ!... คุณพ่อพูดมันออกมาได้ยังไง! คุณแม่ก็เหมือนกันร่วมมือกับคุณพ่อทำร้ายหนู อย่างนี้น่ะเหรอคะที่เรียกว่ารัก!... คุณพ่อเข้าใจความหมายของมันมากแค่ไหนกันหนูอยากรู้!…คนรักกันเขาไม่ทำร้ายจิตใจกันด้วยการบีบบังคับให้ทำเรื่องโหดร้ายแบบนี้หรอกค่ะ!”

เธอตอกกลับเสียงดังอย่างทนไม่ไหว สิ่งที่รับรู้มันเกินกว่าที่เธอจะรับได้ ความต้องการที่เห็นแก่ตัว เพราะอยากได้สัมปทานผืนทรายไม่กี่หยิบมือ ทำให้เขากลายเป็นคนขายลูกกินอย่างนั้นหรือ เนี่ยน่ะหรือคนเป็นพ่อเขาทำแบบนี้กับลูกของตัวเองได้อย่างไร เพราะลูกสาวของเขาไม่ยอมรับเรื่องเลวร้ายแบบนี้ เคราะห์กรรมมันจึงมาตกกับเธอเพียงคนเดียวใช่ไหม… ใช่ไหม!

มารดาของเธอก็เหมือนกัน ทำไมไม่บอกเธอสักคำว่ามาแล้วจะเจอกับเรื่องที่น่ากลัวแบบนี้ ทำไมนะ? ทำไมถึงได้ทำกับเธอแบบนี้? สองคนตรงหน้าร่วมมือกันทำร้ายเธอ ‘คุณแม่รู้มั้ยว่าเนยกำลังจะถูกคุณพ่อส่งไปขายให้กับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้…  เนยไม่อยากไปคุณแม่… เนยไม่อยากไป!’

รัตติยาคร่ำครวญในใจแข่งกับหยาดน้ำตาที่ไหลออกมานอกดวงตา รู้อย่างนี้ถ้าเธอเลือกเกิดได้เธอขอเกิดเป็นผู้ชายยังดีเสียกว่า จะได้ไม่ต้องถูกเอาไปเร่ขายไม่ต่างจากสินค้าที่มีราคาค่างวดแค่นี้

“เนย… ”

อาเหม็ดทอดเสียงอ่อน ดวงหน้าสวยที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาเบือนไปทางอื่น เธอไม่อยากมองหน้าเขาไม่อยากเห็นหน้ากลุ่มคนใจร้ายรังแกเธอ ทำเอาคนที่จับตามองอัดอั้นตันใจจนอกแทบระเบิด เห็นบุตรสาวเสียใจขนาดนี้มีหรือเขาจะไม่รู้สึกเจ็บตามไปด้วย

เขากลายเป็นพ่อใจยักษ์ส่งลูกสาวที่ไร้เดียงสา เพื่อแลกเปลี่ยนกับบางสิ่งที่เขาต้องการ และสุดท้ายเขาก็กลายเป็นพ่อที่ลูกสาวรังเกียจจนไม่อยากให้อภัย

“ยังมีเวลาอีก 2 วัน ค่อยๆ คิดก็แล้วกันนะลูก ตัดสินใจยังไงก็แล้วแต่ลูกก็แล้วกัน หากไม่อยากไปพ่อก็จะไม่บังคับ ผืนทรายแห่งนั้นความจริงตอนนี้พ่อก็ไม่อยากได้มันแล้ว ห่วงก็แต่คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ที่นี่เท่านั้น ที่จะได้รับโทษทัณฑ์ของชีคคามิลไปด้วย”

ถ้อยคำของบิดาเหมือนกับพี่สาวของเธอที่พูดไว้เมื่อวันก่อน

***-----------***

‘… ชะตาชีวิตของคุณพ่อคุณแม่รวมทั้งพี่และทุกคนที่อยู่ที่นี่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเนยเพียงคนเดียวแล้วนะ พี่ไม่อยากใช้คำว่าบังคับกับเนย แต่อยากให้เนยรับฟังด้วยวิจารญาณของเนยเอง แล้วหลังจากนั้นเนยจะติดสินใจยังไงก็แล้วแต่เนย แต่พี่เชื่ออย่าง… ลางสังหรณ์ของพี่มันถูกต้องเสมอ พี่เชื่อว่าเนยเป็นนารีขี่ม้าขาวมาช่วยพวกเรา’

***-------------***

เธอน่ะเหรอนารีขี่ม้าขาวนารีตกอับล่ะสิไม่ว่า หึ!... บ้าไปกันใหญ่แล้วคนที่นี่ หญิงสาวต่อว่าในใจพร้อมกับเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างนึกสมเพชตัวเอง

ทุกคนมองเธอเป็นสิ่งสำคัญที่จะมาช่วยพวกเขาให้อยู่รอด ขณะที่เธอโดดเดี่ยวเดียวดายไร้ตัวช่วย รู้สึกเจ็บแปลบในใจเพราะมีแต่คนคอยจะผลักไสไล่ส่ง ไม่มีใครจิงจังหรือจริงใจกับเธอเลยสักคนในที่ร้อนระอุอย่างนี้ โดยเฉพาะคนตรงหน้าที่ดูจะได้ผลประโยชน์มากกว่าใครถ้าเธอตัดสินใจไป

เรื่องอะไรที่เธอจะยอม พี่สาวยังทำเพื่อตัวเองได้ ทำไมเธอจะเลือกทางเดินของชีวิตเองบ้างไม่ได้ พรุ่งนี้เธอจะเดินทางกลับบ้านและจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวอะไรด้วยอีกเลย

แต่เสียงๆ หนึ่งก็ลอยเข้ามาในโสตปราสาทของเธอ เหมือนย้ำเตือนให้เธอได้คิดและไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนอีกหนและนั่นทำให้รัตติยาลังเล เธอก็อยากเอาแต่ใจเหมือนที่คนอื่นๆ ทำบ้าง แต่ถ้ากลับไปคุณแม่ก็จะเป็นทุกข์เพราะห่วงคนตรงหน้าอีกเท่าตัวเธอจะทำอย่างไร ไหนจะพี่สาว คนตรงหน้า หรือคุณป้าที่ตั้งหน้าชิงชังเธอ จะต้องโทษกันแบบไหนเธอยังคิดไม่ออก

ถือเสียว่าเป็นการแสดงความกตัญญูต่อมารดาผู้ให้กำเนิด ที่เหมือนอยากให้เธอช่วยบิดาเหลือเกินแต่ก็ไม่กล้าพูดกับเธอออกมาตรงๆ และเพื่อตอบแทนบิดาที่ทำให้เธอเกิดมาบนโลกใบนี้ เธอจะทำตามความต้องการของเขาสักครั้ง คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่าความรู้สึกเสียใจในตอนนี้อีกแล้ว เธอคิดพร้อมบอกออกไปอย่างตัดสินใจ

“ก็ได้ค่ะ… หนูจะไป”

“เนย!... ” คนตัวโตครางไม่อยากเชื่อ จนกระทั่งได้ยินมันดังชัดเต็มสองหูอีกรอบ

“เนยยอมเป็นของกำนัลชิ้นนั้นให้เขาค่ะ”

น้ำเสียงราบเรียบไม่ต่างจากดวงหน้าเอ่ยตอบ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่รัตติยายอมแทนชื่อตัวเองกับคนเป็นพ่อ หลังคำๆ นี้เธอเคยพูดกับเขาสมัยจบมัธยมปลายใหม่ๆ และเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอได้เจอหน้าเขาจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ อาเหม็ดยิ้มออกมาได้ในรอบหลายวัน

“เนย! ขอบใจลูก ขอบใจมาก ที่ทำเพื่อพ่อและทุกๆ คนอย่างนี้”

“เนยขออะไรคุณพ่อสักอย่างได้ไหมคะ”

“ได้สิลูก เนยต้องการอะไรบอกพ่อมาได้เลย พ่อจะหามาให้เนยทุกอย่าง”

“ระหว่างที่เนยอยู่ที่โน่น หรือบางทีอาจจะไม่ได้กลับไปที่ประเทศไทยอีก ฝากคุณพ่อช่วยดูแลคุณแม่ของเนยทีได้ไหมคะ”

น้ำเสียงสั่นเครือนั้นมีน้ำตาไหลลงมาขณะเอ่ยขอ ซึ่งคนเป็นพ่อก็พยักหน้ารับทันทีอย่างให้สัญญา ก่อนจะรั้งร่างบางที่สั่นเทาเข้ามากอดปลอบอย่างขอบคุณ นานเท่าไหร่แล้วนะที่เขาไม่เคยกอดลูกสาวคนนี้ อาเหม็ดคิด พร้อมกระชับอ้อมแขนจนแน่นขึ้น ขณะที่คนเป็นลูกก็กอดตอบด้วยความรู้สึกแบบเดียวกัน เธอคิดถึงอ้อมแขนที่อบอุ่นคู่นี้ คิดถึงไออุ่นจากเขาที่เธอเฝ้ารอทุกวัน

“พ่อสัญญา… ว่าพ่อจะดูแลแม่ของหนูอย่างดี”

“ขอบคุณค่ะ”

เธอบอกเขา อาเหม็ดเองก็ตั้งใจแบบนี้แต่แรกแล้ว ยิ่งเมื่อวานหลังจากได้คุยกับโจฮาราอย่างหมดเปลือกทุกอย่าง เธอเองก็นิ่งเงียบและยอมรับฟังด้วยเหตุด้วยผลที่เขามี

อีกทั้งเธอดูจะชอบบุตรสาวของเขาคนนี้เข้าให้แล้ว แม้จะยังแกล้งปั้นหน้าใส่อีกฝ่ายก็ตาม เขาดูออกโจฮาราและอามีนะดูจะพอใจรัตติยาไม่น้อย ก็เพราะลูกคนนี้ได้รับการเลี้ยงดูและอบรมมาดีของคนเป็นแม่ รัตติยาจึงเป็นกุลสตรีที่งามพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ

แม้จะมีมารดาเพียงคนเดียวหล่อเลี้ยงจนเติบโต มีแต่เม็ดเงินของเขาเท่านั้นเป็นเสบียงสำคัญคอยส่งเสียเลี้ยงดูอยู่ห่างๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอกลายเป็นเด็กมีปัญหาเหมือนครอบครัวอื่นๆ ทั่วไป มันน่าทึ่งตรงที่ว่ารัตติยาโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ สวยงามที่ชายหนุ่มหลายคนอยากจะครอบครอง

รัตนาเล่าให้เขาฟังว่านับแต่ลูกคนนี้เข้ามหา’ลัย หนุ่มจากหลายคณะก็มาหาที่บ้านไม่เว้นแต่ละวัน จนเธอออกหน้ารับแขกแทนลูกสาวที่ไม่ชอบพบประใครไม่หวาดไม่ไหว สุดท้ายพอมาแล้วไม่เจอตัวก็เดินคอตกกลับไปเป็นแถว จนกระทั่งห่างหายไปไม่มาให้เห็นอีกเลย นั่นเพราะรัตติยาไม่ยอมออกมาคุยกับใครด้วยเลยสักครั้ง จนพักหลังบ้านช่องก็เงียบหายไปบ้าง แต่ที่มหา’ลัยเขาและรัตนาเองก็ไม่อาจรู้ได้

นับจากนี้คงไม่มีมาให้เห็นอีกแล้วหนุ่มๆ พวกนั้น นั่นเพราะลูกสาวคนสวยคนนี้กำลังไปเป็นผู้หญิงของชีคคามิลผู้หล่อเหลา ทีมีผู้หญิงหลายคนในดูบันย่าต่างเสนอตัวให้เขาพิจารณามากมาย แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้ใครที่ถูกใจ รัตติยาคือตัวแทนของอามีนะผู้เป็นพี่สาว ที่เขาคาดหวังว่าชีคหนุ่มคงพอใจมากไม่ต่างกัน


รถยนต์คันงามขับเคลื่อนไปจอดที่หน้าวังหลวงในเวลาบ่ายจัด ดวงตะวันยังทำหน้าที่ของได้ดีแม้จะตำแหน่งของมันจะเลยศีรษะคนไปแล้วหลายชั่วโมง เม็ดทรายสีส้มแสดด้านนอกขณะที่รถคันหรูเคลื่อนผ่าน คล้ายจะมีละอองไอความร้อยคุกรุ่นกระจายไปทั่ว

หญิงสาวก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทางสงบเหลือเชื่อ เรือนร่างบอบบางอรชรอ้อนแอ้น โดดเด่นและสะดุดตาด้วยชุดอาบายะห์สีหวาน ดุนลายทองงดงามตามตะเข็บตามขอบข้างสมฐานะของเธอ ที่ผู้เป็นพ่อสั่งตัดเพื่อลูกสาวคนนี้โดยเฉพาะขณะที่ส่งตัวเธอเข้าวัง

ทรงผมตรงเหยียดตรงสีดำสะบัดพลิ้วไหวตามแรงลมที่เข้ามาปะทะ ดวงตาดำขลับภายใต้ผ้าคลุมหน้าปรายมองไปรอบๆ ตัวอย่างสำรวจ พระราชวังหลังนี้มีขนาดใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อ จนกลัวว่าหากเดินตามลำพังจะหลงทางเข้าสักวัน

ร่างโปร่งระหงสูดลมหายใจเข้าลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ มอบกำลังใจที่ทยอยหายไปตลอดการเดินทาง กลับสูงตัวเองเต็มกำลัง มือเรียวขาวนวลที่โผล่พ้นชายเสื้อเบาบาง กระชับกระเป่าใบเล็กในมือของตัวเองเอาไว้แน่น ก่อนจะก้าวตามยูนุคที่มารอรับตัวเธอเพื่อเข้าไปยังด้านใน

ช่วงจังหวะการเดินที่รวดเร็วตามความเคยชิน ส่งผลให้เนื้อผ้าเนื้อบางเบาที่เธอเพิ่งหัดสวมใส่ได้ไม่นานพลิ้วไหวแนบร่าง พร้อมกับทรงผมที่ตรงยาวสะบัดไปมาจนน่ามอง

“ท่านพักที่ห้องนี้ไปก่อน… ท่านชีคเสร็จราชกิจเมื่อไหร่คงมีรับสั่งให้ท่านราชองครักษ์มาตามท่านไปพบอีกที… ข้าน้อยขอตัวก่อน”

น้ำเสียงเนิบนาบพร้อมร่างบึกบึน หากแต่อ้อนแอ้นในสายตาคนมองค่อยๆ ถอยออกไปจนลับตา หญิงสาวถอนใจออกมาเสียงดังอย่างรู้สึกโล่งใจ แม้จะรู้ว่าการทำอย่างนี้เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนที่นี่ไม่ควรจะทำก็ตาม แต่ความอึดอัดใจทำให้เธอไม่สามารถลบเลือนความกังวลให้หายไปได้

รัตติยาเดินไปหยุดที่หน้าต่างลวดลายตระการตา ทอดสายตาสวยมองไปยังทุกสิ่งเบื้องล่าง และรอบๆ พระราชวังอันสวยงามแห่งนี้อย่างชื่นชม ที่นี่สวยมากและคงให้ความสุขความสบายกับผู้อาศัยอยู่ทุกคน แต่กับเธอมันคือหลุมนรกที่ต้องตกลงไปอย่างช้าๆ และจมหายไปในห้วงอเวจีจนไม่มีวันได้ผุดได้เกิด

ภาพใบหน้างามแฝงความใจดีของผู้ให้กำเนิดลอยอยู่ในห้วงของความคิด รัตติยาฝืนยิ้มให้ตัวเองจ้องมองใบหน้าของมารดา ผ่านความว่างเปล่าที่มองไม่เห็นและไม่สามารถจับต้องได้ ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยได้ใช้ชีวิตอย่างปกติสมบูรณ์เหมือนคนอื่นสักที

มีแม่แต่ก็ไร้พ่อ แต่พอได้มาอยู่ใกล้ๆ คนเป็นพ่อกลับต้องจากผู้เป็นแม่ตลอดกาล นับตั้งแต่จำความได้เธอก็เห็นน้ำตาของมารดาหลั่งไหลเพราะคิดถึงกับบิดามาโดยตลอด แต่ท่านก็ไม่เคยสักครั้งที่จะตัดพ้อต่อว่าสามีตัวเองให้เขาต้องไม่สบายใจ

ถึงนานๆ จะมาบ้านครั้งมารดาเธอก็ยังต้อนรับขับสู้ด้วยความปลื้มปีติ และมีรอยยิ้มที่ห่างหายไปนานกลับสู่ครอบครัวของเธออีกหน ท่ามกล่างความดีใจอีกครั้งของคนเป็นแม่ที่ได้เจอหน้าคนรักของเธอ

และการตัดสินใจที่สำคัญครั้งนี้ของเธอก็เพื่อมารดาที่อยู่ไกลล้วนๆ เพื่อให้บิดาได้กลับไปเยี่ยมเยียนและอยู่กับมารดาของเธอบ้างเท่าที่เขาจะทำได้ เท่านั้นเองคือสิ่งที่เธอทำได้เพื่อท่าน และก็เพื่อครอบครัวของบิดาที่เขาอุตส่าห์ส่งเสียเธอเรียน เพื่อความรักของพี่สาวต่างมารดา ที่เธอรู้สึกผูกพันกันตั้งแต่แรกเจอ

ในเมื่อตอนนี้เธอยังไม่มีใครอยู่ในใจ ยังไม่มีคนรักจนถึงขั้นจากลาแล้วต้องรู้สึกเจ็บแปลบ บิดาของเธอคงรู้ความจริงในข้อนี้จึงคาดหวังว่าเธอจะสานฝัน ในการขุดบ่อน้ำมันที่เขาอยากได้ให้เป็นจริง หญิงสาวเหยียดยิ้มให้ตัวเองพร้อมยกมือขึ้นกอดอก

ดวงตากลมโตทอดมองไปไกลลิบ โดมสีขาวที่ตั้งอยู่บนอาคารหลายชั้นตรงหน้า คงเป็นที่ประทับขององค์ราชันย์พร้อมกับสมาชิกทุกคนรวมทั้งเขาชีคคามิล ผู้ชายที่เธอไม่เคยรู้จักและไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน กลับต้องมอบทุกสิ่งที่ตัวเองหวงแหนมาตลอดชีวิตให้กับเขา เพียงเพื่อแลกกับความสุขความสำราญส่วนตัวของผู้เป็นพ่อ โดยเจียดผืนทรายที่มีขนาดไม่ใหญ่มากให้กับบิดาของเธอ ที่มีความโลภในเชิงธุรกิจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ถึงบิดาจะรู้สึกผิดเอาภายหลัง ที่บังคับใจเธอให้มาเป็นผู้หญิงของชีคคามิลที่นี่ แต่ทุกอย่างมันก็สายเกินไปจนไม่ใครกล้าเข้ามาเจรจาขอยกเลิกสัญญากับทายาทดูบันย่าคนนี้ได้ เขาจะมีอุปนิสัยร้ายกาจ และเย็นชา แข็งกร้าว ดังเช่นคำเล่าขานหรือไม่เธอไม่อยากสนใจ สิ่งเดียวที่เธอทำได้ในเวลานี้คือ

ยอมรับชะตากรรม...

ก่อนที่จะเจอเขา ชีคคามิล ช่วงเวลาที่เหลือเธอขอเก็บเกี่ยวเอาความเป็นอิสระที่เหลืออยู่น้อยนิด เติมเต็มให้กับชีวิตที่เริ่มแห้งเฉาเป็นครั้งสุดท้าย เธอพอรู้มาบ้างว่างานของเขาแต่ละวันยุ่งมาก และกว่าจะกลับเข้าที่พักของเขาก็กินเวลาไปจนค่ำ สวนสวยด้านล่างเป็นเป้าหมายของเธอที่จะเดินลงไป

ร่างเล็กหมุนตัวหมายจะตรงไปยังสิ่งที่เห็นเมื่อครู่ แต่แล้วเธอกลับชนเข้ากับปราการสูงใหญ่ทางด้านหลังตัวเธอเข้าอย่างจัง เป็นเหตุให้ร่างเล็กกว่ามากซวนเซจนใกล้จะล้ม ดีที่ว่ามีวงแขนแข็งแรงรวบร่างของเธอเอาไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงได้ล้มไม่เป็นท่า

เปลือกตาเล็กที่หลับแน่น เพราะคิดว่าตัวเองคงล้มก้นกระแทกพื้นไปแล้วค่อยๆ ลืมขึ้น รู้สึกตัวว่าสิ่งที่ตัวเองปะทะนั้นหาใช่กำแพงหนาหรือสิ่งของไร้ชีวิตไม่ และหากแต่เป็นความตึงแน่นของมัดกล้าม ที่รวบรัดร่างของเธอมากขึ้นทุกขณะ รับรู้ถึงไออุ่นของแผงอกกำยำแม้มีชุดคลุมยาวกั้นกลาง

ดวงตาสวยเหนือผ้าคลุมหน้าสีเดียวกับชุดเบิกกว้าง พร้อมกับอาการตื่นตระหนก เมื่อพบกับดวงตาคมสีน้ำตาลเข้มใบหน้าสลักคร้ามลอยเด่นอยู่ใกล้แค่คืบ ทำให้คนตัวเล็กนิ่งขึงเหมือนถูกสาปในนาทีต่อมา ดวงใจดวงน้อยแทบจะหยุดเต้นความตกใจบวกความประหม่าฉายชัดนัยน์ตาคู่สวย ที่ผิดแผกแต่งต่างจากคนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

ลมหายใจอุ่นร้อนอยู่แนบชิดดวงหน้าพริ้มเพรา ที่เจ้าตัวปกปิดด้วยผ้าผืนบางครึ่งใบหน้า มือเล็กจับชุดยาวกรอมพื้นของเขาเอาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ ก่อนจะนึกขึ้นมาได้เธอจึงรีบผละออกมาอย่างรวดเร็ว ทว่าเขากลับไม่ปล่อยให้เธอได้ทำอย่างนั้น ขณะที่รัตติยามองเขาด้วยสีหน้าหวาดหวั่นตลอดเวลา

ตาคมวูบไหวเพียงนิดหลังสบนัยน์ตาหวานตรงหน้าอย่างจริงจัง ความแคลงใจคล้ายจะโกรธหนักในคราแรกมลายหายไปพร้อมความรู่สึกใหม่ที่แทรกซึมเข้ามา ความสิเน่หาอยากได้วิ่งผ่านเข้ามาในร่าง ทันทีที่ร่างเล็กทำท่าทาจะขยับออกจากกายแกร่ง วงแขนกว้างกลับยิ่งกระชับหนักขึ้นราวกับไม่ยอมให้ห่างหาย ด้วยกลัวว่าถ้าปล่อยไปอีกฝ่ายอาจจะล้มลงอีกครั้ง ซึ่งเขาเองก็ไม่อยากให้ร่างกายของเธอ ต้องมีร่องรอยของความบอบช้ำเกิดขึ้นบนตัวอย่างน่าเสียดาย เพราะนั่นคือสิ่งที่ร่างสูงไม่ปรารถนาจะให้เป็น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ชีคคามิลต้องตกใจสุดขีด เมื่อสิ่งแลกเปลี่ยนที่ผู้สูงวัยส่งมาให้กลายเป็นคนละคนกับที่อยู่ในภาพ การรอคอยด้วยความหวังพังทลายลงตรงหน้า เมื่อหญิงสาวอีกคนหนึ่งปรากฏตัว แต่แทนที่ชายหนุ่มจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เขากลับพึงพอใจกับของกำนัลชิ้นนี้มากกว่าชิ้นเก่าหลายร้อยเท่า…ทว่าเขาจะทำเช่นไรเมื่อของกำนัลชิ้นนี้ โกรธเกลียดเขาอย่างกับอะไรดี… "

ศิริภักดิ์


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha