นางบำเรอชั้นเอก

โดย: ศิริภักดิ์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : อาญาชีค


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ชีคคามิลดันร่างบางเข้าหาผนังด้านข้าง กักเก็บเรือนร่างโปร่งบางเอาไว้ด้วยอ้อมแขน กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คงเป็นน้ำหอมจากแดนไกลระเหยออกมาจากเนื้อตัวของเธอ ที่เขาสะดุดตาตั้งแต่แรกพบกระแทกใจตั้งแต่แรกเห็นจนไม่อยากไปไหนไกล ใบหน้างามแหงนมองคนตัวสูงที่มีมากกว่าอย่างตื่นตระหนก ขณะที่คนตัวโตก็โน้มตัวลงมาใกล้

ริมฝีปากอิ่มชุ่มชื่นสีชมพูระเรื่อเผยอออกเล็กน้อยเตรียมต่อว่าต่อขาน แต่กลับถูกอีกฝ่ายครอบครองกลีบปากอิ่มของตัวเองอย่างรวดเร็ว เก็บกลืนเสียงหวานใสเข้าสู่ลำคอแข็งแกร่งอย่างชื่นชอบ สอดแทรกปลายลิ้นไปทั่วโพรงปากบาง ที่เขาเพิ่งรู้ว่าหวานไม่แพ้ใบหน้างามของเธออย่างถูกใจ

ลิ้นอุ่นวกวนซอกซอนแทะเล็มไปทั่วกลีบปากสวย ความใกล้ชิดทำให้สัมผัสได้ถึงความยืดหยุ่นของทรวงอกอิ่ม ที่เบียดชิดอยู่นอกเสื้อผ้าของเธอและเขาที่เสียดสีกันตลอดเวลา ประกายตาร้อนแรงวาบหวามถูกส่งมายังเธอที่ยังสะลึมสะลือหลังเขาถอนริมฝีปากได้รูปออกไปอย่างอ้อยอิ่ง มือใหญ่เริ่มทำการรุกไร้ไปตามร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นที่ยืนตัวแข็งทื่อ หากแต่สติน้อยๆ ที่เจ้าตัวพยายามดึงกลับมาได้ก็เริ่มบริภาษเขาอย่างหนัก

“หม่อมฉันอาจจะผิดหรือไม่ก็โง่ดักดาน ที่ตีโพยตีพายคิดไปฝ่ายเดียวว่าพระองค์จะทรงปล่อย… แต่การกระทำที่ทรงทำอยู่นี่เรียกว่าอะไรเพคะ… สิ่งนี้คือสิ่งที่สุภาพบุรุษพึงกระทำต่อสตรีที่ไม่เต็มใจ หรือว่าพระองค์เป็นพวกชอบฉกฉวยโอกาส ไม่ต่างจากไอ้พวกโรคจิตและบ้ากามที่ออกข่าวหน้าหนึ่งไม่เว้นแต่ละวัน! ”

“มากไปแล้วนะ!”

“ไม่มากหรอกเพคะ แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ สำหรับการไม่ให้เกียรติผู้หญิงจากพระองค์ ”

รัตติยาแผดเสียงออกมาอย่างสุดกลั้น พยายามขืนตัวให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนของเขา แต่ว่ายิ่งดิ้นรนมากเท่าไหร่เหมือนเขาจะไม่ยอมปล่อยมากเท่านั้น

“รัตติยา!! ถ้าเจ้าไม่อยากเจ็บตัวอย่างจริงจัง ก็อย่างดิ้นรนให้มันมากนัก เพราะก็เราไม่มีความอดทนมากพอ ที่จะยอมห็นใครมายืนท้าทายต่อหน้าต่อตาแบบนี้นักหรอกนะ!”

“ไม่อยากทนก็อย่ามองสิเพคะ! ใครใช้ให้ทำ! ปล่อยหม่อมฉันนะ หม่อมฉันจะกลับบ้าน! และจะไม่มาเหยียบที่นี่ให้ระคายพระเนตรพระองค์อีก… ปล่อยเพคะ! หม่อมฉันบอกให้ปล่อยยังไงเล่า!”

หญิงสาวตวาดก้อง เสียงดังใส่อย่างไม่มีความเกรงกลัว มือบางระดมทุบแผงอกไม่ยั้ง ตั้งใจให้เขาเจ็บและปล่อยเธอในที่สุด ทว่าเรือนร่างที่สูงใหญ่กลับไม่ไหวติงและยืนนิ่งรับกำปั้นน้อยๆ ของเธอ ที่ประเคนใส่อย่างไม่สะทกสะท้าน

นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีผู้หญิงมายืนต่อว่าและทำร้ายร่างกายเขาอย่างไม่กลัวตายแบบนี้ แต่มันกลับแปลกดีพิลึกที่เขากลับโกรธเธอไม่ลง ทั้งที่เธอพรั่งพรูคำด่าทอต่อว่าต่อขานเขามายมาย

“สายไปเสียแล้วในเมื่อเจ้าเข้ามาหาเราเอง เราก็จะสนองความต้องการของเจ้า จากนั้นเราจะดูสิว่าหลังจากที่เจ้าตกเป็นของเราแล้ว เจ้ายังอยากที่จะร้องกลับบ้านอีกไหม จะบอกให้... เรามีวิธีจัดการเด็กดื้อที่ไม่ยอมเชื่อฟังหลายวิธีขึ้นอยู่กับว่าเด็กคนนั้นจะดื้อรั้นมากเพียงใด น้อยก็ส่งไปอบรม กลางก็ส่งไปดัดนิสัย โดยเฉพาะเจ้ารัตติยา! ความดื้อรั้นและเอาแต่ใจของเจ้า จะถูกปราบพยศด้วยเราแต่เพียงผู้เดียว!!”

ชีคหนุ่มประกาศกร้าวดวงตาคมแฝงความเอาจริง

“ไม่นะเพคะ!... หม่อมฉันไม่ยอม!!”

ยิ่งรู้ว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอุ้งมือมาร รัตติยาก็ดิ้นรนเพื่อหวังเอาตัวรอดอย่างสุดกำลัง ขณะที่ชายหนุ่มเปลี่ยนพื้นที่ในการปราบพยศมาอยู่บนเตียงนอนสีหวาน ที่จัดไว้รอพี่สาวของเธอแต่ไม่นึกว่า จะได้สิ่งสวยงามอย่างไม่คาดฝันมาเป็นของกำนัลที่ล้ำค่ายิ่งกว่า

“เจ้าไม่มีสิทธิ์มาต่อรองกับเรา ไม่รู้หรือว่าไอ้พวกบ้ากามที่เจ้าว่า มันมักไม่ค่อยปล่อยให้เหยื่อที่มันต้องตาต้องใจต้องลอยนวล และที่สำคัญมันไม่ควรปล่อยให้เหยื่อ มายืนด่ามันฉอดๆ อย่างนี้หรอกจำเอาไว้!”

ชีคแห่งดูบันย่าเตือนเสียงเข้ม พร้อมกดร่างสูงใหญ่ลงไปทาบทับร่างเล็กบนเตียงนอน รอยยิ้มที่หญิงสาวเห็นที่ไรอยากตบให้หน้าหงายทุกทีผุดพรายขึ้นมาอีกครั้ง ทันทีที่เห็นดวงหน้าสวยกัดริมฝีปากตัวเองแน่น พร้อมกับโพล่งออกมาเมื่อสบโอกาส

“งั้นก็ลงอาญาหม่อมฉันสิเพคะ! จะรอช้าอยู่ทำไม”

เธอกล่าวลอดไรฟันซี่สวยของตัวเอง จ้องนัยน์ตาคมกริมอย่างไม่คิดจะถอน

“ก็กำลังจะลงอยู่นี่ยังไงล่ะ… ”

ชีคคามิลยั่วยุ พร้อมลงฝ่ามือกร้านลูบไล้ไปตามผิวเนื้อบางเบาน่าทะนุถนอม ก่อนจะสอดไปใต้เสื้อผ้าเนื้อโปร่งที่เธอสวมใส่ สัมผัสเนื้อแท้ของหญิงสาวผิวขาวจัด ที่เขาเริ่มหลงใหลมากขึ้นทุกวินาทีอย่างเพลิดเพลิน อาภรณ์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยทยอยเลื่อนออกจากร่าง ขณะที่คนตัวบางไม่สามารถทัดทานได้เลย

“ท่านชีค!... อย่าทรงทำ…”

ทุกถ้อยคำต่อจากนั้นถูกร่างสูงสูบลงคอของตัวเองจนหมดสิ้น การดิ้นรนขัดขืนจึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง มือบางข้างที่ว่างทำหน้าที่ทุบตีแบบไม่นับ พร้อมกับผลักดันใบหน้าคมให้ถอยห่าง

อิทธิฤทธิ์ของหญิงสาวยังไม่หมดแค่นั้น เธอทำท่าจะกัดปลายลิ้นสากที่ซอกซอนอย่างชำนิชำนาญ แต่กลับชายหนุ่มกลับรู้ทันเลื่อนฝ่ามือมาบีบกระพุ้งแก้มใสของเธอเอาไว้ทันที ก่อนจะตวัดปลายลิ้นเปียกชุ่ม ดูดดึงเรียวลิ้นของเธอเข้ามาในปากของตนอย่างลงโทษ

“อื้อ ๆ ๆ… ”

เสียงห้ามปรามไม่สามารถเล็ดลอดออกมาจากกลีบปากสวย  มีเพียงไรหนวดเคราเข้มที่เสียดสีพวงแก้มสาว และรอบๆ ริมฝีปากสวยจนเกิดรอยแดง ก่อนเขาจะลดเรียวปากหยักได้รูปลงมาซุกไซ้ลำคอขาวระหงที่หอมกรุ่นของเธอ ความปรารถนาในกายเริ่มรุมเร้า เรียกร้องและดูเหมือนจะเอาแต่ใจอีกครั้ง หลังจากได้สัมผัสผิวเนื้อเนียนละเอียด ที่เริ่มปลุกเร้าร่างกายเขาทุกวินาที

หากเขาไม่ได้ตัวผู้หญิงคนนี้ที่ได้มาอย่างไม่รู้ตัว มีหวังเขาต้องคลั่งตายก่อนแน่ๆ ดูบันย่าจะแข็งแกร่งและเกรียงไกรเหนือทุกที่ได้อย่างไร ในเมื่อเขายังไม่สามารถปราบพยศบรรณาการชิ้นนี้ได้สำเร็จ ยิ่งได้เห็นและได้ลูบไล้กับเนื้อนุ่มอย่างใกล้ชิดแบบนี้ ลมหายใจของเขาก็เหมือนจะเต้นช้าลงทุกทีอย่างไร้เหตุผล

ในที่สุดอาบายะห์เนื้อบางเบาสีหวานก็กระเด็นไปกองกับพื้น หลังชายหนุ่มจัดการปลดมันออกไปจากร่างงามของเธอด้วยมือของตัวเอง ก่อนจะถอนใบหน้าคมออกมาเพ่งพิศสิ่งที่เห็นอย่างตกตะลึง ความงามไม่แพ้หญิงใดในทะเลทรายแห่งนี้

ทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดว่าสมบูรณ์แบบรวมตัวอยู่ที่เธอเพียงคนเดียว ผิวขาวเนียนนุ่มยิ่งกว่าผิวของเด็กทารกชาวอาหรับ สะกดสายตาคมกล้า ที่ไม่เคยพบเห็นจากนางไหนมาก่อนให้จ้องมองเป็นนานสองนาน และนับจากนี้จะไม่เหลียวแลไปที่ไหนอีกเลย

“… เราต้องการเจ้า…”

เสียงเข้มแตกพร่าขาดหายไปพร้อมกับการไล่สายตามองไปที่คู่สนทนาอย่างถ้วนทั่ว ชั้นในตัวสวยโอบประคองสองเต้างามเอาไว้อย่างหวงแหน ขณะที่ช่วงล่างก็มีผ้าชิ้นน้อยปกป้องสิ่งลี้ลับอย่างทะนุถนอม หากแต่ไม่รอดพ้นสายตาอยากรู้อยากลองของเขา

รัตติยาหน้าแดงก่ำซึ่งมีผลมาจากอารมณ์ไหนเธอเองก็ไม่แน่ใจ ตอนแรกเธอโกรธที่เขาใช้วาจาเล่นแง่กับเธอ แต่ตอนหลังเขากลับใช้การกระทำรวมทั้งร่างกายเข้าจาบจ้วง ตอนนี้เนื้อตัวของเธอร้อนไปหมดเหมือนมีเปลวไฟลุกท่วมอยู่ในกาย ความรู้สึกบางอย่างซึมซาบเข้ามาในกระแสเลือดจนแยกไม่ออก

มือบางที่คอยผลักไสแต่แรกเริ่มไขว่คว้าหาร่างหนาที่ลอยห่างออกไป คามิลยิ้มในหน้าที่หล่อเหลาโน้มใบหน้าคมลงไปหาเรียวปากบางที่เผยอออกอย่างลืมตัวอีกหน ดูดดื่มคลุกเคล้าอย่างหนักหน่วง จนอีกฝ่ายหยุดการดิ้นรนก่อนจะตอบรับไมตรีนั้นอย่างลืมอาย

“อืม…”

คามิลคำรามหนัก ขบเม้มริมฝีปากอิ่มอย่างยั่วเย้าสลับไปสลับมา ก่อนจะลดใบหน้าคมต่ำลงไปเรื่อยๆ

นิ้วแข็งประดุจคีมเหล็กกระตุกบราร์ตัวสวยออกอย่างง่ายดาย ก่อนมันจะถูกแหวกออกจากกันในเวลาอันรวดเร็ว ฝ่ามือร้อนผ่าวราวกับลากผ่านเปลวเพลิงสัมผัสทรวงอกอิ่ม นวดเคล้นบีบเคล้าอย่างนุ่มนวลก่อนจะเพิ่มน้ำหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ในเวลาต่อมา

ริมฝีปากที่คิดว่าร้ายกาจมาตลอดตรงเข้าครอบครองทรวงอวบอิ่ม ที่ส่วนปลายเบ่งบานชูชันรอเขาครอบครองอย่างคนหิวกระหาย เสียงริมฝีปากได้รูปดื่มชิมเม็ดทับทิมสีระเรื่อด้วยความเพลิดเพลิน ก่อนจะย้ายไปทำแบบเดียวกับอีกข้างอย่างไม่ให้น้อยหน้า และนั่นทำให้หญิงสาวร้องครางออกมาอย่างทนไม่ไหว

“ท่านชีค… อย่า… เพคะ”

เสียงเว้าวอนร้องขอนั้นหอบหวิว แต่กลับไม่ได้รับคำตอบจากร่างสูง ที่ดูจะไม่สนใจสิ่งอื่นรอบกายนอกจากร่างสะครางใต้ร่าง แม้จะสติจะเริ่มเลือนรางแต่สามัญสำนึกยังมีอยู่

มือบางที่เหมือนจะไร้เรี่ยวแรงต่อต้านไปแล้ว ถูกเจ้าตัวฝืนยกขึ้นมาผลักไสเขาอีกหน แต่มิส่งผลใดๆ กับร่างหนาที่ใช้เรียวปากครอบครองประทุมคู่สวยของเธออย่างหมกมุ่น สัมผัสนั้นของเขากำลังรุมเร้าร่างกายเธออย่างเผลอไผล จนเกือบหมดลมหายใจลงตรงนี้

“… อย่า-ทำอย่าง…”

เรียวปากสวยได้รูปเกินชายที่แต่งแต้มด้วยหนวดเข้มหยุดชะงัก คิ้วหนาขมวดเข้าหากันยุ่งก่อนจะปล่อยให้สิ่งที่ค้างคาอยู่ในปากเขาให้เป็นอิสระชั่วคราว อนาคตเจ้าของพระราชวังอันโอ่อ่า เงยใบหน้าอันหล่อเหลาของตัวเองขึ้นอย่างข้องใจ หลังได้ยินคำทัดทานนั้นเปล่งออกมาถึงสองครั้งสองคราอย่างรำคาญใจ

“เจ้า… มาถวายตัวให้เรามิใช่หรือ… ”

“แต่… ทุกอย่าง… ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข… นะเพคะ…  ไม่ใช่ทรงเอาแต่พระทัยแบบนี้”

“เงื่อนไขอะไรของเจ้า”

น้ำเสียงที่เริ่มหงุดหงิดเอ่ยถามขณะร่างกายกำลังร้อนเป็นไฟ ความต้องการคุกรุ่นอยู่ในอกจนไม่อยากหยุดการสัมผัสสักนาที แต่เจ้าหล่อนกลับอ้างโน่นอ้างนี่จนเขานึกรำคาญ และจับจ้องดวงตาหวานด้วยสายตาคู่ดุ ที่พราวไปด้วยไฟสิเน่หาเข้าระรานด้วยใบหน้าเข้มตึง เมื่ออารมณ์ที่กำลังทะยานไปไกลถูกฉุดกระชากกลับมา

หญิงสาวลอบกลืนน้ำลายอีกครั้ง ใช้สายตาสวยจ้องมองอีกฝ่ายอย่างระวัง พร้อมบอกออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นคงเอาเสียเลย

“ถ้าพระองค์ต้องการหม่อมฉัน ก็ต้องทรงละเว้นความผิดของคุณพ่อหม่อมฉันในเรื่องนี้ รวมทั้งคนอื่นๆ ก่อน และสัญญานั่นก็ต้องถูกดำเนินต่อไปโดยไม่มีใครสั่งห้าม ไม่อย่างนั้นให้ตาย… หม่อมฉันจะไม่ยอมเป็นของพระองค์เด็ดขาด!”

แม้จะรู้ตัวว่าไม่ใช่คนสำคัญ แต่สายเลือดของคนเป็นพ่อที่ซึมอยู่ในร่างเกินครึ่ง ก็พอที่จะทำให้เธอได้ช่วยเหลือท่านและครอบครัวในครั้งนี้ได้บ้าง ไม่อยากให้การตัดสินใจมาครั้งนี้ของเธอต้องล้มเหลว สุดท้ายเขาก็จะโกรธและตามไปเอาเรื่องบิดารวมทั้งพี่สาวที่เธอเริ่มรักเข้าให้แล้ว

ตาคมพร่าค่อยๆ หรี่มองผู้หญิงตรงหน้าที่สวยงามตระการตาอย่างใช้ความคิด ทั้งสวยทั้งเก่งแถมฉลาดเป็นกรดในการต่อรอง คามิลคิดยิ้มๆ หากแต่ไม่ระบายออกมาให้เธอได้เห็น  

“ตกลง... แค่นี้ใช่ไหม”

“ท่านชีคเพคะ!”

คนพูดมีสีหน้าตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะได้รับคำตอบที่รวดเร็วเช่นนี้  เล่นเอาใบหน้าคมที่กำลังก้มต่ำจนริมฝีปากเกือบชิดปลายยอดอกอยู่รอมร่อต้องเงยขึ้นอีกหนอย่างขัดใจ

“อะไรของเจ้าอีก?”

“แค่นี้เหรอเพคะ… จะ… ไม่ทรงทักท้วงอะไรเลยหรือเพคะ?”

เสียงตะกุกตะกักเอ่ยถาม ขณะที่ร่างกายหอบหายใจเต็มแรงจนเนินอกอวบสะท้านขึ้นลง ทันทีที่เห็นเขากำลังมุ่งหน้าไปทำอย่างที่เขาเคยทำก่อนหน้าจนเธอตกใจ

“ก็แล้วเจ้าจะให้เราทักท้วงอะไรล่ะ” น้ำเสียงปนรำคาญเอ่ยตอบ

“ก็… อย่างเช่น… ”

มือหนายกขึ้นโบกเป็นเชิงห้าม ก่อนจะปิดเรียวปากสวยด้วยปากของตัวเองอีกครั้ง ปิดกั้นเสียงเล็กๆ ที่ลอยเข้ามารบกวน ชีคคามิลค่อยๆ ละเลียดความหอมหวานจากโพรงปากเล็ก เก็บเกี่ยวความชุ่มฉ่ำในปากหวานมาไว้ในปากของตัวเองจนพอใจ แล้วจึงค่อยๆ ดึงริมฝีปากตัวเองกลับมาอย่างเสียดาย พร้อมเอ่ยบางอย่างขึ้นมา หลังจุมพิตที่แสนเว้าวอนนั้นยุติลงอีกหน

“เจ้าหมดคำถามที่จะถามเราแล้วรัตติยา  เพราะทั้งหมดที่เจ้าพูดมาเราตอบตกลงไปแล้ว และมันหมายความว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าเอ่ยขอเรามา จะเป็นไปตามที่เจ้าปรารถนาทุกประการอย่างไม่ต้องสงสัย… หวังว่าคราวนี้เจ้าคงไม่หาเรื่องใดๆ มาขัดจังหวะการหาความสุขของเราอีกนะ”

สุ้มเสียงที่แหบพร่าเพราะยังค้างคาในอารมณ์ ชีคามิลยิ้มยั่วเย้า ไฟปรารถนากระจายเต็มสองดวงตาคู่คม รุมเร้าจนอกเขาแทบระเบิดเพราะอยากปลดปล่อยกับเธอเสียเดี๋ยวนี้ ปากอิ่มที่บวมเจ่อออกมาน้อยๆ นั่น หวานเสียยิ่งกว่าน้ำผึ้งชั้นดีที่เขาเคยลิ้มลอง

อกอิ่มชูชันตั้งรับทั้งฝ่ามือและปากของเขาอย่างน่ารักน่าใคร่ แม้กระทั่งตอนนี้ที่ยังคงเบ่งบานรอรับสัมผัสจากเขาอย่างเชื้อเชิญ ผิวนุ่มและนิ่มน่าสัมผัสจนอยากนอนกกกอดและลูบไล้ไปมาทั้งคืน อย่างนี้แล้วเขาจะไม่กล้ารับปากต่อสิ่งที่เธอขอมาน้อยนิดนั้นได้อย่างไร ในเมื่อเธอเหมือนอาหารที่เพียบพร้อมไปด้วยทั้งคาวหวาน ที่เขาต้องลงมือรับประทานในเวลาเดียวกัน

“… ท่าน-ชีค… อย่า…  เพิ่งเพคะ”

“หุบปากสวยๆ ของเจ้าได้แล้วรัตติยา… เพราะไอ้บ้ากามคนที่เจ้าเพิ่งว่าไปไม่นาน มันจะกลับมาพร้อมความกักขฬะของมันอีกครั้ง เลือกเอาว่าเจ้าต้องการความนุ่มนวลจากเราซึ่งเป็นชีคคามิล หรือว่าจะเป็นไอ้บ้ากามนามว่าโรคจิตนั่นกันล่ะ … คนไหนที่เจ้าชอบและต้องการมากกว่าในเวลานี้ เราพร้อมและยินดีที่จะจัดให้แก่เจ้าขอเพียงเจ้าเอ่ยปาก เราเต็มใจสนองความต้องการของเจ้าอย่างเต็มกำลัง ฟังให้ดีๆ นะ… เต็มกำลังและจะไม่ให้ขาดตกบกพร่องเลยสักนิดเดียว... แต่ไม่ว่าเจ้าจะเลือกใคร เราขอรับรองว่าเจ้าก็ไปถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงอย่างแน่นอน ”

“หม่อมฉัน… ยังไม่พร้อมเพคะ ”

“อย่างนั้นหรือ... แล้วนี่อะไร… สิ่งที่เราสัมผัสอยู่ ทั้งฉ่ำและชื้นขนาดนี้ เจ้าจะเถียงเราว่าเจ้ายังไม่พร้อมสำหรับเราอย่างนั้นหรือ รัตติยา… ”

เขาพูดหลังเลื่อนมือหยาบจากการจับต้องอาวุธ ไปกอบกุมความเป็นหญิงของเธอผ่านชั้นในตัวจิ๋ว ปลายนิ้วยาวเขี่ยวนจุดกึ่งกลางร่าง ซึ่งเป็นจุดอ่อนไหวที่สุดของเธออย่างย่ามใจ ใบหน้าคมจะก้มลงไปมองและได้เห็นในสิ่งที่เขาเพิ่งได้บอกกับเธอไปก่อนหน้า และมันก็โชว์หราขึ้นมาต่อหน้าต่อตาเธอ จนต้องเบือนหน้าหนีไม่กล้ามอง

“เจ้าน่ะ… พร้อมที่จะเป็นของเรานานแล้ว เพียงแต่ปากจิ้มลิ้มน่าจูบของเจ้ายังแข็งอยู่เท่านั้นเอง ไม่เป็นไรเราจะทำให้เจ้าอ่อนระทวยเหมือนขี้ผึ้งโดนไฟรนเลยทีเดียว”

ในแววตาของบุรุษหนุ่มผู้กล้าแพรวพราว เมื่อรัตติยามีใบหน้าแดงก่ำเป็นผลตำลึงสุก โดยเฉพาะที่พวงแก้มเนียนใสเปล่งปลั่งมีชีวิตชีวา ก่อนริมฝีปากอิ่มนั่นจะแผดเสียงลั่นออกมาอย่างทนไม่ไหว

“ชีคคามิล!”

เสียงหวานเอ่ยได้เพียงเท่านั้นเสียงเข้มก็ขัดจังหวะขึ้น

“หุบปากของเจ้าซะ! และอย่าได้คิดผิดคำพูดเพราะเราได้ตกลงกับเจ้าไปแล้วอย่าลืม…!”

ชีคหนุ่มตัดบทไม่ฟังอะไรอีกแล้วในตอนนี้ ของดีและแสนถูกปากมาลอยยั่วน้ำลายอยู่ตรงหน้า จะปล่อยให้ลอยนวลต่อไปก็เห็นจะใช่ที่ ขึ้นชื่อว่าชีคคามิลบุรุษที่ใช้ผู้หญิงเปลืองมากกว่าใครในดูบันย่า ไม่ว่าหญิงสาวที่สวยขนาดไหนยังถูกเรียกเข้าวังมาเพื่อถวายตัว แต่กับเธอทำไมชอบต่อต้านเขานักคามิลคติดอย่างหงุดหงิด

นับประสาอะไรกับอามีนะบุตรสาวของอาเหม็ด ที่เขาต้องยอมรับว่าเธอสวยไม่น้อยเลยทีเดียว และอยากจะได้เธอมาครอบครองตามประสาชายหนุ่มทั่วไปแต่พอเจอกับผู้หญิงที่มีผิวพรรณขาวผ่องเป็นยองใยคนนี้ เขากลับถูกอกถูกใจเธอขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

แค่เพียงได้สบตาสีดำขลับ ความอยากเป็นเจ้าเข้าเจ้าของก็เข้ามากระแทกหัวใจเขาทันที ไม่ต้องถามเขาว่าหลังเห็นใบหน้าสวยๆ ของเธอที่ผิดแผกแตกต่างไปจากคนแถวนี้แล้วเขาจะรู้สึกอย่างไร เพราะเท่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้เธอก็ทำให้ร่างกายของเขาร้อนขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ หากไม่ได้นอนร่วมเตียงกับเธอเวลานี้

“จะทรงบังคับหม่อมฉันให้ได้ใช่ไหมเพคะ”

ตาสวยซึ้งปนเศร้าในยามนี้จ้องมองอีกฝ่ายเลื่อนลอย

“จะยอมดีๆ หรือว่าจะให้เราไปลากคออาเหม็ดและอามีนะมาที่นี่ดีล่ะ”

หญิงสาวรู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก อยากจะเอากำปั้นที่กำไว้ข้างกายต่อยหน้าหล่อๆ ที่ลอยอยู่ตรงนี้นัก หากไม่ติดว่าต้องทำให้ทุกคนที่คอยอยู่ข้างหลังต้องเดือดร้อน เธอคงตะบันหน้าเขาไปแล้วตามด้วยเล็มยาวๆ ของเธอที่จะตะกุยหน้าคมเข้มให้เสียโฉม

“อ๊ะ!.... ท่าน-ชีค”

ร่างบางสะดุ้งหายใจหอบแรง เมื่อดอกไม้งดงามที่ไม่เคยมีชายใดเข้ามาเด็ดดอม ถูกปลายนิ้วยาวของชีคหนุ่มเข้ารุกล้ำอีกครั้ง พร้อมกับชั้นในตัวสวยที่คั่งค้างก็ถูกรูดออกไปทางปลีขาขาว ความตระหนกต่อสิ่งที่ไม่เคยพานพบทำให้เธอหลับตาแน่น

“ไม่ต้องอายหรอกต่อไปเจ้าก็จะชินไปเอง… ”

คามิลพูดยิ้มๆ เมื่อเห็นว่าเธอพยายามใช้มือบางเล็กของตัวเองปกปิดสิ่งหวงแหนของเธอพัลวัน ทั้งที่ตัวเธอนั้นงดงามอย่างไม่ต้องอายใคร และเขาก็พอใจสรีระของเธอมากจนถึงขึ้นไม่อยากให้ใครมาเห็น

ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวทะเลทราย จับจ้องร่างบางที่นอนหายใจรวยระรินอย่างจะกลืนกิน ขณะที่รัตติยาก็รู้สึกได้ถึงสายตาร้อนแรงนั้นของเขาที่สาดส่งมา

ชีคหนุ่มไม่พูดพร่ำทำเพลง ริมฝีปากสวยระดมจูบใบทั่วดวงหน้างามที่บิดส่ายไปมาบนที่นอน เพราะต้องการหนีไรเคราเขียวเข้มของเขาที่ตามมาสร้างความแสบร้อนอย่างต่อเนื่อง ทำเอารัตติยาถึงกับต้องปัดป้องเป็นพัลวัน ไม่คิดว่าเขาจะจู่โจมเข้าหาเธออย่างไม่ปล่อยให้พักหายใจหายคอ

นิ้วยาวซอกซอนเข้าไปลึกมากขึ้น หลังมือหนาจับแยกต้นขาอวบของเธอออกห่าง แล้วจ้องมองสิ่งที่กลืนกินนิ้วมือของเขาเข้าไปอย่างตื่นเต้น กลีบกุหลาบบานสวยสะพรั่งไร้ร่องรอยของชายใดเข้าแตะต้อง เขาเป็นคนแรกที่จะได้สิ่งนั่นที่มีค่าของเธอในอีกกี่นาทีข้างหน้า

ไรขนอ่อนๆ สีดำขลับนั้นดูแล้วชวนให้ลูบไล้จนชีคหนุ่มอดใจไว้ไม่อยู่ ไฟในกายของเขาก็ลุกฮือจนแทบจะเผาไหม้ตัวเองรวมทั้งเธอ ยามที่นิ้วมือจมหายเข้าไปในความเป็นหญิงจนไม่สามารถมองเห็น ความแน่นหนึบคับติ้วเหมือนจะกลืนนิ้วเขาเข้าไปทั้งหมด ทำเอาร่างหนาสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด และต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก ที่จะแสวงหาความสุขไปพร้อมๆ กับการสอนงานให้เธอ

ชายหนุ่มรั้งร่างบางที่นอนอ่อนระทวยขึ้นมาจูบด้วยแขนแข็งแรงข้างหนึ่ง ขณะที่มือข้างล่างยังทำหน้าที่ของมันต่อไปอย่างเร่าร้อน จนหญิงสาวต้องร้องครางออกมาในลำคอ เพราะเธอกำลังพบกับความวาบหวานซ่านเสียวพร้อมๆ กับกำลังจะขาดอากาศหายใจ

มือของชายหนุ่มทำงานอย่างมีชั้นเชิง ขยับและสอดแทรกอย่างเป็นจังหวะ ขณะที่ปลายลิ้นอุ่นของเขาก็ซอกซอนหาความหวานอย่างเอาเป็นเอาตาย ความช่ำชองของเขากำลังหลอมละลายร่างกายของเธอจนแหลกเหลว สัมผัสจากใจกลางร่างที่ยังคงดำเนินต่อไปไม่มีหยุด ทำเอาแข้งขาที่ตั้งชันอ่อนแรง ก่อนจะซบศีรษะสวยพิงอกกว้างอย่างจำนน แหงนหน้ารับจุมพิตที่เขามอบให้อย่างพ่ายแพ้ พร้อมกับเบื้องล่างที่มีนิ้วร้ายกาจทำงานอย่างคล่องแคล่ว ร่างกายสั่นไหวตามแรงหายใจที่เจ้าตัวผ่อนออกมาอย่างถี่จัด

ชีคหนุ่มคำรามลั่นในลำคออย่างพึงพอใจ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขาสำลักความสุขได้มากขนาดนี้ อยากจะแนบร่างไม่ต่างจากเธอเข้าไปแทรกสอดและมอบความรู้สึกดีๆ ทั้งหมดให้ไปอย่างไม่ต้องการที่จะได้กลับคืน หญิงสาวได้แต่หลับตาแน่น ปล่อยใจและกายไปกับรสสัมผัสอันอ่อนโยนของเขา ทว่าแฝงความเร่าร้อนเอาไว้ทุกช่วงเวลาที่เขาเล้าโลมเธอ

“ท่านชีค…”

เธอพร่ำเรียกชื่อเขาพร้อมปรือตาสวยซึ้ง ที่อยู่ในห้วงแห่งความวาบหวามขึ้นมามอง หลังชายหนุ่มผละริมฝีปากออกมาให้เธอได้พักหายใจ ดวงตาร้อนแรงแฝงความต้องการอย่างชัดเจนมองอีกฝ่ายอย่างไม่คิดปิดบัง

ชายหนุ่มผละออกมาปลดชุดยาวกรอมเท้า ที่ตัวเองสวมใส่ออกจากร่างของตัวเองบ้าง ขณะที่นัยน์ตาคมของเขายังจ้องไปที่ร่างของเธออย่างสิเน่หาต้องการ ไม่ต่างจากหญิงสาวที่ลอบมองเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ

สมบูรณ์แบบ...

เธอบอกตัวเอง ร่างกายผู้ชายก็น่ามองไม่แพ้สัดส่วนของผู้หญิง ดวงตากลมสวยราวกับลูกแก้วของหญิงสาว ไล่มองความสมบูรณ์แบบบนเรือนร่างเปล่าเปลือยด้วยความทึ่ง เนื้อตัวสีแทนอมทองอร่ามไปทั่วร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม

ขนสีทองที่ขึ้นประปรายกลางหน้าอก หายลับลงไปเบื้องล่างที่เปิดเปลือยไม่ต่างจากช่วงบน ทว่าเธอกลับไม่สามารถกวาดสายตามองลงไปต่ำกว่านั้นได้ ทั้งที่ใจอยากรู้อยากเห็นมันเสียเต็มประดา

กล้ามเนื้อหน้าท้องที่เป็นลอนนั้นเริ่มเกร็งขึ้นมาทีละนิด เมื่อเห็นสายตาซุกซนของเธอ ที่พยายามมองจุดที่ต่ำกว่าสะดือของเขาอย่างสนใจ หากแต่ใจยังไม่กล้าพอที่มองให้ต่ำลงไปอีก ทั้งที่เขาเองก็ยืนรอลุ้นแทบขาดใจให้เธอสัมผัสเขาให้เต็มสองตา เธอรีบเบือนหน้าหนีพร้อมกับออกอาการเกร็งและแดงไปทั้งตัว

ชีคคามิลระบายรอยยิ้มออกมาอย่างชอบใจ เมื่อเห็นความอยากรู้ปรากฏอยู่บนดวงตาคู่สวยของเธอ แต่ใจกลับไม่กล้าที่จะสนองความต้องการของตัวเองได้ ร่างสูงไร้ซึ่งความอายก้าวเข้าไปหา เขาไม่เคยอายใครในเมื่อมีร่างกายสวยงามไว้เป็นอาวุธสำหรับพิชิตความสาว

ความแข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบเหนือชายทุกคน ทำให้ผู้หญิงจากทั่วทุกสารทิศต่างหลงใหลได้ปลื้ม พร้อมนอนรอท่าถวายตัวให้เขาอย่างไม่เคยเรียกร้องสิ่งใด ขอเพียงมีเขาได้กอดแนบกายพวกเธอก็ไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้วในชีวิตนี้ ชีคหนุ่มคิดอย่างภาคภูมิใจในตัวเอง

นางในฮาเร็มอีกเล่าเท่าไหร่เขาก็ไม่เคยนับ รู้แต่ว่าเขาผลัดเปลี่ยนเรียกเข้าห้องไม่ซ้ำหน้าในแต่ละวัน แต่ทันทีที่เห็นรัตติยาผู้หญิงที่จัดได้ว่าสวยกว่าใครในดูบันย่า เขาก็หลงลืมพวกนางเหล่านั้นอย่างไม่ตั้งใจ เพียงมีเธออยู่ใกล้ความต้องการต่างๆ มากมายจากผู้หญิงเหล่านั้น ก็มลายหายไปไหนก็ไม่รู้ เหมือนทั้งหมดจะรวมพลมาอยู่ที่เธอเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เขาต้องการ

“เจ้าตกใจอะไรหรือ…”

น้ำเสียงเจือแววขันเรียกใบหน้านวลหันกลับมามอง วงหน้าซับสีเรื่อไม่รู้ว่าโกรธหรืออายทำให้ชายหนุ่มยิ้มออกมา ขณะที่คนมองเม้มปากแน่นสะบัดหน้าหนีไปทางเก่าอีกหน มือหนาเชยคางมนให้เงยขึ้นสบตาคม พร้อมหย่อนลำตัวสูงใหญ่นั่งลงเคียงข้าง ค่อยๆ กดร่างบางให้ลงไปนอนหงายโดยมีร่างของเขาทาบทับ จากนั้นก็ตรึงสายตาสวยของเธอให้มองมาที่เขาที่เดียว

“... ว่ายังไง เจ้าตกใจอะไรในตัวของเรากระนั้นหรือ”

“จะทรงตรัสถามให้มันได้อะไรขึ้นมาเพคะ”

เธอแหว นึกอยากให้เขาทำหน้าที่ของเขาให้มันจบๆ ไป เพราะเธออายมากนักที่ต้องมานอนให้เขาจ้องมองด้วยสภาพที่เปล่าเปลือยแบบนี้ ความซ่านเสียวที่เขาก่อไว้จากใจกลางร่าง ยังสร้างความวาบหวามให้เธอไม่หาย เขายังมีหน้ามาซักถามเธอด้วยเรื่องน่าเกลียดแบบนี้ได้อย่างไร นี่เขาเป็นชีคประเภทไหนกัน หื่นกามบ้าผู้หญิง อย่างที่ใครต่อใครพูดจริงๆ หรือ  รัตติยาคิด

“เห็นเจ้าเบือนหน้าหนี… เราไม่รู้ว่าเจ้าไม่พอใจร่างกายตรงส่วนไหนของเรา มีตรงไหนที่เจ้าไม่ชอบใจมันอย่างนั้นหรือรัตติยา”

รัตติยาอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ ให้สาสมกับความคับแน่นในใจของตัวเอง คนบ้าอะไรมีอย่างที่ไหนมาถามคำถามนี้กับเธอที่เป็นผู้หญิง เขายังมีสามัญสำนึกของความเป็นสุภาพบุรุษหลงเหลืออยู่บ้างไหมเนี่ย เธออยากรู้จริงๆ

ชายหนุ่มยิ้มรับเต็มหน้า เมื่อเห็นกิริยาของเธอแล้วอดมันเขี้ยวขึ้นมาไม่ได้ พวงแก้มใสเป็นเป้าหมายของปลายจมูกโด่งจัดของตัวเอง ที่หวังจะเข้าไปดอมดมสูดกลิ่นความหอมที่เย้ายวนกวนใจเขาตลอดเวลา

รัตติยาหลบไม่ทันชายหนุ่มสมดังหวังพร้อมกับถอยใบหน้าออกมายิ้มกรุ้มกริ่ม ทั้งยังส่งสายตาพราวมาให้จนหญิงสาวหมั่นไส้อยากตบหน้าเขาให้หันนักถ้าทำได้

“อย่าแม้แต่ที่จะคิดทำร้ายที่เป็นเจ้าชีวิตของเจ้า… ”

ถ้อยคำเหมือนเข้ามาอยู่จิตใจทำให้ตาสวยเบิกกว้าง นี่เขาอ่านความคิดของเธอออกได้อย่างไร รัตติยางง กะพริบตาสวยติดๆ กันหลายครั้งอย่างตกใจ ก่อนจะรีบเสมองไปทางอื่นพร้อมปฏิเสธออกมา

“เปล่านี่เพคะ… ทำไมทรงตรัสอย่างนั้น”

“แล้วทำไมเจ้าต้องหนีหน้าเรา”

“ก็เพราะ… หม่อมฉันไม่อยากมองหน้าพระองค์ไงเพคะ”

มุมปากหยักสวยเกินชายยกยิ้ม ก่อนจะแสร้งถามออกมาไปอย่างยียวน ฝ่ามือกว้างลูบไล้ไปทั่วสรรพางค์ของเธออย่างกลั่นแกล้ง ที่ผวาทุกครั้งที่ฝ่ามือหนาของเขาลากผ่าน ก่อนจะกอบกุมความนุ่มหยุ่นเอาไว้เต็มอุ้งมือ จนหญิงสาวชาวาบขนลุกเกลียวขึ้นมาอีกรอบ

“ใบหน้าของเราขี้เหร่จนเจ้ารับไม่ได้เลยงั้นหรือ?”

พร้อมคำพูดของเขาใบหน้างามจึงเบือนกลับมาประสานสายตา หากแต่ความรัญจวนที่ทรวงอกหลังเขานวดเคล้าเบาอย่างตั้งใจ ทำให้คำพูดที่เหมือนจะแข็งแกร่งของเธอกลายเป็นกระท่อนกระแท่นขึ้นมาทันที

“มะ... ไม่ใช่เพคะ เพราะ... พระองค์ทรงหล่อเหลามากต่างหาก... แต่ก็เป็นที่ยียวนกวนประสาทของหม่อมฉันยิ่งนัก… จนหม่อมฉันอยากจะ…”

น้ำเสียงลอดไรฟันน้อยๆ ตอบออกมา อีกฝ่ายยิ้มบางๆ มองเธออย่างรู้ทัน

“ทำไมไม่พูดต่อล่ะ”

“สัญญา… ว่าจะไม่ลงอาญามั้ยเพคะ… ถ้าหม่อมฉันพูดคำนั้นออกไป”

“เจ้าเล่ห์ไม่เบานะ”

“คงไม่ถึงครึ่งของพระองค์กระมังเพคะ… ว่าไงเพคะ…  จะทรงอนุญาตให้หม่อมฉันพูด โดยไม่ทรงลงอาญาได้มั้ย”

ชายหนุ่มทำท่าครุ่นคิดนานก่อนตอบออกไป “ก็ได้…ลองว่ามาสิ”

ชีคคามิลอนุญาตออกมาในที่สุด พร้อมกับเคล้าคลึงความเต่งตึงตรงหน้าไปเรื่อยๆ ปลายนิ้วสะกิดตุ่มไตปลายยอดถันเบาๆ อย่างกลั่นแกล้ง เมื่อเห็นสายตาท้าทายส่งมาหลังเขาเอ่ยปากอนุญาตเธอออกไป

หญิงสาวแสนพยศ!... คอยดูวันนี้เขาจะปราบพยศเสียให้ราบคาบ แต่ก่อนจะถึงเวลานั้นเขาจะดูสิว่าเธอยังมีอะไรให้เขาทำสนุกๆ ได้อีก ไม่อยากยอมรับกับตัวเองเลยว่าติดใจการประคารมของเธอเข้าให้แล้ว นี่เขาจะหลงเธอจนโงหัวไม่ขึ้น ทั้งที่ยังไม่ได้หลวมรวมเป็นหนึ่งกับเธอหรืออย่างไรแทบไม่น่าเชื่อเลย คามิลคิด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ชีคคามิลต้องตกใจสุดขีด เมื่อสิ่งแลกเปลี่ยนที่ผู้สูงวัยส่งมาให้กลายเป็นคนละคนกับที่อยู่ในภาพ การรอคอยด้วยความหวังพังทลายลงตรงหน้า เมื่อหญิงสาวอีกคนหนึ่งปรากฏตัว แต่แทนที่ชายหนุ่มจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เขากลับพึงพอใจกับของกำนัลชิ้นนี้มากกว่าชิ้นเก่าหลายร้อยเท่า…ทว่าเขาจะทำเช่นไรเมื่อของกำนัลชิ้นนี้ โกรธเกลียดเขาอย่างกับอะไรดี… "

ศิริภักดิ์


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha