โซ่เสน่หาบัญชาหัวใจ (สนพ. โรแมนติค:วางแผงแล้วค่ะ)

โดย: chineserose



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 15 : CHAPTER 7 : หาดทราย สายลมและรักเรา... [ 60% ]


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

CHAPTER 7

หาดทราย สายลมและรักเรา...

หาดซาน เซบาสเตียน, แคว้นบาสก์, ราชอาณาจักรสเปน

เบื้องหน้าของรินรุ้งคือท้องทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสัมผัสบรรยากาศอันน่าอภิรมย์นี้ นานแล้วสินะที่หญิงสาวไม่ได้มาเที่ยวตากอากาศแบบนี้เลย

ตอนอยู่ที่เมืองไทย เธอก็ได้แต่ทำงานไปวันๆ แถมที่ทำงานก็อยู่ในป่าในเขา มองไปทางไหนก็มีแต่ป่า ต้นไม้ และพอจะมีดอกไม้สวยๆ ให้ชื่นใจบ้างในบริเวณสวนหย่อมของรีสอร์ต เธอเคยนึกอยากเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการลางานไปเที่ยวทะเลอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่มีเวลาเอาเสียเลย จนกระทั่งต้องระเห็จมาทำงานที่นี่นี่แหละ จึงพอจะนับได้ว่าเป็นสิ่งที่โชคชะตาชดเชยให้กับชีวิตเธอไม่น้อยทีเดียว

เซคิโอพาลูกสาวมาเที่ยวบ้านพักตากอากาศส่วนตัวที่ตั้งอยู่บนชายหาดแห่งนี้ ไกลออกไปสามารถมองเห็นเกาะเล็กเกาะน้อยที่อยู่ในการครอบครองของเขาเช่นกัน

“นี่เธอ รีบไปขนของเข้าสิ จะมัวยืนใจลอยทำอะไรอยู่ล่ะ” จู่ๆ เสียงตวาดด้วยน้ำความหงุดหงิดของวิเวียนก็ดังขึ้น ดวงตาของนางจ้องมองมาที่พี่เลี้ยงสาวอย่างขัดหูขัดตา

“ค่ะๆ” รินรุ้งรีบรับคำ

ความจริงเธอก็ไม่ใช่คนรับใช้สักหน่อย เธอมาทำหน้าที่พี่เลี้ยงและเป็นช่วยดูแลพัฒนาการให้กับมิลินไม่ใช่หรือ การที่วิเวียนมาคอยข่มขู่ จิกหัวเธอด้วยคำพูดบ่อยๆ แบบนี้มันไม่ค่อยเหมาะสมเลยนะ รินรุ้งคิด

เห็นทีว่าหญิงสาวคงจะต้องหาทางทำอะไรสักอย่างให้อีกฝ่ายเข้าใจแล้ว ถึงแม้ว่าเธอจะพยายามสงวนปากคำมาตลอด เพราะไม่ต้องการสร้างปัญหา แต่รินรุ้งก็ไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัว รอให้ใครมารังแกง่ายๆ เหมือนกัน

หญิงสาวถอนหายใจแรงๆ พลางขนกระเป๋าและข้าวของเข้าไปเก็บในบ้านพักตากอากาศแบบวิลล่าหรูหราและใหญ่โต ที่พักของเธอเป็นห้องที่อยู่ติดๆ กันกับห้องของมิลิน เพื่อจะได้เข้าออก ดูแลเด็กหญิงได้สะดวก

จนถึงตอนนี้ มิลินก็ยังไม่ให้ความสนิทสนมกับพี่เลี้ยงคนใหม่สักเท่าไหร่ แม้จะยอมพูดคุยดีๆ ด้วยในบางครั้ง ไม่ออกฤทธิ์ออกเดชกับเธอมากมายเหมือนแต่ก่อน หากเธอก็ยังไม่ยอมให้หญิงสาวแตะเนื้อต้องตัวเกินความจำเป็น นอกจากในเวลาแต่งตัว ซึ่งถ้านับจากวันแรกที่หกญิงสาวมาถึงสเปน ก็ต้องถือว่ามีความก้าวหน้าไปมาก

ส่วนหนึ่งนั่นก็เพราะรินรุ้งเคยลงเรียนวิชาเลือกด้านจิตวิทยาเด็ก และเคยไปฝึกงานเป็นอาสาสมัครในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าด้วยในสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัย เธอจึงรู้วิธีโน้มน้าวจิตใจมิลินอยู่บ้าง รินรุ้งจึงเชื่อมั่นว่าอีกไม่นาน เด็กหญิงจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดี และลดความก้าวร้าวลงได้ เพราะความจริงแล้ว เธอมองว่ามิลินเป็นเด็กที่น่ารัก แต่ที่เห็นร้ายๆ อย่างนั้น เป็นเพราะเด็กหญิงกลัวว่าจะมีใครมาแย่งความรัก แบ่งความรักจากเซคิโอไปนั่นเอง

 

ระหว่างที่วิเวียนและรินรุ้งกำลังช่วยกันขนข้าวของเครื่องใช้เข้าไปในวิลล่า รวมถึงแยกย้ายกันนำกระเป๋าเสื้อผ้าไปเก็บในห้องพักของตนนั้น เซคิโอก็อุ้มมิลินมาที่ห้องของเขา

“แด็ดดี้ขา... มิลินไปเล่นที่สนามหญ้าได้ไหมคะ” เด็กหญิงขออนุญาตเขาลงไปเล่นเครื่องเล่นเด็กในสนามหญ้าหน้าบ้าน แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่เขาสั่งคนนำมาติดตั้งไว้เพื่อลูกสาวโดยเฉพาะ

ภาพของมิลินที่แหงนหน้าจนคอตั้งบ่านั้นช่างน่ารักน่าชัง แม้เธอจะดูร้ายกาจกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันมาก แต่ด้วยหน้าตาที่สะสวยน่าเอ็นดูก็ทำให้ผู้ใหญ่ทุกคนอดที่จะหลงรักไม่ได้

“ได้สิจ๊ะ” คุณพ่อวัยหนุ่มเอ่ยพร้อมพยักหน้าช้าๆ เป็นเชิงอนุญาต จนเด็กหญิงดีใจยิ้มกว้าง

“งั้นมิลินไปเลยนะคะ”

“แล้วห้ามไม่ให้ไปไหนไกลนะคะ เดี๋ยวแด็ดดี้เองก็จะรีบตามไป” คนเป็นพ่อบอกพลางขยี้ศีรษะเล็กๆ อย่างอ่อนโยน

มิลินฟังจบก็วิ่งออกไปจากห้อง เพื่อตรงไปเล่นที่สนามหญ้าหน้าวิลล่า ผ่านห้องพักของตนเองรวมถึงห้องของพี่เลี้ยงสาวที่ขณะนี้ไม่ได้อยู่ในห้อง

 

หลังจากขนกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองเข้าไปเก็บเรียบร้อยแล้ว รินรุ้งก็ออกไปเดินเล่นคนเดียวเงียบๆ เพราะเห็นว่าเซคิโอดูแลมิลินอยู่ เธอคิดว่าทั้งคู่ต้องการใช้เวลาอยู่ด้วยกันสักพัก จึงถือโอกาสปลีกตัวออกไปสัมผัสธรรมชาติและกลิ่นอายทะเลสักสองสามนาที พลางเดินทอดน่อง ปล่อยอารมณ์ให้ผ่อนคลาย หลังจากไม่เคยได้สัมผัสความรู้สึกแบบนี้มานานมากแล้ว...

ผืนทรายสีขาวละเอียดทำให้หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะถอดรองเท้าวางทิ้งไว้ แล้วเดินปล่อยอารมณ์ไปอย่างลืมตัว ทอดสายตามองไปยังท้องทะเลกว้างสุดสายตา ให้ฝ่าเท้าสัมผัสผืนทรายนุ่มๆ พลางสูดหายใจเข้าลึก พร้อมรอยยิ้มของความสุข

ความเพลิดเพลินที่ได้รับ ทำให้ไม่ทันรู้ตัวเลยว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน จนลืมไปว่าเธอมีหน้าที่ที่จะต้องคอยดูแลมิลินอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

กรี๊ดดด!!!

ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น รินรุ้งใจแป้วขึ้นมาทันที รีบหันไปมองตามสัญชาตญาณว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าของเสียงนั้นกันแน่

“มิลิน!” เธอตะโกนเรียกกลับไป

ร่างบางไม่รอช้า รีบวิ่งอย่างสุดชีวิตเข้าไปตามทิศทางของเสียงที่ได้ยิน สายตาก็สอดส่ายมองหาเด็กหญิงไปด้วย เธอวิ่งย้อนกลับไปตามชายหาดจนถึงหน้าวิลล่า มองหาที่สนามหญ้าที่มีแต่เครื่องเล่นเด็กอันว่างเปล่าก็ใจหายวาบ ก่อนจะวิ่วตรงไปยังสะพานไม้ที่ทอดยาวลงไปในทะเล ใช่แล้ว! เสียงมาจากที่นั่น

รินรุ้งกวาดตามองก็พบร่างน้อยกำลังดิ้นรนอยู่ในน้ำเพื่อเอาตัวรอด หญิงสาวไม่มีเวลาคิดอะไรอีก จึงตัดสินใจกระโดดลงไปทันที สะพานแห่งนั้นถูกสร้างเพื่อเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก พร้อมทั้งถูกใช้สำหรับเป็นท่าเรือสปีดโบ๊ตส่วนรวมของเจ้าของวิลล่าในบริเวณนั้น น้ำจึงค่อนข้างลึก และอยู่ห่างออกมาจากรีสอร์ตของเซคิโอไม่น้อย

พี่เลี้ยงสาวพยายามดำผุดดำว่ายเพื่อช่วยชีวิตเด็กหญิงที่กำลังจมน้ำ แต่กว่าจะคว้าร่างน้อยๆ ที่ไร้สติของมิลินได้ก็ผ่านไปหลายนาทีแล้ว

มิลิน... มิลิน...

หนูต้องปลอดภัยนะจ๊ะ

เธอได้แต่คิดอย่างกระวนกระวายใจ ขณะว่ายน้ำพาเด็กหญิงกลับไปที่สะพาน เวลานั้นทุกคนซึ่งวิ่งตามเสียงออกมาเช่นกันก็ได้มารับร่างมิลินอยู่แล้ว

พอส่งตัวเด็กน้อยขึ้นฝั่งได้เท่านั้น ทุกคนต่างก็พากันเข้ามากลุ้มรุม บ้างยืนมองด้วยความเป็นห่วง บ้างก็ช่วยปฐมพยาบาลมิลินโดยด่วน แต่มิลินก็ยังไม่ได้สติ หากตอนนั้นกลับไม่มีใครสนใจเลยว่าร่างอีกร่างหนึ่งที่ยังอยู่ในน้ำกำลังหมดแรงและค่อยๆ จมลงอย่างช้าๆ เพราะความเย็นของน้ำ รวมถึงตะคริวที่เล่นงานเธอเข้าอย่างเฉียบพลัน  

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น” เฟอร์นันโดที่เพิ่งมาถึง รีบแทรกเข้ามาในกลุ่มคนซึ่งมีทั้งนักท่องเที่ยวในบริเวณนั้นรวมถึงคนของเซคิโอ

“คุณหนู! กรี๊ดดดด นี่มันอะไรกัน” วิเวียนกรีดร้องพลางยกมือขึ้นทาบอก ก่อนโผลงไปนั่งคุกเข่าใกล้ๆ ร่างเด็กหญิงที่เธอดูแลและเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก

ภาพของมิลินซึ่งใบหน้าซีดเผือด ไม่ได้สติ ทำเอาแม่บ้านใหญ่หัวใจแทบสลาย มือไม้อ่อน ทำอะไรไม่ถูก เอาแต่ร้องไห้โฮอย่างลืมตัว ขณะที่คนสนิทของเซคิโอจะช่วยกันกันคนออกห่าง เพื่อให้คนเจ็บมีอากาศหายใจได้สะดวก

“ทำไมคุณหนูมิลินถึงจมน้ำได้ มันเกิดขึ้นได้ยังไง แล้วรินรุ้งล่ะ! นังพี่เลี้ยงคนนั้นหายหัวไปอยู่ที่ไหน” วิเวียนกราดเกรี้ยว พอเจ้าหล่อนถามถึงหญิงสาวอีกคน เฟอร์นันโดถึงเพิ่งจะนึกได้ว่ารินรุ้งไม่ได้อยู่ในบริเวณนั้น อันที่จริงเขาก็ยังไม่เห็นเธอขึ้นจากน้ำเลย

“นั่น ผู้หญิงกำลังจมน้ำ!” เสียงนักท่องเที่ยวคนหนึ่งร้องขึ้นอย่างตื่นกลัว พลางชี้ลงไปที่ทะเล ทุกคนต่างก็พากันมองตามโดยอัตโนมัติ แต่ยังไม่ทันจะทำอะไร เซคิโอที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาถึงเป็นคนหลังสุดก็กระโจนลงไปในน้ำทันที ทั้งที่ร่างกายสวมกางเกงบอกเซอร์แค่ตัวเดียว

ตูม!!

ร่างสูงกระโดดแหวกผิวน้ำลงไปอย่างทันท่วงที เขาดำผุดดำว่ายอยู่ชั่วอึดใจก็ยังหาร่างรินรุ้งไม่พบ จึงตัดสินใจดำลึกลงไปอย่างคลุ้มคลั่ง ใช้แรงทั้งหมดที่มี ดำดิ่งใต้ท้องทะเลเพื่อตามหาเรือนร่างน้อยๆ ที่เขาเคยเฝ้าฝันอย่างไม่สนใจชีวิตตัวเอง

นรกเอ๊ย! ทำไมต้องเกิดเรื่องบ้านี่ขึ้นด้วยนะ

บนผิวน้ำสีครามที่ยังกระเพื่อมไหวด้วยแรงคลื่น ปรากฏเพียงฟองน้ำที่ผุดพรายขึ้นมาจากการแหวกว่ายดำดิ่งของซีอีโอหนุ่ม เวลาเดียวกันนั้นที่ใต้ท้องน้ำ รินรุ้งกำลังรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะแหลกสลาย เธอกลั้นหายใจจนทนไม่ไหว เผลอสูดน้ำไปจนแสบร้อนไปทั้งรูจมูก เสียงหวีดหวือก่อกวนอยู่ในโสตประสาท ดวงตามองไม่เห็นอะไร ร่างกายรู้สึกเคว้งคว้างอยู่ในท่ามกลางความมืดมิด และจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ อย่างไร้แรงที่จะต่อต้าน

เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เธออยู่ในสถานะใดระหว่างความเป็นกับความตาย...

ไม่รู้ว่ากำลังหายใจอยู่หรือไม่...

ไม่รู้ว่าถ้าเธอตายไป จะมีโลกหน้าอยู่จริงไหม...

ท่ามกลางทุกอย่างที่มืดมิด มองเห็นเพียงแสงสว่างจุดเล็กๆ ที่ห่างลิบลับ และกำลังจะดับหายไป... 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

niyayrak_coin  นิยายเรื่องนี้ไม่ได้เปิดรับเหรียญกำลังใจอยู่ในขณะนี้


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha