โซ่หัวใจไฟพิศวาส (จบแล้ว)

โดย: ปูณ ปูริดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

โซ่หัวใจไฟพิศวาส

ตอนที่ 1

ใบหน้าสาวน้อยมีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามขมับ กลิ่นกายหอมยั่วยวนใจเวลาเดินผ่านทำให้มาคัสเริ่มทนไม่ไหว ชายหนุ่มยกมือขึ้นเหนือศีรษะเล็กน้อยแล้วผู้จัดการวัยกลางคนก็รีบรุดเดินเข้ามาหาพร้อมกับค้อมตัวลงถามอย่างนอบน้อม

อรุณ เรียกเด็กคนนั้นให้หน่อยซิ ฉันอยากคุยด้วย” มาคัสบอกผู้จัดการผับเสียงรื่นรมย์ ขณะเอื้อมมือไปหยิบไวน์รสเลิศและราคาแพงที่สุดในร้านขึ้นมาจิบ พร้อมกับเอนตัวพิงพนักโซฟาเนื้อนุ่ม ขาใหญ่แข็งแรงข้างหนึ่งยกขึ้นทับอีกข้าง สายตาจับจ้องอยู่ที่ร่างเล็กบางราวกับว่ามันเป็นเหยื่ออันโอชะ

เอ่อ...นายครับ”

มีอะไรอรุณ” แม้จะอยู่ในความมืด แต่เมื่อมาคัสตวัดสายตาคมดุไปก็ยังทำให้คนที่ถูกมองถึงกับตัวสั่น

อรุณกลืนน้ำลาย หลบสายตานายหนุ่มก้มมองพื้น “มะลิมะ...ใช่ผู้หญิงอย่างที่นายเข้าใจน่ะครับ”

แล้วเป็นผู้หญิงยังไงล่ะถึงได้มาทำงานในไนต์คลับของฉันล่ะ นายก็รู้ไม่ใช่หรือว่าผู้หญิงที่เข้ามาทำงานที่นี้ ต้องทำได้ทุกอย่าง”

มาคัสถามเสียงเข้ม เขาไม่ได้ดูถูกผู้หญิงแต่ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าคนที่เข้ามาทำงานที่นี่ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้ามีความพอใจ หลังจากเลิกงานก็สามารถออกไปกับแขกได้ ถึงเขาจะเป็นเจ้าของก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามปราม ยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือ ห้ามทุกคนยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติดทุกประเภทเท่านั้น หากใครไม่เชื่อและเขารู้เข้า ก็มีทางเดียวที่จะเดินได้ก็คือออกไปจากที่นี่เท่านั้นเอง

มะลิเป็นเด็กดีครับนาย เอ่อ...นาย...”

จัดการเรียกเด็กนั่นมาหาฉันดีกว่าอรุณ ที่เหลือก็ให้ฉันเป็นคนตัดสินใจเองดีกว่าไหม”

มาคัสบอกเสียงเรียบ แต่อรุณก็เริ่มรับรู้ถึงความไม่พอใจที่แผ่ซ่านออกมาคลอบคลุมตัวเขาได้แล้ว

สายตาผู้จัดการวัยกลางคนมองตามร่างสูงใหญ่ที่เดินเข้าไปในห้องสำหรับแขกวีไอพีที่คนด้านนอกจะเห็นคนที่อยู่ด้านในไม่ได้ แต่คนด้านในจะมองเห็นคนที่อยู่ภายนอกทุกอย่าง อรุณหายใจเข้าออกอย่างหนักอกหนักใจ

เขารู้ว่าผู้เป็นนายไม่ชอบให้ใครขัดใจ และเขาเองก็ไม่ได้อยากจะขัดใจหรอก แต่ก็อดสงสารมะลิวัลย์ไม่ได้ ที่พอมาทำงานแค่วันแรกก็ต้องเจอกับนายที่เอาแต่ใจ

ถ้าไม่ใช่เพราะกานต์เขตข้อร้องและทางร้านต้องการพนักงานด้วยแล้ว เขาก็ไม่คิดรับมะลิวัลย์เข้าทำงานที่นี่ เพราะกลัวว่าหญิงสาวท่าทางอ่อนต่อโลก ไร้เดียงสาจะเกิดไปต้องตาต้องใจใครเข้า การปฏิเสธอาจจะทำให้ตัวหญิงสาวและผู้เป็นพี่ชายต้องได้รับความเดือดร้อน

มะลิวัลย์ยังคงเหลือบสายตามองไปยังจุดที่ชายหนุ่มคนนั้นนั่งอยู่เป็นระยะ เธอผ่อนลมหายใจออกอย่างโล่งอก เมื่อเห็นเขาคนนั้นหายไปจากโต๊ะแล้ว

หญิงสาวก็อดนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่ได้ แม้จะไม่ชัดแต่รับรู้ได้ด้วยใจว่า เขาคุยอยู่กับผู้จัดการร้านอย่างเคร่งเครียด ดูท่าว่าผู้จัดการที่แสนจะใจดีกำลังเครียดจัด ขณะหันมามองเธออยู่บ่อยๆ จนทำให้เริ่มจะสงสัยแล้วว่าเรื่องที่สองคนนั้นกำลังคุยอยู่อาจจะเกี่ยวข้องกับเธอ มะลิวัลย์อดหนาวแผ่นหลังไม่ได้ เมื่อกานต์เขตบอกถึงความจริงบางอย่างที่เกิดขึ้นที่ไนต์คลับแห่งนี้

มะลิวัลย์ร้อนใจและหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก ฟันขาวขบกัดริมฝีปากอวบอิ่มที่สั่นไว้จนเจ็บ เธอส่งยิ้มให้กับผู้จัดการวัยกลางคนที่เดินมาหาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

“มีอะไรหรือเปล่าคะผู้จัดการ” มะลิวัลย์ถามเสียงสั่น

อรุณยืนทำใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากบอกมะลิวัลย์ในสิ่งที่เขาเองก็ยังลังเลใจอยู่ แต่ก็ต้องตัดใจทำตามคำสั่งผู้เป็นนาย

“มะลิไปดูแลแขกวีไอพีในห้องสามด้วยนะ”

อรุณบอกลูกน้องสาว สำหรับห้องวีไอพีที่นี่มีอยู่เก้าห้อง ห้องหนึ่งกับสองอยู่ติดกับบาร์เหล้า ห้องสี่ถึงเก้าจะอยู่ชั้นบนของร้าน ห้องสามจะอยู่ติดกับห้องเขา เป็นห้องที่สามารถมองเห็นภายในร้านได้ทั้งหมด

ค่ะผู้จัดการ” มะลิวัลย์รับคำ วางถาดไม้ใบใหญ่ในมือลงและรีบเดินไปยังห้องดังกล่าวทันที ใบหน้าสวยยิ้มแก้มปริ เมื่อนึกเงินจำนวยหลายร้อยอาจจะถึงพันบาทที่จะเข้ามาอยู่ในกระเป๋าถ้าเธอดูแลแขกในห้องวีไอพีนั้นอย่างดี

มะลิระวังตัวไว้น่ะห้องพวกนั้นน่ะเฒ่าหัวหูดีๆ นี่เอง แต่อย่างว่าละ ถ้าได้เข้าไปดูแลพวกนั้นจริงๆ ทิปดีกว่าเงินเดือนอีก”

มะลิอย่าไปเชื่อนะ ไม่จริงเสมอไปหรอกจ้ะ แขกดีๆ ก็มี บางคนต้องการความเป็นส่วนตัวน่ะ”

เสียงเพื่อนร่วมงานที่แซวตอนเธอเข้ามาเปลี่ยนชุดทำงานเมื่อช่วงเย็นยังดังก้องอยู่ในหู มะลิวัลย์เคาะประตูห้องและเดินเข้าไปโดยไม่ทันได้สังเกตใบหน้าชายหนุ่มคนที่นั่งเอนตัวอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ให้ดีเสียก่อน

“สวัสดีค่ะ จะรับอะไรดีคะ” แต่คำตอบที่หญิงสาวได้รับกลับกลายเป็น

ว้าย!”

หญิงสาวตกใจ ปล่อยเสียงร้องอย่างสุดเสียง ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เมื่อร่างเล็กลอยเข้าหาร่างใหญ่ สะโพกกลมมลวางอยู่บนตักแข็งแกร่ง มีแขนแกร่งโอบรอบเอวเล็กคอด พร้อมกดจมูกโด่งลงบนแก้มนวลอย่างถือสิทธิ์

ตัวเธอนี่ห้อม...หอมนะมะลิ”

มาคัสทักเพราะจำชื่อหญิงสาวจากผู้จัดการได้ ใบหน้าคมเข้มซุกไซ้ลำคอระหง ดมดอมผิวกายหอมกรุ่นที่ถึงแม้จะว่าจะมีกลิ่นเหงื่อไคลอยู่บ้าง แต่กลับกลบความหอมของผิวเนื้อสาวไม่ได้เลย แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นอารมณ์ดำมืดในกายชายหนุ่มให้ลุกโชนมากยิ่งขึ้น มือใหญ่ลูบไล้และบีบนวดลำขาเรียวยาวอย่างย่ามใจ

มะลิวัลย์กลัวจนตัวสั่นดวงตากลมโตไหววูบ หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมาจากทรวง มือเท้าเย็นเฉียบรีบยกขึ้นดันใบหน้าคมให้ห่างจากกาย แต่กลับถูกชายหนุ่มจับมาวางไว้บนตักด้วยมือเขาเพียงข้างเดียว ในขณะปากและจมูกยังคงแวะเวียนไปตามใบหน้าและลำคอจนทั่วแล้วมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ

คุณปะ...ปล่อยหนูนะคะ”

หญิงสาวอ้อนวอนเสียงสั่น จนชายหนุ่มจับความรู้สึกของเธอได้เป็นอย่างดี ใบหน้าคมคร้ามยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก สาวน้อยในอ้อมแขนคงไม่เคยต้องมือชาย ถึงได้บริสุทธิ์และไร้เดียงสา อีกทั้งยังหวานนุ่มอย่างที่เขาไม่เคยเจอมาจากหญิงสาวคนใดที่เคยมีความสัมพันธ์ด้วยสักนิด

ทำไมฉันต้องปล่อยเธอล่ะสาวน้อย”

มาคัสถามเสียงแหบพร่า ลากไล้มือมาหยุดบนทรวงอกอวบที่ดึงดูดสายตาตั้งแต่แรกเห็น ที่เขาคิดว่าจะต้องนุ่มนิ่มและให้ความรู้สึกดีมากๆ ยามได้สัมผัส

ปะ...ปล่อยหนูนะคุณ”

มะลิวัลย์ข่มกลั้นความกลัวบอกกลับไป พร้อมกับพยายามดึงมือที่ถูกพันธนาการไว้ออกจากกรอบเหล็ก แต่เธอก็สู้เรี่ยวแรงอันมหาศาลของชายหนุ่มไม่ได้ 

หญิงสาวมองหาว่าพอจะมีใครช่วยเหลือได้บ้าง แต่ทุกคนต่างคนก็ต่างสนใจกับหน้าที่ของตัวเอง เธอมองไปที่กานต์เขต หวังว่าลูกพี่ลูกน้องหนุ่มจะเห็น แต่อีกฝ่ายก็ทำแต่งานจนหัวหมุนเหมือนกัน

คืนนี้ไปต่อกับฉันได้หรือเปล่าหนูมะลิ ถ้าเธอบริการได้ถูกใจ ฉันมีทิปเป็นพิเศษให้ด้วยนะ” มาคัสพูดขณะที่มือก็ยังคงหยอกล้อกับทรวงอกอวบ

ก่อนที่มะลิวัลย์จะคิดได้ ชายหนุ่มก็ละมือจากทรวงอกอวบ จับปลายคางมลเอาไว้ก่อน แนบถ่านไฟร้อนผ่าวลงมา

เรียวปากนุ่มอิ่มเต็มตกอยู่ภายในปากหนาใหญ่ที่กดลงไปอย่างหนักหน่วง ปลายลิ้นสากร้อนไล้ไปตามริมฝีปากนุ่มและค่อยๆ แทรกเข้าไปในโพรงปากอุ่นๆ ทำการสำรวจและควานหาความหวานอย่างเชื่องช้า

มะลิวัลย์พยายามผลักดันกายใหญ่ให้ถอยห่างและเบี่ยงใบหน้าให้จูบที่สูบลมหายใจออกจากปอด แต่ร่างกายก็อ่อนแรงจากสิ่งที่ได้พบเจอ จนไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี

มาคัสรำคาญที่หญิงสาวพยายามต่อสู้ จึงได้จับมือเรียวไพล่หลังและดันจนร่างเล็กบางแทบจะจมหายเข้าไปในอ้อมอกกว้าง อีกมือก็กดตรึงท้ายทอยเธอให้เขาได้สัมผัสและลิ้มรสหวานอย่างถนัดถนี่จนพอใจกับความหวานนุ่มที่ได้รับ

คะ...คุณมาร์คครับ” 

แม้จะหวั่นใจกับพายุโทสะของเจ้านาย หากอรุณก็ยังเสี่ยงที่จะห้ามดู เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกำลังทำอะไรกับลูกน้องสาว ก็คิดอยู่หน้าประตูห้องอยู่นานเหมือนกัน แต่อาจจะเป็นเพราะความสงสารมะลิวัลย์ ที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายเขาก็ได้เขาเลยไม่อยากให้หญิงสาวได้เจอกับอะไรที่เลวร้าย

“ผมขอความกรุณาอย่าทำอะไรมะลิเลยนะครับ”

ทำไม” มาคัสถอนจุมพิตจากเรียวปากนุ่ม แต่ยังไม่เงยหน้าจากลำคอหอมกรุ่นด้วยความไม่พอใจลึกๆ ที่ถูกขัดจังหวะความสำราญ

คือมะลิมาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟชั่วคราวเท่านั้นเองครับ เธอไม่ได้เอ่อ...เอ่อ ไม่ได้มาทำอย่างที่เจ้านายคิดนะครับ” อรุณชี้แจง

เขาเพิ่งรับมะลิวัลย์เข้ามาทำงาน กำหนดไว้เพียงแค่ลูกจ้างชั่วคราวไปก่อน แต่ไม่คิดว่าวันนี้จะเป็นวันซวยของหญิงสาวโดยแท้ ที่พอมาทำงานวันแรกก็ดันไปถูกตาถูกใจเจ้านายหนุ่มที่เข้ามาตรวจงานในวันนี้พอดีเหมือนกัน

ความจริงเขาก็ไม่อยากจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับความสำราญของนายหนุ่มหรอก เพราะรู้ดีว่าเวลาที่ชายตรงหน้าโกรธจัดนั้นเป็นอย่างไร เขาอาจจะถูกพักงาน หรือไม่ก็สูญเสียงานที่มีรายได้งามไปเลยก็ได้ 

มาคัสทำเสียงจิ๊กจั๊กๆ ตวัดสายตาคมดุมองไปยังผู้จัดการไนต์คลับ มือก็ยังลูบไล้ลำแขนเรียวยาวขึ้นลง ถึงจะดึงดันต่อไป อรุณก็ห้ามปรามไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ แต่การได้สัมผัสกับความหวานในตัวหญิงสาว ทำให้เขารู้ว่าในคืนนี้ข้างกายเขาจะมีเธอไปนอนแนบข้างและต่อไปอีกหลายๆ คืนด้วย

“ได้...ฉันจะปล่อยสาวน้อยในอ้อมแขนไปก็ได้ แต่ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”

มะลิวัลย์แอบถอนหายใจอย่างโลกอกเมื่อได้ยินชายหนุ่มคุยกับผู้จัดการแบบนั้น หัวใจที่กำลังเต้นแรงเร็วค่อยๆ สงบลงบ้างเล็กน้อยและชายหนุ่มก็เริ่มรามือจากร่างกายเธอไปบางจุด แต่แล้วดวงตาก็ต้องเบิกกว้าง ใจดวงน้อยหล่นไปกองที่ปลายเท้า เมื่อได้ยินข้อแลกเปลี่ยนของชายหนุ่มชัดเจนเต็มสองหู

ฉันจะปล่อยเธอก็ได้สาวน้อย แต่เธอจะต้องทำให้ฉันพอใจโดยการ...” นิ้วยาวยกขึ้นจับริมฝีปากตัวเองให้มะลิวัลย์เข้าใจว่า เธอต้องทำอย่างไร

“ว่าไงทำได้ไหมหนูมะลิ”

มะลิวัลย์สายหน้า “มะ...ไม่คะ นะ...หนูทำไม่ได้”

เหรอถ้าเธอทำไม่ได้ งั้นฉันทำเองเธอคงไม่ว่าน่ะ”

ริมฝีปากหนาร้อนฉกวูบไปบนเรียวปากนุ่มและอิ่มเต็มอีกครั้ง ขบเม้มและดูดกลืนความหอมหวานจากเรือนร่างบอบบางที่กำลังสั่นน้อยๆ เพราะความต้องการของเขาที่ลามเลียไปทั่วทั้งร่าง

นี่ถ้าอยู่ในที่รโหฐานสองต่อสองมาคัสคงจะจิกทึ้งเสื้อผ้าอันแสนจะน่ารำคาญออกโยนทิ้งไป แล้วก็โจนจ้วงความแข็งแกร่งนำพาความสุขให้กับหญิงสาวและตัวเขาแล้ว แต่ที่นี่กลับมีเสียงเพลงอันอึกทึกครึกโครม ไหนจะแขกที่ไม่ได้รับเชิญอีกคนยืนหน้าซีดตัวสั่น คอยเตือนสติเขาอยู่ตลอดเวลาว่าไม่ใช่สถานที่อันเหมาะสม

อรุณกลืนน้ำลายลงคอ แอบหันหน้าไปด้านหนึ่ง พร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ภายในใจก็ยังกังวลและค่อนข้างจะแปลกใจที่นายหนุ่มปล่อยตัวมะลิวัลย์ง่ายๆ ง่ายเหลือเกิน หรือว่ามาคัสอาจจะมีแผนการอะไร ไม่ได้การล่ะ เขาจะต้องรีบจัดการทำอะไรสักอย่างเสียแล้ว

ชายหนุ่มปลดผ้ากันเปื้อนออกจากเอวเล็กคอด แทรกมือเข้าไปไล้ผิวเนื้อเนียนนุ่มจากแผ่นหลัง วกกลับไปกอบกุมปทุมอวบอิ่มเต่งตึงและนุ่มมือ ในขณะที่ปากก็กดย้ำหนักๆ บนเรียวปากนุ่ม ปลายลิ้นอุ่นร้อนไล้เรียวปากนุ่ม ก่อนแทรกเข้าไปไล้ฟันสีขาว เกี่ยวกระหวัดปลายลิ้นเล็กๆ ของอีกฝ่ายที่พยายามจะดันลิ้นเขาออก โดยไม่รู้เลยว่านั้นยิ่งเป็นการยั่วยุอารมณ์ปรารถนาให้ลุกโพรงยากจะดับได้

เป็นเวลานาน กว่าที่มาคัสถอนปากออกอย่างเสียดาย ดวงตาคมดุจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตที่เบิกกว้างด้วยความงุนงง ปลายนิ้วเขี่ยไปที่ขนตางามงอนยาวอย่างหลงใหล

“ไปทำงานได้แล้วมะลิ แล้วเดี๋ยวเราเจอกันหลังเธอเลิกงานนะสาวน้อย”

อรุณรีบบอกให้มะลิวัลย์รีบไปโดยไม่ลืมพูดเบาๆ “อีกเดี๋ยวไปพบฉันที่ห้องทำงานด้วยนะมะลิ”

ค่ะ...ค่ะ ขอบคุณคะผู้จัดการ”

มะลิวัลย์รีบเดินแกมวิ่งให้พ้นสายตาของชายหนุ่มผู้แสนจะเอาแต่ใจ หญิงสาวรีบหลบเข้าไปนั่งตัวสั่นอยู่ในห้องน้ำ หายใจหอบเร็ว มือเรียวยกขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างห้ามใจไว้ไม่ได้ น้ำเสียงนุ่มทุ้มยังดังก้องอยู่ในหู

ว่าไงสาวน้อย ตกลงคืนนี้จะไปกับฉันหรือเปล่าหืม...” แล้วเขาก็รอให้ตอบ แล้วพอเธอไม่ตอบ

“เอาเป็นว่าเมื่อไม่มีคำตอบ ฉันก็ถือว่าเธอตกลงแล้วกัน หลังเลิกงานฉันจะรอที่ลานจอดรถนะ”

เป็นครู่ใหญ่กว่าที่มะลิวัลย์จะตั้งสติได้ หญิงสาวรีบล้างหน้าลางตาจัดผมที่หลุดลุ่ยจากยางที่มัดให้เข้าที่เข้าทาง สองมือสองเท้ายังคงเย็นยะเยือก หัวใจยังเต้นแรง ขณะเดินเร็วๆ ไปหาผู้จัดการไนต์คลับ

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ "

ปูณ ปูริดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha