โซ่หัวใจไฟพิศวาส (จบแล้ว)

โดย: ปูณ ปูริดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : ตอนที่ 2-2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 2  

แสงสว่างยามเช้าส่องเข้ามาในห้องนอนใหญ่ที่ชายหนุ่มเจ้าของบ้านรู้สึกตัวตื่นและขยับกายเป็นเอนตัวพิงกับพนักเตียง มองดูร่างเล็กบางที่หลับในอ้อมแขนของตัวเองตลอดทั้งคืน ปลายนิ้วลูบไล้แก้มเนียนใสซับสีเลือดฝาด

รอยยิ้มแต้มบนใบหน้าเข้ม เมื่อหญิงสาวยกมือขึ้นปัดปลายนิ้วเขาออกอย่างรำคาญใจ ก่อนจะซุกใบหน้ากับหมอนใบใหญ่ที่หนุนอยู่ต่อไป

ตายแล้ว!”

มะลิวัลย์ผุดลุกจากเตียงพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้าง เมื่อความทรงจำจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังไหล่มาราวกับน้ำหลาก เธอหันรีหันขวางมองไปทั่วห้องที่อยู่อย่างตื่นตระหนก

อรุณสวัสดิ์จ้ะสาวน้อย”

ชายหนุ่มคว้าร่างบอบบางขึ้นมาทาบทับบนร่างตัวเอง และรีบปิดปากนุ่มก่อนที่เธอจะทันส่งเสียงร้อง ลิ้นร้อนลากไล้ก่อนสอดแทรกเข้าไปลิ้มรสความหวานปานน้ำผึ้งอย่างถือสิทธิ์ มือก็กระชากปราการขวางกั้นความสำราญออกจากกายเล็กอย่างราวเร็ว ก่อนห่อหุ้มด้วยความแข็งแกร่ง ความหอมหวานและหอมกรุ่นของคนตรงหน้าเรียกความปรารถนาในกายหนุ่มให้ลุกอย่างรวดเร็วราวกับไฟที่กำลังไหม้

มะลิวัลย์กำหมัดทุบอกกว้างแรงๆ อย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี กลัวก็กลัว แล้วยังมีอีกอารมณ์หนึ่งที่เธอไม่รู้ว่ามันคืออารมณ์อะไร ทั้งเสียวซ่านและมีความสุขไปพร้อมๆ กัน

ชายหนุ่มพลิกกลับจนกลายเป็นว่าตอนนี้เขาอยู่เหนือร่างเล็กบาง

“ดีใจจังที่ตื่นมาแล้วเห็นมะลิทักทายด้วยจุมพิตหวานๆ แบบนี้” มือใหญ่ฟอนเฟ้นอกอวบเต่งตึงที่ชูช่อตื่นตัวรับสัมผัสนุ่มนวลและแผ่วเบา เสียงหัวใจดวงเล็กๆ จากหญิงสาวที่กำลังเบิกตากว้างและตื่นตระหนกดังเข้ามาถึงหูมาคัส

ชายหนุ่มอมยิ้ม ปกติแล้วเขาจะได้เจอแต่สาวน้อยที่แสร้งทำเป็นว่าไรเดียงสาไม่เคยมีประสบการณ์กับผู้ชายเพื่อเรียกร้องเงินค่าตัวที่สูงขึ้น แต่กับสาวน้อยตรงหน้าเขารับรู้ถึงความอ่อนวัยและไร้เดียงสาได้ตั้งแต่ได้สัมผัสครั้งแรก ใจเลยเรียกร้องอยากคนสอนสั่งประสบการณ์อันสุดแสนจะวิเศษให้แก่เธอ

คะ...คุณอย่าทำอะไรหนูเลยนะ นะ...หนูกลัวแล้ว” มะลิวัลย์กลายเป็นคนติดอ่างไปในทันที เมื่อได้เจอกับบทรุกอันรวดเร็วที่บางครั้งเขาก็ทำให้เธอกลัวจนตัวสั่น แต่บางคราก็ทำให้ร้อนรุ่นและโหยหาความอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

“คุณปะ...ปล่อยหนูไปเถอะ...นะคะ ได้โปรด”

เสียงที่ออกจากปากนุ่มอิ่มเต็มทั้งอ่อนหวานและสั่นพร่า มือก็พยายามผลักดันใบหน้าคมที่กำลังโน้มลงไปหาผลไม้ผลงามที่กำลังชูช่ออวดสายตาให้ห่างไป

จะให้ฉันปล่อยเธอหรือสาวน้อย ทำไมล่ะ เธออยู่กับฉันที่นี่ไม่ดีหรือไง” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและเว้าวอน

สายตาคมดุกวาดมองไปทั่วร่างงามอย่างหลงใหล ทรวงอกเต่งตึงกำลังนูนเด่นจนเขาต้องรีบนำมือสากเล็กน้อยไปทาบวาง นิ้วใหญ่คีบผลไม้สีน้ำตาลอ่อนที่กำลังชูช่ออวดสายตา ล่างลงไปก็เป็นเอวเล็กกิ่วหน้าท้องแบนเรียบไร้ไขมันส่วนเกิน ที่ตอนนี้ยังมีแพนตี้ตัวน้อยแต่เก่าจนแทบจะปกปิดสิ่งใดจากสายตาเขาแทบจะไม่ได้แล้ว

มาคัสลากสายตากลับขึ้นไปอีกครั้ง ชายหนุ่มยิ้มใส่ตาคนที่กำลังตื่นกลัว ผมสีดำสลวยและยาวพอประมาณแผ่กระจายบนหมอนสีขาวใบใหญ่ ยิ่งเรียกอารมณ์ความต้องการในกายให้เพิ่มมากขึ้น จนตอนนี้เขาร้อนรุ่ม เพราะต้องการจะมีความสุขกับสาวน้อยแสนหวานตรงหน้าเร็วๆ

มะลิวัลย์ได้แต่ส่ายหน้า ใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมาจากอก ตอนนี้มือแกร่งกำลังลากไล้รุกรานเธออย่างต่อเนื่องและกำจัดปราการด่านสุดท้ายออกจากกายสาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยที่เธอขัดขวางไม่ได้เลย 

ปะ...”

ชายหนุ่มก้มปิดปากนุ่มอิ่มเต็มอีกครั้ง เขาลากไล้มือเป็นวนกลมบนหน้าท้องราบเรียบ และเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ จนถึงกลุ่มไหมนุ่มที่ปกปิดกลีบดอกไม้อันอ่อนเยาว์เอาไว้อย่างมิดชิด มาคัสแยกขาเรียวออกจากกันก่อนสอดนิ้วเข้าไปทำการสำรวจกลีบกายบอบบาง ถ้าเธอโอบอุ้มความแข็งแกร่ง...มาคัสคิดว่าเขาคงจะมีความสุขมากๆ เชียวล่ะ

สัมผัสเขาทำให้เธอเสียวซ่านรีบเบี่ยงตัวหลบหนีปากที่กำลังโลมเล้าปทุมงามเต่งตึง ขณะที่มือใหญ่ก็กำลังหยอกล้อกับเนินเนื้ออันนุ่มนิ่มและอ่อนเยาว์อย่างไม่ยอมให้มีส่วนใดส่วนหนึ่งน้อยหน้ากัน

มาคัสหลงใหลในความหอมหวานตรงหน้าอย่างไม่อาจจะละสายตาจากเรือนร่างเล็กเนียนนุ่ม

อารมณ์ความต้องการในกายพลุ่งพล่านจนหยุดนิ่งไม่ได้ มือเล็กยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ปลายนิ้วเล็กชอนไชเข้าไปในไรผมนุ่ม จิกทึ้งเส้นผมสลับกับกดให้ศีรษะทุยได้รูปแนบแน่นกับปทุมงาม

ชายหนุ่มช้อนร่างบางขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ปากได้สัมผัสกับทรวงอกนุ่มเต่งตึงอย่างถนัดถนี่ เรียวลิ้นสากโลมไล้ยอดไตสีสวยจนเปียกชื้น สลับกันไปมาทั้งสองข้างอย่างไม่ยอมให้น้อยหน้ากัน

ลิ้นสากลากไล้หยอกเย้ากับยอดปทุมถัน ขบกัดดูดเม้มเหมือนกับว่าเขาเป็นเด็กทารกดื่มกินน้ำนมจากทรวงอกมารดา มือที่ว่างก็ฟ้อนเฟ้นอย่างไม่ยอมให้หน้าอกหน้าใจหญิงสาวได้หยุดพัก

อือ...คุณมาคัส...”

หญิงสาวส่งเสียงร้องครวญครางและบิดตัว หวังว่าจะผ่อนคลายความเสียวซ่านจากอาการที่เป็นอยู่ ริมฝีปากก็เปล่งเสียงร้องออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ที่ทำให้ชายหนุ่มย่ามใจ ใบหน้าคมขบไล้ลงไปตามเรือนกายนุ่ม

มาคัสจูบไปทั่วหน้าท้องเนียนนุ่ม ปลายลิ้นกระเซ้าเหย้าแหย่สะดือบุ๋ม นิ้วเขาไม่ยอมปล่อยกายนุ่มได้เป็นอิสระ ทั้งเคล้าคลึงเกสรและค่อยๆ ทักทายซอกกายแห่งความสุข ขณะที่ปากหนาตามไปสมทบ เพื่อทำความรู้จักและทายทักมันก่อนที่เขากระโจนเข้ามอบความสุขให้กับตัวเองและหญิงสาวที่บิดตัวเป็นงูอยู่ตอนนี้

เขาหยอกล้อกับหน้าท้องเนียนจนพอใจ จึงลากปากลงมาอีกจวบจนถึงกลีบกายแห่งความเป็นหญิง สองมือแยกกลีบดอกไม้อันอ่อนเยาว์ออกอย่างนุ่มนวล ชายหนุ่มอดตะตึงไม่ได้เมื่อเห็นความสวยงามของเนินปุ่มเกสรสวรรค์ที่ถูกทำความรู้จักด้วยนิ้วมือจนตอนนี้เริ่มมีน้ำหวานซึมออกมาเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่พอให้เขาได้เชยชิม

จมูกโด่งสูดความหอมของกลิ่นดอกไม้สีแดงระเรื่อเข้าเต็มปอด ปลายลิ้นสากร้อนค่อยๆ โลมไล้ไปหาเกสรดอกไม้

คุณมาคัส...”

คลื่นความร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วกายสะโพกกลมมลยกหนี แต่ก็ถูกกายใหญ่กดทับไว้จนไม่สามารถจะหลีกหนีได้ สองมือเรียวยกไปจับศีรษะทุยให้ห่างจากเรือนกายสาวที่ไม่เคยมีใครเคยได้พบเห็นหรือลิ้มลอง ใบหน้าสวยแดงซ่าน ดวงตาปรือหายใจแรงเร็ว เสียงร้องครวญครางหลุดออกมากจากลำคอระหงไม่ขาดสาย

สองมือใหญ่จัดการแยกขาเรียวออกให้ห่าง เพื่อจะได้ใช้เรียวลิ้นสัมผัสทำความรู้จักเรือนกายเล็กให้มากที่สุด มาคัสหายใจหอบเร็ว ยิ่งเขาทำความรู้จักและสร้างความคุ้นเคยกับเรือนกายบอบบางมากเท่าไหร่ หญิงสาวก็เริ่มตอบรับและทำการขับน้ำหวานนุ่มออกมาทีละนิดๆ ชายหนุ่มส่งปลายลิ้นใหญ่เข้าไปกระเซ้าเย้าแหย่ขบเม้มซอกกายสาวนุ่มจนลึก

มาคัสลองส่งนิ้วเข้าไปทำความรู้จักกับกายนุ่ม แต่ปากและลิ้นก็ยังไม่ยอมถอยห่าง เพียงแค่ออกมาทำความรู้จักกับเกสรแดงฉ่ำชื้นใหม่อีกครั้ง ลิ้นร้อนลามไล้เร็วจนหญิงสาวถึงกับเกร็งและกระตุกหวีดร้องเสียงหลง

คุณมาคัส...”

กายนุ่มบีบตัวขับน้ำหวานออกมาจนเอ่อล้นให้ชายหนุ่มได้ลิ้มรส ลิ้นร้อนตวัดไล้ลิ้มน้ำหวานจนพอใจ จึงเคลื่อนขึ้นมาจุมพิตกลีบปากนุ่ม เรียวลิ้นลากไล้สอดแทรกไปในโพรงปากนุ่ม ตวัดเกี่ยวรัดรัดกับลิ้นเล็ก ขณะมือบีบเคล้นปทุมงามจนแข็งเป็นไต

ความเจ็บปวดแผ่ซ่านมา ชายหนุ่มรีบดึงกางเกงออกโยนทิ้งไป ตอนนี้จึงมีเพียงสองร่างเปลือยเปล่าคลุกคลีแนบชิดกันบนเตียงใหญ่ เขารู้แล้วว่าหญิงที่อยู่ใต้การดูแลไม่ประสีประสา...ไรเดียงสาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างหญิงชาย นิ้วยาวค่อยๆ แทรกเข้าไปทักทายกลีบกายอันอ่อนเยาว์อย่างเชื่องช้าและปลอบประโลม

อื้อ...เจ็บ...”

มะลิวัลย์สะดุ้งจากความเจ็บปวดที่ก่อตัวขึ้นภายในกาย ก่อนจางหายไปเมื่อชายหนุ่มหยุดเคลื่อนไหว เลือกโจมตีด้านบนสองปทุมถันจนเธอร้อนเร่า หลุดเสียงร้องออกมาอย่างที่บังคับเอาไว้ไม่ได้

มาคัสแทรกนิ้วเข้าไปว่ายวนในกายนุ่มเคล้าคลึงเกสรเม็ดเล็กจนน้ำหวานจากกายหญิงสาวเอ่อล้นออกมานอกกาย 

ไหนเรียกลองเรียกชื่อฉันหน่อยซิจ๊ะมะลิ” มาคัสกระซิบเสียงแหบพร่าเหมือนเป็นการหลอกล่อด้วยการคลึงไล้สะโพกกลมมลผ่อนคลายความตึงเครียดของร่ายเล็กที่มาจากน้ำมือเขา อีกมือก็ทำการฟ้อนเฟ้นปทุมงามหลอกล่อให้หญิงสาวหลงใหลในมนตร์มายาที่เขาสร้างขึ้น

คะ...คุณมาร์ค”

จ๋า...” ชายหนุ่มร้องตอบปากหนากดปิดเรียวปากนุ่ม ถอนนิ้วมือออกพร้อมกับแทรกความร้อนรุ่มเข้าไปในเรือนกายที่กำลังป่วนปั่นอย่างรวดเร็วและสุดแรงฝังกายลึกอยู่ในความนุ่มนวลและอบอุ่นฉ่ำชื้น

กะ...”

หญิงสาวกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านเข้ามาจนร่างกายแทบจะแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถึงแม้จะถูกชายหนุ่มปิดไว้ แต่เสียงร้องของความเจ็บปวดก็ยังเล็ดลอดออกมา สองมือเรียวจิกข่วนแผ่นหลังกว้างจนเป็นรอย กายหนาหยุดเคลื่อนไหวร่างกายส่วนล่างอยู่ชั่วครู่

มาคัสตวัดไล้ปลายลิ้นหนากับลิ้นเล็กๆ สองมือทำการฟ้อนเฟ้นปทุมงามจนผลิบาน ปากหนาขบเม้มลากไล้ตามใบหน้าจุมพิตเปลือกตาคู่สวยที่มองเขาอย่างงงงวย แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยดาราส่องสกาว ปากหนาขบเม้มลากมาที่ปทุมงามอีกครา ปลายลิ้นสากร้อนยื่นออกมาตวัดเม็ดเล็กที่กำลังชูช่อไสวอยู่

มะลิวัลย์แอ่นตัวขึ้นรับสัมผัสอุ่นร้อน สองมือจิกทึ้งผ้าปูที่นอน เมื่อมาคัสลากลิ้นสลับไปมาระหว่างปลายทรวงทั้งสองข้าง จนรู้สึกว่าตอนนี้สาวน้อยตรงหน้ากำลังร้อนรุ่มไปกับไฟพิศวาสที่เขาปลุกขึ้น พร้อมที่จะรับและมอบความสุขให้เขาแล้ว

เขาค่อยๆ เคลื่อนตัวนำพาหญิงสาวล่องลอยไปในกระแสธาราแห่งไฟอารมณ์บ้างก็ร้อนดุจเพลิงไฟบ้างก็เย็นราวกับได้ลอยอยู่ในกระแสน้ำเย็นใจ มือใหญ่เคล้าคลึงฟอนเฟ้นผลไม้ผลสวยและนุ่มหวาน สะโพกเคลื่อนตัวเข้าแหวกว่ายในเรือนกายอุ่นนุ่ม นำพามะลิวัลย์ล่องลอยไปบนท้องฟ้าอย่างเชื่องช้าแต่ยาวนาน 

สะโพกสอบเคลื่อนไหวจากช้าเป็นเร็วขึ้นๆ เร่งนำพาหญิงสาวล่อยลอยไปเก็บสายรุ้งบนท้องฟ้ากว้างที่กำลังเปล่งประกายระยิบระยับ ปากก็กลืนกินปทุมงามราวกับได้เจอน้ำทิพย์อันแสนหวาน แสงดาวนับล้านแตกกระจายพร่างพรายจนเต็มท้องฟ้า มะลิวัลย์โผกอดและจิกเล็บบนแผ่นหลังกว้าง เมื่อรู้สึกตัวว่าทนกับความทรมานแสนหวานนี้ไม่ไหวแล้ว และทำการปลดปล่อยสายฝนฉ่ำร้อน

คุณมาคัส...

มาคัสกัดฟัน เขาเองก็เกือบจะไปถึงสุดทางแห่งบทรัก ทว่าความเย้ายวนล้วนแสนหวาน จนอยากจะยืดระยะเวลาให้ยาวนานต่อไปอีกสักนิด

กายหนาหยุดเคลื่อนไหวสะโพกไปชั่วขณะหนึ่ง หันมาทำการปลุกเร้าคนเบื้องล่างอีกครั้ง ปากหนากัดกลืนก้อนเนื้อหนั่นแน่นและหวานลิ้น ดุดดันผลไม้เม็ดเล็กเข้าปากอีกครั้งและอีกครั้งอย่างไม่ยอมหยุด 

มะลิวัลย์ตัวอ่อนระทวย สองมือจิกลากบนแผ่นหลังกว้าง ยกสะโพกตอบรับความแข็งแกร่งที่เคลื่อนไหวอยู่ในเรือนกายอีกครั้ง สองขาเรียวถูกยกขึ้นวางราบไปกับลำตัวหนา สะโพกหนาสอบเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วสลับเชื่องช้าอีกครั้ง

สัมผัสที่ได้รับมากมายจนมะลิวัลย์ทานรับไม่ไหว ต้องส่ายสะโพกหนีความแข็งแกร่งที่เคลื่อนไหวรุกเร้ามอบความสุขให้อยู่ไม่คลาดคลา แต่กลับถูกชายหนุ่มดันตัวขึ้นนั่งบนเอวแข็งแกร่ง สองมือใหญ่จับเอวเล็กคอดไว้ให้รับเอาเพลิงเสน่หาที่ถูกขับเคลื่อนไปอย่างเชื่องช้าแต่หนักหน่วงเร่าร้อน หญิงสาวส่ายหน้าไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไรดีทั้งเสียวซ่านและสุขสม ได้แต่จิกมือลงบนเตียงนอนใหญ่ ปล่อยให้ชายหนุ่มนำทางเธอไปล่องลอยบนฟากฟ้าอีกครั้ง

มาคัสจับร่างบางหันมาผจัญหน้ากับเขาทั้งที่ยังไม่หยุดเคลื่อนกาย มือใหญ่กดแผ่นหลังเนียนให้ค้อมลงมาจน ปทุมงามทั้งสองข้างชิดกับปากหนา ชายหนุ่มขบเม้มอย่างรวดเร็วสลับกันไปมาทั้งสองข้าง มังกรตัวใหญ่พุ่งโผนโจนทะยานส่งสาวน้อยนามมะลิวัลย์ไปถึงจุดหมายปลายทางและตัวเขาก็ตามไปช่วยเธอเก็บดวงดาวบนฟากฟ้าอันไกลโพ้น

เนิ่นนานที่มาคัสเคลื่อนไหวรุกเร้าส่งมอบสัมผัสแห่งความสุขแก่มะลิวัลย์ ให้เธอโอบอุ้มกายแกร่ง สัมผัสกับความหฤหรรษ์จนร่างกายแตกพร่างพราว สายรุ้งโอบรอบและหยิบยื่นธารารักร้อนให้ สองร่างกอดกันจนไม่มีที่ว่างใด เสียงบทเพลงจากสัมผัสรักแผ่ออกมา เนื้อตัวเย็นเฉียบและลอยละล่องในกระแสธาราพิศวาสที่มีร่วมกัน 

กายแกร่งฟุบตัวลงบนเรือนกายนุ่ม ถอดถอนความร้อนผ่าวออกมาเพื่อให้หญิงสาวได้หยุดพัก เขาเคลื่อนตัวลงนอนหงายและดันกายเล็กขึ้นทาบทับบนอกกว้าง ปลายนิ้วยาวใหญ่ลูบไล้ใบหน้านวล เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผม

“เป็นไงบ้างสาวน้อย”

มะลิวัลย์อายจนหน้าแดงก่ำ ยังรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเธอเองยังคงล่องลอยอยู่บนฟากฟ้าอันไกลโพ้น ชายหนุ่มอมยิ้มมือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังเนียน และพลิกกายนุ่มลงบนเตียงขบเม้มผิวเนื้อตามแอ่งชีพจร ความต้องการในกายเริ่มลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้เห็นความเขินอายและสุขสม ดวงตากลมโตภายใต้ขนตายาวงอนเปล่งประกายราวกับมีดาวนับสิบดวงส่องสว่างอยู่ภายใน

ชายหนุ่มพลิกกายบอบบางนอนคว่ำกับเตียง ขบเม้มริมฝีปากร้อนผ่าวไปตามไขสันหลัง สองมือบีบนวดละโพกหนั่นแน่นและลำขาเรียวยาว บางครั้งปลายนิ้วก็แวะเวียนไปสะกิดเกสรดอกไม้ที่ยังมีน้ำหวานเอ่อล้นอยู่ ให้หญิงสาวเตรียมพร้อมจะเรียนรู้บทเรียนรักที่เขาจะมอบให้ในครั้งต่อไป

ไหนลองเรียกชื่อฉันเพราะๆ ซิจ๊ะสาวน้อย” ชายหนุ่มจับแยกขาเรียวออกกว้าง ปัดปลายนิ้วกับเกสรนุ่มที่ได้รับหยาดฝนจากเขาไปครั้งหนึ่งแล้วและตอนนี้มันก็กำลังเตรียมพร้อมเพื่อรับความสุขจากเขาอีกครั้ง 

คะ...คุณมาร์ค”

ไม่เอาจ้ะสาวน้อยไม่เพราะเลย เธอต้องเรียกฉันว่าพี่มาร์คซิ” ชายหนุ่มบอกพร้อมกับยื่นนิ้วยาวใหญ่ไปสะกิดเกสรสีแดงก่ำและแทรกเข้าไปอย่างรวดเร็ว

พะ...พี่มาร์ค”

จ๋า...หนูมะลิคนสวย” มาคัสตอบรับพร้อมกับแทรกกายแข็งแกร่งเข้าไปฝังตัวในกายนุ่มที่พร้อมพรั่งอย่างรวดเร็วอย่างไม่รีรอ เมื่อกายเขารู้สึกเหมือนมีไฟลูกโตวิ่งวนอยู่ มันร้อนเร่าและต้องปลดปล่อยในบัดเดียวนั้น

พี่คะ...”

มะลิวัลย์หายใจหอบแรง สองมือเรียววางบนแขนแข็งแกร่ง แสงดาวพร่างพราวโอบล้อมรอบกายกับสัมผัสที่โหมเร้าเข้ามา มาคัสทำให้เธอพานพบกับเสน่หาสวาทจบจวนร่างกายที่เหนื่อยล้าไม่อาจจะทานรับไหว

หืม...ถึงกับสลบเลยหรือไงสาวน้อย”

มาคัสถามอย่างไม่ได้ต้องการคำตอบ นิ้วเขาลากขึ้นลงบนลำแขนเรียวยาวค่อยๆ ก่อนดันบางลงนอนบนเตียง พร้อมคว้าผ้าห่มที่กองอยู่ปลายเตียงมาห่มให้

เขากดปากหนาลงบนหน้าผากเนียน ปลายนิ้วไล้ไปบนใบหน้าและเรือนกายเล็กอย่างเป็นสุข ดวงตาคมดุแปลเปลี่ยนเป็นหวานเชื่อมกวาดมองไปทั่วร่างงามที่ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยแดงๆ ไปทั่ว

ชายหนุ่มละใบหน้านวลเนียนก้าวลงจากเตียงพร้อมกับผิวปากเป็นจังหวะ เดินเข้าห้องน้ำไปโดยไม่สนใจจะหยิบผ้าขนหนูมาปกคลุมกาย ใบหน้าคมดูเปล่งประกายความสุขที่เขาแทบจะไม่พาลพบมานับปี

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ "

ปูณ ปูริดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha