โซ่หัวใจไฟพิศวาส (จบแล้ว)

โดย: ปูณ ปูริดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : ตอนที่ 3-1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 3

หวัดดีตอนเที่ยงจ้ะมะลิ”

มาคัสบอกพร้อมกับจุมพิตเรียกปากนุ่มดูดกลืนความหอมหวานจนพอใจ มือเรียวลากไล้ราวกับขนนกปัดผ่านไปตามลำตัวเนียนนุ่ม เน้นตรงทรวงเต่งตึงฟอนเฟ้นหนักหน่วงสลับกับลำขาเรียวยาว

คะ...คุณมาร์ค” มะลิวัลย์เอ่ยเรียกเสียงแผ่ว ใบหน้าสวยเอ่อร้อนผ่าวตลอดจนถึงลำคอ ตัวสั่นระริกด้วยความกลัวชายหนุ่มตรงหน้า ความปวดร้าวจากกึ่งกลางเรือนกายแผ่นซ่านมาจนเธอถึงกับน้ำตาคลอเบ้า ตอนนี้เธอได้สูญเสียสิ่งสำคัญในชีวิตให้กับชายหนุ่มตรงหน้าที่ไม่รู้จักมักจี่กันมาก่อน ไม่รู้ว่าอนาคตนับจากนี้ไปจะเป็นยังไง

มาคัสยิ้มที่มุมปาก ขณะยื่นมือไปดึงผ้าห่มผืนโตออกจากมื่อนุ่ม ก่อนค้าร่างบอบบางเข้ามานั่งบนตักและวางมือใหญ่บนทรวงอกเคล้าคลึงเบาๆ พร้อมรอยยิ้ม ขบริมฝีปากหนาร้อนบนลำคอด้านหลังจนหญิงสาวขนลุกซู่

คะ...คุณมาร์ค ปะ...ปล่อยหนูไป…”

มาคัสเคลื่อนหน้ามาปิดปากนุ่มก่อนหญิงสาวจะทันพูดจบ สองมือเคล้าคลึงปทุมงามและกลีบกายแห่งความเป็นหญิง

“ไม่ได้หรอกจ้ะสาวน้อย

ทะ...ทำไมคะ?”   

เพราะฉันยังต้องการเธอไง” ชายหนุ่มดันร่างบางลงจากตัว เพราะเริ่มรู้สึกว่ากำลังจะทนกับความเย้ายวนใจตรงหน้าไม่ได้ เขาช้อนร่างเล็กเข้าไปในห้องน้ำ วางลงบนพื้นและเปิดน้ำจากฝังบัวให้

“อาบน้ำนะ จะได้ไปทานอาหารกัน”

นิ้วชี้ใหญ่ยกขึ้นปิดปากนุ่ม “ถ้าเธอไม่ทำตามคำสั่งของฉันนะมะลิ เธออาจจะไม่ได้ออกจากห้องนอน...บางทีอาจจะไม่ได้ออกจากห้องน้ำนี้ด้วยมั้ง”

เขาลากไล้มือไปกอบกุมเนินเนื้อเต่งตึง บีบเบาๆ ให้หญิงสาวรู้ว่าพูดจริง

“เร็วด้วยนะหนูมะลิ ถ้าช้าเกินไปฉันอาจจะหม่ำเธอเป็นอาหารเที่ยงก็ได้นะ” มาคัสพูดน้ำเสียงยิ้มๆ สายตาอ้อยอิ่งอยู่บริเวณกลางลำตัวเนียนนุ่มที่เขาสัมผัสมาแล้วตลอดเช้าที่ผ่านมาและยังจดจำได้ดี

มะลิวัลย์ทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็วด้วยความกลัว น้ำตาอุ่นร้อนไหลออกจากสองตา ขบกลั้นเสียงสะอื้นจนตัวงอและทรุดนั่งลงกับพื้น สองมือโอบรอบขาเรียว ซบใบหน้ากับเข่ามน สายน้ำอุ่นไหลรดลำตัว เจ็บทั้งใจและกาย เธอทำอะไรผิด ทำไมถึงต้องมาเจอเหตุการณ์บ้าๆ แบบนี้ด้วย

มะลิวัลย์ยกมือขึ้นจับสร้อยที่ห้อยติดตัว ตอนนี้เธอคิดถึงแม่ที่สุด

เธอผิดใช่ไหม ที่คิดว่าการเข้าไปหางานทำในเมือง จะทำให้ชีวิตดีขึ้น แต่สิ่งที่ได้รับไม่เห็นเป็นไปอย่างที่คิดและหวังเลย งานก็หายาก ข้าวของก็แพงแสนแพง ผู้คนก็ไม่มีใครสนใจใคร ขนาดว่าบ้านอยู่ติดกันพวกเขาก็ยังแทบจะไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ

มะลิวัลย์ร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาไหลอาบแก้ม เจ็บปวดจนใจแทบจะขาด คิดถึงอ้อมอกอุ่นๆ ของแม่ คำปลอบโยนที่แสนจะเย็นใจ

 แม่จ๋าหนูขอโทษ แม่รอหนูนะหนูจะรีบกลับบ้านของเราให้เร็วที่สุด หญิงสาวพร่ำบอกในใจ

มาคัสเห็นว่ามะลิวัลย์ใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานเกินไปแล้ว ชายหนุ่มจึงรีบเปิดประตูเข้าไปแล้วต้องสะบัดหน้าพร้อมกับสบถเสียงแข็งกร้าว

เธอจะบ้าหรือไงมะลิ” เขายื่นมือไปปิดน้ำและช้อนร่างบางขึ้นพาเดินออกจากห้องน้ำไปอย่างอามรณ์เสีย

ชายหนุ่มวางร่างหญิงสาวบนเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ริมหน้าต่าง มือใหญ่จับแขนเรียวเขย่าแรงๆ “เป็นบ้าอะไรไปนะมะลิ นอนกับฉันแค่ครั้งสองครั้งถึงกับจะฆ่าตัวตายไปเลยหรือไง บ้าชิบ” ชายหนุ่มสบถเสียงดังลั่น

คะ...คุณไม่ได้เป็นหนูคุณไม่รู้หรอก” มะลิวัลย์โต้กลับด้วยน้ำเสียงสั่นเทา น้ำตาไหลอาบแก้ม มองชายหนุ่มด้วยความเจ็บปวด

ใช่ ฉันไม่ใช่เธอถึงไม่รู้ แต่ถ้าเธอยังไม่หยุดร้องละก็...” สายตาคมดุกวาดมองทั่วร่างงามให้หญิงสาวที่กำลังสะอื้น

มะลิวัลย์กลืนน้ำลายลงคอกับคำขู่แข็งกร้าวและเยือกเย็น

“ฉันรับรองได้เลยว่า เธอจะโดนมากยิ่งกว่าเก่า...หนักกว่าหลายเท่าด้วย” ชายหนุ่มเหยียดยิ้มนัยน์ตาแข็งกร้าวและดุดัน “เอาล่ะตอนนี้ก็ทำตามคำสั่งแรกของฉันได้แล้ว ไปแต่งตัวให้เรียบร้อย เสื้อผ้าอยู่ในตู้เลือกได้ตามชอบใจ”

ค่ะ ค่ะ” มะลิวัลย์รีบทำตามคำสั่งทั้งที่กลัวจนตัวสั่น จวบจนเรียบร้อยจึงเดินหงอยตามมาคัสไปอย่างคนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

 

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็สองอาทิตย์เข้าไปแล้ว มะลิวัลย์คิดว่าตัวเองพอจะมีเวลาเป็นส่วนตัว คิดว่าจะหลบหนีจากมือมาคัสได้บ้าง แต่ไม่เลย เพราะเขาแทบจะไม่ปล่อยให้เธอคลาดสายตา ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ก็มีเขาเป็นเงาติดตามตัว แม้กระทั่งจะเข้าห้องน้ำ ถ้าเป็นไปได้ก็ยังอยากจะตามเข้าไปด้วยซ้ำ

จากที่เคยหวาดกลัวและรังเกียจรังงอน มะลิวัลย์เริ่มรู้สึกถึงความน่ารักที่ชายหนุ่มมี ถึงแม้เขาจะเอาแต่ใจไปบ้าง ชอบขมขู่ แต่ก็มีบางช่วงเวลาที่ใจดี

คิดอะไรอยู่มะลิ นั่งเหม่อเชียว”

เขาจับตัวหญิงสาวมานั่งบนตัก แขนแกร่งโอบรอบเอวคอดกิ่ว จับมือเล็กเรียววางบนมือใหญ่ กดปากบนลำคอเนียนนุ่มและหอมกรุ่น

สองหนุ่มสาวนั่งเคียงคู่กันอยู่บนเรือยอร์ชลำเล็ก ชายหนุ่มชี้ชวนให้หญิงในอ้อมแขนมองดูบรรยากาศยามเย็น สายลมพัดแผ่วๆ พระอาทิตย์ฉายแสงเป็นสีส้มอ่อน ท้องฟ้ากว้างสีครามสดใส น้ำทะเลเป็นสีเขียวมรกตอย่างสุขสำราญ

เรือลำนี้ความจริงแล้วไม่ใช่ของเขาหรอก แต่เป็นของนายอนันต์บิดาบุญธรรมที่มอบให้ในตอนที่เขาอายุ 25 ปี ย่างเข้าวัยเบญจเพสที่คนอื่นๆ จะต้องโชคร้ายแต่เขากลับโชคดี นอกจากจะมีครอบครัวอันแสนจะอบอุ่นมีน้องสาวที่น่ารัก และหน้าที่การงานที่รับผิดชอบก็เป็นไปด้วยดี

มะลิวัลย์เอนตัวพิงอกกว้าง บีบมือใหญ่เบาๆ ตลอดสองอาทิตย์มาคัสพาเธอไปเที่ยวจนทั่วชายทะเลแห่งนี้ บางก็พาเธอไปเที่ยวชมเมืองยามค่ำคืน แล้วพอกลับถึงบ้านเขาก็จะมอบความรักให้จนเธอหมดแรงและนอนหลับไปในอ้อมแขนของกันและกัน แล้วยังบังคับให้เรียกว่าพี่มาร์ค

ตอนแรกที่เธอไม่ทำตามคำสั่ง ก็โดนเขาลงโทษเสียจนอ่อนระทวย แทบจะลุกจากเตียงไม่ขึ้น มาคัสช่างมีเรี่ยวแรงและพลังแห่งความปรารถนาเหลือเฟือ  

“พอเถอะค่ะพี่มาร์ค พี่ไม่เหนื่อยแต่หนูเหนื่อยนะคะ” หญิงสาวรีบห้าม เมื่อพอมือมาคัสเริ่มลากไล้ไปตามลำตัวเนียนนุ่ม ไหนจะความแข็งแกร่งที่ดุนดันสะโพกอีกล่ะ ปากห้ามก็จริงแต่ใจกลับเป็นสุขที่เขาไม่เบื่อ เพราะไม่รู้ว่าคืนและวันเหล่านี้จะยาวนานไปอีกสักเพียงใด

เธอได้แต่หวังว่ามาคัสจะไม่เบื่อและขับไล่ไสส่งเธอเร็วนัก ถึงแม้ตอนแรกมีอาการหวาดกลัวและรังเกียจ อยากจะหนีเขาไปให้เร็วที่สุด แต่พอมาถึงตอนนี้เธอเสียกายให้เขาโดยไม่ยินยอม แต่กลับมอบใจให้เขาด้วยความสมัครใจ ถ้าเขาเบื่อและทิ้งไป เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง ถ้ามีแต่ร่างกายแต่ปราศจากหัวใจ

เหนื่อยอะไรกัน ฉันเห็นเธอไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”

มาคัสพร้อมกับหัวเราะกลั้วคอ มองใบหน้าสวยที่เห่อแดงขึ้นมาทั้งพวงแก้ม มือใหญ่ลากแผ่วเบาไปบนลำขาเนียนนุ่ม ปากก็ขบเม้มหลังเนียนลากไล้ปากลงไปดึงสายบิกินี่ที่ผูกไว้ด้านหลังเนียนนุ่มออก ก่อนช้อนหญิงสาวเข้าไปในเคบินและวางเธอลงบนเตียงนอน

บ้า พี่มาร์คน่ะ อุ้ย พี่มาร์คคะ ยะ...หยุดเถอะนะคะ” หญิงสาวจับมือที่ลากไปหากลีบดอกไม้อันอ่อนเยาว์และสะกิดมันอย่างแผ่วเบา

ชายหนุ่มก้มปิดปากที่ร้องห้าม พลางดันสะโพกกลมมลขึ้นและเกี่ยวบิกินี่ชิ้นเล็กออกจากเรือนกาย พลางกระตุ้นอารมณ์ปรารถนาในกายหญิงสาวจนร้อนเป็นไฟ ก่อนจับร่างบางหันมาประจันหน้ากับตัวเอง ให้สองขาเรียวโอบรอบเอวแกร่ง

ฉันว่าเธอคงไม่อยากให้หยุดแล้วล่ะมะลิ” ชายหนุ่มเอ่ยยิ้ม เมื่อส่งนิ้วเข้าไปแหวกว่ายในกลีบดอกไม้อันหวานหอมที่พร้อมพรั่ง

“บอกซิมะลิ ต้องการให้ฉันหยุดหรือเปล่า” มาคัสคงถามเสียงแหบพร่าและไล้คลึงเกสรสีแดงจนน้ำหวานเอ่อล้นซึมออกมาจากกายนุ่ม

มะลิวัลย์กัดริมฝีปาก สองมือโอบรอบลำคอแกร่ง สะโพกส่ายน้อยๆ ตอบรับปลายนิ้วยาวใหญ่ ปากก็กดปิดปากหนาแทนคำตอบว่าต้องการให้เขาหยุดหรือไม่

มาคัสอมยิ้มตอนนี้แม่สาวน้อยมะลิวัลย์ของเขาได้กลายร่างเป็นนางแม่มดเจ้าเสน่ห์และเร่าร้อน ทั้งน่ารักและสดใส อีกทั้งยังมีความหวานซ่อนอยู่ในเรือนกาย แล้วเมื่อไหร่ที่ถูกเขาแตะต้องแม้เพียงเล็กน้อย เธอก็จะร้อนเป็นไฟและตอบสนองความต้องการได้ทุกอย่าง เขาช้อนปทุมเต่งตึงขึ้น ลิ้นสากร้อนไล้วนรอบปลายยอดถัน ฟันสีขาวขบกัดเบาๆ พอให้หญิงสาวได้เสียวซ่านเรือนกาย

อื้อ...พี่มาร์ค”

ว่าไงจ้ะมะลิต้องการอะไร” ถามทั้งที่ตัวเองก็ร้อนเป็นไฟจนแทบจะทนไม่ไหว จนต้องเกี่ยวกางเกงอาบน้ำของตัวเองและแทรกความแข็งแกร่งเข้าไปในกายนุ่มทันที

กายแกร่งเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงตามอารมณ์ที่กระเจิดกระเจิง เพราะฝีมือแม่มดสาวตัวน้อย แสงสีขาวสาดส่องสว่างและห้อมล้อมรอบกายเนียนนุ่ม ริมฝีปากเล็กๆ ลากไปตามลำตัวใหญ่ จุมพิตบนแผลเป็นที่อยู่เหนืออกด้านซ้ายไปเพียงแค่สองนิ้ว ร่างกายตอบรับความสุขความอบอุ่นและเร่าร้อนที่ชายหนุ่มหยิบยื่นให้ไม่ขาดตอน สะโพกส่ายร่อนหลบหลีกและหยอกล้อกับความแข็งขืนที่ร้อนผ่าวดุจเหล็กถูกเผาไฟ

มาคัสเกร็งตอบรับการท้าทายบทใหม่ที่สาวน้อยเจ้าเสน่ห์ของเขาเริ่มขึ้น ปากหนาเคลื่อนมาประกบกับเนินเนื้อนุ่มหวาน

มะลิวัลย์กลืนกินมังกรที่แทรกเข้ามาในร่าง สะโพกเคลื่อนไหวบีบรัดตอบรับความแข็งแกร่งจนมาคัสถึงกับร้องครางไม่เป็นประสา ปลดปล่อยสายฝนฉ่ำร้อน ก่อน สองกายกอดรัดแนบแน่นแล้วทั้งคู่ก็ล้มตัวลงนอนแผ่หลาอย่างหมดแรง  

หญิงสาวเคลื่อนตัวขึ้นนอนบนร่างใหญ่ซบหน้ากับลำคอแกร่ง ไล้ปลายนิ้วไปบนบาดแผลขนาดใหญ่บนอกกว้าง มอบจุมพิตหวานให้กับบาดแผลนั้นอีกครั้ง ตอนแรกที่เธอเห็นบาดแผลนี้ทำเอาเธอถึงกับตกใจจนหน้าซีด ไม่รู้ว่าชายหนุ่มผ่านช่วงเวลาอันแสนจะเจ็บปวดนั้นมาได้อย่างไร

“พี่มาร์คได้แผลนี้มายังไงคะ” น้ำเสียงที่ถามชายหนุ่มยังหอบเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายหวานและอบอุ่น

น้ำเสียงนุ่มทุ้มเล่าถึงเหตุการณ์อันสุดแสนระทึกและหวาดเสียว ตอนที่เขาอายุเพียงแค่ 12 ปี เป็นเด็กชายที่เพิ่งจะจบการศึกษาชั้นประถมและกำลังเดินทางกลับที่พักพิงคือวัด เพราะเขาเป็นลูกกำพร้าไม่รู้หรอกว่าพ่อแม่เป็นใคร อาศัยและเติบโตมาในวัดกับหลวงตาที่ชราภาพ

วันที่เดินผ่านสนามเด็กเล่น เห็นชายสูงวัยยืนคุยและเล่นกับเด็กผู้หญิงน่าตาน่ารักอายุประมาณห้าหกขวบ ใบหน้าและดวงตาที่เต็มไปด้วยความรักและเมตตาทำให้เด็กน้อยที่ขาดไร้พ่อแม่เหมือนโดนมนตร์สะกดให้ต้องมอง แล้วสายตาก็เผอิญเหลือบไปเห็นปืนสีดำเลื่อมจ้องไปหาชายคนนั้น ทั้งๆ ที่ไม่เคยได้รู้จัก ไม่เคยพูดคุยกันแม้แต่ครั้งเดียว เพียงแค่รู้สึกทนไม่ได้ถ้าจะเห็นใครต้องมาตายต่อหน้าต่อตา

เขาเลยวิ่งไปหา พลางร้องตะโกนให้หลบ และเอาตัวเองเขาบังกระสุนแทนอย่างไม่ทันรู้ตัว กระสุนเม็ดนั้นฝังจมหายไปเหนืออกด้านซ้ายเพียงแค่สองนิ้ว วินาทีที่เหล็กแหลมเจาะเข้าผิวเนื้อและฝังอยู่ในร่างกายจากเจ็บปวดกลายเป็นชา ตอนนั้นเขาคิดว่าตัวเองคงจะตายไปแล้ว แต่ก็กลับรอดมาได้ อาจจะเพราะปาฏิหาริย์หรืออำนาจเงินที่ทุ่มลงไปเพื่อช่วยเหลือและยื้อยุดฉุดรั้งชีวิตเขาให้อยู่ดูโลกใบนี้ต่อไปก็เป็นไปได้

จากนั้นเขาก็กลายมาเป็นบุตรบุญธรรมของนายอนันต์ มาเป็นมาร์ค มาคัส เกลล์อย่างปัจจุบันนี้ ได้มีโอกาสอะไรหลายๆ อย่างในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรียนหนังสือหรือทำงาน ตอนนี้เขายังเป็นผู้บริหารบริษัทผลิตอะไหล่รถยนต์ ไนต์คลับ ยังมีทรัพย์สมบัติของพ่อบุญธรรมอีกหลายอย่างที่เขาต้องเป็นคนดูแลด้วยเช่นกัน

ตอนนี้ลุงคนนั้นเป็นอย่างไรบ้างคะ?”

ท่านเสียชีวิตไปได้สองปีแล้ว ทิ้งลูกสาววัยรุ่นไว้ให้ฉันดูแลคนหนึ่ง”

มาคัสหวนนึกไปถึงสาวน้อยวัยเพียงสิบสี่สิบห้าปีอย่างธนัญญาที่หวงเขายิ่งกว่าจงอางหวงไข่ ด้วยความที่เขาและคุณอนัตน์ผู้เป็นพ่อตามใจมาตั้งแต่เด็ก แต่ใช่ว่าธนัญญาจะไม่มีเหตุผล หญิงสาวยอมรับความคิดเห็นและรับความรู้สึกและเห็นอกเห็นใจคนอื่น

ตอนนี้เด็กคนนั้นอยู่ที่ไหนล่ะคะ”

ธัญญ่าเรียนอยู่โรงเรียนประจำ ปิดเทอมถึงได้กลับมาบ้านครั้งหนึ่ง”

ถ้าเป็นอย่างนั้นพี่มาร์คก็เหงาแย่ซิคะ”

ไม่หรอก อย่างน้อยฉันก็มีเพื่อนถึงสองคน”

เพื่อนอย่างคุณแทนไทกับคุณธงชัยน่ะหรือคะ หนูว่ามีก็เหมือนไม่มีนั่นแหละ ทำเหมือนไม่มีตัวตน”

หญิงสาวหมายถึงลูกน้องหนุ่มของมาคัส ที่ตามติดไปทุกหนแห่ง ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็จะได้เห็นสองหนุ่มยืนทื่อเป็นตอไม้ แต่เวลาที่เกิดปัญหา ทั้งคู่กลับเคลื่อนไหวเข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็วเชียวล่ะ

หญิงสาวลูบไล้บาดแผลอย่างแผ่วเบา ราวกับต้องการจะสื่อให้ชายหนุ่มเห็นว่าเธอห่วงใยเขา ใบหน้านวลหลับตามอบสัมผัสอันอบอุ่นและอ่อนโยนส่งผ่านปลายนิ้วเล็กๆ เข้าสู่ร่างใหญ่และหวังว่าคงจะสื่อไปถึงหัวใจอันแข็งกระด้างของชายหนุ่มบ้างไม่มากก็น้อย สำหรับเธอแค่มีดบาดเล็กน้อยก็น้ำตาไหลแล้ว แต่นี่เขาถูกยิงปางตายแค่คิดน้ำตาอุ่นร้อนก็เอ่อล้นคลอเบ้า

ตอนนั้นพี่มาร์คคงจะเจ็บมาเลยนะคะ” เธอถามราวกับว่าต้องการจะแบ่งปันความเจ็บปวดจากเขามาบ้าง

อืม...เจ็บเหรอ ไม่เลยมันก็แค่ชาๆ พักโรงพยาบาลแค่อาทิตย์เดียวฉันออกมาเดินปร๋อได้แล้ว” เขาจับปอยผมนุ่มมาดม เพราะความดีใจที่มีครอบครัวที่แสนจะน่ารักและอบอุ่นอย่างที่ใจเขาใฝ่หามาตลอด คุณอนันต์กับธนัญญาคอยดูแลไม่เคยห่างกาย ยิ่งเป็นกำลังใจให้เขาหายดีภายในเร็ววัน

คุณอนันต์สอนทุกอย่างไม่ว่าจะดีหรือร้าย โดยขอให้เขาดูแลธนัญญา นรินทร์และอินทิราลูก น้องและหลานให้ดีที่สุด หาคู่ครองที่ดีและเหมาะสมให้ธนัญญาและอินทิราเมื่อถึงเวลา เป็นคำขอจากคนที่รู้ตัวดีว่าจะมีชีวิตอยู่อีกไม่นาน

เมื่อเขามารับตำแหน่ง ดูแลธุรกิจทั้งหมดของพ่อบุญธรรม ทุกอย่างใช่ว่าจะราบรื่น เขาต้องต่อสู้กับทั้งลูกน้องเก่าๆ และญาติสนิทอย่างนรินทร์ผู้เป็นน้องชายที่เจ้าชู้ เงียบขรึมและดุอย่างน่ากลัว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ไว้ใจ คอยดูแลตรวจสอบการทำงานและความประพฤติเขาอยู่ตลอดเวลา 

อย่ามาสนใจเรื่องของฉันเลย ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก มีแต่เรื่องเลือดตกยางออก ว่าแต่มะลิเถอะอยู่กับใครและคิดไงถึงได้มาทำงานกลางคืนแบบนี้” ชายหนุ่มถามแต่เขาก็ไม่ทันได้ฟังคำตอบเมื่อเสียงโทรศัพท์ที่วางไว้ในตะกร้าไม่ไกลนัก ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน

ฮัลโหล”

นายครับทางไนต์คลับเกิดเรื่องครับ”

เสียงแทนไทเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในไนต์คลับให้ชายหนุ่มฟังอย่างละเอียด

“อือ...” มาคัสพยักหน้ารับรู้ “แทนไปจัดการก่อน พรุ่งนี้ฉันจะตามไป ระวังตัวด้วยอย่าทำอะไรหุนหันพลันแล่น” ชายหนุ่มกำชับไว้

แทนไทเป็นคนสุขุมและรอบคอบ แต่เป็นคนมือหนักและเท้าหนัก หากลงมือกับใคร ส่วนใหญ่จะต้องเข้าไปนอนพักฟื้นในโรงพยาบาล ส่วนธงชัย ถึงจะมีฝีมือแต่ก็มุทะลุและวู่วามมากกว่า เป็นแบบว่าถนัดใช้กำลังมากกว่าสมอง แต่ยังดีว่าทั้งสองคนเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งเขาอย่างเคร่งครัด

แต่...นายครับ” แทนไทเดินวนเวียนรอบๆ ห้องทำงานนายหนุ่มอย่างเสียอารมณ์ เพราะยัยเด็กมะลิวัลย์นั้นแท้ๆ เลยทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น      

เอาน่าแทนนายไม่เชื่อใจฉันหรือไง”

เปล่าครับนาย”

งั้นก็ไปจัดการได้แล้ว”

ครับ”

แทนไทวางโทรศัพท์ไปแล้ว แต่เสียงร้อนรนที่ชายหนุ่มเล่าให้เขาฟังยังคงดังก้องในศีรษะ ตำรวจเข้าตรวจจับพนักงานและยาเสพติดภายในร้าน แค่นั้นยังไม่พอ ยังมีพนักงานเสิร์ฟพี้ยาหนักเกินจนตายคาห้องน้ำ  มันเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อเขาได้สั่งห้ามไว้อย่างเด็ดขาดแล้วนี่น่า หรือว่าจะมีใครกลั่นแกล้ง

เกิดอะไรขึ้นคะพี่มาร์ค” หญิงสาวถามอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นใบหน้าเขาเคร่งเครียด ดวงตาแข็งกร้าวและเป็นประกายดุร้ายขึ้นมาอย่างกะทันหัน แต่แทนที่ชายหนุ่มจะตอบคำถาม เขากลับเดินกลับเข้าไปสตาร์สและพาเรือกลับเข้าฝั่ง

มะลิวัลย์หน้าเสีย ชายหนุ่มคงโกรธที่เธอรุกล้ำความเป็นส่วนตัวมากเกินไป ร่างเล็กเดินเข้าไปหยิบเสื้อตัวใหญ่มาคลุมกายก่อนนั่งมองท้องทะเลอย่างเหงาหงอย

ตลอดที่อยู่ด้วยกัน แม้ชายหนุ่มรักและเอ็นดู แต่ในเมื่อเขาไม่เคยเอ่ยปากบอก เธอก็ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเอง ได้แต่กล้ำกลืนความรู้สึกเอาไว้ในใจเท่านั้น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ "

ปูณ ปูริดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha