ปานตะวัน (ซีรีย์ชุดร้อยรักเยาวมาลย์)

โดย: อติญา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : โล่งอก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์ปานตะวันทำงานด้วยความโล่งใจแม้ในช่วงวันแรกๆ หลังจากเกิดเหตุการณ์เล่นกับหมาหมาเลียปากเธอจะกังวลกลัวหมาตัวเดิมจะดักซุ่มโจมตีเลยออกจะระแวงคอยมองซ้ายมองขวาแต่พอสองวันแล้วเขาไม่ได้มาวอแวปานตะวันก็ทำงานได้อย่างสบายใจไร้กังวล

 

                “สวัสดีค่ะ สวีทตี้ คาเฟ่ยินดีต้อนรับค่ะ” เสียงหวานร้องทักยามมีลูกค้าเดินเข้ามาในร้าน ที่คาเฟ่นี้ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะให้พนักงานไปรับออเดอร์ที่โต๊ะหรือสั่งที่เคาน์เตอร์ซึ่งลูกค้าประจำที่คุ้นเคยกันดีมักจะแวะสั่งที่เคาน์เตอร์หน้าร้านเพราะจะได้แวะพูดคุยทักทายพนักงานที่ตัวเองสนิทกันด้วย

                “ชิสเค้กมิกซ์เบอร์รี่กับสมูตตี้เบอร์รี่ค่ะพี่ตะวัน” นุ่มนิ่มสาวน้อยหน้าตาดีมีตำแหน่งดาวคณะบริหารปีล่าสุดเอ่ยเสียงหวานพลางทิ้งสายตาให้รุ่นพี่ที่เธอแอบปลื้ม

                “และเพื่อนของนุ่มนิ่มล่ะคะรับอะไรดี” ปานตะวันเอ่ยถามเมื่อสาวน้อยอีกสองนางยังคงยืนลังเลทำหน้าตาคิดมากอยู่หน้าตู้เค้ก

                “ปล่อยให้เลือกไปก่อนเถอะค่ะพี่ตะวัน นุ่มนิ่มนั่งรอตรงนี้นะคะเดี๋ยวยกไปที่โต๊ะเอง” สาวน้อยยังคงยิ้มหวานเพราะพี่ตะวันสุดที่รักของเธอไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูดีไปเสียหมด

                “รอสักครู่นะคะนุ่มนิ่ม” ตะวันอมยิ้มน้อยๆ ระหว่างที่เตรียมปั่นเครื่องดื่มให้หญิงสาว ใช้เวลาไม่นานสมูตตี้เปรี้ยวๆ หวานๆ สีสวยน่าทานก็พร้อมเสิร์ฟ

                “ตกลงสองสาวเลือกได้หรือยังคะ ถ้ายังพี่แนะนำเมนูใหม่วันนี้มีทาร์ตเลมอนกับเค้กขิงค่ะส่วนเครื่องดื่มจะรับเป็นชาพีชหรือโกโก้เย็นก็อร่อยนะคะ” ตะวันให้คำแนะนำตามประสาผู้ให้บริการที่ดี โดยไม่รู้ตัวว่าการที่เธอยิ้มแย้มกับลูกค้าคนอื่นมันทำให้แม่สาวน้อยนุ่มนิ่มเกิดอาการไม่พอใจ

                “พี่ตะวันไม่เห็นเคยแนะนำเมนูให้นุ่มนิ่มแบบนี้บ้างเลย” น้ำเสียงที่กระเง้ากระงอดทำเอาปานตะวันยกคิ้วขึ้นน้อยๆ เพราะแปลกใจว่าการแนะนำเมนูขนมหวานมันจะทำให้รุ่นน้องต่างคณะสะบัดเสียงใส่เธอได้ขนาดนี้

                “ก็นุ่มนิ่มมาทีไรก็สั่งแต่เมนูประจำนี่คะ เอาไว้คราวหน้าพี่จะแนะนำเมนูพิเศษประจำวันให้ก็แล้วกัน” หญิงสาวแบ่งรับแบ่งสู้ก่อนจะถามความเห็นนักศึกษารุ่นน้องอีกครั้งเมื่อเธอทั้งสองคนตกลงเลือกเมนูประจำวันแล้วตะวันจึงบอกให้ไปรอที่โต๊ะได้เลย

                “ตะวันนี่เสน่ห์แรงทั้งกับผู้หญิงผู้ชายเลยนะ เมื่อวันก่อนก็เพื่อนเฮียวันนี้ก็น้องนุ่มนิ่มคนสวย” พี่อิ่มกระซิบแซวขณะที่มือยังชงกาแฟให้ลูกค้า

                “ทางที่ดีพี่อิ่มอย่าพูดถึงไอ้หมาบ้านั่นจะดีกว่าค่ะตะวันไม่อยากอารมณ์เสีย... คนอะไรไร้มารยาทที่สุด” ภาพที่ไวทินเลียปากของเธออย่างหน้าตาเฉยผุดเข้ามาในมโนสำนึกกะทันหัน นี่ขนาดผ่านมาหลายวันแล้วความรู้สึกแฉะๆ ร้อนๆ แสนน่ารังเกียจมันยังคงเวียนวนอยู่รอบๆ ปากของเธออยู่เลย

                “เป็นอะไรดูทำหน้าเข้า?” พี่อิ่มถามเมื่อเห็นเธอทำหน้าคล้ายๆ กับอยากจะสำรอกของเก่าออกมาทางปาก

                “ก็พี่อิ่มพูดถึงไอ้หมาไวทินทำไมคะตะวันเกลียดมัน” พูดธรรมดามันไม่สะใจปานตะวันถึงต้องเบ้หน้าทำท่าประกอบ

                “ยังไงเขาก็แก่กว่าเราหลายปีตะวันอย่าไปเรียกพี่เขาอย่างนี้ให้คนอื่นได้ยินนะเขาจะหาว่าเราไม่มีสำมาคารวะ ตะวันเองก็ไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย... ว่าแต่เคยได้ยินโบราณท่านว่าไว้ไหม? เกลียดยังไงมักได้อย่างนั้นน่ะ” อิ่มใจเตือนสติหญิงสาวตะวันถึงจะเป็นคนแข็งๆ ไปสักหน่อยแต่ก็ไม่ใช่คนที่ก้าวร้าวอิ่มใจไม่อยากให้ใครมาได้ยินแล้วเก็บเอาตะวันไปนินทาลับหลังให้เสียหาย

                “ตะวันจะระวังค่ะแต่คนอย่างหมอนั่นมันเป็นหมาบ้าจริงๆ นั่นแหละ” แม้เธอบอกว่าจะระวังปากแต่มันก็อดจะเหน็บไวทินไม่ได้

                “เอาไปเสิร์ฟได้แล้วปล่อยให้สาวๆ รอนานรอนานไม่ดีนะ เออ... เดี๋ยวตอนกลับมาที่จะฝากงานหน่อยเฮียเขาสั่งเอาไว้เมื่อบ่ายวันนี้เฮียแกไม่เข้าร้านแล้ว”

                “ได้ค่ะพี่อิ่มเดี๋ยวรอตะวันแป๊บนึงนะ” ตะวันสั่งยิ้มหวานก่อนจะถือถาดใส่ขนมและเครื่องดื่มไปเสิร์ฟ

 

                “พี่ตะวันนั่งคุยกับนุ่มนิ่มก่อนสิคะ นุ่มนิ่มไม่ได้มาที่ร้านตั้งหลายวันคิดถึงพี่ตะวันจะแย่อยู่แล้ว” นุ่มนิ่มดึงมือตะวันที่ทำท่าจะเดินผละไปให้หยุดฟังที่ตนเองพูดก่อน

                “คงจะไม่ได้นะคะนุ่มนิ่มวันนี้เฮียไม่เข้าร้านสั่งงานไว้พี่ต้องไปทำค่ะ ทานให้อร่อยนะคะ” ตะวันยิ้มอย่างสุภาพแล้วเดินกลับมาหาอิ่มใจที่เคาน์เตอร์

 

                “มาแล้วพี่อิ่ม”

                “ตามมานี่เลยข้างหน้าเดี๋ยวให้เจ้าโชกุนกับฟ่างมันดูแลแล้วค่ำๆ พี่นุ่นจะเข้ามานะ” อิ่มใจพูดพลางเดินนำเข้าไปหลังร้านซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่โชกุนกับข้าวฟ่างเดินสวนออกไปพอดี

                “หวัดดีครับพี่ตะวัน” เสียงใสๆ ของสองหนุ่มประสานกันทักทายรุ่นพี่ ที่คาเฟ่นี้มีพนักงานประจำอยู่หลักๆ 2 คนไม่รวมอัศวินก็คือพี่นุ่น กับพี่อิ่ม นอกนั้นก็เป็นพนักงานพาร์ทไทม์ก็ได้แก่ตะวันกับรุ่นน้องอีกสองหนุ่มคือโชกุนกับข้าวฟ่าง

                “หวัดดีจ้ะ ฝากข้างหน้าหน่อยนะพี่กับพี่อิ่มอยู่หลังร้าน” ตะวันทักกลับก่อนจะรีบเข้าไปหาอิ่มใจที่หลังร้าน

               

                “เฮียฝากอบบราวนี่หน้าฟิล์มสองถาดทอปปิ้งเป็นอัลมอนด์กับลูกเกดตะวันทำให้หน่อยนะพี่จะแต่งหน้าคัพเค้กมีลูกค้าจะจัดงานวันเกิดเลยมาสั่งไว้รับของพร้อมกันตอนสองทุ่ม”

                ปานตะวันมองนาฬิกาแล้วคำนวณเวลาตอนนี้เพิ่งจะสี่โมงเย็นมีเวลาเหลือเฟือเธอจึงไม่ได้รีบเร่งอะไร นอกจากเฮียโดนัทที่มีหน้าตาขัดกับชื่อแล้วในร้านก็มีตะวันที่อบขนมแทนได้เพราะภาควิชาที่เธอเรียนอยู่มีหลักสูตรอาหารนานาชาติทั้งคาวหวานรวมไปถึงเบเกอรี่ด้วย ประกอบกับอยู่หน้าเตาช่วยมารดาหยิบจับส่วนผสมมาตั้งแต่เด็กเลยทำได้สบายมาก

                มือเล็กหยิบส่วนผสมมาตักตวงอย่างคล่องแคล่วหากจะถามว่ามารดาก็มีร้านทำไม่ไม่ไปทำงานที่นั่นตะวันก็ตอบโดยไม่ต้องคิดเลยว่าถ้าไปทำที่ร้านมารดาเธอก็คงจะไม่กล้าขอค่าจ้างปล่อยให้แม่และผู้ช่วยสองคนทำงานของเขาไปดีกว่าส่วนเธอก็เข้าไปช่วยในเวลาที่เป็นวันหยุด

                เป็นโชคดีของปานตะวันที่มีโอกาสได้ทำงานในร้านเฮียเพราะจะมีที่ไหนรับพนักงานพาร์ทไทม์ที่ให้ค่าตอบแทนสูงแถมยังให้ลาไปทำกิจกรรมได้โดยไม่บ่นจุกจิก ในฐานะที่ตะวันเป็นนักกีฬาว่ายน้ำของมหาวิทยาลัยจึงต้องแบ่งเวลาไปซ้อมและเก็บตัวครั้งละนานๆ ซึ่งเฮียเองไม่เคยบ่นแค่ขอให้บอกล่วงหน้าเขาจะได้จัดคิวได้ถูก

                “ตะวันจะทำถึงวันศุกร์แล้วก็หยุดอ่านหนังสือสอบใช่ไหม?” อิ่มใจที่เงยหน้าขึ้นจากคัพเค้กเอ่ยปากถาม

                “ใช่ค่ะทำถึงวันศุกร์แล้วก็หยุดอาทิตย์นึงไปสอบค่ะ”

                “โอเค... เฮียคงจัดคิวคนไว้แล้วล่ะ” อิ่มใจยิ้มหวานถึงจะต้องทำงานล่วงเวลายามที่น้องๆ ไปสอบเธอก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเพราะค่าตอบแทนที่เฮียให้มันก็สูงพอที่จะทำให้หายเหนื่อย ที่สำเด็กพวกนี้ก็ตั้งใจทำงานจริงจังและเต็มที่การจะลาหยุดไปสอบแค่นี้ทั้งเธอ นุ่น รวมถึงเฮียก็เต็มใจจะเหนื่อยเพิ่ม

               

         หลังจากอบบราวนี่และจัดการแพ็คเรียบร้อยแล้วปานตะวันก็ออกมาช่วยงานที่หน้าเคาน์เตอร์ซึ่งสองหนุ่มประจำการอยู่ เวลาช่วงหัวค่ำลูกค้ายังคงเข้ามาอุดหนุนอย่างต่อเนื่องตอนมาทำงานครั้งแรกตะวันเองก็มาอยากจะเชื่อว่ามีร้านขายขนมหวานเปิดถึงเที่ยงคืนแต่มันก็มีจริงๆ คนที่กินเฟรนช์โทสหรือวาฟเฟิลเพิ่มวิปครีมตอนห้าทุ่ม

         “สองคนพักก่อนก็ได้นะเดี๋ยวพี่ดูต่อเอง” หญิงสาวเห็นว่าสองหนุ่มทำงานต่อเนื่องมาตั้งแต่ตอนสี่โมงจนป่านนี้ก็ปาไปทุ่มครึ่งแล้วเธอจึงอาสาเฝ้าหน้าร้านให้น้องๆ มานั่งพักก่อน

         “ขอนั่งหลังเคาน์เตอร์นี้แหละพี่ตะวัน” ข้าวฟ่างชายหนุ่มหน้าตี๋มีลักยิ้มบอกพลางวางผ้าเช็ดโต๊ะไว้ในอ่างล้างจานก่อนจะซักและตากผึ่งไว้ที่ราวเล็กๆ ใต้ซิงค์ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้เล็กๆ ส่วนโชกุนที่เก็บโต๊ะเพิ่งเสร็จก็รีบล้างจานแล้วมานั่งที่เก้าอี้ข้างๆ เพื่อนรัก

          “พี่หยุดตั้งแต่วันศุกร์นะแล้วเราสองคนเริ่มลาหยุดตอนไหน?” เพราะว่าเรียนต่างคณะจึงทำให้ตะวันสอบไม่พร้อมน้องๆ สองหนุ่มนั้นเรียนนิเทศศาสตร์และท่าทางจะป๊อบมากในหมู่สาวๆ โชกุนที่หล่อคมเข้มเป็นถึงเดือนคณะส่วนข้าวฟ่างหนุ่มตี๋ก็เป็นนักกีฬาบาสเกตบอล

         “พวกผมสอบหลังพี่ตะวันก็คงหยุดตอนที่พี่สอบเสร็จพอดีครับ” โชกุนบอก คุยได้ไม่นานก็มีลูกค้าเข้ามาในร้านทั้งสามคนจึงแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง

         ข้าวฟ่างกับโชกุนแยกไปต้อนรับและทำเครื่องดื่มส่วนตะวันนั้นรอทำเมนูขนมซึ่งลูกค้าที่มาใหม่สั่งวาฟเฟิลไอศกรีมหญิงสาวจึงนำแป้งที่เฮียตีไว้หยอดลงเครื่องทำวาฟเฟิลและตกแต่งใส่ทอปปิ้งตามที่ลูกค้าเลือกไว้ ขนมง่ายๆ จำพวกวาฟเฟิล เฟนรช์โทสทุกคนในร้านต้องสามารถทำได้เพราะเฮียจะเตรียมส่วนผสมแป้งไว้ให้แบบวันต่อวันและมีแบบตัวอย่างการตกแต่งไว้ให้ดูด้วย

         และถ้าเป็นเค้กหรือขนมสำเร็จเฮียโดนัททำเตรียมไว้ล่วงหน้าโดยจะมีตะวันเป็นผู้ช่วยทางร้านจะมีเค้กหมุนเวียนกันไปทั้งเค้กครีมสด ชีสเค้ก เค้กขิง เค้กมะพร้าวนมสด เค้กส้มหน้านิ่ม บราวนี่ทั้งหน้านิ่มหน้ากรอบและอีกสารพัดพายหน้าต่างๆ

          ปานตะวันมีความสุขทุกครั้งที่ได้ยืนหน้าเตาทำขนมพวกนี้เพราะเธอเองก็อยากจะฝึกฝนประสบการณ์เอาไว้เยอะๆ จะได้เก็บไว้ไปช่วยมารดาที่ร้าน เพราะหญิงสาวตั้งใจที่จะทำงานเก็บเงินให้ได้สักก้อนแล้วนำไปขยายร้านรับคนมาเพื่อรับออเดอร์ขนมเพิ่ม เนื่องจากทุกวันนี้รายได้หลักของร้านนั้นมาจากการรับจัดของว่างและขนมเบรก โรงเรียนและบริษัทแถวๆ นั้นต่างก็เป็นลูกค้าแม่

          แต่บางครั้งแม่ก็ต้องยอมปฏิเสธไปเพราะกำลังในการผลิตไม่เพียงพอซึ่งตะวันเองแม้จะเสียดายแต่ก็ต้องยอมปล่อยให้ลูกค้าหลุดมือเพราะถ้ารับงานมากไปก็อาจจะทำไม่ทันส่งผลให้เสียชื่อเสียงหนักเข้าไปอีก ตอนนี้เธอจึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาเก็บหอมรอมริบเพื่อให้ความฝันเล็กๆ ของตัวเองเป็นจริง

         ตะวันอยากช่วยแม่เพราะเธอเองก็เห็นแม่ทำงานหนักมาทั้งชีวิตเพื่อเลี้ยงดูเธอให้เธอมีอะไรต่อมิอะไรทัดเทียมเพื่อนๆ อายุรุ่นราวคราวเดียวกันทั้งๆ ที่มันไม่ค่อยจะจำเป็นหญิงสาวจึงมีนิสัยรักษาของเพราะเธอรู้ว่ามันแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและความเหน็ดเหนื่อยของแม่ปานหทัย

         พอตะวันโตมาหน่อยก็เริ่มทำงานหาเงินมาให้แม่หวังจะช่วยแบ่งเบาภาระแต่มารดาก็ไม่เคยรับเงินเธอสักบาทดังนั้นเธอจึงรวบรวมเงินเล็กเงินน้อยของตัวเองเก็บหอมรอมริบรวมกันเป็นก้อนใหญ่ตั้งใจจะเอาไว้ขยายร้านให้แม่ ดังนั้นเมื่อแม่เอ่ยปากบอกว่ามีคนรักและกำลังจะแต่งงานใหม่ตะวันจึงไม่โต้แย้งเพราะความสุขของแม่มันก็เป็นความสุขของเธอ

 

         “ตะวันขี่รถดีๆ นะ” พี่นิ่มยืนโบกมือส่งหญิงสาวตัวเล็กที่หน้าร้าน ขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนครึ่งหลังจากเก็บร้านทำความสะอาดเสร็จแล้วก็ถึงเวลาแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน

         “ถึงบ้านแล้วตะวันจะไลน์บอกนะคะ” หญิงสาวยิ้มหวานก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนรถคู่ใจมุ่งหน้ากลับบ้าน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณนักอ่านทุกท่านสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha