ปานตะวัน (ซีรีย์ชุดร้อยรักเยาวมาลย์)

โดย: อติญา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : สถานะใหม่


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                “มานั่งข้างๆ พี่เขาสิหนูตะวัน” คุณลุงไววิทย์พูดยิ้มๆ โดยที่ตะวันยังติดใจสงสัยว่าตกลงไอ้หมอนี่ใจคอมันจะไม่มีส่วนคล้ายคนเป็นพ่อสักนิดเชียวหรือ

                “เชิญครับน้องตะวัน” ไวทินแสดงความเป็นสุภาพบุรุษด้วยการลุกขึ้นแล้วขยับเก้าอี้ให้เธอ หญิงสาวจึงไม่กล้าจะเสียมารยาททั้งๆ ที่ใจอยากจะจับเก้าอี้ฟาดหน้ากวนๆ นั่นนัก

                “เห็นคุณน้าบอกว่าน้องตะวันชอบทานอาหารทะเลพี่เลยตั้งใจเลือกเมนูวันนี้ให้เป็นพิเศษหวังว่าจะถูกใจนะครับ” ชายหนุ่มพูดพลางตักปูผัดพริกไทยดำใส่จานให้หญิงสาวแล้วตามด้วยต้มยำทะเลน้ำข้นอีกถ้วย ครั้นจะไม่รับก็ไม่ได้หญิงสาวจึงได้แต่พูดอ้อมแอ้มขอบคุณไปตามมารยาท

                “ตกลงพ่อกับคุณน้าจะไปทำบุญแล้วจดทะเบียนกันวันไหนครับ” ไวทินเอ่ยปากถามบิดาระหว่างที่นั่งทานอาหารกันส่วนปานตะวันนั้นก็เอาแต่นั่งเงียบจะพูดก็ต่อเมื่อมีคนถามเท่านั้น เธอไม่อยากจะพูดอะไรมากเพราะกลัวจะหลุดปากคำไม่สุภาพออกมา

                “ก็รอน้องสอบเสร็จจะได้ย้ายเข้าไปอยู่บ้านเราให้เรียบร้อยก่อนนั่นแหละถึงจะไปทำบุญแล้วก็จดทะเบียน” ได้ยินคำตอบแบบนั้นหญิงสาวก็แทบจะปล่อยช้อนหลุดมือ เธอลืมไปเลยว่าตัวเองกับแม่ต้องย้ายไปอยู่บ้านใหม่ตอนแรกก็ตื่นเต้นดีใจแต่พอรู้ว่าพี่ชายเป็นใครก็อยากจะร้องwห้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น

                จะต้องไปทำบุญหรือรดน้ำมนต์วัดไหนถึงจะปัดรังควานไอ้คนโรคจิตลามกให้ออกไปพ้นๆ จากชีวิตเธอได้เนี่ย?

                “แล้วน้องตะวันเริ่มเก็บข้าวของหรือยังครับเสาร์อาทิตย์นี้พี่ว่างให้พี่ไปช่วยนะ” ไวทินหันมายิ้มหวานสีหน้าและแววตาเขามันระริกระรื่นจะน่าหมั่นไส้

                “เอ่อ... ตะวันไม่กวนพี่ทีนดีกว่าค่ะคือว่าเกรงใจ” ใจจริงหญิงสาวอยากจะบอกว่าไม่ต้องเสือกแต่ก็พูดออกไปไม่ได้

                “ไม่ต้องเกรงใจเลยหนูตะวันเจ้าทีนมันถนัดใช้แรงงานเดี๋ยววันนี้หนูก็กลับกับพี่เขาให้มันไปส่งบ้านจะได้รู้จักที่ทางกันไว้แล้วพรุ่งนี้ลุงจะให้มันไปช่วยหนูแต่เช้าเลย” เมื่อคุณลุงไววิทย์พูดอย่างนั้นปานตะวันก็ได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมของตัวเอง เอาไว้ให้หมอนี่ไปถึงบ้านแล้วเธอค่อยหาทางไล่เขาก็แล้วกัน

                ตลอดมื้ออาหารคนที่ผูกขาดการสนทนาเห็นจะเป็นสองพ่อลูกซึ่งตะวันกับมารดาก็ได้แต่เออออห่อหมกไป ซึ่งหญิงสาวก็ได้แต่หวังใจไว้ว่าช่วงเวลาที่แสนอึดอัดนี้มันจะจบลงเสียที

                ซึ่งจากบทสนทนาที่ตั้งใจฟังบ้างไม่ตั้งใจบ้างระหว่างมื้ออาหารทำให้หญิงสาวได้รู้ว่าไวทินนั้นเป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชีที่โรงแรมชื่อดังและชายหนุ่มยังเป็นเจ้าของบริษัทรับตรวจสอบบัญชีของตัวเองด้วย แล้วก็แน่นอนว่ากิจการร้านวัสดุก่อสร้างทุกสาขาของคุณลุงนั้นเขาก็เป็นคนดูแลบัญชีให้ทั้งหมด

                มันก็น่าชื่นชมที่ไวทินประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานตั้งแต่อายุยังน้อยแต่นิสัยไร้มารยาทของเขานั้นมันเหลือจะรับได้ ถ้าการเจอกันครั้งแรกของเธอและเขามันน่าประทับใจกว่านี้ปานตะวันอาจจะเรียกเขาว่าพี่ชายได้สะดวกใจ

 

                “ทำไมนั่งเงียบเลยล่ะครับไม่เห็นเหมือนวันที่เราเจอกันที่ร้านเลย วันนั้นน้องตะวันออกจะปากดี เอ่อ... พี่ทินหมายถึงว่าพูดเก่งน่ะครับ” เมื่ออยู่กันตามลำพังสองต่อสองไวทินก็หาเรื่องป่วนประสาทหญิงสาวทันที

                “ไม่พูดก็ไม่มีใครว่าเป็นใบ้มังคะคุณไวตีน” หญิงสาวเบ้หน้าเมื่อรู้ตัวว่าคนตัวโตตั้งใจที่จะทำให้เธอโมโหแต่ถึงยังไงก็จะต้องตั้งสติไม่ให้มันแตกเพราะถึงยังไงตัวเองก็ต้องเข้าไปอยู่ในบ้านหมอนี่ ที่สำคัญเขายังแก่กว่าเธอหลายปีถ้าทำอะไรไม่ดีก็จะตัวเธอนั่นแหละที่จะกลายเป็นเด็กก้าวร้าวซึ่งดูแล้วมันเสียเปรียบทั้งขึ้นทั้งล่อง

                “ปากดีอย่างนี้พี่ชอบจังเลยครับ”

                “แต่ตะวันไม่ชอบคุณ... ช่วยเงียบแล้วตั้งใจขับรถไปดีกว่าค่ะฉันยังไม่อยากเป็นผีเฝ้าถนนตอนนี้” ใบหน้าสวยคมผินไปมองวิวนอกกระจกโดยตั้งใจให้คนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรู้ตัวว่าเธอจะไม่ให้ความสนใจอะไรเขาอีก

                “งั้นน้องตะวันช่วยบอกทางพี่ทีนเป็นระยะด้วยนะครับถ้าไม่บอกระวังพี่จะพากลับไปนอนด้วยกันที่บ้านไม่รู้ด้วยนะ” ไวทินยังคงไม่เลิกเย้าคนตัวเล็กกว่าด้วยถ้อยคำสองแง่สองง่าม

                “ตรงไปเรื่อยๆ เลยค่ะเดี๋ยวลงสะพานข้างหน้าโน้นแล้วจะบอกอีกที”

 

                ไวทินยืนมองบ้านทาวเฮาส์หลังเล็กตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกแต่ถ้าเจ้าของบ้านหลังนี้เป็นผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่มารดาของปานตะวันแต่เป็นหญิงสาวอายุน้อยช่างฉอเลาะแบบที่หนุ่มใหญ่นิยมชมชอบรับรองว่าเขาไม่มีทางยอมให้พ่อแต่งงานด้วยแน่ๆ เพราะคิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะต้องจ้องมาปอกลอกบิดาของเขาอย่างแน่นอน

                ไวทินไม่ได้มีนิสัยรังเกียจคนที่ฐานะด้อยกว่าอีกอย่างเขาเองก็เห็นน้าปานมาตั้งหลายปีจึงวางใจได้ว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่มีทางทำให้บิดาของเขาต้องทุกข์ใจหรือลืมไปได้เลยเรื่องหวังทรัพย์สมบัติ เพราะถึงร้านเบเกอรี่ของน้าปานหทัยจะเป็นร้านเล็กๆ แต่รสชาตินั้นไม่ได้เล็กตามจึงทำให้มีลูกค้ามากมายสร้างรายได้ให้พอเลี้ยงลูกสาวคนเดียวเรียนจนถึงระดับอุดมศึกษา

                ผู้หญิงดีๆ ขยันทำมาหากินแบบนี้ถ้าพ่อได้เธอมาอยู่ดูแลเป็นคู่ชีวิตในยามบั้นปลายเขาก็ไม่จำเป็นต้องห่วงหน้าพะวงหลังในยามที่ตัวเองต้องเดินทางไปทำงานยังต่างจังหวัด

 

                “ส่งเสร็จแล้วก็กลับไปสิ” ปานตะวันเอ่ยปากไล่ไวทินโต้งๆ เพราะไม่ชอบสายตาที่เขากำลังใช้มองบ้านหลังน้อยของเธอในตอนนี้ มันบอกไม่ถูกว่าเขานั้นจะมีความรู้สึกใดระหว่างรังเกียจกับสงสาร วูบนึงในใจของหญิงสาวก็อยากจะให้เขาไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานของคุณลุงและแม่... เธอจะได้ไม่ต้องไปอยู่ร่วมชายคากับคนนิสัยไม่ดี

     แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นแน่นอนว่าคนที่จะต้องไม่มีความสุขก็คือแม่ปานหทัยของเธอ เพราะฉะนั้นเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ตะวันจะยอมกัดฟันทน

     “แต่รถพ่อพี่ยังจอดอยู่เลยนะครับ ใจคอจะไม่ชวนพี่เข้าไปในบ้านหน่อยหรือ” ไวทินแสร้งตีหน้าเศร้าหวังให้สาวเจ้าชวนเข้าไปกินน้ำกินท่าภายในบ้าน เขาก็แค่อยากจะรู้ว่าสาวน้อยผมสีชมพูเวลาที่เธออยู่กับบ้านแล้วจะเป็นยังไงก็เท่านั้น

     “ถ้าอยากจะเข้าก็เข้ามา” หญิงสาวพูดแค่นั้นแล้วเดินนำเข้าบ้านไปโดยไม่สนใจอะไรไวทินอีก เขาได้แต่มองตามแผ่นหลังบอบบางที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ แล้วก็สังเกตว่าผมของตะวันไม่ได้เป็นสีชมพูแล้วแต่มันเป็นสีน้ำตาลเข้มสงสัยยัยจอแบนจะไปทำสีให้ถูกระเบียบเพื่อเข้าสอบ

     “หนูขอตัวขึ้นไปข้างบนนะคะแม่ คุณลุง” เมื่อเข้าบ้านมาเธอก็เจอผู้สูงวัยทั้งสองอยู่ในห้องรับแขกเล็กๆ ของบ้านเลยบอกไว้ก่อนว่าตัวเองจะขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องส่วนตัวชั้นบน

     “ไปพักผ่อนเถอะลูกหนูเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ฝันดีนะคนเก่งของแม่” มารดายิ้มกว้างและเดินเข้ามากอดร่างเล็กของตะวันเอาไว้แล้วกระซิบบอกฝันดีอย่างที่เคยทำเหมือนทุกวัน

     ไวทินมองภาพลูกแมวน้อยที่ถอดเขี้ยวถอดเล็บออดอ้อนผู้เป็นแม่แล้วอดยิ้มไปกับความน่ารักของตะวันไม่ได้ ต่อให้หญิงสาวจะปากจัดหรือว่าดุแค่ไหนตอนอยู่กับแม่ก็แค่เธอก็เป็นเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง

 

     “ไงไอ้เสือบ้านหายากไหม?” ไววิทย์ถามทันทีที่ลูกชายคนเดียวก้าวขาเข้ามาในบ้านของว่าที่ภรรยา เขาดีใจที่ทั้งสองครอบครัวเข้ากันได้ดีไม่มีปัญหา

     “ก็ไม่ยากครับพ่อ ว่าแต่พรุ่งนี้จะให้ผมมาช่วยน้องขนของกี่โมงครับ”

     “สายๆ ก็ได้จ้ะพ่อทีนดูท่าแล้วตะวันคงจะยังไม่ได้เก็บของอะไรเลย คนนั้นเขาก็บ้าสมบัติอยู่ด้วยของกระจุกกระจิกเยอะไปหมด” คำพูดของว่าที่แม่เลี้ยงทำเอาชายหนุ่มยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที

                “ถ้าอย่างนั้นผมมาแต่เช้าดีกว่าครับเผื่อจะช่วยน้องเก็บข้าวของอะไรได้บ้าง แล้วพวกเฟอร์นิเจอร์น้าปานจะขนอะไรไปบ้างครับผมจะได้เตรียมรถไว้ให้”

                “พ่อบอกว่าไม่ต้องเอาไปเลยขนเสื้อผ้าไปพร้อมอยู่บ้านเรามีครบทุกอย่างแล้ว” เป็นบิดาของไวทินที่ตอบคำถามแทน

                “ก็อาจจะมีเครื่องครัวที่ต้องขนไปแหละจ้ะแต่น้าจะย้ายของที่จำเป็นไปก่อนส่วนของอื่นๆ ก็ค่อยว่ากันอีกที”

                ระหว่างที่หูฟังไปตาของชายหนุ่มก็มองสำรวจไปทั่วดูท่าน้องตะวันจะเป็นนักกีฬาตัวยงเพราะทั้งเหรียญ ถ้วยรางวัลและใบประกาศนียบัตรใส่กรอบสวยงามนั้นวางเรียงอยู่เต็มตู้โชว์

     ดวงตาคมมาสะดุดกับภาพสาวน้อยในชุดว่ายน้ำที่ทำให้ไวทินถึงกับลมออกหูถึงแม้ชุดที่เธอใส่จะไม่ได้วาบหวิวเพราะเป็นชุดว่ายน้ำของนักกีฬาแต่มันก็กระชับส่วนเว้าส่วนโค้งของคนตัวเล็กไอ้ส่วนที่มีนิดหน่อยมันยังเห็นได้ชัดเจนกว่าเวลาใส่ชุดปกติ ขนาดจอแบนปานตะวันยังทำให้ใจเขาเต้นได้แสดงว่าสาวน้อยคนนี้ชักจะมีอิทธิพลกับหัวใจของเขาในระดับที่ไม่ธรรมดา

                “ตะวันเป็นนักกีฬาว่ายน้ำของมหาวิทยาลัยจ้ะ” ปานหทัยบอกเพราะเห็นว่าที่ลูกเลี้ยงจ้องรูปถ่ายของลูกสาวของนางเสียนานสองนาน

                “น้องเก่งนะครับมีความสามารถรอบตัวทีเดียว” ไวทินเอ่ยปากชื่นชมจากใจ

                “เพราะน้องเห็นน้าเหนื่อยมาตั้งแต่เด็กๆ พอเจ้าตัวเขาพอจะมีกำลังก็ทำงานทุกอย่างเท่าที่จะทำไหวเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ตะวันเข้าให้มาน้าก็ให้น้องเอาใส่บัญชีไว้หมดไม่เคยถอนมาใช้สักบาท” แววตาชื่นชมทอประกายออกมาจนบุคคลที่สามที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอย่างเขายังสัมผัสได้นับว่าไม่เสียแรงที่ชายหนุ่มแอบปลื้ม

                ไวทินประทับใจในตัวสาวน้อยปานตะวันตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้าคงเพราะด้วยบุคลิกของเจ้าตัวที่ดูจะลุยๆ แถมยังช่างพูดช่างเถียง ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าด่าเขาตังแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ที่ผ่านมาแค่เขาขยิบตานิดเดียวขี้คร้านจะเดินตามกันมาเป็นพรวน

                ... พยศแบบนี้ล่ะโดนใจพี่เลย

 

                ด้านปานตะวันเมื่อปลีกตัวขึ้นมาบนห้องได้ก็รีบอาบน้ำอาบท่าทันทีเพราะวันนี้เธอทำการสอบวิชาสุดท้ายที่ขึ้นชื่อเรื่องทั้งโหดทั้งหินมาหยกๆ ร่างกายและสมองจึงอ่อนล้าเกินกว่าจะสนใจทำอะไรอย่างอื่น

                “พรุ่งนี้ค่อยเก็บของก็แล้วกัน” ร่างเล็กพูดเบาๆ กับตัวเอง อีกไม่นานเธอก็ต้องไปจากบ้านหลังนี้ บ้านที่เธออยู่อาศัยมาตั้งแต่เกิดซึ่งมันก็ปาเข้าไปยี่สิบปีแล้ว

                ข้าวของมากมายที่ยังไม่ได้จัดเก็บเพราะปานตะวันอยากจะประวิงเวลาอยู่ในบ้านของพ่อให้นานที่สุด เธออาจจะไม่มีโอกาสกลับมาที่นี่อีกเลยก็เป็นได้เพราะแม่บอกกับเธอว่าคุณลุงจะปรับปรุงบ้านแล้วขายส่วนเงินที่ได้ก็จะยกให้ตะวันทั้งหมดเลยซึ่งเธอก็ไม่ได้ว่าอะไร แถมยังคิดไปอีกว่าบ้านเล็กๆ หลังนี้อาจจะเป็นบ้านหลังแรกของครอบครัวอื่นต่อไปได้อีกมันยังดีกว่าการปล่อยทิ้งไว้ให้ทรุดโทรมโดยที่ไม่มีใครดูแล

                เมื่อหัวถึงหมอนร่างกายและสมองที่เหนื่อยล้าก็พาให้หญิงสาวหลับไปทันทีโดยที่เจ้าตัวเองก็ลืมไปว่าพรุ่งนี้ผู้ชายที่เธอไม่ชอบขี้หน้าจะมาช่วยเก็บข้าวของที่บ้าน ลืมคิดแผนตั้งรับไอ้คนลามกหน้ามึนไปเสียสนิทเลย...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณนักอ่านทุกท่านสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha