ปานตะวัน (ซีรีย์ชุดร้อยรักเยาวมาลย์)

โดย: อติญา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 8 : ศัตรูถาวร


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                ดวงตากลมโตกวาดไปทั่วห้องเมื่อถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังถึงเธอจะรู้ว่าคุณลุงไววิทย์นั้นมีฐานะดีแต่ก็ไม่คิดว่าจะรวยถึงขั้นเศรษฐีแบบนี้ ห้องนอนที่เธอยืนอยู่นี้มันกว้างขวางและหรูหราไม่ต่างจากห้องพักในโรงแรมห้าดาวเลยแม้แต่น้อยสิ่งที่สะดุดตาที่สุดในห้องก็คงจะเป็นเตียงที่ขนาดมันใหญ่เสียจนตะวันคาดว่านอนได้สามสี่คนสบายๆ

                ข้าวของเครื่องใช้เป็นโทนสีขาวสะอาดตารับกับวอลล์เปเปอร์ลายดอกกุหลาบเล็กๆ สีชมพูที่ผนัง เหนือสิ่งอื่นใดแล้วชุดเครื่องนอนที่จัดไว้บนเตียงมันเป็นสีชมพูทั้งหมด... สวรรค์ของตะวันจริงๆ

                ส่วนห้องแต่งตัวนั้นมีตู้เสื้อผ้ายาวจรดผนังกับลิ้นชักมากมายเรียงรายอยู่จากที่กะเอาด้วยสายตาแล้วเสื้อผ้าของเธอที่มีคงกินพื้นที่ไม่ถึงครึ่งตู้แน่ๆ ส่วนห้องน้ำนั้นมีทางเข้าออกสองทาง ประตูด้านหนึ่งเปิดได้จากทางห้องนอนส่วนอีกด้านนั้นเข้าได้ทางห้องแต่งตัว

                ห้องน้ำสีขาวสะอาดมีข้าวของเครื่องใช้อยู่ครบครันคงเป็นแม่ที่บอกคนที่บ้านนี้ว่าเธอชอบใช้อะไรเพราะไม่ว่าจะเป็นแชมพู ครีมอาบน้ำ หรือแม่แต่ยาสีฟันมันก็เป็นยี่ห้อเดียวกันกับที่เคยใช้ประจำที่บ้าน

 

                ก๊อก ก๊อก ก๊อก

                “หนูตะวันนี่ป้าพิมเองค่ะ” เสียงแว่วๆ มาจากประตูหน้าห้อง ปานตะวันจึงเดนออกจากห้องน้ำไปเปิดประตูป้าพิม

                “ป้าเอาของว่างมาให้ค่ะเผื่อจัดห้องแล้วจะหิว เด็กๆ ยกของมาให้แล้ว ว่าแต่หนูตะวันแน่ใจนะคะว่าไม่ต้องให้ป้าช่วยอะไร” ป้าพิมถาม

                “ขอบคุณค่ะป้าแต่ของตะวันมีไม่เยอะไม่รบกวนป้าดีกว่าค่ะ ขอบคุณนะคะที่เตรียมของใช้ไว้ให้แม่บอกป้าหรือคะ” หญิงสาวกล่าวขอบคุณในความเอื้อเฟื้อของแม่บ้านสูงวัยก่อนจะรับถาดใส่คุกกี้กับนมปั่นมาวางไว้ที่โต๊ะรับแขกหน้าโทรทัศน์ ห้องนี้มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน มีแม้กระทั่งตู้เย็นเล็กๆ ที่บรรจุน้ำดื่มและนมอยู่ในห้องแต่งตัว

                “คุณหนูทีนเป็นคนบอกให้ป้าเตรียมให้ค่ะดูท่าเธอจะเห่อน้องสาวคนใหม่น่าดูเมื่อเช้าก็ลุกตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่เอารายการมาให้ป้าช่วยซื้อของให้ส่วนขนมนี่เธอก็เอามาจากบ้านหนูตะวันพร้อมกับสูตรนมปั่นค่ะ” สายตาของผู้สูงวัยทอประกายชื่นชม

คุณหนูทีนของเธอเสียเหลือเกิน

     ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าคนอย่าหมอนั่นจะทำอะไรดีๆ กับเขาก็เป็น

     “ยังไงตะวันก็ต้องขอบคุณป้าอยู่ดีล่ะค่ะ แล้วก็ขอบคุณทุกด้วยคนนะคะที่ช่วยขนของให้ตะวัน” หญิงสาวคลี่ยิ้มบางเบาให้ป้าพิมและเผื่อแผ่ไปยังคนงานชายหญิงที่ช่วยกันแบกกล่องขึ้นมาให้ ของพวกนี้น้ำหนักก็ไม่ใช่น้อยๆ ไม่รู้ว่าไวทินเขายกมันทั้งหมดคนเดียวได้อย่างไร

     และสิ่งที่เธอติดใจสงสัยมากกว่าเรื่องพลังช้างสารของเขาก็คือไวทินรู้ได้อย่างไรว่าของแบบไหนคือสั่งที่เธอชอบหรืออะไรที่เป็นของโปรดเธอ เมื่อสงสัยแล้วการที่จะทำให้ได้คำตอบคงไม่มีอะไรนอกจากการถาม รอให้เธอเก็บของเสร็จก่อนตะวันจะไปเค้นคอเอาคำตอบจากเขาแน่นอน

 

     เวลาหนึ่งชั่วโมงหมดไปกับการจัดเรียงเสื้อผ้าไม่น่าเชื่อว่าการจัดของลงกล่องพลาสติกมันจะทำให้รื้อออกมาจัดเรียงง่ายอย่างนี้ ป้าพิมเองก็รอบคอบจัดหาไว้ให้เธอแม้กระทั่งไม้แขวนเสื้อและไม้หนีบผ้าทำให้ย่นระยะเวลาของตะวันไปมากเพราะถ้าไม่มีคนเตรียมไว้ให้เธอก็ไม่รู้ว่าจะไปหาของพวกนี้ได้ที่ไหนกัน

     เมื่อจัดการข้าวของส่วนที่จัดเก็บได้เรียบร้อยแล้วปานตะวันก็มานั่งพักดื่มนมปั่นที่ตัวเองเอาไปแช่เย็นไว้กับกินขนมตรงโซฟาเล็กๆ ที่มีโทรทัศน์เครื่องใหญ่อยู่ข้างฝา ซึ่งมุมนี้มันอยู่ปลายเตียงพอดีเวลาที่เธออยากดูโทรทัศน์จะไปนอนบนเตียงหรือนั่งบนโซฟาก็ได้ แต่สิ่งที่ปานตะวันชอบที่สุดในห้องใบนี้คือหน้าต่างบ้านใหญ่ที่ยาวจรดผนังถ้ามองไม่ผิดเธอเห็นว่ามันมีระเบียงด้วยอย่างนี้ต้องไปสำรวจสักหน่อย

     เท้าเล็กเดินตรงไปสำรวจประตูระเบียงที่เป็นกระจกใสทันทีที่เปิดออกไปก็พบกับสวนหย่อมเล็กๆ น่ารักเหมาะที่จะมานั่งพักผ่อนตอนบ่ายๆ ระเบียงนี้มันก็กว้างแถมมองลงไปข้างล่างก็เห็นสวนสวยๆ  อีก ตะวันอยากมีสวนเล็กๆ มาตลอดแต่พื้นที่บ้านไม่อำนวยพอได้มาเห็นที่กว้างๆ สวนใหญ่ๆ แบบนี้มันก็ถูกใจเป็นธรรมดา

     เนื่องจากไวทินบอกเอาไว้ว่าห้องของเขาอยู่ข้างๆ ตะวันจึงกะว่าจะเดินย่องไปแอบดูเขาสักหน่อย เห็นแว๊บๆว่าหน้าต่างห้องของชายหนุ่มไม่ได้ปิดม่าน และภาพที่เธอเห็นก็ต้องทำให้ตะวันถึงกับเบิ่งตาโตเพราะผู้ชายข้างห้องเขากำลังวิดพื้นโดยสวมกางเกงแค่ตัวเดียว

     ขนาดเห็นแค่แผ่นหลังใจยังเต้นแรงขนาดนี้แล้วนี่ถ้าเห็นข้างหน้าจะอื้อหือขนาดไหน! ไม่ทันที่จะจินตนาการอะไรมากไวทินก็ลุกขึ้นจากพื้นแล้วมองออกมาที่ระเบียงพอดี กล้ามเนื้ออกและกล้ามท้องหกลูกที่เรียงกันมันกระแทกตาของหญิงสาวเข้าอย่างจัง

     ไวทินยกยิ้มเมื่อแผนที่ตนเองวางไว้ได้ผลเขาคิดเอาไว้เปิดม่านหน้าต่างห้องทั้งหมดทั้งที่ร้อยวันพันปีไม่เคยจะเปิดพอเขาได้ยินเสียงห้องข้างๆ เปิดประตูระเบียงไวทินก็ถอดเสื้อกระโดดลงไปวิดพื้นทันที ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยต่างก็ชอบผู้ชายเซ็กซี่มีกล้ามดังนั้นน้องตะวันก็ต้องมีหวั่นไหวกับเรือนร่างสมชายชาตรีของเขาบ้างหละ

     “นายออกกำลังกายเวลานี้หรอ” ทันทีที่ไวทินเปิดประตูออกไปหาสาวเจ้าก็ถามสวนกลับมาจะชายหนุ่มเตรียมคำแก้ตัวแทบไม่ทัน

     “ปกติก็ออกตอนเช้าครับแต่วันนี้ไม่ได้ออกก็เลยจัดสักหน่อย แล้วนี่น้องตะวันเก็บของเสร็จแล้วหรือครับ” ท่าทางสบายๆ ของไวทินทำปานตะวันเริ่มจะหมั่นไส้..  รู้ว่าหุ่นดีแต่ก็ไม่ต้องจงใจโชว์ขนาดนั้นก็ได้

     “นายบอกป้าพิมหรอเรื่อง... เรื่องของใช้กับขนม” ในที่สุดตะวันก็ดึงสายตาออกมาจากภาพชวนใจละลายตรงหน้าแล้วเอ่ยปากถามเรื่องที่ข้องใจออกมาจนได้

     “ครับพี่ถามคุณน้ามาหมดแล้วว่าน้องตะวันชอบอะไรก็เลยกวนให้ป้าพิมช่วยเตรียมเอาไว้ให้ พี่อยากให้น้องตะวันรู้สึกเหมือนกับอยู่บ้านน่ะครับไม่อยากให้คิดว่าคนที่นี่เป็นคนอื่นเพราะยังไงเราก็ถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว” ถ้อยคำที่ถูกตระเตรียมไว้ล่วงหน้าถูกถ่ายทอดออกมาเป็นน้ำเสียงที่อบอุ่นถ้าเขาเดาไม่ผิดน้องตะวันกำลังเคลิ้มๆ กับความสุภาพบุรุษของเขาแน่ๆ

     “อืม... ขอบคุณนะ แล้วตอนเย็นนายจะไปไหนไหมคือถ้า... ถ้าตะวันจะกลับบ้าน” ถ้าเดาไม่ผิดหญิงสาวคงจะต้องการให้เขาไปส่งแต่ไม่กล้าพูดคงจะกลัวเสียฟอร์ม

     “ป้าพิมคงทำเก็บข้าวสำหรับอาหารเย็นไว้แล้ว น้องตะวันมานั่งรอพี่แต่งตัวก่อนเดี๋ยวจะพาไปทัวร์รอบบ้าน ที่นี่มีสระว่ายน้ำกับห้องฟิตเนสด้วยพี่คิดว่าน้องตะวันคงชอบ... ไปดูกับพี่นะครับ” น้ำเสียงคล้ายจะอ้อนไม่ทำให้แปลกใจเท่ามือของคนตัวโตที่คว้าหมับที่ข้อมือขาวแล้วดึงเธอเข้าไปในห้องส่วนตัวของเขา

     “นั่งรอก่อนนะครับ”

     เขากระซิบที่ข้างหูเล็กเบาๆ ก่อนจะผละไปในห้องแต่งตัว ห้องนอนของไวทินจัดเหมือนห้องเธอทุกอย่างแต่จะต่างกันก็แค่เพียงขนาดและโทนสีของเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นสีขาวกับสีน้ำตาล ปานตะวันที่ไม่รู้จะทำอะไรก็ตัดสินใจเดินมาทิ้งสะโพกลงนั่งที่โซฟาโดยความอ่อนโยนที่เพิ่งพบจากเขาทำให้ลืมไปว่าผู้ชายคนนี้เคยร้ายกาจและอันตรายแค่ไหน

 

     แกร๊ก!

     เสียงประตูห้องน้ำที่เปิดออกพร้อมกับร่างกึ่งเปลือยของชายเจ้าของห้องที่ก้าวขาออกมาทั้งๆ ที่มีผ้าเช็ดตัวพันหมิ่นเหม่อยู่ที่บั้นเอว

     “กลอนฝั่งห้องแต่งตัวมันเสียครับเลยต้องออกมาทางนี้” เหมือนเขาจะรู้ว่าเธอคิดอะไรเลยชิงพูดออกมาก่อน

     “กลัวพี่หรือครับ” เพราะกำลังตกใจกับสิ่งที่เพิ่งเห็นเลยไม่ทันได้ระวังตัว เผลออีกทีไวทินก็เดินมายืนคร่อมทางด้านหน้าสองมือเท้าโซฟากักขังให้ปานตะวันอยู่ในวงแขนเผลอ... ไม่ได้เลยนะนายคนนี้

     “ไม่... ถ้าไม่อยากตายก็ปล่อยตะวัน” กลิ่นหอมสะอาดของครีมอาบน้ำมันทำให้เธอชักจะหายใจไม่ทั่วท้อง

     ไวทินยกยิ้มอย่างอารมณ์ดีเสียงเขียวๆ กับดวงตาที่มองก็รู้ว่าเธอกำลังแค้นใจส่งผ่านมายังไวทินโดยไม่ปิดบัง ชายหนุ่มมั่นใจว่าถ้าตัวเองเผลอเธอคงจะกระโจนข่วนหน้าหล่อๆ ของเขาอย่างแน่นอน

     “แต่พี่ไม่คิดอย่างนั้นนะครับ หัวใจของน้องตะวันมันเต้นแรงมากๆ เลยรู้ไหม?” ฝ่ามือหนาลากไล้ไปตามกรอบหน้าสวย นิ้วเรียวของเขาจงใจลากไล้ผ่านริมฝีปากอิ่มที่เก่งนักในเรื่องจิกกัดเขาเลยอยากจะรู้ว่าหญิงสาวใช้ปากทำอย่างอื่นเก่งด้วยหรือเปล่า

     ริมฝีปากอุ่นจนร้อนเคลื่อนมาทาบทับริมฝีปากหยุ่นอย่างรวดเร็วไม่สนใจแรงดิ้นรนผลักไสของคนใต้ร่าง ไวทินค่อยๆ กล่อมให้ปานตะวันสงบโดยใช้ริมฝีปากของตัวเองค่อยๆ ขบเม้มและดูดเบาๆ ลงไปบนกลีบปากอิ่มของหญิงสาว เมื่อเห็นว่าเธอโอนอ่อนไม่ผลักไสจึงบุกโจมตีอย่างต่อเนื่องด้วยเรียวลิ้น

     ลิ้นหนากระหวัดรัดลิ้นเล็กอย่างเอาแต่ใจไม่ว่าเธอจะพลิกลิ้นหนีการรุกรานสักแค่ไหนเขาก็บุกตามไปกระหวัดรัดเกี่ยวอย่างไม่มียอมแพ้ มิหนำซ้ำยังแกล้งดูดปากและลิ้นเล็กแรงๆ จนตะวันครางประท้วงในลำคอ

                ลมหายใจร้อนๆ ที่กระทบเข้าข้างแก้มทำให้ปานตะวันรู้สึกตัวเธอเห็นศีรษะสวยได้รูปของไวทินกำลังซุกซบคลอเคลีย

อยู่แถวๆ ซอกคอขาว พอเขารู้สึกตัวว่าเธอนั้นนั่งตัวเกร็งแข็งชายหนุ่มก็โงหัวขึ้นมาประกบปากเธออีกครั้งแล้วเริ่มบดเบียดย้ำๆ ซ้ำๆ จนปานตะวันรู้สึกว่าปากของตัวเองนั้นมันเจ็บเสียจนชา

                ไวทินที่มัวเมาไปกับความหอมหวานไร้เดียงสาผละออกมาให้ตะวันได้หายใจหายคอสักหน่อย เขามองลึกลงไปในนัยน์ตาคู่สวยเห็นแวววูบไหวแค่ชั่วครู่แล้วก็ปรับเปลี่ยนเป็นแข็งกระด้างแทบจะทันที

 

                “เลว!

     หญิงสาวตะโกนใส่หน้าเขาแล้วใช้สองแขนผลักจนสุดแรงส่งผลให้ไวทินหงายหลังก้นจ้ำเบ้าลงไปที่พื้นผ้าเช็ดตัวที่พันเอวไว้ลวกๆ เลื่อนหลุดจากสะโพกสอบสภาพของชายหนุ่มตอนนี้บอกเลยว่า... เขาเปลือยหมดตัว

                ปานตะวันที่แม้จะตกใจกับความเป็นชายที่ตื่นตัวอยู่ตรงหน้าแต่เธอก็ไม่มัวลีลาตั้งหน้าตั้งตาสาวเท้าออกประตูไปทันทีโดยไม่ลืมที่จะแวะที่ห้องคว้ากระเป๋าเป้แล้ววิ่งลงบันไดไปยังชั้นล่าง โชคยังเป็นของเธอที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในบริเวณห้องรับแขกเธอจึงเดินออกมาโดยไม่มีใครสงสัยติดแต่ตรงป้อมยามหน้าบ้านที่ต้องเจรจานิดหน่อยแต่ในที่สุดร่างเล็กก็พาตัวเองขึ้นแท็กซี่กลับบ้านได้ในที่สุด

 

                หลังมือเล็กๆ ปาดป้ายไปตามใบหน้าเธอสู้อุตส่าห์อดทนกลั้นน้ำตาเอาไว้จนถึงบ้าน พอเห็นเตียงเล็กและห้องเก่าของตัวเองเท่านั้นกำแพงความเข้มแข็งที่สร้างไว้ก็พังทลายลงมาเป็นหยาดน้ำตาไหลรินเป็นสาย เธอไม่ได้เสียใจที่ถูกล่วงเกินแต่เธอโกรธตัวเองที่ไม่ทันเล่ห์ทันเหลี่ยมคนพรรค์นั้น

                ความอ่อนโยนและความใจดีที่เขาแสดงออกมันก็เป็นเพียงแค่ละครฉากหนึ่งที่เขาปั้นแต่งแสร้งแสดงออกมาเพื่อหลอกให้เธอวางใจก็เท่านั้นแล้วพอเผลอไอ้จิ้งจอกร้อยเล่ห์มันก็ไม่รีรอที่จะกระโจนตะครุบเหยื่อ แล้วถ้าเธอหลงเคลิ้มไปกับสัมผัสนั้นรับรองว่าตัวเองกลับบ้านมาไม่ครบสามสิบสองเป็นแน่

                ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นในเผลอระบายอารมณ์ไปกับหมอนเน่าที่ตัวเองหนุนนอนอยู่ทุกคืน ร้ายมาก็ร้ายตอบหญิงสาวถือคติเช่นนั้นและตอนนี้ศัตรูอันดับหนึ่งมันของเธอไม่ใช่ใครนอกจากไวทินนายมันยังรู้จักคนอย่างปานตะวันน้อยไป

                นับแต่นี้ต่อไปก็อย่าหวังว่าคนอย่างปานตะวันจะญาติดีกับเขาอีกเลยไอ้หมาบ้าไวตีน!


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณนักอ่านทุกท่านสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha