ปานตะวัน (ซีรีย์ชุดร้อยรักเยาวมาลย์)

โดย: อติญา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 10 : ภารกิจพิชิตใจนาง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                  หญิงสาวนั่งถอนใจอยู่บนเตียงกว้างภายในห้องนอนหรู วันนี้เป็นวันแรกที่เธอและแม่จะย้ายเข้ามาอาศัยร่มไม้ชายคาของบ้านเจริญสกุลหลังจากที่เจ้าตัวบ่ายเบี่ยงเลี่ยงหลบมาเป็นสัปดาห์... ในที่สุดเธอก็หนีไม่ได้อีกต่อไป

                “ต้องอยู่ที่นี่จริงๆ สินะ” ปานตะวันเดินลากขาไปอาบน้ำแม้ยังจะทำใจให้ชินกับชีวิตใหม่ไม่ได้แต่เธอก็ต้องพยายามแต่เธอไม่ชอบตรงที่คนที่บ้านนี้เห็นเธอเป็นคุณหนูจะทำอะไรด้วยตัวเองไม่ได้มีคนมารองมือรองเท้าทำให้ตลอด เรื่องนี้เธอคงจะต้องหาโอกาสคุยกับป้าพิมอย่างจริงจังว่าเธอโตแล้วและดูแลตัวเองได้

                ไม่ใช่ว่าเธอจะต่อต้านหรือไม่ยินดีกับมิตรภาพที่ผู้คนหยิบยื่นให้แต่สำหรับเรื่องเล็กน้อยที่เธอทำเองมาตั้งแต่จำความได้อย่างรินน้ำดื่มหรือล้างแก้วน้ำที่ตัวเองใช้ ปานตะวันทำได้เธอไม่อยากรบกวนบรรดาแม่บ้านที่มีงานรัดตัวอยู่แล้ว

 

                   ก๊อก ก๊อก ก๊อก

                เสียงเคาะเบาๆ ที่หน้าประตูทำให้คนตัวเล็กที่กำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับน้ำที่ผมสั้นๆ ของตัวเองหยุดมือเอาผ้าคล้องคอไว้พลางก้าวเท้าไปหน้าห้อง นาฬิกาดิจิตอลที่หัวเตียงบ่อกเวลาสี่ทุ่มกว่าๆ ดึกป่านนี้ใครมันจะมาเคาะเรียกเธอ... ถ้าไม่ใช่คนห้องข้างๆ ผู้ไม่มีมารยาทและกาลเทศะ

                หญิงสาวยืนนิ่งๆ อยู่หลังประตูบานใหญ่ที่ปิดสนิทพักหนึ่งและสิ่งที่เธอคิดไว้ก็เป็นจริงเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่หน้าประตูก่อนจะตามมาด้วยเสียงเปิดปิดประตูของห้องข้างๆ นึกกังวลในใจว่าไวทินจะตามมาวอแวสร้างความรำคาญอะไรเธออีก

                “คนมันบ้าอย่าไปใส่ใจเลย” หญิงสาวปลอบใจตัวเองก่อนจะเดินไปเปิดโคมไฟหัวเตียง ปิดไปเพดานแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงใหญ่ที่ทั้งนุ่มและกว้าง

 

          “อรุณสวัสดิ์ค่ะป้าพิม อรุณสวัสดิ์ค่ะทุกคน” ปานตะวันที่ตื่นเช้าตามความเคยชินเดินเข้ามาทักทายป้าพิมและบรรดาแม่บ้านในห้องครัว

          “อรุณสวัสดิ์ค่ะหนูวันลงมาในครัวนี่มีอะไรให้ป้าช่วยไหมคะ” ป้าพิมทักทายกลับส่วนสาวใช้ทั้งหลายก็ส่งยิ้มบางๆ มา

ให้ด้วยท่าทีที่เป็นมิตร

          “ตะวันจะลงมาถามว่ามีงานอะไรให้ตะวันช่วยไหมคะ”

          “ไม่ต้องช่วยหรอกค่ะคุณหนูตะวันไปนั่งเล่นเดินเล่นรอทานอาหารเช้าได้เลยค่ะ แต่ถ้าหิวชื่นตั้งโต๊ะให้ก่อนก็ได้นะคะ” ชื่นชมสาวใช้ที่อายุคงจะแก่กว่าตะวันไม่กี่ปีพูดขึ้น

          “ไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารเถอะค่ะเดี๋ยวป้าให้เด็กยกไปให้” ป้าพิมนี่ก็อีกคนเจ็ดโมงเช้าแบบนี้เธอยังไม่หิวหรอก แต่ถ้าต้องไปเรียนเธอก็มักจะโดนแม่บังคับให้ทานข้าวเช้าทุกที

          “ตะวันไม่ได้หิวค่ะแค่อยากจะช่วยอยู่บ้านตะวันก็ทำเองบ่อยๆ” หญิงสาวพูดเสียงอ่อยๆ เพราะตอนนี้ทุกคนหยุดมือแล้วหันมามองเธอที่ยืนอยู่บริเวณหน้าประตูครัว

          “ถ้าไม่มีอะไรให้ทำก็ไปนั่งทานข้าวเช้าเป็นเพื่อนพี่ดีกว่าครับ เดี๋ยวพี่จะไปส่งตะวันทำงานด้วยเลย” น้ำเสียงโทนอบอุ่นดังขึ้นทางด้านหลังพร้อมๆ กับแรงดึงที่ข้อมือขาวของเธอ

          “ตะวันจะไปกินที่คาเฟ่แล้วอีกอย่างตะวันก็ไปทำงานเองได้” หญิงสาวพูดเบาๆ เพราะไม่อยากให้คนอื่นได้ยิน

          “แต่พี่จะไปส่งเพราะน้าปานกับพ่อไม่อนุญาตให้ตะวันขี่มอเตอร์ไซค์ไปเรียนหรือว่าทำงานอีกต่อไปแล้ว เส้นทางจากบ้านเรามันไกลกว่าบ้านของตะวันตั้งเยอะเพราะฉะนั้น... พี่จะเป็นคนไปรับไปส่งน้องตะวันเองครับ” ยัยหัวสายไหมสีชมพูจ้องมองชายหนุ่มถลึงตาแทบกลับ

          “ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของนายป่ะวะ!” หญิงสาวชักจะมีอารมณ์เมื่ออีกคนยังลอยหน้าลอยตาพูดเรื่องของเธอฉอดๆ

          “ตื่นไวจังลูกหนูเข้างานตอนสิบโมงไม่ใช่หรือ พี่เขาคงบอกแล้วใช่ไหมว่าแม่จะห้ามหนูเรื่องขี่รถ” เป็นมารดาที่เดินมาทักพร้อมกับพูดเรื่องเดียวกันกับชายหนุ่ม

          “ลุงก็เห็นด้วยกับแม่เขานะตะวันถนนหนทางมันอันตรายหนูไม่ชินอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้” คุณลุงไววิทย์ที่เดินตามหลังมาก็มาสมทบเรื่องเดียวกัน นี่ไม่มีใครเข้าข้างเธอสักคนเลยรึ!

          “แต่ตะวัน...”

          “ไม่มีแต่ครับให้พี่ไปรับไปส่งดีแล้วเพิ่งจะได้มีน้องสาวกับเขาพี่ก็อยากจะดูแลเทคแคร์เป็นธรรมดา” หญิงสาวเบ้ปากให้กับคำพูดของไวทินที่เขาบอกว่าเธอเป็นน้องสาว... ก็เพิ่งรู้ว่าพี่น้องเขาจูบกันด้วย

          “ไปกับพี่เขาดีแล้ว ทานอาหารกันเถอะเดี๋ยวสายกว่านี้รถมันจะติด” ไววิทย์ตัดบทประกอบกับป้าพิมยกอาหารเช้ามาเสิร์ฟทุกคนจึงทานอาหารเช้าซึ่งก็คือข้าวต้มทะเลที่มีทั้งกุ้ง ปู ปลาหมึกรวมไปถึงหอยแมลงภู่ตัวโต

 

          “ปิดเทอมนี้ทำงานทุกวันเลยหรอไม่หยุดไปเที่ยวไหนบ้างเลยหรือไง” ชายหนุ่มถามคนข้างๆ ที่นั่งหน้าตาบึ้งตึงแสดงให้เห็นชัดเจนว่ากำลังไม่พอใจ

          “ถ้าไม่ทำงานจะเอาเงินที่ไหนใช้” หญิงสาวตวัดเสียงเหวี่ยงๆ

          “แล้วถ้าพี่ให้เงินใช้ตะวันจะเลิกทำงานได้ไหม?”

          “จอดรถ!” ปานตะวันตะโกนสุดเสียงเพราะยิ่งเขาพูดแบบนี้มันยิ่งชัดเจนว่าไวทินคิดไม่ซื่อกับตัวเธอ

          “ไม่จอดตะวันกำลังเข้าใจพี่ผิดคิดบ้าอะไรอยู่ฮะเรา หัดทำใจเย็นๆ แล้วฟังคนอื่นเขาพูดบ้าง” ในเมื่อเธอเสียงดังได้เขาจึงทำบ้าง ตาคมมองเห็นข้างหน้าเห็นสวนสาธารณะจึงหักเลี้ยวเข้าไปเพราะเวลานี้เขาต้องหาสถานที่เพื่อเคลียร์กับตะวัน

 

          “เรามาปรับความเข้าใจกันหน่อยพี่รู้สึกว่าตะวันเข้าใจพี่ผิด” ทันทีที่จอดรถนิ่งสนิทไวทินก็เปิดประเด็นสนทนาในในทันที

          “มีอะไรต้องปรับ? ตะวันว่าตัวเองเข้าใจถูกแล้วนะ นายมันฉวยโอกาสและเห็นแก่ตัวที่สุด” หญิงสาวระเบิดอารมณ์ใส่เขาเธอตะโกนเสียจนเจ็บคอ ตะวันจะไม่ทนให้คนตรงหน้าเอาเปรียบร่างกายและดูถูกเธออีกต่อไป

          “พี่แค่อยากให้ตะวันสนใจพี่บ้าง พี่รู้ว่าเลือกใช้วิธีผิดเพราะพี่ไม่เคยจีบใครนี่นา” ยี่สิบแปดปีที่ผ่านมามีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้าหาไวทินเลยไม่เคยลงมือจีบใครสักคน เขาเลยเลือกใช้วิธีที่ทำสำเร็จเสมอเวลาที่สาวๆ มาทอดสะพานคือการถึงเนื้อถึงตัวแต่เขาก็หลงลืมไปว่าวิธีการนั้นมันจะได้มาเพียงแค่ร่างกายไม่ใช่หัวใจและผู้หญิงอย่างปานตะวันไม่มีทางจะหลงเคลิ้มกับง่ายๆ อย่างแน่นอน

          ปานตะวันมองหน้าเขาเพราะไม่แน่ใจว่าไวทินจะสื่ออะไร อยากให้เธอสนใจ จีบ! ช่วยพูดอะไรที่มันฟังแล้วเข้าใจง่ายๆ หน่อยได้ไหม

          “ไม่ต้องทำหน้างงเลยพี่จะจีบเราเข้าใจหรือยัง”

          “บ้า! มีพี่น้องที่ไหนเขาจีบกันบ้างประสาทกลับหรือไง” ยิ่งพูดเธอก็ยิ่งไม่เข้าใจ ไม่ใช่ว่าตะวันจะโง่แต่เธอกับเขาเป็นพี่น้องกัน

          “พี่ชอบตะวันตั้งแต่ยังไม่รู้เรื่องของพ่อแม่เรา ตะวันไม่ใช้น้องแท้ๆ ของพี่เพราะฉะนั้นพี่ก็มีสิทธิ์ที่จะจีบจากนั้นเราก็จะคบกันเป็นแฟน แต่งงานกับเป็นสามีภรรยา”

 

          แปะ แปะ แปะ

          ปานตะวันยื่นมือไปตีหน้าหล่อเหลาของเขาเบาๆ เพื่อเรียกสติเพราะดูท่าเขาจะเพ้อเจ้อไปกันใหญ่

          “เพ้ออะไร? ลืมกินยาหรือว่าอากาศมันร้อนถึงได้พล่ามอะไรเหมือนคนบ้า พับโครงการในฝันของนายไปได้เลยเพราะว่าตะวันไม่เอาด้วย!” หญิงสาวปฏิเสธเสียงดังฟังชัด เธอขนลุกจะแย่เมื่อได้ยินประโยคพวกนั้นและไม่จำเป็นที่เธอจะต้องมานั่งทนฟังอะไรไร้สาระแบบนี้

          “พี่จริงจัง”

          “ตะวันก็จริงจังแล้วนี่จะไปส่งไหมถ้าไม่ก็จะไปเอง” ยิ่งพูดไปก็ยิ่งเสียเวลาหญิงสาวเลยพยายามจะตัดบท

          “พี่ขอโทษที่พี่จูบ ขอโทษที่พี่กอดตะวันโดยไม่ได้ขออนุญาตแต่ต่อจากนี้ไปพี่ก็จะกอดจะหอมตะวันอีกโดยที่ตะวันจะเต็มใจเพราะพี่จะจีบตะวันมาเป็นแฟน” เขาพูดย้ำทิ้งท้ายก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนรถมุ่งหน้าไปยังคาเฟ่ที่เธอทำงาน ตะวันเองก็ได้แต่เบ้ปากกับคำพูดบ้าๆ ของชายหนุ่ม

 

          “วันนี้เลิกงานกี่โมงครับพี่จะได้กะเวลามารับถูก” ไวทินถามเมื่อขับรถมาส่งที่หน้าร้าน

          “กลับเองได้ไม่ต้องมาหรอก”

          “พี่บอกว่าพี่จะมารับครับ น้องตะวันเลิกงานกี่โมง” สีหน้าแบบนี้เธอไม่เคยเห็นมันจากไวทิน หน้านิ่งๆ ติดจะดุแบบนี้ตะวันไม่ค่อยชินเท่าไหร่ แถมระหว่างทางเขายังเอาแต่เงียบทั้งๆ ที่ปกติจะต้องพูดยียวนกวนประสาททำให้ปานตะวันทำตัวไม่ค่อยจะถูก

          “เลิกสี่ทุ่ม”

          “งั้นพี่คงมาก่อนสี่ทุ่มนะครับเลิกงานที่โรงแรมแล้วจะมาทันที” ไวทินมีสีหน้าคลายความเคร่งขรึมขึ้นมาเล็กน้อย

          “จะมากี่โมงก็มาเหอะเฮียโดนัทก็เป็นรุ่นพี่นายเฮียคงไม่ว่าหรอกที่จะมานั่งแช่เกะกะชาวบ้านเขา”

          “ครับ ตั้งใจทำงานนะ” ไวทินไม่ว่ากระไรที่หญิงสาวตั้งหน้าตั้งตาแขวะเขายังคงคอนเซปเรียบนิ่งดังเดิม

          “อือ” ตะวันขานรับอย่างไม่เต็มใจก่อนจะเปิดประตูรถเดินเข้าไปในร้าน พี่อิ่มมาแต่เช้าเพื่อเปิดร้านเป็นประจำส่วนเฮียก็คงทำขนมอยู่ในครัวอย่างเคย

          “ตะวันใครมาส่งน่ะรถคุ้นๆ”อัศวินที่ยืนจัดโต๊ะจัดเก้าอี้อยู่หน้าร้านร้องถามน้องสาวคนเก่ง เขามั่นใจว่านั่นเป็นรถของไวทินแต่ไม่กล้าถามตรงๆ

          “รถรุ่นน้องเฮียนั่นและพ่อเขาเป็นสามีใหม่แม่ตะวันพวกท่านเพิ่งแต่งงานกัน”

          “เฮ๊ย! ถ้าอย่างนั้นเอ็งก็ย้ายไปอยู่บ้านไอ้ทีนแล้วสิ มิน่ามันคงเดินหน้าจีบตะวันเต็มกำลังแล้วสินะ” ตะวันถึงกับตาโตหูตั้งเมื่ออัศวินพูดจบ เฮียต้องไปรู้อะไรมาแน่ๆ

          “จีบ? เฮียเอาอะไรมาพูด?”

        “เอาเรื่องจริงมาพูดน่ะสิก็ไอ้ทีนมันบอกเองว่ามันสนใจตะวันแล้วมันก็จะจีบเป็นแฟน แถมมันยังบอกอีกนะว่าคนนี้แม่ของลูกมัน” ตะวันหน้าร้อนเมื่อได้ยินสิ่งที่อัศวินบอกคนบ้าอะไรปากไม่มีหูรูดเรื่องอะไรมาเที่ยวพูดว่าจะจีบเธอด้วยก็ไม่รู้

          “เรื่องจริงบ้าบอเขาจะจีบแต่ตะวันไม่ให้เขาจีบมันก็จบป่ะเฮีย ผู้ชายอันตรายแบบนั้นเฮียคิดว่าตะวันจะฝากชีวิตไว้กับเขาได้หรือไง”

          “ทีนมันอาจจะดูกะล่อนแต่มันก็จริงใจนะพี่ยังไม่เคยเห็นมันจริงจังกับใครเท่านี้มาก่อนเลยนะ ผู้ชายที่อายุยังน้อยแต่มีหน้าที่การงานมั่นคงสมัยนี้พี่ว่าหาไม่ได้ง่ายๆ หรอก” อัศวินไม่ได้เข้าข้างรุ่นน้องแต่ไวทินเป็นคนขยันและมุ่งมั่นพูดจริงทำจริง

          “เขาอยากทำอะไรก็ทำเถอะแค่อย่ามาล้ำเส้นกันก็พอ” ปานตะวันพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินไปเลี่ยนเสื้อผ้าที่หลังร้านเตรียมตัวเริ่มงานในวันนี้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณนักอ่านทุกท่านสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha