พ่ายรักจำเลยมาร จบแล้ว

โดย: Vanalak29



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : เส้นทางแห่งความมืด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ร่างสูงใหญ่สาวเท้าออกจากสนามบินเห็นรถจอดเทียบอยู่ด้านหน้า คาลเปิดประตูด้านหลังให้เจ้านายส่วนตนเองอยู่เบาะหน้าให้อังเดรนั่งเบาะหลังคู่คุณคาเอล รถเคลื่อนออกจากสนามบินมุ่งสู่สถานที่พัก คาเอลกระตุกยิ้มมุมปาก เมื่อนึกถึงคฤหาสน์หลังงามที่ตนกำลังเดินทางไปพัก เขาซื้อในราคาหลายร้อยล้านบาทเพราะทำเลมันเหมาะแก่การแก้แค้น แค่เปิดประตูออกมาตรงข้ามนั้นคือบ้านของศัตรู มันคงไม่มีอะไรสะใจไปกว่านี้อีกแล้ว

ประตูรั้วเหล็กอัลลอยด์เปิดออก ถนนยาวตรงสู่ตัวคฤหาสน์ รถจอดเทียบเจ้าของบ้านคนใหม่ก้าวลง สาวใช้สามคนกรูกันออกมาต้อนรับ รวมถึงคนสวน และคนดูแลบ้านที่เขามอบหมายงานให้ก่อนหน้า

“สวัสดีครับคุณคาเอล ผมวิทิตครับ”เขาแนะนำตัว

“ครับ บ้านเรียบร้อยดีใช่ไหม”

“เรียบร้อยดีทุกอย่างครับ”

ร่างสูงใหญ่สาวเท้าเข้าสู่ด้านในตรงกลางเป็นโถงกว้างมองเบื้องหน้าเป็นบันไดไม้สักขัดมัน พื้นถูกปูด้วยกระเบื้องสีดำเป็นมันเงา ปีกขวาเป็นห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก และห้องหนังสือ ด้านขวาเป็นห้องครัว ถัดมาอีกนิดเป็นห้องรับประทานอาหาร คาเอลขึ้นบันไดถึงที่พักช่วงกลางถูกแยกเป็นสองทางซ้ายขวา

เขายกยิ้มพึงพอใจกับคฤหาสน์หลังงามที่ตนตัดสินใจซื้อ สำรวจห้องนอนและห้องพักแขก เตียงไม้สีเสาคลุมด้วยม่านตาข่ายสีขาว ทุกห้องปูพรมกำมะหยี่อย่างดี มีเฟอร์นิเจอร์หรูหราราวกับราชวัง บางห้องเป็นสไตล์โมเดิร์นเรียบหรูดูทันสมัยโทนสีสบายตา

“เป็นยังไงบ้างครับ”วิทิตถามขณะชายหนุ่มก้าวออกมาจากห้องนอนห้องสุดท้าย

“ดีมากทีเดียว”

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

“ครับ เชิญตามสบาย”

วิทิตลงจากชั้นบนเป็นครั้งแรกที่เขาขายบ้านให้กับฝรั่ง ใครจะรู้ว่าชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนนี้คือคาเอล เดอร์มินอฟ พอมาเห็นตัวจริงบอกได้เลยว่าสะกดสายตาไม่น้อยเลย ทั้งท่าทีเย็นชา ใบหน้าเรียวคม ดวงตาสีอำพันแววตาแฝงความรู้สึกหลากหลายไว้ในนั้น หากเป็นสาววัยแรกรุ่นคงอดไม่ได้ที่จะต้องตราตรึงใจกับหนุ่มรูปงามคนนี้

“คาล”คาเอลเรียกชื่อลูกน้อง

“ครับคุณคาเอล”

“ไปหาซื้อกล้องส่องทางไกลมาหน่อย”

“ได้ครับ”

ชายหนุ่มออกมายืนตรงระเบียงมองบ้านฝั่งตรงข้าม บรรยากาศไม่แพ้กันเลย พิมพ์วลีคงรวยมากและค่อนข้างมีอิทธิพลในเมืองไทย แต่ไม่นานหรอกเขาจะกดพวกมันให้จมดิน ทุกสิ่งทุกอย่างที่มันมีจะเอามาเป็นของตนเองให้หมด เห็นประตูรั้วบ้านตรงข้ามเปิดออก รถเบนซ์เคลื่อนเข้าด้านใน ไม่ผิดอย่างที่คาดฟาเบียนมันมาถึงแล้ว พร้อมกับผู้หญิงแพศยา ยิ่งเห็นยิ่งพาลให้เลือดในกายเดือดพล่าน

หันกายกลับพยายามไม่มองภาพเบื้องหน้า ควบคุมอารมณ์ตนเองอย่างยากยิ่ง เขาต้องไม่แสดงออกให้ใครเห็นถึงความเกลียดชัง ที่นี่เมืองไทยจะวู่วามไม่ได้เด็ดขาด หากเป็นเช่นนั้นแผนการอาจไม่เป็นดั่งที่คาดหวัง

“อัลเดร ช่วยติดต่อคุณรวินทร์ให้หน่อย”

“ได้ครับ”

บอดี้การ์ดยกโทรศัพท์ติดต่อกับรวินทร์ทันที ก่อนถือสายให้เจ้านายพูดคุย

“ฮัลโหลคุณรวินทร์”ชายหนุ่มกรอกเสียง

“ครับคุณคาเอล”

“งานเรียบร้อยดีไหมครับ”

“เรียบร้อยดีครับ ผมเชิญนักธุรกิจสำคัญๆ ในไทยมาหมดเลยครับ”

“แล้วเรื่องพนักงานเรียบร้อยไม่มีปัญหาใช่ไหมครับ”

“เรียบร้อยดีครับไม่มีปัญหา”

“ดีครับ ไว้พรุ่งนี้เราเจอกันวันเปิดบริษัท”

“ครับคุณคาเอล”

คาเอลวางสายสีหน้าครุ่นคิด ความจริงเขาปิดเป็นความลับการมาเปิดสาขาที่ไทย หากศัตรูล่วงรู้มันอาจทำลายงาน แต่ตอนนี้ข่าวคงแพร่กระจายแล้วยังโชคดีที่เตรียมบอดี้การ์ดไว้รับมือ

“อัลเดร บอกคาลให้ไปตรวจสอบที่บริษัทวันนี้หน่อย พรุ่งนี้ฉันไม่อยากให้มีปัญหา”เขารู้สึกสังหรณ์บางอย่าง

“ได้ครับ”

 

ตึกสามสิบห้าชั้นถูกจัดงานเปิดตัวบริษัทฟรีดอมแพลนเนทอย่างยิ่งใหญ่ นักธุรกิจแนวหน้ามากมายของเมืองไทยมาร่วมงาน ร่างสูงใหญ่สวมสูทสีเทายืนต้อนรับแขกในงาน พิธีกรเริ่มขึ้นบนเวทีและประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเปิดบริษัทลูกยังเมืองไทย คาเอลถูกเชิญขึ้นด้านบนเวที เสียงฮือฮามากมายเมื่อเห็นใบหน้าอันแท้จริงของเขา ช่างภาพกดชัตเตอร์กันไม่หยุดเพื่อนำไปเป็นข่าวตามหน้าหนังสือธุรกิจ

“ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานเปิดบริษัทฟรีดอมแพลนเนทสาขาที่เมืองไทยนะครับ ผมก่อตั้งนริษัทฟรีดอมแพลนเนทและประสบความสำเร็จอย่างมากภายในเวลาหนึ่งปี การที่ผมเดินหน้าอย่างก้าวกระโดนมาได้เพราะผมมีจุดมุ่งหมาย และน้องสาวคือแรงบันดาลใจเพียงหนึ่งเดียว”

“น้องสาวเป็นแรงบันดาลใจให้คุณยังไงคะ”นักข่าวตะโกนถามขึ้นมา

“น้องสาวของผมนอนเป็นเจ้าหญิงนิททราเพราะถูกทำร้าย ผมอยากตามล่าพวกมันแต่เพราะพวกมันมีอำนาจมาก ผมเลยทำอะไรไม่ได้ในเวลานั้น แต่ตอนนี้ผมมีทุกอย่างแล้วผมสามารถทำตามความต้องการของตัวเองได้แล้ว”

เสียงผู้คนในงานฮือฮากับเรื่องราวไม่คาดฝัน คาเอลยกยิ้มพึงพอใจกับการประกาศสงครามของตนเอง เขาหวังให้พวกมันได้รู้ข่าวนี้ จะได้อยู่กันอย่างไม่เป็นสุข

“พอจะบอกได้ไหมครับว่าคนพวกนั้นเป็นใคร”นักข่าวถามขึ้นมาอีกครั้ง

“ผมคงบอกไม่ได้หรอกครับ แต่ผมยืนยันว่าสักวันพวกคุณจะรู้”

พิธีกรหันมาสบตากับเจ้าของงาน เห็นเขาพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต “เอาล่ะครับ เราหยุดคำถามไว้เพียงเท่านี้ดีกว่า มาเริ่มงานเปิดอย่างเป็นทางการกันนะครับ”

ริบบิ้นเปิดบริษัทถูกตัดแขกภายในงานดื่มด่ำกับอาหารและเครื่องดื่มราคาแพง คาเอลแยกห่างออกจากบริเวณนั้นขึ้นสู่ชั้นสองเพื่อพักผ่อน เสียงโทรศัพท์มือถือเขาดังขึ้นเจ้าของเครื่องกดรับ

“ว่าไงคาล!

“เป็นอย่างที่คุณคาดการณ์เลยครับ ผมจับคนร้ายได้มันจะมาวางระเบิดที่งาน”

“งั้นเหรอ แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน”

“อยู่ห้องทำความเย็นด้านหลังครับ”

“เอามันขึ้นมาข้างบน ฉันอยากจะถามอะไรมันหน่อย ใช้ลิฟท์ส่วนตัวของฉันได้เลย!

“ครับคุณคาเอล”

ชายหนุ่มวางสายจากลูกน้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ยกมือขึ้นกุมขมับ ไม่อยากให้คนอื่นต้องมาเสี่ยงอันตรายด้วย หากเขาต้องการขยายอิทธิพลในเมืองไทย จำต้องสร้างชื่อเสียงแต่มันเหมือนดาบสองคม ศัตรูยิ่งรู้การเคลื่อนไหวของเราอย่างง่ายดาย

ร่างสันทัดถูกลากตามทางอย่างไร้ปราณี ประตูห้องพักเปิดออกคาเอลมองผู้มาเยือน แขกไม่ได้รับเชิญถูกเหวี่ยงลงแทบเท้า มันไม่มีทีท่าสะทกสะท้านเอาแต่นั่งนิ่งยิ้มเหยียด

“ใครส่งแกมา!”คาเอลเริ่มคำถาม

มันไม่ตอบยังคงนิ่งเงียบ

ผลั่ก!

เท้าแตะเข้าลำตัว ร่างสันทัดฟุบลงพื้นคดงอสีหน้าเจ็บปวด แต่มันกลับเงียบกริบไม่ปริปากออกมา

“แกไม่คงไม่กลัวตายสินะ”ชายหนุ่มยิ้มเหี้ยม

“ถ้ากลัวคงไม่มา”มันตอบเสียงห้วน

“แสดงว่าคนอย่างแกคงไม่มีอะไรจะเสียถึงไม่กลัวตาย อืม...”คาเอลครุ่นคิด “แต่ว่า... คนเรามันคงไม่ได้เกิดมาจากต้นไม้ ใบหญ้าหรือผืนดินหรอก มันเกิดจากพ่อและแม่ รู้ไหมมนุษย์น่ะเป็นสัตว์สังคมเพราะฉะนั้นในชีวิตมันคงต้องมีคนรู้จัก เครือญาติ หรือไม่ก็คนรัก หรือไม่ก็ลูก ต้องมีอะไรสักอย่างตามที่ฉันพูดมา”

คนร้ายเริ่มเหงื่อตก พยายามทำใจสู้ พวกมันไม่มีทางหากพบหรอก แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่สามารถหาลูกเมียซึ่งห่างหายกันไปเกือบสามปีพบเลย

“พวกแกไม่มีทางหาพบหรอก!

“จะลองดูไหมล่ะ”คาเอลออกปากท้าทาย

มันเงียบไม่ตอบ คาเอลเลิ่กคิ้วหันมองลูกน้อง

“อัลเดรหยิบคอมพิวเตอร์ฉันมาหน่อย”

“ครับ”

“ที่ตัวมันมีหลักฐานยืนยันตัวตนไหม หยิบมาให้ฉันดูหน่อยคาล”

บอดี้การ์ดค้นตัวมันทันที พบบัตรเอทีเอ็ม คาเอลกระตุกยิ้มมุมปาก

“แกไม่รอบคอบเลยนะ เป็นถึงมือวางระเบิดกลับพกบัตรเอทีเอ็มแบบนี้ แค่มีมันฉันก็ตามหาญาติแกได้แล้ว”

“แกไม่มีทางทำได้หรอก ปล่อยฉันนะเว้ย!

เปิดโน้ตบุ๊คออก คาเอลแฮกเข้าประวัติข้อมูลลูกค้าโดยการใช้ตัวเลขจากบัตรเอทีเอ็ม เขาพบชื่อจริง และเครือญาติของคนร้ายได้ทันที

“ฉันรู้แล้วว่าแกมีญาติกี่คน และตายไปกี่คน ใช่ไหมนายพิชัย บุญนาค บิดาคือนายนุกูล บุญนาค มารดาคือนางสมปอง มากบัว”

“กะ...แก!

“อ๋อ ภรรยาชื่ออะไรนะไม่มีบอก แต่บอกว่านายมีลูกสาวนี่ชื่อ นางสาวปันนารี บุญนาค เช็คก่อนนะตอนนี้เรียนที่ไหนเอ่ย”

“แกไม่มีทางหาตัวลูกฉันเจอ!”พิชัยตะโกนลั่น พยายามกระโจนเข้าหา

“อ๋อ มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อ...” เขาเว้นช่วง “ดูสิฉันหาเฟสบุ๊คเจอด้วย หน้าตาน่ารักไม่เบานี่นายพิชัย”

พิชัยขบกรามแน่นน้ำตาคลอ ทั้งที่เขาตามหามานานแสนนานแต่ไม่เคยพบมันแค่ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวสามารถหาเจอได้ ไม่อยากเชื่อเลย

“ฉันยอมแล้ว อย่าทำอะไรครอบครัวฉันเลย”คนร้ายบอกเสียงแผ่วเบาทั้งน้ำตา

คาเอลเอื้อมบีบไหล่คนร้ายนัยน์ตาสีอำพันจ้องลึก พิชัยสะท้านไหวรู้สึกหวั่นเกรงขึ้นมา

“ใครส่งแกมา นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะถาม!

“ผู้ชายที่ชื่ออรรคพลเป็นคนจ้างมา!

“มันเป็นใครไอ้อรรคพล!

“มันเป็นเพื่อนผมเอง เรารู้จักกันผิวเผิน เห็นว่าตอนนี้มันทำงานเป็นบอดี้การ์ดให้กับเศรษฐีอยู่ เมื่อวานมันมาจ้างผมตอนดึกแล้ว ผมเองเตรียมตัวแทบไม่ทัน ตอนแรกคิดว่าไม่ทำดีกว่าแต่เงินดีมากผมเลยรับ”

คาเอลขบกรามแน่นคงไม่ต้องคาดเดามาก หากไม่ผิดจากที่คิดคงไม่มีฝีมือใคร สืบสาวไปคงไม่ได้ความ เพราะทางพิชัยเหมือนจะไม่รู้มากนัก ถ้าหากอยากได้เรื่องมากกว่านี้คงต้องลากไอ้คนชื่ออรรคพลมา  แต่ในวันนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ถือว่าดีมากแล้ว

“อัลเดรให้เงินมันก้อนหนึ่ง แล้วปล่อยมันไป”

“จะดีเหรอครับปล่อยไปแบบนี้”

“ดีแล้ว ปล่อยไปเถอะ ให้มันไปอยู่กับลูก”

พิชัยน้ำตาคลอ พอได้ยินคำว่าลูก “ขอบคุณมาก ที่ไม่ฆ่าผม”

“ฉันไม่ชอบมือเปื้อนเลือดเท่าไหร่ ถ้าคิดจะฆ่าใครไม่อยากฆ่าให้ตายทีเดียว ต้องทำให้ตายทั้งเป็นมันถึงจะสนุก”คนพูดยิ้มเหี้ยม แววตาเยือกเย็น

ร่างสันทัดถูกกระชากให้ลุกยืน อันเดรหยิบเงินในกระเป๋าถือของเจ้านายโยนให้มัน คาลลากคนร้ายออกนอกห้อง

“แบบนี้มันไม่ถูกฆ่าตายเหรอครับ”อัลเดรถาม

“ก็น่าจะตาย”

“แล้วมันจะได้พบลูกเหรอ”

“อาจจะได้พบก่อนตายยังไงล่ะ เขาเรียกว่าตายตาหลับ”

อัลเดรหมดคำพูด ผู้เป็นนายเล่นกับความรู้สึกคนได้อย่างไม่มีตะขิดตะขวงใจ ถึงรู้ว่านายพิชัยจะตายแต่เขายังทำใจดี เหมือนเปิดเส้นทางให้ได้พบความสุข แต่ยังไม่ทันจืดจางกลับต้องจบชีวิต มันเศร้าเสียยิ่งกว่าอะไร เห็นสีหน้าไม่ยินดียินร้ายของนายแล้วรู้สึกหนักใจ พอเข้าใจว่าคุณคาเอลเป็นอะไร คงคับแค้นใจมากเรื่องน้องสาวถึงมองคนอื่นเป็นเหมือนสิ่งไม่มีค่าไปเสียหมด

“คุณนี่เก่งมากนะครับ เล่นกับความรู้สึกคนได้หน้าตาเฉย”

“ฉันทำดีไม่ใช่เหรออัลเดร ให้เงิน ปล่อยไป นี่เป็นหนทางน่าชื่นชมดีออก”

“ครับ ผมเข้าใจที่คุณคาเอลทำนั้นน่าชื่นชมหากมองไม่ออกนะครับ แต่ถ้ามองออกจะรู้ว่ามันอำมหิตมาก”อัลเดรเน้นเสียงหนัก

“ก็บอกแล้วฉันไม่ชอบให้มือตัวเองเปื้อนเลือด อย่างน้อยมันก็ไปอย่างสงบเพราะได้พบหน้าลูก ก่อนที่มันจะถูกพวกเดียวกันฆ่าเอาจริงไหม”

“แล้วคุณไม่คิดกักตัวไว้เป็นพยานเหรอครับ”

“ไม่ต้องหรอก ฉันไม่ชอบอะไรที่มันยุ่งยาก เล่นงานพวกมันแค่นี้ไม่สาแก่ใจหรอก”

“ครับคุณคาเอล ไม่ว่าคุณจะทำอะไรผมยินดีรับใช้เสมอ”

“ขอบใจมากอัลเดร ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ค่อยชอบที่นายรู้มากก็เถอะ”ชายหนุ่มหัวเราะ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เพียงสบตาร่างกายเธอสั่นสะท้านคาเอล เดอร์มินอฟ ชายผู้มีใบหน้าหล่อเหล่าแววตาชวนฝัน แต่นัยน์ตาสีอำพันกลับซ่อนเปลวไฟอันลุกโชนเธอไม่อาจรับรู้ความแค้นอันล้ำลึก แม้ตอนที่อยู่ภายใต้ร่างอันสมบูรณ์แบบของเขา"

Vanalak29


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha