พ่ายรักจำเลยมาร จบแล้ว

โดย: Vanalak29



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : เส้นทางแห่งความมืด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

งานการกุศลยามค่ำคืนนักธุรกิจมาร่วมงานเพื่อนำผลกำไรมาบริจาค และประมูลงานศิลปะที่ตนเองสนใจ ร่างสูงใหญ่ในชุดทักซิโด้สีดำก้าวลงจากรถพร้อมบอดี้การ์ดขนาบข้าง ผู้คนภายในงานต่างให้ความสนใจ คาเอลหยุดยืนช่วงโถงกลาง เพียงเวลาแค่ไม่กี่นาทีมีนักธุรกิจหลายรายมาห้อมล้อม

“สวัสดีครับคุณคาเอล ผมอธิวัฒน์ ประธานบริษัทซีเนียร์ครับ”

“สวัสดีครับ”ชายหนุ่มยกมือจับเพื่อทักทาย

“ส่วนนี้ลูกสาวของผมครับ นับดาว”

ชายหนุ่มยกยิ้มแล้วยกมือจับทักทาย

“สวัสดีค่ะ”เธอจับตอบ แล้วแย้มยิ้ม

นักธุรกิจท่านอื่นแนะนำตัวกับเขา แถมยังพกลูกสาวมาให้ดูตัวอย่างถ้วนหน้า ชายหนุ่มทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเองและพยายามหลีกเลี่ยงสาวๆ เหล่านั้น เสียงซุบซิบแผ่วเบาดังขึ้นบวกกับสายตาหลายคู่จ้องมองไปยังคู่สามีภรรยากำลังเดินกรีดกรายเข้างาน

ดวงตาเรียวคมหรี่ลงจ้องมองเป้าหมายแล้วกระตุกมุมปาก

“คุณหนูพิมพ์วลี ลูกสาวคุณพิพัฒน์สวยจริงๆ เห็นแล้วเสียดาย ถ้าไม่แต่งงานไปก่อนนะเธอ”เสียงแขกในงานพูดคุย

“นั่นสิ แต่สามีเธอก็ดูหล่อใช้ได้เลยทีเดียว”

“น่าอิจฉาชะมัดเลย”

“แต่หล่อยังไงก็สู้คุณคาเอลไม่ได้หรอก หล่อจนน่าจับทำสามี”สาวๆในงานหัวเราะคิกกันอย่างอารมดี

คาเอลอมยิ้ม ไม่วายชำเลืองบอดี้การ์ดเห็นกำลังพากันปิดปากกลั้นขำอยู่

“พิมพ์!”เสียงร้องเรียกทำให้พิมพ์วลีหันมอง เห็นเพื่อนสาวกำลังสาวเท้าเข้ามาหา

“นับดาว คิดถึงมากเลย”พิมพ์วลีโอบกอดเพื่อนไว้

“ไปอยู่สเปนเป็นไงบ้าง”

“ก็ดี”

“แล้วนั้น...”นับดาวมองผ่านด้านหลัง “สามีเหรอ”

“ใช่จ้ะ คุณฟาเบียน”

ฟาเบียนยกมือเพื่อจับทักทาย นับดาวจับตอบแล้วยิ้มอย่างเป็นมิตร พิมพ์วลีกวาดตามองทั่วงานเพื่อหาคู่คนอื่นแต่สายหยุดลงที่ร่างสูงใหญ่แสนโดดเด่นในงาน คาเอลยกแก้วไวน์ในมือทำเหมือนรู้จักแล้วยิ้มเย็น

“คุณฟาเบียน นั่นคาเอลนี่คะ!

“อะไรนะ”

ฟาเบียนมองตามสายตาภรรยา

“ทำไมเขามาอยู่ที่นี่ได้!

“ไม่รู้สิ ไอ้บ้านั้นมันจะจองล้างจองผลาญเราไปถึงไหนกัน!”ฟาเบียนเริ่มเดือดดาล

“มีอะไรเหรอพิมพ์”นับดาวถามเพื่อนสีหน้ามึนงง

“ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่ผู้ชายคนนั้นเธอเชิญมางานด้วยเหรอ”พิมพ์วลีถามเสียงแข็ง

“อ๋อ พ่อฉันเป็นคนเชิญมาน่ะ เขาเป็นคนบริจาคเงินให้กับเด็กยากไร้สูงที่สุดเลยนะ”

ยิ่งฟังยิ่งหงุดหงิด คาเอลมาเพื่อทำลายเธอและสามีจริงๆ คนอย่างพิมพ์วลีไม่เคยยอมให้ใคร ในเมื่อไม่สนใจกันเธอจะไม่ไว้หน้าเหมือนกัน

พิธีกรขึ้นมาบนเวที แสงไฟในห้องโถงกลางหม่นลง การประมูลกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วในวันนี้ คาเอลจดจ้องไปยังเบื้องหน้ามองดูงานศิลปะมากมายถูกนำมาตั้งเรียงไว้

“เอาล่ะครับ ทางสมาคมจะขอเริ่มงานประมูล ณ บัดนี้”พิธีกรประกาศ

ภาพวาดสีน้ำมันถูกนำขึ้นมาตั้งโชว์ รูปสาวน้อยยืนอย่างเดียวดายใต้ต้นไม้ใหญ่เรือนผมและชุดแซกสีขาวปลิวไสวตามแรงลม หมวกใบใหญ่ถูกจับไว้มั่น คาเอลมองดูราวกับต้องมนต์สะกด รู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่เชื่อมเขาไว้กับภาพนั้น

“ราคาเริ่มต้นที่สองแสนบาทนะครับ จะเริ่มประมูล ณ บัดนี้ครับ”เสียงเคาะเริ่มการประมูลดังขึ้น

“สองแสนห้าครับ”มีคนเสนอ

“สามแสนบาท!

“สี่แสนครับ”

ความจริงพวกเขาไม่ต้องการภาพวาด เพียงแต่ต้องการอวดร่ำอวดรวยกันเท่านั้น ซึ่งใครต่างก็รู้ดีงานการกุศลในครั้งนี้จัดทำขึ้นเพียงเพื่อแสดงฐานะทางการเงินเท่านั้น

“ห้าแสนบาท!

คาเอลมองดูรอบๆ อยากรู้ราคามันจะขึ้นสักเท่าไหร่

“หกแสนบาท”

“สองล้าน!”เสียงหนึ่งตะโกนแทรก คาเอลหันมองเห็นฟาเบียนยกมือ

อา... ไอ้หมอนี่มันอยากได้งั้นเหรอ ดันมาถูกตาต้องใจกับสิ่งที่เขาต้องการอีกแล้ว แบบนี้คงต้องแข่งกันหน่อยแล้ว

“ห้าล้านครับ!”คาเอลยกมือบ้าง หันไปกระตุกยิ้มอย่างผู้ชนะกับอีกฝ่าย

“สิบล้านครับ!”ฟาเบียนไม่ลดละ

“สามสิบล้านครับ”

แขกเหรือในงานเริ่มส่งเสียงฮือฮา เพราะไม่คาดคิดภาพวาดศิลปินโนเนมจะมียอดการประมูลเยอะขนาดนี้

“ห้าสิบล้านครับ!”ฟาเบียนยังคงประมูลต่อ

“หนึ่งร้อยล้าน!”คาเอลประกาศกร้าว

อีกฝ่ายหันมองแววตาแค้นเคือง “สองร้อยล้าน”

พิธีกรเลิ่กลักเมื่อเห็นยอดเงินอันมหาศาล ไม่อยากเชื่อว่างานนี้เพียงภาพเดียวเรียกเงินได้นับร้อยล้านได้

“ไม่น่าเชื่อนะครับว่ายอดประมูลจะมากมายขนาดนี้”พิธีกรประกาศ

“ผมสามารถประมูลได้เรื่อยๆ จนกว่าจะชนะนั้นแหละครับคุณพิธีกร”คาเอลบอก แล้วยิ้มพราย ผู้คนในงานส่งเสียงยินดี “ถ้าอย่างนั้นผมขอประมูลเป็นห้าร้อยล้าน!

ฟาเบียนอ้าปากจะประมูลต่อ พิมพ์วลีจับท่อนแขนเขาไว้

“คุณจะบ้าหรือไง เงินพ่อฉันนะไม่ใช่เงินคุณ!

“แต่มัน...”

“คุณจะเอาเงินมาละลายเล่นไม่ได้นะ หยุดเดี๋ยวนี้เลย”

“คุณไม่อยากชนะเหรอ”

“คุณคิดว่าเรามีเงินสู้กับคาเอลได้เหรอ!

พิธีกรมองดูภาพรวม เมื่อไม่เห็นมีคนยกมือ

ปัง!

“เป็นอันจบการประมูล ภาพวาดสาวน้อยเดียวดายในราคาห้าร้อยล้านบาทตกเป็นของคุณคาเอล เดอร์มินอฟนะครับ”

ชายหนุ่มก้มศีรษะแล้วสาวเท้าออกมานอกงาน อังเดรและคาลยืนคุ้มกันเจ้านายไม่ห่าง เสียงฝีเท้าด้านหลังทำให้ชายหนุ่มหันมอง สาวร่างสูงโปร่งมายืนเคียง ริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มแม้ใจรู้สึกไม่อยากวุ่นวายก็ตาม หน้ากากเขาสามารถสวมใส่มันได้ตลอดเวลา ไม่ว่าตอนไหนก็ตาม

“มาทำอะไรนอกงานคะคุณคาเอล”

“ผมอยากออกมาสูดอากาศสักหน่อย”

“ไม่ประมูลต่อเหรอคะ เผื่อมีของที่อยากได้อีก”นับดาวแนะนำ

“ไม่ล่ะครับ”

หญิงสาวลังเลเล็กน้อย แล้วสบตาเขาโดยตรง เธอรู้สึกใจเต้นแรงยามได้ชิดใกล้ชายคนนี้

“ถ้าคุณว่าง เราไปทานข้าวด้วยกันหน่อยไหมคะ”

คนถูกถามยกยิ้ม “ได้ครับ ถ้าผมว่างนะครับ”

“ค่ะ ดาวขอตัวก่อนนะคะ”เธอบอกแล้วสาวเท้าออกจากบริเวณนั้น

อังเดรก้าวมายืนเคียงเจ้านาย

“ไม่ลองไปทานข้าวกับเธอหน่อยเหรอครับ บิดาเธอค่อนข้างมีอิทธิพลในเมืองไทยมากทีเดียว บางทีอาจจะช่วยให้งานคุณดำเนินไปอย่างรวดเร็วก็ได้นะครับ”

“ไม่ดีกว่าอังเดร ผู้หญิงคนนั้นยังไม่เหมาะที่จะใช้กำจัดเป้าหมาย”

“ครับ”

ใช่ว่าเขาไม่อยากใช้ แต่นับดาวเป็นผู้หญิงที่ดีเกินไป ไม่อยากให้คนเช่นนั้นต้องมาต้องอยู่ในวังวนการแก้แค้น การเล่นกับใจคนต้องมีขอบเขต ไม่ควรเอาคนดีเข้ามาเสี่ยง

“สะใจมากใช่ไหมที่ทำให้ฉันขายหน้า!”เสียงฟาเบียนตวาด คาเอลหันมองแล้วยิ้มเย็น คาลเอามือกั้นไม่ให้ทั้งสองเข้าหาเจ้านาย

“ปล่อยเขาคาล”

“ครับ”

“ผมไม่เข้าใจที่คุณพูดเลยครับคุณพิมพ์วลี”ชายหนุ่มเหยียดยิ้ม ตีหน้าตาย

“ทำไมต้องแย่งประมูลภาพวาดนั้นด้วย ทำไมถึงไม่ประมูลภาพอื่นคาเอล!

คนฟังเลิ่กคิ้วทำสีหน้าแปลกใจ เขาเองไม่ได้คาดหมายเหมือนกัน แค่ชอบก็เท่านั้นเอง

“ผมชอบยังไงล่ะครับ ผมถึงประมูล”

“แต่แกทำให้ฉันกับพิมพ์ต้องขายหน้า แกจงใจแย่งประมูล!”ฟาเบียนอดรนทนไม่ได้ ออกมาโต้เถียงอีกคน

คาเอลหัวเราะร่วน ไม่อยากเชื่อสองคนนี้จะร้อนตัวขนาดนี้ แค่เรื่องประมูลยังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

“ผมขอบอกไว้สักอย่างนะครับ คุณสามารถประมูลชนะผมได้ ถ้าคุณมีเงินพอ” คาเอลเว้นระยะ แววตาเปลี่ยนไปเมื่อนึกถึงภาพน้องสาวยิงตัวตายในงานแต่ง วีดีโอที่เขาสืบเสาะยังจดจำคำพูดพวกมันสองคนได้ดี คำพูดทำร้ายจิตใจน้อง “คุณบอกเองไม่ใช่เหรอในวันที่พวกคุณสองคนแต่งงาน น้องสาวผมมันจนเลยสู้พวกคุณไม่ได้ คุณพิมพ์วลี คุณเลยขับไล่ไสส่งน้องผมอย่างกับหมูกับหมา แล้ววันนี้ผมแค่ต้องการพิสูจน์สิ่งที่คุณคิดเป็นจริงรึเปล่าเท่านั้นเอง”

พอได้ยินคำพูดของคาเอล ต้นเหตุของเรื่องราวเลวร้ายเลยหลุบตามองพื้น ฟาเบียนสะท้อนในอกขึ้นมาหลักจากต้องเผชิญเรื่องราวหนักหนามาหลายครั้ง เขาไม่รู้ข่าวคราวมิร่าอีกเลย ตั้งแต่วันนั้นลูกในท้องเธอคงจบชีวิตลงด้วย

พิมพ์วลีกัดฟันความโกรธพุ่งทะยาน ใครจะคิดว่าชายคนนี้จะกลับมาแก้แค้นได้อย่างเจ็บแสบ แถมยังท้าทายกันซึ่งๆ หน้าเสียด้วย

“พิมพ์ไปกันเถอะ อย่าไปหาเรื่องเขาเลย”ฟาเบียนพยายามยุติปัญหา พอพูดถึงมิร่าแล้วหัวใจมันดันหวั่นไหวชอบกล

พิมพ์วลีสะบัดท่อนแขนออกจากสามี แล้วกอดอกเธอไม่มีวันยอม เกิดมายังไม่เคยมีใครกล้าต่อปากต่อคำหักหน้ากันถึงเพียงนี้

“น้องสาวคุณคงตายไปแล้วสินะ ไอ้เด็กในท้องนั้นด้วย ดีแล้วที่มันตาย ไม่อย่างนั้นฉันคงหาทางฆ่ามันแน่!”พิมพ์วลีประกาศกร้าวอย่างไม่กริ่งเกรง

“คุณพูดอะไรพิมพ์วลี!”ฟาเบียนร้องออกมาด้วยความตกใจ

ถ้อยคำหยามเหยียดสร้างแรงโทสะ มือหนาจับไหล่คนพูดแล้วดันจนชิดต้นไม้ใหญ่ ฟาเบียนถูกกักตัวโดยบอดี้การ์ดสองคนปืนถูกจอตรงแผ่นหลัง

“ถ้าแหกปากร้องผมยิง ไม่เชื่อลองดู คนอย่างผมไม่มีอะไรจะเสีย!”อัลเดรเริ่มขู่ ฟาเบียนเงียบกริบไม่กล้าปริปาก

“กะ...แกจะทำอะไร!”เสียงพิมพ์วลีสั่นเครือ

“ปากดีนักใช่ไหม!”คนตัวใหญ่ยกมือบีบแก้ม จนคนถูกกระทำเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวด

“ฉันเจ็บนะ!”พิมพ์วลีร้องบอกน้ำตาคลอ

ใบหน้าคมโน้มชิดใบหู “ถ้าเธอคิดว่าฆ่าน้องฉันได้ก็เอาสิ แต่ผลตอบแทนที่เธอได้รับมันจะทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็น ฉันจะฆ่าพ่อเธอ แม่เธอ ญาติเธอ และผู้คนรอบกายที่เธอขอความช่วยเหลือได้ ยึดบริษัทไม่ให้เธอเหลืออะไรสักอย่าง เธอจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอ้างว้างในโลกใบนี้ กลายเป็นขอทานข้างถนนหรือไม่ก็โสเภณีชั้นต่ำ ซึ่งมันเหมาะกันเธอดีใช่ไหมล่ะพิมพ์วลี!

คนถูกขู่สบตามองเห็นไฟแค้นลุกโชน  ร่างกายเธอสั่นเทาความกลัวแผ่ซ่าน เขาเอาจริงแน่ น้ำตาคนกลัวเริ่มเอ่อคลอไหลรินออกมา คาเอลปล่อยศัตรูเป็นอิสระ พิมพ์วลีเข่าอ่อนทรุดกายลงนั่งกับพื้นสะอื้นไห้

“จากวันนี้เป็นต้นไป เธอจะได้พบเจอกับนรกของจริงพิมพ์วลี!”เขาทิ้งท้ายแล้วสาวเท้าเดินนำ บอดี้การ์ดปล่อยฟาเบียนเป็นอิสระ

ชายหนุ่มรีบเข้าประคองภรรยาให้ลุก พามานั่งเก้าอี้ในสวนแล้วโอบกอดเพื่อปลอบ

“เป็นยังไงบ้างคุณพิมพ์”

“ฉันอยู่ไม่ได้แล้ว ผู้ชายคนนั้นบอกว่าจะแก้แค้นฉัน คุณได้ยินใช่ไหมฟาเบียน เขาบอกฉันจะได้เจอกับนรกของจริง!”พิมพ์วลีบอกเสียงสั่น

“ผมบอกแล้วไม่ให้คุณไปยุ่ง”

“ฉันควรทำยังไงดี”เธอถามสามีเสียงสั่นเครือ คิดอะไรไม่ออกอีกแล้ว อยากหนีเสียให้พ้นๆ ไม่อยากโดนผู้ชายอย่างคาเอลแก้แค้น เขาน่ากลัวเกินไป แม้ใบหน้าคมเข้มจะมีเสน่ห์กับเพศตรงข้าม แต่ทว่าสำหรับเธอแล้วคาเอลคงเกลียดชังเข้ากระดูกดำ

คิดสิเธอควรทำยังไงดี จะแก้ไขสถานการณ์เลวร้ายลงได้ หรือต้องหนีให้คาเอลหายแค้นเสียก่อน เธอยังไม่อยากตาย ชายคนนั้นต้องฆ่าเธอกับสามีแน่ เสียงโทรศัพท์หญิงสาวดังขึ้น เจ้าของเครื่องมองดูเบอร์

“ยัยแพรว!

“ใครเหรอพิมพ์”

“น้องสาวฉัน สักครู่นะคุณฟาเบียน”

“ว่าไงแพรว”เธอกดรับแล้วกรอกเสียงตามสาย

“พี่พิมพ์ แม่แย่แล้ว แม่โดนรถชน!

“อะไรนะ!

“แม่โดนรถชนเมื่อวาน ตอนนี้อยู่ห้องไอซียูอยู่เลย แพรวไม่มีเงินค่าผ่าตัดพี่ช่วยหน่อยได้ไหม”คนเป็นน้องสะอื้นไห้

“ได้ อยู่โรงพยาบาลไหนพี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย!

เธอกดวางสายจากน้องสาวแล้วหันมองสามี แพรววรินเป็นน้องสาวฝาแฝด คิดอะไรบางอย่างออกแผนการที่จะสามารถหนีจากคาเอลได้ การใช้แพรววรินเป็นตัวแทนคือหนทางรอดเพียงทางเดียว

“ไปกันเถอะคุณฟาเบียน”

“ไปไหนครับ”

“ไปนครปฐม แม่ฉันถูกรถชน!

“อะไรนะครับ”ฟาเบียนงุนงง สีหน้าไม่สู้ดี

“แม่ฉันโดนรถชนน่ะค่ะ”

 “ครับ”

รถเคลื่อนออกจากบริเวณงาน ราวสองชั่วโมงถึงที่หมายร่างเพรียวเปิดประตูลงจากรถ แพรววรินลุกยืนทันทีที่เห็นพี่สาว ฟาเบียนนิ่งอึ้งเมื่อพบหน้ากับหญิงสาวที่หน้าตาเหมือนภรรยาเขา

“แม่เป็นไงบ้างแพรว”

“หมอบอกต้องผ่าตัดด่วนค่ะพี่พิมพ์!”หญิงสาวบอก

“ค่าผ่าตัดเท่าไหร่เหรอ”

“ห้าแสนค่ะ แต่แพรวไม่มีเงินขนานนั้น แพรวติดต่อพ่อแล้วแต่ปิดเครื่องเลยโทรหาพี่นี่แหละ”

“ไม่เป็นไรแพรว เดี๋ยวพี่ออกให้บอกให้หมอผ่าตัดได้เลย!

“ค่ะ”

ไม่กี่นาทีถัดมารถเข็นผู้ป่วยเข้าสู่ห้องผ่าตัด สองพี่น้องมองแม่ด้วยความสงสาร เห็นผ้าพันแผลมีเลือดซึม ร่างไม่ได้สติถูกนำเข้าสู้ห้องผ่าตัดสองสาวยืนรอด้านนอกสีหน้ากังวล ฟาเบียนโอบไหล่ภรรยาไว้เพื่อปลอบ

ชายหนุ่มชำเลืองมองสาวสวยใบหน้าละม้ายคล้ายภรรยาไม่ผิดเพี้ยน เพียงแต่การแต่งกายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ใครจะคิดว่าพิมพ์จะมีน้องสาวฝาแฝดด้วย ราวสามชั่วโมงแพทย์ออกมาจากห้องผ่าตัด แพรววรินรีบรุดเดินเข้าหาสีหน้ากังวล

“คุณหมอคะ แม่ของดิฉันเป็นยังไงบ้าง”เธอถามเสียงแผ่ว

“ปลอดภัยแล้วครับ แต่ยังต้องรักษาตัวอีกพักใหญ่”

“จริงเหรอคะ!”เท่านี้เธอก็โล่งใจแล้ว

“ครับ ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว”

“ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ”

“ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”แพทย์บอกแล้วเลี่ยงออกมาจากบริเวณนั้น

พิมพ์วลีสาวเท้ายืนเคียงข้างน้องสาวแล้วจับไหล่ แพรววรินมองพี่อย่างซาบซึ้ง ปกติเธอกับพี่ไม่ค่อยได้พูดคุยกันมากนักแต่วันนี้พี่พิมพ์ดีเหลือเกิน

“ขอบคุณมากนะพี่พิมพ์”

“จะมาขอบคุณพี่ทำไมแพรว ทำอย่างกับแม่ไม่ใช่แม่ของพี่”

“ค่ะ”

คนเป็นพี่เม้มริมฝีปาก จับข้อมือน้องสาว

“พี่มีเรื่องอยากคุยด้วย ไปคุยกันที่โรงอาหารหน่อยนะ ยังไงหมอก็ยังไม่ให้เราเข้าเยี่ยมตอนนี้หรอก”

“ได้สิพี่พิมพ์”แพรววรินตอบรับแม้รู้สึกงุนงง

สามคนนั่งร่วมโต๊ะในโรงอาหาร พิมพ์วลีอีกอักไม่กล้าเอ่ยเห็นสายตาสามีมองมาเหมือนมีคำถามมากมาย เธอตัดสินใจแล้วไม่อยากอยู่เผชิญหน้ากับคาเอลอีก

“แพรว พี่อยากให้แพรวไปทำงานแทนพี่ที่บริษัท”

“อะไรนะพิมพ์!”ฟาเบียนถามกลับทันที

“คุณฟาเบียนอย่าเพิ่งขัดสิคะ”

ฟาเบียนขบกรามแน่น นี่ภรรยาจะทิ้งเขาหนีเอาตัวรอดคนเดียวงั้นเหรอ

“ทำไมล่ะคะพี่พิมพ์ แพรวไม่เข้าใจ แพรวไม่อยากทำงานบริษัทพ่อ พี่พิมพ์ก็รู้”

“ถือว่าพี่ขอร้องก็แล้วกันแพรว พี่เหนื่อยมากตอนนี้ พี่ไม่อยากทำงานแล้ว”

“อะไรกันคะพี่พิมพ์ พี่ทำงานมาตั้งนานมาบอกแพรวว่าเหนื่อย แพรวไม่เข้าใจเลยค่ะ”

พิมพ์วลีแสร้งถอนหายใจ ตีหน้าเศร้าเพื่อให้น้องสาวจำยอมต้องรับคำ

“พี่อยากพักผ่อนจริงๆ นะแพรว พี่แค่ให้แพรวมาทำแทนไม่กี่เดือนเดี๋ยวพี่ก็กลับมา เวลาแพรวเดือดร้อนต้องการพี่ พี่ยังมาทันที แต่เวลาพี่อยากให้แพรวช่วยแค่นี้แพรวทำให้พี่ไม่ได้เหรอ”

น้องสาวหน้าเครียด พี่สาวเล่นเอาบุญคุณมาอ้าง งานเธอยังค้างอยู่อีกมากหากไปทำงานแทนพี่สาวคงรับทำงานที่ตนเองรักไม่ได้สักพัก แต่ว่า... ยังไงเสียคงต้องยอมรับเพราะพี่พิมพ์เองก็รีบมาช่วยแม่ทันทีที่เธอโทรหา

“ก้ได้ค่ะพี่พิมพ์ แต่พี่ต้องกลับมาทำให้เร็วที่สุดนะคะ แพรวเองก็มีงานที่รับเอาไว้ด้วย”

“ได้ๆ พี่สัญญาแพรว พี่จะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด”พิมพ์วลียิ้มกว้างด้วยความยินดี

“แล้วผมล่ะพิมพ์ ผมจะทำยังไง!”ฟาเบียนถามภรรยาเสียงเครียด เขาเองก็รู้หวั่นเกรงคาเอลเหมือนกัน ผู้ชายคนนั้นไม่ธรรมดาเลย

“คุณทำงานตามปกติไปเถอะค่ะ เชื่อฉันฟาเบียน ถ้าคุณไม่ทำงานพ่ออาจตำหนิเอาได้นะคะ”พิมพ์วลีพยายามหว่านล้อมสามี

“แต่ผม...”ชายหนุ่มพยายามปฏิเสธ

“นะคะ ทำต่อเถอะค่ะยัยแพรวก็อยู่ ถ้าคุณทำงานร่วมกับน้องสาวฉันบริษัทคงพัฒนาได้ไกลแน่  อยู่ช่วยงานน้องสาวหน่อยนะคะ”

คนถูกขอร้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แววตาหวาดหวั่น

“ก็ได้ครับ”เขารับปากอย่างเสียไม่ได้

พิมพ์วลียกยิ้มพึงพอใจ ก่อนหันมองน้องสาว

“แพรว พี่อยากให้แพรวใช้ชื่อพี่ทำงานนะ”

“ใช้ชื่อพี่พิมพ์เหรอคะ”

“ใช่จ๊ะ คนอื่นจะได้ไม่สับสน เวลาไปติดต่องานเข้าใจไหม”

“ค่ะ แพรวเข้าใจแล้ว”

“เรื่องแพรวทำงานแทนพี่ไม่ต้องบอกให้คนในบริษัทรู้นะ รู้กันแค่ในบ้านก็พอแล้ว เดี๋ยวพิมพ์ย้ายไปอยู่ที่บ้านกับพ่อเลย เดี๋ยวเรื่องแม่พี่จัดการเอง พี่จะย้ายแม่เข้าโรงพยาบาลที่กรุงเทพ”

“พิมพ์ต้องย้ายด้วยเหรอคะ”

“ถ้าไม่ย้ายจะเยี่ยมแม่ได้เหรอ”

“ก็ได้ค่ะพี่พิมพ์”หญิงสาวจำต้องตบปากรับคำ

แพรววรินชำเลืองมองพี่สาวและพี่เขย แม้รู้สึกแปลกที่พี่สาวต้องการให้ทำงานแทนแต่ไม่อยากถามอีก เธอไม่ค่อยอยากก้าวก่ายเพียงแต่ช่วยได้ก็จะทำเท่านั้น หวังว่าคงไม่เกิดเรื่องวุ่นวายอะไรขึ้นล่ะนะ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เพียงสบตาร่างกายเธอสั่นสะท้านคาเอล เดอร์มินอฟ ชายผู้มีใบหน้าหล่อเหล่าแววตาชวนฝัน แต่นัยน์ตาสีอำพันกลับซ่อนเปลวไฟอันลุกโชนเธอไม่อาจรับรู้ความแค้นอันล้ำลึก แม้ตอนที่อยู่ภายใต้ร่างอันสมบูรณ์แบบของเขา"

Vanalak29


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha