พ่ายรักจำเลยมาร จบแล้ว

โดย: Vanalak29



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 9 : หลุมพรางลวง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ร่างบางขยับกายอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัวส่งผลให้ครางแผ่ว มือบางยกขึ้นกุมขมับปวดกระบอกตาเสียจนแทบลืมไม่ขึ้น

“แพรว ได้ยินพ่อไหมลูก!”พิพัฒน์ถามบุตรสาวเสียงเข้ม

คนเป็นลูกตื่นเต็มตา เมื่อนึกได้ก้มมองสำรวจตัวเองสีหน้าตื่นตระหนก เห็นบิดาจับไหล่จ้องมองไม่วางตา

“แพรว... เป็นยังไงบ้างลูก”

“พะ...พ่อคะ”ร่างบางโถมเข้าหาบิดาสะอื้นไห้

คนตัวเล็กซบหน้ากับอกพ่อ ร่างกายมันสั่นเทากลัวเหลือเกิน ยังไม่รู้เลยว่าเขาได้ทำอะไรหรือเปล่า ผู้ชายคนนั้นร้ายยิ่งกว่างูพิษ ดุยิ่งกว่าเสือ ไม่เข้าใจเลยเหตุใดเขาถึงแค้นเคืองกันถึงเพียง แต่ละคำพูดช่างหยาบคายดูถูกอย่างร้ายกาจ ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ คาเอล เดอร์มินอฟ เขามันปีศาจชัดๆ

“มันเกิดอะไรขึ้นกันแพรว ทำไมคาเอลถึงมาส่งลูกที่บ้าน”

เขามาส่งงั้นเหรอ น่าแปลกชายคนนั้นต้องการอะไรกันแน่

“เขามาส่งแพรวที่นี่เหรอคะพ่อ”

“ใช่ลูก ไหมบอกพ่อว่านายคาเอลพาลูกมาส่งที่บ้าน เขาบอกว่าเจอลูกกลางทางเห็นว่าเป็นลมอยู่ กำลังจะถูกพวกวัยรุ่นลวนลามด้วย”

คนตัวเล็กกัดฟันแน่น ข่มขืน เป็นลมกลางทาง ไม่มีคำพูดจริงสักคำ มีแต่ข่มขืนนั่นล่ะที่จริงและเป็นเขาต่างหากที่กระทำเช่นนั้นกับเธอ ไม่กล้าบอกบิดาเกรงท่านไม่สบายใจ

“ค่ะพ่อ เป็นอย่างที่เขาบอก แพรวไม่ได้ขับรถไปด้วย”

มือพ่อลูบศีรษะลูกแผ่วเบา “อย่าประมาทอีกนะลูก ถ้าคาเอลไม่พบลูกคงเป็นเรื่องใหญ่”

“แพรวรู้แล้วค่ะพ่อ ต่อไปแพรวจะไม่ประมาทอีก”

ใช่ เธอจะไม่ไว้ใจใครอีกแล้ว จะเอาคืนชายคนนั้นให้ได้เลย

“ถ้าอย่างนั้นนอนพักเถอะลูก พ่อมีงานต้องทำอีก”พิพัฒน์บอกบุตรสาวแล้วยิ้มอ่อนโยน

สีหน้าพ่อดูไม่ดีเลยเธอรู้สึกเช่นนั้น พ่อดูเหนื่อยอ่อนอาจเพราะปัญหาในบริษัทตอนนี้ แล้วพี่เขยล่ะทำอะไรอยู่ เห็นว่าทำงานกับทีมโปรแกรมเมอร์บริษัท ช่วยกันทำระบบไม่ใช่เหรอ

“พ่อคะ อดทนหน่อยนะคะ แพรวไม่ทำให้บริษัทล้มแน่ค่ะ”

“จ้ะลูก”

เห็นพ่อเปิดประตูออกจากห้องเรียบร้อยแล้ว แพรววรินหยิบมือถือตนเองบนโต๊ะข้างเตียงมากดเบอร์หาพี่สาวทันที อยากรู้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดคาเอลถึงจองล้างจองผลาญกันขนาดนี้ คิดจะล้มบริษัทไอดีลอนมันคงไม่ธรรมดาเลย

เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้....

พี่สาวติดต่อไม่ได้เลยมันพาลให้หงุดหงิด หากพี่สาวไม่สามารถติดต่อได้ คงมีอีกคนที่พอจะให้คำตอบในวันนี้ หากรุ้ว่าเขาต้องการสิ่งใด เธออาจจะพอต่อรองให้หยุดการกระทำเลวร้ายต่อบริษัทเสียที เธอยอมรับไอดีลอนไม่แข็งแกร่งพอจะสู้ ทางนั้นมีความสามารถมากกว่าโดยเฉพาะตัวประธานบริษัทเอง

หกโมงเย็นร่างบางกระโจนยืนมองผ่านหน้าต่าง เห็นพี่เขยเปิดประตูลงจากรถ แพรววรินเร่งฝีเท้าลงสู้ชั้นล่าง ฟาเบียนชะงักเท้าเมื่อเห็นน้องสาวภรรยาขวางอยู่

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“ฉันมีเรื่องอยากคุยกับคุณค่ะ คุณฟาเบียน”

แววตาแพรววรินทำเอาชายหนุ่มหนาวๆ ร้อนๆ ขึ้นมา คงเพราะเกิดเรื่องขึ้นมา เขาเองได้ข่าวเหมือนกัน คาเอลมันก้าวล้ำมาถึงที่นี่ และที่สำคัญงานในบริษัทยิ่งปั่นป่วนหนักเข้าไปอีก

“ได้ครับ ที่ไหนดี”

“ห้องทำงานชั้นบนค่ะ”

“โอเคครับ เราทานข้าวกันก่อนดีกว่าค่อยขึ้นไป”

“ค่ะ”

ฟาเบียนลอบมอง ช่างเหมือนภรรยาเขาจริงๆ ตอนนี้พิมพ์เดินทางไปอยู่ที่ภูเก็ตเสียแล้ว เขาเองเหงาเหมือนกัน แม้จะมีสาวๆ มากมายเข้ามาแต่ไม่กล้ายุ่งด้วย เพราะกลัวจะถูกจับได้เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมาคงต้องระเห็จกลับสเปน พอเห็นใบหน้าของแพรววรินแล้วอดไม่ได้ แต่จำต้องท่องไว้เสมอว่าเธอกับภรรยาไม่ใช่คนเดียวกัน

แม้อาหารบนโต๊ะมากมายแต่ทว่าคนทานต่างกลืนอย่างฝืดคอ คำถามเกิดขึ้นมากมายในหัว จบมื้ออาหารแพรววรินก้าวนำพี่เขยเข้าห้องทำงานใหญ่ชั้นบน ฟาเบียนเดินตามแล้วปิดประตูล็อกแน่นหนาเพื่อกันไม่ให้คนอื่นเข้ามายุ่งวุ่นวาย ร่างสูงกำยำยืนกอดอกเอียงศีรษะ

“มีธุระอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ”

“แพรวอยากรู้ค่ะคุณฟาเบียน คุณกับพี่สาวมีเรื่องอะไรกับนายคาเอลหรือเปล่า!

ฟาเบียนชะงักกับคำถาม หลบสายตาน้องสาวภรรยาที่จดจ้องมา ไม่ว่าทำยังไงคาเอลไม่มีวันยอมรามือหรอก

“ทำไมถึงถามแบบนี้ครับ”

“คุณฟาเบียนไม่รู้เหรอคะว่าทำไมฉันถึงถามแบบนี้!

“ผมไม่ทราบจริงๆ ครับ ผมกับนายคาเอลไม่ได้มีความแค้นอะไรต่อกัน ผู้ชายคนนั้นคงบ้ามั้งครับ”ฟาเบียนแสร้งโกหกกลบเกลื่อน

“ถ้าคุณไม่มีได้มีเรื่องอะไรกับเขา ถ้าอย่างนั้นพี่พิมพ์ล่ะคะ ทำอะไรที่ผิดต่อนายคาเอลหรือเปล่า!”เธอถามท่าทีร้อนรน

“อืม...”ฟาเบียนชำเลืองมองคู่สนทนา แสร้งตีสีหน้าครุ่นคิด “ผมว่าบางทีพิมพ์อาจจะไปหักอกเขาก็ได้”

คำพูดนี้เธอไม่เชื่อว่าเป็นความจริง การกระทำของคาเอลมันเลวร้ายเกินกว่าคนเคยมีใจกัน ทั้งสีหน้าท่าทางมันเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย เหมือนชายคนนั้นอัดแน่นด้วยความแค้นที่มีต่อพี่สาวเธอ

“ไม่ใช่หรอกค่ะคุณฟาเบียน แพรวเชื่อว่าเขาไม่ได้ถูกพี่สาวหักอก” ปรายตามองพี่เขย “ถ้าไม่อยากบอกไม่เป็นไร แพรวจะหาทางเอง แต่ที่สำคัญในตอนนี้บริษัทกำลังเกิดปัญหา ถ้าหากไม่หาคู่ค้าเราจบเห่แน่ คาเอล เดอร์มินอฟ กำลังทำลายเราทั้งหมด!

คนฟังสะดุ้งเหงื่อเริ่มผุดซึม เขารู้ดีอยู่แล้วถึงความสามารถของคาเอล แล้วตัวน้องสาวภรรยาออกมายอมรับเองแบบนี้แสดงว่าเคยปะทะคารมกันมาแล้ว

“คุณแพรวเคยเจอกับเขาเหรอครับ”

“เจอสิคะ เจอตอนที่แพรวกำลังจะต่อสัญญา แต่เขากลับชิงคู่สัญญาเราไปหมดทุกราย ไม่ว่าเราต้องการบริษัทไหนเขารู้หมด ตัดหนทางเราทุกอย่างจนตอนนี้แทบไม่มีบริษัทคู่ค้าอีกแล้ว”

ทำเหมือนที่สเปนไม่มีผิดใช้แผนการเดิมๆ แต่ทว่ามันกลับได้ผล เพราะโปรแกรมของไอดีลอนสู้กับฟรีดอมแพลนเนทไม่ได้เลย คู่ค้าเลยพากันไม่ต่อสัญญา

“แล้วเราจะทำยังไงกันดีครับ”

แพรววรินครุ่นคิดมีอะไรที่ตอนนี้พอจะทำได้บ้าง บางทีอาจต้องเริ่มโครงการใหม่ขึ้นมา สร้างโปรแกรมให้ล้ำหน้าฟรีดอมแพลนเนทให้ได้ นี่คือทางเดียวที่จะชนะ

“เอาไว้แพรวขอคิดก่อนนะคะ วันนี้เราแยกย้ายกันไปนอนก่อนเถอะค่ะ”เธอตัดบท พี่เขยไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย แถมยังไม่ตอบคำถามเธออีก เค้นจากพี่สาวก็ไม่ได้เล่นหายไปแบบนี้

มือบางจับลูกบิดประตูเปิดออกทิ้งกายลงบนเตียง เรียวแขนถูกยกก่ายหน้าผาก ถ้าหากไม่รับปากพี่สาวมาเป็นตัวแทน ชีวิตเธอคงไม่ยุ่งเหยิงถึงเพียงนี้  ภาพใบหน้าเขายังคงชัดเจน ไม่อาจลบมันออกจากความทรงจำได้เลย

 

“พ่อเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”แพรววรินเอ่ยถาม เมื่อเห็นสีหน้าบิดาไม่สู้ดีนัก

“เปล่าลูก พ่อไม่ได้เป็นอะไร”

“แต่หน้าพ่อดูซีดๆ นะคะ ไปหาหมอดีกว่าไหม”

“ไม่เป็นไรหรอกแพรว พ่อน่ะแข็งแรงจะตาย ช่วงนี้บริษัทเรายิ่งมีเรื่องอยู่พ่อคงปล่อยไม่ได้หรอก”

“เดี๋ยวแพรวจัดการเองดีกว่านะคะพ่อ อย่าหักโหมเลย”เธอเตือนบิดา

“ไม่เป็นไรเชื่อพ่อสิ พ่อรู้ตัวเองดี”

แพรววรินสังเกตบิดาอีกครั้ง เป็นห่วงจริงๆ ดูท่าพ่อคงจะทราบเรื่องวิกฤติของบริษัทแล้ว เธออยากช่วยแต่ทำอะไรไม่ได้เลยเจ็บใจจริงๆ พิพัฒน์ลุกจากเก้าอี้แล้วสาวเท้าไปยังหน้าบ้านเพื่อขึ้นรถไปทำงาน

ตุบ!

ร่างสันทัดล้มลง แพรววรินลุกพรวดวิ่งเข้าหาช้อนศีรษะบิดาไว้ในอ้อมแขน

“พ่อคะ พ่อ!”หญิงสาวร้องเรียก “พ่อเป็นอะไร!

ฟาเบียนรีบรุดเข้ามาช่วยอีกคน

“เรียกรถพยาบาลด่วนเลย เร็วเข้า!”ฟาเบียนตะโกนสั่ง

ยี่สิบนาทีรถพยาบาลจอดเทียบ ร่างไม่ได้สติถูกยกขึ้นเตียงแล้วเข็นใส่รถ แพรววรินนั่งติดตามไปด้วยอีกคน รถจอดหน้าห้องฉุกเฉิน แพทย์เข้ามารอรับแล้วเข็นร่างเข้าสู้ห้องไอซียู คนเป็นลูกยืนคอยด้านนอกใจสั่นน้ำตาอาบแก้ม แม่ก็ยังอยู่ในโรงพยาบาล แล้วนี่ก็พ่ออีกคนทำไมเรื่องราวมากมายมันถึงเกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน

“เป็นยังไงบ้างครับคุณแพรว!”ฟาเบียนถามเมื่อมาถึงอีกคน

“ยังอยู่ในห้องไอซียูอยู่เลยค่ะ”

“ใจเย็นๆ นะครับ คุณพิพัฒน์ไม่เป็นอะไรแน่นอน”

“ค่ะ”

มือบางจับกันไปมาแล้วยกขึ้นกุมอธิฐาน ขอให้สวรรค์ยังเมตตาอย่างได้พรากบิดาของเธอไปในเวลานี้เลย ชั่วโมงถัดมาแพทย์ออกจากห้อง หญิงสาวกระโจนเข้าหาจับเสื้อกราวน์ไว้มั่น

“คุณหมอ พ่อดิฉันเป็นยังไงบ้างคะ!

“เส้นเลือดในสมองแตกครับ อาจเกิดจากสภาวะความเครียดแต่ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว”

“ขอบคุณมากค่ะ”เธอบอกเสียงแผ่ว ร่างกายแทบทรงไม่ไหวดีได้พี่เขยประคองไว้

ฟาเบียนพยุงน้องภรรยานั่งลงบนเก้าอี้ด้านหน้า เขาอยากเปิดปากบอกเรื่องที่เกิดขึ้นมากจริงๆ แต่ก็อับอายเกินกว่าจะพูดได้ เพราะเขาทำความผิดกับมิร่ามากจริงๆ ตัวแพรววรินมีนิสัยค่อนข้างแตกต่างจากพี่สาว หากได้ฟังความจริงคงต้องรังเกียจเขาแน่

“นั่งพักก่อนเถอะครับ คุณพิพัฒน์ปลอดภัยแล้ว”

“ทำไมคะ เพราะอะไรแพรวไม่เข้าใจ ผู้ชายคนนั้นจะตามจองล้างจองผลาญไปถึงไหน ต้องการให้ครอบครัวแพรวตายหมดถึงจะสาแก่ใจหรือไงกัน!”หญิงสาวตัดพ้อทั้งน้ำตา

“คุณแพรวอย่าคิดมากสิครับ เรายังมีเรื่องต้องทำอีกมาก”

“คุณฟาเบียน แพรวไม่เข้าใจเลย เราทำอะไรให้เขานักหนา พ่อแพรวเป็นถึงขนาดนี้จะให้แพรวทนเฉยได้ยังไง เพราะเขาคนเดียวนายคาเอล หากพ่อเป็นอะไรไปแพรวจะไม่ปล่อยผู้ชายคนนั้นไว้แน่!

ความจริงอยากพูดเหมือนกัน ตัวคุณพิพัฒน์เองวันเกิดเรื่องเป็นคนขับไล่ไสล่งคาเอลให้ออกจากงาน แถมยังสั่งบอดี้การ์ดลากตัวสองคนออก ทั้งที่มิร่ายังจมกอดเลือดอยู่ เขาเห็นร่างไร้สติถูกอุ้มไปยังด้านหลัง รู้อีกทีคือรถพยาบาลมารับแล้วส่งเข้าโรงพยาบาล หากคาเองไม่แค้นก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

ตัวคุณพิพัฒน์เองรู้อยู่แก่ใจ ถึงได้กลุ้มหนักหนาเมื่อคิดได้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำลายไอดีลอนอย่างข้าๆ ความเครียดเลยสะสม ผลคืออาการป่วยกะทันหันอย่างที่เห็น

“คราวนี้แพรวต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่อง นายคาเอลจะเอายังไงให้มันรู้ไป!

“อย่าไปพบเขาดีกว่าครับคุณแพรว”ฟาเบียนรีบขัด เพราะเกรงว่าแพรววรินอาจกลายเป็นที่ระบายอารมณ์แทนภรรยาเขา

“ถ้าไม่คุยกันเราก็ไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ คราวนี้แพรวต้องคุยให้รู้เรื่องให้ได้ ไม่อยากให้พ่อต้องกลุ้มจนป่วยอีก”

“มันไม่ประโยชน์หรอกครับคุณแพรว ต่อให้คุกเข่าตรงหน้า ผู้ชายอย่างคาเอลไม่มีทางยอมรามือแน่นอน ผมยืนยันได้เลยครับ”

แพรววรินมองพี่เขย สีหน้าเหมือนรู้อะไรบางอย่าง ปากหนักกันทั้งนั้นไม่เข้าใจ

“ดีจังเลยนะคะ รู้แต่ไม่บอกอะไรแพรว”เธอประชด

“ผมบอกไม่ได้ครับ ถ้าอยากรู้อะไรให้คุณถามพิมพ์นะครับ”

“แต่แพรวติดต่อพี่พิมพ์ไม่ได้เลย!

“พิมพ์เปลี่ยนเบอร์ครับ เธอไม่ให้บอกใคร บอกว่าถ้าอยากติดต่อเมื่อไหร่จะโทรหาเอง”

ร่างบางลุกยืนด้วยความหงุดหงิด

“ก็ได้ อยากทำอะไรกันก็เชิญค่ะ!”บอกทิ้งท้ายแล้วเดินหนีออกจากบริเวณนั้น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เพียงสบตาร่างกายเธอสั่นสะท้านคาเอล เดอร์มินอฟ ชายผู้มีใบหน้าหล่อเหล่าแววตาชวนฝัน แต่นัยน์ตาสีอำพันกลับซ่อนเปลวไฟอันลุกโชนเธอไม่อาจรับรู้ความแค้นอันล้ำลึก แม้ตอนที่อยู่ภายใต้ร่างอันสมบูรณ์แบบของเขา"

Vanalak29


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha