พ่ายรักจำเลยมาร จบแล้ว

โดย: Vanalak29



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 12 : หัวใจอันเยือกเย็น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“แพรวเกิดอะไรขึ้น!เสียงเพื่อนสาวทักทายทันทีที่เห็นเจ้าของห้องเข้ามา ในสภาพข้อเท้าถูกพันด้วยผ้า แถมหัวเข่ายังมีผ้ากอซปิดอยู่

“เมื่อคืนรถเสียน่ะเม เลยเกิดเรื่องนิดหน่อย”

“นิดหน่อยเหรอแพรว ไม่นิดหน่อยหรอก”กสินภพตรงเข้าพยุงให้คนเจ็บนั่งลงบนโซฟาในห้อง

“ไม่ต้องห่วงแพรวหรอกภพ งานถึงไหนแล้ว”

“ไม่ห่วงได้ยังไงแพรว เป็นขนาดนี้!

เมรินีมองภาพตรงหน้าแววตาหม่นเศร้า แล้วฝืนยิ้มออกมา ไม่ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่กสินภพไม่เคยหันมองมายังเธอเลยสักครั้ง

“ทำงานเถอะ แพรวไม่อยากให้เสียเวลา”หญิงสาวบอก ชำเลืองมองเพื่อนสาวแล้วรู้สึกเกรง ในเมื่อรู้อยู่แก่ใจถึงความรู้สึกที่เพื่อนสาวมีต่อเพื่อนชาย เลยพาลให้กระอักกระอ่วนเวลากสิณภพแสดงความห่วงใยออกนอกหน้า

กสินภพถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เห็นแพรววรินบาดเจ็บตนเองรู้สึกเป็นห่วงแทน แล้วจะปล่อยให้กลับบ้านค่ำมือคนเดียวได้ยังไง

“เย็นนี้ภพจะไปส่งแพรวนะ ไม่อยากให้กลับบ้านเองแล้ว”เขาบอกขณะลงมือทำงาน

“คนขับรถที่บ้านมารับจ้ะ ภพกลับกับเมดีกว่านะ”

กสินภพเงียบนิ่งไม่เอ่ยคำพูดใดออกมาอีก เพียงเห็นแววตาของอีกฝ่ายเขารู้ดีไม่มีหวัง แต่ใจมันกลับไม่ยอมทำตามคำเรียกร้องเลย อยากลืมเลือนความในใจให้หมด แพรววรินก้มหน้าทำงาน อดสงสารเพื่อนไม่ได้ แต่เธอให้ได้เพียงแค่นี้เท่านั้น หากไม่ได้รักมันคงไม่สามารถบังคับมันได้อย่างที่ต้องการ

การดำงานถึงขึ้นตอนสุดท้ายโปรแกรมอัจฉริยะเสร็จสมบูรณ์ แพรววรินระบายยิ้มด้วยความยินดี กับความเหนื่อยยากกว่าสองเดือน

“เสร็จเสียที!”กสินภพบอกแล้วถอนหายใจ

“ขอบใจมากนะทั้งสองคน”แพรววรินบอกเพื่อน

“ไม่ต้องขอบใจหรอกแพรว พาไปเลี้ยงของอร่อยๆ เป็นการฉลองหน่อยสิ”เพื่อนสาวแสร้งเย้า

“ได้สิ”

สามคนออกจากบริษัทเพื่อเดินทางไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง บรรยากาศภายในเหมือนประเทศญี่ปุ่น โต๊ะถูกวางกลางห้องพื้นมีเบาะรองนั่งสำหรับรับประทานอาหาร ห้องถูกกั้นด้วยไม้บุด้วยกระดาษ ยามพูดคุยกันมีเสียงแผ่วเบาแว่วมา แพรววรินกวาดตามองรอบๆ ใช้ได้เลยทีเดียว ปกติเธอไม่เคยเดินทางมาทานอาหารแบบนี้หรอก

อาหารถูกลำเลียงมาวางตรงหน้า ทุกคนหยิบตะเกียบเตรียมพร้อม แล้วคีบใส่ปาก

“วันนี้พวกเราจะไม่คุยเรื่องงานกันนะ”แพรววรินห้ามไว้ก่อน

“ได้เลยแพรว”เมรินีรับปากทันที

แพรววรินคีบอาหารให้เพื่อนสองคน พูดคุยเรื่องสมัยมหาวิทยาลัยกันอย่างสนุกสนาน

“ฉันชอบคุณมากเลยนะคะคุณคาเอล”เสียงหวานแผ่วแต่แหบพร่าบอก

สามคนชะงักมือเมื่อได้ยิน รู้สึกขนลุกขึ้นมา คิ้วบางขมวดแพรววรินหันมองผนังห้อง หรือคาเอลจะอยู่ที่นี่ด้วย

“ผมก็ชอบคุณเหมือนกัน”บทสนทนายังคงดังต่อเนื่อง และสามคนเหมือนใจเดียว หยุดฟังเสียอย่างนั้น

“ชอบแบบไหนล่ะคะ”

“แล้วคุณจะให้ผมชอบแบบไหนล่ะครับ”

“แบบคนรัก ไม่ได้เหรอคะ”

เสียงหัวเราะดังแว่ว แพรววรินหน้าผ่าวร้อน ไม่อยากเชื่อเลยผู้ชายคนนั้นจะไม่รู้จักสถานที่ ขนาดในร้านอาหารยังทำตัวไร้มารยาท

“ผมยังไม่คิดจะคบใครครับ แต่ถ้าหากต้องการให้ผมบริการบนเตียง อันนี้ผมยินดีนะครับ”

“แหม... คุณคาเอลล่ะก็ แต่ฉันก็ต้องการนะคะ ถ้าคุณคาเอลยอมบริการ”

หญิงสาวกัดฟันแน่นมองเพื่อน รู้สึกขยะแขยงกับคำพูดแสนทุเรศเหลือเกิน

“คาเอลอยู่อีกห้องเหรอ”เสียงเมรินีกระซิบถาม

“น่าจะใช่”

“อยากเห็นหน้าจังเลย...”เพื่อนสาวหลับตาพริ้มราวกับตนเองกำลังฝันอยู่

“อย่าเห็นเลยเม ผู้ชายคนนั้นไม่มีอะไรดีหรอก!

“ตอนนี้ฉันทนไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ ที่นี่ตอนนี้ได้ไหมคะ”

กริ๊ง!

ตะเกียบในมือสามคนร่วงลงบนจาน แพรววรินเอนกายหันมองผนังห้อง อะไรกันจะทำเรื่องน่าละอายที่นี่งั้นเหรอ มันจะทุเรศเกินไปแล้ว

“ผมว่าคุณเมาแล้วนะครับ เอาไว้วันอื่นดีกว่า”เสียงทุ้มบอก

“ไม่เมาหรอกค่ะ นะคะ”

“อย่าดีกว่าครับ ที่นี่คงไม่เหมาะ อีกห้องกำลังตั้งใจฟังเราอยู่นะครับ”

“ห้องอื่นฟังอยู่สิคะถึงจะสนุก ฉันชอบมันตื่นเต้นดี”

เพล้ง!

แพรววรินสะดุ้งได้ยินเสียงบางอย่างแตก รู้สึกได้ถึงอาการสั่นสะเทือนบนพื้น ใบหน้าเรียวสวยแดงซ่านหรือสองคนนั้นกำลังทำเรื่องน่าบัดสี อดรนทนไม่ได้ร่างบางหันกายตรงผนังยกมือเคาะ

“พวกคุณทำอะไรกัน น่ารังเกียจอยากมากไปหาโรงแรมโน้นไป นี่มันร้านอาหาร!”แพรววรินตวาดลั่น

แควก!

กระดาษผนังห้องขาด ดวงตาเธอสบกับเขาพอดี

ตุบ!

ร่างกายมันอึดอัดเพราะถูกทาบทับ ดวงตาเรียวสวยเบิกกว้างเมื่อริมฝีปากกำลังถูกครอบครองอยู่ มือบางยกผลักดันเขาให้ออกห่าง เพื่อนในห้องนั่งนิ่งตะลึงงันกับสถานการณ์เบื้องหน้า เรียวลิ้นถูกกระหวัดเข้าหาจุมพิตล้ำลึกเริ่มขึ้นเมื่อเขาไม่ยอมผละ

“อื้อ!”เธอขัดขืน พยายามดิ้นรน แต่ลมหายใจกับถูกบั่นทอนให้ลดน้อยลงจนเขายินยอมปล่อยริมฝีปากเป็นอิสระ

ร่างสูงลุกนั่งเสื้อเชิ้ตท่อนบนถูกกระชากจนขาดเผยให้เห็นมัดกล้าม เห็นผู้หญิงอีกคนเธอจำได้ว่าหญิงคนนี้คือภรรยาเพื่อนบิดา แล้วสภาพที่เห็นมันคืออะไร ท่อนบนของน้าเพียงจันทร์มีเพียงบราเซียตัวเดียว

“คุณทำบ้าอะไร!”แพรววรินตวาด

“ไม่ได้เรียกว่าทำบ้า แค่มีเซ็กส์มันแปลกตรงไหน ของมันเคยๆ น่า คุณพิมพ์วลี”

“อย่ามาพูดบ้าๆ นี่มันร้านอาหาร คุณมันไร้ยางอาย!

“ไร้ยางอายไม่เท่าเธอหรอก เธอมันรวมความด้านเข้าไปด้วย!

“อย่ามาหยาบคายกับฉัน ไปหาโรงแรมโน้นไป หรือคุณเป็นสัตว์ถึงได้สมสู่ตรงไหนก็ได้ไม่เลือกสถานที่!

ไหล่บางถูกจับ “แพรวหยุดเถอะ”เมรินีเข้าห้ามเพราะเห็นสายตาอีกฝ่ายมีความดุดัน

“หนูพิมพ์ปากคอเลาะร้ายจังเลยนะ”เสียงหวานแทรกเข้ามา แพรววรินหันขวับจ้องมอง ยกนิ้วชี้หน้า

“คุณเองก็เหมือนกัน มีสามีแล้วมายุ่งกับผู้ชายคนอื่น ไม่มีจิตสำนึกหรือไง อย่าลืมนะว่าพ่อพิมพ์รู้จักกับน้าวัตร!

คนถูกดุหน้าเจือน รีบเข้ามาควงแขนชายหนุ่มไว้มั่น หากคาเอลยอมรับเธอยอมหย่ากับสามียังได้

“นึกว่าฉันจะกลัวเหรอ คุณคาเอลไม่มีวันทิ้งฉันหรอก อย่าเอาผัวฉันมาขู่เลย!

“เธอไม่ควรมาว่าคนอื่นนะพิมพ์วลี เรื่องเป็นชู้กับผัวชาวบ้านเธอเองก็ชอบทำไม่ใช่หรือไงกัน ตัวเองทำไม่ได้แล้วยังมีหน้ามาสั่งสอนคนอื่น น่าสมเพชชะมัด”คาเอลตอกกลับแล้วเหยียดยิ้ม

“อย่ามาพูดจากับแพรวแบบนี้นะ แพรวไม่เคยทำตัวทุเรศ คุณยังไม่รู้จักเพื่อนผมดีพอมีสิทธิอะไรมาพูดแบบนี้!”กสินภพตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความโกรธ

ชายหนุ่มหัวเราะลั่นขึ้นมา ดูท่าคนพวกนี้ไม่สมประกอบคนหนึ่งเรียกพิมพ์ อีกคนเรียกแพรวมันยังไงกันแน่ หรือผู้หญิงส่ำสอนมันต้องใช้สองชื่อ

“เรากลับกันเถอะ อย่าไปยุ่งกับเขาเลย”เมรินีบอกเพื่อนสีหน้าตระหนก

แพรววรินเห็นสีหน้าเพื่อนสาวไม่สู้ดีเลยลุกยืนหยิบกระเป๋าขึ้นสะพาย พนักงานภายในร้านเริ่มทยอยกันเข้ามา ก้มศีรษะขอโทษขอโพยกันยกใหญ่ ระหว่างสาวเท้าร่างบางเหลียวหลังมอง เห็นเขากระตุกยิ้มมุมปาก สักวันเธอจะต้องเอาคืนให้ได้เลยคอยดู

 

ร่างบางหอบแฟ้มสาวเท้าพร้อมเพื่อนในทีมสู่ตึกของอธิการบดี เพื่อนำเสนองาน มาถึงห้องทุกคนถูกเชิญเข้าด้านใน มีคณาจารย์ในคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาร่วมฟังการบรรยายมากมาย  เมรินีรับหน้าที่ในการโปรโมตโปรแกรมของตนเอง ราวหนึ่งชั่วโมงทุกอย่างจบลงท่าทีของอาจารย์ดูมีความสนใจ

สุดท้ายเธอได้เซ็นสัญญาตามเป้าหมาย แพรววรินจับมือเพื่อไว้มั่นน้ำตาคลอ ไม่อยากเชื่อเลยว่าทุกอย่างมันจะสำเร็จ รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกอย่างน้อยเธอได้กำไรจากการเซ็นสัญญานี้หลายร้อยล้านเลยทีเดียว

“เราไปพรีเซนต์งานที่อื่นต่อเถอะ”แพรววรินบอกสายตามุ่งมั่น

“ตกลง”กสินภพรับคำ

สามคนเดินทางตระเวนไปทั่ว โดยส่วนมากจะประสบความสำเร็จ ลูกค้ายอมเซ็นสัญญาด้วย ภายในเวลาเกือบเดือนบริษัทเริ่มฟื้นฟูสู่สภาวะเดิม

แพรววรินเดินทางมาเยี่ยมบิดาที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วยพร้อมกับเพื่อนสองคน พิพัฒน์ลุกนั่งสีหน้ายินดีเมื่อเห็นบุตรสาวประสบความสำเร็จ ความเครียดสะสมของเขามลายหายไป

“พ่อคะ แพรวทำสำเร็จแล้วนะคะ”เธอบอกน้ำตาคลอ

“ขอบใจมากลูก”

“พ่อไม่ต้องห่วงนะคะ แพรวจะดูแลบริษัทให้จนกว่าพ่อจะหายดี”

“พ่อดีใจจนไม่รู้จะพูดยังไง พ่อไม่อยากให้แพรวต้องออกจากบ้านไปเลย อยากให้อยู่ด้วยกัน”

จรรยานีมองหน้าบุตรสาว เธอเองพออายุมากขึ้นทิฐิที่เคยมีก็มลายหายไป เหลือเพียงความอาทรห่วงหาในตัวสามียามแก่ชราอยากอยู่ด้วยกันจนวาระสุดท้าย

“แพรวต้องดูแลแม่ค่ะพ่อ ถ้าแม่อยู่บ้านใหญ่แพรวก็จะอยู่”

“แม่จะอยู่บ้านใหญ่แพรว ลูกไม่ต้องกลับบ้านเราแล้วนะ”

“จริงเหรอคะแม่!”เธอถามแล้วก้มลงโอบกอดมารดา

“จริงสิ แม่ไม่อยากให้แพรวลำบากใจ ตอนนี้อายุก็มากแล้วไม่อยากถือทิฐิอีกแล้วล่ะ”

“ขอบคุณมากนะคะแม่”หญิงสาวยิ้มพราย

เสียงโทรศัพท์หญิงสาวดังขึ้น แพรววรินมองหน้าจอเห็นเบอร์ แล้วกดรับสาย

“สวัสดีค่ะ”

“คุณแพรวพอดีผมมีเรื่องอยากปรึกษาคุณพอมีเวลาว่างไหม”ฟาเบียนถาม

“ว่างค่ะ”

“จะเข้ามาบริษัทไหมครับ หรือให้ผมไปหาดี”

“เจอกันที่บริษัทก็แล้วกันนะคะ”

“ได้ครับ ผมจะรอนะครับ”

“ค่ะ”

เธอวางสายแล้วเก็บมือถือลงกระเป๋าตามเดิม พยักหน้าให้เพื่อน แล้วยกมือไหว้พ่อกับแม่

“พ่อคะ แม่คะ แพรวไปก่อนค่ะ พอดีมีงานด่วนเข้ามา”

“โชคดีนะลูก”

“ค่ะพ่อ”

ร่างบางสาวเท้านำเพื่อนออกจากห้องพักฟื้น เคลื่อนรถออกจากลานแล้วเดินทางไปยังบริษัท มาถึงห้องเปิดประตูเห็นฟาเบียนรออยู่แล้ว ร่างสูงกำยำลุกยืนก้มศีรษะเพื่อทักทาย

“สวัสดีครับคุณแพรว

“สวัสดีค่ะคุณฟาเบียน มีเรื่องอะไรเหรอคะ”

“พอดีผมมีเรื่องสำคัญจะบอกคุณน่ะครับ”เขานั่งลงบนโซฟา

“เรื่องอะไรคะ”แพรววรินขมวดคิ้ว

“ผมสืบทราบมาว่าฟรีดอมกำลังลอกเลียนแบบโปรแกรมเรา แล้วนำไปเซ็นสัญญากับบริษัทอื่น!

คนตัวเล็กชะงัก กัดฟันแน่น ผู้ชายคนนั้นกล้าดียังไงมาทำกับบริษัทเธอเช่นนี้

“คุณแน่ใจนะคะ!”เธอถามย้ำ

“แน่ใจครับ ผมมีหลักฐาน เพราะบริษัทที่ทำสัญญาแจ้งมากับผมเอง  ทางนั้นบอกว่าคุณเคยไปพรีเซนต์งานแล้วฟรีดอมเองก็เดินทางมาพรีเซนต์เหมือนกัน เขาบอกว่ามันเหมือนกันมาก แตกต่างกันเพียงนิดเดียวเท่านั้น”

“ถ้าคุณฟาเบียนแน่ใจ ก็ไม่เป็นไรคะ ถ้าหากฟรีดอมทำเรื่องน่าละอายขนาดนั้น แพรวจะฟ้องพวกมันให้หมด ถึงทีเราบ้างแล้ว”แววตาหญิงสาวมุ่งมั่น

ฟาเบียนลอบยิ้งด้วยความพึงพอใจ ยังไงเสียทางเขาก็ถือไพ่เหนือกว่า ไอ้คาเอลมันต้องเจอเรื่องหนักแน่ อยากท้าทายเขาดีนัก

“แพรวอย่าเพิ่งวู่วาม ภพว่าสืบให้ดีก่อนดีกว่า”กสินภพบอก รู้สึกว่าท่างทางของฟาเบียนไม่น่าไว้ใจเท่าใดนัก

“ไม่ต้องสืบหรอก คนอย่างเขาทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ แพรวจะไปที่บริษัทฟรีดอมเพื่อคุยกันให้รู้เรื่อง!

“อย่าไปเลยนะแพรว จำที่ร้านอาหารไม่ได้เหรอ นายคาเอลนั้นดูเหมือนจะเกลียดแพรวมากนะ ถึงได้พูดจาหยาบคายใส่ หน้าตาก็ดีอยู่หรอก แต่แววตาน่ากลัวชะมัด”เมรินีนบอกเสียงแผ่ว รู้สึกได้ถึงความน่ากลัวของแววตาคู่นั้นจนตอนนี้ภาพยังติดตา

“แต่แพรวไม่กลัว ถ้านายคาเอลอยากฆ่าแพรวก็ให้เขาทำไปเลย อยากรู้ว่าอนาคตบริษัทจะเป็นไง!

คนตัวเล็กไม่ฟังเสียงคว้ากระเป๋าขึ้นสะพาย กสินภพสาวเท้าตามด้วยความเป็นห่วงไม่วายเพื่อนสาวต้องติดตามไปด้วย ฟาเบียนกอดอกยกยิ้มอยู่ในห้อง แค่นี้ก็เข้าแผนการที่ตนเองวางไว้แล้ว

 

“คุณคะเข้าไม่ได้นะคะ!เสียงเลขาหน้าห้องบอก แต่แพรววรินกลับฝ่าเข้ามา

ประตูห้องทำงานประธานบริษัทเปิดออกร่างบางก้าวเข้าหาแล้วหยุดยืนตรงหน้า เพื่อนสองคนติดตามาด้วยยืนขนาบข้างเพื่อให้กำลังใจ คาเอลเงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์ พิงกายที่พนักเก้าอี้

แพรววรินกวาดสายตามองรอบห้องสีขาว แต่เมื่อเพ่งมองดีๆ มันกลับกลายเป็นจอคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ที่ถูกนำมาทำเป็นผนังห้อง เมื่อต้องการใช้งานผนังจะแปรเปลี่ยนเป็นจอภาพ เทคโนโลยีสุดล้ำหน้า ราวกับหลุดมาอยู่ในโลกแห่งอนาคต

“มาหามีอะไร เห็นถามหาเรื่องมารยาทแต่ดูเหมือนเธอจะไม่มีมันเหมือนกันนี่!”คาเอลเริ่มบทสนทนา

“ฉันไม่จำเป็นต้องมีมารยาทกับพวกชอบลอกผลงานคนอื่นหรอก!

“ลอกเลียนแบบอะไร” เขาถามสีหน้ามึนงง ก่อนฉุกคิด “อ๋อ ไอ้ฟาเบียนมันคงบอกอย่างนั้น แล้วคุณก็เชื่อมัน แล้วก็พุ่งมาหาผมทันที แบบนี้เขาเรียกว่าโชว์โง่!

“มันจะมากไปแล้วนะ!”หญิงสาวตวาด แววตาแข็งกร้าว

“พูดความจริงทำไมต้องโกรธ เธอมันโง่แล้วยังอวดฉลาด”

“อย่ามาพูดจาหยาบคายกับแพรวนะ นายไม่ใช่ลูกผู้ชาย!”กสินภพแทรก

ชายหนุ่มชักสีหน้าไม่พอใจ “แกพูดบ้าอะไร!” ชายหนุ่มเริ่มงุนงงกับสรรพนามใหม่ “อัลเดรเอาไอ้พวกลิ่วล้อออกไปนอกห้องหน่อย รำคาญน่ะ”

“นั่นคุณจะทำอะไร!

“ฉันรำคาญ ถ้าไม่มีอะไรจะออกจากห้องไปก็ได้นะ ฉันอยากทำงานต่อ”

“นี่คุณยังไม่สำนึกอีกเหรอ มาลอกผลงานคนอื่นแล้วยังทำหน้าระรื่นได้อีก ฉันจะฟ้องคุณคอยดู!

“เอาเลยสิ อยากให้ฟ้องจังเลย แค่เห็นในห้องนี้แล้วยังไม่สำเหนียกมันสมองของตัวเองว่ามีเท่าไหร่ อยากโชว์โง่ให้โลกรู้ก็ทำเลย ฉันจะคอยปรบมือให้กำลังใจ!

“แก... แกมันบ้าไปแล้ว!”แพรววรินกัดฟันแน่น

“บ้าไม่เท่าเธอหรอกพิมพ์วลี กล้าดีนะที่บุกเข้ามาที่นี่ ทั้งที่เธอน่าจะรู้สถานะของตัวเอง ตามความเชื่อชาวพุทธที่ว่าเวรกรรมมันมีจริง ไม่ช้าก็เร็วมันจะสนองให้กับผู้ก่อกรรมนั้น ดูเหมือนว่าเธอกำลังได้ลิ้มรสมันอยู่นะ ไอ้สิ่งที่เรียกว่ากรรม”

“แกต่างหากที่ต้องรับกรรม!

ร่างสูงลุกยืนแล้วนั่งลงบนโต๊ะทำงานตนเอง แพรววรินถอยหลังเพื่อรักษาระยะความปลอดภัยให้ตนเอง

“ดิ้นรนทำทุกอย่างที่ต้องการได้เลย เวลาฉันเปิดเผยความจริง ฉันอยากจะเห็นหน้าเธอเวลากำลังจะตายทั้งเป็นน่ะ อยากฟ้อง อยากแจ้งความทำทุกอย่างตามสบายเลยนะพิมพ์วลี”เขาหัวเราะลั่นห้อง สีหน้ายินดี

“ฉันทำแน่!”เธอบอกแล้วหันกายสาวเท้าเพื่อออกจากห้อง

“ฉันอยากบอกอะไรเธอไว้อย่าง ถ้าอยากแจ้งความ หรือฟ้องรอเวลาหน่อยก็ดีนะ อย่าหาว่าไม่เตือน อีกไม่กี่วันฉันจะไปพบเธอที่บริษัท พร้อมกับหิ้วนรกเคลื่อนที่ไปด้วย ถ้ารอได้อย่าเพิ่งฟ้องจนถึงตอนนั้นนะ ฉันจะมอบเส้นทางแห่งนรกให้อีกทาง”

แพรววรินไม่โต้ตอบทำได้เพียงกัดฟันแน่น ในหัวสมองครุ่นคิด หรือคาเอลกำลังถือไพ่เหนือกว่าอยู่ อะไรกันนะบางอย่างที่สร้างความรู้สึกกดดันขนาดนี้ 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เพียงสบตาร่างกายเธอสั่นสะท้านคาเอล เดอร์มินอฟ ชายผู้มีใบหน้าหล่อเหล่าแววตาชวนฝัน แต่นัยน์ตาสีอำพันกลับซ่อนเปลวไฟอันลุกโชนเธอไม่อาจรับรู้ความแค้นอันล้ำลึก แม้ตอนที่อยู่ภายใต้ร่างอันสมบูรณ์แบบของเขา"

Vanalak29


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha