พ่ายรักเมียเก็บ

โดย: อัณณากานต์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : ความบังเอิญครั้งสุดท้าย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 4 ความบังเอิญครั้งสุดท้าย

          สัปดาห์ก่อนอ้อยได้ทิปสองพันบาทถ้วนจากลูกค้าใจดีเธอแบ่งไปซื้อรองเท้าคู่ใหม่สองร้อยบาทเพราะคู่เก่าขาดเป็นรูโบ๋ส่วนเงินที่เหลือเธอแยกเก็บไว้อย่างดีเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เงินก้อนนี้ช่วยชีวิตเธอไว้ได้อย่างหวุดหวิดเพราะไม่ใช่แค่ได้ซื้อรองเท้าใหม่เธอยังได้เอาไปซื้อยามาทาแผลให้ตัวเองด้วย

          “อูย เจ็บชะมัด” เธอกำลังทายาให้แผลที่น่อง ก็รถเมล์ฟรีวิ่งหนีประชาชนไงที่เป็นต้นเหตุวันนั้นเธอคิดว่าโชคดีมากที่ได้ขึ้นรถฟรีแต่ก้าวขาไปได้แค่ข้างเดียวพี่คนขับก็ออกรถไปซะแล้วเธอเลยล้มก้นจ้ำเบ้ากระแทกกับขอบถนน เดชะบุญที่ไม่โดนรถทับสมองไหลได้แค่แผลถลอกตรงขา

          “ป่ะ ไปทำงานกัน” เธอยิ้มให้ตัวเองในกระจก การมีเงินสำรองในกระเป๋ามันทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจจนความเจ็บที่แผลก็ไม่สามารถมาลบล้างได้

          “เป็นไงบ้างอ้อยแผลหายเจ็บรึยัง” จุ๊บแจงเดินปรี่เข้ามาถาม

          “กะ เกือบแล้วค่ะ” อ้อยทำหน้าเหวอยัยเมย์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก็เช่นกัน

          “เอาไปทาตอนแผลหายนะจะได้ไม่มีแผลเป็น” จุ๊บแจงยื่นหลอดยาเล็กๆ ให้

          “อะ เอ่อ ขอบคุณค่ะพี่จุ๊บแจง” อ้อยรับมาแบบงงๆ และหวาดหวั่นมีสารเร่งตายปนอยู่รึเปล่า

          “ตัวปลอมป่าวว่ะ” เมย์กระซิบกระซาบข้างๆ หู

          สัปดาห์ก่อนสกลเรียกประชุมเด็กๆ ในร้านและแจ้งว่าลูกค้าคู่นึงประทับใจร้านอาหารของเรามากและฝากทิปรวมไว้ให้ทุกคนเมื่อแบ่งกันเรียบร้อยสกลก็ปล่อยเด็กๆ กลับบ้านแต่เรียกให้จุ๊บแจงอยู่ก่อน เขาบอกเด็กสาวไปตรงๆ ตามที่ลูกค้าคนนั้นแจ้งและจุ๊บแจงก็ดูเสียใจจริงๆ บางครั้งความอิจฉาริษยามันก็ครอบงำจนทำให้ประพฤติตัวผิดๆ

          “พี่เชื่อว่าจุ๊บแจงเป็นคนดีไม่อย่างนั้นคงไม่ดูแลแม่กับน้องโดยไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากใคร ลองเปิดใจกับน้องๆ ในร้านดูโดยเฉพาะอ้อยน้องก็ลำบากไม่แพ้เราหรอกรายนั้นตัวคนเดียวอยู่คนเดียวมีพ่อก็ติดเหล้าเมายำเป วันๆ เอาแต่ขอเงิน” สกลบอกจุ๊บแจงและเขาเชื่อว่าเด็กทั้งสองคนจะเข้าใจกันในที่สุด

          “หนูขอไปเข้าห้องน้ำหน่อยนะคะ” อ้อยบอกเพื่อนในร้านแล้วถอดผ้ากันเปื้อนแขวนไว้กับตะขอ

          “ครืดๆๆๆ” เสียงมือถือสั่นอยู่ในกระเป๋ากระโปรง

          “สวัสดีค่ะ” อ้อยคิดในใจว่าใครกันนะโทรมาได้จังหวะพอดี

          “นางสาววิชุดาใช่ไหมครับ” ปลายสายถามเสียงเป็นงานเป็นการเธอดีใจจนเนื้อเต้นเพราะคิดว่าเป็นบริษัทไหนสักแห่งโทรมาให้ไปสอบสัมภาษณ์หรือรับเธอเข้าทำงาน

          “ผมโทรมาจากสถานีตำรวจ นายชาตรีคุณพ่อของคุณโดนจับข้อหาลักทรัพย์ครับ”

          “อะไรนะคะ” อ้อยมือไม้อ่อนแค่ได้ยินคำว่าโดนจับเธอก็ตัวสั่นแล้วเพราะแน่นอนมันต้องใช้เงินไม่มากก็น้อยแล้วเธอจะไปช่วยพ่อยังไงคนโดนจับมันมีขั้นตอนหรือวิธีไหนที่จะไม่ต้องติดคุกไหม

          “คุณช่วยมาที่สถานีตำรวจตอนนี้ได้ไหมครับ”

          “ได้ค่ะ” อ้อยรีบวิ่งกลับไปที่ร้านแล้วขออนุญาตพี่สกลและลืมไปสนิทว่าตัวเองอยากเข้าห้องน้ำ

 

          “พ่อ ทำไมทำแบบนี้” เธอกำกระโปรงแน่นคิดหาหนทางหาคำพูดเพื่อจะช่วยพ่อให้พ้นคุก

          “พ่อ พ่อเมาแล้วมือมันก็ไปเอง”

          “เมาแล้วแทนที่จะนอนแต่ไปขโมยของเนี่ยนะแล้วขโมยอะไร”

          “ขโมยเหล้า” ชาตรีตอบเสียงอ่อย

          “โอ๊ย พ่อ” อ้อยอยากเอาก้านมะยมมาฟาดมือพ่อจริงๆ

          “คุณวิชุดานะครับ” ตำรวจหน้าตาเคร่งขรึมคนนึงนั่งลงที่เก้าอี้

          “ใช่ค่ะ” อ้อยตอบเสียงแผ่ว เธอจะช่วยพ่อยังไงทั้งเนื้อทั้งตัวมีเงินอยู่ไม่ถึงสองพัน

          “คุณพ่อของน้องขโมยเหล้าจากร้านชำหนึ่งกลม”

          “กลมเลยหรอพ่อ” อ้อยหันไปถามเสียงเขียว ให้มันได้ยังงี้ถ้าเธอจำไม่ผิดยิ่งของมีมูลค่ามากเท่าไหร่โอกาสในการนอนคุกก็มีมากขึ้นเท่านั้น

          คุณตำรวจอธิบายขั้นตอนต่างๆ ให้เธอฟังซึ่งเธอแทบไม่เข้าใจเลยมันอะไรนะ รอลงอาญา ค่าประกันตัว ความผิดลหุโทษ ทำโดยไม่ได้สติแต่ละคำเธอเพิ่งเคยได้ยินนี่แหละตั้งแต่เกิดมา เธอพยายามตั้งสติและทำความเข้าใจกับทุกคำที่ผ่านเข้าหูแต่ความกลัวและลนลานมันทำให้เธอแทบจะพูดไม่เป็นคำ น้ำตาหยดเล็กๆ เริ่มไหลออกมาเมื่อตำรวจพูดถึงเงินประกันหลักหมื่นที่เธอต้องหามาช่วยพ่อ

          “ขอบคุณมากนะครับที่สละเวลามา” นายตำรวจใหญ่เดินออกมาส่งพยานที่หน้าห้อง สามีภรรยาคู่นี้บังเอิญเห็นอุบัติเหตุจึงอาสามาเป็นพยานให้ปากคำและแน่นอนที่เขาต้องเดินออกมาส่งด้วยตัวเองเพราะทั้งคู่คือนักธุรกิจรุ่นบุกเบิกของเมืองไทยก็ว่าได้มีใครบ้างจะไม่รู้จักสามีภรรยาตระกูลจิโอวาน่า

          “ไม่เป็นไรค่ะด้วยความยินดีดิฉันกับสามีขอตัวนะคะ” เจนีซกับเลโอนาร์ดเดินออกมา

          “คุณ นั่นหนูอ้อยนี่” เลโอนาร์ดหันไปเจอกับเด็กสาวที่กำลังนั่งร้องไห้

          “ตายจริง มีเรื่องอะไรกัน” เจนีซสาวเท้าจ้ำอ้าวเปิดประตูพรวดเข้าไปทันที

          “คุณเจนีซมีอะไรให้ผมรับใช้ครับ” นายตำรวจยืนตัวตรงแน่วถามด้วยน้ำเสียงแข็งขัน

          “หนูอ้อยกำลังจะไปเป็นพนักงานที่บริษัทค่ะ มีอะไรกันหรอคะ” เจนีซนั่งลงข้างๆ เด็กสาวแล้วจับมือเล็กๆ มาบีบไว้

          “อ้อ ลูกน้องคุณเจนีซหรือครับ”

          “กำลังจะเป็นค่ะ รอให้หนูอ้อยทำเรื่องลาออกจากที่ทำงานเก่าให้ถูกต้องก่อนค่ะตกลงมีเรื่องอะไรกันคะ” เจนีซถามด้วยความร้อนใจส่วนเลโอนาร์ดนั่งลงข้างหลังขนาดนั่งไกลพอสมควรเขายังได้กลิ่นเหล้าโชยมาจากตัวผู้ชายคนนั้นเลย

          “คุณพ่อของน้องคนนี้ขโมยเหล้าครับ” นายตำรวจตอบ

          “ความผิดครั้งแรกรึเปล่าคะ” เจนีซถาม

          “ครั้งแรกครับ”

          “ถ้าอย่างนั้นคงประกันตัวได้ใช่ไหมครับ อีกอย่างเขาทำไปตอนสติไม่ครบถ้วนแน่ๆ กลิ่นเหล้าหึ่งขนาดนี้” เลโอนาร์ดลุกขึ้นยืนแล้วพูดนิ่งๆ

          “คะ ครับ” นายตำรวจตอบ จริงอย่างที่ว่าทำไมเขาเพิ่งมาได้กลิ่นเหล้านะ

          “งั้นวันนี้เราขอประกันตัวไปก่อนแล้วเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลค่อยว่ากัน” เจนีซกล่าวสรุป

          อ้อยนั่งอ้าปากค้างฟังการสนทนาที่รวดเร็วกระชับฉับไวของคุณผู้หญิง เธอเจ๋งและเด็ดขาดมากขนาดนายตำรวจยศสูงยังไม่กล้าหือกับเธอเลย

          “มีอะไรให้คุณสาธิตติดต่อดิฉันโดยตรงนะคะ” เจนีซอ้างชื่อตำรวจยศสูงสุดที่สนิทกับเธอและสามี

          “รับทราบครับ” แล้วทั้งสี่คนก็เดินออกจากสถานีตำรวจ

          “หนูอ้อยและคุณด้วยค่ะแวะร้านกาแฟนั่งคุยกันก่อน” เจนีซบอก

          “เงินหนูจะทยอยใช้คืนให้นะคะ” อ้อยบอกเมื่อนั่งลงที่ร้านกาแฟส่วนชาตรีเป็นใบ้ไปแล้ว

          “เรื่องนั้นช่างมันเถอะแต่พ่อของหนูเนี่ยต้องได้รับการบำบัดนะ ไม่อย่างนั้นก็จะควบคุมตัวเองไม่ได้แบบนี้”

          “หนูบอกแล้วค่ะเขาไม่ยอมไป”

          “คุณต้องไปนะครับเพื่อตัวคุณเองและอนาคตของลูก มันคงไม่ดีนะครับที่ลูกสาวต้องมาประกันตัวพ่อเป็นงานอดิเรก” เลโอนาร์ดบอกเสียงเรียบแต่เอาเรื่อง

          “คะ ครับ” ชาตรีพูดได้ในที่สุด

          “ส่วนหนูอ้อย ฉันแอบรู้มาว่าหนูกำลังหางานสนใจไปทำงานที่บริษัทฉันไหม” เจนีซเลียบๆ เคียงๆ ถามเด็กในร้านวันที่ไม่เจอหนูอ้อยว่าเธอหายไปไหนและก็ได้รู้ว่าเด็กสาวลาไปสมัครงาน

          “บริษัทอะไรหรอคะ” อ้อยถาม

          “ฉันกับสามีทำหลายอย่างแต่หลักๆ ที่จะให้ดูก็คิวงานของหลานชายคล้ายๆ เลขาจ้ะ”

          “หนู หนูอยากทำงานโฆษณา”

          “ฉันเข้าใจจ้ะว่าคนเรามีความฝันแต่บางครั้งความจริงกับความฝันมันก็ไปด้วยกันไม่ได้”

          “ถ้าหนูมาทำงานกับฉัน หนูจะได้ที่พักฟรี อาหารสามมื้อ วันหยุดสองวันเงินเดือนสี่หมื่น” เจนีซเก็บค่าตอบแทนไว้ท้ายสุด

          “สี่หมื่น” อ้อยตาโตเมื่อได้ยิน

          “ใช่จ้ะ สี่หมื่นแล้วก็จะปรับขึ้นเรื่อยๆ ถ้าหนูทำงานดี” เลโอนาร์ดตอบ

          “ทำค่ะ” อ้อยตอบรับแบบไม่ลังเล

         


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เขาเลี้ยงเธอไว้เพื่อบำบัดความใคร่"

อัณณากานต์


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha