พ่ายรักนางโลม

โดย: รมย์ธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : งานเข้า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เวลาผ่านไปหลายชั่งโมง เตชินท์ค่อยๆ รู้สึกตัวอย่างช้าๆ ด้วยความรู้สึกงัวเงียและมึนงง รู้สึกอย่างแรงคือเย็นวาบที่ทรวงอก เพราะไม่ได้สวมเสื้อ มีเพียงผ้าขนหนูหนึ่งผืนที่ปกปิดความกำยำเอาไว้เท่านั้น ความรู้สึกต่อมาคือเหมือนคนนอนหลับมากเกินไปจนร่างกายไร้เรี่ยวแรง

เขาค่อยๆ ชันกายขึ้นมาจากที่นอน สะบัดใบหน้าไปมาขับไล่ความสับสน แล้วขยี้ตามองดูสิ่งรอบตัว พบห้องพักในโรงแรม ก็สำนึกได้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนและก่อนหน้าที่จะหลับไปนั้นกำลังทำอะไรอยู่กับใคร ซันก็ลุกขึ้นจากเตียงในทันทีจนแทบจะเหมือนกระโดดขึ้นมายืน

“ให้ตายเหอะ บ้าจังหลับไปตอนไหนว่ะ” เขายกมือขึ้นเกาหัวสำรวจสิ่งที่อยู่โดยรอบ เสื้อผ้าข้าวของของเขาถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย

“ยัยนั่น หมดๆๆๆ เงินไปหมด ยัยตัวแสบ ว่าแล้วเชียวว่ารีรอรอยู่ได้” ซันเดินเข้าไปดูภายในห้องน้ำเหมือนจะหวังให้เธอคนนั้นยังคงอยู่ แต่ก็ว่างเปล่า รีบเดินออกไปดูนอกห้องเห็นรถที่ยังจอดอยู่ที่เดิม ก็ลอบถอนหายใจ

“รถ...ดีนะที่ยังอยู่ หน๊อยยย”

เตชินท์เดินเข้ามาทุบมือลงที่โต๊ะทีวีอย่างแค้นเคือง รีบคว้าเสื้อผ้าที่เหลืออยู่สวมใส่ โดยไม่สนใจว่าจะชุ่มไปด้วยเหล้าที่ถูกเทเอาไว้ เป้าหมายของเขาตอนนี้คือการเอาคืนโจรสาวที่หลอกล่อให้เขาตายใจ

“คงยังหาเหยื่ออยู่แถวๆ นี้ คอยดูนะ เจออีกทีเมื่อไร โดนดีแน่ๆ”

แม้จะไม่เสียดายข้าวของ แต่ที่เสียดายคือเขายังไม่ได้อะไรจากหล่อนเลยแม้แต่นิดเดียว เมื่อเข้ามาในรถคันหรูชายหนุ่มก็มองดูสภาพที่ถูกรื้อค้นแล้วก็ยิ่งหัวเสีย ข้าวของในรถกระจายอยู่ทั่วไปหมด ยิ่งทำให้อารมณ์ของเขาร้นขึ้นมากกว่าเดิม

รถคันหรูขับเคลื่อนออกจากที่จอดด้วยความรวดเร็ว แต่แล้วก็ต้องชะลอความเร็วลง เพราะเมื่อเลี้ยวรถออกมาจากโรงแรม กลับเจอแสงไฟกระพริบของด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์

“บ้าจัง... เลย ดันมีด่านตรวจ” ชายหนุ่มไม่อาจจะหลบหนี เมื่อถอยก็ไม่ได้จอดก็ไม่ได้เพราะนายตำรวจให้สัญญาณให้เขาขับตรงไป หากหลบหนีจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ จอดเอาไว้ก็คงเดินเข้ามาหา ทำอะไรไม่ได้นอกจากขับตรงไปข้างหน้าใจหวังจะไม่ถูกตรวจสอบ

ระหว่างรอเจ้าหน้าที่เดินมาถึง เขารีบร้อนขนเงินที่แอบซ่อนอยู่ไว้

ยามฉุกเฉินจำนวนห้าร้อยบาท โชคดีที่เงินที่เขาพับซ่อนไว้อยู่หน้า

พวงมาลัยไม่ถูกเอาไปด้วย เขารีบเอามาใส่มือแล้วรอให้นายตำรวจเดินผ่านไป

แต่...คำภาวนาของเขาไม่เป็นอย่างที่หวัง เมื่อนายตำรวจมาเคาะกระจกรถทำให้ชายหนุ่มต้องเปิดกระจกสนทนากับเจ้าหน้าที่

“ขออนุญาตครับ โอ้โห่... กลิ่นฉุนขนาดนี้ขอวัดแอลกอฮอล์หน่อยครับ” นายตำรวจทำหน้าย่นทันที เมื่อได้กลิ่นจากเจ้าของรถที่เปิดกระจกออกมาคุย

“ไม่ต้องวัดได้ไหม ผมรีบไม่ว่าง” เตชินท์ถอนหายใจพยายามหยิบยื่นเงินจำนวนหนึ่งเพื่อให้ตนเองผ่านพ้นด่านตรวจโดยไม่ต้องตรวจวัด

“ไม่ได้ครับ เก็บเงินของคุณไปเถอะ เพื่อตัวคุณเอง ลงมาเถอะครับ” แต่ด้วยเพราะหน้าที่ที่นายตำรวจผู้ซื่อตรง ไม่ยอมรับส่วยข้างทางให้เสียประวัติ เขาปฏิเสธและหวังดีกับชายหนุ่ม ไม่อยากให้คนที่อยู่ในความมึนเมาขับรถแล้วประสบอุบัติเหตุ

“รู้ไหมผมเป็นใคร” ซันชักหัวเสียออกตัวทันที เพราะปกติถ้าอยู่กรุงเทพหากอ้างชื่อเสียงของตระกูลก็ไม่มีปัญหาในเรื่องการถูกจับอยู่แล้ว

“ไม่ทราบครับ รบกวนลงจากรถด้วย” นายตำรวจผู้ซื่อตรงต่อ

หน้าที่ส่ายหน้าไม่สนใจ เขาพยายามให้ชายผู้กระทำผิดลงจากรถตามกฎ

“ซวยระยำ” เตชินท์สบสออกมาอย่างลืมตัว ดับเครื่องรถแล้วเปิดประตูลงไปอย่างไม่สบอารมณ์ ไม่ลืมลอบมองดูชื่อของนายตำรวจผู้เอาผิดตนเอง

จำไว้ จะเอาคืน เขาคิดอย่างแค้นเคือง

“เชิญครับ” นายตำรวจหนุ่มนำทางผู้กระทำผิดเข้าไปในเต็นท์ ที่ตอนนี้กำลังกลุ่มวัยรุ่นหญิงชายถูกเข้ารอวัดกันเกือบสิบคน และด้านในมีโต๊ะสามตัวพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งกำลังตั้งข้อหา จดบันทึกประจำวัน และทำการปรับผู้กระทำผิดตามคดีต่างๆ อยู่ด้านใน

“ผมไม่เมาหรอก ดื่มน่ะ ดื่มมาไม่มาก แล้วก็ไม่เมาเข้าใจ         ไหม ตอนนี้กำลังรีบ” ชายหนุ่มโวยวายที่ถูกบังคับให้มาเข้าคิวรอเป่าแอลกอฮอล์ กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์

“ใจเย็นๆ ครับ รีบกันทุกคน แต่ให้ความร่วมมือหน่อย เสร็จธุระก็เชิญไปต่อได้” นายตำรวจกล่าวอย่างใจเย็น เขาเจอกับคนเมามาเยอะแล้ว สถานการณ์แบบนี้ถือว่าชิน

“ถ้าเขารีบก็ให้ลัดคิวมาตรวจวัดก่อนเลยหมวด จะได้รีบไป” เสียงนายตำรวจคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะมียศสูงที่สุดกล่าว เมื่อเห็นท่าทางของชายหนุ่มที่ไม่ยอมทำตามเจ้าหน้าที่ เขาท้าทายให้คนรีบร้อนมาตรวจวัด หากไม่มีปริมาตรขึ้นก็จะได้ปล่อยไป แต่ถ้ามีวัดขึ้นงานนี้ตั้งใจจะจัดให้หนักเลยทีเดียว

“ไม่เป่าหรอก เป่าผมก็โดนสิ ปล่อย” ชายหนุ่มสะบัดนายตำรวจที่เข้ามาจับ โดยจะพาตัวให้เขาลัดคิวเป่าวัดแอลกอฮอล์ออก

“ต้องเป่าครับ กลิ่นเหล้าฟุ้งขนาดนี้ไม่เป่าไม่ได้แล้วครับ” แต่นายตำรวจมุ่งมั่นทำตามหน้าดี พยายามจับต้นแขนชายหนุ่มเข้าไปที่จุดวัดอีกครั้ง

“โอ้ย บอกว่าไม่เมาไงว่ะ วุ่นวายอยู่ได้ คนยิ่งอารมณ์ไม่ดี” เตชินท์หัวเสีย ไม่เพียงแต่สะบัดมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจออก เขายังผลักอกชี้หน้าอย่างคาดโทษอีกตะหาก

“ช่วยสงบอารมณ์ด้วยครับคุณ” เจ้าหน้าที่ตำรวจต่างพากันระวังตัว เดินเข้าเหมือนรุมล้อมคนที่มึนเมาและกำลังขาดสติ

“เออ ก็สงบอยู่เนี่ย” เตชินท์กระแทกเสียงใส่ เอามือขึ้นเสยผมท่าทางขัดใจ มองดูหน้านายตำรวจทีละคนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“นี่ไม่สงบเลยนะคุณ” เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวเป็นเสียงเดียวกันราวกับกำลังไกล่เกลี่ย

“วัดแอลกอฮอล์ดีๆ เถอะครับ”

“ไม่วัดโว้ย คนไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น กำลังรีบอยู่ด้วย จะไปจับโจร ถ้าว่างกันนักก็ไปช่วยกันจับโจรที่มันขโมยข้าวของผมหน่อยสิ” เตชินท์หมดความอดทน สะบัดแขนนายตำรวจที่เข้ามาใกล้อีกครั้ง แล้วทำท่าเหมือนจะเดินกลับไปที่รถคันหรูอย่างไม่สนใจ

“ดูสภาพคุณก่อนสิ ใจเย็นๆ นั่งลงดีๆ ทำตามที่เจ้าหน้าที่เถอะครับ” เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าขัดขวางการจากไปของซัน

“ไม่ ไม่ ไม่ พูดไม่รู้เรื่องรึไงว่ะ” ชายหนุ่มหันมาขึ้นเสียง จับคอเสื้อของนายตำรวจขึ้นมาจ้องหน้าจ้องตาเหมือนราวกับอยากจะสอยให้ร่วงสักหมดสองหมัดให้หายหงุดหงิดใจ

“โอ๊ยคุณ แบบนี้ไม่ต้องวัดแล้ว เข้าตารางเลยดีกว่า” นายตำรวจที่มียศสูงเห็นเหตุการณ์หมดทุกอย่าง เอ่ยขึ้นมาทันทีพร้อมเข้าช่วยเจ้าหน้าที่ที่ถูกซันดึงคอเสื้อ

“คุณจับผมไม่ได้” เตชินท์ไม่ยินยอมแต่โดยดี เขาปล่อยคอเสื้อแล้วหันไปพูดกับคนที่พยายามห้าม อย่างถือดีว่ามีเงิน

“ได้สิ ข้อหาก่อกวน ไม่ให้ความร่วมมือ มีระดับแอลกอฮอล์เกินที่กฎหมายกำหนด” นายตำรวจยศสูงแจ้งข้อหาอย่างไม่รอช้า

“ยังไม่ได้วัดเลยจะรู้ได้ไงว่าเกิน” ชายหนุ่มเถียงด้วยความมั่นใจในตัวเอง

“กลิ่นเหล้าคละคลุ้งขนาดนี้ไม่เกินได้ยังไง” นายตำรวจอยู่กับคนลักษณะนี้มาเยอะ เจอคนเมามาก็มาก เขาพอคาดเดาได้ว่าชายคนนี้เมาขนาดไหน

“ไม่เกินหรอก” เตชินท์ทำเสียงสูง

“เกินไม่เกินไม่รู้ รู้แต่ไม่ยอมวัดดีๆ ก็ไม่ต้องวัดแล้ว เข้าไปนอนในคุกเลย” นายตำรวจที่ถือเครื่องตรวจวัดกล่าว มองดูชายหนุ่มที่ไม่ยอมรับสภาพตัวเองอย่างอ่อนใจ

“เอาตัวไปเลยหมวด” นายตำรวจยศสูงสั่งการอย่างเบื่อหน่าย ไม่อยากวุ่นวายกับคนเมามายให้มากเรื่อง ก่อนที่ด่านตรวจจะวุ่นไปมากกว่านี้ แถมยังมีแสงแฟลตของผู้อยู่รวมเหตุการณ์แอบถ่ายพฤติกรรมของ     ชายหนุ่มเอาไว้อีกด้วย ยิ่งทำให้สถานที่เริ่มวุ่นวายกว่าเดิม

“ปล่อยสิวะ ไม่เมาโว้ย ไม่เมา” เตชินท์โวยวายหนักขึ้น เมื่อถูกสองเจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุมตัวเอาไว้คนละข้าง จนสุดท้ายก็สะบัดแขนออกจากการจับกุม ยอมทำตามเจ้าหน้าที่แต่โดยดี

ในใจคิดว่า ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วแอลกอฮอล์น่าจะเจือจางไป

บ้าง เพราะที่ได้กลิ่นฉุนออกมาก็เพราะเจ้าหล่อนเทเหล้าใส่เสื้อผ้าของเขา คงหมายใจจะให้ถูกตำรวจจับสินะ

“เออๆๆ เป่าก็เป่า”

“ถ้าว่าง่ายๆตั้งแต่แรกก็จบเรื่องแล้ว” เจ้าหน้าที่ตำรวจต่างพากันถอนหายใจส่ายหน้ากับความวุ่นวายที่ซันก่อขึ้นมา

แล้วเมื่อนายตำรวจส่งเครื่องเป่าให้ชายหนุ่ม ผลก็ออกมาตามที่เหล่าตำรวจทั้งหลายคาดการณ์เอาไว้

“นั้นไง มีแอลกอฮอล์ตั้งหนึ่งร้อยสิบห้าดีกรี”

“แต่ผมไม่เมานี่ ไหนว่าเป่าแล้วจบเรื่องไง” เตชินท์ใจหายวาบ      นี้เขากินหนักไปขนาดนั้นเลยเหรอ พยายามแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ถึงตอนนี้   พลาดท่าให้ต้องบันทึกข้อมูลแถมยังมีหลักฐานแบบนี้เขาจะรอดตัวไปได้อย่างไรดี

“ครับ จบเรื่อง ถ้าคุณไม่มีแอลกอฮอลเกินระดับจริงๆ แต่นี่มันเกินไปเยอะเลย” นายตำรวจยศสูงยิ้มที่มุมปากพูดทำราวกับชัย

“โธ่โว้ย หลอกกันนี่หว่า” ซันเสียท่า ถูกสองนายตำรวจคนเดิมเข้าล็อคตัวใส่กุญแจมืออย่างไม่อาจขัดขืนได้อีก เพราะคราวนี้มีหลักฐานเอาผิดชัดเจน

“เปล่าเลยครับ” นายตำรวจยศสูงเดินเข้ามากล่าวซึ่งๆ หน้า รับกุญแจรถที่ลูกน้องส่งมาให้ถือไว้ในมือพร้อมกับส่งยิ้มให้คนทำผิด

“คนไม่เมา กินเยอะยังไงมันไม่เมา จะเอาไปรวมกับพวกอ่อนๆพวกนั้นได้ไง” ซันยังคงยืนกรานเสียงแข็ง คิดแต่ว่าสติของเขายังครบถ้วนและไม่ได้เมาเลยสักนิด

“ไม่เมาก็ไม่เป็นไรครับ ถือซะว่าเปลี่ยนที่นอน” แต่ก็ไม่อาจจะช่วยให้ตัวเองพ้นผิด เมื่อเหล่าเจ้าหน้าที่ผู้คุมกฎปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

“แล้วเงินห้าร้อยที่พยายามยัดให้เจ้าหน้าที่เรา ก็ถือเป็นค่าปรับของการกระทำคุณในคืนนี้แล้วกัน”

 

ไม่นานชายหนุ่มก็ถูกพาตัวกลับไปยังสถานีตำรวจในทันที และก่อนที่ประตูห้องขังจะถูกล็อค เตชินท์ก็พอรู้กฎหมายข้อบังคับในสิทธิของนักโทษที่เขาควรจะได้

“ผมต้องได้โทรศัพท์” เขาเอ่ยขอใช้สิทธิในทันทีอย่างไม่รีรอ ขณะที่ในกระเป๋าถูกรื้อค้นหาข้าวของที่ต้องฝากเอาไว้ แต่ก็ไม่มีอะไรให้ฝากเพราะถูกขโมยไปหมด

            “ด้านนู้น ครั้งเดียวนะคุณ” นายตำรวจกล่าวอย่างอ่อนใจ มองดู

ชายหนุ่มแต่งตัวดีแต่กลับไม่มีข้าวของติดตัวด้วยความไม่เข้าใจ

            เตชินท์หยิบหูโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งใจจะหยอดเหรียญ แต่ในกระเป๋ากลับไม่มีเหรียญให้เขาหยอด เขายิ่งหัวเสีย ต้องเดินกลับมาหานายตำรวจที่เป็นร้อยเวรอีกครั้ง

            “ผมขอยืมสักสิบบาทสิ” ใบหน้าชายหนุ่มรู้สึกชาวาบเมื่อต้องขอยืมเงินสิบบาท ที่เมื่อก่อนเขาเมินเฉยคิดว่าเป็นแค่เศษเงิน แต่ตอนนี้กลับไม่มีสักบาทให้เขาเลย

            นายตำรวจไม่ให้เงินสิบบาท แต่หยิบโทรศัพท์อีกเครื่องให้โทรออกแทน เตชินท์หน้าแดงรับหูโทรศัพท์มาแล้วกดเบอร์โทรออก โชคดีที่เขาจำเบอร์เพื่อสนิทได้อย่างขึ้นใจ เพราะ คังฮีราฟ ไม่เคยเปลี่ยนเบอร์มือถือเลยตั้งแต่คบหากันมานาน    

            ซึ่งตอนนี้เขาเป็นถึงผู้บริหารระดับสูงของค่ายเพลงใหญ่ แถมยังเป็นนักร้องที่ได้รับความนิยมอย่างมากในเมืองไทยและแถบเอเชีย

// ตู๊ดดด....ตู๊ดดด... // เสียงเรียกสายยาวนานจนคนโทรหาชักหวาดหวั่น ตอนนี้ที่พึ่งที่มีอยู่ก็เพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะจำเบอร์ของคนอื่นไม่ได้เลย

แล้วก็เหมือนสวรรค์เข้าข้าง เมื่อเสียงรอสายเงียบหายกลายเป็น

เสียงของคนพูดแทน

“ฮื้ออ...ใครเนี่ย” คังฮีราฟรับสายโทรศัพท์ด้วยความมึนงง เพราะเป็นเวลาเกือบตีสี่เข้าไปแล้ว มันไม่ใช่เวลาตื่นเลยสำหรับคนทำงานดึกอย่างเขา แถมภรรยาก็กำลังท้องแก่ใกล้คลอดอีกตะหาก

“ไง ราฟ ทำอะไรอยู่ว่ะ” ซันทักทายเสียงสดใส เหมือนทักทายเพื่อนรักยามเช้า

“เวลานี้เหรอ นอนสิว่ะ” แต่เมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคย คนปลายสายก็มองนาฬิกาที่หัวเตียง แล้วตะคอกเสียงกลับมาอย่างหัวเสีย

“เออ รู้” เตชินท์กล่าวเสียงแผ่วต่ำอย่างสำนึกผิดหน่อยๆ ที่โทรไปรบกวนกลางดึก

“นี่ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญแล้วโทรมากวนนะมีเรื่องแน่” คังฮีราฟ  กล่าวอย่างคาดโทษ

“เออ ไม่สำคัญหรอก แค่ฉันถูกจับ” เตชินท์กล่าวด้วยน้ำเสียงขบขัน ทั้งที่ความรู้สึกจริงๆ ของเขากลับหงุดหงิดมากๆ และจริงจังกับเรื่องนี้พอสมควร

“ห๊า แกเนี่ยนะถูกจับ” คนปลายสายเสียงสูงใส่ด้วยความตกใจ     นี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาคาดการณ์เอาไว้เลยว่า จะเกิดเรื่องแบบนี้กับ    

เพื่อนสนิท

“เออ เมาแล้วขับ” คนทำผิดตอบน้ำเสียงหน่ายๆ

“แล้วไปเป่าทำไม” ฮีราฟย้อนถาม ทั้งที่เพื่อนรักออกจะเจนสนาม ไม่เคยโดนจับ ไม่เคยโดนเป่ามาก่อน ทำไมครั้งนี้ถึงพลาดท่าได้

“จะถามหรือว่าจะมาช่วย” ชายหนุ่มยังไม่ยอมบอกเหตุผล เพราะเมื่อเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของโทรศัพท์ก็ทำสายตาดุๆ เหมือนจะบอกว่า โทรนานไปแล้ว ให้เขาต้องรีบตัดบท

“ให้ช่วยยังไงล่ะ” คนไม่เคยทำผิดกล่าวอย่างไม่รู้หนทางออก

“พรุ่งนี้ตอนขึ้นศาล เผื่อนายจะช่วยให้ฉันไม่ต้องรับโทษ”         ชายหนุ่มผู้ถูกจับหมายใจจะให้เพื่อนรักใช้เส้นสายในการขึ้นศาลวันรุ่งขึ้น

“ประกันตัวไม่ได้เหรอ คืนนี้จะไปประกันตัวให้เลย” คังฮีราฟทำเสียงรีบร้อน เหมือนกำลังแต่งตัวอยู่

“ประกันตัวตอนนี้ไม่ได้จริงๆ เหรอ” เตชินท์เงยหน้าถามเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีอย่างมีหวังจะไม่ต้องนอนในคุก

“คืนนี้ไม่ได้ครับ รอขึ้นศาลอย่างเดียว” แต่ก็ผิดหวังทันทีเมื่อได้คำตอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

“ได้ยินยัง” เขากล่าวน้ำเสียงเซงกว่าเดิมให้ฮีราฟได้รับฟัง

“เออๆๆๆ ที่ไหน” เพื่อนสนิทรีบรับปาก

“พัทยา”

“ได้ๆ”

เมื่อปลายสายรับรู้ ชายหนุ่มก็วางหูโทรศัพท์พร้อมส่งคืนให้กับเจ้าหน้าที่

“เรียบร้อยนะ” นายตำรวจเอ่ยถาม

“ครับ” ชายหนุ่มพยักหน้ายิ้มไม่ค่อยออกเท่าไร ยังทำใจไม่ได้ที่ต้องนอนในมุ้งสายบัว

“ของหายไปไหนหมด” เจ้าหน้าที่เอ่ยด้วยความสงสัย เพราะท่าทางของซันเองก็ดูมีเงิน แต่ทำไมกลับไม่มีสักสิบบาทที่จะหยอดตู้โทรศัพท์

“ถูกขโมยสิ” เตชินท์ตอบเสียงห้วนๆ อารมณ์ขึ้นมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงความซวยที่เกิดขึ้น

“อ้าวเหรอ แจ้งความรึยัง” นายตำรวจทำหน้าตกใจ เมื่อรู้ว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับประชาชน

“ก็อยากจะแจ้งนะ แต่ถูกจับซะก่อน” ชายหนุ่มกล่าวโทษทันที มองตาขวางใส่คนที่ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในด่านตรวจแอลกอฮอล

“กรรมๆ แล้วจะแจ้งความไหมล่ะ ผมจะทำบันทึกไว้ให้” นายตำรวจกล่าวอย่างเห็นใจ ความซวยที่เกิดขึ้นกับชายหนุ่ม

“ไม่ต้องอ่ะ” เตชินท์ส่ายหน้าอย่างไม่ศรัทธา

“งั้นก็ไปเข้าห้องขังได้แล้ว” เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินนำผู้กระทำผิดไปยังห้องขังทันที สภาพของห้องขังทั้งเก่าและโทรม ภายในมีเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกสามคน อยู่ในสภาพเมามายไม่ได้สติ บางคนก็อ้วกออกมาแล้วก็นอนจมกองอ้วกตัวเองอยู่ตรงนั้น

บางคนก็นั่งร้องไห้เพราะเมามากเกินไปจนคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ เห็นแล้วก็อนาถใจตัวเอง เขาไม่ได้มีสภาพเหมือนอย่างคนพวกนี้ แต่กลับต้องมามีชะตากรรมร่วมกัน ชายหนุ่มนั่งลงที่มุมห้องขังกอดเข่า ไม่เคยรู้สึกตกต่ำและตกอับขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต

คิดสาปแช่งคนที่ทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้ หญิงสาวผมสีเพลิงที่มีกลิ่นหอมติดจมูก เขาไม่น่าหลงใหลกลิ่นหอมของเธอจาทำให้เกิดเรื่อง เขาไม่น่าใจอ่อนตัดความรำคานดื่มเหล้าเข้าไป ไม่อย่างนั้นตอนนี้เขาคงกำลังสำเร็จโทษเธออยู่บนที่นอนในโรงแรมจนถึงเช้า

ท่ามกลางสภาพแววล้อมที่ไม่น่ารื่นรมย์เอาเสียเลย แถมยังมีกลิ่นไม่พึ่งประสงค์อีกตะหาก วันนี้น่าจะเป็นวันดีของเขาไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงต้องมาจบลงด้วยที่แบบนี้ด้วยนะ ชายหนุ่มคิดวนเวียนอยู่กับความแค้นเคืองจนกระทั่งเผลอหลับไปในที่สุด

 

“ตื่นๆๆๆ ไปขึ้นศาลได้แล้ว” เสียงของเจ้าหน้าที่ยามเช้าดังขึ้น ปลุกให้เตชินท์ตื่นจากการหลับใหล รู้สึกเหมือนเพิ่งได้งีบไปแค่ไม่นานเอง ตามประสาคนนอนตื่นสายเป็นประจำ

ชายหนุ่มมองดูภายในห้องขังที่ตอนนี้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาอีกหกคน กำลังเดินโซเซเข้าแถวเรียงกันออกจากประตูห้องขัง ซันเองก็ลุกขึ้นบิดกายอย่างเมื่อยล้าแล้วเดินตามออกไปขึ้นรถที่ถูกจัดมารับทันที

ไม่นานรถบรรทุกนักโทษก็ขับเคลื่อนไปยังศาลประจำจังหวัดพัทยา นักโทษทุกคนอยู่ในสภาพที่มึนงงและอิดโรยพอสมควร พากันเดินเข้าไปในห้องพิพากษา นั่งเรียงหน้ากันอย่างพร้อมเพรียง เตชินท์มองหาเพื่อนสนิทที่จะมาช่วยเหลือในทันที ไม่รู้ตอนนี้คังฮีราฟจะลืมตนยังไม่ตื่นนอนหรือเปล่า

เมื่อเห็นเพื่อนสนิทนั่งอยู่ด้านหน้าก็แอบโล่งใจที่ไม่ถูกทอดทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง ฮีราฟเองก็โบกมือพร้อมกับชี้มาทางทนายที่พามาด้วย เผื่อว่าจำเป็นต้องใช้ข้อกฎหมายเข้ามาช่วยเหลือให้ผ่อนโทษหนักให้เป็นเบา

ตามประสาคนยังไม่เคยผ่านคดีแบบนี้มากก่อนเลยคิดมากไปไกล

ขณะที่ผู้กระทำผิดรายแรกๆ ได้รับการพิพากษา ต่อมาไม่นานก็ถึงคิวของเตชินท์ เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้คุมตัวพยักหน้าให้ชายหนุ่มเดินไปยืนอยู่ที่จุดนักโทษ ผู้พิพากษาชายมองหน้าเด็กหนุ่มลอดแว่นสายตาแล้วส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ กับพฤติกรรมเด็กสมัยนี้ที่กินเหล้าเมามายไม่คุมตัวเอง        “ข้อหาเมาแล้วขับ ก่อกวนเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขัดขืนการทำงานของเจ้าหน้าที่ โทษเบาๆ นะคุณเตชินท์” ผู้พิพากษากล่าว ขณะอ่านรายงานที่ถูกส่งมาพร้อมกัน

“ครับ” เตชินท์พยักหน้ายอมรับทุกข้อหา

“ว่าแต่ตอนนี้ได้สติดีแล้วใช่ไหม” ผู้พิพากษากล่าวอย่างประชดประชัน

“ครับ” ซันสบสายตาพยักหน้าช้าๆ

“ดี งั้นก็รอฟังคำพิพากษานะ” เขาพยักหน้ารับรู้ มองดูคนที่ดูไม่น่าจะธรรมดาสักเท่าไร แต่กลับต้องมายืนอยู่หน้าศาลด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์

“ผมเป็นทนายของคุณคังฮีราฟ จะมาดูแลคดีเมาแล้วขับของคุณเตชินท์ครับ” ทนายหนุ่มของเพื่อนสนิทรีบกล่าวเสนอตัวตามหน้าที่

“คดีที่มีหลักฐานแน่นหนาเป็นมาตรวัดมิลลิกรรมเปอร์เซ็นต์แบบนี้ เส้นสายของคุณใช้ไม่ได้หรอกคุณเตชินท์ แถมยังขัดขืนการทำงานของเจ้าหน้าที่อีกตะหาก” ศาลกล่าวอย่างเที่ยงธรรม

“ขัดขืนด้วยเหรอ” คังฮีราฟที่นั่งอยู่ด้านหลังเพื่อนสนิทแอบถาม เพราะตกใจหน่อยๆ รู้ว่าเพื่อนรักใจร้อน แต่ก็ไม่คิดว่าร้อนถึงกับขนาดขัดขื่นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

“เออ” คนทำผิดตอบแบบไม่เต็มใจนัก

“ต้องบำเพ็ญประโยชน์เป็นเวลาสี่สิบแปดชั่วโมงตามสถานที่ที่เจ้าหน้าที่จัดให้ และจะต้องรายงานตัวเดือนทุกๆ สามเดือนเป็นระยะเวลาหนึ่งปี ถูกทัณฑ์บทห้ามมีคดีแบบเดียวกันเป็นเวลาสองปี” ผู้พิพากษาแจ้งโทษที่เตชินท์ต้องได้รับทันที

“ครับ ได้ครับผม ผมจะดูแลเพื่อนให้เป็นอย่างดีเลย” คังฮีราฟลุกขึ้นรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ ขณะที่ทนายที่พามาเข้าไปเจรจาตามหน้าที่ของตัวเอง

แล้วการพิจารณาโทษก็เป็นไปด้วยความราบรื่น หลังจากที่เสียเงินค่าปรับเรียบร้อยแล้ว ซันและฮีราฟก็เดินออกมาจากศาล ใบหน้าของคนที่ถูกจับบ่งบอกความหงุดหงิดที่ยังไม่จางหาย ส่วนคนที่มาเสียค่าปรับ

ให้ก็ยิ้มระรื่นเหมือนชอบอกชอบใจอะไรบางอย่าง

“ไม่ต้องมายิ้ม” เตชินท์ทำขึ้นเสียงใส่ผู้มีพระคุณ

“นานๆ ทีเห็นเพื่อนลงหน้าหนึ่งด้วยคดีเมาแล้วขับ สะใจว่ะ”       ฮีราฟกล่าวพร้อมส่งหนังสือพิมพ์ที่พกติดตัวมาด้วยให้เพื่อนรักอ่าน พาดหัวข่าวไม่ใหญ่โตอะไรนัก แต่ก็เด่นชัดพอที่จะให้ทุกคนรู้ว่า เตชินท์ แห่ง มัตสึโอกะ กรุ๊ป ถูกจับข้อหาเมาแล้วขับ แถมอาละวาทกับเจ้าหน้าที่ พร้อมขัดขืนการจับกุม

“ตลกมากไหม” หลังจากได้อ่านข่าวพาดหัว ซันกลับหัวเสียกว่าเดิม โยนหนังสือพิมพ์คืนเพื่อนรัก แล้วเดินล่วงหน้าไปยังรถคันหรูของตัวเอง หลังจากได้กุญแจคืนมา

“หัวเสียอะไร คนอุตส่าห์มาช่วยจ่ายค่าปรับทำหน้าหงิกไปได้”     ฮีราฟสาวเท้าตามเพื่อนสนิทขี้น้อยใจอารมณ์ร้อนไป เอามือจับขอบประตูรถคันหรูเอาไว้มั่น

“เออ ขอบใจ” คนถูกช่วยเหลือตอบอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไรนัก

“แล้วไปทำยังไงถึงถูกจับหลายข้อหาขนาดนี้ แถมเงินทองยังไม่มีติดตัวสักบาท” คนอยากรู้เฝ้าถามแต่คำถามที่แคลงใจมาตั้งแต่เมื่อคืน ทำเอาไม่เป็นอันหลับอันนอนเลยทีเดียว

 “ไว้เล่าตอนกินข้าวได้ป่ะ หิวว่ะ” เตชินท์หันมาตอบ ตอนนี้ท้องของเขาร้องหาอาหารไม่มีอารมณ์จะพูดคุยดีๆ กับใครทั้งสิ้น

“เออๆ” คังฮีราฟไม่อาจจะง้างปากเพื่อนได้ หยิบแว่นตาขึ้นมาสวม แต่ก็ถูกคนทำผิดฉวยไปจากใบหน้า เพราะสายตาของเขาสู่แสงแดดไม่ไหว

“ขอยืมก่อน” คำพูดสั่นๆ ของคนเพิ่งติดคุก ทำเอาคนมาช่วยยืนงง มองดูรถคันหรูของเพื่อนสนิทขับออกไป ตัวเองก็เดินไปขึ้นรถแล้วให้คนขับขับตามซันไปทันที

 

ไม่นานทั้งสองก็มาถึงร้านแมคโดนัลแบบเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง เตชินท์พูดไม่จาเดินเข้าไปสั่งชุดอาหารเช้าชุดใหญ่พร้อมกาแฟแบบเข้มข้น ฮีราฟเดินตามหลังมาก็สั่งกาแฟกับขนมปังรองท้อง แล้วคนสั่งของน้อยก็ทำหน้าตาแปลกใจเมื่อเพื่อนสนิทแบมือเหมือนของเงิน

“อะไรของนาย” ฮีราฟทำตาโตใส่

“จ่ายด้วย ไม่มีเงิน” ซันตอบสั้นๆ แล้วเดินหนีไปนั่งที่เก้าอี้แล้วบิดกายด้วยความเมื่อยล้า คังฮีราฟทำหน้าเคร่งอย่างไม่เข้าใจ ล่วงเงินในกระเป๋าควักจ่าย แล้วเดินตามเพื่อนรักไปนั่งด้วยทันที


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เมื่อเสือกลางคืนอย่างเขาต้องมาเสียท่าให้กับนางโจรที่มาในคราบของนางโลม แล้วเธอก็เป็นคนปล้นทุกสิ่งจากเขาไปแม้กระทั่งหัวใจ"

รมย์ธีรา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha