พ่ายรักนางโลม

โดย: รมย์ธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : พลิกแผ่นดินตามล่า แต่หาไม่เจอ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“อะไรว่ะ ตำรวจยึดเงินนายรึไงเนี่ย” คนถูกไถเงินเกาหัวอย่างไม่เข้าใจ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเพื่อนสนิทมันแปลกๆ แปลกตั้งแต่ถูกตำรวจจับเพราะเมาแล้วคับ แถมยังถูกเป่าเข้าคุกต้องมาประกันตัว ไหนจะข้อหาขัดขื่นการจับกุม และอาละวาทใส่เจ้าหน้าที่ มันดูไม่เป็นตัวเตชินท์เลยแม้แต่น้อย

ถึงจะใจร้อนแต่เรื่องแบบนี้ก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับคนอย่างเขา แล้วตอนนี้ยังไม่มีเงินติดตัวอีกตะหาก สงสัยตั้งแต่ตอนเสียค่าปรับแล้วว่าให้ตนเองออกให้เหมือนกัน แล้วตอนนี้กะอีกแค่เงินไม่ถึงสองร้อยจ่ายค่าอาหารก็ยังไม่มี มันเป็นเรื่องแปลกที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับคนอย่างเตชินท์

“เปล่า ตำรวจไม่ได้ยึด” คนถูกถามส่ายหน้ายกปลายนิ้วขยี้ปลายจมูกอย่างหงุดหงิด หันไปมองดูอาหารหน้าเคาเตอร์ที่ตอนนี้พนักงานเริ่มจัดวางเตรียมเสิร์ฟอย่างร้อนใจเพราะความหิว

“แล้วใครยึด” คนไม่หิวถามต่อ พยายามประติดประต่อเรื่องราวที่

เกิดขึ้นอย่างงงๆ จังหวะพอดีกับพนักงานที่เดินมาเสิร์ฟอาหาร

ชายหนุ่มผู้หิวกระหายรีบจัดแจงช่วยพนักงานวางอาหารบนโต๊ะทันที

“เออ เดี๋ยวเล่าทีเดียว ตอนนี้ขอกินก่อนเหอะ” พร้อมหยิบขนมปังเข้าปากกัดคำโต จิบกาแฟตาม

“ฉีกให้ด้วยมือลื่นฉีกไม่ออก” เขาโยนซองซอสถั่วเหลืองไปให้เพื่อนสนิท ที่ตอนนี้กำลังนั่งตาค้างอยู่กับท่าทางของคนหิวจัด

“ครับพี่ ได้ครับ เอาไรอีกไหม” คังฮีราฟกล่าวอย่างประชดประชัน เมื่อฉีกซองเสร็จก็ส่งเทน้ำซอสให้เพื่อนรักอย่างเอาใจ

“งั้นไปเอาซอสมะเขือเทศกับซอสพริกมาด้วย” เตชินท์สั่งอย่างไม่เกรงใจ ในเมื่อเพื่อนเสนอมา เพื่อนก็สนองกลับไปอย่างไม่รีรอ

“กูประชด” คนถูกสั่งทำตาขวาง แต่ก็ลุกขึ้นเดินไปกดซอสให้กับเพื่อนสนิท เชื่อแล้วว่าหิวจริงจัง เพราะตั้งหน้าตั้งตาตัดอาหารเข้าปากอย่างไม่สนใจคนรอบข้าง

คังฮีราฟนั่งจิบกาแฟกินขนมปังไปพลางๆ รู้สึกอิ่มและจุกแทนคนนั่งตรงกันข้าม แล้วไม่นานอาหารตรงหน้าของซันก็หมด เขาเอนกายนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายท้อง เปิดน้ำขวดที่สั่งมาขึ้นดื่มล้างปาก แล้วตาม

ด้วยกาแฟอึกใหญ่เป็นอันจบ

“ตกลงเป็นยังไงมายังไง คุณเตชินท์ถึงมานอนในมุ้งสายบัวแถมยังไม่มีเงินสักบาทติดกระเป๋าว่ะ” ราฟก็เอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นอีกฝ่ายเติมพลังงานพร้อมแล้ว

“จะให้เป็นยังไงล่ะ ยุงกัดสิว่ะ” คนถูกถามตอบอย่างยียวนคนผู้มีพระคุณ เขากำลังคิดอยู่ว่าจะบอกอีกฝ่ายยังไงดีให้ดูไม่เสียหน้านัก ที่ถูกผู้หญิงขายบริการหลอกเขาโรงแรมแล้วปล้น

“เออรู้... อยากรู้เหตุผลทำไมถึงถูกจับ ขับรถระดับเทพอย่างนายเนี่ย” ฮีราฟยกมือขึ้นเกาหัวอย่างขัดใจ กับคำตอบที่ไม่ได้ช่วยให้เข้าใจเลยสักนิด

“ถูกมอมสิว่ะ ยัยตัวแสบ” แต่แล้วก็หลุดปากออกไปด้วยความโมโหที่ยังค้างคา เมื่อถูกถามคำถามที่จี้ใจดำทำให้ลืมตัว

“แกเนี่ยนะถูกผู้หญิงมอม” คนฟังกล่าวอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เพลย์บอยหาตัวจับยากอย่างนายเตชินท์เนี่ยนะเหรอถูกผู้หญิงมอม

“ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน” ชายถูกมอมยาเสียงอ่อนลงเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นเพื่อนสนิทไม่ได้หัวเราะเยาะแต่อย่างใดก็แอบโล่งใจ

“ใครว่ะ” คังฮีราฟอย่างรู้เรื่องราวมากกว่าจะเยาะเย้ย เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดูเหมือนจะร้ายแรงถึงกับทำให้เพื่อนรักหมดหนทางเลยทีเดียว

“ไม่รู้ ผู้หญิงข้างทาง”

“หลังแข่งไปหิ้วขึ้นรถมารึยังไง” ฮีราฟซักไซ้รายละเอียดด้วยความอยากรู้

“อือ หิ้วขึ้นรถ หล่อนทำจริตอยากโรแมนติกก่อนให้จัด” เตชินท์พยักหน้าคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทบทวนใบหน้าของโจรที่มาในคราบของนางโลม แต่กลิ่นหอมหวานก็ชวนให้นึกถึงก่อนเลยเป็นอันดับแรก ผู้หญิงที่มีกลิ่นแบบนี้มีไม่กี่คนในโลกหรอก

“แกก็ไม่ได้กินนี่รู้ๆ กันอยู่” ราฟกล่าวอย่างรู้นิสัย

“ก็เห็นเจ้าหล่อนรีรอ ก็เลยกินไง จะได้จัดสักที” เตชินท์กล่าวอย่างหงุดหงิด เมื่อคืนไม่น่าใจร้อน ปล่อยให้หล่อนจิบเหล้าไปซะให้สาแก่ใจ หรือไม่ก็ปล้ำซะเลยก็สิ้นเรื่องสิ้นราว

“ใจอ่อน”

“เออ ใจอ่อน” เขายอมรับแต่โดยดี เพราะกลิ่นหอมชวนหลงใหลทำให้เขาไม่อาจจะห้ามใจเอาไว้ได้

“แล้วไงเลยจัดซะชุดใหญ่” คนเพิ่งรู้ข่าวส่ายหน้าไปมา ไม่รู้จะสมน้ำหน้าหรือสงสารดี

“หมดเลย โทรศัพท์ เงิน บัตร ของมีค่าในรถ ดีนะที่เงินที่ซ่อนอยู่ไม่เอาไปด้วย แต่ดันโดนตำรวจเอาไปเป็นค่าปรับ” เขากล่าว

“เอาน่าถือซะว่าฟาดเคราะห์ไปก็แล้วกัน” คังฮีราฟไม่ซ้ำเติม พยายามให้อีกฝ่ายใจเย็น ยังไงซะก็ของนอกกายทั้งนั้นสำหรับคนอย่างซัน

“เงินไม่เสียดายหรอก แต่เสียดายไม่ได้เอา” ความจริงที่เตชินท์เจ็บแค้นก็ถูกเปิดปากออกมา กำมือแน่นด้วยความหงุดหงิด

“อ้าววว” คนเห็นใจเลิกคิ้วสูง ความคิดของเพื่อนสนิทไม่พ้นเรื่องใต้สะดือ นึกว่าจะเสียดายเงินแต่กลับเสียดายอย่างอื่นมากกว่า

“ก็ไหนๆ จะเสียเงินก็ขอสักทีสิว่ะ” คนหน้าหื่นกล่าวอย่างเจ็บแค้น

“เพื่อนเราเป็นเอามาก” คังฮีราฟยิ้มบางๆ ส่ายหัวไปมาอย่างอ่อนใจ ตอนนี้ชักอยากจะสมน้ำหน้าขึ้นมาแล้วด้วยซ้ำ ที่ไม่ได้สำนึกเลยว่าต้องระวังตัวมากขึ้นเวลาไปซื้อบริการเหล่านั้น

“แต่ยังดีที่ทิ้งรถไว้ให้” เตชินท์กล่าว นี่ถ้าเสียรถสุดรักไปด้วยทั้งคัน เขาคงเจ็บแค้นเจ้าหล่อนมากกว่านี้อย่างแน่นอน

“ไม่ดีหรอก ถ้าไม่ทิ้งรถนายก็ไม่ถูกตำรวจจับ แถมเผลอติดตาม

ตัวได้อีกด้วย ในเมื่อรถนายมีจีพีเอสอยู่แล้ว” แต่ราฟกับมองในอีกแง่มุม

“เออว่ะ ทำไมไม่เอารถไปด้วยว่ะ” ทำเอาคนถูกปล้นตาสว่างขึ้นมาทันที ไม่อย่างนั้นเรื่องร้ายๆ เมื่อคืนก็จะไม่เกิดขึ้นแบบนี้

“หล่อนคงขับไม่เป็นถึงไม่เอาไป”

“ดูท่าจะทำงานคนเดียว เพราะถ้ามีคนทำด้วย รถคงไปกับพวกมัน” ซันพยักหน้าเห็นด้วย

“ผู้หญิงสมัยนี้น่ากลัวว่ะ” คังฮีราฟทำท่าทางสยดสยองกับพฤติกรรมของผู้หญิงที่ซันเจอมา สมัยนี้กล้าลงมือปล้นกันเองไม่ต้องมีใครช่วยเลย

“เออ น่ากลัวกว่าผู้ชายอีก” เตชินท์พยักหน้าเห็นด้วย

“แล้วเอาไงต่อ จำหน้าตาได้ไหม” คังฮีราฟกล่าวเป็นการเป็นงาน ใจหวังจะให้เพื่อนไปแจ้งความ บอกลักษณะให้ทางตำรวจเร่งมือดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย

“หน้าตาจำได้ไม่มากเท่าไร แต่กลิ่นผมของยัยนี่ติดจมูกมาก” ชายหนุ่มส่ายหน้า ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรนัก เพราะหล่อนแต่งหน้าแต่งตาจัดจ้านพอสมควร

“กลิ่นผม” ทำเอาคนฟังฉงน ตกลงว่าเพื่อนสนิทจะพอใจหรือไม่

พอใจเธอคนนี้กันแน่

“อือ หอมอ่อนๆ เหมือนดอกไม้ น่าหลงใหล” คนถูกมอมหลับตาพริ้มคิดถึงกลิ่นหอมติดจมูก พูดเพ้อราวกับอยู่ในความฝัน

“แกถูกมอมยารึถูกกลิ่นหอมมอมเอาว่ะ” คนฟังมองเพื่อนรักอย่างงงๆ อมยิ้มกับอาการราวกับคนที่อยู่ในห้วงแห่งความรัก

“ไม่รู้ แต่ยังไงก็ต้องหาให้เจอให้ได้” เตชินท์ลืมตาขึ้นมาสะบัดใบหน้าขับไล่ความหอมหวานที่ติดจมูก แล้วตั้งใจมั่นจะไม่ไปจากพัทยาหากยังเอาคืนเธอคนนี้ไม่ได้

“แล้วนายจะไปตามหาหล่อนที่ไหน” ฮีราฟมองคนจ้องจะเอาคืนอย่างสงสัย สภาพแบบนี้จะไปตามจับตัวใครที่ไหนได้อีก

“ยังไงก็ต้องออกมาอีก เชื่อดิ มันเคยทำมาแล้วต้องทำอีกแน่ๆ” คนถูกปล้นมั่นใจ หล่อนจะต้องออกมาหาเหยื่ออีกแน่ๆ เพราะที่นี่คือแหล่งทำมาหากิน ผู้คนก็ผ่านไปมาไม่ซ้ำหน้า เหมาะแล้วที่จะปล้นแล้วหนี เพราะคงไม่มีใครจองเวรเหมือนอย่างเขาแน่นอน

“ให้ช่วยไหม” ฮีราฟเสนอตัวด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ต้อง กลับไปดูเมียได้แล้ว ยิ่งกำลังท้องแก่ๆ ใกล้คลอดอยู่”    

เตชินท์ส่ายหน้าปฏิเสธ โบกมือไล่พลางลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นว่าพูดคุยกันนาน

พอแล้ว

“มีไรให้ช่วยก็โทรมาบอกแล้วกัน” คังฮีราฟลุกขึ้นตาม

“ช่วยเอาเงินมาให้ก่อน เดี๋ยวคืนให้ บอกเลขาให้ด้วยนะว่าฉันยังไม่กลับ” ซันนึกขึ้นได้ก็แบมือขอเงินจากเพื่อนสนิทในทันที เพราะตอนนี้เขาไม่มีเงินติดตัวสักบาท ทีมงานที่แข่งรถด้วยกันก็คงพากันเดินทางกลับเข้าเมืองกันไปหมดหลังจบงานแข่งขัน

“เออ เอาบัตรไปเลย มีอยู่เท่าไรไม่รู้ จะเอาเท่าไรไปกดเอา” ราฟหยิบบัตรเอทีเอ็มส่งให้อย่างไม่หวง พร้อมจดรหัสกดเงินให้เสร็จ

“ขอบใจ” เพื่อนสนิทรับมาอย่างซาบซึ้งใจ เดี๋ยวหลังจากที่เขาจัดการข้าวของคืนกลับมา ก็จะได้กลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง

 

คังฮีราฟขึ้นรถคันหรูจากไปในทันทีเพื่อไปหารติยาเมียรัก ส่วนเตชินท์ก็ขึ้นรถมุ่งตรงไปยังห้างสรรพาสินค้าชื่อดังย่านนั้นเพื่อซื้อเสื้อผ้าข้าวของต่างๆ แล้วก็ไปเปิดโรงแรมอาบน้ำอาบท่าให้สบายตัว โชคดีที่ในสมัยนี้ทุกอย่างเป็นแบบออนไลน์

เมื่อเขาได้ซิมเดิมมาก็สามารถติดต่อสารกับผู้คนได้ตามปกติ ไม่ลืมที่จะลองเช็คจีพีเอสตามมือถือของตัวเอง แต่ก็โชคร้ายที่ตามไม่ได้ เพราะตนเองไม่ได้เปิดระบบให้ทำงาน ก็ด้วยเพราะกลัวว่าจะถูกคนในครอบครัวคอยตามตัวเลยไม่เคยเปิดทิ้งไว้เลย

ในเย็นวันนั้น หลังจากที่เขาพักผ่อนอยู่ในโรงแรม ฟื้นฐานะตัวเองกลับมาเป็นคุณชายเตชินท์คนเดิม ชายหนุ่มก็ออกมาจากโรงแรมช่วงเย็น หาซื้อหมวกปกปิดใบหน้า เดินมองหาโจรสาวที่หมายตา โดยมุ่งตรงสถานที่เดิมก่อนที่คิดว่าน่าจะเป็นที่ประจำของหล่อน

รอจนสี่ห้าทุ่มก็ยังไม่เห็น เขาจึงเริ่มออกเดินตามริมชายหาดมองดูสายขายบริการมากหน้าหลายตาแต่ก็ไม่มีคนไหนคือคนที่เป็นเป้าหมายของเขา และไม่มีคนไหนที่เขาอยากจะหิ้วกลับไปเสพสุขด้วยเลย ซันมุ่งมั่นตามหาจนไม่เป็นอันทำอะไร

จนเวลาผ่านไปหลายวัน เขาทำถึงขั้นให้เด็กที่ทำงานขับรถมาให้เปลี่ยนเพื่อหลอกล่อหญิงสาวให้ขึ้นมานั่งรถเขา เพราะดูเหมือนหล่อนน่าจะชื่นชอบเหยื่อที่กระเป๋าหนักๆ แต่ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา

“หายไปไหนนะ หรือว่าหล่อนจะไหวตัวทัน”

เตชินท์ขับรถวนเวียน จนตอนนี้ชักจะถอดใจเพราะทิ้งการทิ้งงานมาหลายคืนแล้ว จนถูกพี่ๆ ตามตัวให้กลับไปทำงาน

“เปลี่ยนรถหลายคันแล้วนะ ยังไม่โผล่อีก”

“หลายคืนแล้วนะเนี่ย เซงๆๆๆ อยากเอาคืนจริงๆ” เขาพร่ำบ่นกับ

ตัวเองพร้อมคาดโทษ เพราะคืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่เขาอยู่ต่อ

“เจอหน้าเมื่อไรนะ จะจัดคืนให้สาสมกับเงินที่เอาไปเลยคอยดู”

 

หลังจากที่เตชินท์เดินทางกลับมาจากพัทยา เขาก็เข้าไปช่วยทำงานให้ลูกพี่ลูกน้องที่อายุมากกว่าซึ่งกำลังเตรียมงานแต่งงานสายฟ้าฟาด ขณะที่เขากำลังวุ่นๆ อยู่กับงานที่ไม่ค่อยถนัด คังฮีราฟรู้ข่าวว่าเพื่อนสนิทกลับเข้ากรุงมาก็เดินทางเข้ามาเยี่ยม

“เป็นไง ได้เอาคืนยัง” เสียงทักทายของเพื่อนสนิท เมื่อเข้ามาภายในห้องของผู้บริหารตัวสำรองของโรงแรมใหญ่ในเครือมัตสึโอกะกรุ๊ป

“เอาคืนอะไรล่ะ ยังไม่เจอตัวเลย” เตชินท์ตอบทันที เพราะจำน้ำเสียงของเพื่อนสนิทได้เป็นอย่างดี แล้วค่อยละสายตาจากตัวเลขมากมายที่ต้องอ่านก่อนเข้าประชุม

“ไม่ออกมาหากินอีกเหรอ” ราฟนั่งลงที่เก้าอี้รับแขกอย่างไม่ต้องรอคำเชิญ ด้วยความเป็นกันเอง

“ไม่รู้สิ รออยู่ตั้งหลายคืนแล้ว แต่ก็ไม่เจอตัว” ซันเดินตามมานั่งด้วย เริ่มหัวเสียอีกครั้งที่ยังตามตัวโจรสาวไม่ได้สักที ความคับแค้นยังอยู่ภายใน ทำเอาเขาหมดอารมณ์จะใช้บริการผู้หญิงเหล่านี้ เพราะยังผูกใจเจ็บอยู่ที่เธอเพียงคนเดียวเท่านั้น

“หรือว่าหล่อนจะไหวตัวทัน รู้ว่านายต้องจ้องจะเอาคืน” เจ้าของค่ายเพลงกล่าวอย่างช่วยคิด ยกมือขึ้นท้าวคางกับหัวเข่าทำหน้าคิดหนัก

“ฉันไม่ได้ไปป่าวประกาศอะไรสักหน่อย” ซันแย้ง

“หรืออาจจะได้เงินไปจากนายเยอะพอตัว ก็เลยหยุดทำมาหากิน พอเงินหมดค่อยหาใหม่” ฮีราฟคาดการณ์ไปเรื่อยๆ

“ก็เป็นไปได้นะ สงสัยฉันจะรีบเกินไป หล่อนคงไม่ออกมาทำงานติดๆ กันหรอก” เตชินท์พยักหน้าตาม เขาลืมคิดถึงเหตุผลข้อนี้ไป จ้องแต่จะตามหาตัวหล่อนให้ได้

มาคิดๆ ดู ที่จริงแล้วคืนนั้นหล่อนก็ได้เงินไปจากเขาเกือบสองหมื่นที่มีเงินสดอยู่ในกระเป๋า ไหนจะของมีค่าเช่นพวกมือถือ แหวน สร้อยคอ นาฬิกาที่ถูกรูดไปจนหมดตัว ซึ่งของแต่ละอย่างมีแบรนด์เนมมีมูลค่าพอสมควร ขายรวมๆ กันอยู่ได้อีกหลายสัปดาห์

“ตอนนี้คงเปลี่ยนที่ทำมาหากินก่อน คนพวกนี้ต้องย้ายถิ่นบ่อยๆ อยู่กับแล้วถูกจับแน่ๆ” คังฮีราฟกล่าวต่อตามความน่าจะเป็น

“จริงด้วย” ซันดีดนิ้ว แล้วก็พลันคิดหนัก

“แล้วแบบนี้ฉันไม่ต้องไปตามหาหล่อนตามสถานที่พวกนั้นไปเรื่อยๆ เหรอ”

“ก็... ถ้านายคิดจะเอาคืนจริงๆ นะ” เพื่อนสนิทยิ้มแห้งๆ อย่างไม่มีทางเลือกอื่นนำเสนอ

“ตอนนี้ก็ยุ่งๆ ซะด้วย งานโรงแรมที่พี่มาร์คฝากเอาไว้ แล้วไหนจะหมายศาลก็เรียกตัวไปทำความดีแล้วด้วย” คนอยากเอาคืนถอนหายใจ หันไปมองดูงานที่กองอยู่ท้วมหัว จะหาเวลาไปซ้อมสนามขับรถแข่งยังไม่มีเวลาเลย งานที่ลาสเวกัสก็ส่งเรื่องน่าเหนื่อยมาให้ แต่ก็ยังไม่ว่างจะไปดู

“งั้นก็ทำงานไปก่อนแล้วกัน ถ้าดวงนายจะได้เอาคืน ก็คงจะได้เจอหล่อนเองแหละ” คังฮีราฟกล่าวอย่างให้กำลังใจเพื่อนสนิท

“เออ” เตชินท์พยักหน้าลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน เพื่อหยิบของที่ยืมเมื่อตอนอยู่พัทยาเตรียมที่จะส่งคืน

“แล้วนี่ฟางคลอดเมื่อไร”

“ไม่เกินสิ้นเดือน” ว่าที่คุณพ่อยิ้มกริ่มตื่นเต้นกับสมาชิกใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน เขาค่อนข้างเห่อลูกมากๆ เพราะอุ้มท้องครั้งเดียวก็ได้ลูกแฝด

“ผู้หญิง ผู้ชาย” ว่าที่คุณลุงอย่างซันรีบถาม มองดูอดีตเพลย์บอย

กลับใจแล้วก็นึกไม่อยากมีครอบครัวขึ้นมาทันที เพราะตั้งแต่เพื่อนรักมีครอบครัว ก็ไม่ได้เที่ยวเล่นที่ไหน ทำแต่งาน ความสุขลดน้อยลงไปมาก ซึ่งคนรักอิสระอย่างเขายังไม่พร้อมที่จะเสียสละความสุขส่วนตัว

“แฝดว่ะ เพศยังไม่แน่มองไม่เห็น” ฮีราฟตอบ พลางจินตนาการในหัวว่าลูกน้อยที่จะเกิดมาเป็นเพศไหนบ้าง จะเพศเหมือนกันหรือต่างเพศเขาก็พอใจหมด ตอนนี้ข้าวของก็เตรียมพร้อมไว้หมดแล้วทุกอย่าง สำหรับเพศกลางๆ ของเด็กๆ ไม่ได้เจาะจง

“เชื้อพ่อมันแรงว่ะ ฮ่าๆๆ” เตชินท์หัวเราะชอบอกชอบใจให้กับเพื่อนสนิท เดินมาตบบ่ากับความเหนื่อยหนักที่กำลังจะตามมาของคุณพ่อลูกแฝด เพราะได้ยินมาว่าแค่มีลูกคนเดียวก็ยุ่งวุ่นวายมากพอแล้ว นี่มีถึงสองคนพร้อมกันคงยิ่งยุ่งเข้าไปใหญ่

“งั้นกลับไปหาเมียก่อน” เมื่อเห็นเพื่อนรักสบายดีแล้ว เจ้าของค่ายเพลงก็เตรียมจะกลับ

“เออ ขอบใจที่เป็นห่วงว่ะ แล้วก็นี่ ฉันโอนเงินใส่ให้ไปแล้วนะ”       เตชินท์พยักหน้าพร้อมยื่นบัตรเอทีเอ็มส่งคืนให้เพื่อนรัก

“ดอกด้วยเปล่าว่ะ” ว่าที่คุณพ่อรับมาแล้วอดไม่ได้ที่จะแซว

“เอาไว้ลูกคลอดก่อนจะสมนาคุณอย่างงามเลย” ซันตอบโต้อย่าง

สนุกสนาน

“งั้นค่อยคุยกันได้หน่อย” คังฮีราฟพยักหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์ให้ แล้วเดินออกไปจากห้องทำงานของเตชินท์

 

หลายวันต่อมา แม้ชายหนุ่มจะไม่เลิกล้มความตั้งใจที่จะตามหาตัวคู่กรณีสาวผมสีเพลิง แต่เขาก็ไม่ว่างพอที่จะออกไปตามหาตัวหญิงสาวสักเท่าไรนัก เพราะข่าวฉาวของเขาเองที่พาดหัวข่าวเรื่องเมาแล้วขับ ก็สร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นจำนวมมาก

หาว่าเขาทำตัวไม่เหมาะสมที่จะมาเป็นผู้บริหารงาน และไหนจะเรื่องที่มี มุขพล ซึ่งเป็นคนดูแลโรงแรมนี่อยู่ก่อนแล้ว และกำลังจะแต่งงานแต่ดันเกิดอุบัติเหตุและหายตัวไปจากโรงพยาบาล ซึ่งตัวของเขาเองก็เพิ่งรู้ข่าวหลังจากที่คู่หมั้นปริศนาเข้ามาโวยวาย

ซึ่งตอนนั้นเขาไม่อยู่รับหน้าเพราะติดประชุม มีเพียงเสียงคำบอกเล่าของผู้จัดการแจ้งมาว่าเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง การหายตัวไปของมาร์คทำให้ภายในบริษัทค่อนข้างปั่นป่วนพอสมควร เลยทำให้เขาต้องอยู่เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กับบริษัทแทน

 

จนกระทั่งผ่านไปหลายสัปดาห์ เมื่อปัญหาของมุขพลคลี่คลายลงพร้อมกับข่าวดีของคู่หมั้นสาวคนใหม่ ที่กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ และพากันมาฝากท้องที่กรุงเทพ ก็ทำให้ซันได้มีเวลาว่างมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังไม่ว่างมากพอที่จะออกไปตามหาคนร้าย เพราะพี่ชายยังไม่ยอมกลับมาทำงานสักเท่าไร กำลังเห่อคู่หมั้นและลูกน้อยในครรภ์

แล้วในที่สุด วันที่เตชินท์จะต้องไปบำเพ็ญประโยชน์ตามคำสั่งศาล กับเหล่าผู้รับโทษแบบเดียวกันก็มาถึง ชายหนุ่มถูกเจาะจงสถานที่ให้ไปทำความดีกับกลุ่มที่ถูกเลือกเอาไว้ให้ เขาขับรถไปในตอนเช้าโชคดีที่ในวันนั้นไม่มีงานประชุมด่วนให้เข้าร่วม

บ้านเด็กกำพร้าย่านปากเกร็ด ประตูของรถคันหรูถูกเปิดออกมา สายตาของกลุ่มผู้บำเพ็ญประโยชน์หันมามองกันเป็นตาเดียว ยิ่งเห็นเสื้อผ้าหน้าผมแบบเป๊ะทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า กับรถคันสวยก็ยิ่งทำให้คนที่มองอยู่ต่างพากันรู้สึกอิจฉา

“คนรวย สงสัยมาทำบุญกับเด็กๆ” เสียงของใครบางคนกล่าว อย่างเข้าใจว่าซันคงจะมาบริจาคให้ตามประสาคนรวยใจบุญ

“นายเตชินท์ใช่ไหม” แต่เสียงนายตำรวจที่มาทำหน้าที่ควบคุมความประพฤติของเหล่าผู้มาบำเพ็ญประโยชน์ก็ตะโกนก้อง

ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับอย่างอายๆ ที่ตัวเองท่าทางก็ดี บ้านก็

รวยมีอำนาจพอตัวแต่กลับถูกจับข้อหาเมาแล้วขับ เหมือนบุคคลทั่วๆ ไป

“เข้ามารายงานตัวด้วย” เจ้าหน้าที่ตำรวจโบกมือเรียก แล้วก้มหน้ามองเอกสารในมือพลางนับสมาชิกที่มาบำเพ็ญประโยชน์ว่ามาครบหรือยัง จากนั้นก็ส่งเอกสารให้กับเตชินท์ลงชื่อ

“อ้าว คนรวยเมาแล้วขับถูกจับเหมือนกันเหรอ” เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นอย่างไม่น่าแปลกใจ แม้จะดังเข้าหูคนถูกนินทาแต่ซันก็ทำเป็นหูทวนลม

แล้วทุกคนก็ถูกพาตัวเข้าไปภายในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เสียงของเด็กๆ มากมายกำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน บ้างก็กำลังอยู่ในห้องเรียน โดยมีคุณครูอาสามาช่วยสอนให้ สภาพบ้านเด็กกำพร้าหลังนี้ค่อนข้างเก่าพอสมควร แถมยังมีกลิ่นอับชื้นบ่งบอกถึงความไม่สะอาดและผิดหลักอนามัยเพราะไม่มีใครเหลียวแล

“เฮ้อออ น่าเบื่อจังมีแต่เด็กๆ ไม่มีสาวๆ เลย” ชายหนุ่มมองดูเด็กๆสิ่งไปมาด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่ได้ซาบซึ้งไปกับสถานที่ที่น่าหดหู่ใจแบบนี้เลยสักนิดเดียว

“ทำตัวดีๆ หน่อยพ่อคนรวย” เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าว เมื่อเสียงบ่น

เมื่อครู่ของเขาดังถึงหู

“ดีแน่ล่ะ ใครว่า” เตชินท์หัวเราะต่ำในลำคอ พูดเสียงแผ่วเบากว่าเดิมเพื่อไม่ให้คนอื่นๆ ได้ยิน

ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังแบ่งแยกงานให้กับผู้มาบำเพ็ญประโยชน์ สายตาเฉียบคมของเตชินท์กลับหันไปเห็นร่างบางในชุดเสื้อสีขาวกระโปรงสีน้ำเงินเข้ม ผมดำสนิทของเธอปล่อยยาวสยายปลายนิ้วเรียวงามกำลังสางเส้นผมแล้วกำลังรวบไว้ใหม่

ลมพัดโชยให้เส้นผมปลิวไสวพัดกลิ่นหอมชวนฝันเข้ามาให้      ชายหนุ่มได้สูดดม ซันได้กลิ่นก็ถึงกับตาค้าง กลิ่นนี้ช่างคุ้นเคยนัก        ชายหนุ่มเลิกสนใจผู้คุมแล้วเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่กำลังยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในทันที

“สวัสดีครับ ผมเตชินท์ครับ”

ชายหนุ่มเอ่ยทักทายอย่างสุภาพ เพราะท่าทางของเธอเรียบร้อยจนไม่กล้าที่จะทำรุ่มรามใส่ เดี๋ยวจะถูกตะเพิดเสียก่อนจะได้เรื่อง

“สวัสดีค่ะ ทำผิดคดีอะไรมาคะ” หญิงสาวหันมายิ้มให้ พร้อมเอ่ยถามทันทีอย่างรู้ดี แต่แล้วก็ชะงักเมื่อหน้าตาของชายหนุ่มที่มาทักกลับคุ้นหน้าเหมือนเคยเจอมาก่อน

“คนที่มาที่นี่ต้องทำผิดด้วยเหรอครับถึงจะมาได้” ชายหนุ่มเฉไฉ ในเมื่อไม่มีป้ายติดหน้าอกบอก หล่อนก็คงไม่มีทางรู้หรอกว่าเขาเป็นนักโทษคนหนึ่ง

“ส่วนใหญ่ก็ทำผิดทั้งนั้นแหละค่ะถึงต้องมาที่นี่” หญิงสาวพยายามพูดคุยไปตามปกติ ในสมองก็ทบทวนวันเวลาที่ผ่านมา

“ผมไม่ใช่นะ” เตชินท์ยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง

“เหรอคะ แล้วทำไมเมื่อกี้คุณเซ็นชื่อรายงานตัวละคะ” หญิงสาวทำเบิกตากว้างใส่คนโกหก ถึงตอนนี้หล่อนจำได้ลางๆ ว่าชายตรงหน้าคือใครบางคนที่เธอเคยทำบางอย่างไม่ดีไว้กับเขา เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน และในใจตอนนี้ภาวนาให้เขาจดใบหน้าของเธอในคืนนั้นไม่ได้

“อ่อ เออ ผม แค่ตรวจดูเอกสาร” ซึ่งซันก็จำไม่ได้จริงๆ เขายังพูดคุยกับหล่อนเหมือนพยายามเกี่ยวสาว แม้ในใจจะแอบสงสัยว่ากลิ่นหอมที่คุ้นเคยนี้เคยได้กลิ่นมาจากไหน แต่ด้วยความที่ตอนนี้เธอดูใสซื่อจนเขามองไม่เห็นความจริงบางอย่างในตัวเธอ

“ไม่เนียนเลยค่ะ” หญิงสาวซ่อนความหวั่นใจเอาไว้ภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้ม รีบรวบผมยาวสยายของตัวเองเอาไว้ทันที

“เหรอครับ”

“เมาแล้วขับล่ะสิ” หญิงสาวทำเป็นชวนคุยเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มมีนึกออก

“ไม่เมา แค่มีกลิ่นเหล้าแล้วขับเลยถูกจับ” เตชินท์ส่ายหน้า คำถามเธอกลับทำให้เขาพลันคิดถึงคืนที่แสนอันแสนคับแค้นใจ ยิ่งทำให้นึกถึงใครบางคนที่มีกลิ่นผมกลิ่นเดียวกัน

แตกต่างกันก็ตรงที่สีของเส้นผมที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง และหน้าตาของเธอตรงหน้าดูอ่อนหวานใสซื่อบอบบางน่าทะนุถนอม ดวงตาของเธอคนนี้ไม่กลมโตท่าโจรสาวคนนั้น ริมฝีปากก็ไม่อวบอิ่มเท่า และที่สำคัญทรวงอกก็ไม่ได้ใหญ่โตน่าฟัดแต่อย่างใด

แถมสะโพกก็ไม่ได้งอนงามน่าจับ และการแต่งตัวเธอคนนี้ก็ดูเรียบร้อยดุจกุลสตรีผู้บริสุทธิ์ ผิดกับยัยโจรร้ายกาจที่แต่งหน้าจัดจ้าน เสื้อผ้าก็เหมือนผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้า

“ไม่ต่างกันหรอกค่ะ” สาวผมหอมตอบ

“ต่างสิครับ ก็ผมคนบริสุทธิ์” ชายหนุ่มยืนกรานอย่างหนักแน่น มั่นใจในความสามารถการดื่มขอตัวเอง และในคืนนั้นมีมีอะไรมากกว่านี้ที่ทำให้เขาต้องถูกจับกุม

“งั้นก็คงเป็นคนบริสุทธิ์กันหมด” หญิงสาวหัวเราะในลำคอ ไม่มี

นักดื่มคนไหนไม่ปากแข็งหรอก ส่วนใหญ่ก็ว่าไม่เมาทั้งนั้น แต่ก็สร้างความเดือนร้อนให้คนอื่นไม่น้อย

“กลิ่น กลิ่นจ้ะ” เสียงของใครบางคนดังขึ้นเรียกหญิงสาว ขัดจังหวะการสนทนาของทั้งสอง ร่างบางลอบถอนหายใจ

“มาทางนี้หน่อยสิ”

“ค่ะ พี่แวว” หล่อนขานรับทันทีแล้วฉวยจังหวะนี้เดินหนีห่างออกมา

 “จริงสิ... กลิ่นนี้...คุ้นจัง” แต่เมื่อก้าวเท้าออกห่าง ลมก็พัดความหอมที่คุ้นเคยให้ชายหนุ่มสูดดม ทำให้เขาฉุดคิดในสิ่งที่สงสัยตั้งแต่เริ่มแรก

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เมื่อเสือกลางคืนอย่างเขาต้องมาเสียท่าให้กับนางโจรที่มาในคราบของนางโลม แล้วเธอก็เป็นคนปล้นทุกสิ่งจากเขาไปแม้กระทั่งหัวใจ"

รมย์ธีรา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha