พิศวาสดอกรัก

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 9 : เดทแรกของเรา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 9

เดทแรกของเรา

          สียงกุกกักที่ดังมาจากห้องครัวทำให้กรกรวีที่เพิ่งมาถึงนึกแปลกใจก่อนที่เขาจะเดินเบาๆ เข้ามาดูสถานการณ์เห็นหญิงสาวผมยาวคนหนึ่งกำลังทำอะไรบางอย่าง หม้อต้มน้ำวางอยู่บนเตาไฟอ่อนๆ ส่วนบนโต๊ะนั้นก็มีซองมาม่ากับผักบุ้งที่หั่นแล้ว ตอนนี้หญิงสาวกำลังถือไข่เตรียมจะตอกหากต้องตกใจกับเสียงของคนที่เข้ามาทำลายสมาธิในการทำอาหารของเธอเข้าเสียก่อน

ว้าย

หญิงสาวร้องตกอกตกใจเมื่อมีมือของใครไม่รู้เข้ามาโอบเอวเธอจากด้านหลังจนหญิงสาวเผลอกำไข่ที่อยู่ในมือแรงไป ผลออกมาคือมันแตกเละใส่มือและชุดนอนของเธอ

คุณมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง ฉันตกใจหมดหญิงสาวหันกลับไปต่อว่าเขา เธอนึกว่าเขาจะไม่กลับมาเสียแล้วและเพราะเธอไม่ได้กินอะไรเลยจึงรู้สึกหิวแต่เห็นว่าในห้องครัวตอนนี้มีเพียงมาม่าซองวางอยู่บนชั้นวางของแห้งส่วนในตู้เย็นก็มีไข่กับผักบุ้งที่เริ่มเหี่ยวอยู่ หญิงสาวจึงลงมือทำอาหารด้วยตัวเองและมันก็ต้องใช้สมาธิอย่างมากด้วยเพราะเกิดมาไม่เคยต้องทำอาหารเองแต่เขาก็ดันมาทำลายสมาธิของเธอจนหมดสิ้น

เลอะหมดเลยอรัญยานึกอยากต่อว่าเขาแต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ยืนจ้องหน้าเขาอย่างหมั่นเขี้ยวแต่สายตาว่างเปล่าราวกับไม่รู้สึกผิดของเขาก็ทำหญิงสาวเหนื่อยใจแถมเขายังทำหน้าตาเรียบเฉยใส่เธออีก

ทำอะไรอยู่หรือ

ตาบอดหรือไง เธอพูดก่อนจะรีบเปลี่ยนประโยคเมื่อเห็นสีหน้าโหดๆ ของเขา

เอ ฉันกำลังจะทำอาหารอยู่ค่ะหญิงสาวเปลี่ยนมาตอบเสียงสุภาพ ก่อนจะถอยหลังก้าวหนึ่งเพื่อรักษาระยะห่างกันไว้ เธอรู้ว่าเขาจะไม่ปล่อยเธอไปหากเขาคิดจะทำและเธอคงหนีเขาไม่พ้นแน่แต่อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ควรป้องกันตัวเองไว้ก่อน

ไข่กับม่ามานี่นะอรัญยาเงยหน้ามองเขานึกฉุนในคำถามของเขา ทำไม ไข่กับมาม่ามันแปลกตรงไหนในเมื่อตอนนี้อย่าว่าแต่กุ้งหอยปูปลาเลยแม้แต่ข้าวสารหญิงสาวก็ยังไม่เห็นสักเม็ด นี่ยังดีที่มีเสบียงอันน้อยนิดให้เธอได้กินรองท้องอยู่บ้าง

เออ ก็ฉันทำอาหารไม่เป็นนี่คะ อีกอย่างในครัวตอนนี้ก็มีอาหารแห้งเพียงแค่นี้

ทำไมไม่ให้รายุทธ์ออกไปซื้อข้างนอกมาเพราะเขาสั่งเลขาส่วนตัวไว้แล้วแต่เหมือนว่าเธอจะไม่กล้าใช้มากกว่าเพราะเห็นว่ารายุทธ์เป็นเลขาของเขา

ฉันเกรงใจนะคะ ว่าแต่คุณสนใจจะกินกับฉันไหมล่ะยังจะมีแก่จิตแก่ใจไปชวนเขาอีกทั้งที่ตอนนี้เธอมีเพียงมาม่าต้มน้ำกับผักส่วนไข่ก็เละลงพื้นไปเรียบร้อยแล้ว

สงสัยฉันคงจะไม่ได้กินเขามองมาม่าที่อยู่ในหม้อต้มกับผักบุ้งที่หั่นเป็นชิ้นละเอียด ก็คงไม่แปลกในเมื่อเธอทำอาหารไม่เป็นเลยลำพังทำได้แค่นี้มันก็ดีเกินไปสำหรับเธอแล้ว

ฉันทำให้ใหม่ก็ได้ค่ะ เมื่อกี้ฉันตกใจไปหน่อยคราวนี้มันจะออกมาหน้าตาน่ากินกว่านี้เธอพูดโฆษณาจนเขาต้องรีบส่ายหน้าด้วยความเหลืออด กรกรวียืนมองใบหน้าสวยหวาน ยามที่เธอเผลอยิ้มให้เขามันสร้างเสน่ห์ให้นึกหลงใหลได้อย่างง่ายดาย เขายืนมองอยู่นานก่อนจะเริ่มเอ่ยออกไปหลังจากที่สติกลับคืนสู่สภาพเดิมโดยมีเธอยืนทำหน้างงอยู่

ไม่ต้องทำแล้ว รีบขึ้นไปแต่งตัวซะเดี๋ยวฉันจะพาเธอไปกินข้าวข้างนอกบ้านเขาพูดและคิดว่าเธอคงจะเห็นด้วยกับความคิดของเขาเพราะถ้าเธอคิดที่จะกินมาม่าต้มนี่อยู่อีกละก็มีหวังคงปวดท้องแน่

จะไปไหนคะ นี่มันดึกมากแล้วนะคะ ฉันว่าฉันกินนี่แล้วรีบนอนดีกว่า ออกไปกินข้างนอกก็ต้องเสียเวลาออกเดินทางแถมยังเสียเวลารอนานอีก สู้กินที่บ้านก็ไม่ได้

เธออธิบายถึงข้อดีของการกินข้าวบ้าน ก่อนจะหุบเสียงเงียบเมื่อปะทะกับดวงตาสีน้ำตาลเข้ม ตอนนี้เขามองเธอราวกับเทพบุตรที่กำลังจะกลายพันธ์เป็นอสูรร้ายในอีกไม่ช้าและพร้อมเขมือบเธอทุกนาทีที่หญิงสาวเผลอ อรัญยาเพิ่งนึกได้ว่าตอนนี้เธออยู่ในชุดนอนที่แสนวาบหวิว ผ้าเนื้อแพรบางพอที่จะสามารถมองทะลุไปถึงเนื้อใน เขาย่างเท้าเดินเข้ามาหาแต่ร่างเล็กก็ถอยหลังหนีไปหนึ่งก้าวจนกรกรวีรู้ในทันทีว่าเธอกำลังกลัวเขาอยู่ ใบหน้าคมเข้มคลี่ยิ้มอย่างได้ใจรีบพูดขู่เธอตามระเบียบ หลังจากถูกคำขู่จากเขาว่าถ้าไม่รีบไปแต่งตัวหญิงสาวอาจถูกเขาทำอย่างอื่นมากกว่าการพาไปกินอาหารนอกบ้านก็ได้

ร่างเล็กยืนมองตัวเองในกระจก เธอไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหนกับเธออีก ผู้ชายที่เธอไม่ได้รู้จักเลยนอกจากชื่อของเขาใบหน้าหวานปนเศร้ารู้สึกหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก นี่เธอจะต้องอยู่ในสภาพแบบนี้อีกนานแค่ไหน กรกรวีรอเธอนานพอสมควรและจะลุกขึ้นไปตามหญิงสาวถึงห้องแล้วถ้าไม่เห็นร่างของอรัญยาเดินลงมาก่อน เขายิ้มอย่างพอใจที่ได้เห็นเธอสวมชุดที่เขาซื้อมาให้จะว่าไปแล้ว หญิงสาวไม่ได้พาชุดของเธอมาด้วยทุกอย่างในตอนนี้เขาเป็นคนซื้อหามาทั้งหมดแม้กระทั่งของใช้ส่วนตัวของหญิงสาวด้วย

ขอโทษที่ทำให้รอนาน คือฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะใส่ชุดไหนดี หญิงสาวตอบกลับมาด้วยใบหน้าที่ยังไม่หายเศร้า กรกรวีเดินเข้ามาใกล้ถือโอกาสสำรวจเธอไปพลางๆ ด้วยสายตาอันแหลมคมของตัวเขาเอง

จะใส่ชุดไหนมันก็เหมือนๆ กัน ฉันว่าเรารีบไปกันเถอะ เพราะฉันก็ไม่อยากขึ้นชื่อว่าทารุณผู้หญิง กรกรวีพูดสีหน้าเรียบพอลับหลังเธอเขากลับยิ้มหน้าไม่หุบ เหมือนชายหนุ่มกำลังจะพบกับความสุขที่รอคอยมานานแต่เขาจะแน่ใจได้อย่างไรว่าสิ่งนั้นคือความสุขและเขามีเพียงทางเลือกเดียวที่จะพิสูจน์นั่นก็คือการใช้เวลาอยู่กับเธอให้มากที่สุด

ขอบใจนะที่เธอไม่คิดที่จะโทรไปหาคนที่บ้านให้เขามารับตัวเธอกลับไป

อรัญยาหันไปมองหน้าคนพูดทั้งที่เขาควรจะรีบขับรถออกไปแทนที่จะมานั่งคุยกันอยู่แบบนี้ แต่คำถามของเขาก็ทำให้เธอแปลกใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมหญิงสาวถึงไม่ยอมโทรไปหาครอบครัวเธอทั้งที่เธอก็มีโอกาสอยู่หลายครั้ง ตอนที่เขาไม่อยู่หรือตอนที่รายุทธ์หายออกไป เธอมีโอกาสมากกว่าหนึ่งครั้งแต่เพราะความรู้สึกบางอย่างมันบอกให้เธออย่าเพิ่งโทรไปหาครอบครัวเธอเลย หญิงสาวยิ้มเจื่อนๆ ด้วยไม่คิดว่าหัวใจของเธอจะอ่อนไหวได้ขนาดนี้ทั้งที่เธอเคยเป็นคนที่เข้มแข็ง ไม่ยอมคนแต่สิ่งที่เธอประสบมามันสอนให้เธอรู้จักบุญคุณคนและเธอก็คงไม่สบายใจหากจะต้องจากเขาไปแบบนี้แต่เธอจะบอกเขาออกไปแบบนั้นไม่ได้เพราะนั่นมันหมายถึงศักดิ์ศรีของเธอที่ไม่ควรให้ใครต้องมาหัวเราะเยาะ

ก็อยากทำอยู่หรอกค่ะเธอตอบ เอียงหน้าไปมองทางอื่น

แล้วทำไมไม่ทำล่ะเขาท้าอยากจะรู้เหมือนกันว่าทำไมเธอถึงไม่โทรให้คนที่บ้านมารับ

ก็...คุณบอกเองไม่ใช่หรือค่ะ ว่าคุณไม่มีทางปล่อยฉันไปตราบใดที่คุณยังไม่เบื่อฉัน ฉันก็คงไปไหนไม่ได้ ฉันไม่ยอมให้ตัวเองเป็นสินค้าให้ใครมาลากไปมาให้เสียเกียรติหรอก

เธอหยิบยกเหตุผลอื่นมาอธิบายแทนเหตุผลจริงๆ ที่อยู่ในใจ หัวใจของเธอเหมือนกำลังกระทบกระเทือนกับอะไรบางอย่างที่แข็งแกร่งและสามารถทำให้อ่อนไหวได้อย่างง่ายดาย ดวงตาหวานมองทอดออกนอกหน้าต่างรถ ส่วนกรกรวีเองก็ทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถ เหตุผลของเธอถูกต้องทุกอย่างเพราะต่อให้เธอโทรขอให้ใครมารับเขาก็ไม่อนุญาตให้เธอไปแต่ว่า...เหตุผลของเธอมันจี้ใจของเขาจนไม่อาจจะตั้งคำถามอื่นได้อีก ชายหนุ่มขับรถไปตามถนนหนทางในเมืองที่ค่อนข้างเจริญมากแล้ว หญิงสาวนั่งเงียบอยู่ค่อนข้างเจริญมากแล้วนกำลังกระกครมาลากไปมาให้เสียเกียรติหรอก มองดอกไม้ที่ปลูกเต็มสองข้างทางด้วยหัวใจที่เลื่อนลอยจวบจนกระทั่งเขาขับรถมาจอดอยู่หน้าร้านอาหารร้านหนึ่งซึ่งเป็นร้านอาหารของคนไทยที่มาเปิดร้านอยู่ที่นั้นสังเกตได้จากชื่อร้านที่มีเขียนภาษาไทยอยู่ด้านหลังตัวอักษรภาษาอังกฤษ

เธอจะไม่เล่าเรื่องของเธอให้ฉันฟังหน่อยหรือ อรัญยา

เขาเริ่มต้นถามคำถามใหม่หลังจากที่พาหญิงสาวมานั่งยังโต๊ะอาหารหรูและหลังจากสั่งอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวมองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกคุ้นเคย อาจเพราะบรรยากาศแบบไทยๆ และการแสดงที่หยิบเอาวัฒนธรรมของแต่ละภาคมารวมกัน ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มอย่างพอใจกับร้านอาหารที่เขาเลือกพามาในครั้งนี้ ในใจของอรัญยากลับคิดเรื่องเดทแรก ถ้ามันคือเดทแรกของเธอ หญิงสาวคงมีความสุขมาก

คุณอยากรู้เรื่องอะไรล่ะคะ เธอหันไปตอบคำถามเขา เมื่อหญิงสาวไม่รู้ว่าเธอควรเล่าอะไรให้เขาฟังและอย่างไหนที่เขาจำเป็นจะต้องรู้

ก็ ครอบครัวของเธอมีญาติพี่น้องกี่คน และที่บ้านของเธอทำงานอะไรกันบ้าง แล้วเรื่องที่เธอถูกล่อลวงมาขาย พนักเสิร์ฟยกอาหารมาวางไว้บนโต๊ะ หญิงสาวยกน้ำขึ้นมาจิบสักเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไป

ครอบครัวของฉันเป็นครอบครัวที่ไม่ใหญ่มาก มีคุณพ่อ มีพี่ชายและพี่สะใภ้ แต่พี่ชายกับภรรยาของเขาไม่ได้อยู่บ้านเดียวกับฉันนะคะ ฉันอยู่กับคุณพ่อ อยู่ๆ เธอก็นึกถึงบุคคลที่เพิ่งเอ่ยถึง ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาจะออกตามหาเธอบ้างหรือเปล่า

แล้วอาชีพล่ะเขาถามต่อแล้วก็ถูกโวยจากหญิงสาวที่เขาพามากิน

ให้ฉันกินก่อนได้ไหมคะ ตอนนี้ฉันหิวจนตาลายไปหมดแล้ว

เขาทำท่าไม่พอใจในคำตอบของเธอเท่าไรนักแต่ก็ยอมให้เธอได้ทำอย่างที่ขอ อรัญยายิ้มแทนคำขอบคุณก่อนจะลงมือกินอาหารตรงหน้าราวกับเธอหิวโหยมากมายทั้งที่ในใจตอนนี้กำลังคิดถึงบิดาและพี่ชายของเธอ หากจะต้องพูดถึงพวกเขาอีก แน่นอนว่าเธอต้องน้ำตาไหลแน่ เธอฝืนกลั้นหยดน้ำตาเอาไว้ก่อนจะทำท่ากินอย่างเอร็ดอร่อยจนคนที่มองอยู่นั้นถึงกับส่ายหน้าในความหิวของเธอ

ว่ายังไง ไม่เล่าต่อหรือ เขาทวง

ครอบครัวของฉันทำธุรกิจขายรถยนต์ค่ะ

ธุรกิจขายรถยนต์งั้นหรือ เขาออกจะแปลกใจในคำตอบของหญิงสาวหากสิ่งที่เธอพูดเป็นความจริง แน่นอนว่าเขาจะต้องรู้จักครอบครัวของเธอบ้างละในเมื่อเขาเองก็ทำธุรกิจด้านนี้แถมยังติดต่อไปมากับประเทศไทยอยู่บ่อยๆ เขาจะไม่รู้จักครอบครัวเธอได้ยังไง

ค่ะ เป็นธุรกิจหลักของครอบครัว

แล้วพ่อของเธอชื่ออะไร เขาเสี่ยงถามชื่อบิดาของเธอเผื่อบางทีเขาอาจจะรู้จักก็ได้ หญิงสาวมองหน้าเขายิ้มให้เล็กน้อยก่อนมือเล็กจะเผลอสะเพร่าทำแก้วน้ำตกใส่เสื้อ

อุ้ย ชุดฉัน หญิงสาวมองเสื้อผ้าตัวเองที่เลอะน้ำส้มจนต้องรีบขออนุญาตเขาเพื่อไปล้างชุดในห้องน้ำของร้านอาหารโดยมีเขามองมาอย่างเคืองๆ

ผู้หญิงอะไร ซุ่มซ่ามชะมัด

ก็ฉันพลาดไปแล้วนี่ หญิงสาวตอบโต้เขา เธอรู้ตัวดีว่าเป็นคนซุ่มซ่ามมากแค่ไหนแต่เขาก็ไม่ควรมาต่อว่าหรือซ้ำเติมเธออีก

เอาเถอะฉันว่าเธอรีบไปจัดการล้างมันซะก่อนที่เสื้อผ้าของเธอจะเลอะมากกว่านี้

อรัญยาจ้องหน้าเขาอย่างเคืองๆ แต่ก็ยอมทำตามอย่างที่เขาว่าเพราะถึงยังไงถ้าเขาไม่สั่งหญิงสาวก็ต้องไปล้างชุดของเธออยู่ดี ใครมันจะไปอยู่ในชุดเลอะๆ แบบนี้ได้ ร่างเล็กลุกออกไปแล้วทั้งที่เขายังสงสัยในชาติตระกูลของเธอไม่หาย นักธุรกิจที่ทำเกี่ยวกับการขายรถยนต์มีมากก็จริงแต่เขาจะรู้ได้ยังไงว่าหนึ่งในนั้นคนไหนคือบิดาของอรัญยา

            อรัญยาเดินมาถึงห้องน้ำถึงกับปล่อยเสียงโล่งอกออกมา เธอไม่ใช่คนซุ่มซ่ามถึงขนาดจะเอาแก้วที่อยู่ในมือสาดเสื้อตัวเองหากเขาจะสังเกตสักนิดก็คงรู้ว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุแต่มันคือความจงใจที่หญิงสาวเต็มใจจะให้มันเกิด เธอไม่อยากเล่าเรื่องของครอบครัวเธอให้ใครฟังโดยเฉพาะเขา เขาซื้อตัวเธอมาและคิดเพียงว่าเธอเป็นสินค้าของเขาแค่นี้มันทำลายเกียรติของอรุณไพศาลมากแล้ว หญิงสาวไม่อยากให้เขารู้ว่าบิดาของเธอเป็นใครเชื่อว่าเขาต้องหัวเราะเยาะท่านแน่

            กรกรวีนั่งนิ่งรอว่าเมื่อไรหญิงสาวที่หายเข้าไปในห้องน้ำจะกลับเข้ามาเสียทีแต่เหมือนว่าเขาจะรอเก้อ เสี้ยวความคิดหนึ่งย้ำเตือนเขาว่าให้ระวังว่าหญิงสาวจะคิดหนี กรกรวีใจเต้นเมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาลุกพรวดขึ้นมา หยิบเงินจำนวนหนึ่งเอามาวางบนโต๊ะอาหารก่อนจะพาตัวเองเข้าไปตามหาเธอ แต่ไม่ทันจะพ้นจากตรงนั้นร่างหนาก็ปะทะกับหญิงสาวผู้หนึ่งที่เดินสวนทางมา สาวร่างนั้นเกือบจะล้มแต่เพราะเขาช่วยไว้ได้ทันเธอจึงไม่เป็นอะไรมากนอกจากตกตะลึงแต่นั่นมันก็แค่เสี้ยววินาทีเพราะเมื่อได้รู้ว่าใครเป็นคนที่ชนเธอ หญิงสาวก็โผล่กอดเขาอย่างดีใจ

            แดนนี่ คุณจริงๆ ด้วย ดีใจจังเลยค่ะที่เจอคุณที่นี่

            กรกรวีกัดกรามแน่น ให้ตายสิร้านอาหารในฝรั่งเศสมีตั้งมากมายแถมเวลาก็มีออกเยอะแต่ทำไมเขาจะต้องมาเจอกับผู้หญิงคนนี้ด้วย ชายหนุ่มแกะมือของเธอออก ยืนห่างเล็กน้อยเพื่อไม่อยากให้ใครมาเข้าใจผิดหลงคิดว่าเธอคือคนสำคัญของเขา

            แดนนี่ ทำไมถึงทำตัวห่างเหินกับฮันนี่นักล่ะคะ ไม่เอาน่า บังเอิญเจอกันทั้งที ฮันนี่ว่าเราไปหาที่นั่งเงียบๆ คุยกันดีกว่าไหมคะ คอนโดหรือที่บ้านแดนนี่ดี หญิงสาวพูดเชิญชวน เธอ ดีใจที่ได้เจอแฟนเก่าที่คบกันมานาน หญิงสาวไม่ได้ต้องการเลิกกับเขาแต่เพราะเขาดันมาเจอตอนที่เธออยู่กับนายแบบคนหนึ่งซึ่งเป็นแฟนใหม่ของเธอจนกระทั่งหญิงสาวต้องบอกเลิกเขาเพราะเธอคิดว่าแฟนคนใหม่จะดีกว่าเขาแต่ไม่เลยแม้แต่ครึ่งไอ้หมอนั่นมันก็ไม่ได้ครึ่งหนึ่งของแดนนี่เลยและการกลับมาปารีสในครั้งนี้หญิงสาวก็มีความหวังว่าเธอจะสามารถขอคืนดีกับแดนนี่ได้

            ขอโทษนะ ฮันนี่ ผมว่าเราไม่มีอะไรที่ต้องคุยกันแล้ว ตอนนี้ผมเองก็ไม่สะดวกที่จะคุยกับคุณ ขอโทษนะ เขาพูดน้ำเสียงเย็นชาจนฮันนี่ไม่รู้จะทำหน้ายังไง เขาเย็นชาแถมยังไม่สนใจในตัวหญิงสาวซ้ำร้ายยังเดินจากไปอย่างหน้าตาเฉย นี่ถ้าเธอไม่ได้มาเห็นกับตาเธอคงไม่เชื่อว่าแดนนี่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

            พ้นจากร่างของผู้หญิงที่เขาเกลียด กรกรวีออกจะอารมณ์เสียเล็กน้อย เขาไม่น่ามาเจอผู้หญิงคนนั้น คนที่ทำร้ายหัวใจของเขาอย่างไม่มีชิ้นดี ร่างหนาเดินมาคอยอรัญยาอยู่ที่ด้านหน้าทางเข้าสุขาหญิงก่อนจะทำตาเขียวใส่คนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ

            ทำไมถึงไปนาน กะอีแค่ล้างน้ำแค่นี้ทำไมถึงได้นานนัก เขามองเธอราวกับผู้ปกครองที่กำลังใช้ศาลเตี้ยตัดสินความผิดของเธอ

            แค่นี้ที่ไหนกันล่ะ มันโดนไปถึงข้างใน หญิงสาวตอบ แอบรู้สึกเขินกับคำพูดตัวเอง ใบหน้าหวานแดงขึ้นและเขาก็รู้ว่าหญิงสาวกำลังคิดอะไรอยู่

            ช่างเถอะ ฉันอยากออกไปจากที่นี่แล้ว เธอเองก็อิ่มแล้วใช่ไหม อรัญยามองหน้าเขา ออกจะแปลกใจที่กรกรวีทำท่าทางเหมือนจะหนีใครแต่เธอก็ได้แค่คิดเพราะตอนนี้เขากำลังลากตัวเธอให้ออกจากร้านอาหาร แถมยังออกทางประตูหลังอีก หญิงสาวมึนงงกับอาการแสดงของเขาแต่เธอจะทำอะไรได้ขืนถามออกไปมีหวังเขาต้องไม่พอใจแน่แต่...ในส่วนลึกๆ ของเธอก็อยากรู้

            คุณวี คุณหนีใครมา อรัญยาเริ่มถามหลังจากที่เขาพาเธอมาถึงรถและกำลังจะขึ้นรถ นอกจากเขาไม่ตอบเขายังทำเมินเข้าไปนั่งในรถประจำที่คนขับอย่างหน้าตาเฉย อรัญยาเม้มปากนึกไม่ยอมแพ้ ทีเขายังอยากรู้ชีวิตของเธอเลย ร่างเล็กเข้าไปนั่งข้างคนขับหันมาจ้องหน้าเขาอย่างไม่ยอมแพ้

            คุณตอบฉันมาสิคะ ว่าคุณหนีใครมา เจ้าหนี้ เจ้านายหรือเมีย... สิ้นคำพูดเมียเขาก็โผเข้าหาเธอดึงตัวหญิงสาวเข้ามาใกล้ก่อนจะสั่งสอนกับความอวดดีของเธอด้วยการจูบแม้ตอนแรกจะเป็นการจูบเพื่อสั่งสอนเท่านั้นแต่ความอ่อนนุ่มหอมหวานของหญิงสาวทำให้อารมณ์ความโกรธของเขาทลายลง ชายหนุ่มเหลือเพียงความหิวกระหายในรัก อรัญยาที่ไม่คิดว่าตัวเองจะถูกจู่โจมรวดเร็วขนาดนี้ถึงกับอึ้งทึ้งทำอะไรไม่ถูก ศีรษะของเธอที่ถูกชายหนุ่มกดไว้ไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนได้จำต้องลิ้มรสรับกับจุมพิตแสนเร้าร้อนที่กดปากเธอให้สนิท

            ยังอยากจะรู้อีกไหมว่าฉันหนีใครมา เขาถาม ทำหน้าเคร่งเครียดส่งผลให้คนที่เพิ่งถูกเขาจูบมาหมาดๆ ต้องเอียงหน้าไปมองทางอื่น กรกรวีถอนหายใจ ทำไมเขาถึงรู้สึกไม่สบายใจที่เห็นเธอเป็นแบบนี้

            ฉันไม่ได้หนีใครมาทั้งนั้น

แต่พฤติกรรมของคุณมันฟ้อง หญิงสาวโต้แต่ยังไม่ยอมหันหน้ามาคุย

ก็อาจใช่ ถึงฉันจะหนีใครอย่างที่เธอว่าจริงแต่จงมั่นใจว่าฉันไม่มีหนีเมียเพราะฉันไม่เคยมีเมีย เขาเน้นกับคำสุดท้ายก่อนจะสตาร์ทรถแล้วขับออกไป

            อรัญยาที่นั่งเงียบกำลังร้องไห้อยู่ในใจและน้ำตาที่ไหลอยู่ในใจนั้นมันคงมากเกินจนทำให้ต้องทะลักออกมาสู่รอบนอก ใบหน้าหวานที่ยังไม่ยอมหันมามองหน้าเขาเต็มไปด้วยหยดน้ำตาที่ไหลริน หญิงสาวก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเธอถึงต้องร้องไห้เมื่อได้ยินคำนั้น คำพูดที่เขาบอกว่าเขาไม่มีเมีย คำพูดที่เหมือนตอกย้ำสถานะของเธอได้เป็นอย่างดี นั่นสินะ เขาจะมีเมียได้อย่างไร

            กรกรวีหลี่ตามามองสาวที่นั่งข้างๆ ดูเหมือนเธอจะเงียบไป แม้คำพูดของเขาจะดูแข็งๆ แต่เขาก็อยากให้เธอรู้ว่าเขาไม่ได้มีใครไม่ว่าจะเป็นแฟนหรือภรรยา เขามีเพียงเธอคนเดียวที่อาจจะเป็นมากกว่าสินค้าราคาแพงชิ้นนั้น

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ"

ไบคาร์บ/ กรงแก้ว


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha