พิศวาสเถื่อน

โดย: อักษรามณี



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : บทที่ 2 ตัวตนที่แท้จริง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เข้าร่วมกลุ่ม อักษรามณี นิยาย ได้ที่นี่ค่ะ

https://www.facebook.com/groups/731945123609177/ 

 พบกับ เรื่องราวน่าอ่านได้ที่นี่นะคะ

https://www.pageqq.com/…/co…/view/page/cntth1/0-2588146.html

อัพเดทเรื่องน่าสนใจ ฝากรีดเดอร์ที่น่ารักเข้าไปโวตและแชร์ได้เลยค่ะ   -

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


บทที่ 2 ตัวตนที่แท้จริง

 

 

“ขอบใจมากนะ พลอย พลอยน่ะเป็นเพื่อนที่เข้าใจดี้เสมอ แม้แต่เรื่องวันนั้น ดี้ไม่รู้ว่าจะตอบแทนเพื่อนของดี้คนนี้ยังไงให้สมกับความดีของพลอย”

“ไม่เป็นไรหรอกนะ พลอยขอให้ดี้มีความสุขมาก ๆ ก็แล้วกันนะจ๊ะ”

พลอยพิชญาอวยพรเพื่อนที่เธอรักก่อนสัญญาณจะขาดหายไป หญิงสาวเก็บโทรศัพท์และเริ่มว้าวุ่นในหัวใจ พรุ่งนี้เธอต้องเดินทางไปนอร์เวย์ ถ้าได้เจอมาเรียสก็ยังนึกไม่ออกว่าจะบอกเขาเช่นไรว่าดารินมีแฟนใหม่และกำลังจะแต่งงานในเร็ววันนี้

 

พลอยพิชญาคิดว่าคนของเบนที่มาหาเธอถึงอพาร์ตเม้นท์จะนำตั๋วเครื่องบินมาให้ แต่พวกเขากลับพาเธอไปยังสนามบินเพื่อที่หญิงสาวจะเห็นว่ามีเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวเตรียมพร้อมที่นั่นแล้ว เธอพากระเป๋าไปเพียงสองใบเพราะคิดว่าคงอยู่ที่นอร์เวย์เพียงไม่กี่วัน เธอยังคิดถึงเรื่องของดาริน ถ้าได้พบมาเรียสแล้วเธออาจบอกความจริงเพื่อให้เขาทำใจ ในเมื่อเวลานั้นก็ผ่านมาเกือบหนึ่งปีแล้ว

“สวัสดีครับ...คุณพลอย”

ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาทักท่ามกลางบรรยากาศของสนามบินในช่วงเย็นย่ำสนธยาที่แสงสปอร์ตไลต์เริ่มสว่างจ้าไปรอบ ๆ พลอยพิชญาตกตะลึงไปชั่วขณะกับภาพของเบนซึ่งดูหล่อเหลาและสูงสง่าแม้อยู่ในชุดลำลอง เขาเหมือนมาเรียสมาก มากเสียจนคิดว่าเป็นคนคนเดียวกัน

“ค่ะ เบน” ร่างเล็กบอบบางในชุดกระโปรงและสวมแจ็คเก็ตหนาอีกชั้นมองเขาด้วยดวงตาสีน้ำตาลเป็นประกาย ใบหน้านั้นเกลื่อนรอยยิ้มโดยเธอมิได้นึกกังขาใด ๆ ในตัวเขา

“ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกล่วงหน้าว่าผมจะกลับนอร์เวย์พร้อมเครื่องบินส่วนตัว ทุกอย่างเร่งรีบไปหมดจนผมเองกลัวว่าจะไม่ทันเวลา”

“ฉันเสียอีกซีคะที่ต้องขอโทษคุณ” น้ำเสียงของเธออ่อนลงเล็กน้อย  “คุณต้องมาเสียเวลาก็เพราะฉัน คุณคงเป็นห่วงน้องชายของคุณมากจริง ๆ “

รอยยิ้มทรงเสน่ห์จุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาเมื่อได้ฟังคำพูดที่แสดงออกถึงความเกรงอกเกรงใจ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมยินดีและพร้อมเสมอหากสิ่งนั้นเป็นความต้องการของมาเรียส...ขึ้นเครื่องกันเถอะครับ นักบินของผมพร้อมแล้ว”

ชายหนุ่มก้มลงหยิบกระเป๋าก่อนทำให้หญิงสาวรู้สึกร้อนผะผ่าวด้วยการจูงมือเธอก้าวขึ้นบันไดเครื่องบินราวกับเป็นคู่รัก พลอยพิชญาถึงกับตื่นตะลึงเมื่อเข้าไปด้านใน มันเป็นเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวที่มีความหรูหรามากเสียจนหญิงสาวเริ่มสงสัยว่า เบน คริสเตียนเซน ทำธุรกิจอะไรถึงได้ร่ำรวยขนาดมีเครื่องบินหรูแบบนี้

เธอรู้จักก็แต่แฝดผู้น้องของเขาในฐานะนักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์ที่มีความสัมพันธ์เป็นคู่รักของเพื่อนสนิท แต่เธอไม่รู้จักภูมิหลังของมาเรียสและเริ่มแคลงใจตัวเองว่าตัดสินใจเร็วไปหรือไม่ที่ตามคนแปลกหน้าไปต่างประเทศแบบนี้

แต่เบนคือพี่ชายของมาเรียส...เธอมองในแง่ดีว่าเขาก็แค่พี่ชายที่ห่วงน้องตัวเองมากก็เท่านั้น ช่างมันเถอะ...เธอไม่อยากใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พลอยจะทำให้การเดินทางต้องมีอันสะดุด

“หนาวหรือเปล่าครับ...คุณพลอย?”

เบนถามขึ้นเมื่อเครื่องบินทะยานขึ้นจากรันเวย์มาอยู่ในระดับความสูงของการบินปกติ ภาพทิวทัศน์นอกหน้าต่างมืดลงทุกขณะหากแต่หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดเมื่อร่างสูงใหญ่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขานั่งชิดเธอมากบนเบาะตัวเดียวกันและความเป็นห่วงเป็นใยจากแววตาสีน้ำเงินเป็นประกายคู่นั้นก็ช่างมีเสน่ห์สะกดใจ

“ไม่ค่ะ...อากาศในนี้กำลังสบาย แล้วคุณล่ะคะ?”

“ผมชินแล้วครับ เพราะต้องเดินทางข้ามประเทศอยู่บ่อย ๆ “

“เดินทางข้ามประเทศหรือคะ?”

“ครับ...ผมต้องติดต่อลูกค้าเพราะมีโรงงานแปรรูปอาหารทะเลเล็ก ๆ อยู่บนเกาะสกรูวา มันเป็นเกาะเล็ก ๆ ในหมู่เกาะโลโฟเตน อยู่ทางเหนือของนอร์เวย์ จริง ๆ แล้วผมไม่ค่อยได้อยู่บ้านหรอกครับ แต่หลังจากเกิดอุบัติเหตุกับมาเรียส ผมก็เลยไม่ค่อยได้ไปไหน”

“คุณคงดูแลเขาตลอดเลยซีนะคะ”

“ครับ...ผมอยู่กับเขาตลอด มาเรียสน่ะเป็นคนสนุกสนานจนบางครั้งออกจะใจร้อนด้วยซ้ำ แต่เมื่อเกือบสองปีที่แล้วที่เขาไปอยู่เมืองไทยเราก็แทบไม่ได้ติดต่อกันเลย...เอ้อ...ไม่ทราบว่าคุณพลอยทำงานอยู่ที่รีสอร์ทนั่นนานแล้วหรือครับ?”

“ค่ะ...พลอยอยู่ที่วันเดอร์ฟูล รีเวอร์ รีสอร์ทมาสองปีแล้วค่ะ ผู้จัดการใจดีมาก เมื่อคืนพลอยบอกว่าจะขอลางานไปต่างประเทศหนึ่งสัปดาห์เขาก็ไม่ว่าอะไรค่ะ”

“หนึ่งสัปดาห์หรือครับ...คุณอาจอยู่นานกว่านั้นก็ได้”

พลอยพิชญาย่นคิ้ว ทว่าเพียงครู่น้ำเสียงที่เข้มขึ้นของเขาก็เบาลง

“เอ้อ...ผมหมายถึงมาเรียสอาจต้องการเวลาในการเยียวยาความรู้สึกนานกว่าหนึ่งสัปดาห์”

“ฉันคงอยู่นานกว่านั้นไม่ได้หรอกค่ะ คือ...ฉันมีภาระต้องส่งเงินกลับไปให้ทางบ้าน ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ค่ะ เบน ถ้าฉันจะมีเวลาอยู่ดูแลน้องชายของคุณได้ไม่นาน”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ”

ชายหนุ่มจับมือเรียวบางมากุมไว้ หญิงสาวเผลอบีบมือแกร่งของเขาเบา ๆ ในช่วงจังหวะที่เครื่อง บินตกหลุมอากาศเล็ก ๆ เบนทำให้เธอหายใจติดขัดเพราะยิ่งอยู่ใกล้ ๆ ก็ยิ่งร้อนข้างในอย่างบอกไม่ถูก เขาตัวโตกว่าเธอมากและใบหน้าที่ยิ่งกว่าหลุดออกมาจากเบ้าหลอมเดียวกับมาเรียสก็ทำให้เธอเหมือนตกอยู่ในภวังค์ฝัน

กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่กำจายมาจากตัวเขาเหมือนเกรปฟรุต บางเบาแต่ก็บ่งบอกความเป็นชาย ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้ เขาทำให้เธอตัวแข็งเหมือนขนมผิงเลยทีเดียว

“ไม่ว่าคุณจะอยู่กับเรานานแค่ไหน แต่อย่างน้อยที่สุดคุณก็กำลังจะไปถึงที่นั่นแล้ว”

น้ำเสียงนั้นเยือกเย็น หนุ่มนอร์วีเจียนสูดกลิ่นไอจากเส้นผมยาวดำขลับราวกับจะซึมซับทุกอย่างไว้ ทุกอย่างที่เป็นพลอยพิชญา จดจำเอาไว้ทั้งร่างกายและวิญญาณของเธอ

 

ในที่สุดหญิงสาวก็เดินทางมาถึงที่อยู่ของ เบน คริสเตียนเซน หลังเดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ตและต้องเดินทางออกไปสู่เขตแดนของทะเลนอร์วีเจียนจนถึงหมู่เกาะโลโฟเตนซึ่งอยู่ไกลขึ้นไปทางเหนือของนอร์เวย์ มันดูคล้ายโลกที่แปลกแยก เต็มไปด้วยโขดหินขรุขระเรียงต่อกันเป็นลูกโซ่ทำให้รู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในโลกแห่งเทพนิยาย

ทว่าเมื่อไปถึงเกาะสกรูวา พลอยพิชญาก็ได้เห็นภาพอันตระการตาของท้องทะเลและเกาะแก่งซึ่งรุ่มรวยด้วยความงามตามธรรมชาติ ที่ซึ่งท้องน้ำเป็นสีน้ำเงินเข้มจัดตัดกับผืนน้ำสีเทอร์ควอยซ์ซึ่งเต็มไปด้วยแก่งหินบนที่ราบรอบเกาะ

เบน พาเธอไปถึงที่อยู่ของเขาซึ่งเป็นบ้านสองชั้นสีขาวริมหาด มันไม่ใช่บ้านหรูหราแต่ได้รับการตกแต่งแบบเรียบ ๆ แต่ดูดี และมีสีสันเล็กน้อยด้วยสนามหญ้าหน้าบ้าน ชายสองคนที่ติดตามเขาและเธอมาจากเมืองไทยช่วยกันหอบหิ้วสัมภาระซึ่งมีเพียงกระเป๋าของพลอยพิชญาแค่สองใบเท่านั้นก่อนนั่งเรือเล็กแล่นห่างออกไปจากหาดทรายที่มีเพียงบ้านสองชั้นอันโดดเดี่ยว

“เบนคะ...เอ้อ..”

หญิงสาวหันไปทางชายหนุ่มที่เดินลิ่วไปหยุดตรงหน้าระเบียงบ้าน ที่นั่นหญิงร่างสูงผอม ผมสีบลอนด์เงินและหน้าตากร้านแดดทำให้คาดเดาอายุว่าน่าจะอยู่ที่ราว ๆ สามสิบห้าอยู่ในชุดกระโปรงสีมอ ๆ ยืนรอรับกระเป๋า ทว่าเบนกลับวางมันลงแล้วกล่าวว่า

“ขอบใจมากนะ ออรูร่า...แต่วันนี้เธอไม่ต้องอยู่เฝ้าที่นี่หรอก ฉันให้เธอกลับบ้านได้”

หญิงคนนั้นเหลือบมองข้ามไหล่ของร่างสูงไปยังหญิงสาวร่างเล็กผิวขาวในชุดกระโปรงสวมทับด้วยเสื้อแจ็คเก็ตก่อนพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้

“ค่ะ...เบน แล้วจะให้ฉันมาอีกเมื่อไหร่คะ?”

“ฉันจะบอกเธอเอง”              

เบนตอบสั้น ๆ ก่อนหญิงคนนั้นจะปลีกตัวกลับไป ชายหนุ่มก้มลงหยิบกระเป๋าและหันกลับมาทางพลอยพิชญาอีกครั้ง

“ออรูร่าเป็นคนที่คอยดูแลบ้านหลังนี้ตอนผมไม่อยู่ เธออยู่ไกลจากที่นี่ไปอีกฝั่งของเกาะ สามีของเธอเป็นชาวประมง...เข้ามาข้างในเถอะ”

ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก พลอยพิชญามองไปรอบ ๆ อย่างตื่นใจ เธอไม่เคยเห็นทัศนียภาพที่ไหนสวยเท่ากับที่นี่ ดูลี้ลับคล้ายดินแดนมหัศจรรย์ที่ถูกแอบซ่อนไว้ที่โพ้นทะเล

หญิงสาวสูดลมหายใจลึกก่อนเดินตามร่างสูงเข้าไปในบ้านซึ่งการตกแต่งภายในก็ดูเรียบ ๆ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเป็นสีขาวกลมกลืนกับพื้นไม้และผนังสีครีม

“ห้องของมาเรียส...อยู่ชั้นบน”

เขาวางกระเป๋าลงและหันมาบอก ร่างเล็กบอบบางก้าวขึ้นบันไดซึ่งทอดตัวขึ้นไปสู่ชั้นสอง

“นั่น...ห้องของเขา”

เสียงกังวานชัดถ้อยดังอยู่เบื้องหลังนำทางให้เธอผลักบานประตูของห้องที่อยู่สุดทางเดินเข้าไปด้านใน แต่แล้วรอยยิ้มบนใบหน้าหวานกลับจางหาย เรื่องที่เธอเตรียมไว้เพื่อบอกกับคนที่ตั้งใจมาพบก็สูญสลายไปด้วย เพราะภายในนั้นมีเพียงเตียงว่างเปล่าและเก้าอี้หนึ่งตัว

“เบน!

หญิงสาวหันมาทางชายหนุ่มที่ปิดประตูลงกลอนพอดี ใบหน้าคร้ามคมจับจ้องมายังเธอ แต่ไม่หลงเหลือคราบของความอบอุ่นอีกต่อไป

“เบน...นี่มันหมายความว่ายังไง ไหนคุณบอกว่ามาเรียสอยู่ที่นี่”

พลอยพิชญาถามทว่ากลับเห็นแค่รอยยิ้มยกขึ้นบนมุมปากหยัก

“ใช่...มาเรียส เคย อยู่ที่ห้องนี้ ผมไม่ได้โกหกคุณสักหน่อย พลอยพิชญา”

“คุณกำลังเล่นตลกอะไรอยู่คะ เบน...คุณก็เห็นว่าห้องนี้ไม่มีใคร บอกฉันมาเถอะค่ะว่ามาเรียสอยู่ที่ไหนกันแน่”

“ผมไม่ได้เล่นตลก ที่ผมพาคุณมาที่นี่ก็เพื่อให้คุณได้รับรู้ความจริงเกี่ยวกับน้องชายของผม!

น้ำเสียงลุ่มลึกนั้นแปรเปลี่ยนเป็นหน่วงหนัก ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้จนพลอยพิชญาถอยหลังไปติดผนัง

“เบน...ความจริงเกี่ยวกับมาเรียส มันคืออะไรกันคะ”

หญิงสาวเสียงสั่น ความกลัววิ่งพล่านตั้งแต่ศีรษะไปจนถึงปลายเท้า เธอได้ยินเขาขบกรามดังกรอดก่อนกระชากแขนเรียวจนเซเข้าไปหาอกกว้าง

“คุณไม่ควรตั้งคำถามนี้กับผม พลอยพิชญา!  คุณแกล้งไม่รู้หรือไม่รู้จริง ๆ ว่ามาเรียสน้องชายของผมไม่ได้อยู่บนโลกนี้อีกต่อไปแล้ว!

ทันทีที่เขาพูดจบพลอยพิชญาก็ถึงกับตาเบิกกว้าง เรียวปากอ้าค้างด้วยนึกไม่ถึงว่าจะได้ยินสิ่งที่ไม่คาดคิด

“ไม่จริง! “  ร่างบางส่ายหน้าและน้ำตาเริ่มริน “มันจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อเขาถูกส่งกลับมารักษาตัวที่นี่”

“นั่นเป็นสิ่งที่คุณคิด!

เบนเหวี่ยงร่างเล็กลงบนเตียง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นขณะชี้หน้าหญิงสาวซึ่งขยับลุกขึ้นนั่ง

“มาเรียสจะไม่เป็นอะไร เขาจะไม่บาดเจ็บอาการสาหัสและต้องตายถ้าคนที่ขับรถพาเขาไปคืนนั้นไม่ใช่คุณ!

คำคาดโทษนั้นยิ่งกว่าดาบฟันลงกลางแสกหน้า พลอยพิชญาชาไปหมดทั้งตัวและรู้สึกแน่นในอกจนแทบอยากจะสำลัก ความกลัวและความเสียใจปนเปในความสับสน ถึงเวลานี้เธอจะแก้ตัวอะไรไม่ได้อีกแล้วนอกจากต้องรับฟังเสียงคำรามของเทพบุตรที่กลายเป็นซาตานกำลังพิพากษาเธออยู่ตรงหน้า

“พลอยพิชญา...คุณคือฆาตกรที่ฆ่าน้องชายของผม ผมไม่เคยลืมและจดจำได้ดีในวันที่รับโทรศัพท์จากเมืองไทยแจ้งว่ามาเรียสประสบอุบัติเหตุรถเสียหลักชนต้นไม้”

“เบน...”

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

" เบน คริสเตียนเซน จะไม่ยอมสูญเสียน้องชายฝาแฝดของเขาไปโดยไม่ได้ลากตัวคนผิดมาลงโทษ "

อักษรามณี


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha