พิศวาสเถื่อน

โดย: อักษรามณี



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : บทที่ 5 ทาสพิศวาส


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เข้าร่วมกลุ่ม อักษรามณี นิยาย ได้ที่นี่ค่ะ

https://www.facebook.com/groups/731945123609177/ 

 พบกับ เรื่องราวน่าอ่านได้ที่นี่นะคะ

https://www.pageqq.com/…/co…/view/page/cntth1/0-2588146.html

อัพเดทเรื่องน่าสนใจ ฝากรีดเดอร์ที่น่ารักเข้าไปโวตและแชร์ได้เลยค่ะ   -

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทที่ 5 ทาสพิศวาส

 

“เอ้อ...ค่ะ...” หญิงสาวตอบและยิ้มแหย ๆ

“เบนให้ฉันเอาชุดมาให้คุณค่ะ และให้คุณรีบอาบน้ำแต่งตัว เสร็จแล้วฉันจะพาคุณไปที่ตากปลาค้อดอีกฝั่งของเกาะค่ะ”

“อาบน้ำหรือคะ? แต่ในนี้ฉันไม่เห็นมีห้องน้ำเลยนี่คะ”

“ต้องไปอาบที่บ่อน้ำค่ะ มีบ่อเล็ก ๆ อยู่ใกล้กระท่อม เดี๋ยวฉันจะพาคุณไป”

“คะ...เอ้อ...ค่ะ”

พลอยพิชญาพยักหน้าหงึก ๆ เป็นเชิงรับรู้ขณะที่อีกฝ่ายยังยิ้มให้ ออรูร่ากล่าวต่อว่า

“โชคดีนะคะที่ตอนนี้สกรูวาอยู่ในช่วงฤดูร้อน ถ้าเป็นฤดูหนาวล่ะก็จะลำบากเพราะน้ำริมทะเลจะเป็นน้ำแข็ง อากาศก็หนาวอย่าบอกใครเลยค่ะ”

ภรรยาชาวประมงซึ่งมีใบหน้ากร้านแดดใต้กรอบผมสีบลอนด์เงินกล่าวอย่างอารมณ์ดีและมองหญิงสาวชาวไทยหน้าตาสะสวยและตัวเล็กบอบบางขณะเก็บซ่อนความกังขาไว้ในส่วนลึก เธอพาพลอยพิชญาไปอาบน้ำที่บ่อและให้เสื้อผ้าซึ่งเจ้านายของเธอฝากมาแก่สาวไทยได้สวมใส่

มันเป็นเสื้อเชิ้ตและแจ็คเก็ตมีฮู๊ดตัวใหญ่พร้อมทั้งกางเกงผ้าฝ้ายซึ่งค่อนข้างหลวมกับถุงมือเนื้อหนาอีกหนึ่งคู่ พลอยพิชญาเหมือนตุ๊กตาในชุดใหญ่โพรกที่ต้องเดินตามออรูร่าต้อย ๆ ไปยังอีกฝั่งของเกาะตามคำบัญชาของ เจ้านาย

“ฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดเลยล่ะค่ะที่เราจะทำปลาค้อดตากแห้ง มันเป็นสินค้าส่งออกเก่าแก่ที่สุดของนอร์เวย์ เราสืบทอดอาชีพนี้มาตั้งแต่สมัยชาวนอร์ส”

หญิงชาวเกาะอธิบายขณะพาคนของ เจ้านาย เดินเลียบไปตามชายฝั่งท่ามกลางแสงแดดขมุกขมัวแม้อยู่ในฤดูร้อน

“แถวนี้มีวาฬเยอะด้วยใช่ไหมคะ?”

พลอยพิชญาถามขึ้นขณะเดินตามผู้หญิงตัวโตกว่าที่ก้าวยาว ๆ ออรูร่าพยักหน้าหงึก ๆ

“ค่ะ...วาฬมิงก์ ช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงฤดูล่าวาฬของพวกผู้ชาย อาจจะจับได้มากถึงสามสิบหรือสี่สิบตัว”

“เขาไม่กลัวกันหรือคะ ออรูร่า”

“ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกนะคะ ก็แค่ล่าวาฬ ปลาที่มันตัวใหญ่กว่าปลาทั่วไปเท่านั้นเอง”

“มันเคยกินชาวประมงเข้าไปบ้างรึเปล่าคะ?”

ออรูร่าหยุดเดิน เธอขมวดคิ้วและดูงง ๆ กับคำถามของสาวไทย แต่เพียงครู่ก็ยิ้มออกมา

“คุณพลอยคงไปได้ยินใครพูดอะไร หรือได้ฟังเรื่องในตำนานเกี่ยวกับน่านน้ำของหมู่เกาะโลโฟเตนมาแน่เลย ฟังไว้ก็ได้ค่ะ เรื่องเล่าหรือตำนานเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้น แต่เรื่องบางเรื่องพวกผู้ใหญ่ก็เอาไว้ใช้หลอกเด็กที่ชอบเล่นซุกซน”

หลอกเด็ก...พลอยพิชญานึกโมโหขึ้นมาเมื่อนึกถึงคำพูดของเบน

“ถ้าคุณรู้จักพวกวาฬที่มีชุกชุมในน่านน้ำแถบนี้ แค่คุณว่ายเร็วก็จะไปถึงฝั่ง แต่ถ้าว่ายช้าอาจจะโดนมันทั้งฝูงไล่ล่าและกลืนเข้าไปแทนคริลล์เล็ก ๆ “

ออรูร่าเป็นคนที่นี่และไม่มีท่าทีตื่นกลัวเรื่องอย่างที่เบนเล่าสักนิด คนอะไรเลือดเย็นแถมยังเจ้าเล่ห์เป็นที่สุด

“ไปกันเถอะค่ะ ฉันจะพาคุณไปตามคำสั่งของเบน“

“ออรูร่า” พลอยพิชญารั้งแขนอีกฝ่ายก่อนถาม “บอกฉันหน่อยได้ไหมคะว่า เจ้านายของคุณเป็นใครกันแน่”

“เบนน่ะหรือคะ?” ออรูร่าเงียบไปชั่วอึดใจก่อนตอบ

“เขาเป็นเจ้าของบริษัทแปรรูปอาหารทะเลรายใหญ่ที่มีคุณูปการตอเกาะนี้มากค่ะ บริษัทของเขามีโรงงานแปรรูปอาหารทะเลใหญ่ที่สุดขอนอร์เวย์ เบนรับซื้อเนื้อวาฬซึ่งจริง ๆ รัฐบาลมีการสั่งห้ามล่าในเชิงพาณิช แต่มันก็ยังเป็นสิ่งที่ชาวประมงในหมู่เกาะแถบนี้ทำกันอยู่ เขาช่วยพวกเราค่ะ และฉันจะพาคุณไปในที่ที่ถือได้ว่าเป็นลมหายใจของชาวประมงบนเกาะนี้”

ออรูร่าดึงมือหญิงสาวให้เดินตามไปจนถึงบริเวณที่ทำให้สาวไทยตื่นตะลึง ข้างหน้าของคนทั้งสองมีแผงไม้เรียงรายซึ่งดู ๆ แล้วน่าจะกินเนื้อที่หลายพันตารางเมตร คนงานทั้งหญิงและชายกำลังช่วยกันนำปลาค้อดขึ้นตากบนแผงไม้เหล่านั้นอย่างขะมักเขม้นท่ามกลางแสงแดด

“มาทางนี้เถอะค่ะ”

ออรูร่าดึงมือพลอยพิชญาเข้าไปใกล้ ๆ โดยที่ไม่มีใครหันมาให้ความสนใจหรือสังเกตว่ามีใครใหม่เข้ามา

“เบนให้ฉันพาคุณมาที่นี่เพื่อทำงานค่ะ”

“งานหรือคะ?”

ออรูร่าพยักหน้า “ใช่ค่ะ...ฉันจะสอนให้คุณตากปลาค้อดนะคะ และสิ่งนี้ล่ะค่ะคือสิ่งที่ช่วยต่อลมหายใจของพวกเราชาวประมง สวมถุงมือซีคะ”

พลอยพิชญาทำตามอย่างว่าง่าย เธอสวมถุงมือตามคำแนะนำของสาวชาวเกาะและนำปลาค้อดซึ่งวางกองสูงพะเนินผูกเชือกที่หางรวมกันเป็นคู่ก่อนนำไปแขวนบนแผงไม้

งานที่เธอไม่เคยทำออกจะยากลำบาก เธอต้องใช้เวลาค่อนข้างนานเพื่อเรียนรู้การใช้เชือกผูกหางปลาและเอาขึ้นแขวนอย่างเชื่องช้าทีละคู่  บ่อยครั้งที่หญิงสาวเหลือบมองคนงานผู้ชายตัวโตซึ่งก้มหน้าก้มตาทำงานด้วยความชำนิชำนาญก็ให้รู้สึกทึ่ง

“คนพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นคนงานอพยพค่ะ”

ออรูร่ากล่าวขณะร้อยหางปลาสองตัวด้วยเชือกอย่างรวดเร็ว

“พวกเขาต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเพราะช่วงเวลาขุดทองของเรามีน้อย”

“ช่วงขุดทองหรือคะ?” สาวไทยย่นคิ้วสงสัย

“ค่ะ..มันจะกินเวลาประมาณสามเดือนในแต่ละปี จะมีปลาค้อดแอตแลนติกนับล้านตัวอพยพจากทะเลแบเร็นตส์ลงใต้มาวางไข่ตามพืดหินใต้น้ำแถบหมู่เกาะที่เราอยู่ค่ะ โลโฟเตนเป็นหมู่เกาะที่พาดผ่านจุดที่เราทำประมงได้มากที่สุด และที่สำคัญที่นี่ยังมีภูมิอากาศเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบสำหรับการทำปลาตากแห้ง ถ้าคุณพลอยมาอยู่ที่นี่ก็ต้องหัดกินปลาค้อดตากแห้งนะคะ มันเก็บไว้ได้นานและมีโภชนาการสูงมาก”

พลอยพิชญารับฟังด้วยความรู้สึกทึ่ง เธอยกฮู๊ดเสื้อขึ้นคลุมศีรษะเมื่อรู้สึกถึงความร้อนจากแดดที่ลามเลียก่อนลงมือทำงานใหม่โดยไม่ปริปากบ่นแม้แต่น้อย

ออรูร่าสอนเธออย่างใจเย็นและดูเหมือนสาวชาวเกาะมีความอดทนเป็นเลิศขณะที่สาวไทยเริ่มอ่อนล้าเมื่อเวลาผ่านไปค่อนวัน ปลาค้อดแอตแลนติกตัวไม่ใหญ่ก็จริงแต่ปริมาณมหาศาลที่ต้องทำขึ้นตากเป็นตัวแปรสำคัญของความเหน็ดเหนื่อยสำหรับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ สาวไทยก้ม ๆ เงย ๆ ทำอยู่เช่นนั้นจนเวลาล่วงไปจบหนึ่งวัน

“คุณพลอยคะ กลับได้แล้วล่ะค่ะ”

ออรูร่าเดินเข้ามาพร้อมยื่นของในมือให้หญิงสาว

“อะไรหรือคะ...ออรูร่า”

“ปลาค้อดตากแห้งกับขนมปังค่ะ ฉันให้คุณเอากลับไปไว้กินที่กระท่อม”

ร่างเล็กบอบบางรับของจากมืออีกฝ่ายและยิ้มให้ ใบหน้านั้นแดงก่ำเพราะโดนแดด แต่ออรูร่าก็รู้สึกในทันทีว่าพลอยพิชญาเป็นผู้หญิงที่สวยมาก

“จะให้ฉันไปส่งไหมคะ?” หญิงชาวเกาะถามเมื่อเห็นร่างแน่งน้อยลุกขึ้นยืน

“ขอบคุณค่ะ แต่ไม่เป็นไร ฉันเดินกลับเองได้ค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็รีบกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะนะคะ เพราะพรุ่งนี้คุณต้องมาที่นี่อีก”

“ค่ะ...ออรูร่า ขอบคุณมากนะคะถ้ายังไงพรุ่งนี้ฉันก็จะมาที่นี่เองค่ะ”

พลอยพิชญารวบรวมของไว้ในมือก่อนลุกขึ้นและเดินจากมาโดยมีสายตาสงสารปนเคลือบแคลงของออรูร่ามองตาม

เป็นเวลาค่ำแล้ว แต่สำหรับดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืนทุกอย่างรอบตัวก็ยังคงสว่างไสวราวกับนี่ไม่ใช่ราตรีกระนั้น หญิงสาวเดินกลับมาถึงกระท่อมอย่างเหนื่อยอ่อน แต่แล้วเธอก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นแสงไฟสว่างวาบออกมาจากที่พัก

พลอยพิชญาค่อย ๆ แง้มประตูเข้าไปแล้วต้องยืนตัวแข็งเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่นั่งอยู่บนเตียงและแสงไฟที่เธอเห็นก็มาจากเตาเหล็กตรงกลางห้อง เบนนั่งในท่าประสานมือไว้ที่คางเหลือบมองก่อนถาม

“ไง...งานวันแรก สนุกมั้ย?”

น้ำเสียงนั้นเจือด้วยความเหยียดเยาะ หญิงสาวยังยืนนิ่งที่ประตูไม่ยอมไหวตัว ทว่าเผลอกำของในมือแน่นเมื่อความหวาดกลัวแล่นปราดขึ้นมา

ร่างสูงใหญ่หยัดตัวขึ้นยืนและก้าวมาหยุดตรงหน้า พลอยพิชญารีบหรุบเปลือกตาลงต่ำและรู้สึกปั่นป่วนในอกอย่างช่วยไม่ได้

“ตากปลาค้อด มันเป็นงานของชาวประมง อาจจะหนัก แต่ผมคิดว่ามันเหมาะกับคนอย่างคุณ!

“เบน!

พลอยพิชญาตกใจจนของหล่นจากมือเมื่อไวกิ้งหนุ่มกระชากไหล่จนเธอเซเข้าหาตัวเขาก่อนประตูจะถูกปิดและลงกลอน

“เบน...ปล่อยนะคะ ฉันเหนื่อยมาพอแล้ว”

“แค่ตากปลาค้อดคุณคงจะเหนื่อยไม่ถึงตายหรอก ผมไม่เคยเห็นชาวประมงตนไหนเหนื่อยตายเพราะทำงานหนัก”

“แต่ฉันก็ต้องการเวลาพักผ่อนนะคะ มันอาจไม่ใช่งานหนักสำหรับพวกคุณ แต่สำหรับฉันยังไม่ชินค่ะ”

“คุณเป็นทาสผม ไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรทั้งสิ้น!

เบนผลักหญิงสาวจนหลังกระแทกฝาก่อนดันตัวเข้าไปชิด กลิ่นเหงื่อบนร่างสาวกระตุ้นความรู้สึกบางอย่างในตัวของชายหนุ่ม มันเป็นความพลุ่งพล่านที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อคืน เขาคิดถึงรสหอมหวานบนเรือนร่างกลมกลึง นึกถึงความนุ่มนิ่มในทุกสัดส่วนที่ได้สัมผัส ยิ่งได้รู้ว่าพลอยพิชญาไม่เคยผ่านมือใครก็เกิดความใคร่ได้เป็นเจ้าของ

“แต่ถ้าอยากให้ผมเห็นใจ คุณก็ต้องสนองในสิ่งที่ผมต้องการ”

“ฉันทำให้คุณได้ทุกอย่างค่ะเบน แต่คุณต้องให้เวลาฉันพักบ้าง ฉันแค่ขอร้อง”

“คิดว่าผมจะสงสารคุณรึไง คุณไม่มีวันหลุดพ้นไปจากเกาะนี้จนกว่าทุกอย่างในตัวคุณจะทรุดโทรมจนใช้การอะไรไม่ได้อีก”

“ตอนนี้ฉันก็เป็นอย่างที่คุณต้องการแล้วนี่คะ ฉันต้องอยู่ที่นี่โดยไม่มีอิสรภาพ ฉันทำงานตามที่คุณสั่งมันยังไม่พออีกหรือคะ”

“แต่มีอีกอย่างที่คุณต้องทำ นั่นคือการเป็นนางบำเรอทุกเวลาที่ผมต้องการ”

เบนไม่ปล่อยช่องว่างให้เธอหยุดคิด ใบหน้าคร้ามคมฉกวูบลงไปบนใบหน้าหวานและบดขยี้ริมฝีปากนุ่มบางด้วยปากของเขา ลิ้นร้อนตวัดไปทั่วในอุ้งปากอย่างจาบจ้วงในขณะที่มือหนานักล้วงลึกเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ต

หญิงสาวมีอาการขัดขืนชั่วครู่ก่อนที่จะเริ่มอ่อนลงเพราะอ่อนแรง ความเหนื่อยเพลียจากกรำงานมาทั้งวันทำให้ต้องยินยอมในที่สุด ลิ้นเล็กสนองกลับด้วยการดูดดุนปลายลิ้นหนา

ร่างแน่งน้อยกระตุกเบา ๆ เมื่อมือของเขาล้วงลึกเข้าไปสัมผัสใต้ฐานของปทุมถันกลมกลึง เบนชะงักไปเล็กน้อยแต่ยังไม่ยอมถอนริมฝีปาก สาวไทยร่างเล็กทำให้เขาตื่นเต้นเพราะใต้เสื้อเชิ้ตนั่นปราศจากบราเซีย

“พลอย...คุณคงรู้ว่าผมจะมา เลยคิดจะยั่วผมว่างั้น”

เบนกระซิบกระซาบขณะเลื่อนมือขึ้นไปกอบกุมทรวงอกแน่นตึงข้างหนึ่ง หญิงสาวถูกเขาเร่งเร้าด้วยปลายนิ้วชำนาญที่เขี่ยเบา ๆ บนเม็ดเบอร์รี่แข็งเป็นไต แต่เธอก็ยังกัดฟันเถียงเขาด้วยเสียงอันเบาแสนเบา

“ฉันไม่ได้ยั่วคุณนะคะ เบน...ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณจะมาที่กระท่อมเก่า ๆ นี่ หรือถ้าฉันรู้ล่วงหน้า ฉันอาจจะไม่กลับมาเลยก็ได้”

“อ้อ...งั้นรึ แต่คุณไม่มีวันขัดคำสั่งผม อย่างน้อยก็ตอนนี้”

“อ๊ะ...เบน”

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

" เบน คริสเตียนเซน จะไม่ยอมสูญเสียน้องชายฝาแฝดของเขาไปโดยไม่ได้ลากตัวคนผิดมาลงโทษ "

อักษรามณี


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha