พิศวาสข้ามคืน

โดย: รัชริล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : รอเวลาเชือด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

นิโคไลเดินทางมาถึงวิลล่าตากอากาศส่วนตัวตั้งแต่ตอนเช้ามืด

เขาซื้อวิลล่าหรูแห่งนี้ไว้เมื่อสองปีก่อนในราคากว่าสองร้อยห้าสิบล้านบาท อาจฟังดูแพงจนบ้าเลือด แต่เมื่อเทียบกับทำเลที่ตั้งบนเนื้อที่หนึ่งเอเคอร์และตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือหาดสุรินทร์ ซึ่งสามารถมองเห็นความสวยงามของทะเลอันดามัน และหาดบางเทา รวมถึงชายทะเลฝั่งตะวันตกของเกาะภูเก็ต มีพื้นที่ใช้สอยทั้งกลางแจ้งและในร่มกว่าสองพันตารางเมตร ประกอบไปด้วยบ้านพักสองหลัง รวมกันทั้งหมดเจ็ดห้องนอน ทุกห้องมีห้องน้ำอยู่ในตัว ห้องนอนสี่ห้องมีระเบียงส่วนตัวพร้อมซีวิว และมีสระวายน้ำแบบอินฟินิตี้สองสระ ที่หันหน้าออกสู่ทะเล ข้างๆ กันมีศาลาแบบบาหลีที่ปูด้วยเบาะหนานุ่มสำหรับ นวดตัว หรือจะชมวิวก็ตามแต่ต้องการ

ภายในบ้านยังมีห้องสนุกเกอร์ ห้องโฮมเธียร์เตอร์สำหรับดูหนังฟังเพลงด้วยจอหนังขนาดใหญ่ยักษ์เทียบกับโรงหนังขนาดย่อม ที่ให้ภาพชัดเจนแจ่มแจ๋ว พร้อมพรั่งด้วยชุดเครื่องเสียงชั้นดี มีห้องออกกำลังกายที่ครบครันอุปกรณ์ฟิตเนสสั่งนำเข้าจากอเมริกาทั้งหมด หรือหากอยากทบทวนวงสวิงก็มีกรีนซ้อมชิปและพัตต์ขนาดห้าสิบเมตร แต่ก็ยังเหลือพื้นที่สนามหญ้าสีเขียวเอาไว้ให้ผ่อนคลายสบายสายตา

ในบ้านมีบาร์เครื่องดื่มสำหรับจัดงานปาร์ตี้ มีครัวขนาดใหญ่ที่ทันสมัย แยกทั้งครัวไทยและครัวยุโรปเป็นสัดส่วน วิลล่าหลังนี้ได้รับการออกแบบจากอินทีเรียชาวฮ่องกงตกแต่งออกมาอย่างหรูหราระดับไฮเอนด์ เลือกสรรเฟอร์นิเจอร์เพื่อให้ออกมาผสมผสานกันระหว่างความเป็นตะวันตกและตะวันออก แวดล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงาม มีจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่แสนจะโรแมนติก

โดยมีแม่บ้านและคนงานที่เขาจ้างเอาไว้คอยดูแลให้สะอาดเอี่ยมอ่องพร้อมสำหรับการเข้าพักอยู่เสมอ และทุกครั้งที่เขาอยู่ที่นี่จะมีเชฟฝีมือดีจากโรงแรมระดับห้าดาว บินตรงมาประจำการ คนในบ้านทุกคนต่างรู้ดีว่าเขาต้องการความเป็นส่วนตัว จะไม่มีใครมายุ่มย่ามในเวลาที่เขาอยู่หากเขาไม่เรียกหาใช้สอย แต่กระนั้นก็ยังมั่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลคือค่าใช้จ่ายในราคาที่แสนแพง แต่แสนจะคุ้มค่า

ตลอดสองปีผ่านมาที่ครอบครองเป็นเจ้าของ เขาไม่ได้มาที่นี่บ่อยนัก ด้วยหน้าที่ทางธุรกิจที่ต้องเดินทางไปแทบจะรอบโลก เวลาส่วนใหญ่ของเขาอยู่บนเครื่องบิน และโรงแรม แต่เมื่อต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริงนิโคไลก็จะนึกถึงวิลล่าหลังนี้เสมอ หลายเดือนที่ผ่านมา เขาได้ร่วมทุนกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในแห่งหนึ่งในประเทศไทย ลงทุนเปิดโปรเจ็คใหม่มูลค่านับพันล้านบาท จึงได้บินมาเมืองไทยแทบทุกเดือน แต่ที่นี่ก็ยังไม่เคยต้อนรับแขกคนไหนมาก่อน เพราะเขาหวงแหนเก็บเอาไว้เป็นพื้นที่ส่วนตัวอย่างแท้จริง

ภาพเวิ้งทะเลกว้างสีฟ้าครามที่มองเห็นออกไปไกลสุดลูกหูลูกตาทำให้รู้สึกสดชื่น และรู้สึกถึงอิสระ แม้โลกของธุรกิจ ทำให้เขาแทบไม่มีเวลาหายใจคอ เพื่อจะได้มองว่าวันนี้ท้องฟ้าเป็นสีอะไร มีเมฆมากน้อยแค่ไหน การเดินทางเรียกว่าแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา หากวันนี้ช่างเป็นโอกาสพิเศษสุดๆ ในวันพักร้อนแค่ไม่กี่วันในรอบปี ที่จะมีสาวสวยมาเสิร์ฟให้ถึงเตียงนอน ไม่ใช่เซ็กส์จานด่วนที่ต้องการเพียงปลดปล่อยตามสันดานดิบของมนุษย์เพศผู้

และเขาก็หวังว่าจะได้ใช้ชีวิตในวันหยุดพักผ่อนสามวันนี้ละเลียดชิมนวลเนื้อสวยๆ ของนางแบบสาวนามโมลิดาอย่างอิ่มเอมเปรมปรีด์...คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่จ่ายไป และเพียงแค่คิดถึงค่ำคืนนี้ เลือดในกายก็เต้นระริกอย่างมีชีวิตชีวาขึ้นมาทีเดียว

“เจ้านายไม่ออกไปตกปลาหน่อยหรือครับ...วันนี้อากาศดีทีเดียว”

ดวงตาคมกริบสีฟ้าอมเขียวล้อกับสีน้ำทะเลตรงหน้า ปรายตาไปมองคนถามนิดหนึ่ง ก่อนจะหันหลังกลับเดินเข้าไปในบ้านพักตากอากาศหลังใหญ่

“ไม่ล่ะ ฉันไม่อยากตากแดดมากๆ” เพราะมันจะทำให้เพลียและเสียเหงื่อโดยไม่จำเป็น ทั้งที่ปกติ กีฬากลางแจ้งไม่ว่าจะตกปลา แล่นเรือ หรือตีกอล์ฟ ล้วนคือสิ่งที่เขาโปรดปรานยามที่มีเวลาว่างพอจะปลีกตัวจัดสรรให้กับการออกกำลังกายได้

แต่ในวันนี้ เขารู้ดี ว่ามีกิจกรรมชวนเสียเหงื่อที่น่าสนใจกว่ารออยู่ แล้วจะออกไปตกปลาทำไมให้โง่ล่ะ

ดูเหมือนว่ายูไลจะอ่านใจเขาออกว่ากำลังคิดเรื่องใดอยู่ เขาได้ยินเสียงหมอนั่นหัวเราะคิก แล้วรีบเก็บอาการทันทีเมื่อสายตาเขียวขุ่นมองไปอย่างเคืองนิดๆ

“หรือเจ้านายจะทำสปาดีครับ นั่งเครื่องบินมาตั้งหลายชั่วโมงคงเมื่อยน่าดู จะได้ยืดเส้นยืดสายเสียหน่อย” เลขาคู่กายเสนอขึ้นมาอย่างเอาอกเอาใจ

คนได้รับความปรารถนาดีแอบเข่นเขี้ยวอยู่ในใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงรอดไรฟัน

“ฉันยังหนุ่มยังแน่นดี เรื่องแค่นี้ไม่ต้องวอร์มล่วงหน้าหรอกน่า ว่าแต่นายเถอะ วันนี้เป็นวันหยุดไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงยังได้มาเสนอหน้าอยู่ที่นี่ล่ะ” น้ำเสียงถามหาเรื่องพิกล

“แล้วนายสองคนก็เหมือนกัน อลัน...เซอเก้ ฉันบอกแล้วไงว่าอนุญาตให้เป็นวันพักร้อน ขัดคำสั่งเจ้านาย จะถูกไล่ออกยกทีมได้ง่ายๆ นะ” แอบขู่เล็กๆ

ทั้งสามคนสบตากัน ก่อนจะหัวเราะคิกๆ

ไล่ออกงั้นหรือ? ไม่มีทางหรอก อย่ามาขู่กันแบบนี้เสียให้ยาก พวกเขารู้ดีว่า จะไม่มีวันถูกไล่ออกแน่ๆ หากไม่ทำความผิดถึงขั้นร้ายแรง เพราะนิโคไลจะไปหาเลขาที่รู้ใจเจ้านายไปเสียทุกเรื่อง และบอดี้การ์ดฝีมือดีที่ไว้ใจได้อย่างพวกเขาจากที่ไหนได้อีก

เมื่อได้ยินทั้งสามคนก้มหน้าหัวเราะคิกๆ สิ่งที่นิโคไลทำได้จึงเพียงแค่ชำเลืองนัยน์ตาสองสีมองไปอย่างเคืองๆ เท่านั้น

“โอเค...งั้นฉันทำสปาก็ได้ อยากได้หมอนวดฝีมือดีๆ หน่อย จัดการตามคำสั่งเสร็จแล้วก็เชิญพวกนายช่วยไสหัวไปให้พ้นๆ หน้าด้วย”

ทั้งสามคนสบตากันพยักพเยิด ก่อนที่จะถอยห่างออกมา เพื่อดำเนินการตามคำสั่ง และปล่อยให้นิโคไลได้ใช้เวลาส่วนตัวตามลำพังอย่างที่เจ้าตัวต้องการ

+++++++++

 

“โอ้โห...รันสวยจัง”

น้ำเสียงชื่นชมของคนพูด ทำให้คนถูกชมยิ้มเขิน

“เรื่องอะไรจู่ๆ ถึงมาชมกันล่ะลิตา” คนพูดมองเงาสะท้อนของตัวเองในเสื้อเกาะไหล่สีขาวที่สวมใส่อยู่ พร้อมกางเกงขาสั้นแบบแคชช่วลที่ทำให้เธอกลายเป็นสาวน้อย แถมชลิตายังพาไปเข้าคอร์สทำสปาจนหอมกรุ่นไปทั้งตัว และพาเข้าร้านเซทผมยาวสยายดัดตรงปลายให้เป็นลอนดูมีวอลลุ่ม ช่วยให้ใบหน้าอ่อนใสดูหวานตาปนเซ็กซี่ ขึ้นมาในทันที

“ก็รันสวยจริงๆ นี่นา” ค่อยสมน้ำสมเนื้อกับค่าตัวสิบล้านขึ้นมาหน่อย

นึกถึงจำนวนเงินที่คนตรงหน้าจะได้รับค่าตัวในอีกสามวันข้างหน้าแล้วหล่อนก็อดจะริษยาไม่ได้จริงๆ และเงินนี่ก็คงจะเป็นค่าปิดปากให้โมลิดาปิดเรื่องที่เกิดขึ้นเงียบกริบ ไม่เอาเรื่องเอาราวกับหล่อนทีหลัง

“เราจะไปทานมื้อเย็นกันที่ตลาดค่ำด้วยชุดอย่างนี้จริงๆ หรือ?” ถามอย่างกังวลนิดๆ “อุตส่าห์เซตผม นวดตัวจนหอมกรุ่นไปหมดขนาดนี้”

“นั่นสินะ...งั้นเราเปลี่ยนที่ทานอาหารค่ำกันดีกว่า” ชลิตารีบเสนอเข้าทางตัวเอง

“แล้วเรื่องงานล่ะ ถ้าพรุ่งนี้ไม่เสร็จ รันคงอยู่ช่วยลิตาไม่ได้จริงๆ นะ เพราะตอนค่ำต้องไปเดินแบบให้ห้องเสื้อมิถิลา แถมวันมะรืนยังมีงานอีเว้นต์ของป้าแคทด้วย” เอ่ยอย่างเป็นกังวล หลังจากที่ชลิตาบอกว่าทีมงานจากสิงคโปร์ขอเลื่อนออกไปก่อน เพราะเกิดเหตุสุดวิสัยเดินทางมาไม่ทัน แต่จะมาถึงในพรุ่งนี้เช้า

ดวงตากร้าวที่ฉายแววริษยารีบเปลี่ยนเป็นฉีกยิ้มในทันที

“ทันสิ...ทันแน่ๆ ไม่ต้องกังวลไปหรอกน่ารัน” ก็ถ้าหล่อนจะสามารถคลานลงมาจากเตียงไหว แต่กลัวว่าโมลิดาจะติดอกติดใจนิโคไลจนไม่อยากจะออกจากห้องนอนเลยเสียมากกว่า เพราะนอกจากประสบความสำเร็จด้านธุรกิจแล้ว เขายังมีประวัติเป็นนักรักที่เปลี่ยนสาวๆ คู่ควงเป็นว่าเล่นอีกด้วย

“แล้วถ่ายกันแค่ครึ่งวันมันจะทันหรือ? รันเคยถ่ายโฆษณาเร็วที่สุดก็ใช้เวลาตั้งสามวัน”

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก ทีมงานเขาเป็นมืออาชีพมาก ถ้าไม่เสร็จลิตาก็จะไม่ขอร้องอะไรรันอีก” เพราะแค่อีกฝ่ายยอมเลื่อนไฟท์บินกลับไปเป็นวันพรุ่งนี้ เจ้าหล่อนก็ใจหายใจคว่ำลุ้นจะแย่แล้ว

“แล้วร้านที่ลิตาว่าอยู่ที่ไหนหรือ? อาหารรสชาติเป็นยังไง? เคยได้ชิมหรือยัง?”

“พอไปถึงรันก็รู้น่า ไม่บอกก่อนหรอก เดี๋ยวไม่ตื่นเต้นกันพอดี เรารีบไปเถอะ เดี๋ยวเขาจะคอยนาน” ว่าแล้วเดินนำหน้าออกไปจากร้าน

โมลิดาสะดุดหู มองตามหลังร่างประเปรียวที่เดินนำหน้าไปขึ้นรถยนต์ ก่อนจะตามไปถามไถ่เมื่อขึ้นรถมาด้วยกันแล้ว

“เขานี่ใครหรือ?”

“เขาไหน?” คนพูดลืมไปแล้วว่าได้หลุดพิรุธอะไรเอาไว้

“ก็ลิตาบอกว่าเดี๋ยวเขาจะคอยนาน...หมายถึงใครหรือ?”

“อ๋อ...เอเจนซี่นะจ๊ะ ตัวแทนที่มาถึงก่อน เขาเป็นเจ้าของวิลล่าที่เราจะใช้เป็นโลเคชั่นถ่ายโฆษณาวันพรุ่งนี้ไง เขาเชิญลิตากับรันไปทานมื้อค่ำด้วย เลยต้องแต่งตัวสวยหน่อย” รีบแก้ตัวกลบเกลื่อน

“ผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ?”

“ผู้ชาย”

“ผู้ชายหรือ? รันว่าไม่ดีมั้งที่เราจะแต่งตัวโป๊ๆ อย่างนี้ไปพบผู้ชายในเวลากลางค่ำกลางคืนน่ะ ขอไปหยิบเสื้อคลุมหลังรถก่อนได้ไหม?”

“ไม่...ไม่...อย่ากังวลไปเลยน่ะรัน...เพราะผู้ชายคนนี้เขาไม่ได้ชอบผู้หญิงหรอก”

“เป็นเกย์นะเหรอ?”

“ใช่ๆ ก็ประมาณนั้นแหละ” ชลิตายื่นมือไปเปิดเครื่องเสียงในรถให้ดังขึ้น เพื่อเบนความสนใจของโมลิดา เพราะขืนถูกซักไซ้ไล่เลียงหนักเข้า หล่อนคงได้หลุดพิรุธทำให้แผนแตกเป็นแน่...อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น หลังส่งเนื้อคาวๆ เข้าปากเสือร้าย ภารกิจกำจัดเสี้ยนหนามหัวใจของหล่อนก็จะจบลงอย่างสวยงาม

วิน วิน ด้วยกันทุกฝ่าย

 

“พวกนายจะไปก็ไปเถอะ ฉันไม่ไปหรอก”

ยูไลบอกกับอลันและเซอเก้ ที่ตอนนี้แต่งตัวหล่อเฟี้ยวด้วยเสื้อลายดอกพร้อยสีแสบสันต์ กางเกงขาสั้นสามส่วน เรียกว่าเตรียมพร้อมที่ตะลุยภูเก็ตยามราตรีกันเต็มที่

“ขัดคำสั่งเจ้านาย เดี๋ยวก็โดนไล่ออกหรอกยูไล” เซอเก้ยกคำพูดของนิโคไลมาข่มขู่อีกฝ่าย แม้จะรู้ว่าเรื่องนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นแน่ๆ

“ฉันเป็นห่วงนิค” เขารู้สึกเหมือนจะมีเรื่องวุ่นวายบางอย่างเกิดขึ้น ที่จะให้เขาตามแก้ไขต่อจากนี้ สังหรณ์ของเขาไม่เคยพลาดเสียด้วยสิ

“นิคมีอะไรให้ต้องห่วงกัน เขากำลังจะขึ้นสวรรค์ ส่วนพวกเราก็ควรจะออกไปหาความสุข สวรรค์ของพวกเราบ้างสิ” อลันว่าพร้อมกับยิ้มกริ่ม หลุดมาดบอดี้การ์ดหน้าเหี้ยมไปชั่วขณะ ก็ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในเวลางานแล้วนี่นา จะเก็กหน้าเข้มไปไย

“พวกนายสองคนไปกันเถอะ” พยักพเยิดหน้าส่ง “ทางนี้ไม่ต้องห่วงฉันจะดูแลเอง” ว่าราวกับหน้าที่บอดี้การ์ดเป็นงานง่ายๆ กระจอกงอกง่อยที่ใครก็ทำแทนกันได้

“นายจะกังวลไปทำไม บ้านนี้มีคนอยู่ตั้งมากมาย แถมระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวด” ไม่ใช่ว่าใครจะผ่านออกได้ง่ายๆ แต่ยูไลก็ยังกังวลอยู่ดี ตอนที่เขาไปพบชลิตา เพื่อจะแจ้งวันเวลาและสถานที่นัดหมายให้หล่อน เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีลับลมคมใน ลุกลี้ลุกลนแปลกๆ ไม่น่าไว้วางใจ

“นั่นสิ...เวลานี้นิคคงอยากใช้เวลาเป็นส่วนตัว ไม่มีนายและก็พวกฉันคอยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ และถ้านายขัดคำสั่ง นิคอาจจะไม่ได้ไล่นายออกคนเดียว แต่พวกฉันจะพลอยซวยไปด้วย...เพราะฉะนั้น...”

เซอเก้ กับอลันหันไปสบตากัน ก่อนจะผงกหน้า

“ฉันไม่อยากเห็นนายตกงานนะเพื่อน” อลันเข้าไปรวบตัวยูไลเอาไว้

“ใช่...และฉันก็ต้องทำตามคำสั่งของเจ้านาย...คือพานายออกไปจากบ้านหลังนี้ ไม่ให้ได้เสนอหน้าไปกวนใจตอนที่นิค อยากอยู่กับสาวๆ ตามลำพัง”

ว่าแล้วเซอเก้ก็เข้าช่วยอลันหามตัวเลขาที่ทำหน้าที่ดีเยี่ยมพาไปยังรถยนต์ของพวกเขาที่จอดรออยู่ไม่ไกล ยัดตัวยูไลเข้าไปข้างในห้องโดยสารตอนหลัง ก่อนจะขับออกไปจากวิลล่าตากอากาศอย่างรวดเร็วไม่ให้คนข้างหลังหนีเล็ดลอดไปได้

+++++++++

 

            “ที่นี่นะหรือ?”

โมลิดาหันมาถามคนที่พาเธอมา หลังจากรถญี่ปุ่นขนาดกลางที่ชลิตาเช่าขับออกจากตัวเมืองภูเก็ตลัดเลาะตามเนินเขามาเรื่อยๆ จนขับผ่านแนวกำแพงสูงของเขตรั้วรอบขอบชิดที่ประตูทางเข้ามีการรักษาความปลอดภัยแน่นหนาราวกับบ้านของบุคคลสำคัญ และตรงหน้าคือวิลล่าสีขาวหลังมหึมาที่เปิดไฟสว่างไสวไปทั่วทั้งบริเวณ

“สวยจังเลย ดูท่าเจ้าของบ้านจะเป็นเศรษฐีเลยนะนี่”

ชลิตาแค่นยิ้ม เธอเองก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย เมื่อได้เห็นบ้านพักตากอากาศของนิโคไลเป็นครั้งแรก มันสวยงามอลังการใหญ่โต ไม่ชวนให้สงสัยถึงฐานะทางการเงินของเขาเลยแม้แต่นิด

“ใช่ เขารวยมากๆ และก็ยังโสดอยู่ด้วย” คำพูดติดจะประชดนิดๆ

“แต่ลิตาบอกว่าเขาเป็นเกย์นี่นา?” สถานะที่ว่าจึงไม่มีความหมายให้เธอตื่นเต้น

“ลงมาสิรัน” เมื่อเห็นว่าเพื่อนไม่ยอมลงมาง่ายๆ ชลิตาหันไปเรียกอีกครั้ง

ดวงตาสวยดั่งเนื้อทรายกลอกมองไปรอบๆ อย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนจะยอมก้าวลงมาตามคำชักชวน บ้านหลังใหญ่โตกว้างขวาง แต่บรรยากาศกลับเงียบเชียบจนน่าประหลาดใจ เหมือนไม่มีใครอยู่ในบ้านหลังนี้ นี่ถ้ามาคนเดียวเธอคงไม่กล้าลงจากรถเป็นแน่ แต่จะต้องกลัวอะไร ยังมีชลิตาที่รู้จักเจ้าของบ้านหลังนี้อยู่ด้วยอีกคน

“ไปเร็ว” คนยืนรอเริ่มรำคาญคนชักช้า เป็นฝ่ายเดินเข้ามาจูงข้อแขนเรียวของคนท่ามากเดินเข้าไปภายในบ้านราวกับว่าคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดี เธอทั้งสองก้าวขึ้นบันไดหินอ่อนหน้าตึกที่เมื่อเดินเข้าไปเป็นโถงบ้านกว้างขวางซึ่งก็ไม่มีคนอยู่เช่นกัน ชลิตาพาเธอเดินเลยขึ้นบันไดไปชั้นสอง เมื่อขึ้นมาก็พบห้องโถงโล่งกว้างเหมือนห้องนั่งเล่น ตั้งโซฟาชุดใหญ่โอ่อ่ามีจอทีวีขนาดใหญ่ตั้งอยู่ และเมื่อเดินทะลุผ่านห้องนี้ออกไป ก็ไปโผล่ที่ระเบียงซึ่งอยู่ติดกับสระน้ำที่ทอดยาวจนสุดระเบียงทั้งด้าน แต่สิ่งที่ชวนให้เธอตื่นเต้นกว่านั้น ก็คือเมื่อมองผ่านระเบียงที่ยืนอยู่ออกไป มันคือทิวทัศน์ของทะเลยามค่ำคืนที่ไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้น และได้กลิ่นอายของทะเลที่อยู่ไม่ไกล

“โอ้โห!” โมลิดาตะลึงงันในความสวยของภาพตรงหน้า แม้ทะเลที่มองเห็นจะมืดดำ แต่แสงไฟวอร์มไลท์ที่ประดับรอบบริเวณสระน้ำช่วยเพิ่มความโรแมนติกขึ้นมา เหนือขึ้นไปคือท้องฟ้าโล่งกว้างที่เต็มไปด้วยดวงดาวแข่งกันกะพริบระยิบระยับละลานสายตาไปหมด ในคืนเดือนแรมไร้แสงจันทร์ ดาวทั้งฟ้ายิ่งสว่างไสวไม่มีอะไรมาแย่งความโดดเด่นไป

“สวยจัง” คำพูดเหมือนละเมอหลุดออกจากปาก สองเท้าก้าวไปข้างหน้าราวกับต้องมนต์สะกด

คนที่ยืนมองอยู่เบื้องหลังตื่นตะลึงกับภาพตรงหน้าเช่นกัน ไม่คิดว่าวิมานของนิโคไลจะงดงามถึงเพียงนี้ วูบหนึ่งที่หล่อนนึกอิจฉาโมลิดา แต่ก็รีบปัดความคิดนั้นทิ้งไปเสีย กับผู้ชายที่เป็นเสือผู้หญิงตัวฉกาจไม่เคยจริงจังกับใครที่ไหน ยัยรันหน้าโง่ก็จะเป็นแค่ของเล่นที่ถูกเขี่ยทิ้งทันทีที่เขาได้ชื่นชมสมใจ ชลิตาลอบยิ้มเหี้ยมเกรียมเมื่อเห็นว่าโมลิดากำลังตกหลุมพราง ปล่อยให้หญิงสาวได้ชื่นชมความงาม ณ จุดชมวิวที่สวยที่สุดของบ้าน ส่วนตัวเองรีบเดินไปที่โต๊ะจัดเตรียมอาหารเอาไว้สำหรับมื้อค่ำ จัดการเทน้ำส้มคั้นในเหยือกลงบนแก้วก้านยาวทรงสูงสองแก้ว แล้วรีบหยิบหลอดบรรจุของเหลวที่ซุกซ่อนมาในกระเป๋าเหยาะลงไปในน้ำส้มแก้วหนึ่ง เจ้าสิ่งนี้จะช่วยให้ค่ำคืนนี้เป็นคืนที่เร่าร้อนของโมลิดาและเป็นคืนที่น่าจดจำของนิโคไล เพียงแค่คิดถึงแผนการที่เดินทางใกล้สู่คำว่าสำเร็จชลิตาก็รู้สึกยินดีนัก

“สวยที่สุดเลย ไม่คิดว่าจะมีวิวสวยๆ อยู่ข้างบนนี้ด้วย”

ชลิตาลอบยิ้ม ถือน้ำส้มทั้งสองแก้วเดินไปหาโมลิดาที่ชื่นชมวิวสวยตรงหน้า ก่อนจะยื่นแก้วน้ำส้มในมือให้แก้วหนึ่ง

“ใช่...สวยมาก สวยจนอยากเปลี่ยนใจ”

ใบหน้างามฉงนหันขวับมามองหน้าเธอ พร้อมกับรับแก้วน้ำส้มไป

“เปลี่ยนใจ...เปลี่ยนใจอะไรหรือลิตา?”

ก็เปลี่ยนใจเอาตัวเองใส่พานถวายให้นิโคไลแทนน่ะสิ ผู้ชายที่ทั้งหล่อเหลา และร่ำรวย แถมยังใจป้ำอีกต่างหาก หาได้ง่ายๆ เสียที่ไหน ติดอยู่ตรงที่ว่าเขาไม่ได้ชอบเธอ...แต่ก็ช่างมันเถอะ รีบทำงานนี้ให้เสร็จเสียดีกว่า ยังไงเธอก็ไม่ได้รักใคร่อะไรผู้ชายคนนี้ เตชินนั่นต่างหากเล่าที่เธอปรารถนาจะครอบครองเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว จึงต้องรีบกำจัดผู้หญิงตรงหน้าออกไปจากชีวิตของชายหนุ่มให้เร็วที่สุด

“ดื่มน้ำส้มหน่อยสิรัน” หล่อนคะยั้นคะยอ เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ยอมดื่มสักที

โมลิดาแตะขอบแก้วที่ริมฝีปากอย่างว่าง่าย

“แล้วเจ้าของบ้านไปไหนล่ะ? ตั้งแต่มาถึงรันยังไม่เห็นใครเลย แล้วบ้านหลังใหญ่อย่างนี้อยู่กี่คนกัน”

คนที่ลุ้นให้เหยื่อดื่มน้ำส้มแก้วนั้นเพื่อจะได้ปลุกเร้าอารมณ์เร้นลึกที่ซ่อนอยู่ในกายเพื่อเธอจะได้ไปเรียกเจ้าของบ้านซึ่งคงกระวนกระวายรออยู่

“อยู่กันหลายคน ทั้งแม่บ้าน คนดูแล คนสวน แต่เจ้าของบ้านชอบความเป็นส่วนตัว ไม่ให้ใครเข้ามาวุ่นวาย เวลานี้ก็เลยไม่มีใครไง แต่ไม่ต้องกลัวนะ ถ้าลองเรียกล่ะ โผล่กันมาหน้าสลอนเชียว”

ใบหน้างามผงกรับ กวาดตามองไปรอบๆ วิลล่าโอ่โถงและเป็นส่วนตัวแห่งนี้กะประเมินด้วยสายตาคร่าวๆ

“ท่าทางบ้านหลังนี้คงแพงน่าดู รันไม่ยักรู้ว่าลิตามีเพื่อนเป็นเศรษฐีด้วย”

แล้วต้องเป็นหล่อนคนเดียวหรือไง? ที่จะคั่วผู้ชายรวยๆ ได้ ชลิตาสรรพยอกอีกฝ่ายอยู่ในใจ แต่ไม่ได้พูดออกมา ที่ทำคือฉีกยิ้มหวานหลอกล่อให้เหยื่อตายใจ

“รันหิวไหม? มีสลัด พาสต้า และก็ขนมปังอยู่ที่โต๊ะแน่ะ” ชี้มือไปยังโต๊ะดินเนอร์ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก

โมลิดาหันไปมองตาม ทำหน้าประหลาดใจ ก่อนจะเดินไปที่นั่น

“น่ากินทั้งนั้นเลย แต่ขืนทานมื้อหนักๆ ตอนเย็นอย่างนี้ วันต่อไปคงต้องเข้ายิมทั้งวันเป็นแน่”

แหม! อย่าเคร่งครัดนักเลยน่า...ยังไงรันก็สวยที่สุดบนแคทวอร์กอยู่แล้ว นานๆ ครั้ง หัดให้รางวัลตัวเองเสียบ้างเถอะ” คำพูดเหมือนหยอกเย้าแต่เหน็บแนมอยู่ในที

โมลิดายิ้มอย่างนึกสนุก ถ้าจะลองแหกกฏเคร่งครัดที่ปฏิบัติมาตลอด

“แต่ทำไมถึงตั้งเก้าอี้ไว้แค่สองตัวล่ะ?” สายตามองเชิงเทียนกลางโต๊ะที่ยังไม่ถูกจุดนั่นอีก เหมือนจัดเตรียมไว้เป็นดินเนอร์แสนหวานสำหรับสองที่นั่ง

“เอ่อ...ก็สำหรับเราสองคนไงล่ะ?”

อ้าว! แล้วเจ้าของบ้านล่ะ เขาจะไม่มาทานมื้อค่ำกับเราหรอกหรือ? แล้วนี่ไปอยู่ที่ไหน ทำไมตั้งแต่มาถึงยังไม่เห็น”

จะเห็นได้ยังไงในเมื่อหล่อนขอร้องให้นิโคไลเอาไว้ ทั้งที่ชายหนุ่มตั้งใจอยากจะดินเนอร์กับโมลิดา แต่ขืนทำอย่างนั้นไก่เป็นได้ตื่นรู้ตัวก่อนแน่ อย่างน้อยก็ขอให้ยาปลุกอารมณ์ในน้ำส้มออกฤทธิ์เถอะ ถึงเวลานั้นหล่อนไม่อยากจะคิดเลยว่าผู้หญิงตรงหน้าจะกลายสภาพเป็นนางแมวยั่วสวาทขนาดไหน คงพร้อมที่จะกระโจนเข้าใส่จนเขาตกใจเลยก็ได้

“รันอย่าห่วงคนอื่นเลยน่า รีบกินดีกว่า ตุนแรงเอาไว้”

“มันไม่เป็นการเสียมารยาทหรือ? ถ้าเราทานก่อน รอเขาหน่อยดีกว่า” คนท้วงเอ่ยอย่างมารยาทดีจนน่าหมั่นไส้

“ไม่หรอกจ๊ะ...ว่าแต่ทำไมไม่ดื่มน้ำส้มเสียหน่อย ถือไว้นานแล้วเดี๋ยวจะไม่อร่อยๆ กันพอดี”

คนถูกทักก้มลงมองน้ำผลไม้ที่บรรจุอยู่ในแก้วก้านยาวที่ถือในมือ แล้วพยักหน้า ยกน้ำส้มขึ้นมาจิบไปครึ่งแก้ว ชลิตาที่ลุ้นใจหายใจคว่ำยิ้มอย่างพอใจ อีกไม่นาน จากนางแบบสาวที่เคยเรียบร้อยวางตัวดีที่ใครต่อใครพากันสรรเสริญชื่มชม จะกลายร่างเป็นผู้หญิงร้อนสวาทชนิดที่ทุกคนคาดไม่ถึง

ชลิตาพลิกนาฬิกาข้อมือดู เห็นว่าเสียเวลานานแล้ว ป่านนี้คนรอคงกระวนกระวายใจอยู่ไม่สุข จึงตักพาสต้าใส่จานให้โมลิดา พร้อมกับขนมปังแผ่นเล็กคะยั้นคะยอให้ไปนั่งทานที่เตียงปูฟูกนุ่มริมสระว่ายน้ำด้วยกัน

“บ้านหลังนี้จะราคาสักเท่าไหร่กันนะ?” คนนั่งทานเงียบๆ เปรยขึ้นมา เธอชอบมันจริงๆ

“น่าจะสักร้อยล้านได้กระมัง?”

“โอ้โห...ตั้งร้อยล้าน นึกไม่ออกเลยเนอะว่าคนอย่างพวกเราจะหาเงินมากๆ อย่างนั้นมาจากไหน สงสัยชาตินี้ คงไม่มีปัญญาจะซื้อบ้านแบบนี้แน่ๆ” เอ่ยพร้อมหัวเราะร่วนนึกขบขันความคิดตัวเองที่อยากเป็นเจ้าของมัน

“ก็ไม่แน่หรอกนะ ถ้าจับผู้ชายรวยๆ สักคนได้” พูดด้วยน้ำเสียงเยาะ

โมลิดาหันมามองหน้าคนพูด ถึงเธอจะเข้ามาทำงานในวงการนางแบบที่รายได้ดี และมีโอกาสได้พบปะผู้ชายมากหน้าหลายตา แต่ก็ไม่เคยมีความคิดนี้อยู่ในหัว คนรวยก็ต้องคู่กับคนรวยเท่านั้น และที่สำคัญมันไม่น่าภูมิใจสักนิดหากจะได้ของสักสิ่งที่อยากได้มาด้วยวิธีนั้น แต่ก็ไม่ขัดคอคนออกความคิดเห็น

หลายเดือนที่ชลิตาออกจากความดูแลของเชอเบธ เพื่อนของเธอก็ดูจะเปลี่ยนไป กลายเป็นคนกร้านโลกที่พูดจาแรงๆ ไม่น่าฟัง แต่เพื่อนคบกันด้วยความจริงใจ ไม่ว่าเพื่อนจะเลือกเดินในทางไหน เธอก็พร้อมจะเคารพการตัดสินใจของเพื่อนเสมอ

ใบหน้างามแหงนดูดวงดาวที่พราวเกลื่อนฟ้า ดวงตาเป็นประกาย

“ที่นี่สวยเหมือนฝันเลยเนอะ” เปลี่ยนเรื่องให้ออกจากหัวข้อสนทนาที่ไม่อยากพูดถึง

“ใช่...เหมือนฝัน”

สำหรับหล่อนน่ะฝันดีเป็นบ้า ที่กำลังจะกำจัดเสี้ยนหนามหัวใจออกไปจากชีวิต...แต่สำหรับผู้หญิงที่นั่งข้างๆ นี้ อาจจะเป็นฝันดีหรือฝันร้ายก็ไม่แน่ใจได้ แต่เมื่อตื่นขึ้นมาจากฝันในวันพรุ่งนี้ โมลิดาจะไม่มีหน้าเข้าไปยุ่งย่ามกับผู้ชายของเธออีกเป็นอันขาด

ลมทะเลพัดแรงจนพวงผมที่เซตไว้ปลิวไสว โมลิดารับจีบผมปอยนั้นทัดไว้หลังใบหู รู้สึกร้อนรุ่มแปลกๆ ความร้อนมาจากข้างในกาย ทั้งที่บนนี้มีลมพัดโชยตลอด แต่เธอกลับร้อนรุ่มจนอยากถอดเสื้อผ้าทิ้ง แล้วพุ่งตัวลงไปในสระที่คงจะเย็นชื่นฉ่ำ แหวกว่ายน้ำในสระเล่น และมองดูดาวไปด้วย คงจะมีความสุขมาก แต่ถ้าขืนทำอย่างนั้นมีหวังเจ้าของบ้านมาเห็นเข้าต้องถูกตำหนิเป็นแน่

“ทำไมเจ้าของบ้านถึงไม่มาสักทีล่ะ” หันไปถามชลิตาที่พลิกนาฬิกาข้อมือดูอยู่บ่อยๆ

“รันอยากเจอเขาหรือ?”

“ใช่...จะได้ขอบคุณสำหรับอาหาร และชมที่บ้านสวย” เธอว่า มันเป็นมารยาทที่ควรทำไม่ใช่หรือ?

“เดี๋ยวรันได้เจอเขาแน่ไม่ต้องห่วง” ยิ้มของเพื่อนดูเหมือนมีอะไรบางอย่างที่เคลือบแฝงอยู่

“ทำไมลิตาดูนาฬิกาบ่อยๆ นัดใครไว้หรือเปล่า?”

คนถูกจับพิรุธได้รีบสั่นหน้า

“ไม่นี่...ไม่ได้นัดใคร รันทานอิ่มแล้วหรือ?” รีบปรับเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

“นิดหน่อยนะ ไม่ชินกับทานมื้อค่ำหนักๆ แต่รับรองผ่านคืนนี้ไปได้สบายๆ”

คนฟังยิ้มกริ่ม...ขอให้ผ่านไปได้สบายๆ อย่างว่าจริงเถอะ

“ทำไมจู่ๆ ถึงได้รู้สึกร้อนๆ ก็ไม่รู้ สงสัยเห็นสระว่ายน้ำ เลยอยากเล่นน้ำมั้งนี่” พูดให้ติดตลก แต่อาการที่เป็นอยู่ตอนนี้ไม่ได้ตลกเลยสักนิด

ชลิตามองโมลิดาตบฝ่ามือทั้งสองลงสองข้างแก้มเบาๆ ใบหน้านวลที่เริ่มมีสีแดงระเรื่อขึ้นทุกขณะ เพราะยาปลุกอารมณ์ทำให้เส้นเลือดขยายตัวเลือดสูบฉีดแรง พราวเหงื่อเม็ดเล็กๆ เกาะตามไรผม แถมยังยกน้ำส้มขึ้นจิบบ่อยๆ ตอนนี้ยานั่นคงเริ่มออกฤทธิ์ แล้วเธอจะรอช้าอยู่ทำไม นิโคไลเองก็คงกระวนกระวายใจจดใจจ่อรอคอย...ได้ยินว่าเขาคอยมาตั้งหกเดือนแล้วนี่นา และคงจะสมหวังในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

“ลิตาขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะจ๊ะ” คนที่นอนเตียงข้างๆ ลุกพรวดพราดเหมือนรีบเร่งจะไปไหน ใบหน้างามหันขวับมองตามกับความปัจจุบันทันด่วน

“แป๊บเดียว...เดี๋ยวมา” ไม่รั้งรอช้าให้อีกฝ่ายได้ทักท้วง เมื่อร่างเปรียวของชลิตาเดินลับกายหายกลับเข้าไปผ่านห้องโถงของบ้าน ทิ้งให้โมลิดานอนชมดาวด้วยอาการกระสับกระส่าย ใจมันเต้นเร็วขึ้นแปลกๆ

หญิงสาวผุดลุกขึ้นนั่ง ส่ายหน้าไปมา กับอาการวูบร้อนวูบหนาวที่เกิดขึ้น

“นี่เราคงไม่ได้เป็นไข้หรอกนะ” ถามตัวเองอย่างไม่แน่ใจ เมื่อเกิดอาการร้อนเห่อขึ้นมาตามใบหน้าและเนื้อตัว เธอทานพาสต้าไปนิดหน่อย ขนมปังอีกสองชิ้นเล็กๆ แค่พออยู่ท้อง ไม่น่าจะมีอะไรที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ แต่ทำไมถึงรู้สึกปากคอมันแห้งผากไปหมด แถมยังกระหาย แต่ดื่มน้ำเข้าไปเท่าไร่ก็ไม่รู้สึกดีขึ้น ที่สำคัญเหมือนความร้อนมันจะพุ่งลงไปที่ท้องน้อย ให้ความรู้สึกวูบวาบแปลกๆ และต้องการบางอย่างที่น่าอาย

บ้าจริง...คงเป็นเพราะบรรยากาศโรแมนติกตรงหน้าที่ทำให้เธอนึกถึงเรื่องพรรค์นั้น ทั้งๆ ที่ไม่เคย น่าขำจริงเทียว ที่จู่ๆ ก็มารู้สึกหื่นจิตในสถานที่แปลกๆ ทั้งที่ยังไม่เคยมีผู้ชายคนไหนที่ทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวจนพาให้เกิดอารมณ์เตลิดไกลแบบนี้ มิน่าเล่า เขาถึงว่าบรรยากาศเป็นใจ มันเป็นแบบนี้กระมัง

เจ้าของร่างเพรียวสวยตัดสินใจลุกขึ้นยืนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและขับไล่ความคิดเพี้ยนๆ ออกจากในหัวสมอง มองไปยังทิศทางที่ชลิตาเดินหายไปได้ครู่หนึ่งแล้ว

“ลิตาไปไหนนะ?” แถมเจ้าของบ้านก็ยังไม่โผล่หน้ามารับแขกเสียที ปล่อยให้คอยนานๆ แบบนี้ เสียมารยาทชะมัด

“ร้อนเป็นบ้าเลยสิ นี่เราเป็นอะไร” จะว่าเมาแดดหรือเป็นไข้ก็ไม่น่าที่จะเกิดอาการแบบปัจจุบันทันด่วนอย่างนี้ ว่าแล้วก็ลุกไปที่โต๊ะอาหาร รินน้ำส้มใส่แก้วดื่มแก้กระหาย แต่ไม่ช่วยอะไรนัก และแทนที่จะนั่งรอนอนรอยู่เฉยๆ เลยเดินเล่นไปตามแนวขอบสระน้ำ พร้อมกับชมส่วนต่างๆ ของวิลล่าหลังใหญ่โอ่โถง เธอชักอยากจะรู้แล้วว่าเจ้าของบ้านหลังนี้ ทำมาหากินอะไรถึงได้มีเงินมหาศาลเป็นเจ้าของบ้านตากอากาศราคาตั้งสองร้อยล้านบาทได้ แล้วชลิตาไปรู้จักมักจี่เขาได้ยังไง? ถึงใจกว้างขนาดยอมเปิดพื้นที่ส่วนตัวต้อนรับแขก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เธอ....คือซุปเปอร์โมเดลสาวที่มีชีวิตสุดแสนจะเพอเฟ็ค แต่เวลาเพียงชั่วข้ามคืนกับผู้ชายแปลกหน้า กลับเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล"

รัชริล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha