พิศวาสข้ามคืน

โดย: รัชริล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : สวาทข้ามคืน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ยังไม่เช้าดีนัก...แสงสว่างยังไม่จับเต็มท้องฟ้า

แต่เธอตื่นเต็มตาด้วยความงงงวยระคนตกใจอยู่ไม่น้อย

เกิดเรื่องน่าอับอายแบบนี้ขึ้นได้ยังไงกัน?

เธออยากคิดว่ามันเป็นความฝัน แต่ทุกอย่างก็กระจ่างชัด ทั้งภาพและเสียง ยังจะสัมผัสแนบแน่นชนิดเนื้อแนบเนื้อจากกายร้อนผ่าว...หากเป็นความฝันมันก็คงเป็นฝันสี่มิติที่น่าสะพรึงเป็นที่สุด

ร่างบางขยับตัวเองเบาๆ ให้หลุดจากพันธนาการจากเรือนร่างของชายหนุ่ม...โดยไม่ต้องการปลุกให้เขาตื่น เพราะเธอยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเขาในเวลานี้...แม้แต่ผู้ชายที่ใกล้ชิดสนิทแน่นด้วยอย่างไม่เคยทำกับใครที่ไหน

ผู้ชาย...ใช่...เธอหมดความสงสัยเรื่องที่เขาเป็นเกย์ทันที...เขา..ไม่..ได้..เป็น..เกย์

ช่างมันเถอะ ผู้ชายบ้านี่จะเป็นอะไรก็ช่าง แต่เธอกับเขาไม่ควรที่จะมาลงเอยด้วยกันบนเตียงแบบนี้

โมลิดาประหลาดใจที่ ทำไมจู่ๆ เธอถึงได้กลายเป็นผู้หญิงร้อนสวาท...และมาจบค่ำคืนที่บ้าคลั่งกับผู้ชายแปลกหน้าที่เจอกันแค่ไม่กี่นาที ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้กล้าทำแบบนี้กับเธอ และทำไมเธอถึงได้ทำเรื่องแบบนี้กับเขา

อันที่จริง เธอไม่ควรจะมาอยู่ในที่นี้เสียด้วยซ้ำ...ไม่ควรมาเจอกับเขา...แล้วเธอมาที่นี่ทำไม? และชลิตาหายไปไหน

ในหัวสมองที่ยังไม่ตื่นเต็มที่ เต็มไปด้วยความสบสน เมื่อเวลาเพียงชั่วข้ามคืนได้พรากสิ่งที่หวงแหนรักษามาตลอดไปให้กับผู้ชายแปลกหน้าซึ่งในเวลานี้ยังคงนอนหลับอยู่อย่างไม่ได้รู้สึกรู้สาใดๆ ไปกับความเสียใจของเธอ และเธอก็ควรที่จะพาตัวเองไปให้พ้นจากเขา และบ้านหลังใหญ่โตโอ่โถงนี่ให้เร็วที่สุด ก่อนที่เขาจะตื่น

เธอไม่ได้ต้องการคำอธิบายในตอนนี้ การเผชิญหน้ากับเขา มันยากเกินไป ขาเรียวที่ยังสั่นเทา ก้าวลงมาจากเตียงนอน ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นเสียดที่ท้องน้อย มือสั่นระริกควานคว้าหาเสื้อผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ยังหมาดชื้นไม่แห้งดีนัก ก่อนจะตัดใจคว้าเสื้อแขนยาวของเขามาสวมแทนทั้งที่แสนจะรังเกียจ ก็เพราะว่าหาทั้งเสื้อที่ใส่และชั้นในไม่เจอ

บ้าเอ๊ย! สองชิ้นนั่นคงยังอยู่ที่ในสระน้ำ ก็ตอนที่เขาอุ้มเธอขึ้นมา ไม่เหลืออาภรณ์ติดกายช่วงบนแล้ว

เธอควรไปที่ไหนดี? โมลิดากำลังคิดจนหัวแทบแตก หลังจากรวบรวมสติที่แตกละเอียดให้เป็นกอบเป็นกำขึ้นมา รู้เพียงแต่ว่าต้องไปให้พ้นจากที่นี่ และไกลจากผู้ชายคนนี้ ไม่พบไม่เจอกันอีกเลยชาตินี้จะยิ่งดี

“หื้ม...” เสียงทุ้มต่ำที่ดังเบื้องหลังทำเอาสะดุ้งโหยงรีบหันขวับกลับไปมอง เห็นคนบนเตียงกำลังควานมือบนที่นอน ก่อนที่เปลือกตาของเขาจะเปิดขึ้น โมลิดาก้าวถอยหลังอย่างระมัดระวังกาย คนบนเตียงคือตัวอันตรายที่ต้องอยู่ให้ไกลที่สุด

นิโคไลหรี่ตามองเรียวขายาวสวยด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะกวาดตามองทั้งร่าง โมลิดาสวมเสื้อของเขา เสื้อสีขาวแขนยาวที่คลุมเรี่ยอยู่ที่ต้นขาไม่แน่ใจว่าข้างใต้นั่นเธอจะสวมใส่อะไรหรือไม่...ความสงสัยมันก็ทำให้เธอยิ่งดูเซ็กซี่เป็นบ้า

เขายกแขนขึ้นตั้งชันวางศีรษะทุยที่คลุมด้วยผมหยักหนายุ่งเหยิงบนนั้นพร้อมกับยิ้มหวานให้เธอ

“คุณตื่นเช้าจัง”

ดวงตาเนื้อทรายสวยเบิกตื่น กลืนน้ำลายแก้ลำคอที่แห้งผาก แอบกลอกตามองหาทางหนีที่ไล่อย่างระแวง

“คุณหิวหรือเปล่า? หรืออยากดูพระอาทิตย์ตอนเช้า...ผมยังอยาก...”

เธอไม่รอฟังว่าเขาอยากจะทำอะไร ร่างบางถอยกรูดหนี ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปที่ระเบียง ผ่านห้องโถงที่เปิดโล่งลงบนไดไปยังด้านล่าง ทิ้งให้นิโคไลที่ยังเปลือยเปล่าไปทั้งตัวอึ้งอยู่บนเตียง

“รัน...เฮ้...รัน...นั่นคุณจะไปไหน?” เขาตะโกนตามหลังร่างเพรียวที่ผลุบหายแล้วได้ยินเสียงวิ่งลงบันไดไปจึงได้สติ รีบตวัดผ้าห่มที่คลุมกายออกไปให้พ้น ดวงตาของเขาสะดุดกับรอยแดงฉานเป็นจุดบนผ้าปูที่นอน ก่อนจะแน่ใจในอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้...ชายหนุ่มนิ่งขึงและตะลึงอย่างตกใจไม่น้อย

“เรื่องจริงหรือนี่?” ...แล้วทำไม? ช่างมันเถอะ ตอนนี้เขาไม่มีเวลามาสงสัยหรือค้นหาคำตอบ เพราะหญิงสาวกำลังจะไปถึงไหนๆ ทั้งที่ยังไม่ได้ค่าตัว  เร็วเท่าความคิด เขารีบลุกขึ้นมาสวมกางเกงขายาวกลับเข้าร่างแล้วรีบวิ่งตามไป เห็นโมลิดากำลังเดินลิ่วๆ มุ่งไปทางหน้าประตูบ้าน แถมยังไม่ใส่รองเท้าอีกด้วย

“รัน หยุดก่อน” ตะโกนเรียกตามหลังไป

ใบหน้างามหันขวับมามอง พอเห็นว่าเป็นเขา นางแบบสาวก็ตื่นตกใจลุกลี้ลุกลนวิ่งหนี

นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ เขาสบถอยู่ในใจ ก่อนจะรีบสับฝีเท้าวิ่งตามไป

“เดี๋ยวสิรัน นั่นคุณจะไปไหน?”

“โอ้ย” คนวิ่งหนีล้มลงไปกองกับพื้น ใจเขาหายวาบ และทันทีที่เธอเงยหน้าขึ้นมาเห็นเขา หญิงสาวก็รีบพรวดพราดลากขากระเผลกหนีราวกับเห็นปีศาจ

เขารีบพุ่งตัวตามมาช่วยพยุงให้เธอไว้ แต่กลับถูกปัดป้องราวกับรังเกียจ ทั้งผลักทั้งดันออกมาให้พ้น พอก้าวถอยหลังหนีก็หน้าเหยเกร้องเสียงดัง

“โอ้ย” หญิงสาวทรุดตัวลงกุมข้อเท้าเอาไว้ ดูท่าจะเจ็บไม่น้อยทีเดียว

นิโคไลส่ายหน้าอย่างขัดเคืองใจ ก้าวเร็วๆ ตามไปคว้าต้นแขนเรียว

“อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันจะกลับบ้าน”

“คงไม่ได้หรอก เวลาของคุณสามวันนี้ยังเป็นของผม”

ใบหน้างงงันเงยขวับขึ้นมา

“คุณพูดเรื่องอะไร? ฉันไม่เข้าใจ”

“ก็ข้อตกลงของเราไงล่ะ?”

“ข้อตกลงอะไรกัน ฉันจำได้ว่าไม่เคยรู้จักคุณมาก่อนจนกระทั่งเมื่อคืนนี้ และก็ไม่เคยไปตกลงอะไรกับคุณด้วย ปล่อยฉันนะ”

“นี่คิดจะเบี้ยวกันหรือไง? เงินตั้งสิบล้านแลกกับเวลาแค่คืนเดียวนี่นะ” เขายอมปล่อย สองมือกลับมาเท้าสะเอวตัวเอง มองคนตรงหน้าอย่างไม่พอใจ “ถึงคุณจะยังเป็นสาวบริสุทธิ์ ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกว่าของจริงหรือย้อมแมวขาย แต่คนอย่างผมไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบง่ายๆ”

กลีบปากอิ่มสวยที่บวมเจ่อเพราะฤทธิ์จูบเร่าร้อนเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาเผยอค้างกับคำพูดคำจาเหมือนตบหน้าเต็มฉาด

“ฉันเอาเปรียบงั้นหรือ? แล้วคุณพูดเรื่องงานอะไรแลกเงินอะไร?” กลิ่นทะแม่งบางอย่างเริ่มโชยมา

“ก็ที่คุณตกลงจะอยู่กับผมที่นี่ตลอดสุดสัปดาห์โดยรับค่าเหนื่อยสิบล้านบาทไงเล่า?”

โมลิดาอ้าปากค้าง ดวงตาตื่นตะลึง มั่นใจว่าตัวเองไม่เคยรับงานบ้าๆ นี่มาแน่ ที่เธอตกลงก็คือจะมาช่วยชลิตาถ่ายโฆษณาอะไรสักอย่างกับเอเจนซี่จากสิงคโปร์ต่างหาก

ใช่สิ...ชลิตาหายไปไหน? ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ทิ้งเธอไว้กับผู้ชายคนนี้ เธอสับสนไปหมดแล้ว

“ฉันไม่เคยตกลงอะไรกับใครแบบนั้น คุณคงเข้าใจผิดแล้ว”

“เข้าใจผิดงั้นหรือ? แล้วคุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกันล่ะ? ในบ้านของผม...และจะยังจะเรื่องเมื่อคืนทั้งหมดอีกล่ะ จะให้เข้าใจว่ายังไง” ดวงตาคมคายสองสีกวาดมองเธออย่างดูแคลนราวกับมองอีตัวข้างถนน

“ลิตา” เป็นคนพาเธอมา และเพื่อนของเธอก็หายตัวไป ก่อนที่เธอจะเกิดความรู้สึกแปลกๆ แล้วผู้ชายตรงหน้านี้ก็โผล่เข้ามา แล้วก็เกิดเรื่องบ้าๆ ที่น่าอับอายนั่นโดยที่เธอไม่ได้เต็มใจสักนิด แต่เธอไม่เป็นตัวของตัวเองและก็ควบคุมตัวเองไม่ได้

หรือว่าในน้ำส้มนั่น?

หัวสมองที่คนึงอึงมี่เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น น้ำตาร้อนๆ ผุดขึ้นมากลบดวงตา มือเรียวยกขึ้นมาปิดปากสะอื้นฮั่กๆ จนตัวสะท้านเมื่อคิดทบทวนถึงเรื่องไม่ชอบมาพากลทั้งหมดที่เกิดขึ้น ชลิตาหลอกเธอให้มาที่ภูเก็ต ให้มาที่บ้านหลังนี้ เพื่อมาสังเวยผู้ชายคนนี้แลกกับเงินสิบล้านงั้นหรือ?

คิดแล้วก็หน้ามืด จนสองขาไร้เรี่ยวแรงซวนเซยืนไม่อยู่ นิโคไลรีบคว้าตัวหญิงสาวเอาไว้ด้วยความตกใจ

“ปล่อย...ฉัน...ปล่อย...ฮือ...” เธอปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ มือไร้เรี่ยวแรงพยายามผลักไสและแกะมือเขาออก

“เกิดอะไรขึ้น?” เขาประหลาดใจ ใบหน้าฉงน คนร้องไห้ส่ายหน้าเบาๆ ดึงตัวเองออกมาให้พ้นจากการแตะต้องของเขาอย่างรังเกียจ แต่ก็ไม่สำเร็จ

“ฉันไม่รู้เรื่องที่คุณพูด ฉันถูกลิตาหลอกมา” เงยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตากลบจนแทบมองอะไรไม่เห็น “ลิตาหลอกให้ฉันมาถ่ายโฆษณา หลอกว่า...ให้มาพบคุณ...คุณเป็นเจ้าของเอเจนซี่...ฉันไม่ได้เต็มใจมา...ไม่ได้จะ...ขาย...ตัว...ไม่...ได้...ทำ”

ถูกหลอกงั้นหรือ? แล้วทำไมเมื่อคืนเธอถึงได้ตอบสนองเขาราวกับเต็มอกเต็มใจ...แต่เมื่อเห็นภาพความเสียใจปิ่มว่าดวงใจจะขาดทำให้เขาเริ่มไม่แน่ใจ...นี่ผู้หญิงตรงหน้ากำลังเล่นละครอยู่หรือเปล่า?

เฮ้! นิค เกิดอะไรขึ้น?” ดูเหมือนยูไล อลัน และเซอเก้เพิ่งกลับมาจากเที่ยว รถที่ทั้งสามคนนั่งมาจอดอยู่ไม่ห่างจากเขาและโมลิดานัก แถมทั้งสามคนยังโผล่หน้ามามองอย่างประหลาดใจไม่น้อย

โมลิดาหันขวับไปมองทั้งสามคน ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีอย่างอับอาย

ในสถานการณ์อย่างนี้ แค่การเผชิญหน้าระหว่างเขากับเธอไม่ดีนัก มันจึงไม่สมควรจะมีบุคคลที่สามมาร่วมรู้เห็นเป็นพยานเพิ่มขึ้นอีก

นิโคไลก็คิดอย่างนั้น ที่สำคัญ เขาหวงขาเนียนๆ ของเธอไม่อยากแบ่งไปให้ใครเห็น โดยเฉพาะเจ้าลูกน้องทั้งสามที่ทำหน้าอยากรู้อยากเห็นเต็มที่

“พวกนายลงมา” ออกคำสั่งเสียงห้วน ไล่ทั้งสามลงจากรถสปอร์ตเปิดประทุนของเขาอย่างงงๆ

มือหนาที่ไม่ละจากต้นแขนเรียวออกแรงดึง โมลิดาขืนตัวไว้

“คุณคงไม่คิดจะวิ่งกลับบ้านไปทั้งเท้าเปล่าอย่างนี้หรอกใช่ไหม?”

ดวงตาแดงเรื่อ วาวน้ำตายังเกาะเต็มหน่วยเงยหน้าขึ้นมองเขาตาเขียวกับคำพูดประชดนั่น

“ผมจะไปส่งคุณเอง” ดวงตาสองสีที่ทอดมองมาดูอ่อนโยนลงทำให้เธอนึกชั่งใจ แต่เขาก็ไม่ได้ให้เวลาเมื่อก้มลงช้อนร่างเธออุ้มไว้ในวงแขนเพราะไม่อยากเสียเวลาเอาเจ้าล่อเจ้าเถิดกันต่อหน้าลูกน้องทั้งสามคน

“คุณจะทำอะไร?”

“ทำอะไรที่ผมควรทำน่ะสิ” เขาก้มหน้าลงมากระซิบ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดที่ใบหน้า โมลิดารีบซ่อนหน้าหนีจากคนมาใหม่อีกสามคนอย่างอับอาย ปล่อยให้เขาอุ้มเธอเดินดุ่มๆ ไปนั่งที่รถ ร่างสูงอ้อมมานั่งที่คนขับ แล้วพามุ่งหน้ากลับไปยังวิลล่าหลังใหญ่ที่เธอเพิ่งหนีมา

“ไหนบอกว่าจะไปส่งฉัน” หันมาถามหน้าตาตื่น

“คุณคงไม่คิดจะกลับไปทั้งชุดแบบนี้หรอกใช่ไหม?” เขาไม่หันมามองแต่ถามกลับด้วยน้ำเสียงเหมือนระอา

และโมลิดาเลือกใช้ความเงียบแทนคำตอบ กระทั่งรถมาจอดที่หน้าตึก นิโคไลก็วิ่งมาอ้อมมาเปิดประตูให้

“ขอบ...ว้าย” เสียงร้องตกใจ เพราะเขาไม่ได้ทำแค่นั้น ยังช้อนร่างอุ้มเธอไว้อีก

“ฉันเดินเองได้”

“แต่เท่าที่ผมเห็นคุณเดินไม่ได้” ว่าหน้าตาเฉย หากดวงตาวับวาวดูเจ้าเล่ห์พิกล มือบางกำแน่นทุบไปที่หน้าอกล่ำๆ นั่นเสียทีหนึ่ง

“ปล่อยฉันลง”

เสียงพ่นลมหายใจแรงๆ “ผู้หญิงพยศดูน่ารักในบางเวลา แต่ถ้ามากไปสำหรับผมมันน่ารำคาญ”

คำพูดของเขาทำให้คนฟังหน้าเหวออ้าปากค้างไปเลยทีเดียว แล้วร่างสูงก็อุ้มเธอเดินดุ่มๆ ขึ้นไปยังชั้นบนของบ้านตัวปลิว ราวกับเธอเป็นขนนกที่ไร้น้ำหนัก มือบางที่วางทาบลงบนแผ่นอกเปลือยขยุ้มไว้น้อยๆ อย่างเกรงกริ่ง โชคดีที่เขาเลือกจะพาเธอไปอีกหห้องหนึ่งไม่ใช่ห้องที่เธอกับเขา...เอิ่ม! เมื่อคืนนี้

นิโคไลเลือกที่จะวางหญิงสาวลงที่โซฟา เดินไปยังส่วนของห้องแต่งตัวในห้องนอนแล้วเปิดตู้เสื้อผ้ากวาดมือเลือก

“ที่นี่ไม่มีเสื้อผ้าผู้หญิงติดตู้ไว้ คุณคงจะใส่เสื้อของผมได้” เขาเลือกหยิบเสื้อผ้าป่านสีขาวคล้ายๆ กับตัวที่เธอสวมอยู่ แต่เนื้อผ้าดูหนากว่ายื่นให้ โมลิดารับไว้ เจ้าของบ้านถอยหลังยืนอิงไหล่กับประตูห้องเสื้อผ้า

“คุณใส่บราคัพอะไร?” เขาถามออกมาหน้าตาเฉย

คนถูกถามหน้าตาตื่นเงยขึ้นมองอย่างอึ้งๆ กับคำถาม

“เพราะทั้งเสื้อและบราของคุณคงยังอยู่ในสระ ผมจะบอกให้คนของผมออกไปซื้อมาให้”

หน้าของเธอคงแดงแจ๋ มันร้อนวูบวาบ โมลิดาเม้มปากแน่น ไม่มีคำตอบ

อื้ม! ผมเดาว่าสามสิบสี่คัพซี”

โดยอัตโนมัติที่เธอเงยหน้าขวับมองเขาอีกครั้ง นิโคไลหัวเราะหึๆ ยักไหล่

“ผมเดาถูกหรือ?” เขาทำหน้าคล้ายไม่เชื่อ

ถูกเผงทีเดียว...เขากะขนาดจากอะไร? สัมผัสเมื่อคืนอย่างนั้นหรือ? คนตรงหน้าดูเชี่ยวชาญช่ำชองเรื่องขนาดและสัดส่วนของสาวๆ เขาคงเป็นเสือผู้หญิงตัวฉกาจสินะ...ผู้ชายอย่างเขาอันตรายเกินกว่าจะอยู่ใกล้ และเธอก็ไม่น่าพลาดจะเป็นเหยื่อเขา นอกจากเสียตัวอย่างไม่ตั้งใจ เธอยังเสี่ยงจะติดโรคจากเขาอีกไหมนี่?

ไม่หรอก...แม้จะจำเรื่องเมื่อคืนที่ผ่านมาไม่ได้ทั้งหมด แต่เธอก็จำได้ว่าเขาป้องกันตัวเอง...แต่การป้องกันก็ไม่ได้รับรองผลร้อยเปอร์เซ็นต์เสียเมื่อไหร่? เธอควรจะกินยาคุมฉุกเฉินภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง และก็ควรตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วยไหม? แล้วหน้าตาอย่างโมลิดา ปรีชามาศที่คนรู้จักค่อนประเทศ จะทำอย่างนั้นได้หรือ? มีหวังได้เป็นข่าวดังไปทั้งประเทศแน่ๆ

“ตกลงคุณจะให้คนของผมไปซื้อให้ไหม?” เสียงถามย้ำทำลายภวังค์ความคิดกระเจิดกระเจิงไปไกลของเธอ

“ฉันอยากใส่ชุดเดิม”

อื้ม! เอาอย่างนั้นหรือ งั้นเดี๋ยวผมจะให้แม่บ้านเอาไปจัดการให้ คุณคงต้องรอสักหน่อย”

“ฉันต้องรีบกลับ เย็นนี้ฉันมีงาน” คนก้มหน้างุดด้วยความอายบอกเสียงแข็ง

เขาผงกหน้ารับทราบเดินไปที่หัวเตียง กดปุ่มคอลที่โทรศัพท์สั่งงาน

“อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงคุณจะได้เสื้อชั้นในคืน” เมื่อวางโทรศัพท์ลงเขาเงยหน้ามาบอก

โมลิดากลืนน้ำลายแก้อาการประหม่า เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา...ขอบคุณพระเจ้าที่นิโคไลยอมสวมเสื้อแล้ว แม้จะเป็นเพียงเสื้อกล้ามสีขาวที่ยังอวดซิกแพ็กและแผงกล้ามทุกมัดชัดเจน แต่ก็ดีกว่าโป๊แบบเมื่อกี้นี้...ดีกว่าแค่นิดหนึ่ง

เขาเดินไปนั่งลงที่โซฟาตัวข้างๆ เมื่อเห็นเธอขยับหนี สายตาจับจ้องมองอย่างหวาดระแวง

“ช่วยเล่าเรื่องให้ฟังอีกครั้งได้ไหม? ว่าทำไมคุณถึงมาที่นี่” หน้าตาของเขาดูซีเรียสจริงจัง

โมลิดานิ่ง น้ำตาคลออีกครั้ง

“ฉันไม่อยากพูดถึงมันอีก”

เขาถอนใจยาวๆ อย่างเข้าใจ ลุกขึ้นไปทำอะไรกุกกักที่หัวเตียง ก่อนจะกลับมานั่งที่โซฟาตัวเดิม แล้วก้มหน้าก้มตาเขียนอะไร ก่อนจะฉีกกระดาษแผ่นเล็กยื่นมาให้เธอ

ดวงตาสวยมองตามมือเขา

“อะไร?”

“ตามที่ตกลงกันไว้ เช็คเงินสดสิบล้าน”

เธอเผยอปากค้าง หน้าแดงก่ำ กล้ำกลืนความอดสูที่กระทุ้งอกขึ้นมาน้ำตาร่วงเผาะทีเดียว รีบเบือนหน้าหนี ยกมือขึ้นปาดป้ายเช็ดน้ำตาลวกๆ ไม่อยากให้เขามองว่าเธอแสร้งบีบน้ำตา

“ฉันบอกแล้วไง ว่าไม่ได้ตกลงเรื่องที่คุณว่ากับใครทั้งนั้น” น้ำเสียงสั่นอธิบาย

นิโคไลมองท่าทีเสียใจระคนเย่อหยิ่งของหญิงสาวอย่างหนักอก

“อย่างน้อยก็ถือเสียว่าเป็นค่าเสียหาย”

ใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาสวยจ้องกร้าว “ฉันไม่ได้ขายตัว” น้ำเสียงห้วนกระชากว่า

คนฟังอึ้งไป นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน มันผิดจากความตั้งใจแต่ต้นไปเสียหมด แทนที่เขาและเธอจะแลกเปลี่ยนและตักตวงความสุขไปด้วยกัน ใช้เวลาสุดสัปดาห์สามวันอย่างคุ้มค่า แต่ดูเหมือนว่าสวรรค์เมื่อคืนนี้กำลังจะกลายเป็นนรก เมื่อเธอยืนยันว่าไม่ได้มาตามข้อตกลง และไม่ยินยอมพร้อมใจจะมาขึ้นเตียงกับเขา โดยอัตโนมัติมันคือการยัดเยียดข้อหาล่อลวงเธอมาข่มขืน และความรู้สึกนั่นมันกำลังทำให้เขารู้สึกผิด ด้วยน้ำตา และท่าทางเสียอกเสียใจอย่างเหลือเกินของเธอ

“ผมก็บอกชัดว่ามันเป็นค่าเสียหาย ไม่ใช่ค่าตัวของคุณ” นิโคไลเริ่มโมโหขึ้นมาเหมือนกัน

“แล้วมันจะต่างอะไรเล่า ถ้าฉันรับเงินนี่ ก็เท่ากับฉันยอมรับว่ามานอนกับคุณเพื่อกับแลกเงิน” ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างยะโส

“แล้วคุณต้องการให้ผมรับผิดชอบยังไง?”

“ไม่ต้อง” คำปฏิเสธที่ตอบกลับมาในทันทีทำให้เขาอึ้งงันไป...ก็ถ้าเธอจะไม่ร้องไห้ฟูมฟายจะเป็นจะตายเพราะเรื่องนี้ เขาก็คงไม่รู้สึกผิดจนต้องเอ่ยปากจะรับผิดชอบ หรือยอมเซ็นต์เช็คสิบล้านให้ง่ายๆ อย่างนี้หรอก

“คุณไม่ต้องการมันจริงหรือ?” เสียงถามเหมือนเยาะหยันอยู่ในที

โมลิดาจ้องกร้าวไปยังดวงตาสองสีของเขา

“มันจะดีมาก ถ้าเราจะไม่พบเจอกันอีกหลังจากนี้...นั่นล่ะค่ะสิ่งที่ฉันต้องการ”

นี่เธอกำลังท้าทายเขาอยู่ใช่ไหม? คิดว่านิโคไล ชิเชนนิคอฟจะติดอกติดใจอาลัยอาวรณ์ตามตื๊อผู้หญิงที่ได้นอนด้วยแค่คืนเดียวอย่างนั้นหรือ? ไม่มีทางเสียล่ะ

“ได้สิ...ผมก็ต้องการแบบนั้นเหมือนกัน” เผื่อความรู้สึกผิดที่ติดค้างอยู่ในหัวใจจะหายไปพร้อมๆ กับเธอ

ใบหน้าสวยเบือนหนีไปอีกทางหนึ่ง เขามองใบหน้าเชิดๆ นั่นอย่างไม่ชอบใจ เพราะไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำท่าหมางเมินแบบนี้เข้าใส่

เสียงเคาะประตูเบาๆ ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเดินไปเปิดประตู

ประนอมแม่บ้านเอาเสื้อผ้าของหญิงสาวที่ไปซักและอบแห้งเสร็จรวดเร็วทันใจมาส่งให้ เขาเอามันมาวางให้เธอที่โต๊ะ

“แต่งตัวเสร็จผมจะให้คนไปส่งคุณที่สนามบิน”

“ขอบคุณ” มือเรียวยื่นมาหยิบเสื้อผ้าไป แล้วลุกเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ นิโคไลมองตามไปอย่างอาลัยอาวรณ์อยู่นิดหนึ่ง เขาจะให้เรื่องนี้จบง่ายๆ อย่างนี้ที่นี่จริงๆ หรือ?

โมลิดารีบผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเดิมที่ใส่มาเมื่อวานนี้ อาการปวดเสียดที่ท้องน้อยเป็นพักๆ ทำให้เธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ และกลับไปคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้อย่างห้าไม่อยู่

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เธอ....คือซุปเปอร์โมเดลสาวที่มีชีวิตสุดแสนจะเพอเฟ็ค แต่เวลาเพียงชั่วข้ามคืนกับผู้ชายแปลกหน้า กลับเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล"

รัชริล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha