พิศวาสข้ามคืน

โดย: รัชริล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : รอยจำรอยเจ็บ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ธอไม่ใช่โมลิดาคนเดิมอีกแล้ว...มีบางสิ่งเปลี่ยนไป...บางสิ่งที่เธอตั้งใจที่จะเก็บไว้ให้เป็นของขวัญกับคนที่เธอรัก แต่ตอนนี้เธอสูญเสียมันไปอย่างไร้ค่าและไม่อาจเรียกร้องกลับคืนมาได้ แม้ผู้ชายคนนั้นจะเสนอเงินสิบล้านจ่ายชดใช้ให้ แต่มันก็เทียบกันไม่ได้

ความหยิ่งทระนง...ความมั่นใจ ที่กำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง เธอจะไม่มีวันต้องสูญเสียมันไปเพียงเพราะเรื่องนี้

เธอยังเป็นโมลิดา ปรีชามาศคนเดิม เรื่องที่เกิดขึ้นก็แค่ฝันร้ายในคืนหนึ่งที่เธอต้องลืมมันไปให้เร็ว เพื่อจะได้ใช้ชีวิตต่อไปข้างหน้า...โดยจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้ เพราะอีกไม่นานผู้ชายคนนั้นจะหายไปจากชีวิตเธอเหมือนตายจาก

เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและกลับออกมา แต่ในเวลานี้ เจ้าของห้องและเจ้าของบ้านไม่อยู่แล้ว ดีแล้วล่ะ ที่เธอจะไม่ต้องเห็นหน้าเขาอีก

โมลิดาเดินลงมาชั้นล่าง รถสปอร์ตเปิดประทุนที่จอดหน้าตึกเมื่อครู่หายไป กลายเป็นรถซีดานคันใหญ่สัญชาติเยอรมัน ดูท่าว่าผู้ชายคนนั้นจะรวยจริงๆ ถึงได้มีรถหรูใช้อยู่หลายคัน อันที่จริงแล้ว เธอก็ไม่น่าจะสงสัยตั้งแต่เห็นวิลล่าหลังใหญ่โตในทำเลเยี่ยมที่เขาเป็นเจ้าของ ยังจะความสามารถในการจ่ายเช็คเงินสดสิบล้านซื้อบริการพิศวาสหนึ่งค่ำคืนนั่นอีกเล่า

พอคิดมาถึงตรงนี้ลำคอก็ตื้อไปหมด รีบส่ายหน้าไล่เรื่องที่ไม่ควรคิดและตั้งใจจะลืมเลือนออกไปจากหัวให้เร็ว

เมื่อสองเท้าก้าวลงมาถึงบันไดหินอ่อนหน้าตึก จึงเห็นว่าไม่มีคนของเขาที่ว่าจะให้ไปส่งเธอที่สนามบิน นอกจากคนที่เธอเพิ่งสั่งตัวเองว่าให้ลืมๆ หน้าไปเสีย รออยู่

“ผมจะไปส่งคุณเอง” เขาเพิ่งเปลี่ยนใจเมื่อไม่ห้านาทีก่อน เพราะหากนี่คือการเห็นหน้ากันครั้งสุดท้ายก่อนที่จะไม่ได้เจอกันไปอีกตลอดชีวิต แล้วทำไมเขาต้องละทิ้งโอกาสที่จะได้เห็นใบหน้าสวยๆ รูปร่างที่ชวนคลั่งไคล้ ของคนที่มอบค่ำคืนพิเศษตรึงตราใจไปด้วยเล่า

โมลิดามองหน้าเขาอย่างนิ่งๆ เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

“ผมอยากแน่ใจว่าส่งคุณถึงสนามบินอย่างปลอดภัย” ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขายังห่วงใยเธออยู่ลึกๆ โดยไม่มีเหตุผล

สัมพันธ์สวาทหนึ่งค่ำคืน ไม่อาจจะผูกพันเขาเอาไว้กับผู้หญิงคนไหนได้หรอก...เพราะถ้าให้นับจำนวนผู้หญิงที่นอนกับเขาเท่าที่ผ่านมา อาจจะเป็นสถิติติดอันดับต้นๆ ของโลกได้ ผู้ชายในวัยหนุ่มแน่นฉกรรจ์ ฮอร์โมนพุ่งพล่านไม่มีเสียหรอกที่จะละทิ้งโอกาสในเรื่องอย่างว่าหากมีความต้องการ...และความต้องการของเขาก็ไม่เคยถูกจำกัดด้วยสิ่งใด เพราะนิโคไล ชิเชนนิคอฟมีทุกอย่างที่ผู้หญิงพึงพอใจและปรารถนา ไม่ว่ารูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลา ฐานะทางการเงินระดับมหาเศรษฐี และลีลาบนเตียงที่ไม่เป็นสองรองใคร...เห็นจะมีเพียงเธอเท่านั้นกระมังโมลิดา ที่กล้าปฏิเสธ

“หรือคุณจะเปลี่ยนใจ?” คิ้วเข้มหนาเลิกนิดๆ แววตาคนถามมีแววล้อเลียนหยอกเย้า

ใบหน้าสวยบึ้งตึงขึ้นมา เดินมาเปิดประตูรถแล้วขึ้นไปนั่งกอดอกปั้นหน้าตึงคอเชิดได้ตลอดเส้นทางจากวิลล่าจนกระทั่งถึงสนามบินนานาชาติภูเก็ต

“คุณแน่ใจหรือ? ว่าอยากให้มันเป็นไปตามที่คุณพูด” เขาอดที่จะถามอีกครั้งไม่ได้ ศักดิ์ศรีของเธอกับเงินสิบล้าน ในเมื่อไหนๆ เรื่องนั้นมันก็เกิดขึ้นแล้ว

ใบหน้างามหันขวับกลับมา แววตาขุ่นเคืองเมื่อคิดว่าเขากำลังยั่วประสาทเธอ

“ค่ะ” คำตอบเดียวสั้นๆ แต่สั่นโลกของหนุ่มหล่อความมั่นใจล้นเปี่ยมเสียจนเกือบเสียสูญ

ดวงตาสองสีหรี่ลงมอง คนเย่อหยิ่งตรงหน้าอย่างนึกเคืองไม่น้อย

“คุณไม่ต้องการทั้งเงิน และความรับผิดชอบ” เขายังจะย้ำตอแยอีกทำไม? ในเมื่อคำตอบของเธอก็ชัดเจนอยู่แล้ว

โมลิดาสูดลมหายใจแรงๆ เรียกความมั่นใจอย่างที่สุด

“ฉันจะดีใจมากๆ ถ้าเราจะไม่ต้องเจอกันอีกตลอดชีวิต ขอบคุณที่มาส่ง” มือเรียวผลักบานประตูเปิด ก่อนจะก้าวขาลงไปจากรถของเขา ก้าวฉับๆ ไปข้างหน้า ไม่แม้แต่จะลังเลหรือหันกลับมามองข้างหลังแม้แต่นิดเดียว

แววอาลัยอาวรณ์ในดวงตาวูบหาย นิโคไลกัดกรามแน่น ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเชิดใส่หรือทำท่าทางยะโสอย่างนี้กับเขาเลย...โดยเฉพาะผู้หญิงที่เคยขึ้นเตียงกับเขาแล้ว

มือใหญ่ที่กำแน่นจนระริกสั่นรีบเลื่อนเกียร์ถอยหลัง ก่อนจะเหยียบคันเร่งจนแทบจมเพื่อจะไปให้พ้นจากที่นี่ให้ไว ด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่มราวกับลุกไหม้

เสียงล้อรถเบียดพื้นถนนของคนที่รีบเร่งจากไป ราวกับดีใจและต้องการไปให้พ้นๆ จากชีวิตบาดลึกอยู่ในหูของคนได้ยิน ที่แม้จะทำใจแข็งไม่หันหลังกลับไป แต่น้ำตาใสๆ ยังไหลไม่หยุด ด้วยความรู้สึกใดบ้างเธอก็ไม่อยากขุดคุ้ยหามันอีก

+++++++++

 

“ไปอยู่ไหนมาน่ะรัน โทรศัพท์หาก็ไม่ยอมรับ แล้วนี่งานจะเริ่มในอีกชั่วโมงข้างหน้านี่แล้ว”

เชอเบธรีบคว้าตัวนางแบบสาวที่เพิ่งมาถึงในเวลากระชั้นก่อนที่แฟชั่นโชว์กำลังจะเริ่มเข้าไปในห้องแต่งตัวที่ตอนนี้ทีมงานหลายฝ่ายกำลังวิ่งกันให้วุ่นวายไปหมด

“รันทำโทรศัพท์หายค่ะ” เธอปดไปไม่กล้าสบตาเชอเบธที่จับเธอมานั่งที่เก้าอี้หน้ากระจกสำหรับแต่งหน้า

“บุ๊คกี้ บุ๊คกี้ น้องรันมาแล้ว รีบมาเนรมิตรความงามให้ด่วนเลย”

ช่างแต่งหน้าที่กำลังสาละวนอยู่กับการแต่งหน้านางแบบคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนจะวี๊ดว้ายนำมาก่อนตัว

“ตายแล้วน้องรันไปอยู่ไหนมาคะ? คุณปิ๋มนี่เดินกระวนกระวายกลัวนางแบบฟินาเล่จะมาไม่ทันจนพื้นแทบทรุด”

“หล่อนอย่าเอาแต่พูดมาก รีบแต่งหน้าน้องรันเถอะ” เชอเบธเร่ง “ถอดเสื้อเร็วค่ะน้องรัน เดี๋ยวพี่ช่วยลงรองพื้นให้”

โมลิดาไม่ทันห้าม เมื่อผู้จัดการเอื้อมมือมาช่วยถอดเสื้อแจ็กเก็ตที่เธอสวมใส่อยู่ออก

“เอ๊ะ รอยอะไรคะนี่ แดงเป็นปื้นเต็มไปหมดเลย” ถามอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นจ้ำแดงๆ ตามเนื้อตัวของนางแบบสาว

โมลิดาตกใจแทบเป็นลม เกรงเชอเบธจะรู้ว่าเธอไปทำเรื่องอะไรมา สายตาของทั้งผู้จัดการและเมกอัพอาร์ตติสมองอย่างจับผิด

“เอ่อ...คือรันแพ้อาหารทะเลน่ะค่ะ” โชคดีที่เธอเคยมีประวัติแพ้ปูทะเลมาก่อน จึงหาข้อแก้ตัวได้ไวไม่ให้เชอเบธสงสัยซักไซ้ เพราะรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว

“ตายแล้ว รู้ว่าตัวเองแพ้แล้วทานทำไม? น่าตีจริงๆ เชียว เกิดแพ้เยอะจนต้องเข้าโรงพยาบาลจะทำยังไงคะ?” เชอเบธตำหนิ แต่ก็รีบละเลงรองพื้นลงบนผิวให้กับนางแบบสาวเป็นการเร่งด่วน

“น้องรันมาถึงแล้วหรือคะ? โอ้ยขอบคุณพระเจ้า” คุณปิ๋มหรือมิถิลาเจ้าของห้องเสื้อที่จะขึ้นแฟชั่นโชว์วันนี้รีบเดินปรี่มาทักพร้อมทำหน้าโล่งใจทีเดียวที่นางแบบชุดฟินาเล่มาถึงทันเวลา

โมลิดารีบยกมือไหว้ “รันขอโทษจริงๆ ค่ะพี่ปิ๋ม”

“ไม่เป็นไรจ๊ะ ไม่เป็นไร มาทันก็ดีแล้ว แต่ก็ทำพี่ใจหายใจคว่ำหมด ถ้าน้องรันมาไม่ทัน ก็ไม่รู้จะให้ใครเดินฟินาเล่แทน เพราะชุดนี้ตอนที่พี่ออกแบบคิดถึงแต่น้องรันคนเดียวจริงๆ”

พอได้ยินแบบนั้นยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปอีก “รันสัญญาค่ะว่าจะตั้งใจเดินแบบชุดนี้ออกมาให้สวยที่สุด”

“พี่เชื่อจ๊ะ ชุดนี้เหมาะกับรูปร่างน้องรันมากๆ ทีเดียว เดี๋ยวลองใส่ดูนะรับรองว่าใครเห็นก็ต้องตะลึงแน่ๆ อ้อ! แล้วทางหนังสือวูเม้นอินสไปร์จองชุดนี้ถ่ายขึ้นแบบหน้าปกด้วยนะจ๊ะ พี่ขอคุณเบกกี้ไว้ว่าอยากให้น้องรันเป็นนางแบบ ยังไงเดี๋ยวเชอเบธช่วยคุยเรื่องคิวน้องรันกับทางทีมงานของวูเม้นอินสไปร์ด้วยนะจ๊ะ”

อุ๊ย! กราบขอบคุณงามๆ เลยค่ะพี่ปิ๋ม เชอเบธจะรีบจัดการเคลียร์คิวของน้องรันให้ทันทีเลยค่า” ผู้จัดการของเธอกระพุ่มมือไหว้มิถิลาอย่างอ่อนช้อย

“เอ๊ะ! แล้วนี่น้องรันเป็นอะไรคะ? ทำไมผิวถึงได้แดงๆ เป็นจ้ำๆ แบบนั้น”

“แพ้ปูทะเลน่ะค่ะ แต่ไม่เป็นไรมากเดี๋ยวทารองพื้นทับๆ ตบแป้งเสียหน่อย ก็ไม่เห็นรอยแล้วค่ะ”

“แย่จัง อดทานของอร่อยเลย น้องรันต้องระวังหน่อยนะคะ เกิดแพ้แล้วไม่หาย เสียดายผิวเนียนๆ สวยๆ แบบนี้แย่เลย”

โมลิดาพยักหน้ารับคำแนะนำ ไม่อยากให้ใครพูดถึงร่องรอยบนเนื้อตัวอีก เพราะเธออาจจะหลุดพิรุธออกไปให้คนอื่นจับได้ว่ามันไม่ได้เกิดจากอาการแพ้ปู แต่เป็นเพราะความหื่นกระหายของใครบางคนต่างหาก เมื่อใจกระหวัดกลับไปคิดถึงเรื่องนั้นหัวใจก็สั่นพร่ารู้สึกหน้ามืดตาลายขึ้นมาครามครัน

“โอเคหรือเปล่าคะน้องรัน...หน้าซีดๆ เซียวๆ” เชอเบธทัก หญิงสาวพยักหน้ารับ

“แต่พี่ว่าหน้าซีดไปนิด ปากนี่ก็ไม่ค่อยฉ่ำเลย นี่ยัยบุ๊คกี้หล่อนช่วยเติมแก้มกับเติมปากให้น้องรันอีกหน่อยสิ”

แหม! เจ๊เชอเบธ เข้มกว่านี้ก็งิ้วแล้วนะคะ” เมกอัพคนคุ้นเคยกันเอ่ยแย้ง

“ฉันบอกให้เติมก็เติมเถอะน่า ขึ้นบนเวทีแสงไฟสาดเยอะๆ จะได้ยิ่งเด่น”

บุ๊คกี้ค้อนนิดๆ ก่อนจะยอมมาปัดบรัชออนและเติมลิปสติกเพิ่มให้นางแบบ เชอเบธดึงตัวเธอให้ลุกขึ้นยืน พิศมองใบหน้าก่อนจะยิ้มหวานผงกอย่างพึงพอใจ

“สวยแล้ว ต้องอย่างนี้สิ ค่อยดูเป็นโมลิดาที่เหมาะกับชุดฟินาเล่มากๆ เอาล่ะเดี๋ยวไปลองไปใส่ชุดดู คุณปิ๋มออกแบบมาสวยมาก คัทติ้งก็เนี๊ยบ ถ้ามาอยู่บนตัวน้องรันแล้วต้องงามสง่าเริ่ดสุดๆ แน่ๆ ค่ะ”

โมลิดากำลังจะเดินไปทางห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อลองชุดฟินาเล่ตามที่เชอเบธบอก แต่อีกฝ่ายก็รั้งเธอเอาไว้ก่อน

“เดี๋ยวค่าน้องรัน แป๊บหนึ่งค่ะ แป๊บหนึ่ง” ว่าแล้วก็หยิบแป้งรองพื้นมาเกลี่ยลงที่ผิวกายช่วงหัวไหล่และใกล้ๆ กับลำคอพร้อมกับทำหน้ายุ่ง

“ทำไมครั้งนี้ถึงแพ้เยอะจังคะ ไอ้รอยแดงๆ ช้ำๆ เห็นเป็นจ้ำเป็นจุดชัดเจนขนาดนี้ แหม! นี่ถ้าไม่ใช่น้องรัน พี่คงอดคิดไม่ได้ว่าไอ้รอยพวกนี้เป็นฝีมือหนุ่มๆ” เชอเบธกระเซ้าเล่น โดยไม่รู้ว่าคนฟังใจหายวาบตกวูบประสาคนมีชะนักปักอยู่ข้างหลัง แต่โมลิดาก็ยังพยายามปั้นหน้าให้เป็นปกติที่สุด พร้อมกับพยายามขับไล่ใบหน้าของผู้ชายที่เข้ามาวนเวียนในหัวสมองรอบแล้วรอบเล่าออกไปให้พ้น อย่าได้นึกถึงเขาอีก

+++++++++

 

นิโคไลเดินเซนิดหน่อยตอนที่ก้าวลงมาจากรถ เขาไม่ได้กลับที่วิลล่าทันทีแต่แวะดื่มที่บาร์แห่งหนึ่ง เพราะไม่อยากถึงบ้านเร็วเกินไป...บ้านที่มีความทรงจำหลายๆ อย่างยังลอยวนเวียนและชวนให้เขาต้องหัวเสียหงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผล

“เจ้านาย” อลันกับเซอเก้ที่มายืนรออยู่หน้าตึกเรียกผู้เป็นนายอย่างตกใจ รีบเข้าไปช่วยประคอง แต่กลับถูกปัดมือทิ้งอย่างไม่ไยดี

“อย่ามายุ่ง”

“โอ้โห กลิ่นเหล้าหึ่งเลย ไปดื่มที่ไหนมานี่ครับ?” ทั้งสองคนถาม แต่ก็ถูกมองตาเขียวกลับมาแทนคำตอบ

ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะเดินโซเซเกาะราวบันไดขึ้นไปข้างบน โดยที่ทั้งสองคนเดินติดตามไปไม่ห่างนัก เพราะกลัวว่าผู้เป็นนายจะร่วงลงมาเสียก่อน ยูไลที่กำลังเดินมาจากชั้นบนกำลังจะทัก แต่พอเห็นหน้าบึ้งเดินผ่านไปเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุ

เซอเก้และอลันพยักพเยิดใบหน้าให้ ทั้งสามคนเฝ้าจับตามองตามเจ้านายอย่างห่างๆ อย่างเป็นห่วง เพราะไม่เคยเห็นนิโคไลดื่มจนปล่อยให้ตัวเองเมาเช่นนี้มาก่อน เมื่อมาถึงชั้นบนนิโคไลก็ตรงไปยังบาร์เครื่องดื่มหยิบขวดวิสกี้เทใส่แก้วแล้วเดินออกไปจิบที่สระน้ำ ดวงตาสองสีกวาดมองไปรอบๆ อย่างครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้

โมลิดาปฏิเสธเงินของเขา อ้างว่าเธอถูกหลอกมา แต่ชลิตาบอกว่าเพื่อนของหล่อนเต็มใจ เขาควรจะเชื่อใครดี?

โมลิดาสินะ เพราะถ้าเธอเต็มใจคงก็คงไม่ปฏิเสธเรื่องเมื่อคืนและเงินของเขา...เงินจำนวนไม่ใช่น้อยๆ

แล้วชลิตาทำอย่างนั้นกับเพื่อนของหล่อนได้ยังไงกัน? มีเหตุผลอะไรที่หล่อนต้องทำอย่างนั้น

และหล่อนก็ไม่ได้เพียงหลอกโมลิดาคนเดียว แต่หลอกเขาด้วย...หลอกให้เขาต้องกลายเป็นผู้ชายเลวในสายตาของโมลิดาที่ปลุกปล้ำขืนใจเธอ

ไม่...เขาไม่ได้ทำอย่างนั้น เธอแค่บ่ายเบี่ยงเพียงนิดหน่อย หากเธอไม่เต็มใจจริง ก็คงจะขัดขืนให้มันเข้มแข็งกว่านั้น แต่มันเหมือนว่าเธอเองก็เต็มใจมีอะไรกับเขาอย่างเร่าร้อนจนแทบลืมไม่ลง...ใครลืมลงก็บ้าแล้ว

แต่ระหว่างที่เขากับเธอกำลังเริงรักกันอยู่บนเตียง มีบางอย่างดูแปลกๆ อยู่เหมือนกัน

ใช่สินะ...รอยเลือดบนที่ผ้าปูที่นอนนั่นไง ยืนยันในเรื่องที่เขาเอะใจอยู่เมื่อคืนนี้

เร็วเท่าความคิด ขายาวๆ ก้าวเข้าไปที่ห้องหอค่ำคืนที่ผ่านมา กวาดตามองหาร่องรอยบางอย่าง กลับพบว่าผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตาเรียบตึงพร้อมใช้งาน ทั้งเตียงและห้องถูกเก็บกวาดเรียบร้อย ไม่เหลือร่องรอยใดๆ

“ยูไล...ยูไล” เขาตะโกนเรียกเลขา ที่พรวดพราดเข้ามาในห้องแทบจะทันที

“ครับเจ้านาย”

“ผ้าปูที่นอนผืนเดิมไปไหน?”

“ผมให้คุณแม่บ้านเอาไปซักเรียบร้อยแล้วครับ” ตอบไปอย่างงงๆ

กรามแกร่งกัดกรอดจนเป็นสัน มือที่กำแก้ววิสกี้แน่นสั่นเทา...เมื่อหลักฐานอันตรธานหายไปแล้วเพราะการทำงานดีเยี่ยมของลูกน้องเขา...บางทีเขาก็นึกเบื่อพวกนี้เสียจริง ที่ทำงานไม่เคยบกพร่อง สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ มันพลอยทำให้เขาต้องกลายเป็นผู้ชายที่เนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า ที่ทั้งบางทีเขาก็อยากแหกกรอบออกนอกลู่นอกทางดูบ้าง

“ติดต่อหาชลิตาเดี๋ยวนี้ ฉันอยากคุยกับหล่อน”

“ครับ” ยูไลรับคำ รีบต่อโทรศัพท์ให้ผู้เป็นนาย รอฟังเสียงสัญญาณจากปลายสาย ก่อนชะงักนิ่งไป

“เอ่อ เธอปิดโทรศัพท์ครับ”

เพล้ง

แก้ววิสกี้ในมือถูกปาทิ้งทันทีที่ได้ยินคำตอบ เสียงเครื่องแก้วเนื้อดีกระทบกับพื้นไม้ดังลั่นทำเอายูไลสะดุ้งโหยง อลันและเซอเก้พรวดพราดเข้ามาในห้องพร้อมพรักอย่างรู้หน้าที่

“เกิดอะไรขึ้น?” บอดี้การ์ดทั้งสองถามแทบจะพร้อมกัน

สิ่งที่เห็นคือร่างสูงของนิโคไลทิ้งตัวลงบนเตียงนอน วางมือไล้ลูบไปยังผืนผ้าสีขาวที่ไร้ร่องรอยใดๆ แต่ความทรงจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนนี้อย่างกระจ่างชัดในความรู้สึกของเขา

“พวกนายออกไป” ในเวลานี้เขาอยากอยู่คนเดียว

“แต่ว่า...”

“ฉันบอกให้ออกไป” น้ำเสียงสิ้นหวังเมื่อครู่กลายเป็นตวาดเสียงห้วน ที่ทำให้ทั้งสามคนรีบพาตัวเองออกไปให้พ้นหูพ้นตาเจ้านายในทันที

สองมือยกขึ้นกุมขมับแน่น กัดกรามจนน่ากลัวฟันจะร่วงกราวหมดทั้งปาก ความสุขทั้งค่ำคืนพังทลายเพียงเพราะรู้ว่าเขาถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำร้ายผู้หญิงคนหนึ่ง...คนที่เขาพึงใจ แต่นับจากนี้ไป เธอคงเกลียดเขาเข้ากระดูกดำแล้วกระมัง และเขาก็แก้ไขอะไรไม่ได้เลย ในเมื่อเธอปฏิเสธ สิ่งที่คนอย่างเขาทำได้ ก็คงแค่ทำใจและลืมเรื่องของเธอไปให้เร็วที่สุด

+++++++++

 

“รัน...รัน...เฮ้!

เตชินเรียกหญิงสาวที่นั่งเหม่อ ตัวเธออยู่ข้างๆ เขา แต่ดูเหมือนว่าจิตใจของโมลิดาล่องลอยไปไกลแสนไกล ที่ไหน? หรือกำลังคิดถึงใคร เขาเองก็อยากรู้

“มีอะไรหรือเต?” หลังจากโบกมือผ่านหน้าหญิงสาว และเรียกอยู่หลายครั้ง เธอก็ได้สติ ใบหน้างามที่ซีดเซียวหันมามองเขา เลิกคิ้วนิดๆ

“รันเป็นอะไร มีเรื่องไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า? เตเห็นรันนั่งเหม่อตั้งนานแล้ว” หน้าตาคนถามกระตือรือร้นอยากรู้ คงจะมีเขาคนเดียวกระมังเป็นเพื่อนแท้ ที่สนใจใส่ใจทุกข์สุขทุกอย่างของเธอ

ใบหน้างามส่ายไปมาช้าๆ “รันไม่เป็นอะไร มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย”

“เรื่องอะไรบอกเตได้ไหม? เผื่อเตจะพอช่วยรันได้”

เธอฝืนยิ้มออกมาว่าเข้มแข็ง และยืนยันว่าไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ เพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ เรื่องที่บอกตัวเองว่าจะไม่คิดถึงมันอีก แต่พออยู่คนเดียว มันก็หวนเข้ามาในหัวสมองของเธออย่างห้ามไม่อยู่เสียทุกครั้ง

“รัน” เตชินดึงมือของเธอไปกุมไว้ “อย่าคิดกับเตเป็นคนอื่นได้ไหม? ทุกความรู้สึกของรันไม่ว่าจะสุขทุกข์ร้อนหนาว เตสนใจหมด รันทุกข์ รันไม่สบายใจ เตก็พลอยเป็นไปด้วย หากมีอะไรที่เตพอจะช่วยเหลือแบ่งเบาได้ บอกมาเถอะนะ ไม่ต้องเกรงใจ เตยินดีช่วยรันทุกอย่าง”

คำพูดแสนซาบซึ้งใจ แต่เตชินช่วยอะไรเธอไม่ได้หรอก เรื่องน่าอับอายที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนั้น เหมือนบาดแผลลึกในใจที่ไม่มีวันลบออกไปได้ เป็นจุดด่างพร้อยของชีวิต

มีคนเคยบอกว่า เวลาจะช่วยเยียวยาและรักษาบาดแผลจากในอดีต ตอนนี้เธอกำลังรอเวลานั้น เวลาให้ความคิดคำนึงถึง ความรู้สึกผิดที่เข้มข้นในหัวใจ ค่อยๆ จางหายตามกาลเวลา

“ขอบใจนะเต...ขอบใจจริงๆ” เธอยิ้มจางๆ ให้เขา “หากมีอะไรที่รันจะให้เตช่วย รันจะบอกแล้วกัน” ค่อยๆ ดึงมือออกจากเขาอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหยิบไอแพดขึ้นมาแสร้งว่ามีเรื่องวุ่นวายอยู่ในนั้นให้เธอต้องจัดการสะสาง

แววตาห่วงกังวลของเพื่อนชายคนสนิท ยังทอดมองมาอย่างห่วงใยฉายชัดไม่ปิดบัง

และใช่มีเพียงโมลิดาที่เห็น แต่นางแบบสาวที่กำลังก้าวเข้ามาในสตูแห่งนี้ หยุดยืนดูภาพนั้นโดยไม่รู้ตัวด้วยความรู้สึกปวดร้าวหัวใจ และเมื่อชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาเห็นหล่อน เขาก็เพียงชะงักงันไปนิดหนึ่งเท่านั้น ก่อนจะหมดความสนใจ ราวกับหล่อนเป็นเพียงอากาศธาตุเท่านั้น

ชลิตาหน้าม้าน สายตาเย็นชาไร้เยื่อใยที่ได้เห็นเมื่อครู่นี้ กำลังบีบหัวใจหล่อนเจียนแหลกเหลวยับเยิน

“ลิตา มาพอดีเชียว” เสียงสไตลิสต์ที่รออยู่เอ่ยทักขึ้นมา

โมลิดาเงยหน้าเมื่อได้ยินชื่อคนที่เธออยากเจอตัวเพื่อจะสอบถามคาดคั้นเอาความจริง

เธอสบตากับเพื่อนเคยรักแว่บหนึ่ง ก่อนที่ชลิตาจะเมินหน้าแล้วเดินผ่านไป ไม่ทักทาย เหมือนคนไม่รู้จัก

“ไม่ยักรู้นะ ว่ายัยลิตาก็จะมาถ่ายเล่มนี้เหมือนกัน” เชอเบธที่ไปหากาแฟดื่มโพล่งขึ้นมา “ถ้ารู้อย่างนี้ พี่ไม่ให้น้องรันมาถ่ายแบบเซตเดียวกันหรอก...เสื่อมเปล่าๆ” คนพูดเบะปากทำท่ารังเกียจ ทั้งที่เคยรักใคร่ดูแลกันมา

“ข่าววงในว่าหล่อนขายตัวให้พวกไฮโซฯ ไม่รู้เท็จหรือจริงยังไง แต่วงการนี้ก็รู้ๆ กันอยู่ ไม่มีมูล หมามันไม่ขี้หรอก” จีบปากจีบคอว่า ยังแค้นฝังหุ่นไม่หาย และเมื่อปรายตามาเห็นเตชินเข้า จึงแสร้งฉีกยิ้มหวานจ๋อย

“จริงไหมคะน้องเต”

เตชินทำหน้าไม่ถูก วงการนี้ไม่ได้กว้างอะไรนัก และก็คงมีคนรู้อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ว่าเขาเคยคั่วผู้หญิงที่เชอเบธกำลังเอ่ยถึงอยู่ ดีไม่ดีคนพูดนั่นแหละที่รู้ดีกว่าใคร เพราะเคยเป็นผู้จัดการของชลิตามาก่อน

เขาทำได้เพียงแต่ยิ้มเจื่อนๆ ไม่ต่อความยาวสาวความยืด เพราะกลัวเรื่องมันจะวกเข้ามาหาตัวเอง

เขาอยากคบหากับโมลิดาจริงจัง เธอกำลังมีชื่อเสียง ประวัติใสสะอาด หน้าที่การงานก้าวหน้า เป็นที่ยอมรับ และกำลังจะไปได้ดิบได้ดีมีชื่อเสียงระดับอินเตอร์ เขาจึงไม่อยากเสียหายหรือมีประวัติด่างพร้อยใดๆ ในสายตาของหญิงสาว เตชินจึงไม่ชอบสถานการณ์ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้

“พอดีเพื่อนเตโทรมาขอให้ไปช่วยดูโฆษณาที่ห้องตัดต่อ ยังไงเตกลับก่อนนะรัน”

โมลิดาผงกหน้ารับทราบ เตชินรีบยกมือไหว้ลาเชอเบธ

“ผมขอตัวก่อนนะครับ”

“รีบไปเถอะจ๊ะ” ผู้จัดการส่วนตัวของนางแบบสาวแค่นยิ้มน้อยๆ ราวกับรู้ทัน และเขาจะอยู่ต่อไปทำไมกัน หาโอกาสชิ่งออกมาอย่างเนียนๆ ตอนนี้จะดีกว่า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เธอ....คือซุปเปอร์โมเดลสาวที่มีชีวิตสุดแสนจะเพอเฟ็ค แต่เวลาเพียงชั่วข้ามคืนกับผู้ชายแปลกหน้า กลับเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล"

รัชริล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha