พิศวาสข้ามคืน

โดย: รัชริล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 8 : ศัตรูเผยตัว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ม้โมลิดาและชลิตาจะไม่ได้ถ่ายแบบเซตเดียวกัน แต่สองสาวก็หลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากันไม่ได้ เพราะในสตูดิโอของวูเม้นอินสไปร์ไม่ได้ใหญ่โตกว้างขวางอะไรนัก

ชลิตาเองก็ใจตุ๊มๆ ต่อมๆ หล่อนยังไม่อยากเผชิญหน้ากับโมลิดาเร็วเกินไป ในเมื่อเรื่องผ่านมาไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ด้วยซ้ำ ถึงโมลิดาจะเงียบๆ เรียบร้อยไม่ค่อยยุ่งเรื่องชาวบ้านหรือเอาเรื่องเอาราวกับใคร แต่เรื่องที่หล่อนทำไว้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่จะปล่อยผ่านไปได้ง่ายๆ

ร่างโปร่งเพรียวที่ยืนจังก้าอยู่เบื้องหลัง หน้าตาเอาเรื่อง กำลังมองมาที่หล่อน ชลิตาสะดุ้งโหยงเมื่อเงยหน้ามาเห็นภาพเงาของโมลิดายืนอยู่เบื้องหลังสะท้อนผ่านกระจก หล่อนรีบหันตัวกลับปรับสีหน้าให้เป็นปกติแสร้งฉีกยิ้มหวานเจี๊ยบ

อ้าว! รัน มีอะไรหรือเปล่าถึงเข้ามาหาลิตาถึงในห้องแต่งตัวนี่”

ใบหน้าที่ตีว่าซื่อใสไม่รู้ไม่ชี้ของอีกฝ่าย ทำให้เธอยิ่งเดือด

“เธอทำอย่างนั้นทำไม?”

“ทำ? ทำอะไรหรือจ๊ะ?” คนพูดยิ้มหวานยั่วให้ยิ่งโกรธ

โมลิดากวาดมองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เท้าจรดหัวอีกครั้งหนึ่งด้วยความแค้นเคืองและเสียใจ ที่เพื่อนเคยรักหลอกเธอไปสังเวยผู้ชายแปลกหน้า แล้วยังมาตีสีหน้าว่าไม่รู้เรื่อง ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ได้ผลักคนๆ หนึ่งให้ตกขุมนรกทั้งเป็นด้วยความทุกข์ใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ

“ฉันผิดหวังมาก ที่ความหวังดีที่ให้กับเธอไป เธอกลับใช้มันมาทำร้ายฉัน”

“รันพูดเรื่องอะไร ลิตางงไปหมดแล้วนะนี่”

“ก็เรื่องที่เธอหลอกให้ฉันไปภูเก็ต ไปที่บ้านหลังนั้น” เธอจะช่วยทบทวนความจำให้ ถ้าอีกฝ่ายจำไม่ได้จริง

“ลิตาไม่ได้หลอกซะหน่อย ก็แค่ชวน แล้วรันก็ไป” ยิ้มของอีกฝ่าย ทำให้เธอนึกอยากไปขยุ้มใบหน้าสวยๆ นั้นนัก แต่มันไม่ใช่วิสัยของโมลิดาที่จะเที่ยวละลานใคร

“เธอนี่มัน...” เธอไม่รู้จะหาคำพูดไหนมาต่อว่าด่าทออีกฝ่ายถึงจะสาสม

“ลิตาทำไมหรือ? ก็แค่ปรารถนาดีกับเพื่อน เห็นรันชอบบ้านหลังนั้นนักหนานี่นา เผื่อมีแฟนเป็นมหาเศรษฐีไม่ดีหรอกหรือไง? และแทนที่จะมาตีหน้ายักษ์ใส่ลิตาอย่างนี้ รันควรจะขอบใจมากกว่า เพราะผู้ชายหล่อรวยล้นฟ้าอย่างนั้น ก็ไม่ใช่ว่าจะผ่านเข้ามาในชีวิตของพวกเราง่ายๆ และที่สำคัญ รันก็ได้ค่าเหนื่อยคุ้มไม่ใช่หรือ?” อีกฝ่ายลอยหน้าลอยตาว่า พร้อมกวาดตามองเธอหัวจรดเท้า และเท้าจรดหัวอีกครั้ง ยิ้มเยาะบอกให้รู้ว่ารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น

ชลิตารู้เรื่องทั้งหมดจริงๆ นิโคไลไม่ได้โกหก

“เงินตั้งสิบล้าน ไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ ต่อให้รันเดินแบบอีกห้าปีสิบปี ก็ไม่รู้จะมีเงินเก็บถึงสิบล้าน เท่ากับทำงานสบายๆ ง่ายๆ แค่สามวันหรอกไม่ใช่หรือ?” ริมฝีปากฉาบสีแดงสดเอาไว้ คลี่ปากแสยะยิ้ม

โมลิดาเม้มปากแน่น มือทั้งสองข้างที่กำแน่นสั่นระริกพยายามระงับความโมโหเมื่ออีกฝ่ายพูดออกมา ชัดเจนว่ามีเจตนาร้าย

“เธอตั้งใจหลอกฉันไปจริงๆ”

“แหมๆ หลอกอะไรกันจ๊ะรัน รันไม่ใช่เด็กอมมือ ห้าหกขวบเสียเมื่อไหร่ โตเป็นผู้ใหญ่ เป็นถึงนางแบบแถวหน้าของเมืองไทย อายุก็บรรลุนิติภาวะแล้ว จะมากล่าวหาคนอื่นปาวๆ ว่าเขาหลอกน่ะ ไม่กลัวโดนตอกหน้า ว่าโง่เองหรอกหรือไงจ๊ะรัน...ฮึ!” คำถามสรรพยอกนั่นช่างเสียดแทงใจดำนัก น้ำตาเคลือบคลอหน่วยตาใสด้วยทั้งโกรธและแค้นใจ

เกิดมาเธอไม่เคยคิดร้ายกับใครก่อน ใครดีมาดีตอบ ใครเลวใครชั่วเธอก็ไม่เอาตัวไปเกลือกกลั้วสุงสิง แต่ตอนนี้ โมลิดานึกอยากตบคนตรงหน้าสักฉาดหรือหลายๆ ฉาดให้สมกับความแค้นเคือง และความเลวร้ายที่อีกฝ่ายทำไว้กับเธอ

“อะไรกัน เกิดอะไรขึ้น?” เสียงของเชอเบธดังแหลมเสียดแก้วหูถามขึ้นมา ก่อนที่ผู้จัดการร่างยักษ์จะก้าวมายืนจังก้ากั้นกลางระหว่างโมลิดากับอดีตนางแบบในสังกัด

“น้องรันเป็นอะไรคะ?” ถามเมื่อเห็นว่าโมลิดาหน้าแดงก่ำ แถมน้ำตาคลอเต็มหน่วย ตัวสั่นเทิ้มเหมือนกำลังควบคุมความโกรธเกรี้ยวเอาไว้อยู่

โมลิดารีบปาดน้ำตาทิ้งไป สะกดกลั้นอารมณ์ให้สงบ เพราะไม่อยากให้เรื่องมันลุกลามไปกว่านี้ ที่กลัวที่สุด คือกลัวคนอื่นจะรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น และเธอก็คงกลายเป็นผู้หญิงโง่สมบูรณ์แบบอย่างที่ชลิตาว่าจริงๆ

“เธอทำอะไรน้องรันฮะ ลิตา” เมื่อไม่ได้คำตอบจากโมลิดา เชอเบธก็หันไปไล่เบี้ยเอากับคู่กรณี

“แหมๆ ปกป้องกันจังนะคะ” กระแทกเสียงว่า “ลิตาหรือจะไปกล้าทำอะไร หัวเดียวกระเทียมลีบออกอย่างนี้ คงไม่บังอาจหรอกค่ะ แล้วนี่ก็ห้องแต่งตัวของลิตา ถามนางแบบของพี่ดีกว่า ว่าเข้ามาหาเรื่องอะไรลิตาถึงในนี้” พยักพเยิดหน้าไปทางโมลิดาที่ยืนสะกดกลั้นอารมณ์อยู่

เชอเบธหันมามองหน้าเธออีกครั้งเหมือนอยากถาม

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่เชอเบธ ก็อย่างที่พี่เคยสอนรัน รู้ว่าเป็นขี้ก็อย่าเอานิ้วไปจิ้ม เพราะมันจะเหม็นติดมือเปล่าๆ” ทำไมเธอถึงเพิ่งระลึกถึงคำสอนที่ผู้จัดการเคยเตือนไว้ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับชลิตาเอาตอนนี้ ... ตอนนี้มันสายเกินไปแล้ว

ดวงตาของอีกฝ่ายลุกวาว เมื่อถูกเปรียบเทียบเป็นอาจมน่ารังเกียจ “เธอพูดถึงใครโมลิดา”

หญิงสาวแค่นยิ้ม แม้จะทำได้ไม่สุดริมฝีปาก

“เธอก็น่าจะรู้ตัวเองดีนะ ไปกันเถอะค่ะพี่เชอเบธ” บอกพร้อมกับลากแขนผู้จัดการส่วนตัวออกไปจากห้องนั้น เพราะไม่อยากทนมองหน้าชลิตานานไป เธออาจจะอดใจไม่ไหว ตบอีกฝ่ายเข้าให้จริงๆ

คนถูกด่าลอยๆ กระทืบเท้าเร่าๆ มองทั้งสองคนที่ออกไปจากห้องตาขวาง

“แกกล้าว่าฉันหรือนังรัน? ไม่รู้จักดูตัวเองเสียมั่ง” ว่าอย่างแค้นใจ หรี่ดวงตาลงมองไล่หลังไปอย่างอาฆาตแค้น “ฉันจะทำให้แกฉาวโฉ่ เน่าเหม็นจนไม่มีใครคบค้ากล้าจ้างอีก คอยดู”

ว่าแล้วชลิตาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โทรหาสายข่าวหนังสือพวกกอสซิปดาราที่รู้จักสนิทสนมกันอยู่

“ฮัลโลพี่เป้หรือคะ ลิตามีคลิปเด็ดจะเสนอขายไม่รู้ว่าจะสนใจหรือเปล่า?” เจ้าหล่อนนิ่งเงียบฟังปลายสาย แววตาหมายมาดจะล้างแค้น

“คลิปนางแบบดังเริงสวาทกลางสระน้ำกับผู้ชายน่ะค่ะ รับรองว่าทั้งภาพและเสียงคมชัดระดับเอชดี พี่ไม่ผิดหวังแน่ๆ แต่ลิตาขอราคาดีหน่อยนะคะ เพราะว่าข่าวนี้เด็ดจริงๆ เอาไปปล่อยที่อื่นก็คงได้ไม่ต่ำว่าห้าหลัก” เจ้าหล่อนต่อรอง พร้อมแล้วที่จะง้างเท้ากระทืบโมลิดาให้จมธรณีดิน

+++++++++

 

“มีเรื่องอะไรกันคะน้องรัน”

สีหน้าของเชอเบธห่วงใยไม่สบายใจเลย เพราะเดาว่าต้องเกี่ยวกับเรื่องของพ่อหนุ่มหน้ามนที่เช้าถึงเย็นถึงโมลิดาอยู่ตอนนี้แน่ๆ ไม่มีทางใช่เรื่องอื่นไปได้หรอก

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่เชอเบธ”

“จะไม่มีอะไรได้ยังไงกันคะ?” หล่อนไม่ยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปง่ายๆ แน่

นิสัยของสองสาวที่เคยดูแลต่างกันสุดขั้ว โมลิดาเป็นยังไง ชลิตาเป็นยังไง ทำไมหล่อนจะไม่รู้

เชอเบธจิ๊จ๊ะปากอย่างขัดอกขัดใจ ที่หญิงสาวทำเป็นปิดบังหล่อน

“พี่ไม่รู้ว่าควรจะเตือนน้องรันให้อยู่ห่างๆ นายเตชิน หรือว่าควรจะยุให้น้องรันเป็นแฟนเขาเสียให้รู้แล้วรู้รอด เอาให้ยัยลิตากระอักเลือดตายไปเลยดีนะ” พูดอย่างหงุดหงิด

โมลิดาเลิกคิ้วสูง มองหน้าเชอเบธอย่างแปลกใจ

“หมายความว่ายังไงกันคะ? ลิตากับเตชิน...”

“เขาเคยกินกันค่ะ แต่ดูท่านายเตชินเบื่อจะกินของเก่า ยัยลิตาถึงได้มาเต้นแร้งเต้นกาเอากับน้องรันไงคะ?”

โมลิดาอ้าปากค้างกับเรื่องที่เพิ่งได้ยินไป ทำไมเธอถึงไม่เคยรู้มาก่อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคน หรือนี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้ชลิตาล่อลวงเธอไปหลอกขายให้ผู้ชายคนนั้น และเธอจะทำยังไงต่อไปดี ตราบใดที่เตชินเข้ามาวนเวียนในชีวิต ชลิตาก็คงไม่ยอมรามือง่ายๆ แน่

แต่เธอต้องกลัวอะไรล่ะ? เธอรู้เช่นเห็นชาติเพื่อนอย่างชลิตาแล้ว และจะไม่มีวันกลับไปถูกหลอกอีกเป็นแน่ บางทีหากเธอจะลองคบหากับเตชินเป็นเรื่องเป็นราวจริงจัง อาจจะไม่ใช่แค่การแก้แค้นอย่างเดียว แต่จะช่วยให้เธอลืมเรื่องร้ายๆ ที่เพิ่งผ่านมาไปด้วยก็ได้ ในเมื่อเขาไม่ใช่คนน่ารังเกียจอะไร ยกเว้นแต่ที่เขาเคยไปมีอะไรกับชลิตา นั่นแหละเป็นเรื่องที่ทำให้เธอรังเกียจ ตะขิดตะขวงใจ และรับไม่ได้ที่สุด

+++++++++

 

“นางแบบดังเริงสวาทกับผู้ชายในสระน้ำ”

เชอเบธอ่านพาดหัวข่าวบันเทิงยามเช้าเสียงดัง ระหว่างที่โมลิดากำลังดื่มน้ำส้มหลังทานมื้อเช้าเสร็จหญิงสาวแทบสำลักพรวดออกมาทีเดียว

ต๊าย! คนเดี๋ยวนี้หน้าไม่อายจริงๆ นะคะ ไม่รู้ว่านางแบบคนไหน? ถึงได้กล้าไปทำอะไรประเจิดประเจ้อขนาดให้ปาปารัชซี่ตามไปถ่ายภาพได้” ผู้จัดการจีบปากจีบคอว่า พร้อมกับกรีดกรายนิ้วเปิดหนังสือพิมพ์ดูเนื้อข่าวด้านใน โมลิดาลอบมองท่าทางของอีกฝ่าย พอเห็นเชอเบธทำตาโต เท่านั้นน้ำส้มในมือก็กระฉอก

โอ้ย! ขัดใจๆ เขียนข่าวเสียขนาดนี้จะเบลอภาพทำไมมิทราบ แล้วยังมีหน้ามาทิ้งท้ายอยากดูภาพไม่เซ็นต์เซอร์ให้ติดตามหนังสือพิมพ์วันพรุ่งนี้ นี่มันการตลาดชัดๆ หรือว่าเต้าข่าวขึ้นมา แล้วกลัวโดนฟ้องหมิ่นประมาท ดูสิน้องรัน ภาพอย่างนี้ใครมันจะไปรู้ว่าเป็นใคร” ว่าพร้อมกับโยนหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะ

โมลิดาไม่กล้ามองตาม กลัวจะเดาออกว่าเป็นใคร รีบวางแก้วน้ำส้มลงบนโต๊ะก่อนจะทำมันหลุดจากมือ

“ไม่ใช่หลอกให้ซื้อหนังสือพิมพ์ พอวันพรุ่งนี้เปิดดู ดันเป็นเบื้องหลังกองถ่ายอีกล่ะ...แหมๆ แต่ขึ้นหัวข้อข่าวเสียขนาดนี้ แถมยังทำภาพเบลอๆ มัวๆ ให้ดูน่าสงสัยเข้าไปอีก พี่ชักอยากรู้แล้วสิว่าเรื่องจริงหรือเปล่า?” ทำท่าครุ่นคิด

“แต่ว่าวงการเรามันก็มีเรื่องแบบนี้จริงๆ ก็เงินทองสมัยนี้หายากจะตาย ข้าวของอะไรก็แพง ถ้ามีงานไม่ขาดอย่างน้องรันก็ยังพอว่า แต่พวกนางแบบเกรดบีเกรดซี ก็คงใช้วิธีนี้หาลำไพ่กันไม่น้อย แหม! งานสบายนี่คะ แค่ไปนอนถ่างขาก็ได้มาหลักหมื่นหลักแสน” เชอเบธพร่ำๆ ก่อนจะหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาพิศดูอีกครั้งหนึ่ง

“จะว่าไปไอ้รูปร่างแบบนี้ก็คุ้นๆ อยู่นะคะ เหมือนเคยเห็น...ใครน๊า” ทำท่าครุ่นคิด

โมลิดารีบคว้าหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นเอาไปพับๆ ก่อนจะซุกไว้ใต้โต๊ะเสียโดยเร็ว

“ข่าวไม่สร้างสรรค์ อย่าอ่านเลยค่ะพี่เชอเบธ ใครจะเป็นยังไงก็ช่างเขาเถอะ” เธอตัดบท เพราะไม่อยากได้ยินอีกฝ่าย บริพาสด่าด้วยประโยคที่มันเสียดแทงความรู้สึกของเธอ พอได้ยินก็อดจี๊ดขึ้นมาไม่ได้ ประสาคนมีชะนักติดหลัง

“แหมๆ น้องรันก็...ไอ้ข่าวอย่างนี้แหละค่ะ แซ่บนัก ขืนไม่อ่านก็คุยกับเขาไม่รู้เรื่องกันพอดี”

“รันจะไปสปอร์ตคลับ ว่าจะไปเข้าคอร์สโยคะเสียหน่อย เดี๋ยวค่ำนี้เดินแบบงานของป้าแคท ช่วงนี้รู้สึกว่ารูปร่างไม่ค่อยเฟิร์มเลย”

“แต่พี่ว่าช่วงนี้น้องรันดูผอมไปนะคะ ตั้งแต่หายแพ้อาหารทะเลก็ทานไม่ค่อยได้ แก้มดูจะตอบๆ ไปด้วยซ้ำ ตาก็ดูลึกๆ โหลๆ พิกลเหมือนคนอดหลับอดนอน...นี่แอบพี่ดูซีรี่ย์เกาหลีดึกๆ ดื่นๆ อีกหรือเปล่าคะ?” เชอเบธถามอย่างจับผิด

โมลิดารีบสั่นหน้า

“หรือว่านอนไม่หลับ มีเรื่องอะไรในใจหรือเปล่า? ปรึกษาพี่ได้นะ”

หญิงสาวยิ้มแหยๆ  ไม่สบตาคนถาม

“พี่เชอเบธจะไปสปอร์ตคลับกับรันไหมคะ?”

“ไปค่ะ ไปสิคะ ช่วงนี้รู้สึกอวบอ้วนอึดอัด ใส่เสื้อผ้าอะไรก็ไม่ค่อยสบายตัวเลย ไปรีดน้ำหนักออกสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน” เจ้าตัวรีบลุกพรวดขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น เดินเข้าห้องส่วนตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

ลับหลังร่างเชอเบธไป โมลิดารีบดึงหนังสือพิมพ์ที่ซุกไว้ใต้ชั้นของโต๊ะรับแขกขึ้นมาหาภาพข่าวฉาวที่อีกฝ่ายว่า

“เอ๊ะ น้องรันคะ ไอ้คลาสโยคะเนี่ย ตอนนี้ครูอะไรสอนคะ?” เชอเบธหันกลับมาถาม

โมลิดารีบซ่อนหนังสือพิมพ์ไว้ข้างหลัง

“เอ่อ...ครู....ครูแนนค่ะ”

“ครูผู้หญิงอีกล่ะ งั้นไม่เอาดีกว่า ไปเข้าฟิตเนสดีกว่า มีแต่หนุ่มๆ หุ่นล่ำๆ ชวนให้น้ำลายหก เอ๊ย! ชวนให้ออกกำลังกายทั้งนั้น” ว่าแล้วเจ้าตัวก็เดินยิ้มแฉ่งตรงเข้ามาหาเธอ

“พี่เชอเบธไม่เปลี่ยนชุดแล้วหรือคะ?”

“เพิ่งนึกได้ว่าชุดออกกำลังกาย อยู่ในรถแล้วค่ะ” ว่าแล้วก็เดินเข้ามาควงแขนเธอ

“อ่อ...อ๋อ...ค่ะ” โมลิดาต้องแอบโยนหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นเอาไว้ที่โซฟา แล้วเดินออกมากับเชอเบธทั้งที่หัวใจตุ๊มๆ ต่อมๆ คิดว่าคงไม่ใช่เธอหรอก เพราะไม่มีใครรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในวิลล่าที่ภูเก็ตของมหาเศรษฐีหนุ่มคนนั้น นอกจากเธอ...เขา...และชลิตาอีกคนเท่านั้น

เธอไม่สงสัยนิโคไล และชลิตาก็คงไม่ทำแบบนั้นเหมือนกัน เพราะยัยเพื่อนตัวแสบหายไปก่อนที่ชายหนุ่มคนนั้นจะโผล่หน้ามาเสียอีก และที่นั่นก็ไม่มีใครอยู่ นอกกับเธอกับเขา และคนของเขา ก็โผล่หน้ามาตอนเช้าอีกวัน

+++++++++

 

“ฉันไม่ดื่มชาร้อน เอาไปเปลี่ยน”

เสียงเอ็ดอึงดัง แถมยังปัดถ้วยชาที่แอร์โฮสเตสสาวเพิ่งเอามาเสิร์ฟทิ้งจนชาหก หญิงสาวหน้าเสีย รีบเก็บและยกถ้วยชาออกมาแทบไม่ทัน โชคดีที่เป็นเครื่องบินส่วนตัว ไม่เช่นนั้นผู้โดยสารคนอื่นๆ คงพากันแตกตื่นกับอารมณ์บ่จอยราวกับว่าประจำเดือนมาไม่ปกติของเขาเป็นแน่

แต่นิโคไลเป็นผู้ชาย ไม่มีประจำเดือน แถมหุ้นทุกตัวที่ถือไว้ก็ทำกำไรดี ธุรกิจที่ติดต่อก็ผ่านฉลุยทุกเรื่อง...พวกเขาจึงคาดเดาไม่ได้ว่าทำไมหมู่นี้เจ้านายถึงได้อารมณ์เสียบ่อยๆ

“นิคเป็นอะไร ทำไมถึงได้หงุดหงิดนัก เขาไม่เคยตวาดใส่ผู้หญิงมาก่อน” อลันถามยูไล ที่ก็ไม่รู้เช่นกันว่าช่วงนี้เจ้านายเป็นอะไร แต่ถ้าให้คาดเดา เขาคิดว่าน่าจะเกี่ยวกับเรื่องของนางแบบโมลิดา เพราะหลังจากพาหญิงสาวไปส่งที่สนามบิน เจ้านายของพวกเขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนทีเดียว

“ฉันจะไปดูมาเรียเสียหน่อย เห็นเธอร้องไห้” เซอเก้บอก ก่อนจะเดินหายไปทางบาร์เครื่องดื่ม

“ช่วงนี้นิคดูเครียดๆ ไปนะ ทั้งที่งานทุกอย่างก็เรียบร้อยดี” อลันออกความเห็น “หรือว่ามีปัญหาอะไรที่ฉันไม่รู้หรือเปล่ายูไล” ถามกับเลขาคนสนิทที่นิ่งเงียบอย่างใช้ความคิด แม้ในฐานะจะเป็นเจ้านายกับลูกน้อง แต่จริงๆ แล้วพวกเขาก็ไม่ต่างจากเพื่อนกัน เวลาที่เพื่อนไม่สบายใจหรือมีความทุกข์อะไร จึงอดไม่ได้ที่พวกเขาจะนึกห่วงใย เมื่อทำงานร่วมกันมาหลายปี และนิโคไลก็ยังดูแลพวกเขารวมทั้งครอบครัวเป็นอย่างดี

“นายว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นไหม?” ถามเมื่อไม่ได้คำตอบจากเลขาคนสนิทที่ดูวิตกกังวล ครุ่นคิด แม้แต่ อลันก็ยังสงสัยเช่นเดียวกันกับที่เขาคิดเลย

ยูไลนิ่งเงียบ นึกถึงคำสั่งที่นิโคไลให้เขาติดต่อชลิตาอยู่หลายครั้งก่อนจะบินจากประเทศไทยมา แต่ก็ไม่เคยติดต่อได้ ในถังขยะที่เขาเป็นคนเอาไปทิ้ง เขาเห็นเช็คสั่งจ่ายที่ถูกขยำจนยับย่นของโมลิดาอยู่ข้างในนั้น มันชวนให้สงสัยว่าค่ำคืนที่พวกเขาออกไปตะลุยภูเก็ตทิ้งให้เจ้านายกับนางแบบสาวอยู่กันตามลำพังในวิลล่า เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่

 

“โอ้ย! นานทีปีหนออกกำลังกาย รู้สึกเหมือนใจจะขาด”

เชอเบธบ่นไม่หยุด หลังจากเจ้าตัวเดินกระปลกกระเปลี้ยออกมาจากฟิตเนสแล้วชวนเธอมานั่งที่ห้องอาหารของฟิตเนสและก็สั่งอาหารไปตามความหิวคือสลัดผักจานใหญ่ๆ ระหว่างนั้นก็นั่งซดน้ำผักไปจนจะหมดแก้ว

“เหนื่อยสาหัสสากรรจ์อะไรขนาดนี้ ออกกำลังกายแค่ชั่วโมงเดียว นี่ถ้าอยากฟิตหุ่นให้เท่าน้องรัน” กวาดตามองนางแบบสาวในชุดออกกำลังกายรัดรูปที่เน้นรูปร่างสวยด้วยแววตาอิจฉา “พี่จะต้องเหนื่อยกว่านี้อีกสักแค่ไหนคะเนี่ย โอ้ย! ไม่อยากคิดๆ เอาแค่ห้ากิโลก่อนพอ” ก่อนจะยกมือเรียกพนักงานมาสั่งอาหารเพิ่มอีก

“ขอยำแซลมอนอีกจานละกัน...กินปลาไม่อ้วนหรอกค่ะ” เจ้าตัวอ้อมแอ้มว่า พนักงานรับออเดอร์ไป แต่สายตากลับมองมาที่เธอแปลกๆ โมลิดารู้สึกไม่ชอบใจนัก

“แม่พนักงานสาวคนนี้เป็นทอมหรือเปล่าเนี่ย? มองน้องรันไม่วางตาทีเดียว”

โมลิดากำลังหยิบแก้วน้ำส้มขึ้นมาดื่ม หันไปมอง ก็เห็นว่ามีหลายคนกำลังมองเธออยู่ พอพวกเขาเห็นเธอมองไปพวกเขาก็หลบสายตาวูบ บางคนที่ซุบซิบเหมือนกำลังนินทาก็หันกลับไปสาละวนเหมือนยุ่งอยู่ ทำให้เธอเริ่มสังหรณ์ใจแปลกๆ

“ทำไมถึงมีแต่คนมองเราสองคนแปลกๆ หรือว่าพี่ออกกำลังกายมากไป จนผอมเพรียวในชั่วพริบตา กลายร่างเป็นแองเจลิน่า โจลี่ไปแล้ว”

โมลิดาวางแก้วน้ำส้มลง ภาพที่เธอหันไปเห็นทำให้นึกอยากลุกออกไปให้พ้นจากที่นี่ แม้จะเป็นนางแบบที่ถูกจับจ้องบนแคทวอร์ก แต่เวลาส่วนตัวในชีวิตประจำวันเธอไม่ชอบที่จะตกเป็นเป้าสายตาใคร ยิ่งมีเรื่องลับๆ ที่ไม่ต้องการให้ใครรู้ จึงอดไม่ได้ที่จะคิดมาก

“มาแล้วสลัดผักกับยำแซลมอนรวดเร็วทันใจจริงๆ มาค่ะน้องรัน มาๆ กินกันเร็ว” ดูท่าเชอเบธจะยังมีความสุขกับการกินและใช้เวลาในห้องอาหารแห่งนี้อีกนานทีเดียว โมลิดาจำต้องปั้นหน้านั่งอยู่ด้วยต่อไป

“ไฮ รัน” เสียงทักทายฟังคุ้นเคยดังมาจากข้างหลัง

โมลิดาหันไปมองก็เห็นเตชินกำลังเข้ามาพร้อมโบกมือทักทายเธอ เชอเบธเงยหน้าขึ้นมาค้อนนิดๆ โมลิดานึกดีใจที่จะมีเพื่อนคุยแก้เก้อ เตชินกำลังบอกลาเพื่อนอีกสองคนแล้วแยกตัวเดินมาหาเธอกับผู้จัดการ

“ขอผมนั่งด้วยคนนะครับ” ไม่ต้องรอให้ใครอนุญาต เมื่อเขาใช้ความคุ้นเคยนั่งแหมะลงมายังเก้าอี้ว่างระหว่างเธอกับเชอเบธเป็นที่เรียบร้อย “ไม่รู้ว่ารันจะมา ไปเข้าคลาสไหนมาครับเนี่ย”

“รันเล่นโยคะค่ะ แล้วเตล่ะ?”

“มาตีสควอซกับเพื่อนๆ น่ะครับ ได้เหงื่อดีเหมือนกัน”

แหม! นึกว่าน้องเตจะอยู่แต่สนามแข่งรถเสียอีก”

“ช่วงนี้ฝนตกบ่อย ก็เลยงดซ้อมไปก่อน หันมาเล่นกีฬาในร่มดีกว่า”

เชอเบธตาโตทำหน้าล้อเลียน แต่ดูเหมือนหนุ่มหล่อจะไม่ได้สนใจเธอเลย เพราะสายตาจับจ้องอยู่แต่ที่โมลิดาคนเดียว

“แล้ววันนี้ไม่มีงานหรือครับ?”

“พรุ่งนี้มีเดินแบบน่ะค่ะ ก็เลยต้องมาเฟิร์มรูปร่างเสียหน่อย”

“ต้องเฟิร์มอะไรกันอีก เตว่ารูปร่างรันน่ะสวยสุดๆ แล้วนะนี่” สายตาโลมเลียกวาดมองแว่บหนึ่ง ก่อนจะรีบเรียกสมาธิกลับคืน เพราะขืนทำตัวหื่นๆ ให้เธอหรือเชอเบธเห็น เป็นได้คะแนนตกแน่ๆ

“งานเดินแบบที่โรงแรมของคุณอ้อหรือเปล่าครับ เพราะเตก็ได้รับเชิญมาเหมือนกัน”

“งานนั้นแหละค่ะ แล้วน้องเตจะไปร่วมด้วยไหมคะ?”

“ถ้ารู้ว่ารันไป ผมไม่พลาดอยู่แล้วครับ” เอ่ยด้วยดวงตาเป็นประกาย ก่อนจะชวนโมลิดาคุยเรื่อยเปื่อยเพื่อสร้างความสนิทสนมยิ่งขึ้นไปอีก

ในขณะที่โมลิดาไม่สบายใจเลย ปฏิกิริยาของคนรอบข้างทำให้เธออดจะกังวลและคิดมากไม่ได้ ประสาคนมีชะนักติดหลังที่หวาดระแวงไปเสียหมด เธอคงไม่อาจจะสลัดเรื่องในค่ำคืนนั้นออกจากความคิดได้โดยง่าย แม้จะเตือนตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าว่าให้ลืมมันไปเสีย แต่ความทรงจำของมนุษย์ มิใช่จะลบออกไปได้ง่ายๆ โดยเฉพาะนั่นมันเป็นความทรงจำที่ยิ่งใหญ่และสั่นสะเทือนต่อความรู้สึกของเธออย่างรุนแรง ไม่ว่าจะการโดนเพื่อนรักหักหลังหลอกลวง ซ้ำยังตกไปเป็นของผู้ชายแปลกหน้าโดยที่พูดได้ไม่เต็มปากว่าไม่ได้ยินยอมพร้อมใจ

แต่ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่ ตอนนี้ทั้งชลิตาและผู้ชายคนนั้นได้ออกไปพ้นจากชีวิตเธอแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่จากค่ำคืนนั้น ก็คือควาทรงจำในหัวสมองที่เธอต้องกำจัดมันออกไปให้ได้

โมลิดาหันไปยิ้มให้เตชิน...บางทีผู้ชายคนนี้อาจจะช่วยให้เธอหลุดพ้นจากความทรงจำร้ายๆ นั่นก็ได้ หากเธอยอมเปิดใจให้เขา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เธอ....คือซุปเปอร์โมเดลสาวที่มีชีวิตสุดแสนจะเพอเฟ็ค แต่เวลาเพียงชั่วข้ามคืนกับผู้ชายแปลกหน้า กลับเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล"

รัชริล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha