พิศวาสข้ามคืน

โดย: รัชริล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 9 : เรื่องลับ...ไม่ลับ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“ทำไมวันนี้นักข่าวมากันเยอะจัง?”

แหม! ก็เรื่องภาพหลุดนางแบบที่ออกมาไงคะ เลยทำให้เวทีแฟชั่นแต่ละที่ร้อนฉ่าตามหาผู้หญิงปริศนาในภาพกันให้ขวั่กทีเดียว” เสียงเม้าธ์มอยหอยสังข์ดังมาเป็นระยะในห้องแต่งตัว

“เห็นเขาบอกว่าตอนนี้มีภาพชัดๆ หลุดออกมาแล้วด้วยนะคะ นักข่าวถึงได้แห่กันมาเป็นพิเศษ”

“งั้นก็แปลว่านางแบบคนนั้น คือหนึ่งในนางแบบที่มาเดินแบบงานวันนี้ด้วยงั้นหรือคะ?” เชอเบธเข้าไปกระซิบกระซาบร่วมวงกับคนอื่นๆ ที่พากันมองมาที่หล่อนแปลกๆ

“อยากรู้นักว่าเป็นใคร? ถ้านักข่าวแห่กันมาขนาดนี้ ก็แปลว่าต้องรู้แล้วใช่ไหมว่าเป็นใคร ไหนๆ ใครมีข่าวบ้าง ขอดูหน่อยสิ”

บุ๊คกี้ ช่างแต่งหน้าขาประจำหันมามองหน้าคนถาม

“เจ๊เชอเบธจะดูจริงๆ หรือ?”

“ทำไมยะ ทำไมฉันจะดูไม่ได้” ถามอย่างเคืองๆ

“กลัวเจ๊จะหงายหลังตกเก้าอี้เอาน่ะสิ ขอตัวไปแต่งหน้าก่อนนะ” ว่าแล้วก็เดินเลี่ยงไป ทิ้งให้เชอเบธหันไปหาคนอื่นๆ ที่พากันหลบตาวูบ หล่อนเริ่มสังหรณ์ใจแปลกๆ

“ฉันลืมตัวไปนัวเนียหนุ่มไหน แล้วโดนถ่ายรูปมาแฉหรือเปล่านี่?” ถามกับตัวเองอย่างงงๆ ก่อนจะหยิบไอแพดขึ้นมาค้นหาภาพข่าวกอสซิปที่ว่า “นี่ไงเจอแล้ว นางแบบคนไหนกันช่างหน้าด้านไร้ยางอาย ไปทำประเจิดประเจ้อให้พวกปาปารัซซี่ถ่ายรูปมาประจานได้” ว่าพร้อมกับคลิกดูข่าวพาดหัวนั่นอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ

เมื่อภาพปรากฏก็รีบขยายภาพที่เมื่อวานเคยเห็นเพียงแค่ภาพเบลอๆ ให้ชัดแจ้งแจ่มแจ๋วขึ้น พอเห็นชัดก็ตาโตแทบหลุดเบ้าเลื่อนไอแพดมาดูใกล้ๆ จนจะกระแทกตา เพราะนางแบบฉาวที่ว่า ช่างคุ้นตาเหลือเกิน ตัวหล่อนชา มือสั่น ก่อนจะหันหน้าไปทางนางแบบในสังกัดที่กำลังหลับตาพริ้มให้บุ๊คกี้แต่งหน้า

“น้องรัน” อุทานเบาๆ ใจหายวาบ

โมลิดาไปอยู่ในภาพถ่ายนัวเนียผู้ชายในสระน้ำได้ยังไงกัน? ในเมื่อนางแบบสาวอยู่ในความดูแลของเธอตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเรียกว่าตัวติดแทบไม่เคยพรากจากกันเลย

สายตาของคนอื่นๆ พากันจับจ้องไปที่นางแบบสาว พร้อมกับซุบซิบนินทา เชอเบธทำหน้าไม่ถูก มองไปที่เจ้าตัวซึ่งคงยังไม่รู้ไม่ชี้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงรีบออกไปชะโงกหน้าดูกองทัพนักข่าวที่แห่แหนกันมาไม่น้อยด้วยความหวาดหวั่นใจ

จะเป็นเรื่องจริงใช่หรือไม่ใช่...หรือเป็นภาพตัดต่อ ซึ่งเหมือนเจ้าตัวเอามากๆ แถมยังตัดต่อเนียนจริงๆ ก็ช่างเหอะ แต่โมลิดาไม่ใช่คนที่เผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ หรือรับมือกับนักข่าวได้ดีสักเท่าไหร่ หล่อนรีบเดินกลับเข้ามาในห้องแต่งตัว อย่างน้อยก็กระซิบบอกให้เจ้าตัวรู้ตัวเสียก่อนก็ยังดี

“น้องรันคะ น้องรัน” แตะที่หัวไหล่นวลเนียนแล้วเขย่าแรงๆ

บุ๊คกี้มองหน้าหล่อนเหมือนรู้ความ เมื่อเชอเบธพยักพเยิดหน้าไล่ อีกฝ่ายก็ถอยออกไป แต่จับตาดูทั้งสองคนไม่วางตา

“มีอะไรหรือคะพี่เชอเบธ?” นางแบบสาวเงยหน้ามาถามอย่างประหลาดใจ เธอยังแต่งหน้าไม่เสร็จ

“เกิดเรื่องแล้วค่ะ”

คิ้วเรียวเลิกสูงอย่างประหลาดใจ “เรื่องอะไรคะ?”

แทนคำตอบ เชอเบธรีบส่งไอแพดในมือให้ดู โมลิดารับไป พอเห็นภาพที่ปรากฏที่หน้าจอ ดวงตาก็เบิกโต ตัวแข็งค้างด้วยความตกใจ เมื่อภาพเปลือยของหญิงสาวที่นัวเนียกับผู้ชายอยู่ในสระน้ำนั่นมันเธอชัดๆ

มือเรียวสั่นเทา แทบจะทำไอแพดในมือหล่นทีเดียว

“ไม่ใช่น้องรันใช่ไหมคะ?” ถามน้ำเสียงหวั่นๆ กลัวคำตอบที่จะได้รับ

ดวงหน้าสวยเงยหน้าขึ้นมามองผู้จัดการส่วนตัวที่เปรียบเสมือนพี่สาวที่รักแทบจะปล่อยโฮออกมา พร้อมกับสั่นหน้า

“ข้างนอกมีนักข่าวมารอเป็นกองทัพ”

และแน่นอนว่าเป้าหมายการมาของพวกเขา ต้องไม่พ้นเธอแน่ๆ โมลิดายังช็อกทำอะไรไม่ถูก เมื่อมองผ่านเชอเบธไปข้างหลัง บรรยากาศในห้องแต่งตัวหลังเวทีเดินแบบที่เคยวุ่นวาย ก็คล้ายกับทุกอย่างถูกสต๊าฟให้หยุดนิ่ง สายตาของทุกคนจับจ้องมองมาที่เธออย่างสงสัยว่าผู้หญิงในภาพนั่นใช่เธอจริงหรือไม่

หญิงสาวกลืนน้ำลายเพื่อเคลือบคลอลำคอที่แห้งผาก ตัวชาไปหมดแล้ว

“น้องรันโอเคไหม?”

โมลิดาสั่นหน้า ยื่นมือไปจับมือเชอเบธเอาไว้เหมือนหาที่พึ่ง และพอผู้จัดการส่วนตัวสัมผัสมือเย็นเฉียบของนางแบบสาว เชอเบธก็ปักเชื่อในทันที “เกิดอะไรขึ้นคะน้องรัน ผู้ชายคนนี้เป็นใคร?”

ร่างเพรียวรีบลุกพรวดขึ้นยืน ห้ามน้ำตาร้อนๆ ที่พุ่งมาจ่อที่หัวตาเอาไว้จะไม่อยู่ ก้มหน้างุดไม่กล้าสบสายตาใคร รีบลุกพรวดเดินออกมาให้พ้นจากห้องนั้นโดยไวไม่ตอบคำถามของเชอเบธ เพราะถึงบอกไปอีกฝ่ายจะรู้จักเขาหรือ

“จะไปไหนคะน้องรัน?” ถามพร้อมกับรีบตามออกไป คนที่พากันจับจ้องมองจับผิดรีบรวมกลุ่มเข้าหากันซุบซิบนินทาเลยทีเดียว

“ใช่ รันจริงๆ หรือ?”

“ยังจะสงสัยอะไรอีก รีบหนีไปทั้งนางแบบทั้งผู้จัดการขนาดนั้น”

ต๊าย! เห็นเงียบๆ หงิมๆ”

“ไอ้หงิมๆ ติ๋มๆ นี่แหละ หยิบชิ้นปลามันมานักต่อนักเชียว”

“ก็น่าอยู่หรอก...พวกเธอลองแหกตาดูปลาที่กินกับรันในสระสิ อื้อหื้อขนาดเห็นแค่ด้านหลัง ก็ยังรู้สึกถึงความหล่อล่ำ น่ากิ๊น...น่ากิน อุดมด้วยโปรตีนและไขมันมีประโยชน์” คนว่าพูดออกมาตาลอยไม่เก็บอาการ

“อยากรู้นักว่าเป็นใคร?”

“ใช่คุณเตชินหรือเปล่า? เห็นมารับมาส่งกันบ่อยๆ” คนสงสัยอยู่ก่อนรีบชี้เป้า

“เตชินไหน? ใช่เตชินไฮโซนักแข่งรถ ลูกส.ส.เมฆินทร์หรือเปล่า?”

“ก็คนนั้นแหละ เห็นมีคนเดียวที่เทียวรับเทียวส่งกันอยู่”

“แต่ได้ข่าวว่าคุณเตชินนี่กิ๊กกั๊กอยู่กับยัยชลิตาไม่ใช่หรือ?”

“สงสัยงานนี้ เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดกันเสียละมั้ง” ว่าแล้วก็หัวเราะกันคิกคักเป็นที่สนุกสนานกันทีเดียว

+++++++++

 

นักข่าวไปเอาภาพนั้นมาจากไหน?

โมลิดาไม่สงสัยหรือคลางแคลงใจเลยว่านั่นเป็นภาพของตัวเอง เมื่อคนถ่ายเจาะจงโฟกัสไปที่ใบหน้าเธอชัดเจนเหมือนจงใจที่จะประจาน และยังจะสถานที่ที่เธอรู้ดีว่ามันที่ไหน แม้จะไม่เห็นใบหน้าของผู้ชายที่เป็นข่าวด้วย แต่โมลิดารู้ดีว่าคือผู้ชายคนนั้นแน่ๆ

แล้วใครล่ะที่เป็นคนถ่ายภาพพวกนั้น? หรือนิโคไลคิดจะแบล็กเมล์เธอ

ความสงสัยยังไม่ได้คำตอบ นักข่าวที่ไม่รู้ว่ากรูมาจากที่ไหน ก็พากันเข้ารุมล้อมตัวเธอ

“ผู้หญิงในภาพนั่นใช่น้องรันไหมคะ?”

“หรือว่าเป็นแค่คนหน้าเหมือน หรือว่าเป็นภาพตัดต่อ”

“แล้วผู้ชายในภาพนั่นเป็นใครคะ? ใช่แฟนน้องรันหรือเปล่า? แล้วแอบไปคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่”

“แล้วคิดว่าใครเป็นคนปล่อยภาพออกมาคะ”

คำถามต่างๆ พรั่งพรูมาเป็นชุด โมลิดาหันหน้าไปมองคนนั้นคนนี้ที่จ่อไมค์มาหา โดยไม่รู้ว่าตอบคำถามไหนว่ายังไงดี

“เดี๋ยวค่ะ เดี๋ยวค่ะ ใจเย็นๆ นะคะ ขอให้น้องรันได้พูดอะไรบ้าง” เชอเบธเบียดเสียดกลุ่มคนที่รุมล้อมนางแบบสาว เพื่อจะห้ามทัพและหยุดยั้งคำถามที่มีมาอย่างกระหายข่าวจนโมลิดาตั้งตัวไม่ทัน

หญิงสาวทำหน้าไม่ถูก แต่สีหน้าของเธอปิดไว้ไม่มิดถึงความหวั่นวิตก เธอกลัวจนแทบจะปล่อยโฮออกมาทีเดียว

“น้องรันช่วยพูดอะไรหน่อยสิคะ”

“รัน” น้ำตาร้อนๆ มาจ่อที่หัวตา เมื่อกำลังจะถูกประจานเรื่องน่าอายที่เธอไม่ได้ตั้งใจทำมัน...เธอถูกหลอก เธอเป็นเหยื่อ แต่ใครจะเชื่อเรื่องนี้

“ว่าไงคะน้องรัน” นักข่าวที่รอลุ้นคำตอบจากปากนางแบบสาวเร่งเร้าจะเอาคำตอบ

“รันไม่มีอะไรจะพูดค่ะ” ตอบไปเสียงสั่น ก่อนจะแหวกวงล้อมคนอื่นๆ รีบวิ่งหนีไป ทิ้งไว้เพียงความตื่นตะลึงและความสงสัยทำให้ทุกคนต่างก็มั่นใจว่าภาพนั้นเป็นนางแบบสาวแน่ๆ เจ้าตัวถึงได้มีปฏิกิริยาโต้ตอบมาเช่นนี้

หลังจากนั้น ด้านหลังเวทีเดินแบบเกิดระส่ำระสาย เมื่อโมลิดาไม่ได้กลับมาทำหน้าที่ต่อ แถมยังตามตัวไม่ได้ พร้อมกันกับข่าวลือที่กระพือไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไฟไหม้ฟาง เมื่อกระจอกข่าวหลายสำนักฟันธงว่า ผู้หญิงที่กำลังเริงรักกับผู้ชายในสระว่ายน้ำ นั่นคือนางแบบสาว โมลิดา ปรีชามาศอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะหลังจากนั้นหญิงสาวก็หายตัวไป ยกเลิกงานที่รับไว้เสียหมด ไม่มีใครที่จะติดต่อได้ แม้กระทั่งผู้จัดการอย่างเชอเบธ

+++++++++

 

“มีอะไรหรือเปล่ายูไล?”

คนถามแทบไม่เงยหน้าจากแฟ้มงานที่กำลังอ่านอยู่อย่างขะมักเขม้น เขาต้องการสมาธิ ทั้งที่ไม่ค่อยจะมีมันเท่าไหร่ แต่ก็ตั้งใจจะปัดเรื่องกวนใจทั้งหมดออกไปจากความคิด

“คุณปราการส่งภาพสเก็ตออกแบบตกแต่งภายในมาให้แล้วครับ”

คุณปราการที่ว่าคืออินทีเรียดีไซด์ที่กำลังมีชื่อเสียงในเรื่องของการออกแบบตกแต่งภายใน และก็ได้รับการว่าจ้างจากนิโคไลให้ออกแบบตกแต่งคอนโดมิเนียมระดับห้าดาวที่กำลังก่อสร้างอยู่ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับนักธุรกิจชาวไทย แต่ในฐานะเจ้าของเงินทุนก้อนใหญ่ นิโคไลจึงมีสิทธิ์ออกเสียงในเรื่องนี้เต็มที่

“เจ้านายจะไปดูด้วยตัวเองหรือว่า...”

“ไม่ บอกให้เขาส่งแบบทั้งหมดเข้าอีเมลของฉันแล้วกัน เดี๋ยวฉันจะพิจารณาอีกทีว่าจะปรับเปลี่ยนแก้ไขอะไรหรือเปล่า”

“ครับ” ยูไลรับคำ แต่ก็ยังไม่ถอยไปจากห้องนั้น ท่าทางลังเลเหมือนยังมีธุระอะไรคั่งค้างทำให้นิโคไลเงยหน้าขึ้นมามองอีกหน พร้อมย่นคิ้ว

“นายมีอะไรหรือเปล่า?”

“เอ่อ...มันไม่เกี่ยวกับงาน ผมไม่แน่ใจว่าควรจะเรียนให้เจ้านายทราบดีหรือเปล่า?”

“เรื่องอะไร?” ดวงตาสองสีหรี่ลงอย่างสงสัย

“นางแบบคนนั้น คุณโมลิดา”

ชื่อของหญิงสาวกระตุกหัวใจของเขาให้เอียงวูบ นิโคไลนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่จะโบกมือไล่อีกฝ่าย...ยอมรับว่าเขาอยากรู้เรื่องของเธอ แต่คำขอสุดท้ายคือเธอขอร้องให้เขาออกไปจากชีวิตเธอ และอย่าได้มาข้องเกี่ยวกันอีก เขารับปากเธอแล้ว ก็ควรจะทำตามจริงไหม

“ไม่...ฉันไม่ต้องการรู้อะไรเกี่ยวกับเธอทั้งนั้น” พูดจบก็ก้มหน้าก้มตาอ่านแฟ้มตรงหน้าคล้ายว่าไม่สนใจ

“ครับ” ยูไลผงกหน้ารับคำ ก่อนจะก้าวถอยหลัง ออกไปจากห้องเพื่อให้เจ้านายได้มีสมาธิกับการทำงาน

“เดี๋ยวก่อน” แต่อีกฝ่ายกับเรียกไว้ แล้วเงยหน้าที่ยังเต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยและอ่อนอกอ่อนใจขึ้นมา เขาแค่รับปากว่าจะไม่ข้องเกี่ยวกับเธอ แต่ถ้าถึงขนาดว่าได้ยินชื่อไม่ได้ มันก็ออกจะเกินไป ผู้หญิงคนนั้นก็แค่คู่นอนคนหนึ่งของเขา เธอไม่ได้มีอิทธิพลจนถึงขนาดจะทำให้นิโคไล ชิเชนนิคอฟจะต้องเสียศูนย์หรอก

ถึงแม้เรื่องพิศวาสที่เกิดขึ้นแค่คืนหนึ่งนั้นจะทำให้เขาเครียดๆ ไป แต่ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไร ไม่ว่าในเชิงธุรกิจหรือชีวิตส่วนตัว สุดท้ายแล้วนิโคไล ชิเชนนิคอฟก็ต้องก้าวข้ามผ่านมันไปได้ ดังนั้นไม่ว่าจะได้ยินชื่อเธอ ได้เห็นหน้าเธอ หรืออะไรก็แล้วแต่ มันจะต้องเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่ไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อเขาทั้งนั้น

“เรื่องอะไรหรือที่นายว่า” เพราะถ้ามันไม่สำหลักสำคัญอะไร ยูไลก็คงไม่เอาเรื่องนั้นมารกสมองเขา และไม่มีทีท่าลังเลอยากเล่าไม่เล่าอย่างนี้หรอก

“ตอนนี้คุณโมลิดากำลังมีข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับภาพหลุด และจากภาพที่เห็นและตรวจเช็กมาอย่างละเอียด ผมค่อนข้างแน่ใจว่าเป็นภาพของเธอกับเจ้านายอยู่ด้วยกันในสระน้ำของวิลล่าที่ภูเก็ต”

“อะไรนะ?” ร่างสูงผุดลุกพรวดขึ้นทันทีอย่างตกอกตกใจ มันไม่ใช่เรื่องของเธอคนเดียว แต่เกี่ยวกับเขาด้วยเต็มๆ

“ตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“ประมาณสามวันก่อน”

“แล้วทำไมนายไม่รีบบอกฉัน”

“เราไม่ได้อยู่เมืองไทยนะครับ ผมเองก็เพิ่งเห็นข่าวนี้เมื่อเช้านี้เอง และเจ้านายเป็นคนบอกไม่ให้พูดเรื่องของเธออีก ผมจึงไม่แน่ใจว่าควรจะบอกเรื่องนี้ให้เจ้านายทราบดีหรือเปล่า?”

“นายนี่มัน...” เขาสบถออกมาอย่างหัวเสีย เคยคิดมาตลอดว่ายูไลเป็นคนเก่งและฉลาดที่คอยดูแลและจัดการทุกอย่างให้เขาได้อย่างดีเยี่ยมเสมอมา แต่ในตอนนี้ชักไม่แน่ใจแล้ว “นี่มันเรื่องของฉันโดยตรง นายต้องรีบบอกฉัน”

“แต่ภาพเหล่านั้น ไม่เห็นหน้าเจ้านาย ไม่มีใครรู้ว่าผู้ชายปริศนาที่กอดจูบกับเธอในสระน้ำเป็นใคร ผมเลย..”

“เอาภาพนั้นมาให้ฉันดูเดี๋ยวนี้” คำสั่งเสียงเฉียบ

“ครับ” ยูไลล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า ก่อนจะเปิดภาพเจ้าปัญหาที่เขาเซฟเก็บไว้ในโทรศัพท์แล้วยื่นส่งให้ผู้เป็นนายดู

นิโคไลมองภาพที่ปรากฏที่หน้าจอโทรศัพท์อย่างตื่นตะลึง ก่อนจะเลื่อนไปที่ภาพอื่นๆ เขามั่นใจเช่นเดียวกับยูไลว่าผู้ชายในภาพนั่นเป็นตัวเอง และสถานที่ก็คือบ้านพักตาอากาศของเขาที่เมืองไทยจริงๆ ด้วย

แล้วใครกันจะเป็นคนถ่ายภาพพวกนี้ ไม่มีทางจะใช่คนในบ้านแน่ๆ

“ชลิตา” เขาไม่สงสัยใครอื่นอีกแล้วนอกจากหล่อน ผู้หญิงคนนั้นร้ายกาจจริงๆ นอกจากล่อลวงเพื่อนสาวมาขายให้เขาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้อิโหน่อิเหน่แล้ว ยังปล่อยภาพนี้ออกมาทำลายชื่อเสียงของโมลิดาโดยที่ใช้เขาเป็นเครื่องมืออีกหรือ และดูท่าว่าชลิตาคงไม่ยอมหยุดแค่นี้แน่

ป่านนี้โมลิดาจะเป็นยังไง? เขารู้สึกเป็นห่วงเป็นใยเธอขึ้นมา เมื่อเรื่องราวในค่ำคืนนั้น มันไปไกลอีกขั้น ถึงกับทำลาย อนาคตคนๆ หนึ่ง เขาก็คงไม่อาจปัดความรับผิดชอบได้ เพราะเรื่องร้ายๆ ที่เกิดกับหญิงสาว เขาเป็นคนมีส่วนสำคัญที่ทำให้มันเกิดขึ้น ถึงแม้เธอจะไม่อยากเห็นหน้าเขาอีก และเขาเองก็ได้ตกปากรับคำให้คำมั่นสัญญาว่าจะออกไปชีวิตเธอไม่ไปให้เห็นหน้าอีก แต่ในตอนนี้ เขาคงทำอย่างนั้นไม่ได้แล้ว เขาไม่อาจปล่อยให้ผู้หญิงหัวใจบอบบางคนนั้น เผชิญชะตากรรมเพียงลำพังได้อีก

“ฉันจะไปดูงานอินทีเรียที่เมืองไทยด้วยตัวเอง”

“เมื่อไหร่ครับ?” ยูไลรีบถาม นึกยินดีที่นิโคไลไม่ได้ละเลยเรื่องของนางแบบสาวให้เธอต้องผจญกับมรสุมข่าวฉาวเพียงลำพัง

“เร็วที่สุด”

“ครับ ผมจะรีบจัดการให้” เลขาผู้ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมรับคำแล้วถอยฉากออกจากห้องนั้นมาด้วยรอยยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ เพราะคาดหวังในใจว่านิโคไลจะไม่ดูดายกับเรื่องนี้ เรื่องที่อาจจะทำลายอนาคตของคนๆ หนึ่งลงได้ย่อยยับ

+++++++++

 

ตชินกดโทรศัพท์หาโมลิดาเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่ได้นับ แต่เขากดจนมือจะหงิก รอบที่ร้อย หรืออาจจะสองร้อยแล้วก็เป็นได้ แต่ก็ยังไร้การตอบรับใดๆ ทั้งสิ้นจากนางแบบสาว

ภาพข่าวฉาวที่กระฉ่อนไปทั่วทั้งอินเตอร์เน็ต หน้าหนังสือพิมพ์ และยังจะสื่อต่างๆ ต้องการคำอธิบาย

เขาเองก็เช่นกัน...ที่อยากฟังจากปากของเธอว่ามันเกิดอะไรขึ้น?

ไอ้บ้าที่กอดจูบลูบคลำเธอในสระว่ายน้ำนั่นเป็นใคร ถ้ารู้ เขาคงไม่รั้งรอจะไปตั๊นหน้ามันให้หนักๆ เตะจนมันลุกไม่ขึ้น และกระทืบมันจนจมธรณี ค่าที่มันบังอาจมาตัดหน้าเขาไป ผู้หญิงที่เขายังไม่ได้แตะต้องมากไปกว่าการจับมือเสียด้วยซ้ำ

เขาไม่รู้ว่าตอนนี้โมลิดาอยู่ที่ไหน? หญิงสาวหายตัวไปทันทีที่ภาพข่าวนั่นแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว

แม้จะตกใจในทีแรก แต่หลังจากตั้งสติได้ ไม่ว่านั่นจะเป็นเรื่องจริงหรือภาพตัดต่อก็ตามที แต่ในเวลานี้คือโอกาสดีที่เขาจะฉวยเข้าไปปลุกปลอบแสดงความเห็นใจ และยืนหยัดอยู่เคียงข้างเธอ

โมลิดาจะต้องซาบซึ้งใจจนพูดไม่ออก และตกลงปลงใจที่จะเลือกเขาในที่สุด

แม้ไม่รู้ว่าเขาจะรู้สึกกับเธอเช่นนี้ไปยาวนานสักแค่ไหนกัน? แต่สำหรับผู้ชายชื่อเตชิน อยากได้ใคร เขาก็จะไม่รามือจนกว่าจะได้สิ่งนั้นมาครอบครอง

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขายิ้มอย่างดีใจ รีบกดรับสายทันที

“เตอยู่ไหนคะ?” หากเสียงที่ได้ยิน กลับไม่ใช่คนที่รอคอยอยู่ ทำให้เขาพาลหงุดหงิด

“โทรมามีธุระอะไร?”

“ลิตาอยู่ที่ห้อง คุณไม่ได้แวะมานานแล้วนะคะ?”

“ผมไม่ว่าง”

“ไม่ว่างหรือไปติดตัวเมียที่ไหนกันแน่”

“ลิตา” เขาตะคอกเสียงดัง หากผู้หญิงคนนั้นอยู่ตรงหน้า คงไม่พลาดโดนเขาตบสักฉาดค่าที่ปากเสียนัก

เขาได้ยินเสียงหัวเราะอย่างร้ายกาจ เสียงที่ทำให้เขายิ่งหงุดหงิด

“สรุปว่าเตไม่ว่างมาหาลิตา งั้นก็ดีค่ะ เพราะลิตาอยู่ที่หน้าห้องของคุณแล้ว เปิดประตูให้ลิตาหน่อย”

“กลับไป” เค้นเสียงสั่งลอดไรฟัน

“ไม่ค่ะ” อีกฝ่ายตอบกลับมาเด็ดขาดอย่างไม่ยี่หระพอกัน

“ผมสั่งให้กลับไป ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คุณจะมาเพ่นพ่านนะลิตา”

“แล้วทำไมลิตาจะมาไม่ได้ ในเมื่อห้องนี้เป็นห้องของแฟนลิตา”

“อย่ามาใช้คำนี้กับผม เพราะผมไม่เคยคิดกับคุณเป็นอย่างอื่น นอกจากคู่นอน”

“เต” เสียงแหลมวี๊ดร้องเข้ามาในโทรศัพท์ ก่อนที่จะได้ยินเสียงกริ่งที่หน้าประตู ถูกกดกระหน่ำรัวไม่ยั้งอย่างน่ารำคาญ พร้อมกับที่ปลายสายถูกตัดไปแล้ว

เตชินหันขวับไปมองที่บานประตู ตาลุกวาว ก่อนจะก้าวเร็วๆ เดินไปที่นั่น กระชากประตูเปิด

นางแบบสาวคนสวยยืนกอดอก พร้อมกับเชิดหน้าอย่างท้าทาย คล้ายประกาศตัวเป็นผู้ชนะเหนือสงครามประสาทในครั้งนี้ เตชินกัดกรามกรอด มองหล่อนคล้ายสิ่งโสมมจนไม่อยากเกลือกกลั้ว

นี่เขาเคยหลงหล่อนจนหัวปักหัวปำไปได้ยังไง?

สายตากวาดเร็วๆ มองเรือนร่างอวบอัดขาวอล่องฉ่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสวย...แต่ก็สวยเพียงแค่เปลือก เมื่อได้คบหา เมื่อได้ลิ้มลอง และได้รู้จักกันอย่างลึกซึ้งถึงเนื้อแท้แล้ว ถ้าเทียบกันกับโมลิดาแล้วผู้หญิงตรงหน้าก็แค่ฝุ่นใต้ฝ่าเท้า

“กลับไปชลิตา” บอกช้าๆ ชัดๆ อย่างข่มอารมณ์

“ไม่ค่ะ ลิตามาถึงนี่แล้ว ละจะไม่มีวันกลับไปง่ายๆ” เจ้าหล่อนประกาศชัดเจตนารมย์เช่นกัน

เพื่อนบ้านในยูนิตถัดไป ชายหญิงคู่หนึ่งเดินผ่านมา และอดที่จะเหลือบแลมองเธอและเขาอย่างสงสัยไม่ได้ เตชินไม่อยากตกเป็นขี้ปากของใคร คนอย่างเขามีหน้าตามีชื่อเสียง และผู้หญิงตรงหน้านี่ก็ด้วย แต่ดูเหมือนเจ้าหล่อนจะไม่แคร์แม้แต่นิดว่ากำลังถูกมองว่ายังไง

เวลาที่ผู้หญิงดูกร้านโลก และยังมาเรียกร้องโน่นนั่นนี่ สำหรับเขา มันทุเรศลูกตาและน่ารังเกียจ

“งั้นก็เข้ามา”

เรียวปากสวยยกยิ้มอย่างพึงพอใจกับคำเอ่ยชวน พร้อมกันกับที่ร่างสูงของเจ้าของห้องเบี่ยงตัวหลบเพื่อให้เธอได้เดินเข้าไปข้างใน ชลิตาร้อง ฮูล่า อยู่ในใจอย่างเริงรื่น เมื่อในที่สุดแล้วชัยชนะนั่นก็เป็นของเธอ

หญิงสาวก้าวยุรยาตรด้วยมาดของนางพญาเข้าไปภายในห้อง สายตาสอดส่องมองสำรวจเพนส์เฮ้าส์กว้างที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยข้าวของเครื่องใช้ราคาแพง เมื่อยินเสียงประตูปิดลง เธอก็หันหลังกลับมาคุยกับเขา

“ห้องเตสวยจัง ให้ลิตามาอยู่ที่นี่ด้วยได้ไหมคะ?”

“ไม่ได้” น้ำเสียงห้วนๆ ตอบกลับมา “คุณจะเอายังไงก็ว่ามา”

เรือนร่างสวยขยับเข้าประชิดตัว ยกมือขึ้นลูบไล้ที่ท่อนแขนของเขา

“ลิตาคิดถึงคุณ คุณไม่ได้ไปหาลิตานานแล้วนะคะ” เจ้าหล่อนออดอ้อน ช้อนตาขึ้นมามองอย่างยวนยั่ว

เตชินปัดมือเรียวออกจากท่อนแขนอย่างรังเกียจ

“ผมไม่ว่าง”

หญิงสาวชักสีหน้า “ลิตาก็ไม่เห็นคุณไปไหนนี่คะ?”

“กำลังจะออกไปไป” เขาหันหลังหนี

“ไปไหน ลิตาไปด้วย” เธอจะไม่อดทน ปล่อยให้เขาหลุดมือไปอีกแล้ว

“อย่าทำตัวน่ารำคาญหน่อยลิตา คุณไม่ได้เป็นอะไรกับผม ไม่มีงานมีการทำหรือไง ถึงต้องมาค่อยวิ่งตามผู้ชายให้มันน่าสมเพชเอาน่ะ” เขาต่อว่าอย่างเหลืออด

หญิงสาวตาลุกวาว “ถ้าลิตาน่าสมเพช แล้วรันไม่น่าทุเรศกว่าหรือไง? ทั้งภาพทั้งข่าวที่เห็นมันยังไม่ทำให้เตสว่างอีกหรือไง ว่าแม่นั่นดีแต่สร้างภาพ ทั้งที่ลับหลังเน่าเฟะขนาดไหน”

เตชินถลึงตาเข้าใส่ “หยุดพูดรันอย่างนั้นนะ เขาเป็นเพื่อนคุณแท้ๆ ความจริงเป็นยังไงก็ยังไม่มีใครรู้”

“เพื่อนงั้นหรือ? นังรันไม่ใช่เพื่อนตั้งแต่ที่มันคิดแย่สามีลิตาไปแล้ว”

“หุบปากนะลิตา บอกแล้วไงว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“แล้วที่คุณนอนกับลิตาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งนี่ล่ะ? ลิตาไม่ใช่โสเภณีข้างถนนที่พอได้สมใจแล้วคุณจะเขี่ยทิ้งได้ง่ายๆ นะคะเต”

เตชินแสยะยิ้ม พร้อมกับหัวเราะอยู่ในลำคอ

“ใช่สิ...เพราะโสเภณีนอนกับผู้ชายยังได้เงิน แต่คุณมันของฟรี” สายตาที่มองมาหยามหยัน “แล้วของฟรีน่ะเวลาใช้แล้วเบื่อ มันก็โยนทิ้งได้ง่ายๆ ไม่มีอะไรให้ต้องเสียดาย” เขาว่าใส่หน้า ก่อนจะหันหลังหนี เดินไปที่หน้าประตู

ชลิตาอ้าปากค้าง กะพริบตาถี่ๆ ก่อนที่จะกรี๊ดร้องลั่น ถลันเข้าไปทุบตี เตชินหันกลับมาอย่างรำคาญ แล้วผลักร่างนั้นจนเซถลาไปกองอยู่กับพื้น

“อย่ามายุ่งกับผมอีกลิตา ถ้าพูดกันดีๆ ไม่รู้เรื่อง อย่าหาว่าผมไม่เตือนนะ” เขาชี้หน้าสำทับทิ้งท้าย ก่อนจะเดินทิ้งไปอย่างไม่ไยดี ทิ้งให้หญิงสาวมองตามไป ดวงตาลุกวาวอย่างอาฆาตแค้น

 

 

 

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เธอ....คือซุปเปอร์โมเดลสาวที่มีชีวิตสุดแสนจะเพอเฟ็ค แต่เวลาเพียงชั่วข้ามคืนกับผู้ชายแปลกหน้า กลับเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล"

รัชริล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha