ภรรยา(ว่าจ้าง)

โดย: เอริณ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 16 : บทที่ 16 (50%)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



บทที่ 16 หึงหวง


ในที่สุด... นายก็กลับมา

คยองซูเอ่ยเสียงเบาราวกระซิบกับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงมือหนากระชับเสื้อสูทให้เข้าที่ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อเสริมสร้างกำลังใจให้ตัวเอง ขาคู่ยาวก้าวออกไปอย่างองอาจ ถึงเวลาที่เขาต้องเข้าร่วมสมรภูมิแห่งการช่วงชิงอำนาจของคิมคอปอเรชั่นอีกครั้ง การกลับมาครั้งนี้ของคิมแดซองเป็นเสมือนการประกาศสงครามกับเขาอย่างเป็นทางการ และสงครามครั้งนี้มีเก้าอี้ประธานกรรมการบริหารแห่งคิมคอปอเรชั่นเป็นเดิมพัน


สำหรับคยองซูแล้วเขาต้องสูญเสียอะไรไปหลายสิ่งหลายอย่างกว่าจะพาตัวเองก้าวขึ้นมายังตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหารได้ การแข่งขันครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาอาจต้องเสียสละอะไรไปอีกหลายอย่างแต่ไม่ว่าจะต้องสูญเสียอะไรไปอีกเขาก็ยินยอมและเต็มใจ ถ้ามันจะทำให้เขากลายเป็นผู้ชนะ!

 


แก้วกัลยายืนนิ่งมองภาพใบหน้าของตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ในห้องน้ำ ไอน้ำเกาะจนกระจกใสมืดมัว มือเรียวเอื้อมไปข้างหน้าก่อนจะลูบกระจกบานโตตรงหน้า หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบมือสายตาจับจ้องไปที่ริมฝีปากบางของตัวเอง ภาพความทรงจำอันแสนวาบวามเมื่อคืนฉายซ้ำกลับมาให้ได้อาย ไม่รู้ว่าเพราะอุณหภูมิในห้องน้ำหรือความเขินอายกันแน่ที่ทำให้ใบหน้าหวานร้อนวูบวาบจนทั้งสองแก้มแดงปลั่ง แก้วกัลยายกมือขึ้นจับริมฝีปากของตัวเองอย่างลืมตัว ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้าใส่หัวใจของเธอจนมันเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมา

เขายิ้มนั่นยิ่งทำให้เธอรู้สึกอะไรมากมาบไปกับรอยยิ้มของเขา แค่นึกถึง แค่เพียงวูบเดียวที่รู้สึกถึงมันหัวใจหญิงสาวก็เต้นรัว นี่เธอกำลังหวั่นไหวใช่ไหมหรือว่าเธอแค่สับสน หัวใจกับสมองร้องถามกันระงม


แก้วกัลยาผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป เธอกำลังพยายามบอกตัวเองว่า เธอแค่สับสนและเรื่องน่าอายที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนมันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบของเขาเท่านั้นเอง เขาไม่มีทางรู้สึกอะไรมากมายไปกับเธอแน่นอนเพราะผู้ชายเย็นชาบ้าอำนาจคนนั้น ไม่มีหัวใจ


ฉันคงจะแค่สับสนแก้วกัลยาบอกตัวเองเบาๆ ก่อนหญิงสาวจะผ่อนลมหายใจอีกครั้งแล้วเดินออกจากห้องน้ำสักที


หญิงสาวใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงในห้องน้ำ ก่อนจะพาร่างกายเกือบไร้เรี่ยวแรงมาที่ห้องอาหารได้ ทันทีที่เธอเดินมาถึงห้องอาหารแก้วกัลยารับรู้ถึงกลิ่นอาหารที่คุ้นเคย และทันทีที่เดินมาถึงโต๊ะอาหารไทยหน้าตาคุ้นเคยถูกวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะพร้อมข้าวสวยที่เธอไม่ได้ลิ้มรสมานาน


อาหารไทย

หญิงสาวร้องทักพลางเดินเร็วๆ ไปที่โต๊ะอย่างคนดีใจ จีซูอมยิ้มก่อนจะโค้งให้นายหญิงเล็กน้อย บอดี้การ์ดหนุ่มเริ่มต้นการเป็นบอดี้การ์ดของหญิงสาวเป็นวันแรกด้วยการตระเวนออกหาร้านอาหารไทยในโซลที่เขาหาข้อมูลมาได้ว่าอร่อยที่สุดตามคำสั่งของเจ้านายเพื่อให้ผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้าได้ทานให้หายคิดถึงบ้านหลังจากอาการป่วยดีขึ้น


เยอะแยะเลย ขอบคุณนะคะ


ไม่เป็นไรครับ เจ้านายกำชับหนักหนาว่าคุณดอกแก้วจะต้องได้ทานอาหารไทยในเช้าวันนี้ให้ได้ครับ

จีซูเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม เมื่อคิดถึงใบหน้าเฉยชาที่ออกคำสั่งเล็กน้อยด้วยท่าทางจริงจังแล้วนึกขำ


ถ้าพรุ่งนี้เช้าแก้วกัลยาไม่ได้ทานอาหารไทยจากร้านที่อร่อยที่สุดในโซล แกได้ย้ายที่นอนตัวเองไปนอนข้างถนนแน่!”


จีซูแทบจะเอาหัวโขกกำแพงหลังจากได้ยินคำสั่งที่ทำให้เขาแทบจะมุดดินหนีแต่พอได้กลับมานั่งคิดทบทวนแล้วเขาก็ต้องประหลาดใจเพราะมันช่างน่าอัศจรรย์เหลือเกินที่ผู้ชายอย่างคิมคยองซูใส่ใจในเรื่องเล็กน้อยของคนอื่นแบบนี้


อ่อ ยังไงก็ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ และขอโทษด้วยที่ทำให้คุณต้องลำบาก

แก้วกัลยาบอกเสียงอ่อนเมื่อรู้สึกว่าตัวเองเป็นต้นเหตุให้คนอื่นต้องวุ่นวาย ไม่รู้ว่าเพราะเขาอยากเอาใจหรืออยากขอโทษที่เมื่อคืนทำเรื่องน่าอายไว้กับเธอกันแน่ผู้ชายคนนั้นถึงได้ใส่ใจเรื่องเล็กน้อยของเธอมากเป็นพิเศษขนาดนี้


พิเศษ! จริงสิ นี่เขากำลังใส่ใจเธอมากเป็นพิเศษจริงๆ หรอ แก้วกัลยายิ้มเขินในใจเมื่อคิดเข้าข้างตัวเองว่ากำลังถูกใส่ใจ หัวใจดวงน้อยเต้นรัวขึ้นมาอีกครั้งเมื่อคิดถึงสิ่งที่อีกฝ่ายทำให้


ใส่ใจ คำสั้นๆ ที่ความหมายของมันยิ่งใหญ่สำหรับเธอ


เอ่อ คุณดอกแก้วครับ มีไข้อีกหรือป่าวครับ ทำไมอยู่ๆ ถึงแก้มแดง

คำถามห่วงใยจากจีซูทำให้แก้วกัลยาต้องรีบกุมแก้มของตัวเองเอาไว้แน่น หัวใจที่เต้นรัวอยู่แล้วเต้นแรงขึ้นไปอีกหลายเท่า ไม่รู้เพราะอายหรืออะไรกันแน่แก้มใสของเธอถึงได้แดงขึ้นมา


นี่ฉัน… กำลังเป็นอะไรกันแน่นะ แก้วกัลยาก้มหน้าถามหัวใจตัวเอง


จีซูขมวดคิ้วก่อนจะทันได้เอ่ยถามคนตัวเล็กตรงหน้าถึงสาเหตุของอาการหน้าแดงต่อ คนตัวเล็กก็ลนลานตอบเสียงตะกุกตะกักจนเขาอดสงสัยไม่ได้


นี่คงไม่ใช่ว่าสาเหตุมันจะมาจาก


บอดี้การ์ดหนุ่มปรายตามองอาหารไทยมากมายบนโต๊ะแล้วพาลคิดถึงคนออกคำสั่งให้ซื้อหามา


ปีศาจน้ำแข็ง คิมคยองซู


อะ เอ่อ ป่าวค่ะ

จีซูเอียงคอมองคนปฏิเสธเสียงอ่อนเรื่องอาการป่วยแล้วอมยิ้ม ใบหน้าหวานแดงระเรื่อจนเขาคิดว่าคนตัวเล็กจะไข้ขึ้นเสียอีกแต่ยิ่งเห็นอาการลุกลี้ลุกลนจนผิดสังเกตุของอีกฝ่าย บอดี้การ์ดหนุ่มก็กลั้วหัวเราะ


เมื่อคืนนี้ต้องมีอะไร พิเศษ บางอย่างเกิดขึ้นแน่!

 


หลังจากพยายามหลบสายตาหลีกเลี่ยงการสนทนาที่จะจุดชนวนหัวข้อการพูดคุยให้ตัวเองรู้สึกอายแล้วเผลอตัวทำแก้มแดงๆ ให้ใครสงสัย แก้วกัลยาก็ปลีกตัวมายังห้องหนังสือเล็กที่ครั้งสุดท้ายหญิงสาวจำได้ว่ามันคือไหล่ให้เธอนอนพักพิงซบหน้าฝากน้ำตาเอาไว้หลายโอ่งและมันจะเป็นวันไหนไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่วันที่เธอร้องไห้ฟูมฟายเพราะถูกผู้ชายใจร้ายหลอกให้เซ็นสัญญาทาส


แก้วกัลยาเดินไปยังชั้นหนังสือขนาดใหญ่ที่มีหนังสือมากมายวางเรียงรายกันไว้อย่างเป็นระเบียบ ภายในห้องถูกตกแต่งด้วยสีขาว ไม่ว่าจะเป็นโซฟาตัวยาวที่เธอเคยใช้มันเป็นไหล่เมื่อครั้งร้องห่มร้องไห้ ชั้นหนังสือ โต๊ะ ผ้าม่าน หรือแม้กระทั่งพรม ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างมีสไตล์และต่างมีสีขาวบริสุทธิ์ทั้งหมด


แก้วกลัยามองไปรอบๆ ห้องด้วยความรู้สึกแปลกไป ความเงียบ และความหนาวเย็นแปลกๆ ที่รู้สึกได้ทำให้เธอต้องลูบแขนตัวเองเบาๆ มันเย็นแต่ไม่หนาว มันเงียบแต่ก็เหมือนไม่เงียบ


ที่นี่ดูสงบจนวังเวงเลยแหะแก้วกัลยาเอ่ยเบาๆ พลางเดินมองหนังสือมากมายหลากหลายภาษาตรงหน้าไปด้วยอารมณ์สุนทรีเต็มที่

เธอรู้แล้วว่าจะทำอะไรให้ตัวเองหายเบื่อเมื่อต้องอยู่บ้านหลังนี้เพียงลำพัง ความชอบเพียงอย่างเดียวที่หญิงสาวมีก็คือการอ่านหนังสือ แก้วกัลยายอมรับว่าตนเองไม่ได้เก่งภาษาอย่างที่เป็นอยู่ เมื่อก่อนเธอค่อนข้างอ่อนภาษาอังกฤษมากถึงมากที่สุดแต่อาศัยว่ามีความเพียรและชอบอ่านเป็นทุนเดิม หญิงสาวจึงขยันหมั่นเพียรเรียนรู้ทุกอย่างผ่านตัวหนังสือด้วยตนเองจนพอจะมีความรู้และความกล้าที่จะสื่อสารทำให้เธอสามารถสื่อสารกับชาวต่างชาติด้วยภาษาอังกฤษได้ดี


อ่านทั้งชีวิตก็ไม่รู้ว่าจะหมดไหม

หญิงสาวอมยิ้มก่อนจะไล่มือไปตามสันหนังสือหลากแนวหลายภาษาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มก่อนจะชะงักเมื่อสะดุดสายตาเข้ากับหนังสือเก่าๆในซอกชั้นริมสุดของตู้ที่ดูยังไงก็ไม่น่าใช้แนวเดียวกับหนังสือเล่มอื่นๆ บนชั้น


หนังสืออะไร?

แก้วกัลยาเอื้อมมือไปดึงหนังสือเล่มนั้นออกมาจากซอก หญิงสาวไม่รู้เลยว่าเพราะตัวเองอยากสัมผัสมัน อยากเปิดมัน อยากอ่านมันหรือว่ามีใครอยากให้เธออ่านมันกันแน่ เธอถึงได้ไม่รู้ตัวเลยว่าคว้าหนังสือมาไว้ในอกเรียบร้อยแล้ว


แก้วกัลยาพลิกหนังสือเล่มเก่าในมือไปมาก่อนจะพบว่ามันไม่ใช่หนังสือแต่มันคือสมุดบันทึกและที่สำคัญมันล็อกอยู่หญิงสาวขมวดคิ้วเมื่อไม่เข้าใจว่าใครกันแอบเอาสมุดบันทึกเก่าๆ มาซ่อนไว้อย่างดีแบบนี้


กริ๊ง


มือเรียวชะงักเมื่อเสียงสัญญาณหน้าบ้านดังขึ้น หญิงสาวผ่อนลมหายใจก่อนจะวางสมุดบันทึกเล่มเก่าไว้ที่เดิมแล้วเดินเร็วๆ ออกมาจากเพื่อตรงไปยังหน้าบ้านด้วยความตื่นเต้น


สงสัยแม่บ้านโกจะมาแล้ว

แก้วกัลยาพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อคิดว่าแม่บ้านโกแม่บ้านที่ทำหน้าที่ดูแลบ้านในทุกๆวันเดินทางมาถึงแล้ว หญิงสาวมั่นใจเพราะตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่มีบุคคลอยู่แค่สี่คนที่เข้านอกออกในบ้านหลังนี้ทุกวันคนที่หนึ่งก็คือเขา เจ้าของบ้านหลังนี้ผู้ชายใจร้ายชื่อคิมคยองซู ส่วนคนที่สองและสามก็เป้นใครไปไม่ได้นอกจากคู่หูบอดี้การ์ดส่วนตัวของเขาชเวจีซูและลีซึงโฮ และคนสุดท้ายผู้หญิงเพียงคนเดียวในบ้านก็คือแม่บ้านไม่ประจำ โกนาจอง

แม่บ้านวัยกลางคนท่าทางใจดีที่เป็นเสมือนเพื่อนเพียงคนเดียวในเกาหลีของเธอ สาเหตุที่โกนาจองไม่ใช่แม่บ้านประจำของที่นี่เพราะคยองซูไม่ชอบความวุ่นวายและที่สำคัญเขาไม่ไว้ใจใครทั้งนั้นนอกจากคนของเขาสองคน ถึงแม้แม่บ้านโกจะเป็นแม่บ้านที่อยู่กับแม่ของเขามานานแล้วก็ตาม


แอ๊ด


พะ/คะ


แก้วกัลยาอ้าปากค้างทั้งที่ยังพูดไม่ทันจบประโยคอย่าว่าแต่จบประโยคคำแรกเธอยังไม่ทันพูดจบด้วยซ้ำ หญิงสาวกระพริบตาปริบเมื่อเธอพบว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ผู้หญิงวัยกลางคนที่เธอรู้จักคุ้นเคยแต่กลับเป็นผู้ชายผมสีน้ำตาลเข้ม หน้าตาดี รูปร่างสูงใหญ่ แก้วกัลยาขมวดคิ้วสวยเมื่อพบว่าอีกฝ่ายก็อยู่ในอาการค้างเช่นกัน


ชายหนุ่มเดินถอยหลังไปเอียงคอมองป้ายบ้านเลขที่อีกครั้ง แก้วกัลยามองคนแปลกหน้าที่หน้าตาไม่แปลกด้วยความฉงน ใบหน้าหล่อเพ่งสายตามองป้ายบ้านเลขที่อยู่สักพักก่อนที่ริมฝีปากหนาจะเม้มเข้าหากันแล้วปรายตามองหน้าเธออีกครั้ง เขามองและจ้องเธอราวกับเจอของแปลก


อะ เอ่อ ที่นี้บ้านคุณคิมคยองซูใช่ไหมครับ

เขาถามด้วยรอยยิ้ม แก้วกัลยากระพริบตาปริบคนตรงหน้าที่เอ่ยถามขึ้นมาด้วยภาษาประจำชาติของเขา จากที่หญิงสาวงงอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งเพิ่มงองูเข้าไปอีกหลายล้านตัว ในใจอยากจะเอ่ยถามเขาเป็นภาษาอังกฤษอย่างที่เธอใช้พูดคุยกับคยองซูแต่เธอได้ยินมาจากเขาว่าคนเกาหลีส่วนใหญ่จะไม่เก่งภาษาอังกฤษเพราะฉะนั้นเวลาที่โดนถามด้วยภาษาอังกฤษนอกจากจะไม่ตอบแล้วพวกเขายังจะวิ่งหนีไปเลยด้วยซ้ำ


แก้วกัลยาย่นคิ้วกัดริมฝีปากล่างชั่งใจว่าจะเอ่ยถามคนตรงหน้าด้วยภาษาที่เธอพอเข้าใจดีหรือว่าจะตะโกนเรียกหาจีซูให้มาช่วยดี หญิงสาวยืนชั่งใจอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามแต่ยังไม่ทันได้ถามเสียงเล็กของใครบางคนก็ตะโกนขัดขึ้นมาก่อน


คุณชายเล็ก!”


คุณป้า!”


ผู้ชายตรงหน้าถลาเข้าไปหาแม่บ้านโกด้วยรอยยิ้มก่อนจะสวมกอดราวกับรู้จักกันมานาน แก้วกัลยาย่นคิ้วหนักขึ้นเมื่อความสงสัยทวีคูณเพิ่มขึ้นหลายล้านเท่าแต่ก่อนที่หญิงสาวจะได้ถามใครเพื่อคลายความสงสัยบุคคลที่เธอลืมไปแล้วว่าก็อยู่ในบ้านก็เอ่ยแทรกขึ้นมาจากด้านหลังเธอเสียก่อน


คุณดอกแก้วมาอยู่ตรงนี้นี่เอง ผมตามหาตั้งนะ คุณชายเล็ก!”

ท้ายประโยคชเวจีซูตะโกนออกมาด้วยความตกใจปนประหลาดใจอยู่นัยที บอดี้การ์ดหนุ่มอ้าปากค้างก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอแล้วยิ้มแห้งๆ ส่งให้คนที่เขาเอ่ยชื่อด้วยกระอักระอ่วนใจ


อะ เอ่อ มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ

จีซูเอ่ยถามเสียงอ่อน เมื่อบุคคลต้องห้ามของเจ้านายมายืนอยู่หน้าบ้านในเวลาแบบนี้ และยืนอยู่ตรงหน้าผู้หญิงคนนี้ จีซุอยากจะยกมือขึ้นกุมขมับเมื่อไม่รู้ว่าจะจัดการกับสถานการณ์ลืนไม่เข้าคลายไม่ออกแบบนี้ยังไงดี


ความจริงผมว่าพี่น่าจะรู้คำตอบตั้งแต่ล้อเครื่องบินที่ผมนั่งมาแตะรันเวย์แล้วนะครับ

คำตอบติดตลกของคนมาใหม่ทำให้จีซูต้องหุบยิ้มแห้งๆ ของตัวเองแล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออีกครั้ง บอดี้การ์ดหนุ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยจะดีค่อนไปทางเลวบางอย่างที่กำลังจะเคลื่อนเข้ามา


คำพูดที่ออกมาจากใบหน้าเปื้อนยิ้มแบบนั้น บอดี้การ์ดหนุ่มไม่รู้เลยว่าคนพูดใส่อะไรไว้ในนั้นบ้าง ความโกรธหรือความรู้สึกเลวร้ายแบบไหนกันแน่ คนแบบนี้แหละที่เขาว่าน่ากลัวเพราะมันหมายถึงอีกฝ่ายซุกซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้ข้างใน


อะ เอ่อ คุณจีซู

แก้วกัลยาตัดสินใจสะกิดแขนจีซูในที่สุดหลังจากยืนฟังบทสนทนาที่ตัวเองไม่เข้าใจความหมายสักนิดมานานสองนาน เธอจึงตัดสินใจเรียกร้องความสนใจจากบุคคลทั้งสามเสียที


จีซูหันกลับมาสนใจคนตัวเล็กข้างกายทันที เมื่อรู้ตัวว่าเขาเกือบจะลืมบุคคลที่สำคัญที่สุดไปแล้ว บอดี้การ์ดหนุ่มผ่อนลมหายใจก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้คนตัวเล็กข้างกายแล้วผายมือเพื่อแนะนำคนมาใหม่ให้เธอได้รู้จัก


นี่คุณชายเล็กคิมแดซอง น้องชายคนเดียวของเจ้านายครับประโยคแนะนำตัวแทนของคนมาใหม่ทำให้แก้วกัลยาย่นคิ้วจนผูกกันเป็นปม


น้องชายหรอ? หญิงสาวร้องถามในใจ สามีของเธอมีน้องชายด้วยหรอ เขาไม่เคยพูดถึงอย่าว่าแต่พูดถึงรูปสักใบในบ้านยังไม่มี สองคนนี้เป็นพี่น้องกันแบบไหนนะ จะว่าหน้าตาคล้ายกันเธอก็คิดว่าไม่ใช่เพราะทั้งสองคนไม่มีสิ่งไหนใกล้เคียงคำว่าพี่น้องกันสักนิด ผิวพรรณ รูปร่าง หน้าตา หรือแม้กระทั่งสีผม แล้วแบนี้จะให้เธอเข้าใจว่าสองคนนี้เป็นพี่น้องกันได้ยังไง


น้องชายต่างแม่น่ะครับ

เป็นแดซองที่เอ่ยแทรกความคิดของเธอด้วยรอยยิ้ม ชายหนุ่มส่งยิ้มจริงใจมาให้ด้วยไมตรี แก้วกัลยารู้สึกระอักกระอ่วนใจเพราะไม่รู้ว่าจะยิ้มตอบเขาไปดีหรือไม่ด้วยตัวเธอเองก็ไม่รู้ว่าตนเองอยู่ในสถานะที่เขาควรจะรู้จักดีหรือไม่อีกเช่นกัน หญิงสาวรู้สึกสับสนในใจจนทำหน้าไม่ถูก


แดซองเห็นสีหน้าครุ่นคิดของผู้หญิงตัวเล็ก เจ้าของดวงตาแสนสวยมีเสน่ห์แล้วอมยิ้ม ผู้หญิงคนนี้สวย ยิ่งมองยิ่งสวย ดวงตากลมมนคู่นั้นมีเสน่ห์จนน่าหลงไหลเรียกได้ว่าพอสบตาก็เหมือนต้องมนต์จากเธอในทันที ชายหนุ่มยิ้มขำในใจเมื่อคิดไปว่าตัวเองจะตกหลุมรักแบบรักแรกพบเสียแล้ว


จีซูมองเห็นแววตามีความหมายของน้องชายคนเดียวของเจ้านายด้วยความรู้สึกไม่พอใจลึกๆ บอร์ดี้การ์ดหนุ่มเม้มปากแน่นก่อนจะเอ่ยแนะนำตัว คุณผู้หญิง ของบ้านให้คนมาใหม่ได้รู้จักเสียที


ส่วนนี่…”

คำพูดของจีซูเรียกความสนใจของแดซองได้ทันที เมื่ออีกฝ่ายผายมือแนะนำตัวคนตัวเล็กตรงหน้าของเขาอย่างภาคภูมิใจ


คุณแก้วกัลยา ภรรยา ของคุณชายใหญ่คิมคยองซูครับ












#ยิ้มหวาน

แดซองมาปลุกความหึงในตัวคุณคิมค่าาา



ไรท์ขอฝากเนื้อฝากตัวกับนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ
มีอะไรติชมได้ รอคำแนะนำจากทุกๆ คนนะ
ขอบคุณค่ะ





ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ทุกการสนับสนุนจะเป็นแรงกำลังใจให้นักเขียนทุกคนมีแรงบันดาลใจในการเขียนนิยายเรื่องต่อไป เอรินขอบคุณทุกยอดวิว ยอดคอมเม้น และนักอ่านทุกๆ ท่านขอบคุณจากหัวใจนักเขียนตัวน้อย"

เอริณ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


พี่ก็หล่อ น้องก็หล่อ 5555 มีแต่คนต้องการนางเอก โอ๊ยยย 555
โดย Anonymous | 1 year, 9 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
🙌🙌🙌
โดย Anonymous | 1 year, 10 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
สนุกมากค่ะ รอยุนะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
โดย manee39839 | 1 year, 10 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha