พศิกา (ซีรี่ย์ดรุณีแรกรัก)

โดย: อติญา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : 1 (1/2)


ตอนต่อไป

     วันแรกก็จะโดนซะและ ต๊ายแหละ ต๊ายแลว อะไรกันหว่า!!!

                สาวน้อยร่างเล็กกะทัดรัดถึงขนาดครวญเพลงในใจเมื่อเห็นว่าหน้าบ้านมีมอเตอร์ไซค์ล้อโตบะเริ่มเทิ่มมาจอดอยู่ ริมฝีปากจิ้มลิ้มยืนนิ่งๆ มองร่างสูงใหญ่ที่ยังนั่งคร่อมรถเอาขายันพื้นเอาไว้จนกระทั่งเขาหันมาเจอเธอเองนั่นแหละพศิกาก็หูแทบแตก

                “จะยืนบื้ออีกนานไหมบับเบิลล์ฉันไม่ได้ว่างมากถึงขนาดมารอเธอได้เป็นวันๆ นะ” รีมฝีปากสีแดงคล้ำน้อยๆ เพราะเจ้าตัวเป็นคนสูบบุหรี่ค่อนข้างจัดตวาดใส่คนที่กำลังยืนเหม่อแบบไม่ออมสียงเลยทีเดียว

                “สวัสดีค่ะพี่นุ” แม้เขาจะเสียงดังจนขี้หูเธอเต้นระบำแต่หญิงสาวก็ยังมีมารยาทพอที่จะยกมือไหว้และกล่าวทักทายเขา ผิดกับคนตรงหน้าที่ไม่เคยแม้สักครั้งจะมาพูดดีกับตัวเธอเอง และแน่นอนเขาไม่ค่อยจะเรียกชื่อเธอหรอกส่วนมากก็เรียกว่าบับเบิลล์ หนึ่งในตัวละครในการ์ตูนพาวเวอร์พัฟเกิร์ลเหตุเพราะตัวเธอเล็กความสูงยังไม่แตะ 160 เซนติเมตร

                “ขึ้นมาได้แล้วชักช้าเสียเวลา” มือใหญ่ที่ขาวซีดส่งหมวกกันน็อคสีดำอันโตให้เธอขณะที่เจ้าตัวก็หยิบหมวกอีกใบมาสวมให้ตัวเอง

                “ตกลงจะเป็นภาระ?” หนุ่มหน้าตี๋หันมามองคนตัวเล็กที่มีปัญหากับการใส่หมวกนิรภัยด้วยสีหน้าติดเหวี่ยงเธอพยายามขยับสายรัดที่คางอย่างเก้ๆ กังๆ คงเพราะมันยังไม่เข้าที่สักที

                “น้องแพมไม่รบกวนพี่นุดีกว่าค่ะขอโทษนะคะที่ทำให้เสียเวลา” อยู่ดีๆ หญิงสาวก็ถอดหมวกกันน็อคส่งคืนให้เขาแล้วทำท่าเหมือนจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน ดนุเดชจึงขยับกายที่นั่งคร่อมรถบิ๊กไบค์คันงามก้าวขาตามมาคว้าข้อมือเล็กบอบบางไว้ทันที

                “อย่ามาเรื่องเยอะถ้าป๊าไม่สั่งคิดว่าฉันจะยอมเสียเวลามารับเธอหรอพศิกา” ถ้อยคำระคายหูกรีดลึกเข้าไปในหัวใจด้วงน้อย อันที่จริงไม่ใช่ครั้งแรกที่คนตรงหน้าพูดจาให้เธอต้องเจ็บช้ำแบบนี้เอาเป็นว่าตั้งแต่รู้จักกันมาเป็นสิบๆ ปีเขาไม่เคยญาติดีกับเธอสักครั้งเลยต่างหาก

                “น้องแพมไม่ได้เรื่องเยอะค่ะแค่ไม่อยากรบกวนพี่นุเอาเป็นว่าน้องแพมจะเรียนท่านเจ้าสัวว่าขอเดินทางไปฝึกงสนเองนะคะ” ดวงหน้าหวานพยายามฝืนยิ้มเพราะไม่อยากจะมีเรื่องมีราวให้เกิดปัญหาวุ่นวาย วันนี้มันเป็นวันฝึกงานวันแรกเธอควรจะต้องสดใจเตรียมตัวต้อนรับอะไรใหม่ๆ ไม่ใช่จะมาขุ่นเคืองใจกันแต่เช้า

                “แต่ฉันมาแล้วเพราะฉะนั้นอย่าทำให้ต้องเสียเวลา” เขาพูดพร้อมกดหมวกกันน็อคลงบนศีรษะที่มีผมยาวหยิกเป็นหลอดอย่างไม่เบานักก่อนจะรูดสายรัดใต้คางให้กระชับเข้าแล้วเสียบเข้ากับตัวล็อก

                “อุ๊ย!” หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสถึงความเจ็บแปลบๆ ที่ใต้คาง ดนุเดชคงขยับสายรัดแน่นไปจนมันบีบเข้ากับเนื้อบางๆ ตรงบริเวณใต้คางของเธอแต่จะมามัวถอดแล้วใส่ใหม่ชายหนุ่มคงจะเคืองหนักกว่าเก่าพศิกาจึงตัดสินใจก้าวขาไปหาเขาพร้อมกับหาทางที่จะพาตัวเองปีนขึ้นไปนั่งบนรถคันโต

                ถ้าให้นั่งพาดข้างเธอน่าจะร่วงแน่ๆ เพราะรถคันนี้มันสูงใช่ย่อยหญิงสาวจึงตัดสินใจรั้งชายกระโปรงทรงสอบที่ยาวเหนือเข่าของตัวเองขึ้นน้อยๆ แล้ววาดขาปีนข้ามไปนั่งคร่อมตรงข้างหลังผู้ชายตัวโตในทันที เธอมั่นใจว่าได้ยินเสียงตะเข็บกระโปรงปริแต่ไม่เป็นไรแค่วันเดียวก็แค่ต้องอดทนเอา

                ระยะเวลาจากบ้านจนมาถึงบริษัท โอ.พี. จิวเวลรี จำกัดสถานที่ฝึกงานของนางสาวพศิกา ตั้งกิจกุลนั้นใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงแม้คนขับจะบิดเครื่องเร็วจนเธอใจแทบวายแต่ก็ยังใช้เวลามากอยู่ดี แสดงว่าหากเธอขับรถมาเองจะต้องเผื่อเวลามากกว่านี้

                “ขอบคุณนะคะพี่นุ” หลังจากปีนลงจากรถได้เธอก็ยื่นหมวกกันน็อคส่งคืนให้เขาซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ได้ตอบรับหรือพูดจาว่าอะไรเข้าบริษัทปุ๊บคงต้องรีบตีขรึมเพื่อสงวนทีท่าของท่านรองประธานบริษัทใหญ่ไว้สินะ

                “เธอไปพบป๊าก่อนละกันท่านรออยู่ที่ห้องทำงาน” เขาพูดแล้วก็เดินลิ่วๆ เข้าบริษัทไปทิ้งหญิงสาวตัวเล็กให้ยืนอ้าปากค้างอยู่กับที่ แล้วเธอจะรู้ไหมว่าบิดาของชายหนุ่มอยู่ส่วนไหนของบริษัทเพราะเธอเองก็เพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งที่สอง ครั้งแรกคือเมื่อครั้งที่มายื่นเอกสารสำหรับฝึกงานก็เท่านั้นเอง

                หญิงสาวเร่งก้าวขาเข้าไปในบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตและส่งออกเครื่องประดับเกรดพรีเมี่ยมโดยจุดหมายของเธออยู่ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ในเมื่อเธอไม่รู้ว่าห้องทำงานของท่านเจ้าสัวนำบุญอยู่ที่ไหนก็ต้องถามพนักงานเอาก็แล้วกัน

                “สวัสดีค่ะมาขอพบท่านประธานค่ะ” หญิงสาวทักทายประชาสัมพันธ์สาวคนสวยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

                “สวัสดีค่ะไม่ทราบว่านัดไว้หรือเปล่าคะ” หญิงสาวหน้าตาสวยคมถามกลับไปตามหน้าที่ทั้งๆ ที่แปลกใจอยู่ว่าทำไมถึงมีเด็กสาวในชุดนักศึกษามาขอพบท่านประธานได้

                “คือหนูชื่อพศิกา ตั้งกิจกุลเป็นนักศึกษาฝึกงานค่ะ คุณดนุเดชบอกเอาไว้ว่าหากมาถึงแล้วให้ไปพบท่านประธานก่อนเลยมาถามทางค่ะ” พศิกาตอบกลับอย่างสุภาพ รอให้ประชาสัมพันธ์สาวต่อสายโทรศัพท์เพียงอึดใจเดียวเธอก็วางสายแล้วหันมายิ้มให้กับพศิกาที่ยังคงยืนรอ

                “ท่านประธานรออยู่ที่ห้องทำงานชั้น19 นะคะ ขึ้นลิฟท์ไปแล้วเดินไปทางซ้ายห้องขวามือมีเลขารอรับอยู่ค่ะ”

                “ขอบคุณนะคะ” พศิกายกมือไหว้ขอบคุณตามมารยาทก่อนจะเดินตรงไปกดลิฟท์โดยสารขึ้นไปยังชั้น 19 ทันที

 

                “สวัสดีค่ะคุณพศิกา พี่ชื่ออรนีนุชเป็นเลขาของท่านประธาน เชิญทางนี้ค่ะ”

                “สวัสดีค่ะพี่เรียกแพมเฉยๆ ก็ได้นะคะ” ผู้อ่อนวัยกว่ายกมือไหว้ก่อนจะแนะนำให้เลขาสาววัยกลางคนให้เรียกชื่อเล่นสั้นๆ ของเฮก็พอ

                “งั้นน้องแพมเรียกพี่นุชนะคะ ตายจริงกระโปรงไปโดนอะไรมาคะเนี่ย” อรนีนุชเบิ่งตาโตเมื่อเห็นว่ากระโปรงนักศึกษาของหญิงสาวมีรอยขาดเพิ่มขึ้นจากรอยฝ่าของกระโปรงมาเกือบคืบ

                “คงเพราะแพมซ้อนมอเตอร์ไซค์มามันเลยขาดค่ะเดี๋ยวค่อยไปหาเข็มกับด้ายเย็บเอาละกัน” หญิงสาวยิ้มเจื่อนๆ เพราะกระโปรงของตัวเองนั้นขาดเป็นแนวยาวเกือบจะถึงโคนขาอยู่แล้ว

                “เดี๋ยวออกมาแล้วแวะมาหาพี่นะคะ เชิญค่ะ” อรนีนุชเคาะประตูบานใหญ่ก่อนจะเปิดออกแล้วส่งนักศึกษาฝึกงานคนใหม่เข้าไปด้านในห้องที่ตอนนี้มีทั้งท่านประธาน ท่านรองฯ และผู้จัดการนั่งรอเรียบร้อยอยู่ในนั้น

                “สวัสดีค่ะท่านเจ้าสัว สวัสดีค่ะพี่นันท์” พศิกาทำความเคารพผู้สูงวัยและชายหนุ่มหน้าตี๋อีกคนที่นั่งยิ้มรออยู่แล้ว ส่วนผู้ชายอีกคนที่นั่งทำหน้าบึ้งอยู่เธอขออนุญาตมองข้ามเขาไปก่อนก็แล้วกัน

                “บอกกี่ครั้งแล้วน้องแพมว่าให้เรียกป๊าคนกันเองทั้งนั้นจะมาเรียกท่านเจ้าสัวอยู่ได้เดี๋ยวหนูก็ต้องหมั้นแล้วแต่งกับอาตี๋ใหญ่มาเป็นลูกสะใภ้ป๊าอยู่ดี” ร่างเล็กที่กำลังเดินไปนั่งข้างๆ ดนุนันท์ชะงักขาเล็กน้อยตามด้วยอาการเสียวสันหลังวาบเพราะเสียงเย็นๆ ของผู้ชายอีกคนดังขึ้นมาก่อน

                “ป๊าครับผมยังไม่ได้บอกเลยว่าจะแต่งกับเธอ” ประโยคสั้นๆ แค่นี้มันก็ทำให้หญิงสาวน้ำตาแทบร่วง ในเมื่อดนุเดชไม่เคยชอบเธอแล้วเรื่องอะไรเขาจะมาอยากแต่งงาน

                “คือน้องแพมเรียกท่านเจ้าสัวว่าป๊าก็ได้ค่ะแต่สำหรับเรื่องหมั้น อย่างที่เคยเรียนไว้ว่าน้องแพมขอเวลาอีกสี่เดือนระหว่างที่ฝึกงานแล้วจะให้คำตอบนะคะ” พศิกากลั้นใจพูดในสิ่งที่เคยบอกกับบิดามารดาของตัวเองมาแล้วครั้งหนึ่งออกไป เพราะการหมั้นหมายระหว่างเธอกับทายาทคนโตของครอบครัวโอภาตั้งตระกูลนั้นเกิดจากความเห็นดีเห็นงามของผู้ใหญ่ไม่ได้เกิดจากความสมัครใจของอาตี๋ใหญ่ของบ้าน

                “ป๊าตามใจน้องแพมลูก แล้วเดินทางเป็นยังไงบ้างระยะทางมันไกลป๊าเลยให้เฮียเขาไปรับ” ชายสูงวัยยังพูดเรื่อยๆ เพราะยังไม่รู้ว่าบุตรชายคนโตนั้นเอาบิ๊กไบค์คันงามไปรับสาวน้อยตรงหน้ามา

                “รถไม่ติดค่ะเลยมาถึงเร็ว” เธอตอบอ้อมๆ พลางก้มหน้าแต่มันก็ไม่ไวไปกว่าสายตาของผู้ชายอีกคน

                “คางน้องแพมไปโดนอะไรมาครับเป็นรอยยาวเชียว” ดนุนันท์หันมาเชยคางหญิงสาวที่นั่งก้มหน้าอยู่ข้างๆ เขาแล้วภาพที่ปรากฎชัดเจนคือผิวเนื้อขาวๆ ใต้คางนั้นมีรอยแดงเป็นแนวพาดยาวแถมมีรอยกดของอะไรบางอย่าง แสดงว่าพี่ชายตัวร้ายของเขาเอาบิ๊กไบค์คู่ใจไปรับน้องแพมมาแน่นอน

                “เฮียเอารถอะไรไปรับน้องแพมมา” สิ้นเสียงแข็งๆ ของน้องชายคนเป็นพี่ถึงยอมหันมามองร่างเล็กที่นั่งหน้าซีดขาวและความขาวที่มันแยงตาเขาไม่ใช่แค่ความขาวของผิวหน้าแต่เพราะความขาวของต้นขาเพรียวบางที่โผล่พ้นรอยขาดของกระโปรงมาต่างหากที่ทำเอาดนุเดชชักจะอารมณ์ไม่ดี

                “ตี๋ใหญ่ทำไมน้องถึงมีแผล” ยังไม่ทันจะตอบคำถามแรกคำถามที่สองก็ตามมาทำเอาผู้ชายตัวโตลอบพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด

                “น้องแพมไม่ระวังตัวเองค่ะ พี่นุไม่ได้ทำอะไรเลย” เธอไม่ชอบสายตาแบบนั้นของเขาเลย สายตาที่มองเธอมาด้วยควมชิงชังก็ไม่รู้เหมือนกันว่าดนุเดชโกรธเธอมาแต่ชาติปางไหนถึงไม่ยอมจะญาติดีด้วย บรรยากาศระหว่างเธอกับเขาเหมือนจะมีพายุก่อตัวขึ้นทุกครั้งหลังจากที่ฝ่ายเจ้าสัวนำบุญมาทาบทามหมั้นหมายเธอให้กับเขา ก็นั่นแหละในเมื่อเจ้าตัวเองไม่ได้เต็มใจคงไม่แปลกที่จะอารมณ์เสีย

                “ใกล้จะได้เวลาเข้างานแล้วน้องแพมขอตัวดีกว่านะคะ” เมื่อสถานการณ์ตรงหน้าชักจะอึดอัดพศิกาจึงรีบหาทางเลี่ยงในทันทีก่อนที่วันนี้เธอจะไม่มีสมาธิทำงาน

                “ตามมาจะพาไปส่ง” เป็นท่านรองประธานบริษัทที่ลุกขึ้นแล้วก้าวขาออกไปรอเธอหน้าห้องพศิกาจึงกล่าวลาชายอีกสองคนแล้วรีบวิ่งตามเขามาติดๆ


                “เจ็บตัวทำไมไม่บอกแล้วดูซิเดินมาถึงนี่ได้ยังไงกระโปรงขาดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว” ทันทีที่ประตูบานโตปิดสนิทดนุเดชก็เล่นงานผู้หญิงตรงหน้าในทันที

                “คือน้องแพม”

                “น้องแพมคะอย่าลืมมาเอาอุปกรณ์เย็บผ้าที่พี่นะคะ” เสียงของเลขาสาวเหมือนระฆังช่วยพศิกาตัดสินใจเดินไปหาอรนีนุชในทันทีแล้วตั้งใจเดินตรงไปยังลิฟท์เพื่อลงไปรายงานตัวที่ฝ่ายบุคคลก่อน ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าจุดหมายของตัวเองอยู่ตรงไหนเลยไม่อยากไปเผชิญหน้ากับว่าที่คู่หมั้นให้เขาต้องอารมณ์เสีย เลยตั้งใจจะลงไปฝ่ายบุคคลตามลำพังแต่ใครจะรู้ว่าผู้ชายตัวโตจะไม่ยอมแถมไปลากเธอออกมาจากลิฟท์อีกต่างหาก

                “จะเดินโชว์ขาอ่อนไปทั่วบริษัทเลยหรือไงกันไปจัดการตัวเองให้เรียบน้อยนะไม่งั้นไม่ต้องออกมา” หลังจากฉุดกระชากลากถูหญิงสาวเข้ามาในห้องทำงานของตัวเองได้ ดนุเดชก็จัดการยัดตัวเล็กๆ ของเธอเข้าไปในห้องน้ำส่วนตัวแถมปิดประตูใส่หน้าพศิกาดังปังใหญ่

                หญิงสาวถอนใจหนักๆ ออกมาเพราะไม่รู้จะหาทางระบายยังไงดีดนุเดชดูจะเหม็นขี้หน้าเธอจากเมื่อก่อนเยอะหลังจากเหตุการณ์ที่บิดาเขามาทาบทามเธอนั่นแหละก็ขนาดตัวเธอเองที่มีใจให้เขามาตั้งนานยังตกใจแล้วจะนับประสาอะไรกับชายหนุ่มที่ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยจะชายตามาแลกันเลย

 

                “น้องแพมเทอมหน้าจะฝึกงานแล้วหนูหาบริษัทได้หรือยังลูก” เสียงมารดาถามขึ้นระหว่างมื้อเย็นวันหนึ่งระหว่างที่ครอบครัวตั้งกิจกุลนั่งรับประทานอาหารกันอย่างพร้อมหน้า

                “ยังเลยค่ะคุณแม่พอดีอาจารย์การเวกท่านอยากให้นักศึกษาที่อยู่ในความดูแลแยกกันไปฝึกที่ละคนจะได้รู้จักพึ่งพาตัวเองเราเลยต้องมาคุยกันก่อนเพื่อจะได้ไม่ไปซ้ำกันค่ะ” หญิงสาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงน่าฟัง

     ในตอนนี้เธอกับเพื่อนๆ ในเซคร่วมสามสิบชีวิตที่มีอาจารย์การเวกเป็นที่ปรึกษาโปรเจคกำลังช่วยกันลิสต์รายชื่อบริษัทที่ตัวเองต้องการไปฝึกงานเพื่อที่จะได้ไม่ลงซ้ำกัน ตามจุดประสงค์ที่ผู้เป็นอาจารย์บอกไว้ถ้าแห่กันไปที่เดียวสองสามคนท่านก็กลัวว่าจะไปรวมหัวกันไม่ได้ตั้งใจฝึกงานจริงจัง

     “ถ้าน้องแพมยังไม่เลือกที่ไหนก็ลองไปที่บริษัทของเฮียนุสิลูก” คราวนี้คุณพศินผู้เป็นบิดากล่าวขึ้นบ้าง

     “คุณพ่อก็รู้ว่าพี่นุไม่ชอบหน้าน้องแพม อย่าไปยุ่งกับเขาเลยจะดีกว่าค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงนิ่งๆ เพราะแค่ได้ยินชื่อเฮียนุ หรือดนุเดชเธอก็ชักจะกลืนข้าวไม่ลงคอ

               “ไม่แน่หรอกค่ะน้องแพม เอ่อ แม่มีเรื่องจะบอกพอดีท่านเจ้าสัวนำบุญป๊าของเฮียนุเพิ่งจะมาทาบทามขอหมั้นหนูให้เฮียเค้านะลูก”

#

น้องแพมกับพี่นุมี E-Book แล้ว ฝากอุดหนุนด้วยนะคะ

#

 

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักสำหรับการติดตามและการสนับสนุน

ฝากผลงาน E-Book เรื่องที่วางจำหน่ายแล้วไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 #


 

#

 E - Book MEB Market  <<<CLICK

 

#

E - Book OokBee  <<<CLICK

 

#

E - Book Naiin <<<CLICK

 

#

E - Book Hytexts <<<CLICK

 

 #

E - Book se-ed

 

#

E - Book ebooks.in.th

 

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK

 

 


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


😍😍😍
โดย Anonymous | 1 year, 2 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha